แชร์

สู่ขอคนชัง

last update วันที่เผยแพร่: 2026-04-09 03:12:09

“ไม่แต่งค่ะ ยังไงมัสก็ไม่แต่ง!”

“แต่ถ้าแกไม่แต่ง บริษัทพ่อก็ล้ม แล้วลูกน้องพ่อกับครอบครัวเขาอีกล่ะ พ่อจะรับผิดชอบยังไง”

พิมุกมองหน้าลูกสาวเหมือนขอความเห็นใจเพื่อช่วยกิจการของครอบครัว

“และความสุขของมัสล่ะคะ ใครจะรับผิดชอบ ทุกคนก็รู้ว่าหนูเคยทำอะไรไว้กับตัวเขาบ้าง ถ้าหนูแต่งงานไป พ่อกับแม่คิดว่าเขาจะปล่อยให้หนูใช้ชีวิตอย่างมีความสุขเหรอคะ”

มัสสิกาพูดออกมาทั้งน้ำตา เพราะแค่วันนั้นที่เขาจงใจขับรถจะชนเธอก็น่าจะรู้แล้วว่าเขาเกลียดชังเธอจนอยากให้ตายแค่ไหน

“พ่อขอร้องได้ไหม ตั้งแต่เลี้ยงแกมาพ่อเคยขออะไรแกไปแกก็ไม่เคยทำอะไรให้พ่อสำเร็จเลยสักอย่าง คราวนี้ถือว่าพ่อขอร้อง”

พิมุกขยับร่างกายตัวเองจากบนโซฟาลงมาที่พื้นเหมือนจะคุกเข่าขอร้องคนเป็นลูกสาว มัสสิกาถึงกับตกใจทรุดตัวลงนั่งลงกับพื้น

“ทำไมพ่อทำแบบนี้ล่ะ ถ้าพ่อทำแบบนี้แล้วมันจะเหลือทางเลือกอะไรให้มัส”

มัสสิกาถึงกับปล่อยโฮออกมา วิภาเองที่ยืนร้องไห้อยู่ก็นั่งลงโอบกอดทั้งสามีและลูกไว้ แต่ที่สงสารกว่าก็คงหนีไม่พ้นคนเป็นลูกสาวคนโต ไม่มีทางเลือกไหนให้ได้ตัดสินใจได้เลยนอกเสียจากที่ต้องยอมแต่งงาน

สุดท้ายแล้วมัสสิกาก็ต้องยอมแต่งงานตามคำขอร้องของคนเป็นพ่อ โดยที่ท่านบอกว่าให้เธออดทนเพียงแค่สองปีเท่านั้น ฝั่งนั้นเขาก็จะยอมหย่าให้

เธอไม่รู้หรอก ว่าทำไมเขาถึงยอมแต่งงานกับเธอง่ายๆ หรืออาจจะเป็นเพราะว่าเขาอยากจะแก้แค้นที่เธอทำคนรักเขาตายก็ได้

“ฉันมาหาคุณศรัณย์ เขาอยู่ไหมคะ”

ร่างเพรียวของมัสสิกาในชุดเดรสสีชมพูเปิดไหล่สวมรองเท้าส้นเตี้ย เอ่ยถามพนักงานหน้าเคาน์เตอร์ของตึกสูงย่านใจกลางเมือง

“ไม่ทราบว่าคุณนัดไว้ไหมคะ คือว่าเลขาคุณศรัณย์สั่งไว้ค่ะ ถ้าไม่มีตารางนัดไว้ ก็ไม่สามารถเข้าพบได้”

“งั้นรบกวนคุณช่วยแจ้งเขาได้ไหมคะว่าฉันชื่อ มัสสิกา วรจินดา ต้องการที่จะพบเขา”

“ถ้างั้นรอสักครู่นะคะ ดิฉันจะแจ้งให้ แต่ไม่รู้ว่าจะได้เข้าพบไหมนะคะ”

สาวสวยที่ทำหน้าที่ประจำเคาน์เตอร์เอ่ยบอกเธอด้วยสีหน้าไม่ค่อยพอใจสักเท่าไร เพราะก็แจ้งไปแล้วว่าเข้าพบไม่ได้หากไม่ได้นัด ก็ยังจะตื้ออยู่ได้

