Home / มาเฟีย / รอยบาปใต้เงาทมิฬ / 12-ความรักที่บิดเบี้ยว

Share

12-ความรักที่บิดเบี้ยว

last update publish date: 2026-09-11 20:00:30

“อยากทำอะไรก็ทำเลยสิ...” เธอยังคงตอบเขานิ่งๆ

“ตอบฉันมา! เมื่อกี้เธอกับมันกำลังจะทำอะไรกัน!”

ไซรัสคำรามลั่นด้วยโทสะที่เดือดพล่าน นัยน์ตาสีฟ้าฉายแววคลั่งไคล้บิดเบี้ยว ชายหนุ่มโน้มใบหน้าลงมาหมายจะสยบความพยศของคนตรงหน้า ฝ่ามือหนาบีบกระชากเรือนร่างบางเข้ามาชิดกาย ก่อนจะบดเบียดริมฝีปากหนาลงมากดทับริมฝีปากกระจับสวยงามของลูน่าอย่างรุนแรงและป่าเถื่อน

ทว่าลูน่าในยามนี้กลับไม่ได้ยืนนิ่งเป็นหินอีกต่อไป

หญิงสาวออกแรงดิ้นรนขัดขืนสุดกำลัง สองมือเรียวยกขึ้นทุบตีและชกเข้าที่แผ่นอกกว้างและไหล่หนาของไซรัสอย่างไม่ย่อท้อ เสียงกำปั้นกระทบเนื้อดังขึ้นในความเงียบ ทว่ายิ่งเธอทุบตีและดิ้นรนมากเท่าไหร่ มันกลับยิ่งไปกระตุ้นความอยากเอาชนะและตัณหาอันมืดมนของอสูรร้ายให้พุ่งสูงขึ้น

ไซรัสแค่นเสียงเหี้ยมในลำคอ ชายหนุ่มออกแรงบดขยี้ริมฝีปากงามอย่างดุดัน ก่อนจะ ขบกัดริมฝีปากบางของเธออย่างแรงจนเลือดสดๆ ซึมไหลออกมา

รสชาติคาวเลือดหวานละมุนคละคลุ้งในโพรงปาก... ลูน่าเจ็บปวดจนคิ้วขมวดเป็นปม ทว่าความแค้นและความรักตัวเองกลับสั่งการให้เธอพลิกสถานการณ์ในเสี้ยววินาที

มือเรียวที่ว่างอยู่ไขว่คว้าไปบนโต๊ะทำงานหรูด้านข้าง ปลายนิ้วสัมผัสเข้ากับที่เขี่ยบุหรี่คริสตัลเนื้อหนาและหนัก ลูน่ากำมันไว้แน่นในฝ่ามือ ก่อนจะออกแรงเหวี่ยงฟาดเข้าที่ศีรษะของไซรัสอย่างจัง

ผลั่ก!

แรงฟาดสุดแรงทำให้ศีรษะของไซรัสสะบัดเซไปตามแรงปะทะ ชายหนุ่มผละออกจากร่างบางในทันที ร่างสูงใหญ่ก้าวถอยหลังเซไปสองสามก้าว นัยน์ตาพร่ามัวไปชั่วขณะ ไซรัสยกฝ่ามือหนาขึ้นไปแตะบริเวณบาดแผลบนศีรษะของตัวเองเบาๆ ก่อนจะเลื่อนมือลงมาดู...

หยาดเลือดสีแดงสดกำลังไหลซึมเปรอะเปื้อนเต็มฝ่ามือและนิ้วมือของเขา

ทว่า... แทนที่จะโกรธเกรี้ยวจนขาดสติ ร่องรอยความเจ็บปวดกลับถูกแทนที่ด้วยรอยยิ้มเหยียดแสนแสยะ ไซรัสค่อยๆ หัวเราะออกมาในลำคอ เสียงหัวเราะทุ้มพร่าดังก้องไปทั่วห้องทำงานหรูหรา แววตาสีฟ้าคมกริบฉายแววบ้าคลั่งและวาวโรจน์จนน่าหวั่นเกรง

ลูน่าพยายามข่มความหวาดหวั่นที่แล่นริ้วขึ้นมาจากเบื้องลึกของหัวใจ เธอเชิดหน้าขึ้นอย่างสง่างามจ้องสบตาอสูรร้ายตรงๆ อย่างไม่เกรงกลัว แม้ริมฝีปากกระจับจะมีหยดเลือดซึมออกมาก็ตาม

“หึ... กล้าดีนี่คุณนายเดสมอนด์ ดิ้นรนเหมือนลูกกวางที่กำลังจะโดนขย้ำ... น่าสนุก...”

ไซรัสเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงต่ำเย็นยะเยือก ชายหนุ่มย่างสามขุมก้าวเข้าหาเธอช้าๆ ดุจนักล่าที่กำลังต้อนเหยื่อเข้ามุมอับ ลูน่าก้าวถอยหลังไปตามจังหวะ นัยน์ตายังคงจดจ้องทุกระเบียดนิ้วของเขา ไซรัสเผยรอยยิ้มเหี้ยมเกียมแล้วเอ่ยต่อ

“ดื้อนักนะที่รัก... ฉันอยากจะรู้เหมือนกันว่าเธอจะดื้อได้แค่ไหน... และจะหนีไปไหนได้”

ลูน่าหยุดก้าวถอย หญิงสาวแค่นยิ้มบางๆ บนริมฝีปาก รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยันและเด็ดเดี่ยวอย่างที่สุด

“นายประเมินฉันต่ำไป... ไม่สิ... นายไม่เคยรู้จักฉันเลยต่างหากไซรัส นายไม่รู้ว่าฉันเป็นคนยังไง... จะหนีไปไหนได้งั้นเหรอ?”

สิ้นเสียงหวาน ลูน่าก็เหวี่ยงแขนขว้างที่เขี่ยบุหรี่คริสตัลในมือสุดแรง ไปยังผนังกระจกบานโตของห้องทำงานที่มองเห็นทัศนียภาพเบื้องหน้าคฤหาสน์เดสมอนด์

เพล้งงงงง!

เสียงกระจกหนาพิเศษแตกกระจายระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ เศษคริสตัลและกระจกร่วงกราวลงสู่เบื้องล่าง ลมราตรีด้านนอกพัดกระหน่ำเข้ามาภายในห้องทำงานอย่างรุนแรง ชายกระโปรงสีขาวของลูน่าพริ้วไหวไปตามแรงลม

ไม่รอให้ไซรัสทันได้ตั้งตัว... ร่างบางพุ่งตัวออกไปข้างหน้า แล้ว กระโดดทะลุช่องกระจกที่แตกออกสู่อากาศเบื้องล่างหายไปต่อหน้าต่อตา

ไซรัสยืนนิ่งค้าง เบิกตากว้างมองภาพตรงหน้าอย่างอึ้งๆ ด้วยความตกตะลึง

ทว่าเพียงไม่กี่วินาทีต่อมา... เสียงหัวเราะลึกล้ำแสนบ้าคลั่งก็ระเบิดออกมาจากลำคอของมาเฟียหนุ่มอีกครั้ง เขาเดินไปหยุดตรงขอบกระจกที่แตกพัง ทอดสายตามองลงไปยังความมืดมิดเบื้องล่างด้วยความพึงพอใจและคลั่งไคล้ถึงขีดสุด

“หึๆๆ... หนีไปให้พ้นนะที่รักของฉัน... เกมล่าเหยื่อฉันชอบซะด้วยสิ”

ไซรัสหมุนตัวกลับมายังประตูห้องทำงาน ตวาดเรียกบอดี้การ์ดมือขวาและบอดี้การ์ดส่วนตัวเสียงดังลั่นห้อง

“เชน! ฟีนิกซ์!”

ประตูห้องทำงานถูกผลักเปิดออกทันที เชนและฟีนิกซ์รีบก้าวเข้ามาด้านใน พวกเขาเบิกตากว้างด้วยความตื่นตะลึงเมื่อเห็นรอยเลือดบนศีรษะเจ้านายและผนังกระจกที่แตกละเอียด

“ไปล่าคุณนายให้เจอ! จับเป็นเท่านั้น... แล้วพาไปที่ห้องของฉัน!!”

