Accueil / อื่น ๆ / รหัสลับลาเต้ / บทที่ 5 The Sound of Silence

Partager

บทที่ 5 The Sound of Silence

Auteur: Bosskerr
last update Date de publication: 2025-06-30 21:01:58

“ในปัจจุบันเทรนด์เกี่ยวกับข้อมูลหรือ Data ถือว่าได้รับความนิยมอย่างมาก เพราะ Data เหล่านี้ให้ข้อมูลที่มากกว่าตัวเลข เพราะสามารถบ่งบอกพฤติกรรมของผู้ใช้บริการของเรา และสามารถนำข้อมูลเหล่านี้มาคาดการณ์อนาคต รวมไปถึงเสริมกลยุทธ์การทำงานให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น”

อาจารย์ประจำวิชาบรรยายก่อนจะมองอย่างพอใจเมื่อนักศึกษาให้ความสนใจแล้วเลื่อนสไลด์ต่อไปแล้วบรรยายต่อ

“ไม่เพียงแต่หน่วยงานภาคเอกชนเท่านั้นที่หยิบข้อมูลเหล่านี้มาวิเคราะห์และปรับกลยุทธ์ในการทำงาน ทางฝั่งของหน่วยงานภาครัฐเองก็เล็งเห็นความสำคัญของเรื่องนี้เหมือน และเริ่มทำการเก็บรวบรวมข้อมูลที่มีอยู่ ในหน่วยงานรัฐมาวิเคราะห์และปรับมาใช้งานในภายภาคหน้าเช่นกัน เพราะฉะนั้นวันนี้เราจะมีเรียนเกี่ยวกับความหมายเกี่ยวกับการเก็บรวบรวมข้อมูลก่อนจะเริ่มมีใครอยากถามอะไรไหม?”

อาจารย์ถามเพิ่มซึ่งก็ไม่มีใครถามอะไรจึงเริ่มสอนต่อ แทนที่ตั้งใจเรียนก็ปัดดูข้อความที่ส่งในกลุ่มเซคที่ปิดเสียงเอาไว้ก่อน ดูเหมือนว่าเพื่อน ๆ ของเขาจะเริ่มถามเรื่องไร้สาระก่อนเรียนจบซะแล้ว

            -อาจารย์แกจะให้สไลด์หลังจบไหมวะ

            -มึงตั้งใจเรียนจริงป่ะเนี่ย ในสไลด์แทบไม่มีเนื้อหาอะไร เงยหน้าจากเกมมามองซะ

            -ฉิบหายล่ะ มัวแต่ตีป้อม ยืมเลคเชอร์ใครได้มั้งวะ

            -พ่อแม่จ่ายค่าเทอมให้ทั้งทีก็ตั้งใจเรียนหน่อยดิวะ นี่มันขายความส่งความเรียนชัด ๆ

            -โอ๊ย! อย่าพูดเรื่องจริงดิเพื่อน ผมขอโทษ ว่าแต่มีใครให้ยืมได้ไหม

            -เออ ๆ เดี๋ยวให้ยืม เงยหน้าได้แล้ว อาจารย์เริ่มสนใจแล้ว

            “เอาล่ะ เมื่อกี้อาจารย์พูดไปแล้ว แต่มีใครจะตอบได้ไหมว่าการเก็บข้อมูลคืออะไร?”

อาจารย์ถามพร้อมกับจ้องเขม็งราวกับรับรู้ว่ามีคนไม่ได้ฟัง นักศึกษาบางส่วนหลังตรงเหงื่อออกผลั่ก ๆ ทำให้แทนยกมือขึ้นตอบเพื่อไม่ให้เรื่องลามปาม เพราะเขาอยากจะเรียนต่อแล้ว

            “Data Collection คือ กระบวนการเก็บรวบรวมข้อมูลจากแหล่งต่าง ๆ เพื่อนำมาใช้ในการวิเคราะห์ ประมวลผล หรือจัดเก็บเพื่อใช้ในการตัดสินใจ การเก็บข้อมูลสามารถทำได้หลายวิธี เช่น การสัมภาษณ์ผู้เกี่ยวข้อง การสำรวจแบบสอบถาม การเก็บข้อมูลจากฐานข้อมูลออนไลน์ หรือการเก็บข้อมูลจากการวิเคราะห์ข้อมูลที่มีอยู่แล้ว การเก็บข้อมูลที่ถูกต้องและเพียงพอเป็นสิ่งสำคัญในการใช้ข้อมูลให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการทำงานต่อไป”

            หลังจากที่แทนตอบไปอาจารย์ก็พยักหน้าอย่างพอใจ และเพื่อน ๆ ที่ไม่ได้ฟังก็มองราวกับว่าเขาเป็นพระมาโปรด

            “เอาล่ะ ดีใจที่รู้ว่ามีคนตั้งใจฟัง ซึ่งข้อมูลที่เก็บได้จะจัดเป็น 2 ประเภทด้วยกันนั่นก็คือ ข้อมูลเชิงปริมาณ (Quantitative Data) และ ข้อมูลเชิงคุณภาพ (Qualitative Data) ซึ่งข้อมูลเชิงปริมาณคือ...”