เธอคุยโทรศัพท์ได้ไม่นานก็หันกลับมายิ้มบางๆ ให้พร้อมกับบอกว่าให้เธอขึ้นไปพบรองประธานบริษัทนี้ได้ พร้อมกับแจ้งชั้นไป มัสสิกาพยักหน้าขอบคุณก่อนจะสาวเท้ายาวๆ ไปที่ลิฟต์

พนักงานได้แต่แปลกใจเพราะโดยปกติแล้ว ไม่ใช่ว่าใครมาขอพบแล้วจะให้เข้าพบง่ายๆ

มัสสิกาเดินออกมาจากในลิฟต์ก็มาหยุดยืนอยู่หน้าห้องทำงานห้องหนึ่ง ซึ่งหน้าห้องมีเพียงโต๊ะทำงานที่ว่างเปล่าไม่มีเลขาหน้าห้อง หญิงสาวสูดอากาศเข้าปอดลึกๆ เรียวแขนยกขึ้นเคาะห้องสองสามครั้งก่อนจะได้ยินคนภายในห้องเอ่ยอนุญาตให้เธอเข้าไปได้

“ฉันมีเรื่องจะคุยกับคุณ”

เปิดประตูเข้ามาได้เธอก็เอ่ยในสิ่งที่อยากจะพูดออกมา ศรัณย์เงยหน้าขึ้นจากกองเอกสารช้าๆ แล้วสบตากับหญิงสาว ใบหน้าคมเรียบตึง ดวงตามองจิกด้วยความเกลียดชัง

“ที่บ้านคุณเขาไม่มีใครสอนมารยาทให้หน่อยเหรอ”

เขาว่าพลางลุกขึ้นยืนพร้อมเดินอ้อมโต๊ะทำงานเข้ามาหา แต่มัสสิกาก็ไม่ได้สนใจที่ฟังเรื่องนั้น

“คุณมีเหตุผลอะไรถึงต้องมาอยากแต่งงานกับฉัน คุณมีแผนอะไรกันแน่ ฉันรู้ว่าคุณเกลียดฉันยิ่งกว่าอะไรเสียอีก ทำไมต้องบีบบังคับกับพ่อฉันขนาดนั้น”

หญิงสาวจ้องใบหน้าหล่อแบบไม่หลบตาเลยสักนิด

“เพราะอะไรนะเหรอ เพราะฉันอยากทรมานเธอให้ตายทั้งเป็นไง กฎหมายก็เอาผิดเธอได้น้อย เธอยังออกมาลอยหน้าลอยตาใช้ชีวิตอยู่ได้อย่างสบายใจ แล้วดูฉันสิต้องเสียอะไรไปบ้าง เสียผู้หญิงที่รัก แถมผู้หญิงคนนั้นอนาคตยังเป็นแม่พิมพ์ที่ดีของประเทศ แต่ดูตัวเธอสิกลับมายืนในสังคมได้อย่างหน้าชื่นตาบาน”

“คุณคิดว่าฉันมีความสุขเหรอ ที่เป็นแบบนี้ ฉันก็เหมือนตายทั้งเป็น ที่ทำลายอนาคตของคนอื่น”

แม้จะเหมือนมีก้อนอะไรสักอย่างมาจุกอยู่ที่คอแต่เธอก็อยากจะอธิบายออกไปให้เขาได้รับรู้

“แล้วยังไง มันทดแทนกันได้เหรอ ไม่ต้องห่วงเรื่องแต่งงานนะ พ่อเธอบอกไหมว่าเราจะแต่งงานกันแค่สองปี ระหว่างนี้ฉันจะทรมานเธอทั้งจิตใจและร่างกายให้สาสมเลย”

เขากรีดนิ้วมือไปที่ลำคอขาว มุมปากกระตุกยิ้มด้วยความสะใจมัสสิกาได้แต่ยกมือขึ้นปัดมือหนานั้นออก ดวงตากลมสั่นระริกรู้สึกกลัวกับคำที่เขาพูด

“ฉันจะไม่แต่งงานกับคุณ”

“ก็แล้วแต่นะ ถ้าอยากเห็นบริษัทเล็กๆ ของพ่อคุณล่มจมเพราะตัวคุณ อ้อ พ่อคุณโทรมาบอกผมแล้วนะว่าคุณยอมแต่ง”

หญิงสาวถึงกับกัดฟัน ส่วนศรัณย์ก็มองเธอด้วยสายตาที่เกลียดชัง หากไม่เห็นแก่หุ้นบริษัทเขาคงไม่มีวันแต่งงานกับผู้หญิงคนนี้เด็ดขาด แค่เห็นหน้าก็รู้สึกขยะแขยงเต็มทน

