LOGINหานเย่มิอาจต่อต้านเสน่หาที่สตรีตัวน้อยมอบให้ได้เลย ยามนางขยับโยกกายบดเบียดเข้าใส่ ดุ้นเอ็นเขามันก็ชอบใจจนแข็งสู้ ปากที่เคยเอ่ยวาจาหวานหูก็แนบประกบสอดลิ้นเข้ามา จนเขาแทบจะสำลักตายเพราะรสจูบอันเร่าร้อนของนาง
"อ๊า!..ข้าชอบนางยิ่งนัก" กู๋ฟานเอ่ยขึ้น มือก็ยังคงรูดชักดุ้นเอ็นของตน มองร่างเปลือยเย้ายวนของสตรีแปลกหน้า ที่ดูเหมือนนางหิวกระหายเป็นอย่างมาก "ข้าก็ชอบนาง" กัวเล่อเอ่ยมิต่างกัน ก่อนจะเคลื่อนกายขยับไปนั่งอีกข้างของสหายที่ถูกร่างเล็กโยกขยับกินดุ้นเอ็นอยู่ มือเขาเลื่อนขึ้นไปบีบเคล้นเต้าสวย คนละข้างกับกู๋ฟาน จนหรานอวี้ครางในลำคอ นางจึงดันไหล่แกร่งของหานเย่ให้นอนราบบนตั่ง เพียงเท่านั้นลิ้นของทั้งคู่ก็แยกออกจากกันจนน้ำลายไหลย้อย เมื่อคนตัวโตนอนราบลงนางก็ตั้งขานั่งยองๆ เผยให้เห็นรูรักของตนกลืนกินดุ้นเอ็นอย่างชัดเจน หานเย่หายใจถี่รัวตื่นเต้นกับภาพตรงหน้ามิต่างจากสหาย ยิ้มร้ายเผยขึ้นบนใบหน้าหวาน ก่อนที่นางจะเริ่มกระดกสะโพกขยับมันขึ้นลง มือนั้นก็แยกออกไปสองทางเพื่อชักรูดแก่นกายให้บุรุษทั้งสองมิให้น้อยหน้ากัน มันช่างเป็นภาพหยาบโลนท่ามกลางแสงจันทรา ซึ่งเริ่มเคลื่อนคล้อยพร้อมที่จะจากไปยิ่งนัก แต่แรงสวาทที่ทั้งสี่มอบให้กันกลับมิมีทีท่าว่าจะหยุด เสียงซอยเอวสับสะโพกใส่ดุ้นเอ็นยังคงดังอย่างต่อเนื่อง ตับ! ตับ! ตับ! หรานอวี้บดกระแทกรูของตนใส่ท่อนลำใหญ่ถี่รัว ยามนี้ปากนางมิว่างแล้วเพราะถูกกู๋ฟานยัดดุ้นเอ็นใส่ ซึ่งนางก็เต็มใจดูดอมให้เขา สลับไปมากับดุ้นของกัวเล่อ โดยที่สะโพกกลมนั้นก็มิยอมหยุด หานเย่เห็นเช่นนั้นจึงอยากช่วยด้วยการจับตรึงเอวคอดเอาไว้ เขาเด้งสะโพกเสยดุ้นใส่รูของนางถี่รัว ตับ! ตับ! ตับ! "อ๊า!..ดูดดียิ่งนัก ..ยิ่งเอายิ่งมัน..ยิ่งแน่น..ซี๊ด!" "อ๊า!..รูนางดีจริงๆ..ซี๊ด!..ปากก็อุ่น" กัวเล่อเอ่ยชมบ้าง "ข้าเสียว!..เสียวมาก" กู๋ฟานเอ่ยได้เพียงเท่านั้น เพราะคนตัวเล็กเร่งดูดอมดุ้นเอ็นเขาถี่รัว เป็นเหตุให้อดไม่ได้ที่จะเด้ามันเข้าปากนางเช่นที่หานเย่เคยทำ ผู้ที่จับตรึงเอวคอดแล้วเด้งท่อนลำเข้าใส่ นอนมองภาพเบื้องหน้าสลับไปมากับรูรักด้านล่างของนาง เขามิเคยได้เปี่ยมสุขเพียงนี้มาก่อน สตรีตัวน้อยผู้นี้ช่างเติมเต็มความต้องการได้ดีเสียเหลือเกิน ขนาดถูกสองสหายเขาจับกระแทกโดยไม่ปรานี นางก็ยังร้องขอให้แรงขึ้นและดูเหมือนจะมีความต้องการมากขึ้นด้วย "อ๊า!..ข้ามิไหวแล้ว..ซี๊ด!..ปากนางอุ่นและดูดดียิ่งนัก" กู๋ฟานมิอาจทนต่อการรูดรั้งของปากอิ่มได้ เขาเร่งเด้าสะโพกยัดดุ้นเอ็นใส่ปากนางเร็วขึ้น ในที่สุดก็พ่นน้ำรักขาวขุ่นออกมาจนไหลย้อยที่มุมปาก ด้านล่างก็ถูกกระหน่ำเด้าใส่ถี่รัวจนต้องเกร็งกระตุกปล่อยน้ำหวานของตนชโลมรดดุ้นเอ็นด้านใน แต่ปากนางกลับยังมิยอมหยุดดูดเลียกินน้ำกามของกู๋ฟานจนหัวมันวาว ทำเอาใต้เท้าหนุ่มถึงกับขนลุกซู่เมื่อเห็นการกระทำของนาง มิต่างจากคนที่กำลังเร่งเสยดุ้นเอ็นใส่รูรัก จนหานเย่มิอาจทนต่อภาพตรงหน้าได้ หัวบานหยักพ่นน้ำรักของตนใส่ร่องรูของหรานอวี้เช่นกัน "อ๊า!..ดียิ่งนัก" หานเย่เอ่ยชมร่องรูของนาง แต่จู่ๆร่างเล็กก็ลอยขึ้นจากตัวของสหาย นางถูกอุ้มมานอนราบลงบนพื้นพรมแสนนุ่มนวลกลางลาน "ต่อเลยนะเด็กน้อย ในเมื่อเจ้าร้องขอมันเอง" ว่าแล้วกัวเล่อก็ดันขาเรียวขาวให้แยกออก เผยกลีบบัวบานแย้มดูงดงามล่อตา เขารีบจับดุ้นเอ็นของตนกดเข้าไปในรูของนาง เสียงครางประสานกันของทั้งคู่ดังขึ้น พร้อมกับเสียงหยาบโลนตามมา ตับ! ตับ! ตับ! เนื้อกระทบกันดังขึ้น สองสหายก็นั่งมองพร้อมกับชักรูดท่อนเอ็นของตนไปด้วย เพราะเสียกันไปหลายน้ำแล้ว เกรงว่าจะสู้สตรีตัวน้อยมิได้ หากเป็นเช่นนั้นคงเสียชาติเกิดเป็นแน่ กัวเล่อกระแทกกายตนโหมใส่ร่างเล็กมิกลัวนางจะแตกหักเลยสักนิด เพราะแขนเล็กกอดรัดเขาแน่น สายตาก็ส่งมายั่วบุรุษที่นั่งมองราวกับกลัวเขาจะหมดอารมณ์ไปเสียก่อน แล้วจึงจับใบหน้าคมคายของคนที่อยู่บนตัวให้ก้มลงมาแลกลิ้นเสียงดัง "จ๊วบจ๊าบ" เพิ่มกำหนัดให้คนที่เด้าดุ้นเอ็นใส่ ก้นหนาของกัวเล่อกระดกขึ้นลงถี่รัว เสือกใส่แก่นกายของตนใส่รูของสตรีตัวน้อยจนมันแดงฉ่ำ น้ำรักที่พวกเขาพ่นใส่ ยามนี้มันไหลย้อนออกมา แต่มิได้ทำให้ความคับแน่นด้านในหายไปเลย ยิ่งเอายิ่งแน่นกระชับราวกับมีเวทมนตร์ตรึงเอาไว้ หรานอวี้ตวัดลิ้นเกาะเกี่ยวกับคนตัวโตอย่างเมามัน มือนางอยู่ที่หัวเขาและสะโพกหนา