LOGINบรรยากาศยามเช้าบนดอยสูงอบอวลไปด้วยความเงียบสงบและอากาศหนาวเย็น หมอกสีขาวนวลลอยเอื้องปกคลุมไปทั่วอ
“ส่งคนของจิณณ์วราออกไปทุกทิศทาง เค้นหาทุกเบาะแสเกี่ยวกับลูน่ามาให้กู... เพราะถ้ากูหาตัวมันไม่เจอ เมื่อไหร่ที่กูหมดความอดทน ตระกูลจิณณ์วราจะต้องพินาศไม่เหลือแม้แต่ชื่อ!”“ค... ครับ! พวกเราจะตามหาเธอให้เจอครับ!”ชัยวัฒน์รีบตอบรับเสียงสั่นเครือ ร่างกายสั่นสะท้านด้วยความหวาดกลัวสุดขีด ขณะตระกองกอดดวงลออภรรยาคู่ชีวิตเอาไว้ในอ้อมแขนแน่นเพื่อปกป้องจากรังสีอำมหิต“เกิดอะไรขึ้นหรือคะเสียงดังไปหมด...”เสียงแหลมเล็กของลีอาลูกสาวคนโตของบ้านเอ่ยขึ้นจากชานพักบันไดชั้นสอง ไซรัสหันไปมองตามต้นเสียง นัยน์ตาสีฟ้าคมกริบฉายแวววาวโรจน์ ก่อนจะผุดรอยยิ้มชั่วร้ายตรงมุมปาก ค่อยๆ ตวัดสายตากลับมามองสองสามีภรรยาที่หน้าซีดเผือดยิ่งกว่าเดิมร่างสูงใหญ่ยกมือขึ้น กระดิกนิ้วเรียกลีอาให้สืบเท้าลงมาหาตนด้วยท่าทีทรงอำนาจ ซึ่งหญิงสาวผู้ไม่รู้ถึงภัยพิบัติที่กำลังคืบคลานเข้ามาก็คลี่ยิ้มหวานหยาดเยิ้ม รีบก้าวลงมาจากบันไดตรงเข้าหาเขาอย่างหน้าชื่นตาบานทว่า ทันทีที่เธอเดินเข้ามาในระยะ... ไซรัสก็ยื่นมือหนาไปคว้าจับเรียวแขนของลีอาไว้ แล้วออกแรงบีบเค้นแน่นจนหญิงสาวร้องอุทานด้วยความเจ็บปว
“พูดมา...”“กลุ่มคนร้ายที่ซุ่มโจมตี... ไม่ได้มุ่งหมายชีวิตพวกเราเลยแม้แต่น้อยครับ” ฟีนิกซ์เอ่ยเสียงแผ่วทว่าหนักแน่น“...”“พวกมันรู้เส้นทางลับของการเดินทางเป็นอย่างดี และเลือกตัดกำลังในจุดที่เป็นมุมอับสายตาของกล้องวงจรปิดอย่างแม่นยำ ราวกับวางแผนรวบรวมข้อมูลมาแล้ว...”ฟีนิกซ์สูดหายใจเข้าลึก ก่อนจะเค้นประโยคสำคัญที่ตบหน้าไซรัสอย่างจังออกมา“...และที่สำคัญที่สุด คุณนายไม่ได้มีท่าทีตื่นตระหนกหรือตกใจเลยสักนิดครับ ในวินาทีสุดท้ายก่อนที่ผมจะสลบไป... คุณนายก้าวเท้าขึ้นไปบนรถของคนร้ายกลุ่มนั้นเองอย่างยินดี โดยไร้ซึ่งการบังคับขู่เข็ญครับ”กึก...นิ้วมือของไซรัสค้างเติ่งอยู่กลางอากาศ... วินาทีนั้น โลกทั้งใบของมาเฟียหนุ่มเหมือนจะวูบลงสู่นรกแห่งความจริงอันแสนทรมานและอัปยศความคิดที่เคยปักใจว่านี่คือฝีมือการลักพาตัวของ ดาริสพี่ชายผู้เป็นศัตรูหัวใจ พังทลายลงไม่เหลือชิ้นดี...ไซรัสตระหนักได้ในเสี้ยววินาทีแท้จริงแล้ว นี่ไม่ใช่เหตุการณ์ลักพาตัวอันอุกอาจ แต่คือการเปิดฉากหนีอย่างแยบยลและเลือดเย็นที่สุดลูน่
