แชร์

สัญญาแต่หนหลัง(2)

last update วันที่เผยแพร่: 2026-04-09 03:09:51

“ปู่ครับ ปู่!”

ปากร้องตะโกนเรียกหา สายตาก็คอยสอดส่องไปทั่วบริเวณสวนหย่อม เมื่อเห็นชายชรากำลังฮัมเพลงพร้อมกับตัดแต่งกิ่งไม้อยู่ไม่ไกล เขาก็รีบสาวเท้ายาวๆ เข้าไปหา

“มีอะไรเจ้ารัน ร้องเรียกปู่มาแต่ไกล”

“จะเรื่องอะไรล่ะครับ ที่คุณแม่พูดให้ผมฟังว่าปู่จะยกหุ้นบริษัทให้ใครก็ไม่รู้ถ้าผมไม่ยอมแต่งงาน”

เขาทำหน้าไม่เข้าใจ สีหน้าดูไม่พอใจอย่างชัดเจน

“ก็ตามนั้น ก็รู้อยู่แล้วจะมาถามทำไม”

“ปู่ครับ มันไม่ต่างอะไรกับการที่ปู่คลุมถุงชนเลยนะครับ”

“แล้วฉันไปบังคับแกตรงไหน แกไม่แต่งก็ได้ แต่หุ้นต้องตกเป็นของหนูมัส”

“แต่ถ้าหุ้นนั้นตกเป็นของผู้หญิงคนนั้น ก็เท่ากับว่าเธอจะเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของธุรกิจทั้งหมดของเรานะปู่”

“ก็ใช่ไง แกก็เลือกเอาแล้วกันว่าจะแต่งหรือไม่แต่ง”

ฐากูรตอบหลานชายเพียงคนเดียวโดยที่มีท่าทีไม่รู้ร้อนรู้หนาวอะไรเลยสักนิด ศรัณย์ได้แต่ถอนหายใจ เขาอุตส่าห์บริหารบริษัทและโรงพยาบาลมากับมือจะให้ใครที่ไหนก็ไม่รู้มาชุบมือเปิบไปได้ยังไง

“ผู้หญิงคนนั้นผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเป็นใคร ผมจะแต่งงานกับผู้หญิงที่ไม่ได้รักได้ยังไง”

“อยู่กันไปเดี๋ยวก็รักกันเอง ไม่เห็นจะยาก อีกอย่างหนูมัส เป็นเด็กดีแล้วเพื่อนฉันก็เป็นห่วงมาก ถึงได้ฝากฝังให้ฉันดูแล”

“ด้วยการที่บังคับให้แต่งงานกับเธอนะเหรอครับ แต่แฟนผมเพิ่งเสียไปได้ไม่นานเองนะปู่ แล้วผมจะทำใจไปรักคนอื่นได้ยังไง”

“หนูน้ำมนต์เขาก็ตายไปตั้งนานแล้ว แกก็ต้องเดินหน้าต่อแล้วปล่อยวางซะ ถ้าไม่อยากเสียหุ้นบริษัทไป แกก็ต้องตัดสินใจเอาเอง”

“แล้วผู้หญิงคนนั้นเป็นใครครับ ผมยังไม่รู้จักชื่อเธอด้วยซ้ำ”

“มัสสิกา วรจินดา มันคงไม่เกินความสามารถแกใช่ไหมที่จะไปทำความรู้จัก”

พูดจบฐากูรก็หันกลับไปฮัมเพลงรดน้ำต้นไม้ต่อ ส่วนศรัณย์พอได้ยินชื่อนี้เขาถึงกับขมวดคิ้วเพราะรู้สึกว่าชื่อกับนามสกุลนี้คุ้นหูเขายิ่งนัก

เดินออกมาจากปู่ได้ไม่ไกลเขาก็ยกหูโทรศัพท์โทรบอกภวิทย์ให้สืบหาว่าผู้หญิงคนที่ปู่เขายอมยกหุ้นบริษัทตั้งมากมายให้ขนาดนั้นเป็นใครกัน

“ยิ้มกว้างขนาดนั้น มีข่าวดีอะไรหรือเปล่าคะคุณ”