“คุณนี่มัน ใจร้ายจริงๆ ไม่รู้ว่าผู้หญิงคนนั้นเขารักคุณไปได้ยังไง”

เหมือนประโยคทิ่มแทงใจ มือหนาคว้าหมับเข้าที่ลำคอ เขาออกแรงบีบ จนหญิงสาวรู้สึกหายใจไม่ออก

“มันก็ไม่เท่าเธอหรอก มัสสิกา อย่าคิดว่าการที่ฉันยอมแต่งงานกับเธอเพราะฉันพิศวาสในตัวเธอนะ ถ้าปู่ไม่บังคับฉันก็คงไม่แต่ง และอีกอย่างอย่าด้อยค่าความรักของฉันกับน้ำมนต์เพราะผู้หญิงแบบเธอไม่มีวันจะเข้าใจ”

“ปะ ปล่อย ฉันหายใจไม่ออก”

ศรัณย์สะบัดแขนอย่างแรงจนร่างเล็กเซถลาล้มลงบนโซฟาที่ตั้งอยู่ไม่ไกล เธอได้แต่อ้าปากรับเอาอากาศเข้าไป แล้วเงยหน้ามองผู้ชายใจร้ายด้วยสายตาแดงก่ำ นี่เธอต้องแต่งงานกับคนที่เกลียดเธอจริงๆ เหรอ

“ตายแล้ว ยัยมัสแกไปทำอะไรมา ทำไมคอแดงแบบนี้”

เมื่อเปิดประตูห้องออกมาเจอว่าเพื่อนรักยืนอยู่ กรรณวิกาถึงกับตกใจ แล้วรีบพาเพื่อนเข้ามาในห้อง

“แกเป็นอะไร”

“วิกา ฉัน เหนื่อยจังเลยว่ะ”

หญิงสาวพูดพร้อมกับปล่อยให้ทำนบน้ำตาไหลอาบสองแก้ม เพราะเธอรู้สึกแบบนั้นจริงๆ ทำไมชีวิตเธอช่วงนี้ถึงมีเคราะห์ซ้ำกรรมซัดได้ขนาดนี้

เรื่องราวที่เธอถูกบังคับให้แต่งงานถูกถ่ายทอดให้กรรณวิกาฟัง หญิงสาวเองก็ถึงกับตกใจ แต่ที่ตกใจยิ่งกว่าก็คือว่าที่เจ้าบ่าวเป็นศรัณย์นี่สิ

มัสสิกาอาศัยอยู่ที่คอนโดของเพื่อนรักอยู่หลายวัน เพราะยังไม่อยากจะกลับบ้าน เธอไม่อยากไปรับรู้อะไรมากนัก

แม้จะมีสายโทรศัพท์โทรเข้าจากคนเป็นมารดาอยู่หลายครั้งเธอก็เลือกที่จะตัดสายทิ้งแล้วก็ปิดเครื่องแต่เธอก็ไม่สามารถอยู่กับเพื่อนรักได้ตลอด เพราะก็บางครั้งที่กรรณวิกาพาแฟนมานอนที่ห้อง หญิงสาวรู้สึกเกรงใจจึงตัดสินใจที่จะกลับบ้านเพื่อเผชิญหน้าความจริง

รถแท็กซี่เคลื่อนตัวมาจอดที่หน้าบ้าน มัสสิกาลงจากรถก็เห็นว่ามีรถตู้สีดำค่อนข้างหรูจอดอยู่ เธอรู้สึกตงิดใจแปลกๆ สังหรณ์ใจพิกล เธอจึงรีบเดินเข้าไปในบ้านอย่างไว

สิ่งที่หญิงสาวเห็นก็คือทุกคนนั่งอยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตา โดยมีสายตาคมของศรัณย์มองมาเหมือนว่าเขาเป็นผู้ชนะเสียอย่างนั้น

“อ้าว ยัยมัสมาพอดีมานั่งนี้มา พอดีวันนี้คุณฐากูรกับคุณศิริณเขามาสู่ขอแกให้เป็นเรื่องเป็นราว พ่อก็ตกปากยกแกให้เขาไปแล้ว”