บรรยากาศยามเช้าบนดอยสูงอบอวลไปด้วยความเงียบสงบและอากาศหนาวเย็น หมอกสีขาวนวลลอยเอื้องปกคลุมไปทั่วอาณาบริเวณวิลล่าลับ...นับหนึ่งค่อยๆ ปรือตาตื่นขึ้น สายตาพร่ามัวยามเช้าพร้อมกับฝ่ามือหนาที่ควานหาเรือนร่างอบอุ่นของคนที่ควรจะนอนเคียงข้างกาย ทว่ากลับสัมผัสได้เพียงความว่างเปล่าและความเย็นชืดของฟูกนอน ชายหนุ่มลุกพรวดขึ้นนั่งด้วยความตื่นตระหนก สายตาร้อนรนกวาดมองไปรอบห้องนอนกว้างด้วยสัญชาตญาณความหวาดกลัว... จนกระทั่งสายตาไปหยุดลงที่ระเบียงห้องเบื้องนอกระเบียงนั้น... ร่างระหงของลูน่าในชุดนอนเดรสผ้าซาตินสีขาวบริสุทธิ์ สวมทับด้วยเสื้อคลุมลูกไม้พลิ้วไหวสีเดียวกัน กำลังยืนรับลมหนาว ทอดสายตามองทิวทัศน์ทะเลหมอกด้วยใบหน้าที่สดใสผุดผ่องนับหนึ่งก้าวลงจากเตียง สกิดเท้าเดินตรงไปหาหญิงสาวผู้เป็นดวงใจอย่างเงียบเชียบ ก่อนจะวาดแขนสวมกอดเรือนร่างบางจากทางด้านหลัง รวบตัวเธอเข้ามาแนบชิดอกแกร่ง คางเรียวซบเกยลงบนลาดไหล่บางอย่างออดอ้อน“ตื่นมาไม่เจอ... ผมตกใจหมดเลยครับ”ลูน่าเอียงศีรษะลงซบกับศีรษะของชายหนุ่ม คลี่ยิ้มบางเบาด้วยความเอ็นดู พลางเอ่ยหยอกเย้าคนรัก“ตกใจอะไรกั
ลูน่าทิ้งตัวลงนอนบนเตียงกว้าง ใบหน้าสวยหวานมุดลงกับหมอนขนนกผืนนุ่มเพื่อซ่อนนวลแก้มใสที่ร้อนผ่าวจนขยายเป็นสีแดงก่ำ เสียงหัวเราะทุ้มต่ำและแววตาแพรวพราวของนับหนึ่งยังคงติดตาและดังก้องอยู่ในหัว หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวเป็นจังหวะถี่กระชั้นจนแทบหลุดออกมานอกอกมันนานเท่าไหร่แล้ว... ที่เธอไม่ได้สัมผัสความรู้สึกปลอดภัยและหัวใจพองโตด้วยความสุขจริงๆแบบนี้ ความอบอุ่นที่นับหนึ่งมอบให้ ละลายความหนาวเย็นและฝันร้ายที่เคยย่ำยีจิตใจเธอตลอดสองปีจนหมดสิ้นเสียงสายน้ำจากฝักบัวในห้องน้ำดังขึ้นแผ่วเบา... ก่อนจะเงียบหายไปในเวลาไม่นานนักแกร๊ก...บานประตูห้องน้ำเปิดออก พร้อมกับการปรากฏตัวของนับหนึ่งในชุดเสื้อยืดสีขาวกับกางเกงขายาวตัวนิ่ม เรือนผมที่ยังเปียกชื้นเล็กน้อยทำให้ใบหน้าหล่อหวานดูเสน่ห์แพรวพราวและเย้ายวนอย่างเป็นธรรมชาติชายหนุ่มใช้ผ้าขนหนูผืนเล็กเช็ดผมเบาๆ พลางทอดสายตามองเรือนร่างระหงที่กำลังนอนมุดหมอนงอตัวอยู่บนเตียง รอยยิ้มเอ็นดูสลักขึ้นตรงมุมปากนับหนึ่งก้าวเท้าแผ่วเบาตรงไปยังข้างเตียง ทิ้งตัวลงนอนเคียงข้างพลางค่อยๆ ดึงรั้งหมอนที่ลูน่าใช้ปิดใบหน้าอ
