Share

13-สงครามประสาท

last update publish date: 2026-09-11 20:00:51

นับหนึ่งละล่ำละลักเอ่ยเสียงแผ่วพร่า สองเท้าก้าวเข้าไปหาเธอด้วยความตื่นตระหนก

“ทำไม... ทำไมถึงยังไม่หนีไปครับ! พวกการ์ดกับคุณไซรัสกำลัง...”

ลูน่ายกนิ้วชี้เรียวขึ้นแตะริมฝีปากบางที่มีรอยแผลและคราบเลือดแห้งกรังของตัวเองเบาๆ เป็นสัญญาณให้เขาเงียบ นัยน์ตาคู่สวยทอดมองชายหนุ่มตรงหน้าด้วยความอ่อนโยนปนเรียบเย็น

“ชูว์...” ลูน่าเอ่ยด้วยน้ำเสียงเบาหวิวทว่าสงบนิ่ง “ยิ่งพวกมันปักใจเชื่อว่าฉันกระโดดหนีออกไปข้างนอก... คฤหาสน์หลังนี้ก็ยิ่งเป็นสถานที่ๆ ปลอดภัยที่สุด”

นับหนึ่งมองรอยแผลคราบเลือดบนริมฝีปากและเสื้อผ้าของเธอด้วยความใจเสีย หยาดน้ำตาคลอหน่วยขึ้นมาอีกครั้งด้วยความสงสารและเป็นห่วง

“แต่คุณไซรัส... เขาบ้าคลั่งมากนะครับ ถ้าเขาจับคุณได้คราวนี้...”

“ปล่อยให้มันคลั่งไป...” ลูน่าตัดบทพร้อมกับจุดรอยยิ้มบางๆ บนริมฝีปาก รอยยิ้มเหยียดหยันที่ท้าทายทุกสิ่งบนโลก

“เกมล่าเหยื่อที่มันชอบ... ฉันจะเป็นคนกำหนดกฎเกณฑ์เอง”

หญิงสาวเอื้อมมือไปจับลูกบิดประตูห้องนอนของตัวเอง ก่อนจะหันกลับมาสบตานับหนึ่งอีกครั้ง

“เข้าไปพักผ่อนซะคุณนับหนึ่ง... คืนนี้ไม่มีใครทำอะไรคุณได้แล้ว”

พูดจบ ลูน่าก็แทรกตัวเข้าไปภายในห้องนอนของเธอและทำการล็อกประตูอย่างเงียบกริบ ทิ้งให้นับหนึ่งยืนกุมอกอยู่เบื้องนอกด้วยหัวใจที่เต้นระทึก... ทั้งซาบซึ้งในความนึกถึงผู้อื่นของเธอ และหวาดหวั่นต่อพายุอารมณ์ของมาเฟียหนุ่มที่จะเกิดขึ้นเมื่อความจริงปรากฏในไม่ช้า

ขณะเดียวกัน... ทางด้านล่างของคฤหาสน์ เสียงตะโกนสั่งการของไซรัสและเสียงสุนัขล่าเนื้อที่เริ่มส่งเสียงเห่าดังก้องในสวนกว้าง ก็ยิ่งตอกย้ำว่าสงครามประสาทครั้งนี้... กำลังจะเดือดพล่านขึ้นไปอีกขั้น

เสียงเห่ากรรโชกของสุนัขล่าเนื้อดังกังวานก้องจากชั้นล่าง สะท้อนตามทางเดินหินอ่อนขึ้นมายังโถงชั้นสองอย่างรวดเร็ว ยามนี้ไซรัสกำลังค่อยๆ ย่างก้าวตามฝูงสุนัขขึ้นมาด้วยท่าทางคุกคาม นัยน์ตาสีฟ้าคมกริบดุจพญามัจจุราชยึดครองความเงียบยามค่ำคืน

ภายในห้องนอน... ลูน่ายังไม่ทันจะได้ล้มตัวลงนอนบนเตียง เสียงเห่าที่กวนใจก็ทำให้เธอเบิกตากว้าง หญิงสาวตั้งสติในเสี้ยววินาที รู้ดีว่าหากพวกมันมาถึงห้องนอนเธอคงไม่รอดแน่ ร่างบางปราดตรงไปยังระเบียงห้อง จัดการเปิดประตูออกไปแล้วหมุนตัวกลับมา ปิดประตูระเบียงลงอย่างแนบเนียนและเรียบร้อย เพื่อไม่ให้ทิ้งร่องรอยชวนสงสัย

จากนั้น ลูน่าอาศัยความคล่องตัวปีนข้ามขอบระเบียงสูงข้ามไปยังระเบียงห้องนอนของนับหนึ่งที่ตั้งอยู่ติดกันทันที

ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...

