Share

6

last update Last Updated: 2026-01-27 11:05:42

6

มีดสั้นที่เหน็บอยู่ตรงเอวถูกชักออกมา ก่อนจะปักลงอย่างแม่นยำกลางฝ่ามือใหญ่ ชั่วขณะหนึ่งตอนมีสติเขาคิดใช้ความรู้สึกเจ็บปวดบรรเทาพิษจากกำยานปลุกกำหนัด

“ไม่ได้ผลหรอกเจ้าค่ะคุณชาย มิสู้ชมเชยเรือนร่างข้าเพื่อบรรเทาพิษดีกว่าหรือ” นางกล่าวเชิญชวน เขากำลังจะหมดสติรับรู้สำนึกผิดชอบชั่วดีแล้วจริง ๆ

เฉินเฟยข้าให้เจ้าไปขโมยบัญชีต้องใช้เวลานานถึงเพียงนี้เลยหรือ

ชายหนุ่มคิดในใจก่อนจะเอนกายลงบนพื้นตามที่ถูกการกระทำของสตรีตรงหน้าชักนำ นางตามมาคร่อมทับร่างกายสูงใหญ่อย่างเชี่ยวชำนาญ ก้มหน้าหมายจะจุมพิตดับสำนึกดีของเขาให้หมดสิ้น

“ไร้ยางอาย” สิ้นเสียงเล็กร่างหญิงสาวผู้นั้นล้มลง หากไม่ถูกดึงคงล้มทับร่างของแม่ทัพหนุ่มไปแล้ว คนตีนางปัดมือแรง ๆ เหมือนกำจัดสิ่งสกปรก ก่อนจะข้ามร่างสตรีบนพื้นไปหาบุรุษที่ไม่รู้สติ

“ท่านเป็นอย่างไรบ้าง” เยว่หลินประคองเขาขึ้นมาพร้อมกับตีแก้มเขาเพื่อเรียกสติแผ่วเบา

“ท่านแม่ทัพได้ยินหรือไม่” จางผิงถามด้วยความเป็นห่วง หากมาไม่ทันไม่รู้ว่าป่านนี้แม่ทัพของเขาจะถูกข่มเหงอย่างไร เคราะห์ดีที่เยว่หลินยืนกรานหนักแน่นแม้ไม่มั่นใจแต่ก็อดหวั่นใจไม่ได้

สุดท้ายก็พ่ายแพ้ให้กับท่าทางมั่นอกมั่นใจราวกับเรื่องดินถล่มก่อนนี้ จางผิงไม่กล้าเสี่ยงจึงพานางมาตามหาแม่ทัพที่นี่

“เจ้า เจ้าไม่ใช่สตรี ออกไปเสีย” เสียงเข้มเอ่ยออกมาหลังจากมองใบหน้ากระดำกระด่างเบื้องหน้าชัดเจนแล้ว ในหัวตอนนี้มีเพียงภาพเรือนร่างขาวเนียนละเอียดของอิสตรีเท่านั้น จะให้ทนแตะต้องผิวพรรณหยาบกร้านของบุรุษได้อย่างไร

เยว่หลินถูกเขาผลักจนเกือบหงายหลัง หากไม่ใช่เพราะเขามียศมีตำแหน่งนางจะปล่อยให้เกิดเรื่องเสียให้เข็ด

“ทำอย่างไรดี อีกไม่นานพวกที่อยู่ด้านนอกต้องเข้ามาแน่” จางผิงถามขึ้น ทั้งสองลอบเข้ามาจากด้านหลังเพราะมีคนเฝ้าอยู่ไม่มาก แต่คงไม่สามารถออกจากหอแห่งนี้ได้ง่าย ๆ

“ชั้นบนมีห้องหรือไม่” องครักษ์หนุ่มพยักหน้า ยามนี้คงมีเพียงแต่ต้องให้แม่ทัพพักอยู่ห้องอื่นก่อน ไม่เช่นนั้นคงออกไปไม่ได้ ทว่าแม้จะหนีไปชั้นบนก็ยังลำบากอยู่ดี ในเมื่อบุรุษข้างกายยังพยายามคลานหาร่างหญิงสาวเปลือยไหล่อยู่เรื่อย

“เจ้าล่อพวกข้างนอกไปฝั่งซ้าย ข้าจะพยายามพาท่านแม่ทัพหนีขึ้นไปชั้นบนจากฝั่งขวา”

