Share

4

last update Terakhir Diperbarui: 2026-01-27 11:05:25

4

ครึ่งชั่วยามผ่านไปทหารทั้งค่ายพากันตั้งแถวออกจากบริเวณเชิงเขาอู่หลิง ทหารบางนายแม้ไม่แสดงออกแต่ภายในไม่พอใจแม่ทัพหลงจวินอยู่มาก การเดินทางทั้งวันทำให้เมื่อยล้าอยู่แล้ว ทว่ายังนอนไม่เพียงพอก็ถูกปลุกให้เดินทางต่ออีก ฝนก็ยังตกลงมาไม่หยุด สายฟ้าผ่าหนแล้วหนเล่าน่าหวาดหวั่นพรั่นพรึง ทั้งที่เป็นต้นเหมันต์ไม่ควรมีพายุหนักเช่นนี้

“เจ้าว่าท่านแม่ทัพคิดสิ่งใดอยู่จึงเร่งให้เดินทางยามฝนตกเช่นนี้” เสี่ยวกวงเอ่ยถามเยว่หลินซึ่งขณะนี้เดินอยู่ข้างกัน

“ท่านแม่ทัพคงกลัวว่าดินจะถล่มกระมัง” เสียงที่ถูกดัดให้ทุ้มต่ำกล่าวแผ่วเบาพลางส่งยิ้มเล็ก ๆ ให้สหายใหม่

“จะเป็นไปได้อย่างไร ฝนเพิ่งตกเพียงชั่วยามเดียวไหนเลยจะทำให้เกิดดินถล่มได้” ทหารหนุ่มร่างกำยำเอ่ยขึ้นหลังได้ฟังความคิดของสหายร่างบอบบางข้างน้องชายตนเอง เยว่หลินมิได้ตอบสิ่งใดออกไปเพียงหัวเราะเบา ๆ คล้ายเห็นด้วยกับที่เสี่ยวหานกล่าว

หลังออกเดินมาจากบริเวณเชิงเขาหนึ่งก้านธูปแม่ทัพก็สั่งให้หยุดพักเพื่อรอฟ้าสาง ทหารใหม่และทหารประจำกองทัพพากันพักผ่อนตามคำสั่ง กระโจมและข้าวของยังคงถูกเก็บไว้เนื่องจากใกล้เวลาฟ้าสางแล้วแม่ทัพจึงไม่ได้ให้ตั้งกระโจม

“แย่แล้ว ๆ” ทหารผู้หนึ่งวิ่งตรงเข้ามายังกลุ่มของทหารใหม่ สีหน้าตระหนกไม่น้อยไม่รู้ว่าไปพบเจอสิ่งใดมาจึงหน้าตาตื่นเช่นนั้น

“สหายเจ้าค่อย ๆ” เยว่หลิน

“ซูจิ่น หน้าตาตื่นเช่นนี้ไปเจอเรื่องน่าตกใจมาหรืออย่างไร” น้ำเสียงหยอกเย้าของเสี่ยวกวงทำทหารหนุ่มนามซูจิ่นต้องเบิกตาโต เขาหอบลมหายใจเข้าอย่างหนักก่อนจะรวบรวมสติกล่าวด้วยความร้อนใจ

“เมื่อครู่ข้าไปปลดทุกข์ได้ยินทหารลาดตระเวนกล่าวว่า ที่ตั้งค่ายชั่วคราวก่อนนี้ถูกดินถล่มทับไม่หลงเหลือร่องรอยแม้แต่น้อย หากเมื่อครู่ออกมาจากที่นั่นช้าเพียงเล็กน้อยเกรงว่าทหารทั้งค่ายอาจจมอยู่ใต้โคลนเป็นแน่” ซูจิ่นกล่าวจบก็กระแอมไอออกมา เขารีบวิ่งมาบอกเหล่าสหายด้วยความตื่นตกใจ ผู้ใดจะคิดว่าตนเองจะรอดตายเฉียดฉิวเพียงนี้

