Masukเฉินเม่ยเหนียง นางเป็นบุตรสาวคนเดียวเจ้าเมืองเฟยลี่ เมืองหน้าด่านสำคัญก่อนเข้าสู่เมืองหลวงทางทิศเหนือ นางเป็นหญิงสาวงดงามราวหยาดน้ำค้างสะอาด และบริสุทธิ์ นางจึงเป็นที่หมายปองของเหล่าบุรุษ นางกลับเลี่ยงที่จะดูตัวทุกครั้ง แต่นางต้องมาแต่งงานกับบุรุษผู้ทรงอำนาจในกองทัพ และราชสำนักของแคว้นซู่
Lihat lebih banyakเฉินเม่ยเหนียงตื่นขึ้นมาในยามเย็น นางเผลอหลังไปตอนไหนไม่ทราบ มารู้ตัวอีกทีก็ใกล้ยามเซินแล้ว นางจึงลุกขึ้นจากตั่งเตียงเพื่อไปเตรียมอาหารเย็น เมื่อนางนั่งลงแล้ว นางกลับได้ยินเสียงของผาวเซียวดังเข้ามาในห้องนอนของนางและเหวินเจิ้น นางไม่ได้ยินเสียงผาวเซียวเช่นนี้นานแล้ว อีกทั้งเป็นเพลงพื้นบ้านของเมืองเฟยลี่ นางนำผ้าคลุมที่แขวนอยู่มาสวมใส่แล้วก้าวเดินออกไปนอกห้องโถง แล้วก้าวเดินไปตามเสียงผายเซียว ขณะที่นางก้าวเดินผ่านเหล่าองครักษ์พวกเขาก็คารวะนางเช่นทุกครั้ง (ยามเซิน คือ เวลา 15.00-16.59 น.) นางก้าวเดินมายังต้นท้อริมทะเลสาบจำลองในสวนข้างจวน แล้วมองขึ้นไปบนต้นท้อเห็นเหวินเจิ้นนอนทอดกายเป่าผายเซียวอยู่ ทำให้นางนึกสงสัยว่าทำไมเขาถึงขึ้นไปได้ทั้งที่ต้นท้อก็ไม่ได้เตี้ยแต่อย่างใด เขาเผ่าผายเซียวจนจบเพลง แล้วหันลงมามองเม่ยเหนียงที่อยู่ด้านล่างต้นท้อมองเขาขึ้นมา เขาจึงกระโดดลงมาจากต้นท้อ มายืนเผชิญหน้ากับนาง “ท่านขึ้นไปได้อย่างไร” นางเอ่ยถามด้วยความสงสัย “ข้าเองก็มีอาจารย์เคยสอนวิชาตัวเบา ไว้ใช้ในสนามรบเพลาข้าศึกบุกเข้ามาประชันชิดจะได้หลบทัน” เขาเอ่ยบอกนางด้วยรอยยิ้ม “เมื่อครู่ท่านเป่าเพล
เทศกาลซีซีในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ผู้คนคึกคักสัญจรไปมาเพื่อเที่ยวชมงาน เหวินเจิ้นจับมือเรียวของเฉินเม่ยเหนียงลงจากรถม้าด้วยรอยยิ้ม นางทอดสายตามองผู้คนในงานเทศกาลซีซีอย่างครึกครื้น นางรู้สึกตื่นเต้นยิ่งนัก นางแต่งเข้าสกุลเหวินมาหลายปี นางก็ไม่เคยได้ออกมาท่องเที่ยวในเทศกาลซีซีแม้แต่ครั้งเดียว เพราะส่วนมากเขาติดราชการกับต้าหวางจนเย็นค่ำ บางปีเขาก็นำทัพออกรบด้วยตัวเอง อาจจะอยู่เป็นปีกว่าจะกลับมา นางจึงไม่มีโอกาสได้ออกมาท่องเที่ยวกับเขา วันนี้โชคดีที่เขาไม่มีราชกิจอะไรในวังหลวง หว่านเอ๋อร์บอกนางว่า เหวินเจิ้นให้ตงฟางไปทูลบอกว่าตนเองไม่ค่อยสบาย หรืออีกนัยหนึ่งไม่ให้ต้าหวางเรียกเข้าเฝ้า การกระทำของเขาสร้างรอยยิ้มให้นาง ที่เขามีเวลาให้นางออกมาท่องเทียวด้วยกันเหมือนเมื่อสิบกว่าปีที่แล้ว แต่ว่าก็นางว่าเขาที่ไปหลอกลวงเบื้องสูง เพื่อมาท่องเที่ยวกับนาง เช่นเคยเมื่อเขาออกไปไหนนอกจวนจะมีเหล่าองครักษ์คอยติดตามมาประมาณแปดคน ทำให้ผู้คนสนใจพวกเขา เพราะรู้ว่าองครักษ์เสื้อเกาะของเหวินเจิ้นโหดเหี้ยมแค่ไหน เม่ยเหนียงก็ห้ามเขาว่าอย่าพาพวกเขามาเลยจะทำให้ชาวบ้านแตกตื่นและหวาดกลัว เหวินเจิ้นบอกกับนางว่า เหล่าอ
