Share

4

last update Tanggal publikasi: 2026-01-27 11:05:25

4

ครึ่งชั่วยามผ่านไปทหารทั้งค่ายพากันตั้งแถวออกจากบริเวณเชิงเขาอู่หลิง ทหารบางนายแม้ไม่แสดงออกแต่ภายในไม่พอใจแม่ทัพหลงจวินอยู่มาก การเดินทางทั้งวันทำให้เมื่อยล้าอยู่แล้ว ทว่ายังนอนไม่เพียงพอก็ถูกปลุกให้เดินทางต่ออีก ฝนก็ยังตกลงมาไม่หยุด สายฟ้าผ่าหนแล้วหนเล่าน่าหวาดหวั่นพรั่นพรึง ทั้งที่เป็นต้นเหมันต์ไม่ควรมีพายุหนักเช่นนี้

“เจ้าว่าท่านแม่ทัพคิดสิ่งใดอยู่จึงเร่งให้เดินทางยามฝนตกเช่นนี้” เสี่ยวกวงเอ่ยถามเยว่หลินซึ่งขณะนี้เดินอยู่ข้างกัน

“ท่านแม่ทัพคงกลัวว่าดินจะถล่มกระมัง” เสียงที่ถูกดัดให้ทุ้มต่ำกล่าวแผ่วเบาพลางส่งยิ้มเล็ก ๆ ให้สหายใหม่

“จะเป็นไปได้อย่างไร ฝนเพิ่งตกเพียงชั่วยามเดียวไหนเลยจะทำให้เกิดดินถล่มได้” ทหารหนุ่มร่างกำยำเอ่ยขึ้นหลังได้ฟังความคิดของสหายร่างบอบบางข้างน้องชายตนเอง เยว่หลินมิได้ตอบสิ่งใดออกไปเพียงหัวเราะเบา ๆ คล้ายเห็นด้วยกับที่เสี่ยวหานกล่าว

หลังออกเดินมาจากบริเวณเชิงเขาหนึ่งก้านธูปแม่ทัพก็สั่งให้หยุดพักเพื่อรอฟ้าสาง ทหารใหม่และทหารประจำกองทัพพากันพักผ่อนตามคำสั่ง กระโจมและข้าวของยังคงถูกเก็บไว้เนื่องจากใกล้เวลาฟ้าสางแล้วแม่ทัพจึงไม่ได้ให้ตั้งกระโจม

“แย่แล้ว ๆ” ทหารผู้หนึ่งวิ่งตรงเข้ามายังกลุ่มของทหารใหม่ สีหน้าตระหนกไม่น้อยไม่รู้ว่าไปพบเจอสิ่งใดมาจึงหน้าตาตื่นเช่นนั้น

“สหายเจ้าค่อย ๆ” เยว่หลิน

“ซูจิ่น หน้าตาตื่นเช่นนี้ไปเจอเรื่องน่าตกใจมาหรืออย่างไร” น้ำเสียงหยอกเย้าของเสี่ยวกวงทำทหารหนุ่มนามซูจิ่นต้องเบิกตาโต เขาหอบลมหายใจเข้าอย่างหนักก่อนจะรวบรวมสติกล่าวด้วยความร้อนใจ

“เมื่อครู่ข้าไปปลดทุกข์ได้ยินทหารลาดตระเวนกล่าวว่า ที่ตั้งค่ายชั่วคราวก่อนนี้ถูกดินถล่มทับไม่หลงเหลือร่องรอยแม้แต่น้อย หากเมื่อครู่ออกมาจากที่นั่นช้าเพียงเล็กน้อยเกรงว่าทหารทั้งค่ายอาจจมอยู่ใต้โคลนเป็นแน่” ซูจิ่นกล่าวจบก็กระแอมไอออกมา เขารีบวิ่งมาบอกเหล่าสหายด้วยความตื่นตกใจ ผู้ใดจะคิดว่าตนเองจะรอดตายเฉียดฉิวเพียงนี้

ทหารใหม่เหล่านั้นได้ฟังคำของซูจิ่นก็พากันอ้าปากค้าง เป็นดังคำของเยว่หลินก่อนนี้ แม่ทัพหลงจวินรู้ได้อย่างไรว่าจะเกิดดินถล่ม หากไม่ใช่เพราะแม่ทัพพวกเขาคงจมโคลนตายทั้งที่ยังไม่ได้ฝึก