ไซรัสออกคำสั่งเสียงดุดันและเผด็จการ นัยน์ตาสีฟ้าฉายแววมืดมนของนักล่าที่พร้อมจะลากเหยื่อกลับเข้ากรง

บอดี้การ์ดทั้งสองคนค้อมศีรษะลงรับคำสั่งอย่างพร้อมเพรียงและเคร่งครัดรับคำสั่ง

“รับทราบครับนายท่าน!”

เสียงไซเรนเตือนภัยและความวุ่นวายโกลาหลแผ่กระจายไปทั่วทุกตารางนิ้วของคฤหาสน์เดสมอนด์

บอดี้การ์ดนับสิบชีวิตภายใต้การนำของเชนและฟีนิกซ์กระจายกำลังออกล่าตัวคุณนายเดสมอนด์อย่างบ้าคลั่ง ทั้งการส่องไฟฉายค้นหาตามพุ่มไม้ในสวน สระน้ำ อาคารบริวาร ตลอดจนซอกซอนทุกมุมมืดบริเวณรอบนอกคฤหาสน์ ทุกคนต่างปักใจเชื่อว่าการกระโดดทะลุกระจกห้องทำงานชั้นสองลงไป จะทำให้ลูน่าเตลิดหนีออกไปทางระเบียงหรือแนวป่าด้านหลังบ้าน

ทว่า... ไม่มีใครคาดคิดเลยว่า เหยื่อผู้เป็นดั่งหงส์พยศคนนั้นไม่ได้เตลิดหนีไปไหนไกลเลยสักนิด

ร่างบางในชุดเดรสสีขาวฉีกขาดเล็กน้อย อาศัยความเจนสนามและความเงียบเชียบก้าวเดินกลับเข้ามาภายในตัวคฤหาสน์อย่างใจเย็น ลูน่าลอบขึ้นบันไดวนมุ่งหน้าสู่ชั้นสองเพื่อตรงกลับเข้าห้องนอนของตนเองอย่างนิ่งสงบ

ทว่าเมื่อก้าวมาถึงริมทางเดินโถงชั้นบน เรียวขาบางกลับต้องชะงักฝีเท้าลงทันควัน

หญิงสาวรีบถอยฉากซ่อนเรือนร่างไว้ใต้เงามืดหลังเสาหินอ่อน ยามเมื่อสายตาปะทะเข้ากับร่างสูงใหญ่ของไซรัส ที่กำลังยืนตึงเครียดอยู่เบื้องหน้าห้องนอนของเธอ ไซรัสกับเชนผลักเปิดประตูห้องนอนของลูน่าออกกว้าง ค้นหกกระจายไปทั่วทิศทางแต่กลับพบเพียงความว่างเปล่า

เมื่อไม่พบร่องรอย มาเฟียหนุ่มก็ตวัดสายตามืดมนหมุนตัวเดินตรงไปยังห้องนอนของนับหนึ่งที่ตั้งอยู่ติดกันทันที

ประตูห้องนอนเล็กถูกกวาดเปิดออกอย่างแรง เชนก้าวเข้าไปตรวจค้นทุกซอกทุกมุมภายในห้องอย่างถี่ถ้วน ขณะที่นับหนึ่งในชุดเสื้อผ้าหลวมโพลงยืนก้มหน้านิ่ง ร่างโปร่งสั่นเทาด้วยความตื่นตระหนก เขาลอบเหลือบสายตามองไซรัสและเชนที่เดินรื้อค้นห้องของตนด้วยความรู้สึกจุกแน่นในอก

ไซรัสเดินกลับมาหยุดยืนอยู่เบื้องหน้านับหนึ่ง นัยน์ตาสีฟ้าคมกริบจ้องมองร่างโปร่งตรงหน้านิ่งงันดุจพญามัจจุราชกำลังประเมินเหยื่อ บรรยากาศภายในห้องเงียบสงัดจนได้ยินเพียงเสียงหอบหายใจสั่นพร่าของนับหนึ่ง

“อย่าให้รู้... ว่านายซ่อนเธอเอาไว้... ถ้าเห็นเธอ รีบรายงานฉัน!”