วิภาเอ่ยปากแซวคนเป็นสามีที่หอบแฟ้มเอกสารเข้ามาด้วยใบหน้าที่เปื้อนรอยยิ้ม

“ก็ไม่มีอะไรมากหรอกคุณ ก็บริษัทเราได้รับโปรเจ็กตบแต่งภายในโรงพยาบาลกรุงเทพฯเอสอาร์ แห่งใหม่ที่ก่อสร้างที่จังหวัดเลยนะ ซึ่งครั้งนี้ผมคำนวณแล้วเราได้กำไรหลายล้านเลยนะ”

พิมุกเดินเอาแฟ้มเอกสารไปวางแล้วเอี้ยวตัวกลับมากอดคนเป็นภรรยาด้วยแววตาที่เป็นสุข

“ฉันดีใจกับคุณด้วยนะคะ ที่ได้รับความไว้วางใจจากบริษัทใหญ่ๆ ให้ช่วยงาน แสดงว่าคุณกับลูกน้องต้องฝีมือดีมากๆ ไม่งั้นเขาคงไม่จ้างหรอก”

“แน่นอนอยู่แล้ว สามีคุณเก่งจะตาย”

สองคนผัวเมียหยอกล้อกันไปมา โดยไม่ทันสังเกตเลยว่าลูกสาวคนโตของบ้านกำลังเดินเข้ามา จนวิภาหันกลับมาเห็นตอนที่เธอกำลังจะก้าวขาขึ้นบันไดบ้าน

“อ้าว มัสกลับมาแล้วเหรอลูก พอดีเลยวันนี้จะได้กินข้าวพร้อมหน้าพร้อมตากันสักที เดี๋ยวขึ้นไปอาบน้ำล้างหน้าล้างตาแล้วตามน้องลงมากินข้าวไป”

“ค่ะแม่” รับคำแม่เสร็จแล้วมัสสิกาก็รีบเดินขึ้นบ้านไป โดยที่มีสายตาของพิมุกมองตามพร้อมกับส่ายหัวเบาๆ

“เมื่อไรจะหางานหาการที่มั่นคงทำสักทีก็ไม่รู้”

เสียงบ่นพึมพำของพิมุกลอยตามหลังมา ซึ่งมัสสิกาก็ได้ยินทุกคำ เธอได้แต่ถอนหายใจเบาๆ เมื่อไรพ่อเธอจะเลิกคิดได้สักทีว่าการค้าขายเป็นอาชีพที่ไม่มั่นคง เพราะดูจากรายได้ที่เธอทำยอดขายได้ก็พอมีเงินเหลือเก็บเหลือใช้ ไม่เคยต้องทำให้พวกท่านเดือดร้อนเลยสักนิด

ย้อนกลับเมื่อหลายปีก่อนพ่อมัสสิกาคาดหวังให้เธอสอบเข้าคณะศึกษาศาสตร์เพราะอยากให้เธอรับราชการครู แต่มัสสิกาก็รั้นเข้าเรียนคณะบริการการตลาดแทน เพราะช่วงนั้นเธอเริ่มขายของออนไลน์และเห็นว่าเป็นช่องทางที่หาเงินได้ค่อนข้างเยอะแล้วก็ง่ายด้วย

แต่ว่าทางเลือกที่เธอตัดสินใจครั้งนั้นทำให้ความสัมพันธ์ของเธอกับพ่อนั้นต้องสะบั้นลงทะเลาะกันบ้านแทบแตก เพราะปกติแล้วตั้งแต่เด็กจนโตเธอกับพ่อก็ไม่ค่อยลงรอยกันเสียสักเท่าไร พอมาเจอเรื่องนี้เข้าจึงทำให้ความสัมพันธ์ยิ่งแย่ลงเข้าไปใหญ่

“คุณศรัณย์ครับ เรื่องที่ให้ผมไปสืบมา ผมได้เรื่องแล้วนะครับ”

ภวิทย์ที่รอเปิดประตูรถให้ศรัณย์เมื่อเขากลับมาทำงานที่บริษัทอีกครั้งหลังจากที่ผ่านมาแทบจะไม่เข้ามาทำงานเลย นอกจากว่ามีประชุมใหญ่ๆ เท่านั้น ถึงจะลากสังขารตัวเองมาได้

“เลิกเรียกฉันว่าคุณไม่ได้หรือไงวะ แกเป็นเพื่อนฉันนะ เรียกแบบนี้ทีไรรู้สึกไม่ดีทุกที”