“แม่ทัพหยั่งรู้ฟ้าดินโดยแท้”

“ข้าก็คิดเช่นนั้น หากไม่ใช่เพราะแม่ทัพพวกเราคงตายไปแล้ว”

“ใช่ ๆ จากนี้ข้าขอติดตามแม่ทัพตลอดไป แม้พลีชีพก็ไม่เสียใจ” เหล่าทหารใหม่พากันสรรเสริญแม่ทัพจนข้ารับใช้ข้างกายอย่างจางผิงที่แอบสอดส่องอยู่ไม่ไกลต้องยกยิ้ม ความดีความชอบนี้หากจะถามหาผู้ที่ควรได้รับคำชื่นชมย่อมหนีไม่พ้นนาง

ทว่าหญิงสาวผู้นั้นกลับนั่งยิ้มร่าเห็นด้วยกับเพื่อนทหาร ไม่แสดงออกว่าตนเองเป็นผู้เอ่ยเตือนแม้แต่น้อย เห็นทีนางคงไม่ใช่สตรีธรรมดาดังตาเห็นแล้วกระมัง

อีกฝั่งของค่าย

“ท่านแม่ทัพ อยากให้สืบเรื่องของคนผู้นั้นหรือไม่” เฉินเฟยถามผู้เป็นนาย หลังได้รับรายงานจากทหารลาดตระเวนว่าบริเวณเชิงเขาถูกดินถล่มทับไม่เหลือซาก ตามคำบอกกล่าวของเยว่หลินราวกับตาเห็นอย่างไรอย่างนั้น

“ไม่ต้อง” หลงจวินโบกมือห้าม เขาไม่ต้องการให้สืบสาวเบื้องหลังของนาง ตั้งแต่เลือกทำตามคำขอร้อง ให้พาเข้าค่ายก็ตั้งใจไว้แล้วว่าจะคอยช่วยเหลือนาง

นางเข้ามาบอกเพื่อไม่ให้ผู้คนล้มตายนั่นหมายความว่านางไม่ได้มีเจตนาร้าย เช่นนั้นเขาจะรอให้นางอธิบายกับเขาด้วยตนเอง

“ไม่น่าเชื่อว่าเวลาเพียงหนึ่งชั่วยามจะทำให้เกิดดินถล่มลงมาได้” เฉินเฟยพึมพำพลางหันไปมองทิศทางเหล่าทหารใหม่ หญิงสาวที่แสร้งทำตัวกลมกลืนกับบุรุษพูดคุยหัวเราะกันราวตนเองเป็นบุรุษจริง ๆ

นางไม่เหมือนสตรีทั่วไปเลยแม้แต่น้อย หากเป็นสตรีทั่วไปไหนเลยจะขาดท่าทีเขินอายอย่างที่ควรจะเป็นได้

“ไม่น่าเชื่อจริง ๆ แต่นางพิสูจน์แล้วว่าไม่ได้โป้ปด เฉินเฟยไปแจ้งหัวหน้าทหารอีกหนึ่งชั่วยามเดินทางต่อ เกรงว่าฝนจะตกอีก ต้องไปให้ถึงอู่เยี่ยก่อนพลบค่ำ”

“ขอรับท่านแม่ทัพ”

“เจ้าไปเถอะ” เฉินเฟยจากไปก็ปรากฏร่างเพรียวบางของบุรุษอีกหนึ่งขึ้นตรงหน้า ร่างสูงเพรียวสวมอาภรณ์สีดำสนิทกลืนไปกับสีรัตติกาล หากมิใช่เพราะเขาปลดผ้าคลุมหน้าออกเผยให้เห็นผิวขาวเนียนคงไม่มีผู้ใดสังเกตเห็น

“ท่านแม่ทัพ”

“มาแล้วหรือ เป็นอย่างไรบ้าง”

“คนผู้นั้นมีการติดต่อกับผู้ว่าการในเมืองอู่เยี่ย ลักลอบยักยอกเสบียงหลวงไว้ใช้งานเองขอรับ”

“ดี เช่นนั้นข้าจะถือโอกาสนี้ตรวจสอบดู มู่ฉีเจ้าไปที่หอเฟิงเยี่ยตรวจดูว่าผู้ใดติดต่อกับคนผู้นั้นอยู่บ้าง” มู่ฉีนัยน์ตาสั่นไหวครู่หนึ่งจากนั้นแก้มขาวเนียนเปลี่ยนเป็นสีแดงเรื่อ ๆ ราวกับกำลังเขินอาย