“อะไรนะคะ ทำไมมันเร็วขนาดนี้คะ” เธอทำหน้าตื่นตกใจ

“ทำไมคุณต้องทำหน้าตกใจขนาดนั้นด้วยครับ ไม่ดีเหรอเราจะได้แต่งงานกันเร็วๆ”

ใบหน้าที่เหมือนเป็นมิตรพูดจาดีนั้น มันช่างตรงกันข้ามกับวันที่เธอไปหาเขาที่บริษัทเหลือเกิน

“ไม่เร็วไปหรอกจ้ะ ป้าไปดูฤกษ์ที่วัดมาเมื่อวาน พระท่านให้วันมาเป็นเดือนหน้า วันนี้ป้าก็เลยมาทำเรื่องสู่ขอให้เรียบร้อย แล้วจะได้เตรียมงานแต่ง”

“เดือนหน้าเหรอคะ แต่มันเหลืออีกแค่อาทิตย์กว่าๆ เองนะคะ”

เหมือนฟ้าผ่าลงกลางใจ ที่ได้ยินฤกษ์งามยามดีของเขาแต่ทว่าเป็นวันร้ายๆ ในชีวิตเธอต่างหาก

“จะช้าจะเร็วยังไง หนูมัสก็ต้องมาเป็นหลานสะใภ้ของตาอยู่ดี แต่งกันเร็วก็ดีเหมือนกัน เผื่อตาจะได้อยู่ทันอุ้มเหลน”

ฐากูรเอ่ยขึ้นด้วยแววตามีความสุข แตกต่างจากมัสสิกาที่อยากจะทึ้งหัวตัวเองแรงๆ เพราะคิดว่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นเป็นเพียงฝัน แต่สุดท้ายมันก็คือความจริง

“ส่วนเรื่องสินสอดทองหมั้นไม่ต้องห่วงนะครับ ผมเตรียมไว้ให้สมน้ำสมเนื้อเลย เรื่องงานแต่งก็ไม่ต้องห่วงผมจะเป็นคนจัดการเอง”

ศรัณย์หันไปบอกคนเป็นว่าที่พ่อตาแม่ยายในอนาคต แล้วชำเลืองมองหน้ามัสสิกาที่ทำราวกับจะร้องไห้ ยิ่งเห็นแบบนั้นเขายิ่งสะใจ นี่มันก็เป็นเพียงแค่บทเริ่มต้นเท่านั้น ของจริงก็คือหลังจากงานแต่งต่างหาก

“ถ้าทุกอย่างตกลงกันลงตัวแล้ว ผมกับปู่และแม่ก็ขอตัวกลับก่อนนะครับ แล้วถ้าผมเคลียร์วันหยุดได้จะมารับมัสไปดูชุดแต่งงาน”

ชายหนุ่มยกมือขึ้นไหว้อย่างนอบน้อมทำราวกับเป็นคนดี จนพิมุกรู้สึกชื่นชมอยู่เล็กๆ ส่วนวิภาเองก็รู้สึกแบบนั้นไม่เหมือนกับวันนั้นที่เธอเจอกับเขาครั้งแรกเลยสักนิด

พิมุกเดินออกมาส่งและเมื่อเห็นว่าฐากูรและศิริณขึ้นรถไปแล้ว เขาจึงลองเอ่ยถามเรื่องงานที่ศรัณย์เคยรับปากเอาไว้ว่าจะคืนโปรเจ็กงานนั้นให้

“คุณลุงไม่ต้องห่วงนะครับ เดี๋ยวพรุ่งนี้ผมให้ภวิทย์ดำเนินเรื่องให้”

“ขอบคุณมากนะครับ เพราะโปรเจ็กนั้นสำคัญกับผมและลูกน้องในบริษัทมากๆ”

ศรัณย์พยักหน้าให้ แล้วก็ขอตัวขึ้นรถ เขาอดแปลกใจไม่ได้ว่าทำไม พิมุกถึงไม่มีท่าทีรู้สึกผิดเลยที่บังคับลูกสาวแต่งงานแต่นั่นมันก็ไม่ใช่ปัญหาของเขา

ปัญหาของเขาคือต้องอดทนแต่งงานกับผู้หญิงที่เขาเกลียดเป็นเวลาสองปีตามข้อตกลงของปู่เขาที่วางไว้ต่างหาก ในระหว่างนี้เขาก็จะทรมานเธอให้สาสม หลังจากนี้อีกสองปี เธอจะไปตายที่ไหนเขาก็จะไม่สนใจ