น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นเรียบๆ ทว่าเปี่ยมไปด้วยรังสีการข่มขู่ บีบบังคับ และทรงอำนาจจนคนฟังแทบหยุดหายใจ

นับหนึ่งขบริมฝีปากแน่น ก้มหน้านิ่งไม่กล้าสบตาก่อนจะเอ่ยตอบรับด้วยน้ำเสียงสั่นพร่าจนฟังจับใจ

“ครับ... คุณไซรัส...”

ไซรัสยื่นมือหนาออกไป ปลายนิ้วแข็งแกร่งเชยปลายคางของนับหนึ่งให้แหงนรั้งขึ้นมาสบตา นัยน์ตาสีฟ้าฉายแววพึงพอใจกับความหวาดกลัวของคนตรงหน้า ก่อนที่ริมฝีปากหยักจะค่อยๆ จุดรอยยิ้มเหยียดแสนแสยะขึ้นมา

“ดี! คืนนี้ฉันไม่ว่าง... ถือว่านายรอดตัวไป”

ไซรัสปล่อยมือออกจากปลายคางของนับหนึ่งอย่างไม่แยแส ชายหนุ่มหมุนตัวเดินผละออกจากห้องไปพร้อมกับเชน เสียงรองเท้าหนังกระทบพื้นหินอ่อนดังกังวานห่างออกไปตามทางเดิน ก่อนจะค่อยๆ เงียบหายไปทางบันไดฝั่งทิศตะวันตกเพื่อลงไปคุมการค้นหาเบื้องล่างด้วยตัวเอง

นับหนึ่งถอนหายใจออกมาอย่างสั่นเครือ ร่างโปร่งแทบหมดแรงทรุดกายลงพิงขอบประตูห้อง นัยน์ตาบอบช้ำมองตามแผ่นหลังของอสูรร้ายไปด้วยความหวาดผวาที่ยังสลักลึกอยู่กลางอก

กระทั่งบรรยากาศบนโถงชั้นสองกลับคืนสู่ความเงียบสงบ...

เงาร่างบางในชุดเดรสสีขาวฉีกขาดก็ค่อยๆ ก้าวออกจากเงามืดหลังเสาหินอ่อน ลูน่าเคลื่อนไหวอย่างเงียบเชียบและสุขุม นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มฉายแววเด็ดเดี่ยวอย่างไร้ร่องรอยความตื่นตระหนก

ในจังหวะที่หญิงสาวกำลังจะหมุนตัวก้าวเข้าห้องนอนของตน นับหนึ่งที่ยืนคุมเชิงอยู่หน้าประตูห้องข้างๆ ก็เลื่อนสายตามาปะทะเข้ากับเธอพอดี

เฮือก!

นับหนึ่งเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงสุดขีด มือเรียวยกขึ้นตะปบปากตัวเองไว้แน่นเพื่อกักเก็บเสียงร้อง ชายหนุ่มไม่อยากจะเชื่อสายตาว่าคนที่คนทั้งคฤหาสน์กำลังพลิกแผ่นดินค้นหาอยู่ด้านนอก... จะยืนอยู่ตรงหน้าเขาในระยะไม่ถึงห้าก้าว

"คุณ... คุณลูน่า!"

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • รอยบาปใต้เงาทมิฬ   25-อ้อมกอดของคนที่รัก