“ไม่ได้หรอกครับ นี่คือเวลางาน แต่ถ้าเลิกงานค่อยว่ากัน”

“เออๆ ตามใจจะเรียกคุณ ท่านประธาน เจ้านาย อะไรก็เรื่องของแกว่าแต่เรื่องที่ให้ไปสืบได้เรื่องว่าไงมั่ง”

ศรัณย์ถามพร้อมกับเดินเข้าห้องทำงานแล้วหย่อนก้นลงบนเบาะนุ่มของเก้าอี้ทำงานราคาแพง

“คือว่าผู้หญิงคนนั้น เป็นลูกของคุณพิมุก เจ้าของบริษัทรับเหมาตกแต่งภายในรายย่อย ที่เราชอบเซ็นว่าจ้างให้ทำโปรเจ็กให้เราบ่อยๆ และเมื่อไม่นานมานี้ ทางฝ่ายกรรมการก็เพิ่งมีมติร่วมกันว่าให้บริษัทนี้ตกแต่งภายในโรงพยาบาลแห่งใหม่ให้เราไปครับ”

“เหรอ โลกมันจะกลมอะไรขนาดนั้น”

“โลกมันกลมยิ่งกว่านั้นอีกครับ” ภวิทย์พูดด้วยสีหน้ากังวลใจ

“หมายความว่าไง”

“ก็ผู้หญิงคนนั้น คือคนเดียวกันกับคนที่ขับรถชนคุณน้ำมนต์ครับ”

ช่วงขณะที่บอกคนเป็นเจ้านายเรื่องนี้ เหมือนปอดของเขาขาดห้วงอากาศ รู้สึกหายใจไม่เต็มอิ่มเสียสักเท่าไร

“อะไรนะ”

ดวงตาคมถึงกับเลิกขึ้น พร้อมกับดึงเอกสารประวัติของมัสสิกาออกจากมือของภวิทย์มาไล่อ่านทุกตัวอักษร สายตาจ้องไปยังรูปถ่ายของเธอที่ติดอยู่ เขาขบกรามจนขึ้นเป็นสันนูน

ยิ่งเกลียดเขากลับยิ่งต้องมามีความเกี่ยวพันกับผู้หญิงคนนี้ อยากให้เธอตายไปเสียให้พ้นๆ แต่ก็ทำไม่ได้ แล้วเรื่องอะไรเขาจะต้องยอมเสียหุ้นบริษัทที่เขาอุตส่าห์บริหารเองกับมือมาให้ผู้หญิงฆาตกรคนนั้นมาชุบมือเปิบไปล่ะ

คิ้วเข้มขมวดเข้าหากัน เรียวนิ้วยาวเคาะไปมาบนโต๊ะเหมือนคนกำลังใช้ความคิด

ภวิทย์ที่ยืนอยู่ไม่เข้าใจท่าทางที่เจ้านายแสดงออกมา เพราะเมื่อกี้ยังทำหน้าเหมือนจะกินเลือดกินเนื้ออยู่เลยที่ได้ยินว่าผู้หญิงที่ถูกปู่บังคับให้แต่งงานด้วยเป็นใคร

แต่ทว่าสีหน้ายามนี้กลับแฝงไปด้วยความเจ้าเล่ห์นัยน์ตาสีนิลฉายแววออกมาอย่างเห็นได้ชัดว่าเจ้านายตนกำลังคิดวางแผนอะไรอยู่

ศรัณย์กระตุกยิ้มมุมปากออกมาเล็กน้อย ในเมื่อที่ผ่านมากฎหมายไม่สามารถเอาผิดเอาผู้หญิงคนนี้เข้าคุกได้เขาเนี่ยแหละ จะเริ่มต้นเป็นบ่วงกรรมตามเป็นเงาตัวเอง

ได้ทั้งหุ้นคืน ได้ทั้งแก้แค้น ยิงปืนนัดเดียวได้นกตั้งสองตัว

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • รอยชัง มัสสิกา   โอกาสที่รอคอย (จบ)

