Home / มาเฟีย / รอยบาปใต้เงาทมิฬ / 10-อิสรภาพชั่วคราว

Share

10-อิสรภาพชั่วคราว

last update publish date: 2026-09-10 20:00:56

ขณะเดียวกัน... ที่ห้างสรรพสินค้าชั้นนำระดับไฮเอนด์ใจกลางเมือง

บรรยากาศสงบและสว่างไสวแตกต่างจากคฤหาสน์เดสมอนด์ราวฟ้ากับนรก เซมัสเด็กชายตัวน้อยวัยสองขวบกำลังหัวเราะร่าอย่างมีความสุขอยู่ในร้านเสื้อผ้าเด็กแบรนด์หรู โดยมีนีน่าพี่เลี้ยงสาวคอยดูแลและหยิบจับชุดน่ารักๆ ให้ลองอย่างเอาใจใส่

ลูน่านั่งจิบกาแฟร้อนอยู่ตรงโซนพักผ่อนของร้าน นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มทอดมองลูกชายเพียงคนเดียวด้วยแววตาอ่อนโยน... เป็นเพียงมุมเดียวในชีวิตที่เผยให้เห็นความอบอุ่นของคุณนายเดสมอนด์

ฟีนิกซ์ ยืนคุมเชิงสงบนิ่งอยู่ไม่ไกลในระยะที่สุภาพ ใบหน้าคมขรึมเรียบเฉย ทว่าร่องรอยความระบมบนใบหน้าและกิริยาการยืนที่ฝืนเกร็งเพียงเล็กน้อย ก็ไม่อาจเล็ดลอดสายตาอันแหลมคมของลูน่าไปได้

“ข้อเท้าฉัน... หายดีแล้วล่ะ” ลูน่าเอ่ยขึ้นเรียบๆ โดยไม่หันไปมอง “แล้วแผลของคุณล่ะ... ฟีนิกซ์”

ฟีนิกซ์ชะงักไปเล็กน้อย บอดี้การ์ดหนุ่มหลุบสายตาลงต่ำ ค้อมศีรษะตอบรับด้วยน้ำเสียงนอบน้อม

“ผมสบายดีครับ คุณนาย... ขอบคุณที่เป็นห่วง”

ลูน่ายกแก้วกาแฟขึ้นจิบเบาๆ นัยน์ตาคู่สวยหมองลงเล็กน้อยยามนึกถึงเหตุการณ์เมื่อเช้า รวมถึงเรื่องของนับหนึ่งที่ถูกลากเข้าไปในกรงเล็บอสูร

“เขาเป็นแบบนี้เสมอ...” ลูน่าเอ่ยเสียงแผ่วปนประชดประชัน “บดขยี้ทุกอย่างรอบตัว ทำลายทุกคนที่ฉันคุ้นเคย เพียงเพื่ออยากเห็นฉันร้องไห้หรือก้มหัวขอร้องเขา”

ฟีนิกซ์เงียบฟังอย่างสงบ เขาทำงานให้ไซรัสมานานรู้ดีถึงความบ้าคลั่งและความหมกหมุ่นที่ผู้เป็นเจ้านายมีต่อหญิงสาวตรงหน้า

“คุณนาย... ไม่เคยคิดจะยอมให้คุณไซรัสเลยหรือครับ ผมว่านายท่านรักคุณผู้หญิงมากนะครับ”

ฟีนิกซ์เอ่ยถามออกมาเบาๆ ด้วยความสงสัยที่ซ่อนอยู่ในใจมาตลอดสองปี

ลูน่าแค่นยิ้มบางๆ บนริมฝีปาก... รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความแค้นสลักลึกและหยาดน้ำตาที่เหือดแห้งไปนานแล้ว เธอเบนสายตากลับมาสบตากับฟีนิกซ์ นัยน์ตาฉายแววเย็นเยียบจนคนมองรู้สึกเย็นวาบ

“ยอมเหรอ?... รักเหรอ?” น้ำเสียงของเธอเรียบราบแต่หนักแน่นราวกับหินผา

“คนที่ทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้ฉันมาครอบครอง ขู่ทำลายตระกูลของฉัน และบังคับให้ฉันต้องก้มหน้ารับชะตากรรมไร้ค่าแบบนี้โดยไม่สนใจความรู้สึก... คนอย่างไซรัส เดสมอนด์ รักใครไม่เป็นและไม่สมควรได้รับแม้กระทั่งความเห็นอกเห็นใจ”

