เข้าสู่ระบบด้านหรานอวี้ หอบร่างกายของตนกลับทางเดิมตั้งแต่เช้ามืดเมื่อคืน นางก็รีบชำระล้างร่างกาย พร้อมกับหายากินเพื่อมิให้ตนเองนั้นตั้งครรภ์ แม้จะไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้ แต่มารดาก็ตระเตรียมเอาไว้ให้เสมอ เกรงว่าวันใดวันหนึ่งบุตรสาวจะพลาดขึ้นมาด้วยน้ำมือบุรุษที่หมายปองนาง หารู้ไม่ว่าหรานอวี้เองต่างหากที่วิ่งเข้าไปหามันเอง
ยามนี้นางนอนซมอยู่บนเตียงเพราะพิษไข้ เนื่องจากเกิดรอบเดือนในช่วงเช้าที่อาบน้ำพอดี นี่คงเป็นเหตุให้นางเกิดความต้องการเป็นอย่างมาก เมื่อบางสิ่งในร่างกายกำลังปรับตัว มันจึงกระตุ้นกำหนัดที่ถูกซ่อนอยู่ภายใน ช่างเป็นเวลาที่เหมาะเสียจริงกับเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืน “ตัวร้อนเชียว รีบทานโจ๊กนะ เจ้าจะได้กินยา” เสียงมารดาเอ่ยอย่างห่วงใย บุตรสาวก็ว่านอนสอนง่าย นางเชื่อฟังคำสั่งทุกอย่าง ยกเว้นเรื่องแต่งงาน “ข้ามิเป็นไรท่านแม่ ยามมีระดูก็เป็นเช่นนี้ประจำ” เอ่ยบอกเสียงแหบพร่า ทำเอามารดาเป็นกังวลอย่างมาก “ยังจะพูดอีก ดูสิ เสียงก็แทบจะไม่มีแล้ว” ตำหนิไม่จริงจังนัก ก่อนจะป้อนข้าวต้มให้บุตรสาวจนหมด “นอนพักเสีย แม่จะให้เสี่ยวผิงมาเฝ้า” เอ่ยจบก็ออกไป สาวใช้ก็เข้ามา หรานอวี้ยิ้มบางๆ ก่อนจะหลับตาลง ห้าวันผ่านไป หลังจากส่งคนตามหาสตรีตัวน้อย ชายหนุ่มทั้งสามกลับมิได้ข่าวคราวของนางเลย จึงได้แต่มานั่งหงอยกันที่กลางสวน เฝ้าคิดถึงแต่ผู้ที่หลงเข้ามามอบความสุขให้พวกตน จนอดคิดมิได้ว่านางอาจมิใช่มนุษย์ “นี่เจ้าเพ้อถึงเพียงนี้เชียวหรือกู๋ฟาน” หานเย่ตำหนิสหายพร้อมกับส่ายหัวในความคิดอีกฝ่าย “ก็นางมาโดยมิมีผู้ใดรู้ จู่ๆ ก็ปรากฎตัวจะไม่ให้ข้ารู้สึกได้เยี่ยงไร แต่ถึงกระนั้นข้าก็อยากให้นางมาอีกนะ คิดถึงเหลือเกิน เมียจ๋า! กลับมาหาพี่เถิด” ใต้เท้าหนุ่มคร่ำครวญอย่างที่มิเคยเป็นมาก่อน มิต่างจากสหายเลย แม้จะไม่พูด แต่กัวเล่อก็มีความรู้สึกมิต่างจากกู๋ฟาน จึงได้แต่นอนเหยียดกายบนพรมหนานุ่ม นอนมองพระจันทร์เสี้ยวที่มันกำลังขยับขึ้นมาช้าๆ “นางต้องเป็นคนแถวนี้แหละ ในจวนไม่มีก็ต้องหานอกจวน ที่สำคัญดึกดื่นมีเวรยามเฝ้า