เสียงเคาะกระจกระเบียงสามครั้งเบาๆ ดังขึ้น ในขณะที่จังหวะเดียวกัน เสียงของไซรัสกำลังตวาดสั่งแม่บ้านดังก้องอยู่ทางเดินหน้าห้อง ให้รีบเอากุญแจสำรองมาเปิดห้องนอนของลูน่า

นับหนึ่งที่กำลังยืนใจสั่นอยู่ภายในห้องถึงกับสะดุ้ง เขารีบก้าวไปเปิดประตูกระเบียงด้วยความอึดอัดและตกตะลึงสุดขีดเมื่อเห็นร่างของลูน่า ทว่าด้วยสัญชาตญาณ ชายหนุ่มรีบคว้ามือเรียวพาร่างบางแทรกตัวเข้ามาด้านใน แล้วปิดประตูกระเบียงพร้อมลากผ้าม่านลงทับทันที

“คุณ... คุณไม่เป็นไรใช่ไหมครับ?” นับหนึ่งเอ่ยถามด้วยสีหน้าตื่นตระหนกและเป็นห่วงผสานกัน

ลูน่าพ่นลมหายใจออกมาเบาๆ เพื่อระงับอาการเหน็ดเหนื่อย ก่อนจะพยักหน้ารับคำ

“นับหนึ่ง... ฉันขอเสื้อผ้าของคุณมาเปลี่ยนหน่อยสิ ไม่งั้นสุนัขล่าเนื้อมันได้เห่าหน้าห้องคุณแน่แล้วเราจะซวยกันหมด”

นับหนึ่งพยักหน้ารับคำอย่างเข้าใจสถานการณ์ทันที ชายหนุ่มรีบตรงไปที่ตู้เสื้อผ้า ค้นหาชุดลำลองขนาดหลวมของตัวเองส่งให้เธอ พร้อมกับหยิบบนขวดน้ำหอมประจำตัวของเขาติดมือไปด้วย

ลูน่ารับเสื้อผ้าและขวดน้ำหอมมา ก่อนจะรีบแทรกตัวเข้าไปในห้องน้ำในตัวห้อง จัดการถอดชุดของตัวเองออกแล้วสวมใส่เสื้อผ้าของนับหนึ่ง ฉีดพรมน้ำหอมกลิ่นเดียวกับเขาจนทั่วเรือนร่าง เพื่อกลบกลิ่นกายดั้งเดิมของตัวเองอย่างมิดชิด

.

ขณะเดียวกัน... ที่ห้องนอนของลูน่า

แกร๊ก!

กุญแจสำรองถูกใช้ไขเปิดประตูห้องนอนใหญ่ ไซรัสเดินเหยียบย่ำเข้ามาภายในห้องพร้อมสุนัขล่าเนื้อตัวโต นัยน์ตาสีฟ้ากวาดมองไปรอบห้องอันกว้างขวาง ทว่าผลลัพธ์กลับปรากฏเพียงความว่างเปล่า...

สุนัขล่าเนื้อวิ่งวนดมกลิ่นไปทั่วทุกซอกมุมของห้อง ทว่ามันกลับสับสนจนเห่าไม่เป็นจังหวะ เพราะทั้งห้องนอนแห่งนี้อบอวลไปด้วยกลิ่นประจำตัวของลูน่าอยู่แล้ว มันจึงไม่อาจระบุทิศทางได้เลยว่าเจ้าของกลิ่นเพิ่งหลบหนีไปทางไหน

“หึ... ไอ้หมาหน้าโง่!”