เธอเว้นจังหวะ เลื่อนสายตากลับไปมองลูกชายตัวน้อยที่กำลังยิ้มสดใสอยู่ไกลๆ

“เขาอยากได้ทั้งตัวและหัวใจของฉัน... งั้นเขาก็รอไปจนวันตายเถอะ เพราะหัวใจของฉันมันตายไปตั้งแต่วันที่ฉันก้าวเข้าคฤหาสน์หลังนั้นแล้ว”

คำพูดไร้ความรู้สึกแต่ทิ่มแทงใจดำของลูน่า ทำให้ฟีนิกซ์ได้แต่นิ่งอึ้ง... เขาเข้าใจแล้วว่าเหตุใดลูน่าถึงต้านทานไซรัสได้อย่างเยือกเย็นขนาดนั้น เพราะไม่มีสิ่งใดในโลกนี้จะทำร้ายคนที่ 'หัวใจตายไปแล้ว' ได้อีกต่อไป และไม่มีใครในโลกจะทำร้ายคนที่ตัวเองรักได้ขนาดนี้แน่ ยกเว้น... ไซรัส เดสมอนด์ ผู้ที่โง่เขลาในเรื่องความรัก เพราะไม่เคยรู้จักความรัก...

ฟีนิกซ์ยืนเงียบไปครู่หนึ่ง นัยน์ตาคมขรึมหลุบลงต่ำขณะเอ่ยถ้อยคำที่เก็บซ่อนไว้ด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

“นายท่าน... ไม่รู้จักความรัก เพราะเขาไม่เคยได้รับมันเลยครับคุณนาย”

บอดี้การ์ดหนุ่มเว้นจังหวะ ก่อนจะเอ่ยเล่าต่อ

“นายท่านเห็นพ่อแม่ถูกฆ่าตายต่อหน้าต่อตาตั้งแต่ยังเด็ก เพียงเพื่อการแย่งชิงอำนาจในตระกูลเดสมอนด์ เขาถูกเลี้ยงดูมาโดยผู้เป็นลุงที่ปล่อยปละละเลย อยากได้อะไรก็ต้องดิ้นรนไขว่คว้าเอาเองโดยไร้คนอบรมสั่งสอน นายท่านจึงทำทุกวิถีทางไม่ว่าถูกหรือผิดเพื่อให้ได้สิ่งที่ต้องการ... แถมยังถูกนำไปเปรียบเทียบกับคุณดาริสมาโดยตลอด”

ลูน่าเลิกคิ้วขึ้นเบาๆ ก่อนจะแค่นหัวเราะออกมาในลำคอเสียงหัวเราะเยือกเย็นที่ไร้ซึ่งความเห็นอกเห็นใจ แต่เต็มไปด้วยความสมเพชชะตากรรม

“เลยยึดอำนาจบริษัทด้วยการฆ่าลุงแท้ๆ ที่รับเลี้ยงตัวเอง เพียงเพราะลุงวางแผนจะให้ดาริสขึ้นครองธุรกิจแทนงั้นเหรอ?”

ลูน่าเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบราบ ทว่านัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มกลับสว่างวาบด้วยไฟแค้นที่สลักลึก

“นายพูดเรื่องนี้... เพราะอยากให้ฉันรู้สึกสงสารปีศาจอย่างไซรัสหรือไง ฟีนิกซ์?”

หญิงสาวหยัดกายลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ชายกระโปรงพริ้วไหวไปตามการเคลื่อนไหวอย่างสูงศักดิ์ เธอเบนสายตากลับมาสบตากับบอดี้การ์ดหนุ่มตรงๆ

“ในวันที่เราตกลงคุยกันเรื่องแต่งงาน... มันเอาปืนจ่อหัวพ่อกับแม่ของฉันเพื่อบังคับให้ฉันจำยอมแต่งงานด้วย ทั้งที่ตอนนั้นมันกับลีอายังนอนคั่วกันอยู่เลยด้วยซ้ำ...”