กดมันลงเพื่อสื่อให้รู้ว่าต้องการให้เขาเน้นย้ำทุกครั้งยามที่เด้าลงมา กัวเล่อก็ไม่ขัดต่อความต้องการของนาง เขาอยู่ในท่าคุกเข่าพับขาเพื่อพยุงให้เอวสอบนั้นขยับได้เร็ว ดุ้นเอ็นถูกชักเข้าออกจนเกิดเสียงของการเสียดสีด้านใน เป็นที่ถูกใจของคนที่นั่งดูเป็นอย่างมาก ยามนี้เขาทั้งสามตั้งใจที่จะไม่รุมนาง อยากเก็บเอาไว้กินนานๆนั่นเอง มิอยากให้สตรีตัวน้อยล้มหมอนนอนเสื่อไปก่อน "อื้อ!..แรงอีกนายท่าน..อ๊า!..ข้าเสียวรู" "อ๊า!..มิต้องห่วงเด็กน้อย ข้าจะกระแทกให้ถึงมดลูกเจ้าเลย" คนตัวโตยืดตัวขึ้นออกจากใบหน้าหวาน ยามนี้ทั่วทั้งร่างนางแดงก่ำไปหมดแล้ว แต่ถึงกระนั้นก็ยังคงร้องขอมิยอมหยุด กัวเล่อคุกเข่ายันกายขึ้น ก่อนจะดันขาเรียวอ้าออกกว้าง จากนั้นดุ้นเอ็นใหญ่ก็ถูกอัดกระแทกเด้าใส่มิหยั่ง จนร่างเล็กถึงกับหวีดร้องเสียงหลง เมื่อนางไปถึงฝั่งฝันเพราะคนตัวโตนั้นตะบี้ตะบันกระแทกใส่ถี่รัวสมใจนางยิ่งนัก "อ๊า!..แตกแล้วหรือเด็กน้อย..ต่อไปตาผัวแล้วนะ" กล่าวจบเขาก็จับตรึงเอวคอดแล้วเร่งเด้าดุ้นเอ็นใส่รูรัก จนกลีบบัวนั้นหุบกลืนแก่นกายของเขา เผยร่องรอยแดงด้านในปริ้นเข้าปริ้นออกน่ามอง "อ๊า!..มิไหวแล้ว..มาแล้ว..ซี๊ด!..อ๊า!" กัวเล่อร้องครางดังลั่น ก่อนจะเกร็งกระตุกปล่อยน้ำรักอีกรอบ เขากดเน้นลงสองสามทีเพื่อรีดน้ำออกให้หมด ก่อนจะถอดดุ้นเอ็นออก น้ำกามก็ไหลย้อยตามมาทันที หรานอวี้นอนหอบหายใจถี่ แต่ยังคงอ้าขารอให้ชายหนุ่มเข้ามาหาอีก "นายท่านขอพวกเราลองบ้างได้หรือไม่" เสียงคนสนิทของกัวเล่อเอ่ยขึ้น เพราะดูเหมือนผู้เป็นนายมิคิดจะจัดการต่อแล้ว แต่อันที่จริงทั้งสามหมายจะเก็บนางไว้กินนานๆต่างหาก "มิได้ ห้ามพวกเจ้าแตะต้องนางเด็ดขาด" เสียงเย็นยะเยือกเปล่งออกมาจากเจ้าของจวน หานเย่ลุกขึ้นเดินตรงมาหาร่างเล็ก ซึ่งส่งสายตายั่วเขาอยู่ ริมฝีปากอิ่มก็ยิ้มส่งให้ จนเขาอดมิได้ที่จะลงไปคลอเคลียกับร่างนาง "ยังมิอิ่มอีกหรือ พวกพี่อยากให้เจ้าพักก่อน เสียไปหลายน้ำแล้วนะ ประเดี๋ยวจะล้มป่วยเอารู้หรือไม่" เอ่ยบอกเสียงอ่อนโยน แต่มือกลับลูบวนที่ร่องกลีบ "อยากเอาต่ออีกเจ้าค่ะ นะเจ้าคะ น้องยังมิอิ่มเลย อยากถูกเด้าแรงๆตรงนี้..อื้อ!..