“คงมีแต่วิธีนี้” ติดตามคุณชายมานานไม่เคยรับคำสั่งจากใคร ทว่ายามนี้กลับเชื่อฟังหญิงสาวแปลกหน้าทุกคำ แม้จะประหลาดใจแต่กลับไร้ทางเลือกอื่น

“ล่วงเกินท่านแล้ว” สิ้นเสียงเล็กเยว่หลินใช้ถาดสุราฟาดลงไปที่ต้นคอของชายหนุ่มอย่างแรง คนถูกตีล้มลงหมดสติ องครักษ์จางชักดาบจ่อคอนางทันที หญิงสาวปัดปลายดาบเขาออกก่อนจะถอดอาภรณ์ชั้นนอกของหลงจวินออก

“เจ้าสวมชุดท่านแม่ทัพแล้ววิ่งออกไป หากข้าไม่ตีแม่ทัพเจ้าคิดว่าจะหลอกคนด้านนอกได้หรือ แล้วข้าจะสู้แรงท่านแม่ทัพได้อย่างไร” จริงอย่างที่นางกล่าวต่อให้เป็นเขา หากต้องสู้กับผู้เป็นนายใช่ว่าจะห้ามได้ จางผิงไม่เอ่ยสิ่งใดจับอาภรณ์สีเขียวอ่อนขึ้นมาสวมทับ

จากนั้นหันไปช่วยนางประคองร่างไร้สติของผู้เป็นนายขึ้นมา

“หลังแยกกันข้าจะหาทางคลายพิษให้ท่านแม่ทัพให้ได้ แต่จำไว้ก่อนรุ่งสางเจ้าต้องมาพาท่านแม่ทัพกลับค่าย” สิ้นเสียงทั้งสองหันมองหน้ากันนิ่ง สูดลมหายใจเข้าพร้อมกันครู่หนึ่งจึงพยักหน้าเป็นสัญญาณให้แก่กัน

จางผิงออกตัววิ่งอย่างรวดเร็วไปในทิศทางที่เยว่หลินแนะนำ ขณะวิ่งก็จงใจส่งเสียงดังไปด้วยเพื่อให้ผู้อื่นสนใจ องครักษ์หนุ่มจากไป เยว่หลินพยายามประคองร่างกายแข็งแรงของแม่ทัพหนุ่มไปยังทางขึ้นฝั่งขวา

ทั้งสองสำรวจก่อนแอบเข้ามาแล้วว่าพบภายในมีองครักษ์อยู่ไม่มาก เพียงให้จางผิงล่อออกไปก็คงใช้ถ่วงเวลาได้พอสมควร แม้จะทุลักทุเลไม่น้อยเพราะเขารูปร่างกำยำสมชายชาติทหาร ส่วนนางดังเด็กหนุ่มบ้านยากจนไร้อาหารการกิน รูปร่างจึงบอบบางราวจะแหลกสลายหากต้องลมแรง

ทว่าสุดท้ายนางก็พาเขาเข้ามาถึงห้องพักบนชั้นสามได้สำเร็จ คนไร้สติเริ่มได้สติคืนทีละนิด นางรู้ดีว่าแค่ถูกตีจนสลบไม่อาจกำจัดพิษได้ ดังที่สตรีผู้นั้นกล่าว นอกจากการร่วมประเวณีไม่มีวิธีอื่น การตีเมื่อครู่เพียงหยุดการกระทำได้ชั่วคราว

หากไม่ยอมปลดปล่อยความร้อนเหล่านั้นออกจากร่างกาย ไม่นานเขาจะต้องกระอักโลหิตเพราะเส้นเลือดปริแตกเป็นแน่ เรื่องเหล่านี้นางถูกสั่งสอนมาไม่น้อยเลย

“หากเจ้ายินยอมข้าจะมอบเงินและไถ่ตัวเจ้าออกจากหอ” ชายหนุ่มกล่าวด้วยน้ำเสียงราวกับละเมอ เขาไม่มีสติรับรู้ได้ว่ายามนี้ผู้ที่อยู่ด้วยคือผู้ใด คงจำได้เพียงว่าตนเองอยู่ในหอเฟิ่งเยี่ย