    ณ ห้องทำงานหรูหราภายในคฤหาสน์เดสมอนด์ ย่านเบลเกรเวีย กรุงลอนดอน...บรรยากาศตึงเครียดจนแทบหยุดหายใจ นัยน์ตาสีฟ้าคมกริบของ ไซรัสจับจ้องหน้าจอไอแพดราคาแพงระยับตรงหน้าไม่วางตา จุดสีแดงกะพริบวูบวาบแทนตำแหน่ง GPS บนโทรศัพท์มือถือของลูน่าที่กำลังเคลื่อนตัวบนแผนที่ประเทศไทย ทว่า... ในเสี้ยววินาทีต่อมา จุดแสงนั้นกลับดับวูบและหายไปจากหน้าจออย่างกะทันหันความเงียบสงบพลันถูกทำลายลงในพริบตา…ปัง!!ฝ่ามือหนาตบลงบนโต๊ะทำงานไม้โอ๊คทรงหรูอย่างแรงจนสิ่งของสั่นสะเทือน ร่างสูงใหญ่ผุดลุกพรวดขึ้นจากเก้าอี้หนัง นัยน์ตาสีฟ้าฉายแววดุดัน ร้อนรน แทบคลั่งจนนัยย์ตาไปด้วยเส้นเลือดแดงเข้ม“ติดต่อทีมส่งตัวที่ประเทศไทยเดี๋ยวนี้!!”เสียงทุ้มคำรามกร้าวแผดดังก้องไปทั่วห้องทำงาน ราวกับเสียงก้องของอสูรร้ายที่กำลังคลั่งสติหลุดเชนมือขวาอีกคนรีบกดโทรศัพท์ติดต่อประสานงานข้ามประเทศด้วยฝ่ามือสั่นเทา เหงื่อกาฬไหลซึมตามกรอบหน้า ยามพยายามต่อสายซ้ำๆ แต่กลับพบเพียงความเงียบงัน ก่อนจะละสายตาขึ้นมารายงานด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า“ต... ติดต่อไม่ได้เลยครับนายท่าน! ท

  • รอยบาปใต้เงาทมิฬ   26-ความสุข

    กลิ่นหอมกรุ่นของขาหมูพะโล้เคี่ยวจนเข้าเนื้อ ผสมผสานกับกลิ่นหอมชวนน้ำลายสอของผัดผักบุ้งไฟแดงและไข่เจียวทรงเครื่องร้อนๆ อบอวลไปทั่วครัวกว้าง...ลูน่าในชุดลำลองสบายๆ กำลังหมุนตัวขวักไขว่ทำหน้าที่แม่ครัวอย่างอารมณ์ดี โดยมีป้าจินดาคอยช่วยเตรียมถ้วยชามและเป็นลูกมืออยู่ข้างกาย...ท่ามกลางสายตาอบอุ่นของนับหนึ่งที่ยืนกอดอกพิงกรอบประตูครัว ทอดสายตามองเรือนร่างระหงของคนรักด้วยความเอ็นดูและความรักที่เปี่ยมล้นอยู่ในอกป้าจินดาที่เห็นอาการตกอยู่ในพะวังรักของชายหนุ่มก็อดไม่ได้ที่จะอมยิ้ม ส่ายหน้าไปมาเบาๆ ก่อนจะแอบขยับเข้ามากระซิบกระซาบกับนับหนึ่งด้วยความเอ็นดู“สายตาคุณนับหนึ่งนี่... หวานยิ่งกว่าน้ำพะโล้ในหม้อเสียอีกนะคะ ป้าเห็นแล้วล่ะอิจฉาคนหนุ่มสาวสมัยนี้จริงๆ”นับหนึ่งคลี่ยิ้มเขินๆ ยกมือขึ้นลูบท้ายทอยแก้เก้อ... ทว่าบรรยากาศความอบอุ่นยังไม่ทันคลายลง ‘เก่ง’ ลูกชายวัยยี่สิบของป้าจินดาที่เพิ่งกลับมาจากมหาวิทยาลัย ก็สืบเท้าก้าวพรวดพราดเข้ามาในครัว ชายหนุ่มวัยรุ่นถึงกับยืนตาค้าง ยามได้เห็นหญิงสาวแปลกหน้าผู้มีใบหน้างดงามหมดจดกำลังง่วนอยู่หน้าเตา