    บริเวณหน้าบริษัทมัสสิกาให้กรรณวิกามาส่งพร้อมกับอุ้มเจ้าตัวเล็กในอก ก่อนจะหันไปบอกให้เพื่อนกลับไปก่อนได้เลยดวงตาแหงนมองตึกสูงระฟ้าพร้อมกับหยอกเย้าลูกไปด้วยว่าที่นี่แหละที่พ่อของหนูอยู่ เราไปหาพ่อกันนะคะ“อะไรนะ มัสกับลูกรอฉันอยู่เหรอ”หลังจากเลิกประชุมที่เคร่งเครียดหลายชั่วโมง ดวงตาคมเปล่งประกายทันทีที่ภวิทย์บอกว่าคนที่อยู่ในความคิดถึงมาหาเขาถึงที่นี่ แฟ้มงานที่อยู่ในมือถูกโยนกลับไปให้คนเป็นลูกน้องสองขายาวก้าวเร็วกลับไปที่ห้องทำงานแต่พอเปิดประตูเข้าไปกลับพบเจอแต่ความว่างเปล่า“ไหนแกบอกฉันว่ามัสกับลูกมาหาฉันกลับลูกไง” ตาคมตวัดมองคนเป็นลูกน้องที่ยืนทำหน้าเป็นอยู่ไม่ไกล“ใช่ครับ แต่ว่าตอนนี้อยู่แผนกการตลาด”“แล้วทำไมแกไม่บอกฉัน”“เอ้า กำลังจะอ้าปากบอกก็เห็นเดินเอ้าๆ นึกว่าจะรู้ ว่าคุณมัสอยู่ที่ไหน”ภวิทย์ตอบกลับโดยไม่มีท่าทีเกรงกลัว“เดี๋ยวนี้ ปีกกล้าขาแข็ง ย้อนฉันเก่งจังเลยนะ”“จะไล่ออกก็ได้นะ ผมไม่ติด” ภวิทย์แสยะยิ้มมุมปากท้าทายเพราะรู้ดีว่าศรัณย์ไม่กล้าทำ อีกทั้งตอนนี้คนที่ให้ท้ายเขาก็คือมัสสิกา“ไม่ไล่ แกจะทำไม ถ้าฉันไล่แกออก จะมีใครรู้ใจฉันเท่าแกอีก ฉันไม่คุยกับแกแล้ว เสียเวลา ไปหา

  • รอยชัง มัสสิกา   ลืมตาดูโลก

    “หนูมัส คนนั้นสามีหนูจริงๆ เหรอ”ป้านาวบุ้ยหน้าไปทางศรัณย์ที่นั่งคุยอยู่กับลุงชิตและชาวบ้านอยู่ที่โต๊ะหน้าบ้าน หญิงสาวไม่รู้ว่าจะตอบอย่างไรทำได้เพียงแค่พยักหน้าให้ก่อนหน้านี้ที่เธอย้ายมาอยู่ก็มีหลายๆ คนถามถึงพ่อของลูก แต่เธอก็พยายามบ่ายเบี่ยงที่จะตอบมาตลอด จนมีข่าวลือไปทั่วหมู่บ้านว่าเธอท้องไม่มีพ่อ แต่เพราะความดีของพ่อที่ช่วยเหลือชาวบ้านข่าวลือพวกนั้นก็หายไป“ส่วนใหญ่แล้วพืชไร่ที่นี่ส่วนใหญ่ เอาไปขายที่ไหนกันเหรอครับ”ศรัณย์เอ่ยถามชาวบ้านหลังจากที่พวกเขาสาธยายว่าแต่ละฤดูปลูกอะไรบ้าง และก็เห็นว่าบางอย่างบริษัทในเครือของตนสามารถรับซื้อได้“ก่อนหน้านี้ก็จะมีพ่อค้าคนกลางมารับซื้อ แต่ตอนนี้ไม่มีแล้วเขาเห็นว่ากดราคาของไม่ได้เหมือนแต่ก่อน เพราะคุณกนกมาเจรจาราคาให้ใหม่ ตอนแรกพวกเขาก็ยอม แต่พอตอนนี้ก็พากันหายไป เราก็เลยเดือดร้อนไปด้วย”หนึ่งในชาวบ้านเล่าด้วยสีหน้าไม่สู้ดี หากฟังกลายๆ เขาคงคิดว่าชาวบ้านกำลังคิดโทษกนกที่ทำให้พ่อค้าคนกลางไม่มารับซื้อสินค้า แม้ว่าแต่ก่อนจะโดนกดราคาแต่อย่างน้อยมันก็ขายออกจนหมด“ทุกคนไม่ต้องเป็นห่วงนะครับ พืชผลบางอย่างผมให้บริษัทในเครือผมเป็นคนรับซื้อโดยตรงโดยให้ร