แม้จะรูปงามราวหยกชั้นดีทว่ามู่ฉีกลับไม่คุ้นชินกับอิสตรีเอาเสียเลย เช่นนั้นเขาจึงทำงานอยู่ในเงามืดที่ไม่ต้องพบเจอเหล่าสตรีหรือผู้คนมากนัก

“ท่านแม่ทัพ…”

“ข้ารู้ เจ้าไปหาผู้ดูแลหอก็พอแล้ว” มู่ฉีถอนหายใจอย่างโล่งอก เคราะห์ดีที่ไม่ต้องเข้าหอเฟิงเยี่ยในฐานะลูกค้า หากถูกสตรีห้อมล้อมไม่แน่ว่าเขาจะควบคุมสติให้สืบข่าวใด ๆ มาได้

หอเฟิงเยี่ยคือหอสุราชั้นหนึ่งของแคว้นจินหยาง ทั้งที่มิได้อยู่ในเมืองเอกแต่กลับโด่งดังเลื่องชื่อมากกว่าบรรดาหอสุราในหมิงหยางเสียอีก

ทั้งนางระบำชื่อดัง สุราชั้นดี เหล่าสตรีงดงาม หอเฟิงเยี่ยมีทุกสิ่งจัดหาได้ทุกอย่างที่ใต้หล้าต้องการ ผู้คนรับรู้กันเพียงเท่านี้ ทว่าไม่มีผู้ใดล่วงรู้ว่าเบื้องหลังของหอเฟิงเยี่ยผู้ใดควบคุมดูแลอยู่

“เช่นนั้นมู่ฉีขอตัว” หลงจวินพยักหน้ารับ องครักษ์หนุ่มจึงโผนกายหายไปในความมืด ร่างสูงทรุดลงบนกิ่งไม้รอฟ้าสาง นัยน์ตาเฟิ่งหวงเหลือบไปทิศเดียวกับที่เยว่หลินอยู่ จากนั้นระบายยิ้มขึ้นมาบนใบหน้าเฉื่อยชา

ทั้งที่อยากปกป้องแต่กลับเป็นฝ่ายถูกปกป้องเสียอย่างนั้น…

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • รองแม่ทัพไม่ใช่บุรุษ   52

    52คนทั้งจวนหลงต่างรีบพากันมารับราชโองการจากวังหลวง ทุกชีวิตคุกเข่าอยู่กลางลานใหญ่ รอฟังราชโองการที่หลิวกงกงเชิญมา“จิ้งอันโหวรับราชโองการ เนื่องด้วยจิ้งอันโหวมีความชอบฐานจับกบฏ ซินเจ๋ออ๋องได้ เราขอมอบสมรสพระราชทานให้แก่จิ้งอันโหวและเยว่เหมย บุตรสาวคนเดียวของป้อมตระกูลเยว่ จบราชโองการ”“ข้าน้อยจิ้งอันโหวน้อมรับราชโองการ” จิ้งอันโหวรับราชโองการไว้ในมือ ปากก็ยิ้มไม่หุบ เขาไม่คิดเช่นกันว่าฮ่องเต้จะทรงพระราชทานสมรสให้เขาและเยว่เหมยขณะที่ทั้งหมดกำลังจะลุกขึ้น หลิวกงกงก็หยิบราชโองการอีกอันมาถือเอาไว้ พร้อมประกาศเสียงดัง“เยว่หลินรับราชโองการ... เยว่หลินมีความชอบช่วยราษฎรให้พ้นภัยหิมะ และยังสามารถสังหารแม่ทัพซยงหนูช่วยด่านเฉิงซานพ้นภัย เราขอประกาศราชโองการ แต่งตั้งให้เยว่หลินเป็นเสียนจู่ ราชทินนามรุ่ยเสียนจู่และเป็นรองแม่ทัพแห่งค่ายเว่ยซาน เราหวังว่าเจ้าจะช่วยปกป้องดินแดนด้วยความสุขุม ป้องกันต้าหยางโดยไม่ประมาท สร้างสันติและความสงบ สืบทอดปณิธานดูแลราษฎรต้าหยางสืบไป จบราชโองการ”“ข้าน