ทั้งที่ฝ่ามือยังมีบาดแผลจากมีดสั้นก็ไม่ได้ทำให้เขามีสติขึ้นมา

“ข้าไม่ใช่คนของหอแต่เป็นคนของท่าน ท่าต้องรับปากข้าว่าเมื่อตื่นจะลืมเรื่องราวในวันนี้ให้หมด ข้ายินดีใช้ตนเองรักษาพิษให้ท่าน” หญิงสาวเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด นางไม่มีทางเลือกอื่นหากเขาตายเรื่องของนางก็ไม่อาจสำเร็จ ฉะนั้นจะปล่อยให้เขาตายไม่ได้ อีกทั้งคนผู้นี้มีบุญคุณต่อนาง ถึงจะพูดออกไปมากมายแต่นางรู้ดีว่าเขาไม่มีทางได้ยินหรือจดจำคำพูดเหล่านั้นได้

“ข้ารับปากทั้งสิ้น” ร่างสูงโน้มกายเข้าหาหญิงสาวหนึ่งเดียวในห้อง ซึ่งยามนี้นั่งอยู่บนเตียงเดียวกัน พร้อมปลดอาภรณ์ออกจนเหลือเพียงผ้ารัดหน้าอก เผยให้เห็นผิวขาวนวลกระจ่างที่เคยถูกฉาบทับด้วยน้ำดินน้ำโคลน

ริมฝีปากร้อนจัดของผู้ถูกพิษทาบทับไปบนกลีบปากสีอ่อน แรกเริ่มก็แผ่วเบาดุจขนนกครู่เดียวแปรเปลี่ยนเป็นดุดัน อารมณ์เขายามนี้ไม่มีสำนึกสนใจความรู้สึกผู้ใด มีเพียงปลดปล่อยความร้อนรุ่มในกายให้หมดไป

ผงกำยานที่ถูกใช้รมเขาไม่น้อยเลย สันดานดิบในตัวไม่ว่าถูกซุกซ่อนที่ใดก็จะถูกดึงออกมา

ในฝันนางต้องปรนนิบัติน้องชายของเขาก็ถูกกระทำรุนแรงไม่น้อย ครานี้เยว่หลินเตรียมใจอยู่แล้วว่าอาจต้องเจ็บกายไม่น้อย ทว่าเขากลับไม่ได้ทำให้นางเจ็บปวดเลยทั้งที่การกำจัดพิษนี้ใช้เวลาเกือบสองชั่วยาม

แม้จะไม่เจ็บกายแต่ต้องยอมรับว่าทำให้นางหมดแรงไปมาก

อีกไม่นานฟ้าจะสว่าง หญิงสาวรีบลุกสวมอาภรณ์อย่างรีบร้อนด้วยกลัวว่าจะถูกจางผิงกลับมาเห็น และรู้วิธีแก้พิษของนาง

“ท่านแม่ทั...” นางระวังจางผิงแต่กลับลืมไปเสียสนิทว่าเขายังมีองครักษ์ข้างกายอีกหนึ่ง เฉินเฟยถูกสั่งให้ไปตามหาบัญชียักยอกเสบียง หลังหาพบก็เร่งกลับมาหาเขาที่นี่ ทว่าเมื่อมาถึงพบว่าภายนอกเต็มไปด้วยคนของนายอำเภอ คิดจะลอบเข้ามาบังเอิญได้พบกับจางผิง

สหายเล่าให้ฟังไม่น้อยก็ส่งเขาเข้ามารับแม่ทัพกลับ แต่ไม่ได้บอกว่านางจะแก้พิษเช่นนี้ เฉินเฟยอ้าปากกว้างมองเยว่หลินที่สวมเพียงชุดตัวกลาง หากไม่ไร้สมองเกินไปย่อมต้องเข้าใจว่าเกิดสิ่งใดขึ้น

“เจ้าจะตกใจอีกนานหรือไม่ ไม่ช่วยท่านแม่ทัพแล้วหรืออย่างไร” หญิงสาวตำหนิด้วยใบหน้าเรียบเฉย ท่าทางไร้ความเขินอายของสตรี เขานับถือ

“ข้าเป็นคนของท่านแม่ทัพย่อมต้องช่วยท่านแม่ทัพ”

