รอยชัง มัสสิกา

รอยชัง มัสสิกา

last updateآخر تحديث : 2026-04-09
لغة: Thai
goodnovel16goodnovel
لا يكفي التصنيفات
52فصول
830وجهات النظر
قراءة
أضف إلى المكتبة

مشاركة:  

تقرير
ملخص
كتالوج
امسح الكود للقراءة على التطبيق

มัสสิกาคือผู้หญิงที่ทำให้คนรักของศรันย์ต้องตาย เขาเกลียดเธอยิ่งกว่าเชื้อโรคแต่สุดท้ายโชคชะตากลับนำพาทั้งคู่ต้องมาแต่งงานกัน"เธอลองตายดูสิ เผื่อฉันใจอ่อนยอมยกโทษให้"

عرض المزيد

الفصل الأول

คืนแห่งการสูญเสีย(1)

“คุณครับ คุณ ได้ยินไหมครับ”

เสียงร้องเรียกดังเข้ามาในโซนประสาทของมัสสิกา หญิงสาวค่อยๆ ลืมตาขึ้นแต่ก็พร่ามัวจนมองอะไรไม่ชัด แต่เธอก็สัมผัสได้ถึงความเจ็บปวดที่วิ่งพล่านไปทั่วร่างกาย

ความรู้สึกหนักอึ้งในหัวปวดหนึบขึ้นมาทันที เธอจำได้ว่าไปงานวันเกิดเพื่อนแล้วดื่มเข้าไปหนักมาก หลังจากนั้นก็จำอะไรไม่ได้อีกเลย

“คุณได้ยินไหม ตั้งสติหน่อยครับ”

คราวนี้เป็นการสัมผัสมาที่หัวไหล่แล้วเขย่าร่างเบาๆ ดวงตาเริ่มชินกับแสงสว่างทำให้เธอมองเห็นอะไรๆ ที่ชัดขึ้น

เธอมองออกไปยังหน้ารถที่กระจกเป็นรอยแตกร้าว กะบังหน้ารถพังยุบเข้ามา ใบหน้าหวานถึงกับซีด หันมองไปด้านนอกที่มีผู้คนยืนอยู่มากมายแล้วจ้องมองมาที่เธอ

สองมือเล็กยกขึ้นจับที่พวงมาลัยรถ เธอมาขับรถได้อย่างไร เพราะหากเธอดื่มเหล้าแล้วจะไม่แตะรถเด็ดขาด แล้วนี่ยังขับมาเกิดอุบัติเหตุอีก

“เอ้าคุณ ถ้าได้สติแล้วก็ลงมาก่อนครับ เราจะได้รู้ว่าคุณได้รับบาดเจ็บตรงไหนหรือเปล่า”

มัสสิการับรู้แล้วพยักหน้าให้ เธอก้าวขาลงมาจากรถช้าๆ แต่ก็มีอาการเซเล็กน้อย เสียงซุบซิบจากไทยมุงแถวนั้นดังเข้ามาให้ได้ยิน

“สภาพแบบนี้เมาแน่ๆ”

“ภาระสังคม ทำลายชีวิตคนอื่น”

หญิงสาวไม่เข้าใจในสิ่งที่คนเหล่านั้นพูด จนกระทั่งเธอหันไปยังหน้ารถ เรี่ยวแรงที่มีหายไปจนหมดสิ้น เธอถึงกับทรุดตัวลงนั่ง

ผ้าคลุมสีขาวปกคลุมร่างคนหนึ่งอยู่ ผ้าขาวนั้นแดงไปด้วยเลือดสีสดที่ไหลนองพื้น

“ม่ะ...มันไม่จริงใช่ไหม”

มัสสิกาแทบสติหลุดเมื่อรู้ว่าตัวเองขับรถชนคนตาย จากที่ทรุดตัวลงนั่งเธอค่อยๆ คลานเข่าเข้าไปหา เธอกรีดร้องออกมาเหมือนคนบ้า เนื้อตัวสั่นเทา ทั้งหวาดกลัว ทั้งเสียใจกับสิ่งที่ได้ทำลงไป

กู้ภัยหญิงที่อยู่บริเวณนั้นวิ่งเข้ามากอดเธอและเรียกสติ แต่ยามนี้มันเปล่าประโยชน์เพราะเธอแทบหมดเรี่ยวแรง เสียงร้องไห้ของเธอดังไปทั่วบริเวณ จนเธอถูกอุ้มออกไปจากจุดนั้นแล้วนำไปขึ้นรถเพื่อสงบสติอารมณ์

“คุณคะ รบกวนช่วยเป่าแอลกอฮอล์ด้วยค่ะ”

กู้ภัยสาวยื่นเครื่องเป่าสีขาวมาตรงหน้า เธอเหลือบมองด้วยสายตาเหม่อลอยแล้วอ้าปากงับเครื่องเป่าลมแล้วออกแรงเป่า