ความทรงจำอันแสนบอบช้ำพรั่งพรูออกมาพร้อมกับความกดดันที่ตึงเครียดขึ้นเรื่อยๆ

“และคืนแรกของวันแต่งงาน... มันก็ข่มเหงย่ำยีฉันเพื่อหวังให้ฉันท้อง จะได้ใช้เด็กผูกมัดฉันไว้ให้อยู่ในกรงทองของมันไปตลอดชีวิต”

ลูน่าจ้องมองฟีนิกซ์ด้วยแววตาเด็ดเดี่ยว ไร้ซึ่งร่องรอยความอ่อนแอหรือความเกรงกลัวใดๆ ทั้งสิ้น

“แต่จำไว้นะฟีนิกซ์... ไม่ว่าใครจะพูดแก้ตัวให้มันยังไง ใจของฉัน... ไม่มีวันถูกคนอย่าง ไซรัส เดสมอนด์ ผูกมัดไว้ได้ ชาตินี้ทั้งชาติ มันได้ไปก็แค่ร่างนี้เท่านั้น”

พูดจบ หญิงสาวก็หมุนตัวเดินผละออกมา รังสีดุดันและอารมณ์คลั่งแค้นพลันมลายหายไปในพริบตา ใบหน้าสวยหวานแปรเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มอบอุ่นสดใส ร่างบางก้าวตรงเข้าไปหาลูกชายตัวน้อยที่กำลังวิ่งเล่นอยู่ข้างหน้า... ราวกับบทสนทนาอันแสนเจ็บปวดเมื่อครู่เป็นเพียงเรื่องตลกไร้สาระเรื่องหนึ่งเท่านั้น

ฟีนิกซ์ถึงกับยืนนิ่งอึ้ง... ถ้อยคำของลูน่าจุกอกจนเขาเอื้อนเอ่ยประโยคใดไม่ออก เพราะทุกอย่างที่เธอพูดออกมานั้นคือ ความจริงอันดิบเถื่อนและบิดเบี้ยวเกี่ยวกับตัวตนของไซรัสอย่างไม่มีผิดเพี้ยน

บอดี้การ์ดหนุ่มก้าวเดินตามหลังคุณนายเดสมอนด์กลับไปยังรถด้วยความรู้สึกที่ยากจะคาดเดา นัยน์ตาคมขรึมจ้องมองแผ่นหลังบางของหญิงสาวตรงหน้าด้วยความทึ่งและแอบชื่นชมในความเด็ดเดี่ยว แข็งแกร่ง และไร้ซึ่งความเกรงกลัวต่อกรงเล็บอสูร สองมือของเขาหิ้วถุงช็อปปิ้งมากมายก้าวตามหลังเธอไปเงียบๆ

กระทั่งรถยนต์คันหรูเคลื่อนตัวกลับมาถึงคฤหาสน์เดสมอนด์...

ฟีนิกซ์ขอตัวแยกออกไปโทรศัพท์รายงานความเคลื่อนไหวให้ไซรัสทราบตามหน้าที่ ยามนี้ผู้เป็นเจ้านายไม่อยู่คฤหาสน์เนื่องจากต้องไปจัดการงานที่บริษัท

ลูน่าก้าวเท้าเข้ามาภายในคฤหาสน์พร้อมกับเซมัสและนีน่า บรรยากาศภายในบ้านยังคงอึดอัด แน่นหนาไปด้วยลูกน้องและการ์ดที่ยืนคอยเฝ้าสังเกตการณ์อยู่ทั่วทุกมุม สายตาหวานปรายมองไปยังโซนครัวเปิด และพบกับร่างโปร่งของนับหนึ่ง ในสภาพบอบช้ำที่กำลังยืนก้มหน้าก้มตาชงกาแฟอยู่ตรงเคาน์เตอร์ครัวเพียงลำพัง ราวกับมันเป็นที่พึ่งเดียวให้ใจเขาสงบ

ลูน่ากวาดสายตามมองซ้ายมองขวาเล็กน้อย เห็นสายตาของการ์ดนับสิบส่องมองมาอย่างจับผิด แต่เธอไม่ได้สนใจ หญิงสาวก้าวเดินตรงเข้าไปหานับหนึ่งแล้วเอ่ยทักทายขึ้นด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลสุภาพและเป็นธรรมชาติ

“ชงเผื่อฉันด้วยได้ไหมคะ... คุณนับหนึ่ง”

นีน่าที่อุ้มเซมัสอยู่เห็นสถานการณ์ตึงเครียดและรู้ความฉลาดของคุณนาย รู้ดีว่าควรทำอย่างไร พี่เลี้ยงสาวจึงรีบอุ้มเด็กชายตัวน้อยแยกออกไปทางห้องของเล่นทันที เพื่อไม่ให้เซมัสต้องมารับรู้เรื่องของผู้ใหญ่

หมับ...