ไซรัสสบถออกมาอย่างขัดใจและอารมณ์เสีย ชายหนุ่มหมุนตัวเดินหัวเสียออกจากห้องนอนของภรรยามายังโถงทางเดิน

ร่างสูงใหญ่หยุดชะงักฝีเท้าลง... นัยน์ตาสีฟ้าคมกริบยืนจ้องมอง ประตูห้องนอนของนับหนึ่งที่ปิดสนิทอยู่อย่างเงียบงัน... ความเงียบอันหนักอึ้งครอบคลุมทางเดินไปชั่วครู่ใหญ่

ทว่าในที่สุด ไซรัสก็หมุนตัวเดินผละออกมา มุ่งหน้าตรงไปยังห้องทำงานส่วนตัวของตนทันที เพราะเขาคิดว่าเขาพึ่งจะตรวจสอบไปเมื่อไม่กี่นาทีก่อน

เมื่อถึงห้องทำงาน มาเฟียหนุ่มก็เปิดฉากระเบิดโทสะ ออกคำสั่งเรียกรวมพลลูกน้องและบอดี้การ์ดทั้งคฤหาสน์ให้กระจายกำลังออกปูพรหมค้นหาตัวคุณนายเดสมอนด์อย่างบ้าคลั่ง... ยันรุ่งสว่างของวันใหม่

.

แสงอาทิตย์ยามสว่างพาดผ่านผ้าม่านเข้ามาภายในห้องนอนเล็กที่ไม่คุ้นเคย...

ลูน่าค่อยๆ ลืมตาขึ้นมา ร่างบางขยับตัวลุกขึ้นนั่งบนเตียงด้วยความอ่อนล้าจากการหลบซ่อนตัวตลอดทั้งคืน นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มกวาดมองไปรอบห้อง ก่อนจะหยุดสายตาลงที่ร่างโปร่งของนับหนึ่งที่กำลังก้มหน้าก้มตาจัดเสื้อผ้าและชุดเดรสตัวเดิมของเธออยู่อย่างเงียบเชียบและเบามือ

รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นบนใบหน้าหวาน ลูน่าคว้าผ้าห่มนุ่มมาพันรอบกายเอาไว้ ก่อนจะก้าวลงจากเตียงด้วยเท้าเปล่า เดินตรงเข้าไปหานับหนึ่งจากทางด้านหลัง แล้วสวมกอดร่างโปร่งไว้แผ่วเบาเพื่อซึมซับความอบอุ่น

นับหนึ่งสะดุ้งเล็กน้อยด้วยความตกใจ ทว่าเมื่อหันกลับมาเห็นว่าเป็นเธอ ชายหนุ่มก็เผยรอยยิ้มอบอุ่นผ่อนคลายตอบรับทันที

“ตื่นแล้วหรือครับ?... ใส่เสื้อผ้าก่อน ผมเตรียมไว้ให้แล้ว”

นับหนึ่งเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนและนุ่มนวล ลูน่าที่ยังคงงัวเงียยกรอยยิ้มเล็กๆ ยกลูกมือขึ้นขยี้ตาเบาๆ ก่อนจะพยักหน้ารับคำอย่างว่าง่าย

“อือ...”

นับหนึ่งถอนหายใจออกมาแผ่วเบาด้วยความหนักใจ ชายหนุ่มจ้องมองใบหน้าสวยที่ไร้เครื่องสำอางของเธอ ก่อนจะเอ่ยถามขึ้นด้วยความกังวลใจที่อัดแน่นอยู่เต็มอก

“ลูน่า... คุณจะเอายังไงต่อ?”

ลูน่ารับชุดเดรสมาถือไว้ เธอเงยหน้าขึ้นสบตากับเขาพร้อมกับจุดรอยยิ้มเรียบเฉยตามฉบับของคุณนายเดสมอนด์

“ก็แต่งตัว... ลงไปทานข้าวเหมือนปกติไงคะ”

นับหนึ่งขมวดคิ้วยุ่งทันทีเมื่อได้ยินเช่นนั้น ฝ่ามือเรียวสองข้างยื่นไปจับต้นแขนทั้งสองข้างของเธอไว้เบาๆ ด้วยความรู้สึกกดดันและหวาดหวั่น

“ลูน่า... มันอันตรายนะครับ ผมเป็นห่วง”

ลูน่ายิ้มรับความปรารถนาดีนั้นอย่างจริงใจ หญิงสาวละมือจากชุดเดรส ยื่นฝ่ามือเรียวขึ้นไปประคองใบหน้าหวานของนับหนึ่งไว้อย่างอ่อนโยน

“ฉันไม่เป็นไรหรอกค่ะ... ฉันต่างหากที่เป็นห่วงคุณ ขอโทษนะคะที่ต้องทำให้คุณมาเจอเรื่องเลวร้ายแบบนี้ ทั้งที่ฉัน....”

