ログインเที่ยงของวันใหม่ คุณหนูฟานนอนจับไข้จนไม่สามารถลุกขึ้นได้ นางมีท่าทีตื่นกลัวอย่างเห็นได้ชัด จึงไม่ยอมให้บุรุษเข้าใกล้ ทั้งที่คราแรกก็อยากลิ้มลองรสสวาทของคู่หมาย แต่พอถูกเขาจับกระแทกเพียงหนเดียว ก็ถึงกับกลัวจนไม่อยากพบหน้า ยามนี้จึงเป็นม่านอี้ที่คอยดูแลนาง จนกระทั่งผ่านไปสองวันที่เยี่ยนเอ๋อหายดี จึงได้มีการพูดคุยกันภายในห้องที่เคยร่วมรักกัน โดยที่สวี่โหรวให้นางเป็นผู้ตัดสินใจ เพราะเขายังไงก็ได้ขอแค่อย่ามายุ่งกับม่านอี้ก็พอ ซึ่งข้อตกลงนี้ก็ไม่ได้มีแค่สวี่โหรวที่หยิบยื่นให้นาง เพราะสองคนสนิทก็ไม่ต้องการให้สตรีตัวน้อยที่ทำให้พวกเขาครางได้ทุกคืนจากไปเช่นกัน เพราะผู้เป็นนายอนุญาตให้นางปรนเปรอทั้งสองได้ไม่ต่างจากเขา แต่จะให้ว่ากันตามจริงคงเป็นพวกเขาที่ปรนเปรอให้นางมากกว่า เพราะม่านอี้นางกินจุเสียเหลือเกิน เผลอเป็นไม่ได้นางมักจะยั่วยวนจนบุรุษทั้งสามไม่อาจทานทน เยี่ยนเอ๋อนั่งก้มหน้าอยู่สักพักหนึ่ง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองคู่หมายของตนแล้วเอื้อนเอ่ยถ้อยคำสั่นเครือ “พี่สวี่ถอนหมั้นให้ข้าได้หรือไม่ ข้าไม่อยากแต่งกับท่านแล้ว ข้า..ข้าสู้ท่านไม่ไหวหรอกเจ้าค่ะ” “หึ! รู้ตัวก็ดี” เอ่ยจบสวี่โหรวก็ออกคำส
ยิ้มร้ายผุดขึ้นกับบุรุษทั้งสาม ก่อนที่จะปิดหน้าต่างแล้วรั้งเอาร่างคุณหนูฟานที่หนีมาคนเดียวเข้าห้องมาด้วย เพราะความอยากรู้อยากลองจึงทำให้เยี่ยนเอ๋อทำตามอย่างว่าง่าย นางมองร่างของคู่หมายอัดกระแทกสตรีแปลกหน้าอย่างเมามัน ด้านล่างก็เฉอะแฉะจนต้องเอามือลูบเบาๆ ทำให้คนสนิททั้งสองยิ้มกริ่ม เพราะผู้เป็นนายพยักหน้าให้แล้ว ทั้งคู่จึงเปลือยกายเผยท่อนลำใหญ่ไม่แพ้กันให้คุณหนูผู้เย่อหยิ่งได้จับต้อง ซึ่งทุกอย่างม่านอี้สัมผัสได้และนางก็ตื่นเต้นมากจึงคิดในใจ “อู๊ว!.นี่เขาจะจัดสวิงกิ้งเหรอ จริงหรือนี่ ฉันหลุดมาอยู่ในฮาเร็มหรือเปล่า ความฝันที่จะมีคนหล่อๆ รุมล้อมมาถึงแล้ว” นางนึกถึงคลิปที่ชอบดูในยุคปัจจุบัน สายตาบ่งบอกถึงความต้องการ จนสวี่โหรวยกยิ้ม ใช่ว่าเขาจะไม่เคยเรียกสตรีมาร่วมรักพร้อมกับคนสนิทที่เป็นดั่งเช่นสหาย บ่อยครั้งเสียด้วยซ้ำ แต่ก็คู่ใครคู่มันแต่ดูท่าครานี้คนตัวเล็กบนตัวคงอยากทำอะไรแปลกๆ อีกเป็นแน่ เขาจึงเอ่ยถามนางขึ้นมา “อยากได้อะไร หรือดุ้นข้ายังไม่พอ” คำถามนี้เขาเผยยิ้มให้นางด้วย ม่านอี้จึงกระซิบที่ข้างหูเขา “ม่านอี้อยากกินดุ้นคนสนิทของคุณชาย อ๊ะ! อ๊า! แล้วให้คุณชายกระแทกไปด้วยได้หรือไม