คนของข้าบอกว่ามิมีผู้ใดเล็ดลอดมา ต้องมีเส้นทางลับตรงไหนสักแห่งเป็นแน่” เจ้าของจวนเอ่ยถึงความเป็นไปได้ ก่อนจะสั่งให้คนของตนเสาะหาช่องทางที่ว่าตามกำแพง ด้านหรานอวี้ ยามนี้นางออกมานั่งเล่นในสวนหลังจากที่อาการดีขึ้นมากแล้ว มีสาวใช้อยู่ข้างกายมิห่าง “ตรงนั้นเขาทำสิ่งใดกันหรือพี่เสี่ยวผิง” เอ่ยถามพร้อมกับชี้นิ้วไปยังผู้คนที่กำลังทำบางสิ่งข้างกำแพง และเป็นจุดที่นางใช้มันลอดออกไปยังจวนอื่น “นายท่านสั่งให้ปิดรูหมารอดเจ้าค่ะ เห็นว่าจวนข้างๆ มีคนแอบเข้ามาทางนั้น มันอยู่ใกล้เรือนคุณหนู นายท่านเลยเกรงจะมีคนมิดีแอบเข้ามาเจ้าค่ะ” ถ้อยคำนี้ทำเอาหรานอวี้ถึงกับสะอึก จะมีใครแอบลอดเข้ามากัน มีแต่นางนี่แหละจะลอดออกไป ตั้งแต่คืนนั้นใจดวงนี้ก็กระวนกระวายหาบุรุษทั้งสาม อยากให้พวกเขาเอาดุ้นสอดใส่รูรักของตนอีก นึกถึงตรงนี้ด้านล่างก็เปียกแฉะ “งะ..งั้นหรือ” เสียงติดขัดดังขึ้น ยิ่งได้เห็นคนงานหนุ่มรูปร่างกำยำทำงาน เหงื่อโทรมกายระยิบระยับ กำหนัดก็ยิ่งก่อเกิดจนแทบจะควบคุมตนเองมิได้ “พี่ไปนอนเถอะ ข้าจะกลับเข้าเรือนแล้ว” ออกปากไล่สาวใช้ทันที นางแสร้งเดินกลับมาเมื่อเห็นสาวใช้ลับตา จึงเดินไปยืนหลบมุมที่สวนอีกรอบ “อื้อ!..เหตุใดข้าถึงกลายเป็นเช่นนี้ไปได้นะ” ตำหนิตนเองเบาๆ เพราะเมื่อก่อนนางมิได้มีอาการเช่นนี้ พอถูกกระตุ้นเพียงครั้งกลับติดใจจนเห็นแค่ร่างกายบุรุษก็มีความต้องการขึ้นมาเสียแล้ว จึงพยายามช่วยตนเองด้วยการหาสิ่งที่ใหญ่กว่านิ้วมาสอดใส่อย่างเช่นแตงกวาที่นางหยิบติดมาจากครัว อ้างว่าจะเอามาไว้กินเล่นเสียอย่างนั้น “อื้อ!..เสียวจัง หากได้ดุ้นจริงๆ ก็คงดี” เสียงครางแผ่วเบาดังขึ้น ในขณะที่นางยืนมองรูปร่างกำยำของคนงาน ซึ่งมีอยู่หนึ่งคนที่ท่าทางแตกต่างออกไปจากผู้อื่น ดูเหมือนมิใช่คนงานเลยสักนิด มันยิ่งกระตุ้นกำหนัดของนางไปอีก “อ๊า!..เอาข้าแรงๆ สิ เด้าข้าแรงๆ” ถ้อยคำหยาบโลนหลุดออกมาแผ่วเบา พร้อมกับชักท่อนแตงกวาเข้าออกถี่รัว แต่ขนาดของมันดูจะไม่ถึงใจนางสักเท่าไหร่นัก แต่ก็พอแก้ขัดไปได้ในยามนี้ หรานอวี้จึงยกขาเรียวของตนเหยียบบนกระถางต้นไม้ เพื่อให้ช่องทางนั้นอ้าออก “อื้ม!..