ยังไม่ทันที่ลูน่าจะได้เอื้อนเอ่ยประโยคแห่งความรู้สึกผิดจบ นับหนึ่งก็โผเข้าคว้าตัวหญิงสาวตรงหน้าเข้ามาสวมกอดไว้แน่นทันที

“ไม่เลยลูน่า... ไม่ต้องขอโทษผมเลยสักนิด”

น้ำเสียงสั่นเครือและแหบพร่าของนับหนึ่งดังก้องชิดใบหูของเธอ ชายหนุ่มซุกใบหน้าลงกับลาดไหล่บาง สะกดกลั้นก้อนเนื้อในอกที่เจ็บปวดจนจุกแน่น

“ผมพึ่งรู้ว่าคุณต้องอยู่ในนรกแบบนี้มาตลอด... ผมนึกว่าแต่งงานแล้วคุณจะมีความสุข...”

หยาดน้ำตาแห่งความทุกข์ระทมไหลซึมผ่านเสื้อผ้าของลูน่า นับหนึ่งกระชับกอดแน่นขึ้น ราวกับต้องการใช้ร่างกายของตัวเองเป็นเกราะป้องกันเธอจากฝันร้ายทั้งหมด

“ผมยอมทุกอย่างเพื่อไม่ให้มันมาแตะต้องตัวคุณ... ต่อให้ต้องเอาร่างกายตัวเองเข้าแลก ผมก็ยอม!”

คำพูดที่หลุดมาจากเบื้องลึกของหัวใจทำให้นับหนึ่งเจ็บปวดจนแหลกสลาย... ชายหนุ่มรู้ดีว่าไซรัสมีความวิปริตและป่าเถื่อนมากแค่ไหน และเขาไม่มีวันยอมให้คนเลวทรามแบบนั้นย่ำยีลูน่าเด็ดขาด

เพราะสำหรับนับหนึ่งแล้ว... ลูน่าคือแสงสว่างและความรักเดียวที่เขามี และเขาพร้อมจะทำทุกวิถีทางเพื่อปกป้องคนที่เขารัก แม้ว่าตัวเองจะต้องจมอยู่ในนรกขุมนี้แทนเธอก็ตาม

ลูน่ายกมือขึ้นลูบแผ่นหลังและเรือนผมของชายหนุ่มอย่างเบามือ เธอซบหน้าลงกับไหล่กว้างของเขา ก่อนจะกระซิบถ้อยคำด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน ทว่าหนักแน่นและเต็มเปี่ยมไปด้วยความรักอันสลักลึก

“เราคง... ต้องเล่นละครฉากนี้กันต่อ อดทนรออีกหน่อยนะคะ... ฉันจะพาคุณหนีไปจากนรกแห่งนี้ให้ได้”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • รอยบาปใต้เงาทมิฬ   15-แผน

