Share

ทำตามสัญญา(1)

last update Tanggal publikasi: 2026-04-09 03:10:12

“2ปีถ้าแกแต่งงานกับหนูมัสได้2ปี ฉันถึงจะยอมยกหุ้น20% ให้กับแก”

ฐากูรว่าพลางวางแก้วกาแฟในมือลงบนโต๊ะอาหารมื้อเช้า ทำเอาศรัณย์ถึงกับตาตื่น

“ทำไมละครับ ผมก็ยอมแต่งแล้วไง ทำไมปู่ถึงตั้งเงื่อนไขขึ้นมาอีกทีหลัง”

“แกคิดว่าฉันโง่หรือไงเจ้ารัน ฉันเป็นปู่แกไง แกก็คิดแค่จะแต่งงานให้เสร็จๆไป พอได้หุ้นบริษัทแล้วแกก็จะรีบหย่า”

ฐากูรชำเลืองมองหลานชายแล้วยิ้มมุมปาก เขาเหลือบตามองต่ำ ลงพื้นก็สมกับเป็นปู่หลานกันนั่นแหละทำอะไรก็รู้ทันกันไปหมด ยกเว้นเรื่องที่เธอเป็นผู้หญิงที่ขับรถชนคนรักเขาตายที่ปู่ไม่รู้เรื่องนี้ เพราะเขาไม่ได้เล่าให้ฟังและดูท่าทางพวกท่านก็ไม่ได้สนใจ หรือเอาง่ายๆ ก็คือพวกท่านไม่ค่อยชอบน้ำมนต์นั้นเอง

“จะหย่าช้าหรือหย่าเร็ว ยังไงผมก็ต้องหย่าอยู่ดี เพราะผมไม่ได้รักผู้หญิงคนนั้น”

“เอาล่ะ ฉันไม่อยากมานั่งเถียงกับแกเรื่องแบบนี้ ทำตามที่ฉันบอก ถ้าพร้อมเมื่อไร ฉันจะไปสู่ขอหนูมัสกับครอบครัวเขา”

พูดจบชายชราก็เดินออกไป ปล่อยให้ศรัณย์นั่งกัดฟันด้วยความโมโห ไม่รู้ว่าผู้หญิงคนนี้เป็นศัตรูเขามาตั้งแต่ชาติปางไหน ทำไมถึงตามทำลายชีวิตเขาไม่รู้จักจบสักสิ้น

“แล้วลูกจะทำยังไงต่อ ตารัน” ศิริณที่นั่งฟังอยู่เงียบๆ มาตั้งนานเอ่ยถามคนเป็นลูกชาย

“จะทำอะไรได้ละครับ นอกจากทำตามเงื่อนไขที่ปู่ตั้งขึ้นมา หรือคุณแม่จะยอมให้ผมเสียหุ้นในบริษัทไป แล้วโดนปลดจากผู้บริหารไปด้วยละครับ”

“ถ้าพ่อแกยังอยู่ แม่คิดว่าเขายังพอจะช่วยพูดให้ได้”

ศิริณมีสีหน้าเศร้าลงทันทีที่พูดถึงคนเป็นสามีที่ตายไปด้วยโรคมะเร็งเมื่อหลายปีก่อน

“ไม่เอาสิครับ คุณแม่อย่าทำหน้าแบบนั้น ผมจัดการเรื่องนี้ได้ แต่ผมรบกวนคุณแม่ช่วยดูแลคนงานที่ผมให้มาตบแต่งเรือนหลังเล็กใหม่ให้หน่อยนะครับ"

“ตบแต่งใหม่ทำไมละลูก”

“ถ้าแต่งงานแล้วผมกับผู้หญิงคนนั้นจะย้ายไปอยู่เรือนหลังเล็ก จะได้ห่างหูห่างตาจากคุณปู่สักหน่อย”

ศิริณพยักหน้ารับปากกับคนเป็นลูกชายก่อนที่เจ้าตัวจะขอตัวไปทำงานเพราะสายมากแล้ว ในใจก็ยังติดสงสัยอยู่ว่าลูกชายเธอกำลังคิดจะทำอะไรกันแน่ เพราะปกติจะไม่ได้ยอมอะไรง่ายๆ ขนาดนี้

“พี่แดนเทพ รอมัสนานไหมคะ”