อ๊า!..ข้าอยากได้คนงานผู้นั้นจัง” นางเอ่ยพร้อมกับมองไปยังร่างแกร่ง ซึ่งยามนี้พวกเขาเสร็จการทำงานตรงช่องหมารอดแล้ว จึงเริ่มแยกย้ายกันกลับเรือนพัก มีแค่บุรุษหนุ่มรูปงามผิวพรรณหมดจดนั่นแหละที่ยืนอยู่ที่เดิม และมองขึ้นไปบนเรือนของคุณหนูหรานอวี้ “เขามองขึ้นไปด้านบน หรือจะสนใจข้ากันนะ เช่นนั้นหากให้เขาช่วยเราก็จะมีดุ้นเอาไว้แหย่รูทุกวันน่ะสิ” คิดได้เช่นนั้นหรานอวี้ก็โยนแตงกวาทิ้ง นางแสร้งส่งเสียงร้องออกมาเพื่อดึงความสนใจ ทำให้คนงานหนุ่มรีบวิ่งตรงเข้ามาทันที “คุณหนูเหตุใดถึงมาอยู่ตรงนี้ได้ขอรับ” “ข้าออกมาเดินเล่นน่ะ เจ็บขาจัง เจ้าช่วยอุ้มข้าไปส่งได้หรือไม่” บอกเสียงอ้อน พร้อมกับยกมือคล้องคออีกฝ่ายดื้อๆ จนชายหนุ่มเริ่มได้กลิ่นบางอย่าง เขาเผยยิ้มร้ายออกมา ก่อนจะช้อนอุ้มนางตรงไปที่เรือน “ปิดประตูด้วย” หรานอวี้เอ่ยบอกเขา เสียงประตูจึงปิดลงด้วยเท้าของชายหนุ่ม “วางข้าบนโต๊ะ” ออกคำสั่งทันที อีกฝ่ายก็ทำตามอย่างว่าง่าย “เจ้ามีนามว่ากระไรหรือ” ถามพร้อมกับลากมือลงตามอกแกร่ง ซึ่งมันยังคงมีเม็ดเหงื่อไหลอยู่ นางใช้นิ้วสะกิดเม็ดไตสีแดงเข้มของเขาเบาๆ พร้อมกับเลียริมฝีปากตนเองไปด้วย ยามนี้กำหนัดในร่างมันแผดเผาจนรุ่มร้อนมิอาจยับยั้งชั่งใจได้แล้ว มีแต่ปล่อยตามความต้องการเท่านั้น “ฟูหรงขอรับ ข้าน้อยนามว่าฟูหรง” ชายหนุ่มตอบเสียงกระเส่า น้ำลายเหนียวถูกกลืนลงคออย่างยากเย็น มองใบหน้างามที่อยู่ใกล้แค่คืบ ด้านล่างของเขามันก็ตื่นตัวแข็งจนปวดหนึบ “ฟูหรง ข้าอยาก เจ้าช่วยข้าได้หรือไม่” เอ่ยบอกอย่างมิอาย ซ้ำยังเปิดกระโปรงขึ้นจนเผยให้เห็นเนินเต่าอวบอูม “ได้หรือขอรับ ข้าน้อยช่วยคุณหนูได้จริงหรือ” เอ่ยถามเสียงแหบพร่าเพื่อความชัดเจนว่านางจะไม่เปลี่ยนใจ “ได้สิ ข้าอยากได้ดุ้นของเจ้า เอามันเข้ามาในรูข้านะ” ว่าพร้อมกับเลื่อนมือลงไปลูบลงที่เป้าของชายหนุ่ม ซึ่งยามนี้มันแข็งตั้งโด่จนกางเกงนั้นเปียกแฉะ หรานอวี้เห็นเช่นนั้นก็ตั้งขายกขึ้นเผยกลียบัวงามยั่วยวนอีกฝ่าย “พี่ฟูหรงใส่ดุ้นของท่านมาสิ ข้าอยากจนน้ำเยิ้มแล้วเห็นหรือไม่” กลีบบัวสีขาวอมชมพูปริออกเล็กน้อยอย่างเชิญชวน