    ลูน่านั่งนิ่งสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์ ฝ่ามือเรียวทั้งสองข้างกำแน่นเข้าหากันจนเล็บเกือบจิกเข้าเนื้อ ยามที่เสียงตวาดลั่นอย่างป่าเถื่อนของไซรัสเหวี่ยงลงมาจากชั้นบนคำสั่งระยำที่บีบคั้นให้นับหนึ่งครางชื่อของมันดังรอดออกมา พร้อมกับเสียงสั่นสะเทือนของหัวเตียงที่กระทบกระแทกกับผนังห้องอย่างรุนแรง บ่งบอกถึงกิจกรรมอันดิบเถื่อนและไร้ความปราณีที่กำลังเกิดขึ้น เสียงนั้นดังสนั่นเสียจนสะท้อนลงมาถึงชั้นล่าง ตอกย้ำความอัปยศและความเจ็บปวดร้าวลึกในใจของลูน่าอย่างโหดเหี้ยมหญิงสาวตัดสินใจลุกขึ้นทันที ความอุจาดเกินกว่าจะทนฟังต่อได้ เธอช้อนตัวอุ้มเซมัสขึ้นแนบอก พยายามบดบังใบหน้าของลูกน้อยไม่ให้รับรู้ถึงความโสมมของผู้เป็นพ่อ ลูน่าก้าวเดินออกจากคฤหาสน์ที่เปรียบเสมือนนรกด้วยท่วงท่าสง่างามทว่าเร่งรีบ โดยมีฟีนิกซ์และนีน่าก้าวตามมาติดๆ“ไปห้าง Desmond Mall ฉันกับลูกจะไปนั่งทานข้าวข้างนอก”ลูน่าเอ่ยสั่งฟีนิกซ์ด้วยน้ำเสียงเรียบ เย็นชาไร้ความรู้สึก ฟีนิกซ์เพียงโค้งศีรษะรับคำเล็กน้อยด้วยสีหน้าเคร่งขรึม“ครับ คุณนาย”เขาทำหน้าที่อย่างรวดเร็วด้วยการวิทยุเรียกรถย

  • รอยบาปใต้เงาทมิฬ   14-คนรักในความลับ

    หญิงสาวผละตัวออกมาเล็กน้อย มือเรียวสองข้างยื่นไปประคองใบหน้าหวานที่เปรอะเปื้อนคราบน้ำตาของนับหนึ่ง นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มที่เคยเย็นชาใส่คนทั้งโลก บัดนี้กลับฉายสะท้อนเพียงภาพของชายตรงหน้าด้วยความรักทั้งหมดที่มี“ฉันรักคุณนะคะ นับหนึ่ง... ไม่ว่ายังไง ฉันก็รักคุณ... คุณคือรักแรก และเป็นรักเดียวในชีวิตของฉันตลอดไป”คำสารภาพรักแผ่วเบาทว่าตราพึงในใจ...ใช่แล้ว... ‘นับหนึ่ง’ ไม่ใช่แค่เพื่อนคนสนิท หรือแค่เจ้าของร้านกาแฟที่ผ่านเข้ามาในชีวิตของเธอทว่าเขาคือ ‘คนรัก’ เพียงคนเดียวของลูน่า... ความรักที่ถูกซ่อนไว้ในเงาตั้งแต่ก่อนที่เธอจะถูกไซรัสเอาปืนจ่อหัวบังคับเข้าพิธีแต่งงาน และที่สำคัญที่สุด... ไซรัสไม่เคยล่วงรู้ความลับข้อนี้เลยแม้แต่เสี้ยวเดียวมาเฟียหนุ่มเข้าใจมาโดยตลอดว่านับหนึ่งเป็นเพียง 'หมาก' และของเล่นที่ใช้ป่วนประสาทเพื่อตอกย้ำให้เธอเจ็บปวด ไซรัสแค่โชคดีก็เท่านั้น... โดยหารู้ไม่ว่า การดึงตัวนับหนึ่งเข้ามาในคฤหาสน์เดสมอนด์ด้วยความบ้าคลั่งของตัวไซรัสเองนั้น... คือการทำให้ลูน่าที่เคยสงบเงียบเดินเข้าสู่ความเกมแค้นเพื่อเอาคืนอย่างสาสมโดยไม่