ทหารใหม่เหล่านั้นได้ฟังคำของซูจิ่นก็พากันอ้าปากค้าง เป็นดังคำของเยว่หลินก่อนนี้ แม่ทัพหลงจวินรู้ได้อย่างไรว่าจะเกิดดินถล่ม หากไม่ใช่เพราะแม่ทัพพวกเขาคงจมโคลนตายทั้งที่ยังไม่ได้ฝึก

“แม่ทัพหยั่งรู้ฟ้าดินโดยแท้”

“ข้าก็คิดเช่นนั้น หากไม่ใช่เพราะแม่ทัพพวกเราคงตายไปแล้ว”

“ใช่ ๆ จากนี้ข้าขอติดตามแม่ทัพตลอดไป แม้พลีชีพก็ไม่เสียใจ” เหล่าทหารใหม่พากันสรรเสริญแม่ทัพจนข้ารับใช้ข้างกายอย่างจางผิงที่แอบสอดส่องอยู่ไม่ไกลต้องยกยิ้ม ความดีความชอบนี้หากจะถามหาผู้ที่ควรได้รับคำชื่นชมย่อมหนีไม่พ้นนาง

ทว่าหญิงสาวผู้นั้นกลับนั่งยิ้มร่าเห็นด้วยกับเพื่อนทหาร ไม่แสดงออกว่าตนเองเป็นผู้เอ่ยเตือนแม้แต่น้อย เห็นทีนางคงไม่ใช่สตรีธรรมดาดังตาเห็นแล้วกระมัง

อีกฝั่งของค่าย

“ท่านแม่ทัพ อยากให้สืบเรื่องของคนผู้นั้นหรือไม่” เฉินเฟยถามผู้เป็นนาย หลังได้รับรายงานจากทหารลาดตระเวนว่าบริเวณเชิงเขาถูกดินถล่มทับไม่เหลือซาก ตามคำบอกกล่าวของเยว่หลินราวกับตาเห็นอย่างไรอย่างนั้น

“ไม่ต้อง” หลงจวินโบกมือห้าม เขาไม่ต้องการให้สืบสาวเบื้องหลังของนาง ตั้งแต่เลือกทำตามคำขอร้อง ให้พาเข้าค่ายก็ตั้งใจไว้แล้วว่าจะคอยช่วยเหลือนาง

นางเข้ามาบอกเพื่อไม่ให้ผู้คนล้มตายนั่นหมายความว่านางไม่ได้มีเจตนาร้าย เช่นนั้นเขาจะรอให้นางอธิบายกับเขาด้วยตนเอง

“ไม่น่าเชื่อว่าเวลาเพียงหนึ่งชั่วยามจะทำให้เกิดดินถล่มลงมาได้” เฉินเฟยพึมพำพลางหันไปมองทิศทางเหล่าทหารใหม่ หญิงสาวที่แสร้งทำตัวกลมกลืนกับบุรุษพูดคุยหัวเราะกันราวตนเองเป็นบุรุษจริง ๆ

นางไม่เหมือนสตรีทั่วไปเลยแม้แต่น้อย หากเป็นสตรีทั่วไปไหนเลยจะขาดท่าทีเขินอายอย่างที่ควรจะเป็นได้

“ไม่น่าเชื่อจริง ๆ แต่นางพิสูจน์แล้วว่าไม่ได้โป้ปด เฉินเฟยไปแจ้งหัวหน้าทหารอีกหนึ่งชั่วยามเดินทางต่อ เกรงว่าฝนจะตกอีก ต้องไปให้ถึงอู่เยี่ยก่อนพลบค่ำ”

“ขอรับท่านแม่ทัพ”

“เจ้าไปเถอะ” เฉินเฟยจากไปก็ปรากฏร่างเพรียวบางของบุรุษอีกหนึ่งขึ้นตรงหน้า ร่างสูงเพรียวสวมอาภรณ์สีดำสนิทกลืนไปกับสีรัตติกาล หากมิใช่เพราะเขาปลดผ้าคลุมหน้าออกเผยให้เห็นผิวขาวเนียนคงไม่มีผู้ใดสังเกตเห็น

“ท่านแม่ทัพ”

“มาแล้วหรือ เป็นอย่างไรบ้าง”