มันเสียวดียิ่งนัก" เอ่ยบอกเขาพร้อมกับตะแคงเข้าหา มือนั้นก็ซุกซนจับดุ้นเอ็นใหญ่ชักขึ้นลงจนมันแข็งตัวเต็มที่ "มิพอจริงๆสินะ เช่นนั้นอย่าหาว่าพวกพี่ใจร้ายแล้วกัน" ว่าจบหานเย่ก็เบียดกายเข้าแทรกกลางหว่างขานาง ดุ้นเอ็นใหญ่ถูกโยกขึ้นลงสองสามครั้งก่อนจะกดลงรูจนมิด มินานเสียงครางกระเส่าก็ดังขึ้นอีก สับเปลี่ยนกันระหว่างสหายจนเกือบรุ่งสาง จึงได้หยุดพักสลบไสลกันบนพรมกลางสวนนี่เอง ยามซื่อ [09:00-10:59] แสงแดดสาดส่องมากระทบใบหน้าหล่อเหลาของบุรุษทั้งสาม ทำให้ต้องงัวเงียตื่นขึ้น ยังดีที่ยามนี้มีผ้าผืนใหญ่ปกคลุมอยู่ จึงไม่เป็นที่อุจาดตาของบ่าวไพร่ในจวนนัก เพราะปกติผู้เป็นนายเสร็จกิจก็จะกลับเข้าเรือนนอน แต่ครานี้กลับสลบไสลกันที่กลางสวน "กัวเล่อ กู๋ฟาน เมียของเราหายไปแล้ว" หานเย่ร้องเสียงหลง เมื่อกวาดตามองมิเห็นสตรีตัวน้อยที่เขากอดเอาไว้เมื่อคืน "หา! อะไรนะ นางหายไปได้อย่างไร" กัวเล่อส่งเสียงด้วยความตกใจ ก่อนจะลุกขึ้นไปหยิบเอาอาภรณ์ของตนมาสวมใส่ แล้วโยนของสหายซึ่งอยู่ใกล้มือส่งให้ มองซ้ายแลขวาก็ไม่เห็นแม้เงาของคนที่ร่วมสวาทกันเมื่อคืน "หายไปได้อย่างไรกัน นางลุกไหวกระนั้นหรือ" กู๋ฟานลุกขึ้นมานั่งบนตั่งอย่างมึนงง มิคิดว่าสตรีที่พวกเขารุมกินเมื่อคืนจะหายไปได้ "นี่เราถูกฟันแล้วทิ้งหรือ?" หานเย่เอ่ยถ้อยคำบางเบาออกมา เกิดมายี่สิบเจ็ดปี มิเคยเกิดเรื่องเช่นนี้มาก่อน มีแต่พวกเขาที่เอาจนสตรีต้องร้องขอให้หยุด และเอาแบบคนต่อคน มิใช่ชายสามหญิงหนึ่งเช่นนี้ด้วย แต่เหตุใดนางยังสามารถลุกหนีหายไปได้ ทั้งสามนุ่งเพียงกางเกง และยังคงนั่งอยู่ในท่วงท่ามิต่างกันนั้นคือกุมขมับ มิรู้เพราะปวดหัว หรือเป็นเพราะมิเข้าใจว่าสตรีตัวน้อยจากไปได้เช่นไร แต่ที่แน่ๆพวกเขาสั่งคนให้ตามหานางแล้ว เริ่มตั้งแต่จวนของเขาเองนี้แหละ เพราะอาจจะเป็นสาวใช้ที่อยู่เรือนด้านหลังอยากร่วมสนุกกับพวกเขาก็เป็นได้ # หึหึ เป็นไงโดนฟันแล้วทิ้ง หง่อยเป็นหมาป่วยเลยสิ เจอฤทธิ์ลูกสาวฉันเข้าไป ถึงกับนั่งกุมขมับกันเลยเชียว ว่าแต่หรานอวี้ของแม่ลุกขึ้นได้ไงล่ะลูกเที่ยงของวันใหม่ คุณหนูฟานนอนจับไข้จนไม่สามารถลุกขึ้นได้ นางมีท่าทีตื่นกลัวอย่างเห็นได้ชัด