***

            หลังจากจบคลาสวันนี้ เพื่อนร่วมคลาสก็ตรงเข้ามาแทนที่กำลังเก็บของด้วยรอยยิ้ม

            “ขอบคุณมากนะเพื่อนที่ช่วยเอาไว้ ไม่งั้นแย่แน่”

            “ใช่ ๆ ใคร ๆ ก็รู้ว่าประภาสไม่ชอบให้นักศึกษาไม่สนใจเวลาสอน”

            “ไม่เป็นไร เราเองก็ไม่อยากให้เกิดปัญหาเท่านั้น”

แทนบอกปัดไปราวกับเรื่องที่ตัวเองทำเป็นเรื่องธรรมดา ทำให้เพื่อนพยักหน้ารับทราบและไม่ตื้อเรื่องนี้อีก แต่ถามเรื่องอื่นแทน

            “โอเค งั้นวันนี้ไปไหนไหมว่ะ เดี๋ยวกูเลี้ยงเอง”

            “ไม่ล่ะ พอดีต้องเคลียร์งานอยู่ แต่ถ้าอยากขอบคุณขอทรูวอเล็ตสัก 100-200 พอ มีของที่อยากได้ในเกมพอดี”

แทนบอกไปเรื่องอื่นเนื่องจากรู้ดีว่าเพื่อนอยากตอบแทน

            “ได้ดิ งั้นวันนี้เจอกันในเกมไหม?” เพื่อนโอเคทันที จะได้ไม่รู้ติดหนี้กัน ยังไงแต่ละเดือนพวกเขาก็ตอบเกมกันไม่น้อยอยู่แล้ว เพิ่มไปอีกสักร้อยก็ไม่ได้เดือดร้อนอะไรเพิ่ม

            “กูว่างประมาณสองทุ่ม ได้ป่ะ”

            “ดีล เจอกัน” เมื่อตกลงกันได้ก็พากันแยกย้ายไป แทนเองก็ไปยังร้านประจำที่เหมือนว่าหลายวันมานี้เขาจะไปทุกวัน

ร้าน The Break เป็นร้านที่นับวันยิ่งมีลูกค้าแวะเวียนเข้ามาเพิ่มขึ้น ทั้งนักศึกษาหรือวัยทำงาน หากมีโต๊ะให้นั่งก็จงรีบเข้าไปนั่งมิเช่นนั้นจะมีคนเข้าไปแย่ง เดี๋ยวนี้ที่นั่งอันแสนสุขสบายเริ่มเป็นของแรร์ แต่ก็ไม่มีใครนั่งกินเวลาเกินชั่วโมง บางคนนั่งไม่เกิน 15 นาทีก็เดินออกจากร้านราวกับต้องการไปทำอะไรสักอย่าง

แต่ก็ไม่ได้ความว่าเมื่อไม่มีที่นั่งแล้วจะไม่มีคน เพราะลูกค้าที่เห็นว่าที่นั่งเต็มก็จะสั่งแบบกลับบ้าน แล้วร้านก็เป็นส่วนตัวขนาดที่มีคนอยู่มากแค่ไหนก็แทบไม่มีเสียงดังจากการพูดรบกวนเลย หลายคนเหมือนมีข้อตกลงกันเงียบ ๆ ในใจโดยไม่ต้องพูดออกมาว่าทุกคนในร้านต้องการความสงบที่หาได้ยากข้างนอก

แถมคนส่วนใหญ่ไม่ค่อยพาคนรู้จักหรือเพื่อนฝูงมาที่ร้านนี้กันสักเท่าไร พอจะมีคู่รักกันบ้าง แต่ไม่มีแก๊งเพื่อนขนาดใหญ่แบบที่ร้านอื่น ๆ มีเลย ชายหนุ่มตอบไม่ได้ว่าที่ไม่มีเพราะคนส่วนใหญ่เห็นแล้วว่าโต๊ะภายในร้านนั่งได้ไม่เกินสองคน หรือว่าคนส่วนใหญ่ลงความเห็นว่าพวกเขาควรมีพื้นที่ส่วนตัวที่ส่วนตัวจริง ๆ ห่างไกลเพื่อนฝูงบ้าง