  • รอยชัง มัสสิกา   พ่อของลูก(ง้อ)

    รถยนต์เคลื่อนตัวมาตามเส้นทางเปลี่ยวที่สองข้างทางมีต้นไม้หลากชนิดปลูกเรียงราย ศรัณย์หันไปมองผู้หญิงที่นั่งเคียงข้างมาเอาแต่ทำหน้าบึ้งไม่พูดไม่จา แต่พอเธอหันออกไปมองนอกหน้าต่างก็พบว่าเป็นทางเข้าบ้านตัวเอง“คุณรู้ได้ยังไงว่าบ้านฉันอยู่ที่นี่” เขาขับรถมาโดยไม่ถามทางเธอสักคำ“ภวิทย์เป็นคนบอก” ชายหนุ่มตอบหน้าตาเฉย ที่เขาให้ภวิทย์ไปส่งกนกก็เพราะแบบนี้อย่างน้อยก็ได้รู้ว่าบ้านเธออยู่ที่ไหนเมื่อรถจอดมัสสิกากำลังจะเปิดประตูก้าวขาลงแต่มันก็ช้าศรัณย์ที่รีบวิ่งอ้อมมาเปิดประตูให้และประคองเธอลง คราวนี้ปฏิเสธความช่วยเหลือไม่ได้เพราะเธอลงเดินไม่ถนัดจริงๆ“คุณกลับไปได้แล้วค่ะ” เธอออกปากไล่เขาทันทีเมื่อเท้าก้าวเข้ามาถึงบ้าน“ผมไม่กลับ ก็บอกแล้วว่าอยากอยู่ดูแลคุณกับลูก”“ที่ผ่านมาฉันก็ดูแลตัวเองได้ ฉันไม่ติดนะคะที่คุณจะแวะมาเยี่ยมลูกได้ เพราะยังไงคุณก็เป็นพ่อของเขา”ชายหนุ่มยังไม่ทันจะอ้าปากพูดอะไรต่อเลยเธอก็ตัดบทด้วยการเดินหันหลังกลับเข้าบ้านไป สงสัยงานนี้จะไม่หมูอย่างที่คิดเลยแฮะ“คุณต้องอดทนให้มากๆ นะคุณศรัณย์ จากที่ผมรู้จักลูกสาวผม เธอเหมือนวลัยมาก ท่าทางใจดีแต่ใจแข็ง คุณต้องให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์

  • รอยชัง มัสสิกา   หาจนเจอ

    เป็นไปอย่างที่ศรัณย์คิดไม่มีผิด เมื่อภวิทย์ให้ผู้บริหารฝ่ายโรงพยาบาลนำชื่อของมัสสิกาไปตรวจสอบก็เห็นประวัติการฝากครรภ์จริงๆ อย่างที่ศรัณย์บอก“เรารู้แล้วนะครับว่าคุณมัสสิกาอยู่ที่ไหน”ภวิทย์รีบมารายงานทันทีเมื่อได้รับรายงาน ศรัณย์ลุกขึ้นจากเก้าอี้แสดงความดีใจออกมาอย่างเห็นได้ชัด แบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน“เอารถออกเลยไอ้วิทย์ฉันจะไปตามเมียกลับบ้าน”“อ้าว แล้วประชุมผู้บริหารตอนบ่ายละครับ”“เลื่อนไปก่อน ไม่งั้นก็โทรตามปู่ฉันมาประชุมแทนแล้วกัน”ปากสั่งงานลูกน้องแต่มือก็พะวิงกับการหยิบเสื้อสูทมาใส่ด้วยความกระตือรือร้น“เดี๋ยวครับท่านรอง ถ้าคุณใจร้อนไปหาแบบนี้ ไม่กลัวว่าคุณมัสสิกาจะหนีไปอีกเหรอครับ”มือที่ง่วนอยู่กับการใส่เสื้อถึงกับชะงัก เขาหันไปหาเลขาเพื่อนสนิทช้าๆ“จริงด้วย แกมีวิธีง้อผู้หญิงไหมวะ”ภวิทย์ถึงกับพ่นลมหายใจออกมา เขาจะไปรู้ได้ไงว่าต้องง้อยังไง เพราะไม่เคยมีเมียมาก่อน“งั้นเอาแบบนี้ไหมครับ ถ้าอยากรู้ว่าบ้านคุณมัสอยู่ที่ไหนไม่ยากเลยครับ เราไปแอบรอที่โรงพยาบาลวันที่คุณมัสไปตรวจครรภ์ ท่านรองก็แค่สะกดรอยตามไป”“เออ ความคิดนายดี ถ้าฉันเดินดุ่มๆ เข้าไปมีหวังเธอได้หนีฉันไปอีกแน่ ๆ”หลัง