ทำเอาชายหนุ่มถึงกับตะลึงในความงามที่มิเคยได้พบพานมาก่อน เขาโน้มหน้าลงมาตรงกลางหว่างขาของนาง สูดดมเอากลิ่นน้ำรักอย่างโหยหา “ใจเย็นขอรับคุณหนู ร่องงามๆ เช่นนี้มันต้องทำความสะอาดเสียก่อน พี่ฟูหรงคนนี้จะมอบความสุขให้เอง” เอ่ยบอกเสียงกระเส่า ก่อนที่ใบหน้านี้จะค่อยๆ ก้มมุดลงที่กลีบบัวของนาง โดยใช้ลิ้นปาดเลียจนหรานอวี้สะดุ้งเฮือก “อื้อ!..ลิ้นพี่สากดีจัง” เอ่ยชมเสียงหวาน แขนน้อยทั้งสองข้างถูกวางค้ำยันร่างตนเอง เพื่อจะได้มองการกระทำของอีกฝ่ายได้ชัดเจน หรานอวี้มองลิ้นของฟูหรงปาดเลียลงที่ร่องรูของตน บางคราเขาก็ขบเม้มเม็ดเสียวให้ ยามที่ลิ้นสากตวัดเลียลงดุนเข้าไปนางก็ครางเสียงหลง จนคนตัวโตต้องเงยขึ้นเพื่อปรามนาง “อย่าดังสิขอรับ ประเดี๋ยวจะมีคนมาขัดความสุขเรานะ” “ก็พี่สอดลิ้นเข้าไปลึกนี่หน่า ข้าเสียวมากเลย” บอกเสียงหวาน ดวงตาสวยก็ยังคงส่งยั่วยวนไม่ปิดบัง “แค่ลิ้นเอง ประเดี๋ยวต้องเจอดุ้นใหญ่ของพี่นะคนดี ต้องอดทนนะขอรับ เราจะได้เสียวกันทั้งคืน” กล่าวจบเขาก็ก้มลงดูดเลียร่องรูให้นางอีกครั้ง ครานี้เขาเร่งความเร็วขึ้น เพื่อให้นางถึงจุดหมายตามความต้องการที่ดูเหมือนจะมีมากเหลือเกิน ปลายลิ้นสากตวัดควงอยู่ด้านในชักเข้าออกจนเกิดเสียงหยาบโลนตามมา ชายหนุ่มใช้นิ้วสอดเข้าไปช่วยด้วยอีกแรง เมื่อเห็นอาการของคุณหนูดูท่าจะทนได้อีกไม่นานเขาก็ผละปากออก ขึ้นไปจูบแลกลิ้นกับนาง แต่นิ้วในรูกลับเพิ่มเป็นสอง แล้วกระหน่ำกดชักใส่ถี่แรงจนหรานอวี้มิอาจทานทนต่อความเสียวซ่านนี้ได้ นางถึงกับฉี่แตกออกมาพร้อมกับน้ำรัก เมื่อถูกนิ้วพิฆาตของคนงานหนุ่ม ฟูหรงยังคงบดจูบแลกลิ้นกับนางอย่างเร่าร้อน แม้คุณหนูจะน้ำแตกไปแล้ว มือที่อยู่ในรูเลื่อนขึ้นมาปลดเปลื้องอาภรณ์ผู้เป็นนาย แล้วรีบหันมาจัดการของตนบ้าง ลิ้นอุ่นละออกมาจากริมฝีปากอิ่ม น้ำลายของทั้งคู่ตามมาเป็นสาย ฟูหรงเอ่ยเสียงแหบพร่าหลังจากนั้น “ต่อไปเป็นดุ้นของพี่แล้วนะขอรับคุณหนู” # คนงานหุ่นดีน้องเลยไม่ทนเที่ยงของวันใหม่ คุณหนูฟานนอนจับไข้จนไม่สามารถลุกขึ้นได้ นางมีท่าทีตื่นกลัวอย่างเห็นได้ชัด จึงไม่ยอมให้บุรุษเข้าใกล้ ทั้งที่คราแรกก็อยากลิ้มลองรสสวาทของคู่หมาย