กู้ภัยยกขึ้นดูแล้วถึงกับส่ายหน้า ก่อนจะหันไปตะโกนบอกเพื่อนว่าค่าแอลกอฮอล์ว่า153 ให้จดไว้ให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ

ขณะที่กู้ภัยหญิงจะก้าวขาเดินออกไป มัสสิกาจึงรีบคว้าแขนเอาไว้

“เดี๋ยวค่ะพี่ เขาเสียชีวิตจริงๆ เหรอคะ แล้วมันเกิดอะไรขึ้น”

น้ำเสียงสั่นเครือเอ่ยถามทั้ง ๆ ที่มีน้ำตาคลอ แววตาช่างว่างเปล่าเพราะเธอนึกยังไงก็นึกไม่ออก ว่าเกิดอะไรขึ้น เพราะรู้สึกตัวก็เกิดอุบัติเหตุนี้แล้ว

“คุณจำอะไรไม่ได้เลยเหรอคะ ก็ไม่แปลกหรอกที่จะขับรถชนคนตาย ดื่มเข้าเสียขนาดนั้น เขาก็รณรงค์อยู่ว่าเมาไม่ขับ ดูสิ มีอีกหลายคนต้องสูญเสีย”

น้ำเสียงแข็งตอบกลับมาปนความประชดประชันพร้อมกับเหลือบสายตาไปยังหน้ารถ ที่ตอนนี้มีผู้ชายอีกคนที่เพิ่งมาถึงกำลังก้มลงกอดศพผู้หญิงที่เสียชีวิตร้องไห้ออกมาปานจะขาดใจ

มัสสิกามองตามสายตานั้นแล้วเธอเองก็หัวใจสลายที่พรากชีวิตคนอื่นไปเพราะตัวเอง

แต่สิ่งที่ทำให้กู้ภัยหญิงแปลกใจมากกว่าก็คือผู้หญิงที่ขับรถชนคนอื่นทำไมไม่ได้รับบาดเจ็บเลยสักนิด ไม่มีแม้กระทั่งเลือดหรือรอยถลอกเลยสักนิด แต่เธอก็ไม่อยากสนใจ คนเมาก็คือคนเมาเป็นปัญหาให้ได้ไม่หยุดหย่อน

“คุณต้องไม่เป็นอะไรนะน้ำมนต์ คุณต้องอยู่กับผมนะ ไหนเราเคยสัญญากันไงว่าถ้าคุณได้บรรจุเป็นครู คุณจะแต่งงานกับผม คุณฟื้นสิ     ได้ยินที่ผมเรียกไหม น้ำมนต์!”

สองแขนแกร่งช้อนร่างที่อยู่ใต้ผ้าคลุมสีขาวขึ้นมากอดไว้แนบอก เพียงแค่ได้รับโทรศัพท์จากปลายสายว่าเจ้าของเครื่องได้รับอุบัติเหตุเสียชีวิต วินาทีนั้นโลกของศรัณย์เหมือนหยุดหมุน เขาคิดว่ามันไม่ใช่เรื่องจริง คว้ากุญแจรถได้เขาก็รีบมาที่นี่ทันที

ว่ากันว่าน้ำตาลูกผู้ชายไหลยากมันไม่ใช่เรื่องจริงเลยสักนิด แค่เห็นร่างเล็กที่คุ้นตาถูกปกคลุมด้วยผ้าขาวที่ชุ่มไปด้วยเลือด หัวใจเขาเหมือนสลายแทบอยากกลั้นลมหายใจให้ตายตาม

เสียงร้องไห้ของชายร่างสูงที่นั่งกอดศพอยู่ริมถนน สร้างความเวทนาให้กับคนที่ผ่านไปมา

“ขะ คุณคะ ฉันขอโทษ ฉันไม่ได้ตั้งใจ”

มัสสิกาที่พยุงร่างที่แทบไร้เรี่ยวแรงของตัวเองเดินเข้ามาหาพร้อมกับทรุดตัวลงนั่ง สองมือกระพุ่มยกขึ้นไหว้ด้วยใบหน้าที่นองไปด้วยน้ำตาเพราะตัวเธอเองก็รู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ใบหน้าคมเงยหน้าขึ้นมองผู้หญิงตรงหน้าช้าๆ แววตาเต็มไปด้วยความเกลียดชัง ดวงตาแดงก่ำแฝงไปด้วยความเคียดแค้น สองกรามขบกันแน่นจนขึ้นเป็นนูนก่อนจะพูดผ่านไรฟัน

“คุณมันคือฆาตกร ขยะสังคม ไปให้พ้น จะไปตายที่ไหนก็ไป ไป!”