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • รอยชัง มัสสิกา   โอกาสที่รอคอย (จบ)

    บริเวณหน้าบริษัทมัสสิกาให้กรรณวิกามาส่งพร้อมกับอุ้มเจ้าตัวเล็กในอก ก่อนจะหันไปบอกให้เพื่อนกลับไปก่อนได้เลยดวงตาแหงนมองตึกสูงระฟ้าพร้อมกับหยอกเย้าลูกไปด้วยว่าที่นี่แหละที่พ่อของหนูอยู่ เราไปหาพ่อกันนะคะ“อะไรนะ มัสกับลูกรอฉันอยู่เหรอ”หลังจากเลิกประชุมที่เคร่งเครียดหลายชั่วโมง ดวงตาคมเปล่งประกายทันทีที่ภวิทย์บอกว่าคนที่อยู่ในความคิดถึงมาหาเขาถึงที่นี่ แฟ้มงานที่อยู่ในมือถูกโยนกลับไปให้คนเป็นลูกน้องสองขายาวก้าวเร็วกลับไปที่ห้องทำงานแต่พอเปิดประตูเข้าไปกลับพบเจอแต่ความว่างเปล่า“ไหนแกบอกฉันว่ามัสกับลูกมาหาฉันกลับลูกไง” ตาคมตวัดมองคนเป็นลูกน้องที่ยืนทำหน้าเป็นอยู่ไม่ไกล“ใช่ครับ แต่ว่าตอนนี้อยู่แผนกการตลาด”“แล้วทำไมแกไม่บอกฉัน”“เอ้า กำลังจะอ้าปากบอกก็เห็นเดินเอ้าๆ นึกว่าจะรู้ ว่าคุณมัสอยู่ที่ไหน”ภวิทย์ตอบกลับโดยไม่มีท่าทีเกรงกลัว“เดี๋ยวนี้ ปีกกล้าขาแข็ง ย้อนฉันเก่งจังเลยนะ”“จะไล่ออกก็ได้นะ ผมไม่ติด” ภวิทย์แสยะยิ้มมุมปากท้าทายเพราะรู้ดีว่าศรัณย์ไม่กล้าทำ อีกทั้งตอนนี้คนที่ให้ท้ายเขาก็คือมัสสิกา“ไม่ไล่ แกจะทำไม ถ้าฉันไล่แกออก จะมีใครรู้ใจฉันเท่าแกอีก ฉันไม่คุยกับแกแล้ว เสียเวลา ไปหา

  • รอยชัง มัสสิกา   ลืมตาดูโลก

    “หนูมัส คนนั้นสามีหนูจริงๆ เหรอ”ป้านาวบุ้ยหน้าไปทางศรัณย์ที่นั่งคุยอยู่กับลุงชิตและชาวบ้านอยู่ที่โต๊ะหน้าบ้าน หญิงสาวไม่รู้ว่าจะตอบอย่างไรทำได้เพียงแค่พยักหน้าให้ก่อนหน้านี้ที่เธอย้ายมาอยู่ก็มีหลายๆ คนถามถึงพ่อของลูก แต่เธอก็พยายามบ่ายเบี่ยงที่จะตอบมาตลอด จนมีข่าวลือไปทั่วหมู่บ้านว่าเธอท้องไม่มีพ่อ แต่เพราะความดีของพ่อที่ช่วยเหลือชาวบ้านข่าวลือพวกนั้นก็หายไป“ส่วนใหญ่แล้วพืชไร่ที่นี่ส่วนใหญ่ เอาไปขายที่ไหนกันเหรอครับ”ศรัณย์เอ่ยถามชาวบ้านหลังจากที่พวกเขาสาธยายว่าแต่ละฤดูปลูกอะไรบ้าง และก็เห็นว่าบางอย่างบริษัทในเครือของตนสามารถรับซื้อได้“ก่อนหน้านี้ก็จะมีพ่อค้าคนกลางมารับซื้อ แต่ตอนนี้ไม่มีแล้วเขาเห็นว่ากดราคาของไม่ได้เหมือนแต่ก่อน เพราะคุณกนกมาเจรจาราคาให้ใหม่ ตอนแรกพวกเขาก็ยอม แต่พอตอนนี้ก็พากันหายไป เราก็เลยเดือดร้อนไปด้วย”หนึ่งในชาวบ้านเล่าด้วยสีหน้าไม่สู้ดี หากฟังกลายๆ เขาคงคิดว่าชาวบ้านกำลังคิดโทษกนกที่ทำให้พ่อค้าคนกลางไม่มารับซื้อสินค้า แม้ว่าแต่ก่อนจะโดนกดราคาแต่อย่างน้อยมันก็ขายออกจนหมด“ทุกคนไม่ต้องเป็นห่วงนะครับ พืชผลบางอย่างผมให้บริษัทในเครือผมเป็นคนรับซื้อโดยตรงโดยให้ร