  • รองแม่ทัพไม่ใช่บุรุษ   51

    51สองวันต่อมาเยว่หลินและเยว่เหมยพากันเข้าวังเพื่อกราบทูลเรื่องราวทั้งหมดที่ทั้งสองประสบพบเจอมา ส่วนซินเจ๋ออ๋องถูกขังอยู่ในคุกหลวง ถูกทรมานให้รับสารภาพแม้หลักฐานต่าง ๆ จะแน่นหนามากแล้วก็ตาม“เยว่เหมย ข้าไม่เคยคิดเลยว่าเจ้าต้องเผชิญหน้ากับเรื่องเหล่านี้เพียงลำพัง ทั้งที่ข้าเป็นถึงฮ่องเต้แต่กลับไม่สามารถช่วยเหลือเจ้าได้เลย เช่นนั้นข้าจะเป็นฮ่องเต้ไปเพื่อสิ่งใดกัน ไม่สู้สละบัลลังก์ไม่ดีกว่าหรือ” ฮ่องเต้อิงตี๋เองก็มีมุมประชดประชันเช่นนี้ด้วย เขากล่าวอย่างน้อยใจแม้แต่ฮองเฮาเองยังขบขัน ทั้งเยว่เหมยและกู้จวินในตอนนั้นล้วนแยกย้ายกันเติบโตไปแล้วในตอนนี้หลงเหลือเพียงสายสัมพันธ์พี่น้องเท่านั้น...“อย่าประชดประชันไปเลยเพคะ ที่หม่อมฉันไม่บอกก็เพราะกลัวเยว่หลินจะเป็นอันตราย เราอยู่ในที่แจ้งคนผู้นั้นอยู่ในที่มืด หม่อมฉันจะยอมเสี่ยงได้อย่างไร”“ฝ่าบาทอย่าทรงกริ้วไปเลยเพคะ” เยว่หลินเองก็เล่าทุกเรื่องที่ตนประสบให้ฮ่องเต้อิงตี๋ฟังเช่นกัน รวมถึงเรื่องที่นางปลอมตัวเป็นบุรุษเข้าไปอยู่ในค่ายทหาร แทนที่พระอ

  • รองแม่ทัพไม่ใช่บุรุษ   50

    50เมื่อสิบเจ็ดปีก่อนนางได้ช่วยชีวิตจิ้งอันโหวเอาไว้ และเพราะนางไม่มีที่ไปเขาจึงได้พานางกลับมายังจวนหลง พอนางมาอยู่ใกล้ๆ ทำให้เขารู้จักนางมากขึ้นสุดท้ายก็หลงรักนาง เขาต้องการให้นางอยู่ด้วยตลอดไปทว่าเยว่เหมยกลับมีความต้องการที่เขาไม่สามารถให้นางได้ยามนี้ได้รู้ว่านางมีฐานะสูงส่ง อีกทั้งยังเป็นนางในดวงใจของฮ่องเต้มีหรือเขาจะสามารถแข่งขันด้วยได้“เรื่องลงโทษข้าจะจัดการให้เจ้าสองแม่ลูกอย่างแน่นอน พวกเจ้าสองแม่ลูกเพิ่งได้เจอกัน พักในวังดีหรือไม่จะได้อยู่พูดคุยกันก่อน” ฮ่องเต้ทรงเสนอด้วยความตื่นเต้น คิดถึงนางมาตลอดสิบเจ็ดปีบัดนี้นางอยู่ตรงหน้าจะให้เขาทำใจแข็งได้อย่างไร ฮองเฮาอมยิ้มแล้วลุกเดินมายืนข้างกายสวามีตนพร้อมเอ่ยเย้าด้วยเสียงเบา“พระองค์ไม่เห็นหรือเพคะว่าทั้งเยว่เหมยและเยว่หลินต่างมีผู้ที่รอนางอยู่แล้ว” ได้ยินคำพูดนี้จากฮองเฮา ฮ่องเต้อิงตี๋ต้องรีบเหลียวกลับมามองบุรุษอีกสองคนในโถง ก่อนนี้เขาหลงดีใจจนลืมไปว่าเยว่เหมยมากับจิ้งอันโหว ส่วนเยว่หลินมาแม่ทัพใหญ่หลง ตระกูลหลงอีกแล้ว...“เช่นน