“คนผู้นั้นมีการติดต่อกับผู้ว่าการในเมืองอู่เยี่ย ลักลอบยักยอกเสบียงหลวงไว้ใช้งานเองขอรับ”

“ดี เช่นนั้นข้าจะถือโอกาสนี้ตรวจสอบดู มู่ฉีเจ้าไปที่หอเฟิงเยี่ยตรวจดูว่าผู้ใดติดต่อกับคนผู้นั้นอยู่บ้าง” มู่ฉีนัยน์ตาสั่นไหวครู่หนึ่งจากนั้นแก้มขาวเนียนเปลี่ยนเป็นสีแดงเรื่อ ๆ ราวกับกำลังเขินอาย

แม้จะรูปงามราวหยกชั้นดีทว่ามู่ฉีกลับไม่คุ้นชินกับอิสตรีเอาเสียเลย เช่นนั้นเขาจึงทำงานอยู่ในเงามืดที่ไม่ต้องพบเจอเหล่าสตรีหรือผู้คนมากนัก

“ท่านแม่ทัพ…”

“ข้ารู้ เจ้าไปหาผู้ดูแลหอก็พอแล้ว” มู่ฉีถอนหายใจอย่างโล่งอก เคราะห์ดีที่ไม่ต้องเข้าหอเฟิงเยี่ยในฐานะลูกค้า หากถูกสตรีห้อมล้อมไม่แน่ว่าเขาจะควบคุมสติให้สืบข่าวใด ๆ มาได้

หอเฟิงเยี่ยคือหอสุราชั้นหนึ่งของแคว้นจินหยาง ทั้งที่มิได้อยู่ในเมืองเอกแต่กลับโด่งดังเลื่องชื่อมากกว่าบรรดาหอสุราในหมิงหยางเสียอีก

ทั้งนางระบำชื่อดัง สุราชั้นดี เหล่าสตรีงดงาม หอเฟิงเยี่ยมีทุกสิ่งจัดหาได้ทุกอย่างที่ใต้หล้าต้องการ ผู้คนรับรู้กันเพียงเท่านี้ ทว่าไม่มีผู้ใดล่วงรู้ว่าเบื้องหลังของหอเฟิงเยี่ยผู้ใดควบคุมดูแลอยู่

“เช่นนั้นมู่ฉีขอตัว” หลงจวินพยักหน้ารับ องครักษ์หนุ่มจึงโผนกายหายไปในความมืด ร่างสูงทรุดลงบนกิ่งไม้รอฟ้าสาง นัยน์ตาเฟิ่งหวงเหลือบไปทิศเดียวกับที่เยว่หลินอยู่ จากนั้นระบายยิ้มขึ้นมาบนใบหน้าเฉื่อยชา

ทั้งที่อยากปกป้องแต่กลับเป็นฝ่ายถูกปกป้องเสียอย่างนั้น…

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • รองแม่ทัพไม่ใช่บุรุษ   8

    8ศาลาว่าการอำเภออู๋เยี่ยผู้ตรวจการลับจากเมืองหลวงมาถึงอู๋เยี่ยตั้งแต่เช้า เมื่อได้สติแม่ทัพหลงจวินจึงให้จางผิงส่งจดหมายถึงผู้ตรวจการลับให้มาตัดสินคดีที่ศาลาว่าการคนของนายอำเภอล่ายอี้ที่ล้อมหอเฟิงเยี่ยถูกจับกุมไว้ทั้งหมด หลักฐานสำคัญมู่ฉีก็ขโมยจากห้องเก็บของนายอำเภอแถบชานเมืองแล้ว สตรีเมื่อคืนก็ถูกขังไว้ในคุก รอเพียงการไต่สวนจากแม่ทัพหลงจวินเท่านั้นเขาจะตัดสินคดีนี้เองก็ทำได้เพียงแต่หากกราบทูล คงมีคนไม่น้อยหาทางโจมตีเขาด้วยเรื่องนี้ เมื่อเป็นเช่นนั้นการเชิญผู้ตรวจการมาร่วมพิจารณาคดีนี้ด้วย ภายหลังยังมีแผนการรองรับ“ล่ายอี้เจ้ามีความผิดฐานยักยอกเสบียงหลวง ใช้เงินซื้อขายตำแหน่ง ใช้อำนาจข่มเหงประชา ใส่ร้ายขุนนางในราชสำนัก เพียงโทษยักยอกเสบียงหลวงก็เพียงพอให้ตัดหัวของเจ้าแล้วรู้หรือไม่ ทุกสิ่งที่เจ้ากระทำต่อให้ประหารเจ็ดชั่วโคตรก็ไม่ถือว่ามากไป” แม่ทัพหนุ่มเอ่ยอย่างไม่รีบร้อน พูดจบก็ลุกจากตำแหน่งของผู้ตัดสินโทษประจำศาลาว่าการ ร่างสูงสง่าหยุดยืนเบื้องหน้าน