  • รอยบาปใต้เงาทมิฬ   13-สงครามประสาท

    นับหนึ่งละล่ำละลักเอ่ยเสียงแผ่วพร่า สองเท้าก้าวเข้าไปหาเธอด้วยความตื่นตระหนก“ทำไม... ทำไมถึงยังไม่หนีไปครับ! พวกการ์ดกับคุณไซรัสกำลัง...”ลูน่ายกนิ้วชี้เรียวขึ้นแตะริมฝีปากบางที่มีรอยแผลและคราบเลือดแห้งกรังของตัวเองเบาๆ เป็นสัญญาณให้เขาเงียบ นัยน์ตาคู่สวยทอดมองชายหนุ่มตรงหน้าด้วยความอ่อนโยนปนเรียบเย็น“ชูว์...” ลูน่าเอ่ยด้วยน้ำเสียงเบาหวิวทว่าสงบนิ่ง “ยิ่งพวกมันปักใจเชื่อว่าฉันกระโดดหนีออกไปข้างนอก... คฤหาสน์หลังนี้ก็ยิ่งเป็นสถานที่ๆ ปลอดภัยที่สุด”นับหนึ่งมองรอยแผลคราบเลือดบนริมฝีปากและเสื้อผ้าของเธอด้วยความใจเสีย หยาดน้ำตาคลอหน่วยขึ้นมาอีกครั้งด้วยความสงสารและเป็นห่วง“แต่คุณไซรัส... เขาบ้าคลั่งมากนะครับ ถ้าเขาจับคุณได้คราวนี้...”“ปล่อยให้มันคลั่งไป...” ลูน่าตัดบทพร้อมกับจุดรอยยิ้มบางๆ บนริมฝีปาก รอยยิ้มเหยียดหยันที่ท้าทายทุกสิ่งบนโลก“เกมล่าเหยื่อที่มันชอบ... ฉันจะเป็นคนกำหนดกฎเกณฑ์เอง”หญิงสาวเอื้อมมือไปจับลูกบิดประตูห้องนอนของตัวเอง ก่อนจะหันกลับมาสบตานับหนึ่งอีกครั้ง“เข้าไปพักผ่อนซะคุณนับหนึ่ง... คืนนี้ไม่มีใครท

  • รอยบาปใต้เงาทมิฬ   12-ความรักที่บิดเบี้ยว

    “อยากทำอะไรก็ทำเลยสิ...” เธอยังคงตอบเขานิ่งๆ“ตอบฉันมา! เมื่อกี้เธอกับมันกำลังจะทำอะไรกัน!”ไซรัสคำรามลั่นด้วยโทสะที่เดือดพล่าน นัยน์ตาสีฟ้าฉายแววคลั่งไคล้บิดเบี้ยว ชายหนุ่มโน้มใบหน้าลงมาหมายจะสยบความพยศของคนตรงหน้า ฝ่ามือหนาบีบกระชากเรือนร่างบางเข้ามาชิดกาย ก่อนจะบดเบียดริมฝีปากหนาลงมากดทับริมฝีปากกระจับสวยงามของลูน่าอย่างรุนแรงและป่าเถื่อนทว่าลูน่าในยามนี้กลับไม่ได้ยืนนิ่งเป็นหินอีกต่อไปหญิงสาวออกแรงดิ้นรนขัดขืนสุดกำลัง สองมือเรียวยกขึ้นทุบตีและชกเข้าที่แผ่นอกกว้างและไหล่หนาของไซรัสอย่างไม่ย่อท้อ เสียงกำปั้นกระทบเนื้อดังขึ้นในความเงียบ ทว่ายิ่งเธอทุบตีและดิ้นรนมากเท่าไหร่ มันกลับยิ่งไปกระตุ้นความอยากเอาชนะและตัณหาอันมืดมนของอสูรร้ายให้พุ่งสูงขึ้นไซรัสแค่นเสียงเหี้ยมในลำคอ ชายหนุ่มออกแรงบดขยี้ริมฝีปากงามอย่างดุดัน ก่อนจะ ขบกัดริมฝีปากบางของเธออย่างแรงจนเลือดสดๆ ซึมไหลออกมารสชาติคาวเลือดหวานละมุนคละคลุ้งในโพรงปาก... ลูน่าเจ็บปวดจนคิ้วขมวดเป็นปม ทว่าความแค้นและความรักตัวเองกลับสั่งการให้เธอพลิกสถานการณ์ในเสี้ยววินาทีมือเรียวที่ว่า