นับหนึ่งที่กำลังยืนใจลอยถึงกับสะดุ้งสุดตัว มือสองข้างสั่นเทา เขารีบก้มหน้าหลบสายตา ตอบกลับด้วยน้ำเสียงสั่นแผ่วเบาจนแทบไม่ได้ยิน

“ครับ...”

ลูน่าเม้มปากแน่นเข้าหากัน นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มฉายแววรู้สึกผิดและสงสารจับใจเมื่อเห็นรอยบอบช้ำและความบอบช้ำทางจิตใจที่เขาคนนี้ได้รับเพราะเธอ ลูน่าพยายามชวนคุยเพื่อทลายความเกร็งเครียดนั้น

“ที่นี่มีวิปครีมอยู่ในตู้เย็นนะคะ...”

คำพูดที่เตือนความจำถึงสไตล์กาแฟแบบที่เธอชอบสั่งที่ร้านของเขา ทำให้นับหนึ่งชะงักกึก ชายหนุ่มค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมองลูน่านิ่งค้างไปชั่วครู่... ก่อนที่รอยยิ้มเจื่อนๆ แต่จริงใจจะค่อยๆ ปรากฏบนใบหน้าหวาน นับหนึ่งพยักหน้ารับคำ

“ครับ...”

ร่างโปร่งหมุนตัวไปเปิดตู้เย็น หยิบขวดวิปครีมออกมาวางบนเคาน์เตอร์อย่างระมัดระวัง ก่อนจะเอ่ยบอกลูน่าพร้อมผายมืออย่างสุภาพ

“เชิญนั่งก่อนสิครับ... ผมกำลังจะดริปกาแฟให้”

ลูน่าขยับตัวก้าวเข้าไปนั่งบนเก้าอี้ทรงสูงหน้าเคาน์เตอร์ นัยน์ตาคู่สวยจ้องมองแผ่นหลังและท่วงท่าอันสั่นเทาของนับหนึ่งด้วยความห่วงใย

นับหนึ่งพยายามควบคุมร่างกายอันสะบักสะบอมที่ผ่านศึกหนักจากไซรัสเมื่อเช้า ฝ่ามือเรียวที่สั่นระริกเอื้อมไปคว้ากาดริปน้ำร้อนที่กำลังเดือดปุดๆ ขึ้นมา หวังจะเทลงบนผงกาแฟ... ทว่าความบอบช้ำและความเกร็งกลับทำให้มือของเขากระตุกอย่างรุนแรง

ซ่า!

“อ๊ะ! โอ๊ย!”

น้ำร้อนอุณหภูมิสูงลวกราดลงบนหลังมือและข้อต่อนิ้วของนับหนึ่งเต็มๆ กาต้มน้ำร่วงกระทบเคาน์เตอร์ดัง เคร้ง! นับหนึ่งสะบัดมือหนีด้วยความเจ็บปวด หยาดน้ำใสเอ่อคลอดวงตาคู่สวยทันทีด้วยความรวดร้าวที่แล่นริ้วไปทั่วบาดแผลแดงเถือก