  • รองแม่ทัพไม่ใช่บุรุษ   7

    7หลังโรงเตี้ยมท้ายตรอกเยว่หลินมาถึงก่อนผู้อื่นในอาภรณ์สตรีจากหอเฟิงเยี่ย นางสวมชุดของสตรีจึงหลบออกมาอย่างง่ายดาย ทั้งหมดแยกกันหนีเพื่อไม่ให้เป็นจุดสนใจแล้วนัดมาพบกันที่นี่“เหตุใดจึงมาช้านัก คงไม่ได้เกิดสิ่งใดกระมัง” เจ้าของเสียงหวานพึมพำกับตนเองแผ่วเบา ขณะนั่งเฝ้าม้าของแม่ทัพหนุ่มนางมาถึงก่อนจึงถือโอกาสเปลี่ยนเป็นชุดบุรุษตัวเดิม“เจ้ามาทำสิ่งใดที่ม้าของผู้อื่น” หญิงสาวตกใจจึงโยนหญ้าแห้งในมือทิ้ง ชูสองมือแสดงความบริสุทธิ์ใจว่าตนเองไม่ได้ทำสิ่งใดแปลก ๆ กับม้า คนพูดเห็นท่าทางตกใจราวสตรีของเขาก็หัวเราะออกมา“ตกใจราวสตรี” เขาพูดด้วยน้ำเสียงขบขันพลางเอนหลังพิงเสาไม้ของโรงฝากม้ามู่ฉีไม่ชอบคบค้ากับผู้อื่นเพราะมักถูกชมหน้าตาที่โดดเด่น จึงทำตัวลึกลับไม่ติดต่อผู้คนมากนัก ทว่าเมื่อเห็นเยว่หลินในอาภรณ์บุรุษแต่ยังไม่ได้ทาผิวด้วยน้ำดินน้ำโคลนก็รู้สึกถูกชะตาขึ้นมานางมีผิวพรรณขาวเนียนละเอียดดุจหิมะแรก ใบหน้าก็งดงามไม่ต่างจากสตรี ทำให้เขาสนใจไม่น้อย

  • รองแม่ทัพไม่ใช่บุรุษ   6

    6มีดสั้นที่เหน็บอยู่ตรงเอวถูกชักออกมา ก่อนจะปักลงอย่างแม่นยำกลางฝ่ามือใหญ่ ชั่วขณะหนึ่งตอนมีสติเขาคิดใช้ความรู้สึกเจ็บปวดบรรเทาพิษจากกำยานปลุกกำหนัด“ไม่ได้ผลหรอกเจ้าค่ะคุณชาย มิสู้ชมเชยเรือนร่างข้าเพื่อบรรเทาพิษดีกว่าหรือ” นางกล่าวเชิญชวน เขากำลังจะหมดสติรับรู้สำนึกผิดชอบชั่วดีแล้วจริง ๆเฉินเฟยข้าให้เจ้าไปขโมยบัญชีต้องใช้เวลานานถึงเพียงนี้เลยหรือชายหนุ่มคิดในใจก่อนจะเอนกายลงบนพื้นตามที่ถูกการกระทำของสตรีตรงหน้าชักนำ นางตามมาคร่อมทับร่างกายสูงใหญ่อย่างเชี่ยวชำนาญ ก้มหน้าหมายจะจุมพิตดับสำนึกดีของเขาให้หมดสิ้น“ไร้ยางอาย” สิ้นเสียงเล็กร่างหญิงสาวผู้นั้นล้มลง หากไม่ถูกดึงคงล้มทับร่างของแม่ทัพหนุ่มไปแล้ว คนตีนางปัดมือแรง ๆ เหมือนกำจัดสิ่งสกปรก ก่อนจะข้ามร่างสตรีบนพื้นไปหาบุรุษที่ไม่รู้สติ“ท่านเป็นอย่างไรบ้าง” เยว่หลินประคองเขาขึ้นมาพร้อมกับตีแก้มเขาเพื่อเรียกสติแผ่วเบา“ท่านแม่ทัพได้ยินหรือไม่” จางผิงถามด้วยความเป็นห่วง หากมาไม่ทันไม่รู้ว่าป่านนี้แม่ทัพของเขาจะถูกข่มเหงอย่างไร เคราะห์ดีที่เยว่หลินยืนกรานหนักแน่นแม้ไม่มั่นใจแต่ก็อดหวั่นใจไม่ได้สุดท้ายก็พ่ายแพ้ให้กับท่าทางมั่นอกมั่นใจร