แต่พอถูกเขาจับกระแทกเพียงหนเดียว ก็ถึงกับกลัวจนไม่อยากพบหน้า ยามนี้จึงเป็นม่านอี้ที่คอยดูแลนาง จนกระทั่งผ่านไปสองวันที่เยี่ยนเอ๋อหายดี จึงได้มีการพูดคุยกันภายในห้องที่เคยร่วมรักกัน โดยที่สวี่โหรวให้นางเป็นผู้ตัดสินใจ เพราะเขายังไงก็ได้ขอแค่อย่ามายุ่งกับม่านอี้ก็พอ ซึ่งข้อตกลงนี้ก็ไม่ได้มีแค่สวี่โหรวที่หยิบยื่นให้นาง เพราะสองคนสนิทก็ไม่ต้องการให้สตรีตัวน้อยที่ทำให้พวกเขาครางได้ทุกคืนจากไปเช่นกัน เพราะผู้เป็นนายอนุญาตให้นางปรนเปรอทั้งสองได้ไม่ต่างจากเขา แต่จะให้ว่ากันตามจริงคงเป็นพวกเขาที่ปรนเปรอให้นางมากกว่า เพราะม่านอี้นางกินจุเสียเหลือเกิน เผลอเป็นไม่ได้นางมักจะยั่วยวนจนบุรุษทั้งสามไม่อาจทานทน เยี่ยนเอ๋อนั่งก้มหน้าอยู่สักพักหนึ่ง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองคู่หมายของตนแล้วเอื้อนเอ่ยถ้อยคำสั่นเครือ “พี่สวี่ถอนหมั้นให้ข้าได้หรือไม่ ข้าไม่อยากแต่งกับท่านแล้ว ข้า..ข้าสู้ท่านไม่ไหวหรอกเจ้าค่ะ” “หึ! รู้ตัวก็ดี” เอ่ยจบสวี่โหรวก็ออกคำส
ยิ้มร้ายผุดขึ้นกับบุรุษทั้งสาม ก่อนที่จะปิดหน้าต่างแล้วรั้งเอาร่างคุณหนูฟานที่หนีมาคนเดียวเข้าห้องมาด้วย เพราะความอยากรู้อยากลองจึงทำให้เยี่ยนเอ๋อทำตามอย่างว่าง่าย นางมองร่างของคู่หมายอัดกระแทกสตรีแปลกหน้าอย่างเมามัน ด้านล่างก็เฉอะแฉะจนต้องเอามือลูบเบาๆ ทำให้คนสนิททั้งสองยิ้มกริ่ม เพราะผู้เป็นนายพยักหน้าให้แล้ว ทั้งคู่จึงเปลือยกายเผยท่อนลำใหญ่ไม่แพ้กันให้คุณหนูผู้เย่อหยิ่งได้จับต้อง ซึ่งทุกอย่างม่านอี้สัมผัสได้และนางก็ตื่นเต้นมากจึงคิดในใจ “อู๊ว!.นี่เขาจะจัดสวิงกิ้งเหรอ จริงหรือนี่ ฉันหลุดมาอยู่ในฮาเร็มหรือเปล่า ความฝันที่จะมีคนหล่อๆ รุมล้อมมาถึงแล้ว” นางนึกถึงคลิปที่ชอบดูในยุคปัจจุบัน สายตาบ่งบอกถึงความต้องการ จนสวี่โหรวยกยิ้ม ใช่ว่าเขาจะไม่เคยเรียกสตรีมาร่วมรักพร้อมกับคนสนิทที่เป็นดั่งเช่นสหาย บ่อยครั้งเสียด้วยซ้ำ แต่ก็คู่ใครคู่มันแต่ดูท่าครานี้คนตัวเล็กบนตัวคงอยากทำอะไรแปลกๆ อีกเป็นแน่ เขาจึงเอ่ยถามนางขึ้นมา “อยากได้อะไร หรือดุ้นข้ายังไม่พอ” คำถามนี้เขาเผยยิ้มให้นางด้วย ม่านอี้จึงกระซิบที่ข้างหูเขา “ม่านอี้อยากกินดุ้นคนสนิทของคุณชาย อ๊ะ! อ๊า! แล้วให้คุณชายกระแทกไปด้วยได้หรือไม