และแทนเป็นแบบหลัง

เขาไม่ได้รังเกียจการมีเพื่อน แต่เขาอยากมีช่วงเวลาเงียบ ๆ เป็นของตัวเองที่ไม่มีใครรบกวน ดังนั้นเมื่อชายหนุ่มไปถึงร้านและมีโต๊ะว่างเขาก็ไม่รังเกียจที่จะเชิญตัวเองเข้าไปและนั่งลงทันที เขาสั่งเมนูเค้กส้มที่ชื่นชอบพร้อมกับลาเต้หอมหวานละมุนก่อนจะสังเกตภายในร้าน

เขาสนใจแอป LatteCode ว่ามันส่งสุ่มส่งข้อความมาจากอะไร ซึ่งนับวันเขายิ่งสงสัยว่ามันสุ่มจริงหรือเปล่าเพราะข้อความมันช่างรู้ใจทั้งที่บางครั้งเขาก็สั่งลายเดิม แต่ได้รับข้อความที่แตกต่าง ทำให้เมื่อวันนี้เรียนถึงการเก็บข้อมูลพอดีก็อดไม่ได้ที่จะหยิบเลคเชอร์ออกมาเทียบกับสถานการณ์จริง

วิธีที่ 1 ของการเก็บรวบรวมข้อมูลที่ง่ายที่สุดและมีประสิทธิภาพที่สุดคือ แบบสอบถาม ผู้ตอบแบบสอบถามจะได้รับชุดคำถามที่มีทั้งแบบปิดและแบบเปิด แบบสอบถามสามารถออกแบบได้ทั้งในรูปแบบออนไลน์หรือออฟไลน์ ข้อมูลที่ได้จากแบบสอบถามถือเป็นข้อมูลปฐมภูมิที่มีความถูกต้องและเป็นปัจจุบันมากที่สุด อีกทั้งการสอบถามได้ด้วยชุดคำถามเดียวกันสามารถทำได้ง่าย รวดเร็ว และสามารถสอบถามได้หลาย ๆ คนในครั้งเดียวกัน

แต่ร้านนี้ไม่ใช่ เจ้าของร้านไม่ได้มีการแจกกระดาษหรือแบบสอบถามภายในแอปเลย สิ่งที่เธอพูดก็มีแค่การต้อนรับเข้าร้านและตอนเสิร์ฟเท่านั้น พูดตามตรงแทนใช้บริการร้านนี้มาเป็นเดือน ๆ ยังไม่รู้เลยว่าเจ้าของร้านชื่ออะไร บ่งบอกได้เป็นอย่างดีว่าเจ้าของไม่มีทางใช้วิธีการนี้

เอาล่ะ งั้นไปวิธีการที่ 2 การสัมภาษณ์

การสัมภาษณ์เป็นวิธีการเก็บรวบรวมข้อมูลที่นิยมไม่แพ้กัน วิธีการนี้ใช้ในงานวิจัยด้านสังคมศาสตร์ โดยมีเครื่องมือในการวิจัยหลายแบบ เช่น การสัมภาษณ์ตัวต่อตัว และการสัมภาษณ์เจาะลึก ข้อดีของวิธีนี้คือสามารถอ่านความรู้สึกและสังเกตสภาพการณ์ต่าง ๆ จากผู้ถูกสัมภาษณ์ได้ และยังสามารถเจาะลึกเนื้อหาเฉพาะเรื่องที่สนใจได้ดี ทำให้ได้ข้อมูลที่น่าเชื่อถือ แต่ผู้สัมภาษณ์เองต้องมีทักษะสูงในการหาคำตอบและการใช้เวลานานเพื่อให้ได้ข้อมูลครบถ้วนตามที่ต้องการ

ซึ่งก็ข้อนี้ขีดฆ่าได้อย่างรวดเร็ว แม้ว่าเจ้าของร้านจะเป็นสาววัยทำงานที่มีอายุพอประมาณแต่ไม่ใช่คนช่างพูดช่างคุยกับลูกค้าไปทั่ว แม้แต่คนไปยืนรอให้พูดเจ๊าะแจ๊ะที่หน้าเคาน์เตอร์ก็ยังไม่มีเพราะคนส่วนใหญ่สั่งออนไลน์ผ่านแอปทั้งนั้น แถมแทนยังเห็นอีกว่าเมื่อร้านว่างไม่มีลูกค้าเข้ามา เธอก็จะไปนั่งอยู่หน้าคอมที่โต๊ะข้าง ๆ อีก