  • รองแม่ทัพไม่ใช่บุรุษ   5

    5ฟ้าสางขบวนทหารออกเดินทางเข้าสู่เมืองอู๋เยี่ย พ้นเขตภูเขาอู่หลิงเป็นที่ราบหินจึงไม่เฉอะแฉะหลังฝนตก นับว่าเหมาะแก่การตั้งค่าย ค่ายชั่วคราวถูกตั้งขึ้นโดยใช้เวลาไม่นาน และยังวางทหารลาดตระเวนไว้มากเพื่อคอยดูความปลอดภัยรอบค่ายนอกจากนี้ยังส่งทหารสอดแนมไปตรวจดูความเรียบร้อยของเส้นทางล่วงหน้า“ท่านแม่ทัพ เส้นทางข้างหน้าถูกตัดขาดเพราะน้ำท่วม กว่าน้ำจะลดคงใช้เวลาอีกสองถึงสามวัน” โจวต้าเป็นหัวหน้า เมื่อทหารสอดแนมกลับมาแจ้งข่าวแก่หัวหน้าตน เช่นนี้จึงเป็นหน้าที่ของโจวต้ามารายงานต่อแม่ทัพของค่าย“พักที่นี่ก่อน พาทหารใหม่ฝึกเบื้องต้นไปก็แล้วกัน” ไม่คิดเลยว่าฝนที่ตกเพียงสองชั่วยามจะทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันเช่นนี้ได้ นี่ก็นับว่าสวรรค์เข้าข้างเพราะเขาต้องทำการตรวจสอบที่ว่าการเมืองอู๋เยี่ย“ข้าจะอ่านรายงาน อย่าให้ผู้ใดมารบกวน ทุกอย่างในค่ายให้เจ้าตัดสินใจ” ชายหนุ่มกล่าวจบก็เข้ากระโจมตนเองไป ไม่รอให้โจวต้าเอ่ยทัดทานหรือสอบถามสิ่งใดอีก นี่เป็นโอกาสดีเขาจะออกไปสืบข่าวด้วยตนเองเครื่องแบบทหารถูกปลดออกเปลี่ยนเป็นอาภรณ์ธรรมดาสีเขียวอ่อนไม่สะดุดตา แต่ก็ไม่ซอมซ่อจนเกินไป ตอนฟ้ายังไม่สางเขาให้มู่ฉีไปสืบข่าวที่ห