ร่างเล็กของมัสสิกาเดินเข้ามาในร้านอาหารแห่งหนึ่งที่ถูกตบแต่งเรียบง่าย แต่ก็ดูแพง แล้วก็ทรุดตัวนั่งลงฝั่งตรงข้ามกับแดนเทพ

“ไม่นานเลยครับพี่เองก็เพิ่งจะมาถึง”

รอยยิ้มหวานกับลักยิ้มพิมพ์ใจที่ชายหนุ่มส่งมาทำเอาใจเธอถึงกับสั่น แต่คงไม่ใช่แค่เธอหรอก เพราะกวาดสายตามองรอบข้างสาวๆ แถวนั้นก็มองผู้ชายตรงหน้าเธอด้วยแววตาหยาดเยิ้มเหมือนกัน

“มัสหิวแล้ว เราสั่งอาหารกันดีกว่าค่ะ”

มือเล็กเอื้อมไปหยิบเมนูอาหารแล้วก็เรียกเด็กเสิร์ฟมารับออเดอร์ แดนเทพลอบมองความน่ารักของผู้หญิงตรงหน้าที่ไม่เคยเปลี่ยนไปเลยสักนิด เพราะชื่ออาหารที่เธอสั่งแต่ละอย่างมีแต่ของชอบเขาทั้งนั้น ผ่านไปก็ตั้งหลายปีไม่คิดว่าเธอจะยังคงจำได้อยู่

“น้องมัสจำได้ด้วยเหรอครับว่าพี่ชอบกินอะไร”

“จำได้สิคะ พี่แดนกินอยู่ไม่กี่อย่างนี่คะ ไม่ต้มแซ่บกระดูกอ่อนก็ข้าวผัดทะเล ยิ่งไปอยู่เมืองนอกแล้วของแบบนี้ก็หากินยากขึ้น กลับมารอบนี้พี่ก็ต้องกินทุกวันให้หายอยากไปเลย”

หญิงสาวพูดจ้อไม่ได้หยุด ทั้งพูดไปแสดงท่าทางไปสร้างความเอ็นดูให้กับหมอหนุ่มได้ไม่น้อย

“จะโกรธไหมถ้าพี่จะถามเรื่องที่ เอ่อ”

แดนเทพเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก เพราะมันจะเป็นการเสียมารยาทหรือเปล่าหากเขาจะถามเรื่องที่เธอเมาแล้วขับ

“เรื่องที่มัสเมา แล้วขับรถชนคนอื่นเสียชีวิตนะเหรอคะ”

หญิงสาวหน้าสลดลงนิดหน่อย เพราะบางทีก็อยากทำใจลืมเรื่องนี้แต่มันก็ไม่สามารถลืมได้เสียที

“พี่ขอโทษนะ ที่ถามเรื่องนี้”

“ไม่เป็นไรค่ะ มัสก็ต้องทำใจยอมรับเพราะมันเป็นเรื่องร้ายแรงจริงๆ ว่าแต่พี่แดนเทพรู้เรื่องนี้ได้ยังไงคะ”

“พี่เห็นคอมเม้นต์โพสต์ขายเสื้อผ้าในเพจของน้องมัสนะ”

“นี่พี่แดนติดตามเพจมัสด้วยเหรอคะ”

“ครับ เพิ่งติดตามได้ไม่กี่วันเอง ถ้าก่อนหน้านี้ ตอนที่พี่อยู่เมืองนอกแล้วรู้ว่าน้องมัสมีเพจขายของ พี่คงได้ติดต่อเร็วกว่านี้”

ชายหนุ่มพูดแล้วคลี่ยิ้มออกมา มัสสิกาได้แต่หัวเราะเบาๆ ทั้งคู่นั่งพูดคุยกันได้ไม่นานอาหารที่สั่งไปก็ถูกนำมาวางเรียงกันบนโต๊ะ บทสนทนาจึงได้หยุดลง

ช่วงบ่ายแก่ๆ ของวัน แสงแดดจ้าที่แผดเผาจนร้อนแสบผิว วิภากำลังตระเตรียมวัตถุดิบเอาไว้เพื่อทำอาหารอยู่ ขณะที่มือง่วนอยู่กับการล้างผักสดที่เพิ่งซื้อมาเธอก็ได้ยินเสียงกุกๆ กักๆ อยู่ในบ้าน