  • รอยบาปใต้เงาทมิฬ   10-อิสรภาพชั่วคราว

    ขณะเดียวกัน... ที่ห้างสรรพสินค้าชั้นนำระดับไฮเอนด์ใจกลางเมืองบรรยากาศสงบและสว่างไสวแตกต่างจากคฤหาสน์เดสมอนด์ราวฟ้ากับนรก เซมัสเด็กชายตัวน้อยวัยสองขวบกำลังหัวเราะร่าอย่างมีความสุขอยู่ในร้านเสื้อผ้าเด็กแบรนด์หรู โดยมีนีน่าพี่เลี้ยงสาวคอยดูแลและหยิบจับชุดน่ารักๆ ให้ลองอย่างเอาใจใส่ลูน่านั่งจิบกาแฟร้อนอยู่ตรงโซนพักผ่อนของร้าน นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มทอดมองลูกชายเพียงคนเดียวด้วยแววตาอ่อนโยน... เป็นเพียงมุมเดียวในชีวิตที่เผยให้เห็นความอบอุ่นของคุณนายเดสมอนด์ฟีนิกซ์ ยืนคุมเชิงสงบนิ่งอยู่ไม่ไกลในระยะที่สุภาพ ใบหน้าคมขรึมเรียบเฉย ทว่าร่องรอยความระบมบนใบหน้าและกิริยาการยืนที่ฝืนเกร็งเพียงเล็กน้อย ก็ไม่อาจเล็ดลอดสายตาอันแหลมคมของลูน่าไปได้“ข้อเท้าฉัน... หายดีแล้วล่ะ” ลูน่าเอ่ยขึ้นเรียบๆ โดยไม่หันไปมอง “แล้วแผลของคุณล่ะ... ฟีนิกซ์”ฟีนิกซ์ชะงักไปเล็กน้อย บอดี้การ์ดหนุ่มหลุบสายตาลงต่ำ ค้อมศีรษะตอบรับด้วยน้ำเสียงนอบน้อม“ผมสบายดีครับ คุณนาย... ขอบคุณที่เป็นห่วง”ลูน่ายกแก้วกาแฟขึ้นจิบเบาๆ นัยน์ตาคู่สวยหมองลงเล็กน้อยยามนึกถึงเหตุการณ์เมื่อเช้า รวมถึง

  • รอยบาปใต้เงาทมิฬ   11-คนใจดี

    ทันทีที่เห็นเหตุการณ์ ลูน่าก็เบิกตากว้าง ร่างบางรีบลุกพรวดพุ่งเข้าไปหาเขาทันที มือเรียวคว้าหมับเข้าที่ข้อมือของนับหนึ่งแล้วดึงเขาไปที่ซิงค์ล้างจาน จัดการเปิดก๊อกน้ำให้สายน้ำเย็นจัดไหลผ่านรอยแดงเถือกบนหลังมือของเขา“แช่น้ำไว้ก่อนนะคะ รอเดี๋ยว...”เธอเอ่ยด้วยสีหน้าตื่นตระหนกและเป็นกังวล ก่อนจะรีบหันไปเปิดช่องฟรีซเพื่อหยิบน้ำแข็งมาประคบให้อย่างเบามือ นับหนึ่งทอดสายตามองแผ่นหลังบอบบางของหญิงสาวผ่านม่านน้ำตา... ทั้งตกตะลึง ทั้งซาบซึ้งใจจนหยาดน้ำตาที่คลอหน่วยพากันร่วงหล่นลงมาไม่ขาดสาย เขาเงยหน้าขึ้นสบตากับเธอ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า“ขอบคุณนะครับ...”ลูน่าเม้มริมฝีปากแน่น นัยน์ตาไหววูบด้วยความสงสารก่อนจะพยักหน้ารับ “ไม่เป็นไรค่ะ... เดี๋ยวฉันทำแผลให้นะ”พูดจบ เธอก็จูงมือเขาให้เดินตามออกไปยังโซนห้องนั่งเล่นกว้างขวาง ร่างบางเดินไปหยิบกล่องปฐมพยาบาล ก่อนจะกลับมานั่งลงตรงหน้าและเริ่มต้นทำแผลให้อย่างเงียบเชียบและเบามือตลอดเวลาที่เธอทำแผล ชายหนุ่มเอาแต่จ้องมองใบหน้าสวยหวานของหญิงสาวด้วยความรู้สึกซาบซึ้งสุดหัวใจ รู้ตัวอีกที... ใบหน้าของเขาก็โน้มเข

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status