  • รอยบาปใต้เงาทมิฬ   24-คำเตือน

    หลังจากงานเลี้ยงจบลงและไซรัสออกคำสั่งเด็ดขาดให้ฟีนิกซ์เตรียมการส่งคุณนายแห่งเดสมอนด์เดินทางกลับประเทศไทย ทั้งคู่ก็ก้าวกลับเข้าสู่คฤหาสน์หรูหราในย่านเบลเกรเวีย ทว่าลูน่ากลับปิดปากเงียบ ไร้ซึ่งถ้อยคำเอื้อนเอ่ยใดๆ เธอสืบเท้าก้าวขึ้นไปยังชั้นสองของคฤหาสน์ทันทีเพื่อเก็บข้าวของส่วนตัวลงกระเป๋าอย่างสงบโดยมีไซรัสเดินตามหลังมาติดๆ ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทเนี้ยบกริบยืนกอดอกพิงกรอบประตู นัยน์ตาสีฟ้าคมกริบจ้องมองเรือนร่างระหงที่หมุนตัวเก็บเสื้อผ้าอย่างใจเย็น“เธอคงจะดีใจมากสินะ... ที่จะได้อยู่ห่างจากสายตาฉัน...” เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นอย่างเชือดเฉือน ทว่านัยน์ตากลับจับจ้องทุกการเคลื่อนไหวของภรรยาสาว “แต่มันก็แค่ชั่วคราวเท่านั้น... รู้ใช่ไหม?”ไร้สัญญาณการตอบรับใดๆ จากร่างบางที่ยังคงตั้งหน้าตั้งตาเก็บของ นั่นยิ่งกระตุ้นโทสะลึกๆ ของมาเฟียหนุ่มให้ลุกโชนไซรัสสืบเท้าก้าวเข้าไปใกล้ ก่อนจะยื่นมือหนาไปคว้าจับเรียวแขนเล็กไว้แน่น บังคับให้เธอหยุดชะงักและหมุนตัวกลับมาเผชิญหน้ากับเขา ใบหน้าหล่อเหลาดุดันโน้มลงไปประชิดริมฝีปากกระจับ เอ่ยกระซิบเสียงพร่าทว่าแฝงคำขู่เข็ญดุดันอย่างเปิดเผย

  • รอยบาปใต้เงาทมิฬ   23-พักร้อน

    ริมฝีปากสวยจงใจเน้นหนักคำสรรพนามท้ายประโยคด้วยน้ำเสียงอ่อนหวานเป็นพิเศษ นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มทอประกายระยับดุจดวงดาว จ้องลึกเข้าไปในดวงตาของไซรัสอย่างแฝงนัยยะลึกล้ำ... รอยยิ้มแสนหวานทว่าฉาบไปด้วยพิษร้ายและความท้าทายนั้น ทำเอามาเฟียหนุ่มถึงกับใจกระตุกวูบด้วยความคลั่งไคล้และความระแวงระวังขึ้นมาพร้อมๆ กัน ทว่า ท่ามกลางสายตาของแขกเหรื่อในวงสนทนาที่ยังคงจับจ้องมองมาเป็นตาเดียว ไซรัสจำเป็นต้องแสร้งหัวเราะออกมาราวกับมันเป็นเรื่องน่าเอ็นดูขบขัน ที่ภรรยาสาวเอ่ยขอ ‘รางวัล’ ต่อหน้าผู้คนชั้นสูง“ได้เลยครับ... ที่รักอยากได้อะไร คนอย่างไซรัสจะหามาประเคนให้ทุกอย่างอยู่แล้ว...”ไซรัสชะงักคำพูดไปเล็กน้อย นัยน์ตาสีฟ้าคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสวย ก่อนจะเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มนวลแสนหวาน“...แต่ ไว้เรากลับไปคุยกันที่คฤหาสน์ดีกว่าไหมครับ? คุณก็รู้ดีว่าถ้าคุณเอ่ยขอตอนนี้ ผมคงรีบละทิ้งงานเลี้ยงแล้วพาคุณไปหาให้เดี๋ยวนี้ทันทีแน่ๆ... แต่หากที่รักต้องการจริงๆ จะขอตรงนี้เลยก็ย่อมได้นะครับ”