เร็วเท่าความคิดมือก็คว้ามีดในมือขึ้นมาถือไว้เพราะวันนี้เธออยู่บ้านเพียงคนเดียว สามีออกไปทำงาน ส่วนลูกสาวคนเล็กก็ออกไปเรียนตั้งแต่เช้า

“แกเป็นใคร เข้ามาทำอะไรในบ้านฉัน”

ยังไม่ทันที่จะเห็นรูปร่างใบหน้าเสียด้วยซ้ำ วิภาก็วิ่งออกไปพร้อมกับมีดที่อยู่ในมือ

“เฮ้ย!แม่ เดี๋ยว นี้หนูเอง”

“ไอ้มิณ แม่ก็นึกว่าโจร เข้าบ้านมาทำไมไม่ให้ซุ่มให้เสียง แล้วไหนบอกว่าไปเรียน”

มีดที่ยกขึ้นเหนือศีรษะถูกลดระดับลงเมื่อมิณฑิรารีบร้องตะโกนบอกว่าเป็นเธอเอง ก่อนจะถือขวดน้ำดื่มเดินไปนั่งตรงโซฟาที่วางอยู่ไว้ไม่ไกล

“ก็วิชาตอนบ่าย อาจารย์ยกคลาสอ่า มิณก็เลยกลับ ว่าแต่แม่เอะทำอะไรอยู่ถึงไม่รู้ว่าเป็นมิณ นี่หนูก็เข้ามาได้สักพักแล้วนะ นี่ถ้าเป็นโจรจริงๆ แม่ได้สิ้นชื่อไปแล้ว”

“ก็แม่คิดอะไรเพลินๆ ก็เลยไม่ทันได้ยินอะไรนะสิ มาก็ดีแล้วไปช่วยแม่เตรียมมื้อเย็นหน่อย อีกสักพักพ่อเขาก็คงจะมาแล้ว”

วิภาบอกลูกสาวพร้อมกับกำลังจะเดินนำหน้าเข้าไปในห้องครัว แต่ทว่าเสียงออดหน้าบ้านก็ดังขึ้นเหมือนมีคนมาหา

“เดี๋ยวมิณไปดูเองค่ะแม่”

พูดจบเด็กสาวก็วิ่งออกไป วิภาจึงเดินเข้าห้องครัวไป ไม่นานมิณฑิราก็วิ่งกลับเข้ามาพร้อมกับตะโกนเรียกคนเป็นแม่ให้ออกมา

“แม่ มีคนมาหาอ่า มิณให้รออยู่ในห้องรับแขก”

เธอชะโงกคอเข้าไปบอกคนเป็นแม่ วิภาได้แต่ขมวดคิ้วเล็กน้อย ใครกันที่มาหาเธอยามนี้ อีกอย่างเพื่อนเธอที่รู้จักกันก็ย้ายไปอยู่ที่อื่นกันหมดแล้ว

วิภาวางทุกอย่างในมือแล้วสั่งให้ลูกสาวเตรียมน้ำดื่มออกไปเสิร์ฟให้แขกที่มาหา

“สวัสดี แม่วิภาจำฉันได้ไหม”

เมื่อก้าวพ้นเข้ามาในห้องรับแขก ฐากูรก็เอ่ยทักทันทีที่เห็นหน้าลูกสาวของเพื่อนสนิท วิภายืนมองหน้าอยู่สักพักหนึ่งเหมือนคลับคล้ายคลับคลาว่าเคยเห็นชายชราคนนี้ที่ไหน

“ฉันเองฐากูร เพื่อนสนิทของพ่อเธอไง”

“อ่อ คุณลุงนั้นเอง สวัสดีค่ะ ขอโทษนะคะที่วิจำไม่ได้ เพราะมันตั้งยี่สิบกว่าปีได้แล้วที่เราไม่ได้เจอกัน”

เมื่อจำใบ้หน้าเหี่ยวย่นนั้นได้วิภาก็รีบยกมือขึ้นไหว้อย่างนอบน้อม

“ส่วนนี้แม่ศิริณ เป็นลูกสะใภ้ของฉันเอง”

ฐากูรหันไปแนะนำศิริณที่ยืนอยู่ข้างๆ อย่างเงียบๆ วิภาจึงยกมือไหว้อีกครั้ง ซึ่งเธอเองก็ยกมือรับไหว้กลับด้วยใบหน้าที่เรียบนิ่ง

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • รอยชัง มัสสิกา   โอกาสที่รอคอย (จบ)