จึงไม่ยอมให้บุรุษเข้าใกล้ ทั้งที่คราแรกก็อยากลิ้มลองรสสวาทของคู่หมาย แต่พอถูกเขาจับกระแทกเพียงหนเดียว ก็ถึงกับกลัวจนไม่อยากพบหน้า ยามนี้จึงเป็นม่านอี้ที่คอยดูแลนาง จนกระทั่งผ่านไปสองวันที่เยี่ยนเอ๋อหายดี จึงได้มีการพูดคุยกันภายในห้องที่เคยร่วมรักกัน โดยที่สวี่โหรวให้นางเป็นผู้ตัดสินใจ เพราะเขายังไงก็ได้ขอแค่อย่ามายุ่งกับม่านอี้ก็พอ ซึ่งข้อตกลงนี้ก็ไม่ได้มีแค่สวี่โหรวที่หยิบยื่นให้นาง เพราะสองคนสนิทก็ไม่ต้องการให้สตรีตัวน้อยที่ทำให้พวกเขาครางได้ทุกคืนจากไปเช่นกัน เพราะผู้เป็นนายอนุญาตให้นางปรนเปรอทั้งสองได้ไม่ต่างจากเขา แต่จะให้ว่ากันตามจริงคงเป็นพวกเขาที่ปรนเปรอให้นางมากกว่า เพราะม่านอี้นางกินจุเสียเหลือเกิน เผลอเป็นไม่ได้นางมักจะยั่วยวนจนบุรุษทั้งสามไม่อาจทานทน เยี่ยนเอ๋อนั่งก้มหน้าอยู่สักพักหนึ่ง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองคู่หมายของตนแล้วเอื้อนเอ่ยถ้อยคำสั่นเครือ “พี่สวี่ถอนหมั้นให้ข้าได้หรือไม่ ข้าไม่อยากแต่งกับท่านแล้ว ข้า..ข้าสู้ท่านไม่ไหวหรอกเจ้าค่ะ” “หึ! รู้ตัวก็ดี” เอ่ยจบสวี่โหรวก็ออกคำส
ยิ้มร้ายผุดขึ้นกับบุรุษทั้งสาม ก่อนที่จะปิดหน้าต่างแล้วรั้งเอาร่างคุณหนูฟานที่หนีมาคนเดียวเข้าห้องมาด้วย เพราะความอยากรู้อยากลองจึงทำให้เยี่ยนเอ๋อทำตามอย่างว่าง่าย นางมองร่างของคู่หมายอัดกระแทกสตรีแปลกหน้าอย่างเมามัน ด้านล่างก็เฉอะแฉะจนต้องเอามือลูบเบาๆ ทำให้คนสนิททั้งสองยิ้มกริ่ม เพราะผู้เป็นนายพยักหน้าให้แล้ว ทั้งคู่จึงเปลือยกายเผยท่อนลำใหญ่ไม่แพ้กันให้คุณหนูผู้เย่อหยิ่งได้จับต้อง ซึ่งทุกอย่างม่านอี้สัมผัสได้และนางก็ตื่นเต้นมากจึงคิดในใจ “อู๊ว!.นี่เขาจะจัดสวิงกิ้งเหรอ จริงหรือนี่ ฉันหลุดมาอยู่ในฮาเร็มหรือเปล่า ความฝันที่จะมีคนหล่อๆ รุมล้อมมาถึงแล้ว” นางนึกถึงคลิปที่ชอบดูในยุคปัจจุบัน สายตาบ่งบอกถึงความต้องการ จนสวี่โหรวยกยิ้ม ใช่ว่าเขาจะไม่เคยเรียกสตรีมาร่วมรักพร้อมกับคนสนิทที่เป็นดั่งเช่นสหาย บ่อยครั้งเสียด้วยซ้ำ แต่ก็คู่ใครคู่มันแต่ดูท่าครานี้คนตัวเล็กบนตัวคงอยากทำอะไรแปลกๆ อีกเป็นแน่ เขาจึงเอ่ยถามนางขึ้นมา “อยากได้อะไร หรือดุ้นข้ายังไม่พอ” คำถามนี้เขาเผยยิ้มให้นางด้วย ม่านอี้จึงกระซิบที่ข้างหูเขา “ม่านอี้อยากกินดุ้นคนสนิทของคุณชาย อ๊ะ! อ๊า! แล้วให้คุณชายกระแทกไปด้วยได้หรือไม