งั้นวิธีการที่ 3 ล่ะ? การสนทนากลุ่ม เป็นวิธีการเก็บรวบรวมข้อมูลที่มีการสัมภาษณ์ ซึ่งมักจะประกอบด้วยผู้เข้าร่วมสัมภาษณ์ที่จำกัดจำนวนเป็นกลุ่มเล็ก ๆ ประมาณ 6 – 10 คน และจะมีผู้สังเกตการณ์เข้าร่วมเพื่อบันทึกความคิดเห็นและพฤติกรรมของผู้เข้าร่วมสัมภาษณ์ในระหว่างการอภิปรายกัน เป็นวิธีที่ช่วยให้ได้ข้อมูลที่สามารถนำมาวิเคราะห์ได้เป็นรายละเอียด และช่วยในการวิจัยในด้านต่าง ๆ อย่างได้ผลอย่างมาก

เฮ้อ ชายหนุ่มแทบจะกาทิ้งทันทีเมื่ออ่านจบ เพราะแค่สัมภาษณ์ปกติยังไม่ใช่แล้วเอากลุ่มมาจากไหน ลูกค้าส่วนใหญ่ยังรวมกลุ่มกันไม่เกิน 2 คนอยู่เลย

แล้วถ้าเป็นวิธีการที่ 4 อย่างการ การวิจัยเชิงทดลอง ล่ะ? วิธีการเก็บรวบรวมข้อมูลแบบนี้ เน้นการค้นหาความจริง และประเมินผลต่อตัวแปร โดยควบคุมตัวแปรอื่น ๆ ที่สามารถมีผลต่อตัวแปรได้ แต่ตัวแปรอิสระหรือตัวแปรทดลองจะไม่ต้องควบคุม

ไม่อ่ะ ไม่เข้ากันเลย จะทดลองยังไง? มันไม่น่าจะใช่แต่ยังน่าสับสนอยู่จึงไม่ได้ขีดฆ่าไปโดยสิ้นเชิง

งั้นไปดูกันที่วิธีการที่ 5 การเก็บรวบรวมข้อมูลทุติยภูมิมีลักษณะที่แตกต่างจากการเก็บข้อมูลแบบข้อมูลปฐมภูมิที่ต้องเป็นการรวบรวมข้อมูลด้วยตนเอง ซึ่งจะเป็นการรวบรวมข้อมูลจากแหล่งต่าง ๆ เช่น ผลการวิจัยด้านกาแฟ ยอดขายสูงสุดของแต่ละแบรนด์ ความชอบของลูกค้า การพูดลอย ๆ ขึ้นมา หรือแม้แต่ประวัติผลการค้นหาที่รวบรวมมาจากทางเน็ต เหมือนที่หลาย ๆ แอปทำกัน โดยไม่ต้องมีการเข้าถึงหรือเก็บข้อมูลโดยตรงเอง

อันนี้ก็วงไว้ด้วยความน่าสนใจ แต่ชายหนุ่มได้ลองตรวจสอบแล้วว่าแอปไม่ได้มีการขออนุญาตเข้าถึงข้อมูลภายในเครื่องเลย และไม่มีการแอบสอดใส่ตัวดักจับข้อมูลด้วย ภายในร้านก็เงียบ ไม่มีคนพูดถึงเรื่องตัวเองเพียงลำพังเหมือนตัวร้ายเกรดบีในหนัง ทว่าก็ยังเข้าข่ายอยู่

ดังนั้นแทนจึงดูวิธีการสุดท้าย การสังเกตการณ์วิธีการเก็บรวบรวมข้อมูลแบบสังเกตการณ์เป็นวิธีที่สะดวกและเร็วที่สุดในการเก็บข้อมูล โดยไม่มีการแสวงหาข้อมูลจากบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้อง นอกจากนี้ยังสามารถใช้วิธีนี้ในการสังเกตคน สัตว์ สิ่งของ หรือสภาพแวดล้อมได้ แต่ควรใช้กับสถานการณ์ขนาดเล็กเท่านั้นเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่แม่นยำและเชื่อถือได้

เมื่อมาถึงข้อนี้แทนก็หยุดนิ่งแล้วมองไปรอบด้านที่เงียบจนเหลือเพียงเสียงดนตรีและเสียงเครื่องชงกาแฟที่ดังมาเบา ๆ ใช่แล้ว หากมีการเก็บข้อมูลจริง ๆ แอป LatteCode คงมีระบบเก็บข้อมูลจากบรรยากาศที่ไม่ใช้เสียงพูด คอยอ่านบรรยายกาศจากความเงียบ ตัดสินจากอารมณ์ที่แสดงออกทางสีหน้าระหว่างเลือก...