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • รอยบาปใต้เงาทมิฬ   15-แผน

    ลูน่านั่งนิ่งสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์ ฝ่ามือเรียวทั้งสองข้างกำแน่นเข้าหากันจนเล็บเกือบจิกเข้าเนื้อ ยามที่เสียงตวาดลั่นอย่างป่าเถื่อนของไซรัสเหวี่ยงลงมาจากชั้นบนคำสั่งระยำที่บีบคั้นให้นับหนึ่งครางชื่อของมันดังรอดออกมา พร้อมกับเสียงสั่นสะเทือนของหัวเตียงที่กระทบกระแทกกับผนังห้องอย่างรุนแรง บ่งบอกถึงกิจกรรมอันดิบเถื่อนและไร้ความปราณีที่กำลังเกิดขึ้น เสียงนั้นดังสนั่นเสียจนสะท้อนลงมาถึงชั้นล่าง ตอกย้ำความอัปยศและความเจ็บปวดร้าวลึกในใจของลูน่าอย่างโหดเหี้ยมหญิงสาวตัดสินใจลุกขึ้นทันที ความอุจาดเกินกว่าจะทนฟังต่อได้ เธอช้อนตัวอุ้มเซมัสขึ้นแนบอก พยายามบดบังใบหน้าของลูกน้อยไม่ให้รับรู้ถึงความโสมมของผู้เป็นพ่อ ลูน่าก้าวเดินออกจากคฤหาสน์ที่เปรียบเสมือนนรกด้วยท่วงท่าสง่างามทว่าเร่งรีบ โดยมีฟีนิกซ์และนีน่าก้าวตามมาติดๆ“ไปห้าง Desmond Mall ฉันกับลูกจะไปนั่งทานข้าวข้างนอก”ลูน่าเอ่ยสั่งฟีนิกซ์ด้วยน้ำเสียงเรียบ เย็นชาไร้ความรู้สึก ฟีนิกซ์เพียงโค้งศีรษะรับคำเล็กน้อยด้วยสีหน้าเคร่งขรึม“ครับ คุณนาย”เขาทำหน้าที่อย่างรวดเร็วด้วยการวิทยุเรียกรถย

  • รอยบาปใต้เงาทมิฬ   14-คนรักในความลับ

    หญิงสาวผละตัวออกมาเล็กน้อย มือเรียวสองข้างยื่นไปประคองใบหน้าหวานที่เปรอะเปื้อนคราบน้ำตาของนับหนึ่ง นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มที่เคยเย็นชาใส่คนทั้งโลก บัดนี้กลับฉายสะท้อนเพียงภาพของชายตรงหน้าด้วยความรักทั้งหมดที่มี“ฉันรักคุณนะคะ นับหนึ่ง... ไม่ว่ายังไง ฉันก็รักคุณ... คุณคือรักแรก และเป็นรักเดียวในชีวิตของฉันตลอดไป”คำสารภาพรักแผ่วเบาทว่าตราพึงในใจ...ใช่แล้ว... ‘นับหนึ่ง’ ไม่ใช่แค่เพื่อนคนสนิท หรือแค่เจ้าของร้านกาแฟที่ผ่านเข้ามาในชีวิตของเธอทว่าเขาคือ ‘คนรัก’ เพียงคนเดียวของลูน่า... ความรักที่ถูกซ่อนไว้ในเงาตั้งแต่ก่อนที่เธอจะถูกไซรัสเอาปืนจ่อหัวบังคับเข้าพิธีแต่งงาน และที่สำคัญที่สุด... ไซรัสไม่เคยล่วงรู้ความลับข้อนี้เลยแม้แต่เสี้ยวเดียวมาเฟียหนุ่มเข้าใจมาโดยตลอดว่านับหนึ่งเป็นเพียง 'หมาก' และของเล่นที่ใช้ป่วนประสาทเพื่อตอกย้ำให้เธอเจ็บปวด ไซรัสแค่โชคดีก็เท่านั้น... โดยหารู้ไม่ว่า การดึงตัวนับหนึ่งเข้ามาในคฤหาสน์เดสมอนด์ด้วยความบ้าคลั่งของตัวไซรัสเองนั้น... คือการทำให้ลูน่าที่เคยสงบเงียบเดินเข้าสู่ความเกมแค้นเพื่อเอาคืนอย่างสาสมโดยไม่