“อ๊า!...ซี๊ด!..เสียวเหลือเกิน” เสียงกระเส่าดังขึ้น ทำให้คนฟังได้ใจนางตะโบมดูดรั้งเพราะอยากให้เขาเสร็จสมในปากอย่างที่ตั้งใจ ซึ่งสวี่โหรวชอบใจยิ่งนัก บางคราเขาก็เด้งสะโพกสวนกลับขึ้นมา แต่นางก็ยังรอรับพร้อมกับห่อปากจนแก้มยุบ เป็นภาพที่ทำให้ใต้เท้าหนุ่มแทบคลั่ง น้ำลายกับน้ำรักเหนียวหนืดไหลย้อยเป็นสาย สวี่โหรวจ้องมองปากอิ่มกลืนกินท่อนเอ็นของตนเข้าออก ร่างกายเขามันก็สั่นสะท้านร้อนรุ่ม จนต้องกดหัวนางลงอย่างลืมตัว แต่สตรีนางนี้ก็หาได้โกรธเคืองเขาไม่ ม่านอี้ยังคงดูดรั้งจนฉ่ำเยิ้ม และมองเขาด้วยสายตายั่วยวน “อ๊า!..เจ้าช่างร้ายนัก..จะไม่ไหวแล้ว” เสียงกระเส่าเปล่งดังขึ้น ก่อนจะเด้งเอวสวนดุ้นของตนใส่ปากอิ่มนั้นถี่รัว จนคนรอรับเกือบจะสำลัก แต่ม่านอี้ก็ยังสู้ต่อ สวี่โหรวเร่งเอวสอบของตน จนในที่สุดเขาก็ถึงจุดหมายปลายทาง ร่างแกร่งกระตุกเกร็ง พร้อมกับมือใหญ่ที่กดหัวสตรีตัวน้อยเอาไว้ด้วย น้ำรักขาวขุ่นพวยพุ่งเข้าสู่ปากอิ่ม จนไหลเยิ้มออกมาจากมุมปาก ใต้เท้าหนุ่มมองด้วยสายตาคลั่งไคล้ ยิ่งเห็นนางดูดเลียส่วนหัวทำความสะอาดให้ด้วย แก้มสากก็ขึ้นเป็นสันนูนทันที ก่อนที่ลิ้นแดงจะกวาดเลียจนไม่เหลือน้ำรักแม้สักหยด
ม่านอี้สลบคาอกแกร่ง เพราะร่างกายเริ่มทนต่อความเหนื่อยล้าไม่ไหวแล้ว ยามนี้ตัวนางร้อนขึ้นเรื่อยๆ เพราะพิษไข้ ตั้งแต่ถูกจับมาก็ถูกจับสาดน้ำอยู่ตลอดจนตัวเปียกชุ่ม แต่ถึงกระนั้นถานสวี่โหรวก็ยังคงอุ้มนางเอาไว้ จนกระทั่งมาถึงกรมตรวจสอบที่เขาดูแลอยู่ ม่านอี้ถูกวางลงบนเตียงไม้ยาวซึ่งมีเอาไว้สำหรับให้เขานอนพักผ่อน และยังเป็นห้องทำงานที่เขาใช้อยู่ทุกวัน จนคนสนิทต่างก็มองหน้ากันอย่างสงสัย ก่อนจะถอยห่างตามคำสั่งของผู้เป็นนาย เพราะถานสวี่โหรวกำลังเปลี่ยนอาภรณ์ให้นาง ใต้เท้าจ้องมองร่างเย้ายวนที่มีรอยจ้ำแดงเพราะฝีมือเขา พลันรอยยิ้มที่ไม่ค่อยปรากฏก็เผยออกมา ก่อนจะยื่นมือขึ้นมาลูบเนินเขาอวบอิ่มของคนที่ไร้สติเบาๆ แก้มสากขึ้นเป็นสันนูนทันที พร้อมกับลำคอที่ขยับเคลื่อนเป็นระลอกคลื่น เพื่อกลืนก้อนน้ำลายอันเหนียวหนืดลงคอ “หนาว หือ หนาวเหลือเกิน” เสียงสั่นเครือดังขึ้น เรียกสติใต้เท้าหนุ่มให้ต้องรีบจัดการเปลี่ยนอาภรณ์ให้นาง ก่อนจะห่มผ้าให้จนถึงคอ แล้วร้องเรียกคนของตนเข้ามา “ต้มน้ำขิง แล้วก็ตามหมอมาดูนางด้วย” ออกคำสั่งเสียงเข้ม เพราะรู้ดีว่าคนสนิทคงมีข้อข้องใจเป็นแน่ “ขอรับ” สองสหายออกไปทำหน้าที่ ผ่านไปสอ
ชายหนุ่มรูปร่างกำยำเริ่มขยับสะโพกหนากระดกขึ้นลงช้าๆ เนิบนาบ ดึงเอาดุ้นใหญ่ของตนออกมาจนเกือบสุดแล้วดันเข้าไปอีกครั้ง ทำให้ม่านอี้ต้องดันใบหน้าคมคายนี้ออกห่าง เพื่อเผยอปากซูดเอาอากาศเข้าปอด เพราะการเสียดสีด้านในร่องรักนั้นมันทั้งปวดและเสียวอธิบายไม่ถูก “อ๊า!..ร่องของเจ้าดูดแน่นเหลือเกิน” เสียงครางกระเส่าแหบพร่าดังขึ้น พร้อมกับขยับสะโพกหนากดลงเน้นย้ำทุกครั้ง เรียกได้ว่าเขาดันมันเข้าสุดจนชนกับผนังด้านในก็ว่าได้ ทำเอาคนใต้ร่างถึงกับจิกเล็บลงบนแผ่นหลังแกร่ง สองขาของนางก็ถูกมือเรียวดันจนฉีกออกกว้าง โดยมีขาแกร่งช่วยดันเอาไว้ ทำให้ทั้งคู่ยังคงบดเบียดตัวตนแนบกัน “อื้อ!..คุณชายข้าน้อยเสียว” เสียงครางหวานเปล่งออกมา ก่อนจะรั้งเอาใบหน้าเขามาแลกลิ้นกันอีกครั้ง ซึ่งอีกฝ่ายก็ไม่ปฎิเสธแม้แต่น้อยเพราะเขานั้นชอบใจอยู่แล้ว ทุกสัมผัสทั้งคู่ต่างก็ตอบรับกันเป็นอย่างดี เรียกว่าเข้าขากันมากก็ว่าได้ เพราะด้านบนกระเด้า ด้านล่างก็ขมิบช่องรักจนเขาครางเสียวแทบไม่เป็นประสา นางดูดตวัดเกาะเกี่ยวปลายลิ้นเขาจนน้ำลายไหลเยิ้มออกมา แต่ทั้งคู่ก็หาได้ใส่ใจไม่เพราะยามนี้สะโพกหนาเริ่มขยับเร็วขึ้น จึงทำให้ม่านอี้ร้องครางออกม
ค่ำคืนอันเหน็บหนาวท่ามกลางเดือนเสี้ยว มันดูอ้างว้างสำหรับคนที่กำลังเจ็บปวดเพราะความรัก ร่างเล็กของสตรีนางหนึ่งกำลังนั่งนิ่งเมื่อได้รู้ข่าวว่าคนรักของตนกำลังเข้าพิธีมงคลกับสหายสนิทของนาง ซึ่งคบหากันมาเกือบหนึ่งปีตั้งแต่หลุดเข้ามาอยู่ในยุคปัจจุบันนี้ ใช่! ซูม่านอี้คือสตรีที่หลุดมาจากอีกยุคตัวเป็นๆ ในวัยสิบเก้าปีนางจึงฉลาดพอที่จะเอาตัวรอดได้ และเรียนรู้การใช้ชีวิตในยุคโบราณ แม้ตอนแรกมันจะยากก็เถอะ แต่สุดท้ายก็สามารถหารายได้จนสร้างฐานะขึ้นมา จึงย้ายตนเองเข้ามาอยู่ในเมืองหลวง และพบรักกับคุณชายหาน แต่วันนี้คนรักกำลังเข้าพิธีมงคล ม่านอี้จึงได้แต่นั่งกลุ้มอยู่คนเดียวที่ศาลาริมน้ำนอกเมือง เพราะไม่อยากได้ยินข่าวมงคลที่ผู้คนมักเอ่ยถึง นางใช้สุราปลอบใจจนดึก ก็ไม่ยอมกลับดูท่าคงจะเมาหลับอยู่ที่นี่เป็นแน่ “เหวินรุ่ยตรงนั้นมีสตรี” เสียงทุ้มของบุรุษผู้หนึ่งเอ่ยขึ้น ก่อนยิ้มร้ายจะผุดขึ้นมา แล้วตรงไปหาคนที่นั่งยกไหสุราดื่ม โดยไม่สนใจเลยว่ามีคนเดินมา “แม่นางเจ้ามานั่งทำสิ่งใดที่นี่” บุรุษหนุ่มเอ่ยถามทันที ม่านอี้หันกลับมามองเล็กน้อย คิ้วสวยขมวดกันเป็นปม แต่ไม่ได้ตอบสิ่งใดออกมา เพราะยามนี้นางเริ่มมึนแ
หลังจากทานอาหารแล้วเสร็จ สองสหายก็เดินมานั่งในสวนอีกครั้ง โดยมีจิวซูนั่งเล่นที่ศาลากลางสระบัวกับเสี่ยวจู นางแอบชำเลืองมองสองหนุ่มอย่างตื่นกลัว เกรงว่าผู้ที่มาเยือนจะบอกเล่าเรื่องราวระหว่างนางกับเขา “คุณหนูแน่ใจว่าจะอยู่ที่นี่ต่อหรือเจ้าคะ หากใต้เท้ากวนซีพูดถึงเรื่องนั้นขึ้นมาจะมิแย่เอาหรือเจ้าคะ”
สายของวัน ใต้เท้าหนุ่มตื่นมาก็ไม่เห็นสตรีตัวน้อยเช่นเดิม ทั้งที่เขาจับนางกินจนเกือบรุ่งสาง ไม่รู้ว่านางมีแรงลุกหนีไปได้เช่นไร ชื่อแซ่ก็ไม่ได้ถามไถ่เอาไว้ “ข้าควรต้องล่ามเจ้าไว้หรือไม่เด็กน้อย” น้ำเสียงนี้ไม่ได้หงุดหงิดอย่างเคย ซ้ำยังปะปนความเอ็นดูกับการกระทำของผู้ที่หายไปด้วยซ้ำ นางคงเป็นสตรีคนเด
สะโพกหนาขยับกระแทกท่อนเอ็นใส่ถี่รัว นัยน์ตาคมก็จ้องมองสองเต้าที่มันกระเพื่อมไหว เม็ดเหงื่อก็เริ่มปรากฏจนสะท้อนเป็นแสงระยิบระยับยามต้องกับแสงจันทร์ ด้านบน ซึ่งมันเริ่มสูงขึ้นจนสาดส่องมาให้เห็นร่างของทั้งคู่ชัดเจน ยิ่งไปกว่านั้นยิ่งดึกเสียงหยาบโลนก็ยิ่งดัง กระตุ้นกำหนัดของหลายๆ คู่ที่กำลังมัวเมากัน
เว่ยถิงเอ่ยจบก็โน้มใบหน้าเข้าไปแลกลิ้นดูดดึงกันจนเกิดเสียงแข่งกับด้านล่าง ยิ่งทำให้กำหนัดของคนถูกกระแทกลุกโชน จนตอดรัดขมิบร่องรักจนอีกคนร้องคราง “ซี๊ด!..เมียจ๋าอย่าดูดแรงพี่จะแตก” ว่านกงครางเมื่อรูรักคนน้องบีบรัดดุ้นเอ็นของเขา คงเพราะนางถูกปรนเปรอทั้งบนและร่างจากบุรุษสองคน จึงทำให้ตื่นเต้นมาก จนด้