  • รองแม่ทัพไม่ใช่บุรุษ   4

    4ครึ่งชั่วยามผ่านไปทหารทั้งค่ายพากันตั้งแถวออกจากบริเวณเชิงเขาอู่หลิง ทหารบางนายแม้ไม่แสดงออกแต่ภายในไม่พอใจแม่ทัพหลงจวินอยู่มาก การเดินทางทั้งวันทำให้เมื่อยล้าอยู่แล้ว ทว่ายังนอนไม่เพียงพอก็ถูกปลุกให้เดินทางต่ออีก ฝนก็ยังตกลงมาไม่หยุด สายฟ้าผ่าหนแล้วหนเล่าน่าหวาดหวั่นพรั่นพรึง ทั้งที่เป็นต้นเหมันต์ไม่ควรมีพายุหนักเช่นนี้“เจ้าว่าท่านแม่ทัพคิดสิ่งใดอยู่จึงเร่งให้เดินทางยามฝนตกเช่นนี้” เสี่ยวกวงเอ่ยถามเยว่หลินซึ่งขณะนี้เดินอยู่ข้างกัน“ท่านแม่ทัพคงกลัวว่าดินจะถล่มกระมัง” เสียงที่ถูกดัดให้ทุ้มต่ำกล่าวแผ่วเบาพลางส่งยิ้มเล็ก ๆ ให้สหายใหม่“จะเป็นไปได้อย่างไร ฝนเพิ่งตกเพียงชั่วยามเดียวไหนเลยจะทำให้เกิดดินถล่มได้” ทหารหนุ่มร่างกำยำเอ่ยขึ้นหลังได้ฟังความคิดของสหายร่างบอบบางข้างน้องชายตนเอง เยว่หลินมิได้ตอบสิ่งใดออกไปเพียงหัวเราะเบา ๆ คล้ายเห็นด้วยกับที่เสี่ยวหานกล่าวหลังออกเดินมาจากบริเวณเชิงเขาหนึ่งก้านธูปแม่ทัพก็สั่งให้หยุดพักเพื่อรอฟ้าสาง ทหารใหม่และทหารประจำกองทัพพากันพักผ่อนตามคำสั่ง กระโจมและข้าวของยังคงถูกเก็บไว้เนื่องจากใกล้เวลาฟ้าสางแล้วแม่ทัพจึงไม่ได้ให้ตั้งกระโจม“แย่แล้ว ๆ” ทหา

  • รองแม่ทัพไม่ใช่บุรุษ   3

    3ท่ามกลางป่ารก กระโจมทหารมากมาย ฝนห่าใหญ่ตกลงมาอย่างคาดไม่ถึง ทว่าทั้งค่ายกลับมีเพียงนางที่ยืนอยู่นอกกระโจม สายอสนีฟาดฝ่าลงกลางผืนฟ้าดำสนิทดุจสีหมึก ก่อนเข้านอนดวงจันทร์ยังทอแสงนวลตา ครู่เดียวก็แปรเปลี่ยนเป็นท้องฟ้ากลางพายุเช่นนี้“มีผู้ใดอยู่หรือไม่” เยว่หลินตะโกนเรียกหลังเปิดเข้าไปในกระโจมกลับไม่เห็นผู้ใดอยู่เลย ค่ายชั่วคราวตั้งขึ้นใต้เชิงเขาอู่หลิงซึ่งอยู่ระหว่างรอยต่อเมืองชงหลิงกับเมืองอู๋เยี่ยเยว่หลินเดินตามหาเหล่าสหายทหารอยู่นาน ปากก็ร้องตะโกนเรียกหาสิ่งมีชีวิตในบริเวณค่าย นอกจากไม่มีเสียงใดตอบกลับมา นางยังได้ยินเสียงครืนดังลั่น สายฟ้าผ่าลงบนยอดต้นไม้สูงที่ตีนเขา จากนั้นหน้าดินบนเชิงเขาทะลักไหลลงมาตามสายน้ำ หากดูจากน้ำที่เอ่อบนพื้นดินเกรงว่าฝนคงตกมานานนับชั่วยามแล้วกระมังเพียงพริบตาเดียวกระโจมมากมายถูกดินถล่มทับซ้อนอยู่ใต้โคลนของเชิงเขา หญิงสาวเบิกตากว้าง รีบวิ่งไปข้างหน้าเพื่อหนีดินถล่มไปให้ได้ หัวใจเต้นรัวเหมือนกำลังจะหลุดออกมาข้างนอก สองเท้าเหยียบย่ำบนน้ำฝนเจิ่งนอง แต่ไม่ว่าจะวิ่งอย่างไรก็ไปไม่พ้นจากที่ตั้งของค่ายเสียทีเยว่หลินจนใจกรีดร้องออกมาเสียงดังแล้วพุ่งตัวเข้าไปในก

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status