    บริเวณหน้าบริษัทมัสสิกาให้กรรณวิกามาส่งพร้อมกับอุ้มเจ้าตัวเล็กในอก ก่อนจะหันไปบอกให้เพื่อนกลับไปก่อนได้เลยดวงตาแหงนมองตึกสูงระฟ้าพร้อมกับหยอกเย้าลูกไปด้วยว่าที่นี่แหละที่พ่อของหนูอยู่ เราไปหาพ่อกันนะคะ“อะไรนะ มัสกับลูกรอฉันอยู่เหรอ”หลังจากเลิกประชุมที่เคร่งเครียดหลายชั่วโมง ดวงตาคมเปล่งประกายทันทีที่ภวิทย์บอกว่าคนที่อยู่ในความคิดถึงมาหาเขาถึงที่นี่ แฟ้มงานที่อยู่ในมือถูกโยนกลับไปให้คนเป็นลูกน้องสองขายาวก้าวเร็วกลับไปที่ห้องทำงานแต่พอเปิดประตูเข้าไปกลับพบเจอแต่ความว่างเปล่า“ไหนแกบอกฉันว่ามัสกับลูกมาหาฉันกลับลูกไง” ตาคมตวัดมองคนเป็นลูกน้องที่ยืนทำหน้าเป็นอยู่ไม่ไกล“ใช่ครับ แต่ว่าตอนนี้อยู่แผนกการตลาด”“แล้วทำไมแกไม่บอกฉัน”“เอ้า กำลังจะอ้าปากบอกก็เห็นเดินเอ้าๆ นึกว่าจะรู้ ว่าคุณมัสอยู่ที่ไหน”ภวิทย์ตอบกลับโดยไม่มีท่าทีเกรงกลัว“เดี๋ยวนี้ ปีกกล้าขาแข็ง ย้อนฉันเก่งจังเลยนะ”“จะไล่ออกก็ได้นะ ผมไม่ติด” ภวิทย์แสยะยิ้มมุมปากท้าทายเพราะรู้ดีว่าศรัณย์ไม่กล้าทำ อีกทั้งตอนนี้คนที่ให้ท้ายเขาก็คือมัสสิกา“ไม่ไล่ แกจะทำไม ถ้าฉันไล่แกออก จะมีใครรู้ใจฉันเท่าแกอีก ฉันไม่คุยกับแกแล้ว เสียเวลา ไปหา

  • รอยชัง มัสสิกา   ลืมตาดูโลก

    “หนูมัส คนนั้นสามีหนูจริงๆ เหรอ”ป้านาวบุ้ยหน้าไปทางศรัณย์ที่นั่งคุยอยู่กับลุงชิตและชาวบ้านอยู่ที่โต๊ะหน้าบ้าน หญิงสาวไม่รู้ว่าจะตอบอย่างไรทำได้เพียงแค่พยักหน้าให้ก่อนหน้านี้ที่เธอย้ายมาอยู่ก็มีหลายๆ คนถามถึงพ่อของลูก แต่เธอก็พยายามบ่ายเบี่ยงที่จะตอบมาตลอด จนมีข่าวลือไปทั่วหมู่บ้านว่าเธอท้องไม่มีพ่อ แต่เพราะความดีของพ่อที่ช่วยเหลือชาวบ้านข่าวลือพวกนั้นก็หายไป“ส่วนใหญ่แล้วพืชไร่ที่นี่ส่วนใหญ่ เอาไปขายที่ไหนกันเหรอครับ”ศรัณย์เอ่ยถามชาวบ้านหลังจากที่พวกเขาสาธยายว่าแต่ละฤดูปลูกอะไรบ้าง และก็เห็นว่าบางอย่างบริษัทในเครือของตนสามารถรับซื้อได้“ก่อนหน้านี้ก็จะมีพ่อค้าคนกลางมารับซื้อ แต่ตอนนี้ไม่มีแล้วเขาเห็นว่ากดราคาของไม่ได้เหมือนแต่ก่อน เพราะคุณกนกมาเจรจาราคาให้ใหม่ ตอนแรกพวกเขาก็ยอม แต่พอตอนนี้ก็พากันหายไป เราก็เลยเดือดร้อนไปด้วย”หนึ่งในชาวบ้านเล่าด้วยสีหน้าไม่สู้ดี หากฟังกลายๆ เขาคงคิดว่าชาวบ้านกำลังคิดโทษกนกที่ทำให้พ่อค้าคนกลางไม่มารับซื้อสินค้า แม้ว่าแต่ก่อนจะโดนกดราคาแต่อย่างน้อยมันก็ขายออกจนหมด“ทุกคนไม่ต้องเป็นห่วงนะครับ พืชผลบางอย่างผมให้บริษัทในเครือผมเป็นคนรับซื้อโดยตรงโดยให้ร