  • รองแม่ทัพไม่ใช่บุรุษ   49

    49“ไม่เพียงแต่สมคบศัตรูเท่านั้น ซินเจ๋องอ๋องยังวางแผนฆ่าล้างป้อมตระกูลเยว่เมื่อสิบเจ็ดปีก่อนอีกด้วยพ่ะย่ะค่ะ” ทันทีที่จิ้งอันโหวกล่าวถึงเรื่องเมื่อสิบเจ็ดปีก่อน นัยน์ตากรุ่นโกรธของฮ่องเต้เมื่อครู่ก็วาววับขึ้นมา ราวกับเขาโกรธเรื่องเมื่อสิบเจ็ดปีก่อนมากกว่าเรื่องที่ซินเจ๋ออ๋องวางแผนก่อกบฏ เสียอีก“เรื่องนี้เป็นเช่นไร จิ้งอันโหวเจ้ารีบพูดต่อสิ”“ฝ่าบาทใจเย็น ๆ เถอะเพคะ” ฮ่องเต้รีบถามต่ออย่างเร่งร้อนจนฮองเฮาที่อยู่ข้าง ๆ ต้องเอ่ยปลอบด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน ฮองเฮารู้ดีว่าสวามีของตนเสียใจกับเรื่องเมื่อสิบเจ็ดปีก่อนมากเพียงใด แม้พระนางจะอยู่ในตำแหน่งฮองเฮามานาน แต่พระนางรู้ดีว่ายังมีสตรีอีกผู้หนึ่งที่ครองใจพระองค์มานานกว่านาง“ป้อมตระกูลเยว่มีกฎว่าต้องเป็นบุตรชายจึงจะสามารถสืบทอดวิชาลับได้ เช่นนี้ซินเจ๋ออ๋องจึงวางแผนให้ได้แต่งงานกับแม่นางเยว่เหมย เพื่อหวังให้นางให้กำเนิดบุตรชาย ทว่าเมื่อแม่นางเยว่ให้กำเนิดบุตรสาวจึงไม่สามารถสืบทอดวิชาลับได้ ซินเจ๋ออ๋องจึงจ้างนักฆ่าเพื่อกำจัดตระกูลเยว่แย่งชิงวิชาลับ แม

  • รองแม่ทัพไม่ใช่บุรุษ   48

    48“ฮ่องเต้และฮองเฮาเสด็จ” สิ้นเสียงของขันทีพิธีการผู้คนทั้งโถงรีบลุกมายืนต้อนรับ เมื่อทั้งสองพระองค์เสด็จผ่านก็พากันคุกเข่าก้มศีรษะแสดงความเคารพนอบน้อม กษัตริย์อิงตี๋เหลือบเห็นจิ้งอันโหวก็ทรงแย้มพระโอษฐ์ให้ ก่อนจะเดินไปยังที่ประทับของตนเอง พลางสั่งให้ลุกขึ้นแล้วกลับที่นั่ง เริ่มงานเลี้ยงสารทฤดูขึ้นทันที“ท่านพ่อ ท่านเตรียมครบแล้วหรือไม่” หลงจวินกล่าวกับจิ้งอันโหวขณะขยับตะเกียบคีบอาหารให้เยว่หลิน แม้จะหนักใจทว่านางกลับไม่สามารถปฏิเสธเขาได้ ร่างกายอยากปฏิเสธเพื่อไม่ให้เขาต้องถูกครหาว่าเป็นบุรุษตัดแขนเสื้อ แต่หัวใจนางกลับยินดีรับทุกสิ่งที่เขามอบให้อย่างเต็มใจเสียอย่างนั้น“เจ้าแน่ใจแล้วหรือไม่”“...” หลงจวินพยักหน้าแล้วหันไปมองกษัตริย์อิงตี๋ที่นั่งอยู่บนบัลลังก์ ทั้งสองสบตากันครู่หนึ่งกษัตริย์อิงตี๋ก็เบือนสายตาไปยังขุนนางของตนเอง ทั้งยังเป็นคนฝั่งตระกูลฮองเฮาอีกด้วย“กราบทูลฝ่าบาท” เสียงอึกทึกก่อนนี้เงียบลงเมื่อขุนนางผู้หนึ่งปรี่เข้ามาหมอบกราบอยู่เบื้องหน้า ทุกสายตาในท้องพระโรงยามนี้จับ