  • รอยชัง มัสสิกา   ค้นข้อมูล(2)

    “หนูมีอะไรจะบอกค่ะ”เธอเอื้อมมือไปจับมือเหี่ยวย่นขึ้นมากุม “มีอะไร ทำไมหน้าดูลังเล”“คือว่า เอ่อ ....” เธอไม่รู้จะเริ่มยังไงดี กนกหรี่ตามองลูกสาว“จะบอกกับพ่อ ว่าท้องใช่ไหม”“ทะ...ทำไมคุณพ่อทราบคะ” เธอเบิกตาขึ้น“พ่อเป็นพ่อคนนะ ทำไมจะไม่รู้ ตั้งแต่วันแรกที่มาถึงลูกเอาแต่อาเจียน ข้าวปลาก็ไม่กิน กินแต่ของหมักของดอง”“มัสขอโทษนะคะ ที่ไม่ได้บอกพ่อตั้งแต่ทีแรก” เป็นครั้งแรกที่มัสสิกาเอ่ยปากเรียกกนกว่าพ่อ จนทำหน้าให้เขาถึงกับน้ำตาคลอดีใจ“ไม่เป็นไรเลยลูก ว่าแต่คุณศรัณย์เขารู้เรื่องนี้ไหม”“ไม่ค่ะ มัสไม่ได้บอกใครเลย เขาเคยบอกว่าไม่อยากมีลูกกับมัส”มัสสิกาฝืนยิ้มทั้งน้ำตา กนกรู้สึกสงสารลูกสาวจับใจและนึกโทษตัวเองที่ตอนนั้นไม่มีความรับผิดชอบที่ทิ้งให้วลัยเผชิญกับเรื่องท้องลูกด้วยตัวเอง ถึงคราวแล้วที่เขาจะชดเชย“ไม่เป็นไรนะลูก อย่างน้อยก็ยังมีพ่อ หลานคนเดียวพ่อช่วยเลี้ยงเอง”กนกโอบกอดลูกสาวแล้วลูบหัวเบาๆ เขารู้ดีว่ามัสสิการักศรัณย์แต่ก็เลือกที่จะเดินจากมาเพราะคิดว่าศรัณย์นั้นไม่ได้รักอีกทั้งอยากปกป้องครอบครัวที่เลี้ยงดูมาตั้งแต่เด็กๆ อีกด้วยหลายเดือนผ่านไปสภาพร่างกายศรัณย์เองก็ไม่ต่างจากซากศพเด

  • รอยชัง มัสสิกา   ค้นข้อมูล(1)

    สวัสดีค่ะ คุณศรัณย์ มัสเองนะคะ ขณะที่คุณได้รับจดหมายนี้ฉันคงไม่อยู่แล้ว ขอโทษนะคะที่ไม่ได้อยู่ลาด้วยตัวเอง ที่ผ่านมาฉันขอโทษสำหรับทุกอย่าง และคิดว่าได้ชดใช้ให้คุณหมดแล้ว หวังว่าคุณคงให้อภัยช่วงเวลาที่ผ่านมาฉันเคยคิดว่าฉันเกลียดคุณ ที่ทนอยู่เพราะอยากชดใช้กับเรื่องที่ผ่านมา แต่นั้นมันก็คือข้ออ้าง มันตรงข้ามกับความรู้สึกตัวเองจริงๆ ฉันรักคุณนะคะ ฉันรู้ว่าคุณไม่ได้รู้สึกเหมือนกัน มันจึงเป็นอีกเหตุผลที่ฉันต้องไป ใบหย่าฉันวางให้คุณบนโต๊ะแล้ว ไม่ต้องตามหาฉันนะคะ เมื่อถึงเวลาเราคงได้เจอกัน คุณอย่าโกรธอย่าเกลียดฉันเลยนะคะ มัสสิกา....ทุกบรรทัดทุกตัวอักษรศรัณย์อ่านมันด้วยความเจ็บปวด น้ำตาลูกผู้ชายค่อยๆ ไหลออกมา เพราะความแค้นที่คอยบังตาจึงทำให้เขาต้องพบเจอแต่ความเจ็บปวดแบบนี้ แล้วเรื่องอะไรที่เขาจะยอมเสียเธอไปล่ะศรัณย์ตัดสินใจไปหากรรณวิกาที่เป็นเพื่อนสนิทเพียงคนเดียวของเธอทันที“คุณศรัณย์มาหาวิกามีอะไรหรือเปล่าคะ”“คุณรู้ใช่ไหมว่ามัสสิกา เขาไม่ได้อยู่แล้ว”ดวงตาคมปราดมอง หญิงสาวพ่นลมหายใจออกมาแล้วจ้องหน้าเขากลับ“ทราบค่ะ แต่ฉันว่