“ได้แล้วค่ะ”

“ขอบคุณครับ”

เครื่องดื่มและขนมที่มาส่งทำให้แทนมองฟองนมสามมิติที่ตีขึ้นเป็นรูปแมวแสนรู้ที่น่ารักจนไม่อยากยกแก้วขึ้นดื่ม แต่ก่อนที่จะได้ยกมือถือขึ้นมาถ่ายรูปก็มีข้อความเด้งเข้ามา

“ไม่ต้องยืนให้สูง ไม่ต้องยืนให้เด่น ขอแค่ยืนให้เป็น แล้วไม่ล้มก็พอ”

แทนอ่านข้อความแล้วยิ้มเมื่อนึกถึงเรื่องที่เกิดขึ้นวันนี้ที่ทำให้เขาได้รับมิตรภาพเพิ่มขึ้นมาแทนที่จะโดนหมั่นไส้

โป๊ะเชะ น่าสนใจว่าแอปนี้อ่านบรรยากาศจากผู้ใช้ได้ยังไง

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • รหัสลับลาเต้   บทที่ 20 Decode Me When You’re Ready

    “ครับ ผมกำลังจะกลับแล้วจริง ๆ ครับแม่”แทนที่เติบโตขึ้นจนไม่เหลือคราบของเด็กเนิร์ดคนเดิมพูดอย่างอ่อนโยนกับปลายสายขณะที่เก็บกระเป๋าของตัวเอง “ก็ตั้ง 5 ปีแล้วนะที่แกไม่ได้กลับมาน่ะแทน” “แม่ครับ ผมกลับไปฉลองปีใหม่กับที่บ้านทุกปีเถอะ ปีที่แล้วผมยังดื่มกับพ่อจนแม่ถ่ายภาพที่เลื้อยไปกับพื้นลงเฟซ ผมไม่ลืมนะครับ” “ก็ใครใช้ให้พ่อกับแกเมาขนาดนั้นล่ะ แล้วมันก็ไม่เหมือนกันนะ แกมาแป๊บเดียวก็ไม่เหมือนกลับมาหรอก”“ก็ได้ครับ ตอนนี้ผมก็กำลังกลับไปไงครับ คราวนี้ผมอยู่ยาวแน่เพราะผมกำลังจะย้ายไปคุมงานที่ไทย”ด้วยความที่แทนทำงานด้านวิศวกรฮาร์ดแวร์มากว่า 5 ปีก็ขึ้นซีเนียร์มากประสบการณ์ได้ ทำให้ทางสาขาใหญ่ตัดสินใจส่งเขากลับไปคุมบริษัทที่บ้านเกิดอย่างประเทศไทยหลังจากที่ชายหนุ่มส่งคำขอไปพักใหญ่ มันเป็นการเลื่อนตำแหน่งที่แทนพอใจมากที่สุดเพราะเขาเองก็คิดถึงครอบครัวมากเช่นกัน“จะกลับมาตรงเวลาไหม” พ่อถามแทรกขึ้นมาในสาย“ไม่แน่ใจครับ ถ้าเที่ยวบินไม่มีปัญหาก็ตรงเวลา”“งั้นพวกเราจะไปรอแกนะ”“ขอบคุณครับ และ...คราวนี้ผมคงไม่คิดจะไปทำงานต่างประเทศสักพักแล้วล่ะ”“ให้มันได้อย่างนั้นสิ แ