ศรัณย์ตะโกนไล่เธอให้ไปพร้อมกับจะกระโจนเข้าหาราวกับว่าจะเข้ามาทำร้ายมัสสิกา จนกู้ภัยและตำรวจต้องวิ่งเข้ามาห้ามแล้วพาตัวของเธอออกไป แล้วเชิญไปที่โรงพักเพื่อรับทราบข้อกล่าวหา

มัสสิกาเดินออกมาด้วยความเจ็บปวด พร้อมกับเสียงตะโกนด่าสาปแช่งของผู้ชายคนนั้นที่ดังเข้ามาในหู เธอได้แต่ก้มหน้ารับกรรม ทั้ง ๆ ที่เธอเองก็จำเรื่องราวที่เกิดขึ้นไม่ได้เสียด้วยซ้ำ

ภายในสถานีตำรวจย่านชานเมืองมัสสิกานั่งเหม่อลอยอยู่หน้าโต๊ะตำรวจร้อยเวรที่กำลังสอบสวนอยู่

“คุณจะบอกว่าจำเหตุการณ์อะไรไม่ได้เลยเหรอครับ”

ตำรวจหน้าตาเคร่งขรึมอายุราว ๆ สี่สิบปีเอ่ยถามขึ้น เพราะคุยกันมาจะครึ่งชั่วโมงแล้วผู้ต้องหาก็เอาแต่ปฏิเสธว่าจำอะไรไม่ได้เลย จำได้แค่ว่าเธอดื่มเหล้าเข้าไปหนักมาก มารู้สึกตัวอีกทีก็มีกู้ภัยมาเรียกว่าเธอขับรถชนคนตาย

“คุณตำรวจคะ แล้วที่นั่นไม่มีกล้องวงจรปิดเหรอคะ”

“ไม่มีครับ กล้องที่มีก็เสีย พยานที่เห็นเหตุการณ์ก็ไม่มี ช่วงเวลานั้นไม่มีคนขับรถผ่านไปเลยไม่เห็นว่าเกิดอะไรขึ้น เห็นแค่ว่าคุณขับรถชนเขาไปแล้ว และทุกอย่างก็เป็นหลักฐานชัดเจนว่าคุณเมาแล้วขับรถชนคนเสียชีวิต”

น้ำเสียงเข้มเน้นย้ำถึงความผิดที่มัสสิกาได้ก่อ

“แล้วกล้องหน้ารถฉันล่ะคะ”

“กล้องหน้ารถคุณไม่มีนะครับ ผมว่าคุณอย่าพยายามหาหลักฐานให้ตัวเองพ้นผิดเลยยังไง ทุกอย่างมันก็ชัดเจนอยู่แล้ว”

หญิงสาวถึงกับใบหน้าถอดสีคอตกพยักหน้ารับ

“ยัยมัส เป็นยังไงบ้างลูก”

เสียงแหลมเล็กของวิภาดังขึ้นด้วยความร้อนรนจากทางด้านหลัง พร้อมกับก้าวขายาวๆ เดินเข้ามา ตามมาด้วยชายรูปร่างสันทัดแต่งตัวภูมิฐาน

“แม่ มัสกลัว มัสจะติดคุกไหมอ่าแม่”

“ใจเย็นๆนะ ไหนเรื่องมันเป็นยังไง เล่าให้แม่ฟังสิ”

“มัสไม่รู้อ่าแม่ มัสจำอะไรไม่ได้เลย”

มัสสิกาสวมกอดคนเป็นแม่ด้วยความกลัว แต่ปลายจมูกของวิภากลับได้กลิ่นแอลกอฮอล์ที่คละคลุ้งก็พอจะเข้าใจว่าลูกตัวเองเมาแล้วขับรถ

วิภาพยักหน้าให้กับชายมีอายุด้านหลังซึ่งเป็นทนายที่เธอสามารถติดต่อได้เร็วที่สุดในยามนี้ ก่อนที่จะปล่อยทนายไปจัดการเรื่องประกันตัว

“แล้วคู่กรณีล่ะ อยู่ที่ไหน แม่จะได้ไปคุยกับเขา”

มัสสิกาเองก็เอาแต่ส่ายหน้าเหมือนเธอไม่รู้เรื่องอะไรเลยสักอย่าง แต่สายตาก็เหลือบไปเห็นผู้ชายคนก่อนหน้านี้กำลังประคองชายแก่คนหนึ่งขึ้นมา

“เขาอยู่นั้นค่ะ มัสเห็นเขามาดูคนที่มัสขับรถชน” นิ้วเรียวสั่นเทาชี้ไปยังศรัณย์ที่กำลังจะเดินเข้ามา

วิภาตัดสินใจดึงมือลูกสาวตนเองให้เดินเข้าไปหาแล้วก็ได้ใจความว่าเขาคือคุณกนกพ่อของผู้หญิงที่เสียชีวิต

มัสสิกาเดินออกจากข้างหลังแม่ตนเองแล้วก้าวเท้ามายืนต่อหน้าชายแก่ที่ยามนี้ดวงตายังคงเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตา

สองขาย่อเข่าลงกับพื้นสองมือยกขึ้นไหว้แล้วก้มลงกราบที่แทบเท้า กนกเองถึงกับตกใจ แต่สีหน้าของศรัณย์ที่มองกลับเต็มไปด้วยความเกลียดชัง

توسيع
الفصل التالي
تحميل

أحدث فصل

فصول أخرى
لا توجد تعليقات
52 فصول
คืนแห่งการสูญเสีย(1)
“คุณครับ คุณ ได้ยินไหมครับ”เสียงร้องเรียกดังเข้ามาในโซนประสาทของมัสสิกา หญิงสาวค่อยๆ ลืมตาขึ้นแต่ก็พร่ามัวจนมองอะไรไม่ชัด แต่เธอก็สัมผัสได้ถึงความเจ็บปวดที่วิ่งพล่านไปทั่วร่างกายความรู้สึกหนักอึ้งในหัวปวดหนึบขึ้นมาทันที เธอจำได้ว่าไปงานวันเกิดเพื่อนแล้วดื่มเข้าไปหนักมาก หลังจากนั้นก็จำอะไรไม่ได้อีกเลย“คุณได้ยินไหม ตั้งสติหน่อยครับ”คราวนี้เป็นการสัมผัสมาที่หัวไหล่แล้วเขย่าร่างเบาๆ ดวงตาเริ่มชินกับแสงสว่างทำให้เธอมองเห็นอะไรๆ ที่ชัดขึ้นเธอมองออกไปยังหน้ารถที่กระจกเป็นรอยแตกร้าว กะบังหน้ารถพังยุบเข้ามา ใบหน้าหวานถึงกับซีด หันมองไปด้านนอกที่มีผู้คนยืนอยู่มากมายแล้วจ้องมองมาที่เธอสองมือเล็กยกขึ้นจับที่พวงมาลัยรถ เธอมาขับรถได้อย่างไร เพราะหากเธอดื่มเหล้าแล้วจะไม่แตะรถเด็ดขาด แล้วนี่ยังขับมาเกิดอุบัติเหตุอีก“เอ้าคุณ ถ้าได้สติแล้วก็ลงมาก่อนครับ เราจะได้รู้ว่าคุณได้รับบาดเจ็บตรงไหนหรือเปล่า”มัสสิการับรู้แล้วพยักหน้าให้ เธอก้าวขาลงมาจากรถช้าๆ แต่ก็มีอาการเซเล็กน้อย เสียงซุบซิบจากไทยมุงแถวนั้นดังเข้ามาให้ได้ยิน“สภาพแบบนี้เมาแน่ๆ”“ภาระสังคม ทำลายชีวิตคนอื่น”หญิงสาวไม่เข้าใจในสิ่งที่คนเ
اقرأ المزيد
คืนแห่งการสูญเสีย(2)
“เอามือสกปรกของคุณออกไปจากคุณพ่อ ต่อให้คุณมานั่งคุกเข่าจนตายผมก็ไม่มีวันให้อภัย”ศรัณย์เดินไปขวางแล้วก้มมอง มัสสิกาเห็นสายตานั้นแล้วก็รู้ดีว่าเขาคงเกลียดเธอมาก แต่ก็ไม่รู้ว่าเขามีความสัมพันธ์อย่างไรกับคนที่เสียชีวิต“แต่ฉันรู้สึกผิดจริงๆ นะคะ ฉันไม่ได้ตั้งใจ”“คำว่าไม่ตั้งใจมันใช้สำหรับคนที่มีเหตุสุดวิสัยจริงๆ แต่สำหรับคุณมันไม่ใช่ ก็รู้อยู่แล้วว่าตัวเองดื่มหนัก ทำไมต้องขับรถ ทำไม ทำไมคุณต้องฆ่าแฟนผม ทำไม!”ศรัณย์เขย่าหัวไหล่ของมัสสิกาที่นั่งอยู่จน วิภาต้องมารีบผลักออกแล้วดึงลูกสาวตัวเองมาไว้ทางด้านหลัง แต่สายตาที่ศรัณย์มองตามกลับน่ากลัวราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ“อย่าทำอะไรลูกฉันนะ คุณคะ ฉันเป็นแม่ของยัยมัส เรายินดีจะรับผิดชอบทุกอย่างและจ่ายค่าสินไหมทดแทนให้ เรารู้สึกผิดจริงๆ เราขอโทษค่ะ”วิภายกสองมือขึ้นไหว้ปลกๆ กนกมองแล้วได้แต่ปลงสุดท้ายแล้วพ่อแม่ทุกคนก็ต้องปกป้องลูกของตัวเอง แต่ชายแก่ก็มองผ่านไปไม่เอ่ยตอบสิ่งใดๆ ออกมาเพราะเขาเองก็ทำใจยอมรับกับการสูญเสียครั้งนี้ไม่ได้“พอเถอะรัน พ่อเหนื่อยเราเข้าไปหาคุณตำรวจเถอะ จะได้กลับไปรับศพยัยมนต์ที่โรงพยาบาล”กนกเอ่ยบอกศรัณย์พร้อมกับก้าวเท้าเดิ
اقرأ المزيد
สำนึกผิด(1)
“น้ำมนต์ครับ หลับให้สบายนะ ไม่ต้องเป็นห่วงคุณพ่อของน้ำมนต์นะ พี่จะดูแลท่านแทนน้ำมนต์เอง พี่รักน้ำมนต์นะคะ”ประโยคที่เปล่งออกมาจากปากหนาได้รูปใครฟังก็รับรู้ได้ว่าผู้ชายที่กำลังใช้มือแตะที่ฝาโลงนั้นเสียใจแค่ไหน ใบหน้าหล่อคมแต่ก่อนนั้นแทบหายไปจนหมดสิ้นแทบไม่เหลือเค้าเลยสักนิด มีเพียงหนวดเคราที่ขึ้นรุงรัง ใบหน้าตอบลงอย่างเห็นได้ชัด“ไอ้รัน กูว่ามึงพักสักหน่อยไหม สภาพมึงตอนนี้ไม่ไหวเลยนะเว้ย อีกอย่างหลายวันมานี้มึงไม่เข้าไปที่บริษัทเลย มีงานด่วนเข้ามาตั้งเยอะ ตอนนี้แม่มึงกำลังโมโหด้วย ถ้ารู้ว่ามึงมาคลุกอยู่ที่นี่เกร็งว่าจะเกิดเรื่องเอานะสิ”ภวิทย์ที่เป็นทั้งเพื่อนในเวลาทั่วไปและเป็นเลขาคู่ใจในเวลางาน เดินเข้ามากระซิบข้างหูเบาๆ ให้ได้ยินกันสองคน เพราะตัวเขาเองไม่รู้จะแก้ตัวกับคนเป็นแม่ของศรัณย์อย่างไร เขาหมดมุกที่จะโกหกแล้ว“แล้วไง เวลาแบบนี้กูยังต้องสนใจอะไรอีกเหรอวะ”“มันไม่ใช่แบบนั้น มึงเองก็รู้ว่าป้าศิริณเป็นคนยังไง ถ้าเขามาอาละวาดที่นี่คนที่จะเดือดร้อนก็คือลุงกนก พ่อคุณน้ำมนต์นะ”ภวิทย์พูดเตือนสติเพื่อนอีกครั้ง แต่มันก็ยังทำศรัณย์ฉุกคิดขึ้นได้บ้าง เขาได้แต่พยักหน้ารับ แล้วบอกกับเพื่อนว
اقرأ المزيد
สำนึกผิด(2)
เรียวนิ้วชี้จิ้มไปที่หน้าผากมัสสิกาจนแทบจะหงายหลัง พวงหรีดที่เธอหิ้วมาหล่นลงพื้นไม่พอ ยังถูกศรัณย์ขว้างมันลงพื้นอีกทุกคนต่างตกใจกับการกระทำของเขาไม่เว้นแม้แต่พระสงฆ์องค์เจ้าที่นั่งสวดอยู่ต้องหยุดลงกลางคันหลายคนไม่เคยเห็นด้านนี้ของศรัณย์มาก่อน เพราะเวลาที่ชายหนุ่มอยู่กับน้ำมนต์เขาดูเป็นคนอบอุ่นและใจเย็นและแสนดีจนใครๆ ต่างอิจฉาครูฝึกสอนอย่างน้ำมนต์ไม่ได้“พอเถอะ รัน อย่าทำแบบนี้เพื่อสร้างบาปกรรมผูกติดกันเลย ถือว่าพ่อขอนะ” กนกเดินมาห้ามปราม“แต่ผู้หญิงคนนี้ทำให้น้ำมนต์ต้องตายนะครับ”“มันเป็นอุบัติเหตุ ต่อให้เราจงเกลียดจงชังเขาไป ลูกสาวพ่อก็ไม่ฟื้นคืนกลับมาหรอก”น้ำเสียงแหบพร่าเอื้อนเอ่ยขึ้น มันช่างเป็นประโยคที่ทิ่มแทงความรู้สึกของมัสสิกาได้เป็นอย่างดี ตราบาปครั้งนี้มันได้สร้างความสูญเสียให้กับครอบครัวเขายิ่งนัก“ไอ้รัน ใจเย็นๆ ออกไปข้างนอกกับกู ขืนอยู่ตรงนี้มึงก็อาละวาดใส่คุณผู้หญิงคนนี้อีก”ภวิทย์กระตุกแขนเพื่อนให้เดินตามออกไป แม้จะขัดขืนเล็กน้อยแต่ ศรันย์ก็ยอมเดินตามออกไป แต่ทว่าสายตาที่มองทิ้งท้ายมันชั่งดูน่ากลัวสำหรับหญิงสาวยิ่งนักกนกพยักหน้าให้มัสสิกาเข้าไปเคารพศพของคนเป็นลูกสาวไ