  • รอยบาปใต้เงาทมิฬ   13-สงครามประสาท

    นับหนึ่งละล่ำละลักเอ่ยเสียงแผ่วพร่า สองเท้าก้าวเข้าไปหาเธอด้วยความตื่นตระหนก“ทำไม... ทำไมถึงยังไม่หนีไปครับ! พวกการ์ดกับคุณไซรัสกำลัง...”ลูน่ายกนิ้วชี้เรียวขึ้นแตะริมฝีปากบางที่มีรอยแผลและคราบเลือดแห้งกรังของตัวเองเบาๆ เป็นสัญญาณให้เขาเงียบ นัยน์ตาคู่สวยทอดมองชายหนุ่มตรงหน้าด้วยความอ่อนโยนปนเรียบเย็น“ชูว์...” ลูน่าเอ่ยด้วยน้ำเสียงเบาหวิวทว่าสงบนิ่ง “ยิ่งพวกมันปักใจเชื่อว่าฉันกระโดดหนีออกไปข้างนอก... คฤหาสน์หลังนี้ก็ยิ่งเป็นสถานที่ๆ ปลอดภัยที่สุด”นับหนึ่งมองรอยแผลคราบเลือดบนริมฝีปากและเสื้อผ้าของเธอด้วยความใจเสีย หยาดน้ำตาคลอหน่วยขึ้นมาอีกครั้งด้วยความสงสารและเป็นห่วง“แต่คุณไซรัส... เขาบ้าคลั่งมากนะครับ ถ้าเขาจับคุณได้คราวนี้...”“ปล่อยให้มันคลั่งไป...” ลูน่าตัดบทพร้อมกับจุดรอยยิ้มบางๆ บนริมฝีปาก รอยยิ้มเหยียดหยันที่ท้าทายทุกสิ่งบนโลก“เกมล่าเหยื่อที่มันชอบ... ฉันจะเป็นคนกำหนดกฎเกณฑ์เอง”หญิงสาวเอื้อมมือไปจับลูกบิดประตูห้องนอนของตัวเอง ก่อนจะหันกลับมาสบตานับหนึ่งอีกครั้ง“เข้าไปพักผ่อนซะคุณนับหนึ่ง... คืนนี้ไม่มีใครท

  • รอยบาปใต้เงาทมิฬ   12-ความรักที่บิดเบี้ยว

    “อยากทำอะไรก็ทำเลยสิ...” เธอยังคงตอบเขานิ่งๆ“ตอบฉันมา! เมื่อกี้เธอกับมันกำลังจะทำอะไรกัน!”ไซรัสคำรามลั่นด้วยโทสะที่เดือดพล่าน นัยน์ตาสีฟ้าฉายแววคลั่งไคล้บิดเบี้ยว ชายหนุ่มโน้มใบหน้าลงมาหมายจะสยบความพยศของคนตรงหน้า ฝ่ามือหนาบีบกระชากเรือนร่างบางเข้ามาชิดกาย ก่อนจะบดเบียดริมฝีปากหนาลงมากดทับริมฝีปากกระจับสวยงามของลูน่าอย่างรุนแรงและป่าเถื่อนทว่าลูน่าในยามนี้กลับไม่ได้ยืนนิ่งเป็นหินอีกต่อไปหญิงสาวออกแรงดิ้นรนขัดขืนสุดกำลัง สองมือเรียวยกขึ้นทุบตีและชกเข้าที่แผ่นอกกว้างและไหล่หนาของไซรัสอย่างไม่ย่อท้อ เสียงกำปั้นกระทบเนื้อดังขึ้นในความเงียบ ทว่ายิ่งเธอทุบตีและดิ้นรนมากเท่าไหร่ มันกลับยิ่งไปกระตุ้นความอยากเอาชนะและตัณหาอันมืดมนของอสูรร้ายให้พุ่งสูงขึ้นไซรัสแค่นเสียงเหี้ยมในลำคอ ชายหนุ่มออกแรงบดขยี้ริมฝีปากงามอย่างดุดัน ก่อนจะ ขบกัดริมฝีปากบางของเธออย่างแรงจนเลือดสดๆ ซึมไหลออกมารสชาติคาวเลือดหวานละมุนคละคลุ้งในโพรงปาก... ลูน่าเจ็บปวดจนคิ้วขมวดเป็นปม ทว่าความแค้นและความรักตัวเองกลับสั่งการให้เธอพลิกสถานการณ์ในเสี้ยววินาทีมือเรียวที่ว่า