  • รหัสลับลาเต้   บทที่ 19 The Cup That Changed a City

    แทนทำการศึกษาและหาแนวทางในการใช้โค้ดนี้อย่างพิถีพิถันเพื่อไม่ให้ความคาดหวังของพี่มีนาที่มอบมันให้เขาต้องสูญเปล่า แถมเขายังยุ่งกับการฝึกงานที่ต้องใช้ความพยายามหนักมาก ไม่ว่าจะเรื่องภาษา ระบบการทำงาน สิทธิของพนักงานและรวมไปถึงการทำงานจริง ๆ ที่กินเวลาของเขาไปมากทำให้กว่าจะมีเวลาจริง ๆ ก็เป็นหลังจากที่ผ่านโปรไปแล้ว จากนั้นก็ต้องมาคิดว่าแอปนี้ควรจะปล่อยแค่ในไทยเท่านั้นหรือเปล่า? ตลอดเวลาที่เขาทำงานอยู่ที่นี่ก็พอจะมีเวลาเดินหาย่านของกิน ทำให้ทราบว่าแถวนี้มีร้านกาแฟเป็นหลักเป็นแหล่งเยอะกว่า ด้านรสชาติถึงจะแปลกลิ้นไปบ้างแต่คุณภาพก็ไม่ได้ด้อยไม่กว่าใครแต่...จุดกำเนิดมันอยู่ที่ไทยและข้อความก็เป็นภาษาไทย ไม่รู้ว่าบรรยากาศ การแสดงออกและการเลือกของคนต่างชาติจะเหมือนมากน้อยแค่ไหน ด้วยวัฒนธรรม ศาสนาและกฎหมายที่แตกต่างกัน การแสดงออกของผู้คนต่อบางสิ่งย่อมต่างกัน ทำให้เขาไม่แน่ใจว่าจะได้ผลแค่ไหนยังไม่นับรวมที่เขาต้องหาคลังคำศัพท์เพิ่มซึ่งไม่รู้ว่าจะกินใจเหมือนของภาษาไทย และพวกเขาจะเปิดใจหรือแค่มองผ่านว่ามันเป็นแค่ส่วนหนึ่งของการส่งเสริมการขายเท่านั้น เฮ้อ...ไม่ว่าจะคิดแบบไหนก็มีแต่อุปสรรคทั้งนั้น แ

  • รหัสลับลาเต้   บทที่ 18 The Latte You’ll Never Forget

    “เฮ้ย! จะจบแล้วก็เงียบ ๆ หน่อยดิว่ะ ใครยังไม่จ่ายเงินเซค อย่าหวังว่าจะได้ไปบายเนียร์[1] นะมึง”เหรัญญิกของเซคพูดเสียงเข้ม ทำให้แทนเงยหน้าขึ้นมาจากแท็บเลตแล้วเริ่มรู้สึกตัวจริง ๆ ว่าเขากำลังจะเรียนจบแล้ว ปีหนึ่งผ่านไปเร็วมาก เขายังรู้สึกเหมือนว่าเพิ่งเจอร้านกาแฟเปิดใหม่ไม่นานมานี้นี่เอง เขายังรู้สึกเหมือนว่าเพิ่งจดทฤษฎีเกี่ยวกับลายลาเต้ และเขาเพิ่งได้มีโอกาสร่วมแก้โค้ดสำคัญและออกความเห็นเกี่ยวกับแอปที่เปลี่ยนวิธีการมองโลกของเขาไปตลอดกาล และแป๊บเดียวเขาก็กำลังจะเรียนจบแล้ว “แทน! ครูปวินเรียก”ขณะที่กำลังเหม่อลอย หัวหน้าเซคก็เข้ามาเรียก ทำให้ผมเดินไปที่ห้องพักอาจารย์ทันที ครูปวินคือที่ปรึกษาเล่มจบของผม ธีสิสไม่น่าจะมีปัญหาอะไรเพราะครูชมมาตั้งแต่ต้นว่าเขาคิดหัวข้อได้ วางแผนการทำงานได้เยี่ยม และตอนที่พรีเซ้นต์จบอาจารย์ทุกคนก็ให้ผ่าน ดังนั้นที่ครูปวินเรียกเขาไปวันนี้คงไม่ใช่ปัญหาเรื่องธีสิสแน่นอน “สวัสดีครับครู มีอะไรหรือเปล่า”แทนถามแล้วไปนั่งที่เก้าอี้ในห้องอาจารย์ที่เตรียมไว้สำหรับแขกที่เข้ามา “ครูได้รับข้อเสนอที่ดีม