“ข้าเองก็เป็นคนของท่านแม่ทัพย่อมต้องช่วยท่านแม่ทัพ เรื่องนี้อย่าได้บอกผู้ใดเป็นอันขาดแม้แต่ท่านแม่ทัพเอง เจ้าคงไม่อยากให้ท่านแม่ทัพต้องรับผิดชอบสิ่งเหล่านี้เพราะถูกวางยาหรอกใช่หรือไม่ รีบเข้าเถิดอีกไม่นานคนของนายอำเภอจะมาค้นที่นี่แน่”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • รองแม่ทัพไม่ใช่บุรุษ   52

    52คนทั้งจวนหลงต่างรีบพากันมารับราชโองการจากวังหลวง ทุกชีวิตคุกเข่าอยู่กลางลานใหญ่ รอฟังราชโองการที่หลิวกงกงเชิญมา“จิ้งอันโหวรับราชโองการ เนื่องด้วยจิ้งอันโหวมีความชอบฐานจับกบฏ ซินเจ๋ออ๋องได้ เราขอมอบสมรสพระราชทานให้แก่จิ้งอันโหวและเยว่เหมย บุตรสาวคนเดียวของป้อมตระกูลเยว่ จบราชโองการ”“ข้าน้อยจิ้งอันโหวน้อมรับราชโองการ” จิ้งอันโหวรับราชโองการไว้ในมือ ปากก็ยิ้มไม่หุบ เขาไม่คิดเช่นกันว่าฮ่องเต้จะทรงพระราชทานสมรสให้เขาและเยว่เหมยขณะที่ทั้งหมดกำลังจะลุกขึ้น หลิวกงกงก็หยิบราชโองการอีกอันมาถือเอาไว้ พร้อมประกาศเสียงดัง“เยว่หลินรับราชโองการ... เยว่หลินมีความชอบช่วยราษฎรให้พ้นภัยหิมะ และยังสามารถสังหารแม่ทัพซยงหนูช่วยด่านเฉิงซานพ้นภัย เราขอประกาศราชโองการ แต่งตั้งให้เยว่หลินเป็นเสียนจู่ ราชทินนามรุ่ยเสียนจู่และเป็นรองแม่ทัพแห่งค่ายเว่ยซาน เราหวังว่าเจ้าจะช่วยปกป้องดินแดนด้วยความสุขุม ป้องกันต้าหยางโดยไม่ประมาท สร้างสันติและความสงบ สืบทอดปณิธานดูแลราษฎรต้าหยางสืบไป จบราชโองการ”“ข้าน

  • รองแม่ทัพไม่ใช่บุรุษ   51

    51สองวันต่อมาเยว่หลินและเยว่เหมยพากันเข้าวังเพื่อกราบทูลเรื่องราวทั้งหมดที่ทั้งสองประสบพบเจอมา ส่วนซินเจ๋ออ๋องถูกขังอยู่ในคุกหลวง ถูกทรมานให้รับสารภาพแม้หลักฐานต่าง ๆ จะแน่นหนามากแล้วก็ตาม“เยว่เหมย ข้าไม่เคยคิดเลยว่าเจ้าต้องเผชิญหน้ากับเรื่องเหล่านี้เพียงลำพัง ทั้งที่ข้าเป็นถึงฮ่องเต้แต่กลับไม่สามารถช่วยเหลือเจ้าได้เลย เช่นนั้นข้าจะเป็นฮ่องเต้ไปเพื่อสิ่งใดกัน ไม่สู้สละบัลลังก์ไม่ดีกว่าหรือ” ฮ่องเต้อิงตี๋เองก็มีมุมประชดประชันเช่นนี้ด้วย เขากล่าวอย่างน้อยใจแม้แต่ฮองเฮาเองยังขบขัน ทั้งเยว่เหมยและกู้จวินในตอนนั้นล้วนแยกย้ายกันเติบโตไปแล้วในตอนนี้หลงเหลือเพียงสายสัมพันธ์พี่น้องเท่านั้น...“อย่าประชดประชันไปเลยเพคะ ที่หม่อมฉันไม่บอกก็เพราะกลัวเยว่หลินจะเป็นอันตราย เราอยู่ในที่แจ้งคนผู้นั้นอยู่ในที่มืด หม่อมฉันจะยอมเสี่ยงได้อย่างไร”“ฝ่าบาทอย่าทรงกริ้วไปเลยเพคะ” เยว่หลินเองก็เล่าทุกเรื่องที่ตนประสบให้ฮ่องเต้อิงตี๋ฟังเช่นกัน รวมถึงเรื่องที่นางปลอมตัวเป็นบุรุษเข้าไปอยู่ในค่ายทหาร แทนที่พระอ