กลิ่นหอมกรุ่นของขาหมูพะโล้เคี่ยวจนเข้าเนื้อ ผสมผสานกับกลิ่นหอมชวนน้ำลายสอของผัดผักบุ้งไฟแดงและไข่เจียวทรงเครื่องร้อนๆ อบอวลไปทั่วครัวกว้าง...ลูน่าในชุดลำลองสบายๆ กำลังหมุนตัวขวักไขว่ทำหน้าที่แม่ครัวอย่างอารมณ์ดี โดยมีป้าจินดาคอยช่วยเตรียมถ้วยชามและเป็นลูกมืออยู่ข้างกาย...ท่ามกลางสายตาอบอุ่นของนับหนึ่งที่ยืนกอดอกพิงกรอบประตูครัว ทอดสายตามองเรือนร่างระหงของคนรักด้วยความเอ็นดูและความรักที่เปี่ยมล้นอยู่ในอกป้าจินดาที่เห็นอาการตกอยู่ในพะวังรักของชายหนุ่มก็อดไม่ได้ที่จะอมยิ้ม ส่ายหน้าไปมาเบาๆ ก่อนจะแอบขยับเข้ามากระซิบกระซาบกับนับหนึ่งด้วยความเอ็นดู“สายตาคุณนับหนึ่งนี่... หวานยิ่งกว่าน้ำพะโล้ในหม้อเสียอีกนะคะ ป้าเห็นแล้วล่ะอิจฉาคนหนุ่มสาวสมัยนี้จริงๆ”นับหนึ่งคลี่ยิ้มเขินๆ ยกมือขึ้นลูบท้ายทอยแก้เก้อ... ทว่าบรรยากาศความอบอุ่นยังไม่ทันคลายลง ‘เก่ง’ ลูกชายวัยยี่สิบของป้าจินดาที่เพิ่งกลับมาจากมหาวิทยาลัย ก็สืบเท้าก้าวพรวดพราดเข้ามาในครัว ชายหนุ่มวัยรุ่นถึงกับยืนตาค้าง ยามได้เห็นหญิงสาวแปลกหน้าผู้มีใบหน้างดงามหมดจดกำลังง่วนอยู่หน้าเตา
ณ ห้องทำงานหรูหราภายในคฤหาสน์เดสมอนด์ ย่านเบลเกรเวีย กรุงลอนดอน...บรรยากาศตึงเครียดจนแทบหยุดหายใจ นัยน์ตาสีฟ้าคมกริบของ ไซรัสจับจ้องหน้าจอไอแพดราคาแพงระยับตรงหน้าไม่วางตา จุดสีแดงกะพริบวูบวาบแทนตำแหน่ง GPS บนโทรศัพท์มือถือของลูน่าที่กำลังเคลื่อนตัวบนแผนที่ประเทศไทย ทว่า... ในเสี้ยววินาทีต่อมา จุดแสงนั้นกลับดับวูบและหายไปจากหน้าจออย่างกะทันหันความเงียบสงบพลันถูกทำลายลงในพริบตา…ปัง!!ฝ่ามือหนาตบลงบนโต๊ะทำงานไม้โอ๊คทรงหรูอย่างแรงจนสิ่งของสั่นสะเทือน ร่างสูงใหญ่ผุดลุกพรวดขึ้นจากเก้าอี้หนัง นัยน์ตาสีฟ้าฉายแววดุดัน ร้อนรน แทบคลั่งจนนัยย์ตาไปด้วยเส้นเลือดแดงเข้ม“ติดต่อทีมส่งตัวที่ประเทศไทยเดี๋ยวนี้!!”เสียงทุ้มคำรามกร้าวแผดดังก้องไปทั่วห้องทำงาน ราวกับเสียงก้องของอสูรร้ายที่กำลังคลั่งสติหลุดเชนมือขวาอีกคนรีบกดโทรศัพท์ติดต่อประสานงานข้ามประเทศด้วยฝ่ามือสั่นเทา เหงื่อกาฬไหลซึมตามกรอบหน้า ยามพยายามต่อสายซ้ำๆ แต่กลับพบเพียงความเงียบงัน ก่อนจะละสายตาขึ้นมารายงานด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า“ต... ติดต่อไม่ได้เลยครับนายท่าน! ท