  • รอยชัง มัสสิกา   พ่อของลูก(ง้อ)

    รถยนต์เคลื่อนตัวมาตามเส้นทางเปลี่ยวที่สองข้างทางมีต้นไม้หลากชนิดปลูกเรียงราย ศรัณย์หันไปมองผู้หญิงที่นั่งเคียงข้างมาเอาแต่ทำหน้าบึ้งไม่พูดไม่จา แต่พอเธอหันออกไปมองนอกหน้าต่างก็พบว่าเป็นทางเข้าบ้านตัวเอง“คุณรู้ได้ยังไงว่าบ้านฉันอยู่ที่นี่” เขาขับรถมาโดยไม่ถามทางเธอสักคำ“ภวิทย์เป็นคนบอก” ชายหนุ่มตอบหน้าตาเฉย ที่เขาให้ภวิทย์ไปส่งกนกก็เพราะแบบนี้อย่างน้อยก็ได้รู้ว่าบ้านเธออยู่ที่ไหนเมื่อรถจอดมัสสิกากำลังจะเปิดประตูก้าวขาลงแต่มันก็ช้าศรัณย์ที่รีบวิ่งอ้อมมาเปิดประตูให้และประคองเธอลง คราวนี้ปฏิเสธความช่วยเหลือไม่ได้เพราะเธอลงเดินไม่ถนัดจริงๆ“คุณกลับไปได้แล้วค่ะ” เธอออกปากไล่เขาทันทีเมื่อเท้าก้าวเข้ามาถึงบ้าน“ผมไม่กลับ ก็บอกแล้วว่าอยากอยู่ดูแลคุณกับลูก”“ที่ผ่านมาฉันก็ดูแลตัวเองได้ ฉันไม่ติดนะคะที่คุณจะแวะมาเยี่ยมลูกได้ เพราะยังไงคุณก็เป็นพ่อของเขา”ชายหนุ่มยังไม่ทันจะอ้าปากพูดอะไรต่อเลยเธอก็ตัดบทด้วยการเดินหันหลังกลับเข้าบ้านไป สงสัยงานนี้จะไม่หมูอย่างที่คิดเลยแฮะ“คุณต้องอดทนให้มากๆ นะคุณศรัณย์ จากที่ผมรู้จักลูกสาวผม เธอเหมือนวลัยมาก ท่าทางใจดีแต่ใจแข็ง คุณต้องให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์

  • รอยชัง มัสสิกา   หาจนเจอ

    เป็นไปอย่างที่ศรัณย์คิดไม่มีผิด เมื่อภวิทย์ให้ผู้บริหารฝ่ายโรงพยาบาลนำชื่อของมัสสิกาไปตรวจสอบก็เห็นประวัติการฝากครรภ์จริงๆ อย่างที่ศรัณย์บอก“เรารู้แล้วนะครับว่าคุณมัสสิกาอยู่ที่ไหน”ภวิทย์รีบมารายงานทันทีเมื่อได้รับรายงาน ศรัณย์ลุกขึ้นจากเก้าอี้แสดงความดีใจออกมาอย่างเห็นได้ชัด แบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน“เอารถออกเลยไอ้วิทย์ฉันจะไปตามเมียกลับบ้าน”“อ้าว แล้วประชุมผู้บริหารตอนบ่ายละครับ”“เลื่อนไปก่อน ไม่งั้นก็โทรตามปู่ฉันมาประชุมแทนแล้วกัน”ปากสั่งงานลูกน้องแต่มือก็พะวิงกับการหยิบเสื้อสูทมาใส่ด้วยความกระตือรือร้น“เดี๋ยวครับท่านรอง ถ้าคุณใจร้อนไปหาแบบนี้ ไม่กลัวว่าคุณมัสสิกาจะหนีไปอีกเหรอครับ”มือที่ง่วนอยู่กับการใส่เสื้อถึงกับชะงัก เขาหันไปหาเลขาเพื่อนสนิทช้าๆ“จริงด้วย แกมีวิธีง้อผู้หญิงไหมวะ”ภวิทย์ถึงกับพ่นลมหายใจออกมา เขาจะไปรู้ได้ไงว่าต้องง้อยังไง เพราะไม่เคยมีเมียมาก่อน“งั้นเอาแบบนี้ไหมครับ ถ้าอยากรู้ว่าบ้านคุณมัสอยู่ที่ไหนไม่ยากเลยครับ เราไปแอบรอที่โรงพยาบาลวันที่คุณมัสไปตรวจครรภ์ ท่านรองก็แค่สะกดรอยตามไป”“เออ ความคิดนายดี ถ้าฉันเดินดุ่มๆ เข้าไปมีหวังเธอได้หนีฉันไปอีกแน่ ๆ”หลัง