“อ๊า!...ซี๊ด!..เสียวเหลือเกิน” เสียงกระเส่าดังขึ้น ทำให้คนฟังได้ใจนางตะโบมดูดรั้งเพราะอยากให้เขาเสร็จสมในปากอย่างที่ตั้งใจ ซึ่งสวี่โหรวชอบใจยิ่งนัก บางคราเขาก็เด้งสะโพกสวนกลับขึ้นมา แต่นางก็ยังรอรับพร้อมกับห่อปากจนแก้มยุบ เป็นภาพที่ทำให้ใต้เท้าหนุ่มแทบคลั่ง น้ำลายกับน้ำรักเหนียวหนืดไหลย้อยเป็นสาย สวี่โหรวจ้องมองปากอิ่มกลืนกินท่อนเอ็นของตนเข้าออก ร่างกายเขามันก็สั่นสะท้านร้อนรุ่ม จนต้องกดหัวนางลงอย่างลืมตัว แต่สตรีนางนี้ก็หาได้โกรธเคืองเขาไม่ ม่านอี้ยังคงดูดรั้งจนฉ่ำเยิ้ม และมองเขาด้วยสายตายั่วยวน “อ๊า!..เจ้าช่างร้ายนัก..จะไม่ไหวแล้ว” เสียงกระเส่าเปล่งดังขึ้น ก่อนจะเด้งเอวสวนดุ้นของตนใส่ปากอิ่มนั้นถี่รัว จนคนรอรับเกือบจะสำลัก แต่ม่านอี้ก็ยังสู้ต่อ สวี่โหรวเร่งเอวสอบของตน จนในที่สุดเขาก็ถึงจุดหมายปลายทาง ร่างแกร่งกระตุกเกร็ง พร้อมกับมือใหญ่ที่กดหัวสตรีตัวน้อยเอาไว้ด้วย น้ำรักขาวขุ่นพวยพุ่งเข้าสู่ปากอิ่ม จนไหลเยิ้มออกมาจากมุมปาก ใต้เท้าหนุ่มมองด้วยสายตาคลั่งไคล้ ยิ่งเห็นนางดูดเลียส่วนหัวทำความสะอาดให้ด้วย แก้มสากก็ขึ้นเป็นสันนูนทันที ก่อนที่ลิ้นแดงจะกวาดเลียจนไม่เหลือน้ำรักแม้สักหยด
ม่านอี้สลบคาอกแกร่ง เพราะร่างกายเริ่มทนต่อความเหนื่อยล้าไม่ไหวแล้ว ยามนี้ตัวนางร้อนขึ้นเรื่อยๆ เพราะพิษไข้ ตั้งแต่ถูกจับมาก็ถูกจับสาดน้ำอยู่ตลอดจนตัวเปียกชุ่ม แต่ถึงกระนั้นถานสวี่โหรวก็ยังคงอุ้มนางเอาไว้ จนกระทั่งมาถึงกรมตรวจสอบที่เขาดูแลอยู่ ม่านอี้ถูกวางลงบนเตียงไม้ยาวซึ่งมีเอาไว้สำหรับให้เขานอนพักผ่อน และยังเป็นห้องทำงานที่เขาใช้อยู่ทุกวัน จนคนสนิทต่างก็มองหน้ากันอย่างสงสัย ก่อนจะถอยห่างตามคำสั่งของผู้เป็นนาย เพราะถานสวี่โหรวกำลังเปลี่ยนอาภรณ์ให้นาง ใต้เท้าจ้องมองร่างเย้ายวนที่มีรอยจ้ำแดงเพราะฝีมือเขา พลันรอยยิ้มที่ไม่ค่อยปรากฏก็เผยออกมา ก่อนจะยื่นมือขึ้นมาลูบเนินเขาอวบอิ่มของคนที่ไร้สติเบาๆ แก้มสากขึ้นเป็นสันนูนทันที พร้อมกับลำคอที่ขยับเคลื่อนเป็นระลอกคลื่น