  • รอยชัง มัสสิกา   สู่ขอคนชัง

    “ไม่แต่งค่ะ ยังไงมัสก็ไม่แต่ง!”“แต่ถ้าแกไม่แต่ง บริษัทพ่อก็ล้ม แล้วลูกน้องพ่อกับครอบครัวเขาอีกล่ะ พ่อจะรับผิดชอบยังไง”พิมุกมองหน้าลูกสาวเหมือนขอความเห็นใจเพื่อช่วยกิจการของครอบครัว“และความสุขของมัสล่ะคะ ใครจะรับผิดชอบ ทุกคนก็รู้ว่าหนูเคยทำอะไรไว้กับตัวเขาบ้าง ถ้าหนูแต่งงานไป พ่อกับแม่คิดว่าเขาจะ

  • รอยชัง มัสสิกา   ทำตามสัญญา(2)

    ไม่นานมิณฑิราก็ยกน้ำดื่มออกมาเสิร์ฟแล้วก็ปลีกตัวออกไปแบบเงียบๆ ปล่อยให้พวกผู้ใหญ่คุยกัน แม้ในใจอยากจะอยู่ฟังเพราะอยากรู้ว่าผู้ใหญ่คุยอะไรกันก็ตาม“คุณลุงมีธุระอะไร หรือเปล่าคะถึงมาหาวิถึงที่นี่”“ก็ไม่มีอะไร ที่ฉันมาก็เพราะว่าจะมาทำตามคำสัญญาที่ฉันเคยให้ไว้กับพ่อของเธอไว้”“สัญญาอะไรคะ” เธอย่นคิ้วน

  • รอยชัง มัสสิกา   ทำตามสัญญา(1)

    “2ปีถ้าแกแต่งงานกับหนูมัสได้2ปี ฉันถึงจะยอมยกหุ้น20% ให้กับแก”ฐากูรว่าพลางวางแก้วกาแฟในมือลงบนโต๊ะอาหารมื้อเช้า ทำเอาศรัณย์ถึงกับตาตื่น“ทำไมละครับ ผมก็ยอมแต่งแล้วไง ทำไมปู่ถึงตั้งเงื่อนไขขึ้นมาอีกทีหลัง”“แกคิดว่าฉันโง่หรือไงเจ้ารัน ฉันเป็นปู่แกไง แกก็คิดแค่จะแต่งงานให้เสร็จๆไป พอได้หุ้นบริษัทแล้

  • รอยชัง มัสสิกา   สัญญาแต่หนหลัง(1)

    [จริงหรือเปล่าคะ ที่พี่มัสขับรถชนคนตาย”][เมาแล้วขับทำไมคะ][ไม่รู้สึกเสียใจบ้างเหรอคะ ที่ทำลายชีวิตคนคนหนึ่ง][ฉันเคยซื้อของคนแบบนี้ไปได้ยังไง][นั้นก็เรื่องส่วนตัวปะ ขายของไม่เกี่ยวกับเรื่องส่วนตัว สู้ๆนะคะ][ซื้อของไม่ลง ฆาตกร]ความคิดเห็นจากลูกเพจร้านค้าออนไลน์ที่มัสสิกากำลังไลฟ์ขายของเด้งขึ้นต

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status