  • รองแม่ทัพไม่ใช่บุรุษ   50

    50เมื่อสิบเจ็ดปีก่อนนางได้ช่วยชีวิตจิ้งอันโหวเอาไว้ และเพราะนางไม่มีที่ไปเขาจึงได้พานางกลับมายังจวนหลง พอนางมาอยู่ใกล้ๆ ทำให้เขารู้จักนางมากขึ้นสุดท้ายก็หลงรักนาง เขาต้องการให้นางอยู่ด้วยตลอดไปทว่าเยว่เหมยกลับมีความต้องการที่เขาไม่สามารถให้นางได้ยามนี้ได้รู้ว่านางมีฐานะสูงส่ง อีกทั้งยังเป็นนางในดวงใจของฮ่องเต้มีหรือเขาจะสามารถแข่งขันด้วยได้“เรื่องลงโทษข้าจะจัดการให้เจ้าสองแม่ลูกอย่างแน่นอน พวกเจ้าสองแม่ลูกเพิ่งได้เจอกัน พักในวังดีหรือไม่จะได้อยู่พูดคุยกันก่อน” ฮ่องเต้ทรงเสนอด้วยความตื่นเต้น คิดถึงนางมาตลอดสิบเจ็ดปีบัดนี้นางอยู่ตรงหน้าจะให้เขาทำใจแข็งได้อย่างไร ฮองเฮาอมยิ้มแล้วลุกเดินมายืนข้างกายสวามีตนพร้อมเอ่ยเย้าด้วยเสียงเบา“พระองค์ไม่เห็นหรือเพคะว่าทั้งเยว่เหมยและเยว่หลินต่างมีผู้ที่รอนางอยู่แล้ว” ได้ยินคำพูดนี้จากฮองเฮา ฮ่องเต้อิงตี๋ต้องรีบเหลียวกลับมามองบุรุษอีกสองคนในโถง ก่อนนี้เขาหลงดีใจจนลืมไปว่าเยว่เหมยมากับจิ้งอันโหว ส่วนเยว่หลินมาแม่ทัพใหญ่หลง ตระกูลหลงอีกแล้ว...“เช่นน

  • รองแม่ทัพไม่ใช่บุรุษ   49

    49“ไม่เพียงแต่สมคบศัตรูเท่านั้น ซินเจ๋องอ๋องยังวางแผนฆ่าล้างป้อมตระกูลเยว่เมื่อสิบเจ็ดปีก่อนอีกด้วยพ่ะย่ะค่ะ” ทันทีที่จิ้งอันโหวกล่าวถึงเรื่องเมื่อสิบเจ็ดปีก่อน นัยน์ตากรุ่นโกรธของฮ่องเต้เมื่อครู่ก็วาววับขึ้นมา ราวกับเขาโกรธเรื่องเมื่อสิบเจ็ดปีก่อนมากกว่าเรื่องที่ซินเจ๋ออ๋องวางแผนก่อกบฏ เสียอีก“เรื่องนี้เป็นเช่นไร จิ้งอันโหวเจ้ารีบพูดต่อสิ”“ฝ่าบาทใจเย็น ๆ เถอะเพคะ” ฮ่องเต้รีบถามต่ออย่างเร่งร้อนจนฮองเฮาที่อยู่ข้าง ๆ ต้องเอ่ยปลอบด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน ฮองเฮารู้ดีว่าสวามีของตนเสียใจกับเรื่องเมื่อสิบเจ็ดปีก่อนมากเพียงใด แม้พระนางจะอยู่ในตำแหน่งฮองเฮามานาน แต่พระนางรู้ดีว่ายังมีสตรีอีกผู้หนึ่งที่ครองใจพระองค์มานานกว่านาง“ป้อมตระกูลเยว่มีกฎว่าต้องเป็นบุตรชายจึงจะสามารถสืบทอดวิชาลับได้ เช่นนี้ซินเจ๋ออ๋องจึงวางแผนให้ได้แต่งงานกับแม่นางเยว่เหมย เพื่อหวังให้นางให้กำเนิดบุตรชาย ทว่าเมื่อแม่นางเยว่ให้กำเนิดบุตรสาวจึงไม่สามารถสืบทอดวิชาลับได้ ซินเจ๋ออ๋องจึงจ้างนักฆ่าเพื่อกำจัดตระกูลเยว่แย่งชิงวิชาลับ แม