  • รอยบาปใต้เงาทมิฬ   10-อิสรภาพชั่วคราว

    ขณะเดียวกัน... ที่ห้างสรรพสินค้าชั้นนำระดับไฮเอนด์ใจกลางเมืองบรรยากาศสงบและสว่างไสวแตกต่างจากคฤหาสน์เดสมอนด์ราวฟ้ากับนรก เซมัสเด็กชายตัวน้อยวัยสองขวบกำลังหัวเราะร่าอย่างมีความสุขอยู่ในร้านเสื้อผ้าเด็กแบรนด์หรู โดยมีนีน่าพี่เลี้ยงสาวคอยดูแลและหยิบจับชุดน่ารักๆ ให้ลองอย่างเอาใจใส่ลูน่านั่งจิบกาแฟร้อนอยู่ตรงโซนพักผ่อนของร้าน นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มทอดมองลูกชายเพียงคนเดียวด้วยแววตาอ่อนโยน... เป็นเพียงมุมเดียวในชีวิตที่เผยให้เห็นความอบอุ่นของคุณนายเดสมอนด์ฟีนิกซ์ ยืนคุมเชิงสงบนิ่งอยู่ไม่ไกลในระยะที่สุภาพ ใบหน้าคมขรึมเรียบเฉย ทว่าร่องรอยความระบมบนใบหน้าและกิริยาการยืนที่ฝืนเกร็งเพียงเล็กน้อย ก็ไม่อาจเล็ดลอดสายตาอันแหลมคมของลูน่าไปได้“ข้อเท้าฉัน... หายดีแล้วล่ะ” ลูน่าเอ่ยขึ้นเรียบๆ โดยไม่หันไปมอง “แล้วแผลของคุณล่ะ... ฟีนิกซ์”ฟีนิกซ์ชะงักไปเล็กน้อย บอดี้การ์ดหนุ่มหลุบสายตาลงต่ำ ค้อมศีรษะตอบรับด้วยน้ำเสียงนอบน้อม“ผมสบายดีครับ คุณนาย... ขอบคุณที่เป็นห่วง”ลูน่ายกแก้วกาแฟขึ้นจิบเบาๆ นัยน์ตาคู่สวยหมองลงเล็กน้อยยามนึกถึงเหตุการณ์เมื่อเช้า รวมถึง

  • รอยบาปใต้เงาทมิฬ   11-คนใจดี

    ทันทีที่เห็นเหตุการณ์ ลูน่าก็เบิกตากว้าง ร่างบางรีบลุกพรวดพุ่งเข้าไปหาเขาทันที มือเรียวคว้าหมับเข้าที่ข้อมือของนับหนึ่งแล้วดึงเขาไปที่ซิงค์ล้างจาน จัดการเปิดก๊อกน้ำให้สายน้ำเย็นจัดไหลผ่านรอยแดงเถือกบนหลังมือของเขา“แช่น้ำไว้ก่อนนะคะ รอเดี๋ยว...”เธอเอ่ยด้วยสีหน้าตื่นตระหนกและเป็นกังวล ก่อนจะรีบหันไปเปิดช่องฟรีซเพื่อหยิบน้ำแข็งมาประคบให้อย่างเบามือ นับหนึ่งทอดสายตามองแผ่นหลังบอบบางของหญิงสาวผ่านม่านน้ำตา... ทั้งตกตะลึง ทั้งซาบซึ้งใจจนหยาดน้ำตาที่คลอหน่วยพากันร่วงหล่นลงมาไม่ขาดสาย เขาเงยหน้าขึ้นสบตากับเธอ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า“ขอบคุณนะครับ...”ลูน่าเม้มริมฝีปากแน่น นัยน์ตาไหววูบด้วยความสงสารก่อนจะพยักหน้ารับ “ไม่เป็นไรค่ะ... เดี๋ยวฉันทำแผลให้นะ”พูดจบ เธอก็จูงมือเขาให้เดินตามออกไปยังโซนห้องนั่งเล่นกว้างขวาง ร่างบางเดินไปหยิบกล่องปฐมพยาบาล ก่อนจะกลับมานั่งลงตรงหน้าและเริ่มต้นทำแผลให้อย่างเงียบเชียบและเบามือตลอดเวลาที่เธอทำแผล ชายหนุ่มเอาแต่จ้องมองใบหน้าสวยหวานของหญิงสาวด้วยความรู้สึกซาบซึ้งสุดหัวใจ รู้ตัวอีกที... ใบหน้าของเขาก็โน้มเข

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status