اقرأ المزيد
คนผิดที่ไม่ได้รับโทษ(1)
6 เดือนผ่านไป....ภายในห้องอ่านคำพิพากษา มัสสิกานั่งอยู่ตรงเก้าอี้หน้าบัลลังก์ สองมือกุมเข้าหากัน เปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ หญิงสามก้มหน้าลงด้วยความกังวลใจไม่รู้ว่าวันนี้คำตัดสินจะเป็นอย่างไร เธอก็พร้อมรับชะตากรรมหลายเดือนที่ผ่านมาเธอแวะเวียนเข้าไปดูแลคุณกนกที่เป็นพ่อคู่กรณีไม่ได้ขาดพร้อมกับจ่ายเงินค่าทำขวัญไปสองล้าน เธอสัญญาต่อหน้าโลงศพคุณน้ำมนต์แล้วว่าจะดูแลท่านให้ดี ทำหน้าที่ลูกคนหนึ่งแทนเธอเองแม้ตลอดที่ผ่านมามัสสิกาพยายามจะหลบเลี่ยงไม่ให้เจอกับศรัณย์เลย แต่ก็มีบางครั้งที่ไม่สามารถหลบเลี่ยงได้ เธอก็ต้องยอมรับชะตากรรมที่ถูกเขาต่อว่าด่ากราดราวกับอาชญากรข้ามชาติ เธอก็ได้แต่อดทนไว้วันนี้ก็เป็นอีกหนึ่งวันที่เธอไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ เพราะเป็นวันที่ศาลนัดตัดสินคดีความ เขาก็มาพร้อมกันกับคุณกนก มัสสิกาแอบชำเลืองมองไปที่เขาหลายครั้งก็เจอแต่สายตาที่อาฆาตมาดร้าย เกลียดชัง จนบางทีเธอก็ก้มหน้าลงต่ำเพื่อหลบตาเขาหลังจากที่ทุกคนเข้ามาในห้องพิจารณาคดีได้ไม่นาน ผู้พิพากษาทั้งสามคนก็เข้ามานั่งประจำตำแหน่งเพื่ออ่านคำวินิจฉัย“การที่จำเลยขับรถในขณะเมาสุรา อันเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.จราจรทางบกฯ มาตรา 43 (
اقرأ المزيد
คนผิดที่ไม่ได้รับโทษ(2)
“ยัยมัส ไปยืนทำอะไรตรงนั้น ทำไมไม่รีบไปขึ้นรถ”ปากพูดแต่เท้าก็เดินเข้าไปหา แต่พอเห็นสภาพเพื่อนเท่านั้นแหละ เธอถึงกับอุทานออกมาด้วยความตกใจ“ตายแล้ว ทำไมตัวแกมีแต่แผลแบบนี้ละ ไอ้รถคันเมื่อกี้มันชนแกแล้วหนีใช่ไหม ฉันจะไปดูกล้องไปแจ้งความจับมัน ในศาลก็ไม่เว้น หนีไปได้ยังไง”“ไม่ต้องวิกา อย่าไป”มัสสิการีบรั้งแขนเพื่อนไว้“ทำไม ห้ามทำไม ดูเนื้อตัวแกสิ เลือดออกด้วย”“ฉันไม่เป็นอะไรมากหรอก อีกอย่างเขาก็รับผิดชอบค่ารักษาให้ฉันแล้ว เราแค่ไปโรงพยาบาลกันก็พอ”“แกแน่ใจนะว่าจะไม่ไปแจ้งความ ว่าแต่คนที่ชนแกเป็นใคร”มัสสิกาอ้ำ ๆ อึ้ง ๆ แต่ก็ทนสายตาที่จ้องมองจับผิดไม่ไหว จึงยอมบอกออกไป“คุณศรัณย์”“หะ คุณศรัณย์แฟนคุณน้ำมนต์ที่แกขับรถชนนะเหรอ”“อือ”“เฮ้ย แบบนี้ฉันว่าเขาตั้งใจแล้วแหละ แกยอมได้ไงวะ”“ฉันไม่อยากมีปัญหาอ่า อีกอย่างเขาก็คงยังเสียใจกับการจากไปของคนรัก มันก็สมควรแล้วที่เขาจะโกรธ”มัสสิกาพูดพร้อมกับเขย่งเท้าที่เจ็บเดินนำหน้าไปที่รถ“แล้วที่บอกว่าเขารับผิดชอบค่ารักษาเขารับผิดชอบยังไง”มัสสิกาไม่ได้ตอบแต่กลับยื่นนามบัตรที่เขาเพิ่งโยนใส่หน้าเธอเมื่อสักครู่ให้กับเพื่อน“โรงพยาบาล กรุงเทพเอสอาร์