“อ๊า!...ซี๊ด!..เสียวเหลือเกิน” เสียงกระเส่าดังขึ้น ทำให้คนฟังได้ใจนางตะโบมดูดรั้งเพราะอยากให้เขาเสร็จสมในปากอย่างที่ตั้งใจ ซึ่งสวี่โหรวชอบใจยิ่งนัก บางคราเขาก็เด้งสะโพกสวนกลับขึ้นมา แต่นางก็ยังรอรับพร้อมกับห่อปากจนแก้มยุบ เป็นภาพที่ทำให้ใต้เท้าหนุ่มแทบคลั่ง น้ำลายกับน้ำรักเหนียวหนืดไหลย้อยเป็นสาย สวี่โหรวจ้องมองปากอิ่มกลืนกินท่อนเอ็นของตนเข้าออก ร่างกายเขามันก็สั่นสะท้านร้อนรุ่ม จนต้องกดหัวนางลงอย่างลืมตัว แต่สตรีนางนี้ก็หาได้โกรธเคืองเขาไม่ ม่านอี้ยังคงดูดรั้งจนฉ่ำเยิ้ม และมองเขาด้วยสายตายั่วยวน “อ๊า!..เจ้าช่างร้ายนัก..จะไม่ไหวแล้ว” เสียงกระเส่าเปล่งดังขึ้น ก่อนจะเด้งเอวสวนดุ้นของตนใส่ปากอิ่มนั้นถี่รัว จนคนรอรับเกือบจะสำลัก แต่ม่านอี้ก็ยังสู้ต่อ สวี่โหรวเร่งเอวสอบของตน จนในที่สุดเขาก็ถึงจุดหมายปลายทาง ร่างแกร่งกระตุกเกร็ง พร้อมกับมือใหญ่ที่กดหัวสตรีตัวน้อยเอาไว้ด้วย น้ำรักขาวขุ่นพวยพุ่งเข้าสู่ปากอิ่ม จนไหลเยิ้มออกมาจากมุมปาก ใต้เท้าหนุ่มมองด้วยสายตาคลั่งไคล้ ยิ่งเห็นนางดูดเลียส่วนหัวทำความสะอาดให้ด้วย แก้มสากก็ขึ้นเป็นสันนูนทันที ก่อนที่ลิ้นแดงจะกวาดเลียจนไม่เหลือน้ำรักแม้สักหยด
ม่านอี้สลบคาอกแกร่ง เพราะร่างกายเริ่มทนต่อความเหนื่อยล้าไม่ไหวแล้ว ยามนี้ตัวนางร้อนขึ้นเรื่อยๆ เพราะพิษไข้ ตั้งแต่ถูกจับมาก็ถูกจับสาดน้ำอยู่ตลอดจนตัวเปียกชุ่ม แต่ถึงกระนั้นถานสวี่โหรวก็ยังคงอุ้มนางเอาไว้ จนกระทั่งมาถึงกรมตรวจสอบที่เขาดูแลอยู่ ม่านอี้ถูกวางลงบนเตียงไม้ยาวซึ่งมีเอาไว้สำหรับให้เขานอนพักผ่อน และยังเป็นห้องทำงานที่เขาใช้อยู่ทุกวัน จนคนสนิทต่างก็มองหน้ากันอย่างสงสัย ก่อนจะถอยห่างตามคำสั่งของผู้เป็นนาย เพราะถานสวี่โหรวกำลังเปลี่ยนอาภรณ์ให้นาง ใต้เท้าจ้องมองร่างเย้ายวนที่มีรอยจ้ำแดงเพราะฝีมือเขา พลันรอยยิ้มที่ไม่ค่อยปรากฏก็เผยออกมา ก่อนจะยื่นมือขึ้นมาลูบเนินเขาอวบอิ่มของคนที่ไร้สติเบาๆ แก้มสากขึ้นเป็นสันนูนทันที พร้อมกับลำคอที่ขยับเคลื่อนเป็นระลอกคลื่น