  • รอยชัง มัสสิกา   พ่อของลูก(ง้อ)

    รถยนต์เคลื่อนตัวมาตามเส้นทางเปลี่ยวที่สองข้างทางมีต้นไม้หลากชนิดปลูกเรียงราย ศรัณย์หันไปมองผู้หญิงที่นั่งเคียงข้างมาเอาแต่ทำหน้าบึ้งไม่พูดไม่จา แต่พอเธอหันออกไปมองนอกหน้าต่างก็พบว่าเป็นทางเข้าบ้านตัวเอง“คุณรู้ได้ยังไงว่าบ้านฉันอยู่ที่นี่” เขาขับรถมาโดยไม่ถามทางเธอสักคำ“ภวิทย์เป็นคนบอก” ชายหนุ่มตอบหน้าตาเฉย ที่เขาให้ภวิทย์ไปส่งกนกก็เพราะแบบนี้อย่างน้อยก็ได้รู้ว่าบ้านเธออยู่ที่ไหนเมื่อรถจอดมัสสิกากำลังจะเปิดประตูก้าวขาลงแต่มันก็ช้าศรัณย์ที่รีบวิ่งอ้อมมาเปิดประตูให้และประคองเธอลง คราวนี้ปฏิเสธความช่วยเหลือไม่ได้เพราะเธอลงเดินไม่ถนัดจริงๆ“คุณกลับไปได้แล้วค่ะ” เธอออกปากไล่เขาทันทีเมื่อเท้าก้าวเข้ามาถึงบ้าน“ผมไม่กลับ ก็บอกแล้วว่าอยากอยู่ดูแลคุณกับลูก”“ที่ผ่านมาฉันก็ดูแลตัวเองได้ ฉันไม่ติดนะคะที่คุณจะแวะมาเยี่ยมลูกได้ เพราะยังไงคุณก็เป็นพ่อของเขา”ชายหนุ่มยังไม่ทันจะอ้าปากพูดอะไรต่อเลยเธอก็ตัดบทด้วยการเดินหันหลังกลับเข้าบ้านไป สงสัยงานนี้จะไม่หมูอย่างที่คิดเลยแฮะ“คุณต้องอดทนให้มากๆ นะคุณศรัณย์ จากที่ผมรู้จักลูกสาวผม เธอเหมือนวลัยมาก ท่าทางใจดีแต่ใจแข็ง คุณต้องให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์

  • รอยชัง มัสสิกา   หาจนเจอ

    เป็นไปอย่างที่ศรัณย์คิดไม่มีผิด เมื่อภวิทย์ให้ผู้บริหารฝ่ายโรงพยาบาลนำชื่อของมัสสิกาไปตรวจสอบก็เห็นประวัติการฝากครรภ์จริงๆ อย่างที่ศรัณย์บอก“เรารู้แล้วนะครับว่าคุณมัสสิกาอยู่ที่ไหน”ภวิทย์รีบมารายงานทันทีเมื่อได้รับรายงาน ศรัณย์ลุกขึ้นจากเก้าอี้แสดงความดีใจออกมาอย่างเห็นได้ชัด แบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน“เอารถออกเลยไอ้วิทย์ฉันจะไปตามเมียกลับบ้าน”“อ้าว แล้วประชุมผู้บริหารตอนบ่ายละครับ”“เลื่อนไปก่อน ไม่งั้นก็โทรตามปู่ฉันมาประชุมแทนแล้วกัน”ปากสั่งงานลูกน้องแต่มือก็พะวิงกับการหยิบเสื้อสูทมาใส่ด้วยความกระตือรือร้น“เดี๋ยวครับท่านรอง ถ้าคุณใจร้อนไปหาแบบนี้ ไม่กลัวว่าคุณมัสสิกาจะหนีไปอีกเหรอครับ”มือที่ง่วนอยู่กับการใส่เสื้อถึงกับชะงัก เขาหันไปหาเลขาเพื่อนสนิทช้าๆ“จริงด้วย แกมีวิธีง้อผู้หญิงไหมวะ”ภวิทย์ถึงกับพ่นลมหายใจออกมา เขาจะไปรู้ได้ไงว่าต้องง้อยังไง เพราะไม่เคยมีเมียมาก่อน“งั้นเอาแบบนี้ไหมครับ ถ้าอยากรู้ว่าบ้านคุณมัสอยู่ที่ไหนไม่ยากเลยครับ เราไปแอบรอที่โรงพยาบาลวันที่คุณมัสไปตรวจครรภ์ ท่านรองก็แค่สะกดรอยตามไป”“เออ ความคิดนายดี ถ้าฉันเดินดุ่มๆ เข้าไปมีหวังเธอได้หนีฉันไปอีกแน่ ๆ”หลัง