اقرأ المزيد
สัญญาแต่หนหลัง(1)
[จริงหรือเปล่าคะ ที่พี่มัสขับรถชนคนตาย”][เมาแล้วขับทำไมคะ][ไม่รู้สึกเสียใจบ้างเหรอคะ ที่ทำลายชีวิตคนคนหนึ่ง][ฉันเคยซื้อของคนแบบนี้ไปได้ยังไง][นั้นก็เรื่องส่วนตัวปะ ขายของไม่เกี่ยวกับเรื่องส่วนตัว สู้ๆนะคะ][ซื้อของไม่ลง ฆาตกร]ความคิดเห็นจากลูกเพจร้านค้าออนไลน์ที่มัสสิกากำลังไลฟ์ขายของเด้งขึ้นต่อๆ กันไหลเป็นน้ำแทบจะอ่านไม่ทัน แต่ข้อความเหล่านั้นไม่ได้ส่งมาเพื่อซื้อของหรือใส่รหัสจองสินค้าเหมือนแต่ก่อนข้อความสาปแช่ง ด่าทอ ถูกส่งเข้ามาเรื่อย ๆ จนหญิงสาวถึงกับพูดไม่ออกจนต้องปิดการไลฟ์ขายของลงแต่ก็ไม่วายโดนตามคอมเม้นท์ในโพสต์ต่างๆ“ไหวไหมมัส ฉันว่าแกหยุดขายของสักอาทิตย์ไหม”มัสสิกาพยักหน้ารับเธอพยายามห้ามใจไม่ให้อ่านคอมเม้นท์พวกนั้นแล้ว แต่ก็อดไม่ได้สักที แม้ปากเธอจะบอกว่าไม่สนใจ แต่ลึก ๆ แล้วถ้อยคำเหล่านั้นก็บั่นทอนจิตใจเธออยู่ดีหญิงสาวจึงรีบเคลียร์สินค้าที่ลูกสั่งเข้ามาและแพคของส่งให้หมดภายในสองวันเพื่อที่เธอจะหายไปพักร่างกายและจิตใจสักสองอาทิตย์ภายในผับกึ่งบาร์ย่านใจกลางรัชดาฯที่ชื่อเรื่องสถานบันเทิงที่ราคาแพงที่สุด ศรัณย์นั่งอยู่คนเดียวพร้อมกับกระดกเหล้าลงคอราวกับเห็นมันเป็นน้ำเ
اقرأ المزيد
สัญญาแต่หนหลัง(2)
“ปู่ครับ ปู่!”ปากร้องตะโกนเรียกหา สายตาก็คอยสอดส่องไปทั่วบริเวณสวนหย่อม เมื่อเห็นชายชรากำลังฮัมเพลงพร้อมกับตัดแต่งกิ่งไม้อยู่ไม่ไกล เขาก็รีบสาวเท้ายาวๆ เข้าไปหา“มีอะไรเจ้ารัน ร้องเรียกปู่มาแต่ไกล”“จะเรื่องอะไรล่ะครับ ที่คุณแม่พูดให้ผมฟังว่าปู่จะยกหุ้นบริษัทให้ใครก็ไม่รู้ถ้าผมไม่ยอมแต่งงาน”เขาทำหน้าไม่เข้าใจ สีหน้าดูไม่พอใจอย่างชัดเจน“ก็ตามนั้น ก็รู้อยู่แล้วจะมาถามทำไม”“ปู่ครับ มันไม่ต่างอะไรกับการที่ปู่คลุมถุงชนเลยนะครับ”“แล้วฉันไปบังคับแกตรงไหน แกไม่แต่งก็ได้ แต่หุ้นต้องตกเป็นของหนูมัส”“แต่ถ้าหุ้นนั้นตกเป็นของผู้หญิงคนนั้น ก็เท่ากับว่าเธอจะเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของธุรกิจทั้งหมดของเรานะปู่”“ก็ใช่ไง แกก็เลือกเอาแล้วกันว่าจะแต่งหรือไม่แต่ง”ฐากูรตอบหลานชายเพียงคนเดียวโดยที่มีท่าทีไม่รู้ร้อนรู้หนาวอะไรเลยสักนิด ศรัณย์ได้แต่ถอนหายใจ เขาอุตส่าห์บริหารบริษัทและโรงพยาบาลมากับมือจะให้ใครที่ไหนก็ไม่รู้มาชุบมือเปิบไปได้ยังไง“ผู้หญิงคนนั้นผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเป็นใคร ผมจะแต่งงานกับผู้หญิงที่ไม่ได้รักได้ยังไง”“อยู่กันไปเดี๋ยวก็รักกันเอง ไม่เห็นจะยาก อีกอย่างหนูมัส เป็นเด็กดีแล้วเพื่อนฉันก็