เพื่อกลืนก้อนน้ำลายอันเหนียวหนืดลงคอ “หนาว หือ หนาวเหลือเกิน” เสียงสั่นเครือดังขึ้น เรียกสติใต้เท้าหนุ่มให้ต้องรีบจัดการเปลี่ยนอาภรณ์ให้นาง ก่อนจะห่มผ้าให้จนถึงคอ แล้วร้องเรียกคนของตนเข้ามา “ต้มน้ำขิง แล้วก็ตามหมอมาดูนางด้วย” ออกคำสั่งเสียงเข้ม เพราะรู้ดีว่าคนสนิทคงมีข้อข้องใจเป็นแน่ “ขอรับ” สองสหายออกไปทำหน้าที่ ผ่านไปสอ
ชายหนุ่มรูปร่างกำยำเริ่มขยับสะโพกหนากระดกขึ้นลงช้าๆ เนิบนาบ ดึงเอาดุ้นใหญ่ของตนออกมาจนเกือบสุดแล้วดันเข้าไปอีกครั้ง ทำให้ม่านอี้ต้องดันใบหน้าคมคายนี้ออกห่าง เพื่อเผยอปากซูดเอาอากาศเข้าปอด เพราะการเสียดสีด้านในร่องรักนั้นมันทั้งปวดและเสียวอธิบายไม่ถูก “อ๊า!..ร่องของเจ้าดูดแน่นเหลือเกิน” เสียงครางกระเส่าแหบพร่าดังขึ้น พร้อมกับขยับสะโพกหนากดลงเน้นย้ำทุกครั้ง เรียกได้ว่าเขาดันมันเข้าสุดจนชนกับผนังด้านในก็ว่าได้ ทำเอาคนใต้ร่างถึงกับจิกเล็บลงบนแผ่นหลังแกร่ง สองขาของนางก็ถูกมือเรียวดันจนฉีกออกกว้าง โดยมีขาแกร่งช่วยดันเอาไว้ ทำให้ทั้งคู่ยังคงบดเบียดตัวตนแนบกัน “อื้อ!..คุณชายข้าน้อยเสียว” เสียงครางหวานเปล่งออกมา ก่อนจะรั้งเอาใบหน้าเขามาแลกลิ้นกันอีกครั้ง ซึ่งอีกฝ่ายก็ไม่ปฎิเสธแม้แต่น้อยเพราะเขานั้นชอบใจอยู่แล้ว ทุกสัมผัสทั้งคู่ต่างก็ตอบรับกันเป็นอย่างดี เรียกว่าเข้าขากันมากก็ว่าได้ เพราะด้านบนกระเด้า ด้านล่างก็ขมิบช่องรักจนเขาครางเสียวแทบไม่เป็นประสา นางดูดตวัดเกาะเกี่ยวปลายลิ้นเขาจนน้ำลายไหลเยิ้มออกมา แต่ทั้งคู่ก็หาได้ใส่ใจไม่เพราะยามนี้สะโพกหนาเริ่มขยับเร็วขึ้น จึงทำให้ม่านอี้ร้องครางออกม
ค่ำคืนอันเหน็บหนาวท่ามกลางเดือนเสี้ยว มันดูอ้างว้างสำหรับคนที่กำลังเจ็บปวดเพราะความรัก ร่างเล็กของสตรีนางหนึ่งกำลังนั่งนิ่งเมื่อได้รู้ข่าวว่าคนรักของตนกำลังเข้าพิธีมงคลกับสหายสนิทของนาง ซึ่งคบหากันมาเกือบหนึ่งปีตั้งแต่หลุดเข้ามาอยู่ในยุคปัจจุบันนี้ ใช่! ซูม่านอี้คือสตรีที่หลุดมาจากอีกยุคตัวเป็นๆ ในวัยสิบเก้าปีนางจึงฉลาดพอที่จะเอาตัวรอดได้ และเรียนรู้การใช้ชีวิตในยุคโบราณ แม้ตอนแรกมันจะยากก็เถอะ แต่สุดท้ายก็สามารถหารายได้จนสร้างฐานะขึ้นมา