  • รอยชัง มัสสิกา   ค้นข้อมูล(2)

    “หนูมีอะไรจะบอกค่ะ”เธอเอื้อมมือไปจับมือเหี่ยวย่นขึ้นมากุม “มีอะไร ทำไมหน้าดูลังเล”“คือว่า เอ่อ ....” เธอไม่รู้จะเริ่มยังไงดี กนกหรี่ตามองลูกสาว“จะบอกกับพ่อ ว่าท้องใช่ไหม”“ทะ...ทำไมคุณพ่อทราบคะ” เธอเบิกตาขึ้น“พ่อเป็นพ่อคนนะ ทำไมจะไม่รู้ ตั้งแต่วันแรกที่มาถึงลูกเอาแต่อาเจียน ข้าวปลาก็ไม่กิน กินแต่ของหมักของดอง”“มัสขอโทษนะคะ ที่ไม่ได้บอกพ่อตั้งแต่ทีแรก” เป็นครั้งแรกที่มัสสิกาเอ่ยปากเรียกกนกว่าพ่อ จนทำหน้าให้เขาถึงกับน้ำตาคลอดีใจ“ไม่เป็นไรเลยลูก ว่าแต่คุณศรัณย์เขารู้เรื่องนี้ไหม”“ไม่ค่ะ มัสไม่ได้บอกใครเลย เขาเคยบอกว่าไม่อยากมีลูกกับมัส”มัสสิกาฝืนยิ้มทั้งน้ำตา กนกรู้สึกสงสารลูกสาวจับใจและนึกโทษตัวเองที่ตอนนั้นไม่มีความรับผิดชอบที่ทิ้งให้วลัยเผชิญกับเรื่องท้องลูกด้วยตัวเอง ถึงคราวแล้วที่เขาจะชดเชย“ไม่เป็นไรนะลูก อย่างน้อยก็ยังมีพ่อ หลานคนเดียวพ่อช่วยเลี้ยงเอง”กนกโอบกอดลูกสาวแล้วลูบหัวเบาๆ เขารู้ดีว่ามัสสิการักศรัณย์แต่ก็เลือกที่จะเดินจากมาเพราะคิดว่าศรัณย์นั้นไม่ได้รักอีกทั้งอยากปกป้องครอบครัวที่เลี้ยงดูมาตั้งแต่เด็กๆ อีกด้วยหลายเดือนผ่านไปสภาพร่างกายศรัณย์เองก็ไม่ต่างจากซากศพเด

  • รอยชัง มัสสิกา   ค้นข้อมูล(1)

