เข้าสู่ระบบเหมือนเหตุการณ์ถูกย้อนกลับไปในวัยเด็ก เขาตัวชาทำอะไรไม่ถูก ขาแข็งขยับไม่ออกเมื่อเห็นอวิกาถูกคลื่นซัดออกไปไกลกว่าสิบเมตร
คิมหันต์ทิ้งทุกอย่างที่ถือ กำลังจะถอดรองเท้าลงไปช่วยอวิกา หากแต่เสียงข้างหลังที่ดังทำให้เขาชะงัก
“พี่คิมคะ จะไปไหนน่ะ” อวิกายืนอยู่ด้านหลัง เธอทำหน้างงกับท่าทางของเขา
“อ้อม อ้อมไม่ได้ลงทะเลเหรอ” เขาถาม ภาพเมื่อกี๊ยังติดตาอยู่ แต่เมื่อมองอีกทีก็ไม่เห็นแล้ว ทะเลสงบดีไม่มีคลื่นลมแรง ไม่มีอะไรทั้งสิ้น
“เปล่าค่ะ อ้อมไม่ลงทั้งชุดแบบนี้หรอก” ชุดแบบนี้ที่หญิงสาวพูดถึงคือเสื้อแขนสามส่วนเอวลอย กระโปรงบานยาวคลุมเข่า มันไม่เหมาะลงทะเลแน่ๆ
“จ้ะ” คิมหันต์สะบัดศีรษะแรงๆ เขาเลิกสนใจกับสิ่งที่เห็นเมื่อครู่ “ขึ้นไปดูลูกเถอะ”
น้องเอื้อกำลังจะตื่นพอดีเมื่อทั้งสองขึ้นมาถึงห้องพัก
“แม่ เล่นน้ำ” เด็กหญิงทวงสัญญา
“เล่นน้ำในห้องน้ำกันก่อนได้ไหมลูก” อวิกาถาม
เด็กหญิงพยักหน้าเล่นที่ไหนเธอก็ชอบทั้งนั้น คิมหันต์เปิดน้ำในอ่างรอสองแม่ลูกตามเข้าไป
“พี่คิมนอนต่อก็ได้ค่ะ” เธอบอกเมื่อเห็นท่าทางเขายังดูอิดโรย
“ไม่เป็นไรจ้ะ พี่อยากแช่น้ำอุ่นด้วย” อ่างในห้องพักเป็นอ่างจากุชชี่ขนาดใหญ่ ลงกันได้ 3-4 คนสบายๆ อวิกาพาน้องเอื้อสวมชุดว่ายน้ำลงเล่นน้ำในอ่าง คิมหันต์แช่อีกมุมเขาเปิดน้ำวนเฉพาะจุดที่เขาแช่เอนกายพิงขอบอ่างสบายๆ
“เอามั่ง หนูจะเอาแบบนี้” น้องเอื้อชี้ไปที่น้ำในว่างที่หมุนเป็นพรายฟองขึ้นมาในฝั่งที่พ่อของเธอแช่ คิมหันต์อ้าแขนรับร่างลูกสาวที่โผเข้าหา
“น้ำมันหมุนแรงนะลูก” เด็กหญิงปีนบนตัวพ่อเล่นสนุกสนาน เขาปล่อยลูกสาวเล่นตามใจเธอ พลางคิดในใจว่าสงสัยต้องสั่งติดตั้งอ่างใหญ่แบบนี้ไว้ในบ้านบ้างแล้ว เพราะน้องเอื้อชอบเล่นน้ำมาก
“น้อง น้องมาเล่นกัน” อยู่ๆ น้องเอื้อก็พูดขึ้นมา
“น้องอะไรคะลูก” อวิกาถาม
“น้องในท้องแม่ น้องจะเล่นน้ำ” น้องเอื้อพูดท่าทางจริงจัง อวิกาคิดว่าลูกสาวคงเห็นลดาวัลย์ท้องเลยจำมา เธอจึงหัวเราะ
“น้องอยู่ในท้องอาวัลย์ค่ะลูก ในท้องแม่ไม่มี”
เด็กหญิงทำหน้าเหลอหลา แต่เธอก็ไม่พูดอะไรต่อ หันไปเล่นน้ำกับบรรดาของเล่นที่เธอหยิบลงมาในอ่างด้วยกันต่อ
คิมหันต์ฟังสองแม่ลูกคุยกัน เขาคิดอะไรบางอย่างแต่ไม่ได้พูดออกมา จนเล่นน้ำกันนานพอควรแล้ว
“ไปกันลูก ไปแต่งตัวลงไปเบิร์ดเดย์คุณปู่กัน” เขาชวนน้องเอื้อขึ้นจากน้ำ ส่วนอวิกาขึ้นไปเตรียมแต่งตัวสักพักแล้ว
เด็กหญิงหัวเราะร่วน เธอยังคุยกับ 'น้อง' ในจินตนาการของเธอ
เย็นนั้นงานเลี้ยงเล็กๆ ฉลองวันเกิดของคุณปู่ผ่านไปได้ด้วยดี ทุกคนในครอบครัวอยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตาเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี
“อ้อม จะมีน้องให้น้องเอื้อไหมลูก” คุณมัญชุตาถามลูกสะใภ้คนโต
“อ้อมไม่ได้คุมค่ะคุณแม่ ถ้ามาก็มาแล้วแต่ธรรมชาติเลยค่ะ” หญิงสาวตอบคุณแม่สามี
“เอื้อตอนนี้สามขวบแล้ว ถ้ามีก็น่าจะพอดีกันเนอะ ห่างกันพอดีไม่ต้องเป็นลูกหลงแบบตาสน อายุห่างกับคิมตั้ง 7-8 ปี” คุณมัญชุตาออกความเห็น