  • รหัสลับลาเต้   บทที่ 17 The Man Who Couldn’t Be Coded

    แทนคิดว่ากระแสตอบรับของ LatteCode เป็นไปได้ด้วยดีกว่าที่คาดเอาไว้เยอะ จนเริ่มมีร้านกาแฟขอติดต่อมาเอง ซึ่งชายหนุ่มก็จะเน้นย้ำว่านี้ยังเป็นแอปเบต้าเทสที่ยังไม่สมบูรณ์ อาจจะมีการปรับปรุง เปลี่ยนแปลงในอนาคตได้เสมอ ซึ่งส่วนใหญ่ก็ยอมรับและโอเคกับมันเพราะตอนนี้หลายคนกำลังมองหาอะไรแบบนี้ อะไรสักอย่างที่ช่วยเยียวยาจิตใจได้ในช่วงเวลาที่ทุกคนต่างก็ย่ำแย่กันทั้งนั้น ทว่าข้อความที่ได้รับการประมวลผลมาจากบรรยากาศ สีหน้าและการเลือกลวดลายบนฟองน้ำไม่ได้จะล่วงรู้ถึงอารมณ์ความรู้สึกของผู้คนได้ทั้งหมดมันแค่ทำการเคาเดาตามข้อมูลที่มีอยู่ในระบบ มันไม่สามารถรู้ลึกไปถึงอดีตของใครได้ มันไม่สามารถปรับเปลี่ยนข้อความไปตามการแปรปรวนของอารมณ์ได้ มันไม่สามารถซ่อมแซมบาดแผลใจใน หรือว่าตอบโต้เพื่อคาดความเหงา ความเศร้าให้กับคนได้อย่างจริงจังสิ่งที่มันทำก็คือการส่งข้อความที่ประมวลผลแล้วว่ามีประโยชน์ประโยคหนึ่งมาให้เท่านั้น การที่ผู้ใช้จะได้รับการช่วยแค่ไหน ก็ขึ้นอยู่กับคนที่ได้รับว่าเปิดรับมากเพียงใด ทว่า...มันยังมีอีกหลายคนที่ข้อความเหล่านี้ช่วยไม่ได้ เพราะสิ่งพวกเขาเหล่านั้นต้องการจริง ๆ ไม่ใช่แค่ข้อความจ

  • รหัสลับลาเต้   บทที่ 16 The Line Between Code and Soul

    “แล้วเราจะเอาไปปล่อยยังไงดี”นั่นคือคำถามสำคัญของมีนาและแทนที่มีร่วมกันหลังจากที่แก้โค้ดของแอปจนเสร็จตามที่พวกเขาตั้งใจเอาไว้ทุกประการ“ยังไงแอปนี้ก็เหมาะสำหรับผู้ใช้บริการร้านกาแฟทั้งหลาย เพราะงั้นต้องเอาแอปส่วนที่เป็นเจ้าของร้านไปแจกจ่ายก่อนเพื่อให้ลงเมนูของร้านตัวเอง ก่อนที่จะให้ลูกค้าสั่งได้”มีนาพูดอย่างเป็นการเป็นงาน“งั้น...ถ้าเราทำคล้ายแอปสั่งอาหารล่ะ แอปโชว์ร้านกาแฟที่เข้าร่วมกับแอป Latte Code แล้วเลือกไปที่ร้านนั้น ๆ เพื่อสั่งล่วงหน้าก่อนไปรับที่ร้านได้”แทนเสนอแนวคิดที่เอามาจากแอปสั่งอาหารในปัจจุบัน“แต่เราไม่มีตัวช่วยส่งออนไลน์”“ก็เราทดลองในวงแคบก่อนไม่ใช่เหรอพี่ งั้นเราก็แค่ไปเสนอให้ร้านกาแฟที่สนใจว่าสิ่งนี้จะเป็นเมนูออนไลน์ที่ให้ผู้คนดูได้ว่ามีอะไรน่าสนใจ และเมื่อสั่งลาเต้ไปก็จะได้ข้อความ”“ปัญหาคือลาเต้อาร์ตไม่ใช่อะไรที่ร้านทั่วไปจะมีให้หรอกนะ”มีนาชี้ให้เห็นถึงเรื่องที่สำคัญที่สุด“งั้นเราก็เข้าหาแต่ร้านที่มีสิพี่ เดี๋ยวผมช่วยในเรื่องนี้เอง”“แต่ว่าเราไม่ได้ให้การโฆษณาหรือค่าตอบแทนอะไร แล้วร้านพวกนั้นจะยอมใช้เหรอ”“พี่มีนา ผมจะหาร้านที่เข้าใจในสิ่งที่เราทำ เรื่องนี้พี