اقرأ المزيد
ทำตามสัญญา(1)
“2ปีถ้าแกแต่งงานกับหนูมัสได้2ปี ฉันถึงจะยอมยกหุ้น20% ให้กับแก”ฐากูรว่าพลางวางแก้วกาแฟในมือลงบนโต๊ะอาหารมื้อเช้า ทำเอาศรัณย์ถึงกับตาตื่น“ทำไมละครับ ผมก็ยอมแต่งแล้วไง ทำไมปู่ถึงตั้งเงื่อนไขขึ้นมาอีกทีหลัง”“แกคิดว่าฉันโง่หรือไงเจ้ารัน ฉันเป็นปู่แกไง แกก็คิดแค่จะแต่งงานให้เสร็จๆไป พอได้หุ้นบริษัทแล้วแกก็จะรีบหย่า”ฐากูรชำเลืองมองหลานชายแล้วยิ้มมุมปาก เขาเหลือบตามองต่ำ ลงพื้นก็สมกับเป็นปู่หลานกันนั่นแหละทำอะไรก็รู้ทันกันไปหมด ยกเว้นเรื่องที่เธอเป็นผู้หญิงที่ขับรถชนคนรักเขาตายที่ปู่ไม่รู้เรื่องนี้ เพราะเขาไม่ได้เล่าให้ฟังและดูท่าทางพวกท่านก็ไม่ได้สนใจ หรือเอาง่ายๆ ก็คือพวกท่านไม่ค่อยชอบน้ำมนต์นั้นเอง“จะหย่าช้าหรือหย่าเร็ว ยังไงผมก็ต้องหย่าอยู่ดี เพราะผมไม่ได้รักผู้หญิงคนนั้น”“เอาล่ะ ฉันไม่อยากมานั่งเถียงกับแกเรื่องแบบนี้ ทำตามที่ฉันบอก ถ้าพร้อมเมื่อไร ฉันจะไปสู่ขอหนูมัสกับครอบครัวเขา”พูดจบชายชราก็เดินออกไป ปล่อยให้ศรัณย์นั่งกัดฟันด้วยความโมโห ไม่รู้ว่าผู้หญิงคนนี้เป็นศัตรูเขามาตั้งแต่ชาติปางไหน ทำไมถึงตามทำลายชีวิตเขาไม่รู้จักจบสักสิ้น“แล้วลูกจะทำยังไงต่อ ตารัน” ศิริณที่นั่งฟังอยู่เง
اقرأ المزيد
ทำตามสัญญา(2)
ไม่นานมิณฑิราก็ยกน้ำดื่มออกมาเสิร์ฟแล้วก็ปลีกตัวออกไปแบบเงียบๆ ปล่อยให้พวกผู้ใหญ่คุยกัน แม้ในใจอยากจะอยู่ฟังเพราะอยากรู้ว่าผู้ใหญ่คุยอะไรกันก็ตาม“คุณลุงมีธุระอะไร หรือเปล่าคะถึงมาหาวิถึงที่นี่”“ก็ไม่มีอะไร ที่ฉันมาก็เพราะว่าจะมาทำตามคำสัญญาที่ฉันเคยให้ไว้กับพ่อของเธอไว้”“สัญญาอะไรคะ” เธอย่นคิ้วนิดหน่อย ไม่เข้าใจว่าพ่อหล่อนไปให้คำสัญญากันตอนไหน เพราะวันที่พ่อตาย ท่านก็ไม่ได้สั่งเสียอะไรไว้“ก็ไม่มีอะไรมากหรอก ก็สัญญาที่ฉันรับปากว่าจะดูแลหลานของเขาให้ดีที่สุด”“คุณลุงหมายถึง...”วิภาไม่ได้เอ่ยอะไรออกมามากนัก แต่ชายชราก็พยักหน้ารับ ซึ่งเหมือนประโยคนั้นจะรู้กันเพียงแค่สองคนเท่านั้น ศิริณที่นั่งอยู่ข้างๆ เองก็ไม่เข้าใจความหมายก็คิดเพียงแค่ว่าเป็นสัญญาของคนเก่ารุ่นหลังเท่านั้น“แล้วคุณลุงจะดูแลยังไงเหรอคะ ยัยมัสก็โตจนจะแต่งงานอยู่แล้ว คงไม่มีอะไรที่จะต้องเป็นห่วงหรอก”“ก็เพราะโตจนจะแต่งงานแล้วนะสิฉันถึงมา เพื่อบอกกล่าวว่าอยากให้หลานฉันกับหนูมัสแต่งงานกัน”วิภาถึงกับนั่งอึ้งกับสิ่งที่ได้ยิน แต่คนที่ตกตะลึงมากกว่าก็คือมัสสิกาที่เดินเข้ามาได้ยินประโยคนั้นพอดี“อะไรนะคะ!”ขาสั่นเดินเข้าไปหาโ
اقرأ المزيد
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status