  • รอยชัง มัสสิกา   ค้นข้อมูล(2)

    “หนูมีอะไรจะบอกค่ะ”เธอเอื้อมมือไปจับมือเหี่ยวย่นขึ้นมากุม “มีอะไร ทำไมหน้าดูลังเล”“คือว่า เอ่อ ....” เธอไม่รู้จะเริ่มยังไงดี กนกหรี่ตามองลูกสาว“จะบอกกับพ่อ ว่าท้องใช่ไหม”“ทะ...ทำไมคุณพ่อทราบคะ” เธอเบิกตาขึ้น“พ่อเป็นพ่อคนนะ ทำไมจะไม่รู้ ตั้งแต่วันแรกที่มาถึงลูกเอาแต่อาเจียน ข้าวปลาก็ไม่กิน กินแต่ของหมักของดอง”“มัสขอโทษนะคะ ที่ไม่ได้บอกพ่อตั้งแต่ทีแรก” เป็นครั้งแรกที่มัสสิกาเอ่ยปากเรียกกนกว่าพ่อ จนทำหน้าให้เขาถึงกับน้ำตาคลอดีใจ“ไม่เป็นไรเลยลูก ว่าแต่คุณศรัณย์เขารู้เรื่องนี้ไหม”“ไม่ค่ะ มัสไม่ได้บอกใครเลย เขาเคยบอกว่าไม่อยากมีลูกกับมัส”มัสสิกาฝืนยิ้มทั้งน้ำตา กนกรู้สึกสงสารลูกสาวจับใจและนึกโทษตัวเองที่ตอนนั้นไม่มีความรับผิดชอบที่ทิ้งให้วลัยเผชิญกับเรื่องท้องลูกด้วยตัวเอง ถึงคราวแล้วที่เขาจะชดเชย“ไม่เป็นไรนะลูก อย่างน้อยก็ยังมีพ่อ หลานคนเดียวพ่อช่วยเลี้ยงเอง”กนกโอบกอดลูกสาวแล้วลูบหัวเบาๆ เขารู้ดีว่ามัสสิการักศรัณย์แต่ก็เลือกที่จะเดินจากมาเพราะคิดว่าศรัณย์นั้นไม่ได้รักอีกทั้งอยากปกป้องครอบครัวที่เลี้ยงดูมาตั้งแต่เด็กๆ อีกด้วยหลายเดือนผ่านไปสภาพร่างกายศรัณย์เองก็ไม่ต่างจากซากศพเด

  • รอยชัง มัสสิกา   ค้นข้อมูล(1)