  • รองแม่ทัพไม่ใช่บุรุษ   48

    48“ฮ่องเต้และฮองเฮาเสด็จ” สิ้นเสียงของขันทีพิธีการผู้คนทั้งโถงรีบลุกมายืนต้อนรับ เมื่อทั้งสองพระองค์เสด็จผ่านก็พากันคุกเข่าก้มศีรษะแสดงความเคารพนอบน้อม กษัตริย์อิงตี๋เหลือบเห็นจิ้งอันโหวก็ทรงแย้มพระโอษฐ์ให้ ก่อนจะเดินไปยังที่ประทับของตนเอง พลางสั่งให้ลุกขึ้นแล้วกลับที่นั่ง เริ่มงานเลี้ยงสารทฤดูขึ้นทันที“ท่านพ่อ ท่านเตรียมครบแล้วหรือไม่” หลงจวินกล่าวกับจิ้งอันโหวขณะขยับตะเกียบคีบอาหารให้เยว่หลิน แม้จะหนักใจทว่านางกลับไม่สามารถปฏิเสธเขาได้ ร่างกายอยากปฏิเสธเพื่อไม่ให้เขาต้องถูกครหาว่าเป็นบุรุษตัดแขนเสื้อ แต่หัวใจนางกลับยินดีรับทุกสิ่งที่เขามอบให้อย่างเต็มใจเสียอย่างนั้น“เจ้าแน่ใจแล้วหรือไม่”“...” หลงจวินพยักหน้าแล้วหันไปมองกษัตริย์อิงตี๋ที่นั่งอยู่บนบัลลังก์ ทั้งสองสบตากันครู่หนึ่งกษัตริย์อิงตี๋ก็เบือนสายตาไปยังขุนนางของตนเอง ทั้งยังเป็นคนฝั่งตระกูลฮองเฮาอีกด้วย“กราบทูลฝ่าบาท” เสียงอึกทึกก่อนนี้เงียบลงเมื่อขุนนางผู้หนึ่งปรี่เข้ามาหมอบกราบอยู่เบื้องหน้า ทุกสายตาในท้องพระโรงยามนี้จับ

  • รองแม่ทัพไม่ใช่บุรุษ   47

    47เยว่หลินมาถึงหมิงหยางก่อนฉลองวันสารทฤดูเพียงสี่วัน แต่แม่ทัพกลับให้นางพักที่โรงเตี้ยมโดยมีมู่ฉีคอยระวังอยู่รอบตัว แม้จะอยู่รอบ ๆ ตัวนางทว่าเขากลับไม่ปรากฏกายให้นางเห็นเลย สักวันที่นางไม่จำเป็นต้องมีความลับกับผู้ใดอีก นางจะต้องถามเหตุผลจากเขาให้ได้“นี่เป็นอาภรณ์ที่ท่านแม่ทัพเตรียมไว้ให้ท่าน” เยว่หลินรับกล่องอาภรณ์มาจากมือของมู่ฉี เดิมคิดจะถามเขาว่าเหตุใดต้องให้อาภรณ์แก่นางแต่พอนึกดี ๆ แล้วจึงเข้าใจได้ว่าคืนนี้ทุกคนต้องเข้าวัง หากแต่งกายไม่เหมาะสมก็คงเป็นการไม่ให้เกียรติแก่เชื้อพระวงศ์แม่ทัพหลงจวินเองก็คงคิดเหมือนนางไม่อย่างนั้นคงไม่เตรียมของไว้ให้นาง ช่างใส่ใจ...มือเล็กคว้ากล่องอาภรณ์มาถือเอาไว้ก่อนจะใช้อีกมือเปิดดูของในกล่องที่เขาผู้นั้นเตรียมให้ชุดบุรุษสีขาวสะอาด มองแล้วให้ความสบายตา ดูอบอุ่น อ่อนโยนให้ความรู้สึกน่าถนอมไม่น้อย ทั้งที่นางเป็นผู้ฝึกทหารแต่กลับได้รับชุดที่งดงามถึงเพียงนี้ อีกทั้งยังเป็นของที่เขาให้ ริมฝีปากบางคลี่ยิ้มกว้าง บ่งบอกว่าชื่นชอบกับของสิ่งนี้อย่างปิดไม่

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status