  • รองแม่ทัพไม่ใช่บุรุษ   47

    47เยว่หลินมาถึงหมิงหยางก่อนฉลองวันสารทฤดูเพียงสี่วัน แต่แม่ทัพกลับให้นางพักที่โรงเตี้ยมโดยมีมู่ฉีคอยระวังอยู่รอบตัว แม้จะอยู่รอบ ๆ ตัวนางทว่าเขากลับไม่ปรากฏกายให้นางเห็นเลย สักวันที่นางไม่จำเป็นต้องมีความลับกับผู้ใดอีก นางจะต้องถามเหตุผลจากเขาให้ได้“นี่เป็นอาภรณ์ที่ท่านแม่ทัพเตรียมไว้ให้ท่าน” เยว่หลินรับกล่องอาภรณ์มาจากมือของมู่ฉี เดิมคิดจะถามเขาว่าเหตุใดต้องให้อาภรณ์แก่นางแต่พอนึกดี ๆ แล้วจึงเข้าใจได้ว่าคืนนี้ทุกคนต้องเข้าวัง หากแต่งกายไม่เหมาะสมก็คงเป็นการไม่ให้เกียรติแก่เชื้อพระวงศ์แม่ทัพหลงจวินเองก็คงคิดเหมือนนางไม่อย่างนั้นคงไม่เตรียมของไว้ให้นาง ช่างใส่ใจ...มือเล็กคว้ากล่องอาภรณ์มาถือเอาไว้ก่อนจะใช้อีกมือเปิดดูของในกล่องที่เขาผู้นั้นเตรียมให้ชุดบุรุษสีขาวสะอาด มองแล้วให้ความสบายตา ดูอบอุ่น อ่อนโยนให้ความรู้สึกน่าถนอมไม่น้อย ทั้งที่นางเป็นผู้ฝึกทหารแต่กลับได้รับชุดที่งดงามถึงเพียงนี้ อีกทั้งยังเป็นของที่เขาให้ ริมฝีปากบางคลี่ยิ้มกว้าง บ่งบอกว่าชื่นชอบกับของสิ่งนี้อย่างปิดไม่

  • รองแม่ทัพไม่ใช่บุรุษ   26

    26การทดสอบรอบสองจะเริ่มขึ้นในวันพรุ่งนี้ วันนี้เหล่าทหารจึงได้โอกาสหยุดพักการฝึกในช่วงเย็น เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการทดสอบในวันพรุ่งนี้ ในค่ายวุ่นวายไม่น้อยราวกับว่าพรุ่งนี้จะมีงานใหญ่อย่างไรอย่างนั้นทั้งที่การทดสอบก็

  • รองแม่ทัพไม่ใช่บุรุษ   31

    31เจ็ดวันหลังจากพายุหิมะพัดผ่านไป พื้นดินที่เคยเต็มไปด้วยหิมะบัดนี้เริ่มละลายแล้ว ข่าวสารสามารถส่งออกไปได้ ทหารใหม่ถูกจัดให้ไปช่วยซ่อมบ้านเรือนราษฎร ส่วนทหารของค่ายเทียนชัวไปช่วยซ่อมแซมส่วนของค่ายและด่านเว่ยซานที่ถูกถล่มเพรา

  • รองแม่ทัพไม่ใช่บุรุษ   30

    30ห่อผ้าที่หอบติดตัวมาจากที่หลบภัย ภายในนอกจากเชือกก็มีห่อกระดาษขนาดกลางอีกสามห่อ ไม่มีผู้ใดรู้ว่าเยว่หลินกำลังจะทำสิ่งใด ร่างเล็กเดินเข้าหาพายุหิมะไม่มีความลังเลอยู่ในสายตาแม้แต่น้อย ราวกับได้ตัดสินใจไปแล้วว่าจะทำสิ่งนี้ให้

  • รองแม่ทัพไม่ใช่บุรุษ   27

    27ไม่ต้องรอให้แสงอาทิตย์วันใหม่มาถึงหิมะตกลงมาอย่างต่อเนื่อง ไม่มีทีท่าว่าจะเบา ลมหนาวที่เคยหยุดไปพัดมาอย่างบ้าคลั่ง ต้นไม้ไหวเอน ชายกระโจมถูกพัดตีกับตัวกระโจมจนเกิดเสียงดัง เสียงหวีดหวิวของลมพายุพัดผ่านที่คับแคบ ช่องว่างตาม

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status