เพื่อกลืนก้อนน้ำลายอันเหนียวหนืดลงคอ “หนาว หือ หนาวเหลือเกิน” เสียงสั่นเครือดังขึ้น เรียกสติใต้เท้าหนุ่มให้ต้องรีบจัดการเปลี่ยนอาภรณ์ให้นาง ก่อนจะห่มผ้าให้จนถึงคอ แล้วร้องเรียกคนของตนเข้ามา “ต้มน้ำขิง แล้วก็ตามหมอมาดูนางด้วย” ออกคำสั่งเสียงเข้ม เพราะรู้ดีว่าคนสนิทคงมีข้อข้องใจเป็นแน่ “ขอรับ” สองสหายออกไปทำหน้าที่ ผ่านไปสอ
ชายหนุ่มรูปร่างกำยำเริ่มขยับสะโพกหนากระดกขึ้นลงช้าๆ เนิบนาบ ดึงเอาดุ้นใหญ่ของตนออกมาจนเกือบสุดแล้วดันเข้าไปอีกครั้ง ทำให้ม่านอี้ต้องดันใบหน้าคมคายนี้ออกห่าง เพื่อเผยอปากซูดเอาอากาศเข้าปอด เพราะการเสียดสีด้านในร่องรักนั้นมันทั้งปวดและเสียวอธิบายไม่ถูก “อ๊า!..ร่องของเจ้าดูดแน่นเหลือเกิน” เสียงครางกระเส่าแหบพร่าดังขึ้น พร้อมกับขยับสะโพกหนากดลงเน้นย้ำทุกครั้ง เรียกได้ว่าเขาดันมันเข้าสุดจนชนกับผนังด้านในก็ว่าได้ ทำเอาคนใต้ร่างถึงกับจิกเล็บลงบนแผ่นหลังแกร่ง สองขาของนางก็ถูกมือเรียวดันจนฉีกออกกว้าง โดยมีขาแกร่งช่วยดันเอาไว้ ทำให้ทั้งคู่ยังคงบดเบียดตัวตนแนบกัน “อื้อ!..คุณชายข้าน้อยเสียว” เสียงครางหวานเปล่งออกมา ก่อนจะรั้งเอาใบหน้าเขามาแลกลิ้นกันอีกครั้ง ซึ่งอีกฝ่ายก็ไม่ปฎิเสธแม้แต่น้อยเพราะเขานั้นชอบใจอยู่แล้ว ทุกสัมผัสทั้งคู่ต่างก็ตอบรับกันเป็นอย่างดี เรียกว่าเข้าขากันมากก็ว่าได้ เพราะด้านบนกระเด้า ด้านล่างก็ขมิบช่องรักจนเขาครางเสียวแทบไม่เป็นประสา นางดูดตวัดเกาะเกี่ยวปลายลิ้นเขาจนน้ำลายไหลเยิ้มออกมา แต่ทั้งคู่ก็หาได้ใส่ใจไม่เพราะยามนี้สะโพกหนาเริ่มขยับเร็วขึ้น จึงทำให้ม่านอี้ร้องครางออกม
ค่ำคืนอันเหน็บหนาวท่ามกลางเดือนเสี้ยว มันดูอ้างว้างสำหรับคนที่กำลังเจ็บปวดเพราะความรัก ร่างเล็กของสตรีนางหนึ่งกำลังนั่งนิ่งเมื่อได้รู้ข่าวว่าคนรักของตนกำลังเข้าพิธีมงคลกับสหายสนิทของนาง ซึ่งคบหากันมาเกือบหนึ่งปีตั้งแต่หลุดเข้ามาอยู่ในยุคปัจจุบันนี้ ใช่! ซูม่านอี้คือสตรีที่หลุดมาจากอีกยุคตัวเป็นๆ ในวัยสิบเก้าปีนางจึงฉลาดพอที่จะเอาตัวรอดได้ และเรียนรู้การใช้ชีวิตในยุคโบราณ แม้ตอนแรกมันจะยากก็เถอะ แต่สุดท้ายก็สามารถหารายได้จนสร้างฐานะขึ้นมา