จึงย้ายตนเองเข้ามาอยู่ในเมืองหลวง และพบรักกับคุณชายหาน แต่วันนี้คนรักกำลังเข้าพิธีมงคล ม่านอี้จึงได้แต่นั่งกลุ้มอยู่คนเดียวที่ศาลาริมน้ำนอกเมือง เพราะไม่อยากได้ยินข่าวมงคลที่ผู้คนมักเอ่ยถึง นางใช้สุราปลอบใจจนดึก ก็ไม่ยอมกลับดูท่าคงจะเมาหลับอยู่ที่นี่เป็นแน่ “เหวินรุ่ยตรงนั้นมีสตรี” เสียงทุ้มของบุรุษผู้หนึ่งเอ่ยขึ้น ก่อนยิ้มร้ายจะผุดขึ้นมา แล้วตรงไปหาคนที่นั่งยกไหสุราดื่ม โดยไม่สนใจเลยว่ามีคนเดินมา “แม่นางเจ้ามานั่งทำสิ่งใดที่นี่” บุรุษหนุ่มเอ่ยถามทันที ม่านอี้หันกลับมามองเล็กน้อย คิ้วสวยขมวดกันเป็นปม แต่ไม่ได้ตอบสิ่งใดออกมา เพราะยามนี้นางเริ่มมึนแ
“ชิมอย่างไรหรือคนดี ทำให้พี่ดูทีเถอะ” อีกฝ่ายก็เจ้าเล่ห์เอ่ยถามราวคนไม่รู้ประสา ซูหลันยิ้มขันเล็กน้อยในท่าทีเชิญชวนของเขา ก่อนจะยื่นปลายลิ้นสีแดงออกมา ส่งไปตวัดเลียน้ำใสที่ปริมออกมาจนเยิ้มบนหัวบานหยัก ส่งผลให้ร่างแกร่งเกร็งตัวเล็กน้อย “อ๊า!..เมียพี่ลิ้นเจ้าดีเหลือเกิน” เสียงชมดังขึ้นเมื่อคนน้องตวัด
หานเย่มิอาจต่อต้านเสน่หาที่สตรีตัวน้อยมอบให้ได้เลย ยามนางขยับโยกกายบดเบียดเข้าใส่ ดุ้นเอ็นเขามันก็ชอบใจจนแข็งสู้ ปากที่เคยเอ่ยวาจาหวานหูก็แนบประกบสอดลิ้นเข้ามา จนเขาแทบจะสำลักตายเพราะรสจูบอันเร่าร้อนของนาง "อ๊า!..ข้าชอบนางยิ่งนัก" กู๋ฟานเอ่ยขึ้น มือก็ยังคงรูดชักดุ้นเอ็นของตน มองร่างเปลือยเย้ายวนขอ
ริมฝีปากอิ่มกลืนกินดุ้นเอ็นใหญ่รูดขึ้นลงจนเกิดเสียง แม้อากาศจะเริ่มเย็นลงแล้ว แต่ความร้อนในร่างกายของทั้งสี่กลับเพิ่มมากขึ้น กัวเล่อนั่งมองพร้อมกับชักรูดมังกรของตน มิต่างจากกู๋ฟาน พวกเขามองการกระทำของสตรีแปลกหน้าก็พาให้เสียวซ่าน ยามที่สหายครางกระเส่ามันช่างกระตุ้นกำหนัดพวกเขาดียิ่งนัก "เด็กน้อยอยา
แคว้นเป่ย ดินแดนที่ขึ้นชื่อว่าสตรีมีน้อยกว่าบุรุษ มิรู้เป็นเพราะเหตุใดถึงได้เป็นเช่นนี้ หากนับให้เข้าใจง่าย ในหนึ่งร้อยคน จะมีสตรีแค่ยี่สิบเท่านั้น จึงเป็นที่มาให้แคว้นนี้สตรีสามารถมีอนุได้ แตกต่างจากแคว้นอื่น "คุณหนู คิดจะอยู่เป็นโสดเช่นนี้ไปถึงเมื่อใดกันเจ้าคะ อายุก็สิบแปดแล้วนะ" "อยู่เช่นนี้ก็