    สวัสดีค่ะ คุณศรัณย์ มัสเองนะคะ ขณะที่คุณได้รับจดหมายนี้ฉันคงไม่อยู่แล้ว ขอโทษนะคะที่ไม่ได้อยู่ลาด้วยตัวเอง ที่ผ่านมาฉันขอโทษสำหรับทุกอย่าง และคิดว่าได้ชดใช้ให้คุณหมดแล้ว หวังว่าคุณคงให้อภัยช่วงเวลาที่ผ่านมาฉันเคยคิดว่าฉันเกลียดคุณ ที่ทนอยู่เพราะอยากชดใช้กับเรื่องที่ผ่านมา แต่นั้นมันก็คือข้ออ้าง มันตรงข้ามกับความรู้สึกตัวเองจริงๆ ฉันรักคุณนะคะ ฉันรู้ว่าคุณไม่ได้รู้สึกเหมือนกัน มันจึงเป็นอีกเหตุผลที่ฉันต้องไป ใบหย่าฉันวางให้คุณบนโต๊ะแล้ว ไม่ต้องตามหาฉันนะคะ เมื่อถึงเวลาเราคงได้เจอกัน คุณอย่าโกรธอย่าเกลียดฉันเลยนะคะ มัสสิกา....ทุกบรรทัดทุกตัวอักษรศรัณย์อ่านมันด้วยความเจ็บปวด น้ำตาลูกผู้ชายค่อยๆ ไหลออกมา เพราะความแค้นที่คอยบังตาจึงทำให้เขาต้องพบเจอแต่ความเจ็บปวดแบบนี้ แล้วเรื่องอะไรที่เขาจะยอมเสียเธอไปล่ะศรัณย์ตัดสินใจไปหากรรณวิกาที่เป็นเพื่อนสนิทเพียงคนเดียวของเธอทันที“คุณศรัณย์มาหาวิกามีอะไรหรือเปล่าคะ”“คุณรู้ใช่ไหมว่ามัสสิกา เขาไม่ได้อยู่แล้ว”ดวงตาคมปราดมอง หญิงสาวพ่นลมหายใจออกมาแล้วจ้องหน้าเขากลับ“ทราบค่ะ แต่ฉันว่

  • รอยชัง มัสสิกา   ทำตามสัญญา(2)

    ไม่นานมิณฑิราก็ยกน้ำดื่มออกมาเสิร์ฟแล้วก็ปลีกตัวออกไปแบบเงียบๆ ปล่อยให้พวกผู้ใหญ่คุยกัน แม้ในใจอยากจะอยู่ฟังเพราะอยากรู้ว่าผู้ใหญ่คุยอะไรกันก็ตาม“คุณลุงมีธุระอะไร หรือเปล่าคะถึงมาหาวิถึงที่นี่”“ก็ไม่มีอะไร ที่ฉันมาก็เพราะว่าจะมาทำตามคำสัญญาที่ฉันเคยให้ไว้กับพ่อของเธอไว้”“สัญญาอะไรคะ” เธอย่นคิ้วน

  • รอยชัง มัสสิกา   ทำตามสัญญา(1)

    “2ปีถ้าแกแต่งงานกับหนูมัสได้2ปี ฉันถึงจะยอมยกหุ้น20% ให้กับแก”ฐากูรว่าพลางวางแก้วกาแฟในมือลงบนโต๊ะอาหารมื้อเช้า ทำเอาศรัณย์ถึงกับตาตื่น“ทำไมละครับ ผมก็ยอมแต่งแล้วไง ทำไมปู่ถึงตั้งเงื่อนไขขึ้นมาอีกทีหลัง”“แกคิดว่าฉันโง่หรือไงเจ้ารัน ฉันเป็นปู่แกไง แกก็คิดแค่จะแต่งงานให้เสร็จๆไป พอได้หุ้นบริษัทแล้

  • รอยชัง มัสสิกา   สัญญาแต่หนหลัง(2)

    “ปู่ครับ ปู่!”ปากร้องตะโกนเรียกหา สายตาก็คอยสอดส่องไปทั่วบริเวณสวนหย่อม เมื่อเห็นชายชรากำลังฮัมเพลงพร้อมกับตัดแต่งกิ่งไม้อยู่ไม่ไกล เขาก็รีบสาวเท้ายาวๆ เข้าไปหา“มีอะไรเจ้ารัน ร้องเรียกปู่มาแต่ไกล”“จะเรื่องอะไรล่ะครับ ที่คุณแม่พูดให้ผมฟังว่าปู่จะยกหุ้นบริษัทให้ใครก็ไม่รู้ถ้าผมไม่ยอมแต่งงาน”เขาทำ

  • รอยชัง มัสสิกา   สัญญาแต่หนหลัง(1)

    [จริงหรือเปล่าคะ ที่พี่มัสขับรถชนคนตาย”][เมาแล้วขับทำไมคะ][ไม่รู้สึกเสียใจบ้างเหรอคะ ที่ทำลายชีวิตคนคนหนึ่ง][ฉันเคยซื้อของคนแบบนี้ไปได้ยังไง][นั้นก็เรื่องส่วนตัวปะ ขายของไม่เกี่ยวกับเรื่องส่วนตัว สู้ๆนะคะ][ซื้อของไม่ลง ฆาตกร]ความคิดเห็นจากลูกเพจร้านค้าออนไลน์ที่มัสสิกากำลังไลฟ์ขายของเด้งขึ้นต

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status