  • รหัสลับลาเต้   บทที่ 15 The Hidden Message

    “จะว่าไป ฉันก็ไม่มีช่องทางติดต่อนายเลยนะแทน” นั้นคือประโยคต้อนรับชายหนุ่มที่หลังเลิกคลาสก็เดินสะโหลสะเหลคล้ายซอมบี้ที่เพิ่งปีนขึ้นมาจากหลุมศพไม่น้อยเหตุผลหนึ่งของอาการนี้ก็คนถามนี่แหละ ชายหนุ่มไม่คิดมาก่อนว่าการสอบนอกตารางแบบนี้จะทำเขาเครียดได้ขนาดนี้ และอีกเหตุผลหนึ่งคือแทนต้องการเป็นส่วนหนึ่งในการแก้ไขแอปนี้จริง ๆ เขาอยากมีส่วนช่วยเหลือผู้คนแม้เพียงเล็กน้อย อุดมการณ์และความคาดหวังของมีนานั้นน่าชื่นชมมากเดี๋ยวนี้จะหาคนที่คิดแบบนี้ได้จากไหนอีก“ผมก็ไม่มีช่องทางติดต่อพี่เหมือนกัน ว่าแต่จะเอาไปทำอะไรครับ”“ก็ถ้าเราจะแก้ไขโค้ดด้วยกัน เราก็ควรจะติดต่อกันได้มากกว่าแค่รอแทนมาที่ร้านไม่ใช่เหรอ?”หญิงสาวถามพร้อมรอยยิ้มที่ทำให้ชายหนุ่มที่หมดแรงเมื่อครู่มีแรงลุกขึ้นยืนได้ด้วยความตื่นเต้น“นี่หมายความว่าผมผ่านแล้วเหรอครับ!”“ใช่แล้วสำหรับเด็กที่ยังเรียนไม่จบ นายถือว่าเก่งเลยล่ะ ดังนั้นถือว่าเป็นการฝึกล่วงหน้าล่ะกัน เค้กฟรี กาแฟฟรีพอเป็นค่าตอบแทนได้ไหม”มีนาพูดหยอกเล่นแต่ก็วางเค้กส้มของโปรดให้บนตะของแทนจริงๆ“ต่อให้ทำฟรีผมก็ทำ พี่ก็รู้นี่น่า”“แล้วจะเอาไหมเค้ก?”“เอาสิครับ ของฟรีแบบนี้ใครจะไม่เ

  • รหัสลับลาเต้   บทที่ 10 The One Who Saw Through It

    หลังจากที่แทนกล้าที่จะแนะนำตัวกับมีนา เขาก็เริ่มที่จะได้พูดคุยกับเจ้าของร้านที่มีความสามารถด้านไอทีเหลือล้นคนนี้ในเรื่องต่าง ๆ แม้ว่าเธอจะยังไม่บอกตอบคำถามตรง ๆ ทั้งหมดกับเขาอย่างที่เขาต้องการก็ตาม แต่เธอก็ชี้แนะแนวทางอย่างใจดี ทำให้เขารู้ตื่นเต้นที่จะหาความรู้เพิ่มเติมยิ่งกว่าเดิมซะอีก

  • รหัสลับลาเต้   บทที่ 9 Brewing Patterns

    หลังจากแทนได้พักผ่อนและเรียนเพิ่มเติม ชายหนุ่มก็สังเกตได้ว่าแอป LatteCode ได้มีการอับเดตอย่างเงียบ ๆ จนแทบไม่เป็นที่สังเกตด้วยซ้ำ เรื่องแบบนี้เขาจะมั่นใจได้ก็ต้องใช้ข้อมูลจากคนจำนวนมากหน่อย ซึ่งก็ไม่มีช่องทางไหนจะดีไปกว่าแท็กร้านอีกล่ะ#TheBreak -รู้สึกว่าเดี๋ยวนี้ร้านชงลาเต้เร็วขึ้นหรื

  • รหัสลับลาเต้   บทที่ 8 When the Cup Knows More Than You Do

    เมื่อพายุผ่านไป ฟ้าหลังฝนก็สดใสเหมือนจิตใจของมีนาที่ได้รับการเยียวยาจากแสงแดดและผู้คนที่ตบเท้าเข้ามาที่ร้านราวกับกำลังทดแทนช่วงเวลาที่มาไม่ได้ก่อนหน้านี้ การที่ได้กลับมาสู่การทำงานทำให้ภาพที่ไม่น่าจดจำในอดีตเลือนหายไป และสิ่งที่เจ้าของร้านสาวไม่รู้เลยก็คือไม่ใช่แค่เธอที่รอไม่ไหวที่จะเปิ

  • รหัสลับลาเต้   บทที่ 7 Broken Algorithms

    มีนาโชคดีมากที่ความชอบในการเขียนโค้ด เขียนโปรแกรมเงียบ ๆ เพียงลำพังของเธอได้ตรงต่อกระแสโลกที่กำลังพัฒนาพอดี และเธอได้เก่งในเรื่องที่ตัวเองต้องทำมาก แล้วพร้อมที่จะขวนขวายหาความรู้เพิ่มอย่างไม่เขินอาย เรียกได้ว่าเป็นคนที่เพิ่มที่จะเรียนรู้ได้ตลอดชีวิตแม้ว่าจะจบการศึกษาในรั้วมหาวิทยาลัยไปแล้วก็ตามเนื

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status