    สวัสดีค่ะ คุณศรัณย์ มัสเองนะคะ ขณะที่คุณได้รับจดหมายนี้ฉันคงไม่อยู่แล้ว ขอโทษนะคะที่ไม่ได้อยู่ลาด้วยตัวเอง ที่ผ่านมาฉันขอโทษสำหรับทุกอย่าง และคิดว่าได้ชดใช้ให้คุณหมดแล้ว หวังว่าคุณคงให้อภัยช่วงเวลาที่ผ่านมาฉันเคยคิดว่าฉันเกลียดคุณ ที่ทนอยู่เพราะอยากชดใช้กับเรื่องที่ผ่านมา แต่นั้นมันก็คือข้ออ้าง มันตรงข้ามกับความรู้สึกตัวเองจริงๆ ฉันรักคุณนะคะ ฉันรู้ว่าคุณไม่ได้รู้สึกเหมือนกัน มันจึงเป็นอีกเหตุผลที่ฉันต้องไป ใบหย่าฉันวางให้คุณบนโต๊ะแล้ว ไม่ต้องตามหาฉันนะคะ เมื่อถึงเวลาเราคงได้เจอกัน คุณอย่าโกรธอย่าเกลียดฉันเลยนะคะ มัสสิกา....ทุกบรรทัดทุกตัวอักษรศรัณย์อ่านมันด้วยความเจ็บปวด น้ำตาลูกผู้ชายค่อยๆ ไหลออกมา เพราะความแค้นที่คอยบังตาจึงทำให้เขาต้องพบเจอแต่ความเจ็บปวดแบบนี้ แล้วเรื่องอะไรที่เขาจะยอมเสียเธอไปล่ะศรัณย์ตัดสินใจไปหากรรณวิกาที่เป็นเพื่อนสนิทเพียงคนเดียวของเธอทันที“คุณศรัณย์มาหาวิกามีอะไรหรือเปล่าคะ”“คุณรู้ใช่ไหมว่ามัสสิกา เขาไม่ได้อยู่แล้ว”ดวงตาคมปราดมอง หญิงสาวพ่นลมหายใจออกมาแล้วจ้องหน้าเขากลับ“ทราบค่ะ แต่ฉันว่

  • รอยชัง มัสสิกา   สู่ขอคนชัง

    “ไม่แต่งค่ะ ยังไงมัสก็ไม่แต่ง!”“แต่ถ้าแกไม่แต่ง บริษัทพ่อก็ล้ม แล้วลูกน้องพ่อกับครอบครัวเขาอีกล่ะ พ่อจะรับผิดชอบยังไง”พิมุกมองหน้าลูกสาวเหมือนขอความเห็นใจเพื่อช่วยกิจการของครอบครัว“และความสุขของมัสล่ะคะ ใครจะรับผิดชอบ ทุกคนก็รู้ว่าหนูเคยทำอะไรไว้กับตัวเขาบ้าง ถ้าหนูแต่งงานไป พ่อกับแม่คิดว่าเขาจะ

  • รอยชัง มัสสิกา   ทำตามสัญญา(2)

    ไม่นานมิณฑิราก็ยกน้ำดื่มออกมาเสิร์ฟแล้วก็ปลีกตัวออกไปแบบเงียบๆ ปล่อยให้พวกผู้ใหญ่คุยกัน แม้ในใจอยากจะอยู่ฟังเพราะอยากรู้ว่าผู้ใหญ่คุยอะไรกันก็ตาม“คุณลุงมีธุระอะไร หรือเปล่าคะถึงมาหาวิถึงที่นี่”“ก็ไม่มีอะไร ที่ฉันมาก็เพราะว่าจะมาทำตามคำสัญญาที่ฉันเคยให้ไว้กับพ่อของเธอไว้”“สัญญาอะไรคะ” เธอย่นคิ้วน

  • รอยชัง มัสสิกา   สัญญาแต่หนหลัง(2)

    “ปู่ครับ ปู่!”ปากร้องตะโกนเรียกหา สายตาก็คอยสอดส่องไปทั่วบริเวณสวนหย่อม เมื่อเห็นชายชรากำลังฮัมเพลงพร้อมกับตัดแต่งกิ่งไม้อยู่ไม่ไกล เขาก็รีบสาวเท้ายาวๆ เข้าไปหา“มีอะไรเจ้ารัน ร้องเรียกปู่มาแต่ไกล”“จะเรื่องอะไรล่ะครับ ที่คุณแม่พูดให้ผมฟังว่าปู่จะยกหุ้นบริษัทให้ใครก็ไม่รู้ถ้าผมไม่ยอมแต่งงาน”เขาทำ

  • รอยชัง มัสสิกา   สัญญาแต่หนหลัง(1)

    [จริงหรือเปล่าคะ ที่พี่มัสขับรถชนคนตาย”][เมาแล้วขับทำไมคะ][ไม่รู้สึกเสียใจบ้างเหรอคะ ที่ทำลายชีวิตคนคนหนึ่ง][ฉันเคยซื้อของคนแบบนี้ไปได้ยังไง][นั้นก็เรื่องส่วนตัวปะ ขายของไม่เกี่ยวกับเรื่องส่วนตัว สู้ๆนะคะ][ซื้อของไม่ลง ฆาตกร]ความคิดเห็นจากลูกเพจร้านค้าออนไลน์ที่มัสสิกากำลังไลฟ์ขายของเด้งขึ้นต

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status