หลังจากวันที่เกิดเรื่องเม่ยเหนียงตกน้ำและจิ้นเล่อโต้เถียงกับเจียวเหมยจนเป็นลม จิ้นเค่อปลดจิ้นเล่อเป็นสามัญชน ข้าวของที่นางได้รับในตำหนักให้คืนสู่ท้องพระคลังรวมไปถึงเครื่องประดับหลายชิ้นที่เลอค่าให้กลับคืนให้หมด จิ้นเค่อยังมีความกรุณาต่อนางอยู่บ้างให้มีสาวใช้สองคนคอยรับใช้ และไม่ให้ก้าวออกจากตำหนักจนกว่าจะสำนึกผิดที่กระทำ ถึงตอนนั้นจิ้นเค่อจะประทานอภัยโทษให้เองสองเดือนต่อมาเหวินเจิ้นขออาสาทำศึกกับแคว้นลี่ โดยมีจิ้นซื่อไท่จื่อติดตามไปทำศึกด้วย แต่เหวินเจิ้นไม่รู้ว่านางกำลังตั้งครรภ์ เพราะว่านางกลัวว่าเขาจะเป็นกังวล แต่เหวินเจิ้นมารู้อีกทีก็นี้แคว้นลี่สำเร็จแล้ว ทำให้เหวินเจิ้นดีใจเป็นที่สุด แต่เขารู้สึกเสียดายที่ไม่ได้อยู่เคียงข้างนางในเพลายากลำบาก จนนางคลอดแล้วได้สามวัน เขาจึงจะมาถึงเมืองหลวง เขาไม่ได้ไปรายงานศึกกับจิ้นเค่อ แต่ให้จิ้นซื่อรายงานเอง เพราะเขารีบกลับไปหาเม่ยเหนียงและลูกของเขา จิ้นเค่อก็ไม่ได้ว่าสิ่งใดเพราะรู้ว่าเหวินเจิ้นได้ลูกคนแรกกล่าวถึงการโจมตีแคว้นลี่ เหวินเจิ้นทะลวงกองทัพบุกเข้าเมืองหลวงแคว้นลี่ พร้อมกับจิ้นซื่อ จิ้นซื่อสามารถตัดหัวต้าหวางแคว้นลี่ได้สำเร็จ ตามแผนขอ
จิ้นเล่อนั่งอยู่หน้ากระจก นางกำนัลสองคนกำลังรัดเกล้าและปักปิ่นเช่นทุกวันให้นาง นางกำลังคนหนึ่งก้าวเดินเข้ามาถวายบังคม“กงจู่เพคะ ต้าหวางให้เข้าเฝ้าในเพลานี้เพคะ” นางกำนัลผู้นี้เอ่ยบอก“ทำไมวันนี้ฟู่จวินเรียกข้าเข้าเฝ้าแต่เช้า” นางเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงแปลกใจ“อาจจะให้รางวัลที่กงจู่ร่ายรำได้อย่างงดงามก็เป็นได้เพคะ” นางกำนัลคนสนิทเอ่ยบอกด้วยรอยยิ้ม“เว่ยเหยา แต่งตัวให้ข้า ข้าจะรีบไปพบต้าหวาง” จิ้นเล่อเอ่ยบอกด้วยรอยยิ้มมีความสุขจิ้นเล่อก้าวเดินเข้ามาในห้องทรงงานของจิ้นเค่อต้าหวาง โดยมีเจียวเหมยหวางโฮ่ว และเหวินเจิ้นยืนอยู่ในห้องนี้เช่นกัน นางถวายบังคมต้าหวางและหวางโฮ่ว นางมองไปยังเหวินเจิ้นด้วยรอยยิ้ม เหวินเจิ้นมีสีหน้าเรียบเฉยและเย็นชาราวกับระเบิดอารมณ์ได้ทุกเมื่อ“หลังจากที่ข้าเข้าห้องทรงงาน เจ้าก็เดินออกจากท้องพระโรง เจ้าหายไปไหน” จิ้นเค่อเอ่ยถามจิ้นเล่อด้วยน้ำเสียงเรียบ“หม่อมฉันก็กลับไปยังตำหนักเพคะ” จิ้นเล่อเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงจริงจัง“เมื่อวานเหวินฟูเหรินตกน้ำที่อุทยานของกงจู่ กงจู่รู้เรื่องนี้หรือไม่” เหวินเจิ้นเอ่ยถามนางด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย จิ้นเล่อมีสีหน้าที่ดูแตกตื่นและตกใจ“เม่ย