จึงย้ายตนเองเข้ามาอยู่ในเมืองหลวง และพบรักกับคุณชายหาน แต่วันนี้คนรักกำลังเข้าพิธีมงคล ม่านอี้จึงได้แต่นั่งกลุ้มอยู่คนเดียวที่ศาลาริมน้ำนอกเมือง เพราะไม่อยากได้ยินข่าวมงคลที่ผู้คนมักเอ่ยถึง นางใช้สุราปลอบใจจนดึก ก็ไม่ยอมกลับดูท่าคงจะเมาหลับอยู่ที่นี่เป็นแน่ “เหวินรุ่ยตรงนั้นมีสตรี” เสียงทุ้มของบุรุษผู้หนึ่งเอ่ยขึ้น ก่อนยิ้มร้ายจะผุดขึ้นมา แล้วตรงไปหาคนที่นั่งยกไหสุราดื่ม โดยไม่สนใจเลยว่ามีคนเดินมา “แม่นางเจ้ามานั่งทำสิ่งใดที่นี่” บุรุษหนุ่มเอ่ยถามทันที ม่านอี้หันกลับมามองเล็กน้อย คิ้วสวยขมวดกันเป็นปม แต่ไม่ได้ตอบสิ่งใดออกมา เพราะยามนี้นางเริ่มมึนแ
“ชิมอย่างไรหรือคนดี ทำให้พี่ดูทีเถอะ” อีกฝ่ายก็เจ้าเล่ห์เอ่ยถามราวคนไม่รู้ประสา ซูหลันยิ้มขันเล็กน้อยในท่าทีเชิญชวนของเขา ก่อนจะยื่นปลายลิ้นสีแดงออกมา ส่งไปตวัดเลียน้ำใสที่ปริมออกมาจนเยิ้มบนหัวบานหยัก ส่งผลให้ร่างแกร่งเกร็งตัวเล็กน้อย “อ๊า!..เมียพี่ลิ้นเจ้าดีเหลือเกิน” เสียงชมดังขึ้นเมื่อคนน้องตวัด
ด้านหรานอวี้ หอบร่างกายของตนกลับทางเดิมตั้งแต่เช้ามืดเมื่อคืน นางก็รีบชำระล้างร่างกาย พร้อมกับหายากินเพื่อมิให้ตนเองนั้นตั้งครรภ์ แม้จะไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้ แต่มารดาก็ตระเตรียมเอาไว้ให้เสมอ เกรงว่าวันใดวันหนึ่งบุตรสาวจะพลาดขึ้นมาด้วยน้ำมือบุรุษที่หมายปองนาง หารู้ไม่ว่าหรานอวี้เองต่างหากที่วิ
ริมฝีปากอิ่มกลืนกินดุ้นเอ็นใหญ่รูดขึ้นลงจนเกิดเสียง แม้อากาศจะเริ่มเย็นลงแล้ว แต่ความร้อนในร่างกายของทั้งสี่กลับเพิ่มมากขึ้น กัวเล่อนั่งมองพร้อมกับชักรูดมังกรของตน มิต่างจากกู๋ฟาน พวกเขามองการกระทำของสตรีแปลกหน้าก็พาให้เสียวซ่าน ยามที่สหายครางกระเส่ามันช่างกระตุ้นกำหนัดพวกเขาดียิ่งนัก "เด็กน้อยอยา
แคว้นเป่ย ดินแดนที่ขึ้นชื่อว่าสตรีมีน้อยกว่าบุรุษ มิรู้เป็นเพราะเหตุใดถึงได้เป็นเช่นนี้ หากนับให้เข้าใจง่าย ในหนึ่งร้อยคน จะมีสตรีแค่ยี่สิบเท่านั้น จึงเป็นที่มาให้แคว้นนี้สตรีสามารถมีอนุได้ แตกต่างจากแคว้นอื่น "คุณหนู คิดจะอยู่เป็นโสดเช่นนี้ไปถึงเมื่อใดกันเจ้าคะ อายุก็สิบแปดแล้วนะ" "อยู่เช่นนี้ก็