  • รอยบาปใต้เงาทมิฬ   22-การรุกไล่ของไซรัส

    การนำเสนอระบบโลจิสติกส์อันเหนือชั้นและการพัฒนาอย่างก้าวกระโดดของบริษัท แอลวัน บนจอโปรเจกเตอร์ยักษ์กลางงานดำเนินไปอย่างราบรื่น ภาพวิสัยทัศน์ที่ยิ่งใหญ่เรียกเสียงปรบมือดังกึกก้อง เหล่านักธุรกิจและมหาเศรษฐีชั้นนำทั่วกรุงลอนดอนต่างพยักหน้ายอมรับด้วยความทึ่งทว่า ยามที่การนำเสนอจบลง ไซรัสที่ยืนเคียงข้างลูน่าตรงเบื้องหน้าเวที กลับยกมือขึ้นพร้อมเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงกังวานทรงอำนาจและแฝงความกร้าวระคนดื้อดึง“ไม่ทราบว่าพวกเราจะมีโอกาสได้เห็นตัวจริงของผู้บริหารแอลวันบ้างไหมครับ? การลงทุนในยุโรปครั้งนี้นับว่านำเสนอได้ยอดเยี่ยม... แต่คงต้องยอมรับว่าขาดความน่าเชื่อถือไปสักหน่อย ในเมื่อไม่มีใครรู้เลยว่าใครคือผู้อยู่เบื้องหลัง แล้วแบบนี้ใครจะกล้าเสี่ยงลงทุนด้วย...”เอ่ยจบ มาเฟียหนุ่มก็จุดยิ้มพรายอย่างท้าทาย ลูน่าปรายสายตามองคนข้างกายเพียงครู่ ก่อนจะหันกลับไปทอดสายตามองเวทีด้วยท่าทีเรียบเฉย ไร้ความสั่นไหวพิธีกรบนเวทียิ้มรับอย่างมีชั้นเชิง ก่อนจะเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงสุภาพ“แน่นอนครับว่าผู้บริหารของเรา... เดินทางมาร่วมงานในค่ำคืนนี้ด้วย คุณเดสมอนด์ดูจะใจร้อนไปเสียหน่อยน

  • รอยบาปใต้เงาทมิฬ   20-ลอนดอน

    เครื่องบินส่วนตัวขนาดกลางแลนดิ้งลงสู่รันเวย์ สนามบินฮีธโธรว์ กรุงลอนดอน อย่างนุ่มนวล... หลังจากแวะพักเติมน้ำมันที่มัสกัต ประเทศโอมาน รวมระยะเวลาการบินยาวนานกว่าสิบห้าชั่วโมงและตลอดสิบห้าชั่วโมงอันยาวนานนั้น ลูน่าต้องข่มตาอดทนกับความโสมมและตัณหาอันบ้าคลั่งของไซรัสอย่างถึงที่สุด...ทันทีที่เรียวขาบางก้าวลงจากเครื่องบิน หญิงสาวก็ไม่แม้แต่จะเฉียดก้าวเข้าใกล้ชายผู้ขึ้นชื่อว่าเป็นสามีตามกฎหมาย เธอก้าวเดินด้วยท่วงท่าสง่างาม ดุจหงส์พยศที่ไม่ยอมก้มหัวให้ใคร ตรงไปแทรกตัวนั่งบนเบาะหลังของรถยนต์คันหรูที่มารอรับอย่างเงียบเชียบไซรัสทำได้เพียงจ้องมองตามแผ่นหลังบางที่หยิ่งทะนงนั้นไป พลางขบกรามแน่นจนเป็นสันขากรรไกรเด่นชัด... ไม่ว่าเขาจะพยายามบีบบังคับหรือแสดงอำนาจใส่เธอมากแค่ไหน ลูน่าก็ไม่เคยชายตาหันกลับมาสนใจเขาเลยสักครั้งบรรยากาศภายในห้องโดยสารเงียบสงัดดั่งเมืองร้าง ยามที่รถยนต์คันหรูแล่นเลียบผ่านถนนมุ่งหน้าไปยังบ้านพักของตระกูลเดสมอนด์ ในย่านเบลเกรเวีย (Belgravia) กรุงลอนดอน ไซรัสจึงเอ่ยทำลายความเงียบงันขึ้นมา“งานเลี้ยงครั้งนี้... บริษัทแอลวันเพิ่งเปิด

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status