“ดีสิครับแม่ จะได้มีแต่คนเอาใจทั้งบ้าน” วสนต์พูด ชายหนุ่มเป็นลูกชายคนเล็กที่แทบไม่ได้รับแรงกดดันใดๆ เหมือนคิมหันต์ เขาจึงร่าเริงมองโลกในแง่ดีมากกว่าพี่ชาย
พิชญะเดินกอดคอมากับโอบเอื้อ ทั้งสองเป็นเด็กชายวัยรุ่นอายุ 14 ปีเท่ากัน เรียนที่เดียวกันและเป็นเพื่อนสนิทกันเหมือนกับแม่ของเด็กทั้งสองคือพีรยาและอวิกาโอบเอื้อเป็นลูกชายคนที่สองของอวิกากับหมอคิมหันต์ เกิดปีเดียวกับพิชญะ บ้านอยู่ใกล้กันพ่อแม่สนิทกัน เด็กชายสองคนจึงเป็นเพื่อนสนิทกันตั้งแต่เด็กปีนี้เด็กชายทั้งคู่อายุ 14 เรียนชั้น ม. 3 ส่วนอุษมาหรือน้องเอื้อลูกสาวคนโตของหมอคิมและอวิกา อายุมากกว่า 4 ปีเธออายุเต็ม 18 กำลังจะเข้ามหาวิทยาลัย โอบเอื้อมาอยู่ที่บ้านของไอยเรศ เพราะว่าพ่อแม่ต้องย้ายกลับไปทำงานที่กทม. แต่เด็กชายไม่อยากย้ายที่เรียนกลางคัน เขาขออยู่ที่ลำพูนพีรยาจึงรับดูแลแทนเพื่อให้อวิกายอมให้ลูกชายอยู่ลำพูนต่อ“แม่มีอะไรให้กินบ้างไหมครับ” พิชญะถามมารดา พวกเขาเพิ่งกลับจากเตะบอล เหงื่อเต็มตัวและหิวซ่กได้ที่“มีแต่ของโปรดเราทั้งคู่ หมูสับทอดกระเทียม ต้มยำกุ้ง แกงเทโพ แต่ไปอาบน้ำกันก่อนเลย” พีรยาบอกเด็กชายทั้งสองคนที่หน้าตาดูหิวโหยเหลือเกินพิชญะและโอบเอื้อขึ้นไปอาบน้ำก่อนจะกลับลงมาทานอาหารเย็น “ปีหน้าจะเรียนต่อที่ไหนกันลูก” พีรยาถามลูกชาย“พีอยากต่อม.ปลายที่เดิมครับ โ
เธอเม้มปากไม่รู้จะตอบอะไร“ย้ายมาอยู่ด้วยกันทุกวันเลยดีไหมลดา” ช่วงนี้เขาใกล้เรียนจบเฉพาะทาง ทั้งงานทั้งเรียนหนักขึ้นทุกทีหากได้เห็นหน้าเธอทุกวันน่าจะดีกว่าพบกันแค่ช่วงสุดสัปดาห์“รถมันติดน่ะสนต์” ที่ทำงานของเธออยู่ไกลจากที่นี่พอสมควร เดินทางตอนเช้าไม่ต่ำกว่าหนึ่งชม. เธอเหนื่อยเกินไปที่จะสู้กับการจราจรแบบนั้น ตัวงานก็ถือว่าเครียดแล้ว“งั้นวันทำงานฉันไปอยู่กับเธอที่โน่นดีไหม” วสนต์กอดรอบเอวเธอจากด้านหลัง เขารวบผมของเธอไปไว้อีกทางจูบลงบนต้นคอแผ่วเบา“อื้อ..สนต์” เธอเริ่มคิดอะไรไม่ออกถ้าคุยกันแบบนี้“นะ ลดา..” เขาเลื่อนจูบไปตามไหล่เนียน ฝ่ามือใหญ่ที่กอดรอบเอวเริ่มขยับลงไปที่ท้องน้อย“ก็.. ก็ได้” ลดาวัลย์เงยหน้าให้เขาฝังจูบไปตามซอกคอได้ถนัดขึ้น เธอรับคำเสียงพร่าก่อนจะถูกช้อนตัวอุ้มไปที่เตียง###############เช้าวันจันทร์ลดาวัลย์ใช้สิทธิ์เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลตรวจร่างกาย ผลการตรวจออกมาว่าเธอเป็นโรคกระเพาะและพักผ่อนน้อย ไม่พบการตั้งครรภ์แต่อย่างใด“สนต์ ฉันไม่ได้ท้อง” เธอบอกเขาในคืนนั้นเมื่อชายหนุ่มกลับจากทำงาน เขาย้ายมาอยู่ที่ห้องของเธอในวันทำงานตามที่ตกลงกันไว้“ฮื่อ.. แล้วไง”
หนึ่งปีต่อจากนั้น ลดาวัลย์กับวสนต์ยังคบหากันสถานะเหมือนเดิม ทั้งสองมีแผนจะแต่งงานกันเมื่อวสนต์เรียนจบเฉพาะทาง หากแต่เช้าวันหนึ่งวันนั้นเป็นวันเสาร์ลดาวัลย์มาค้างที่ห้องชุดของวสนต์ตามปกติเธอตื่นขึ้นมาด้วยอาการคลื่นไส้เวียนศีรษะ หญิงสาวรีบลุกไปอาเขียนในห้องน้ำเสียงนั้นปลุกให้วสนต์ตื่นขึ้นมาอีกคน ชายหนุ่มตามมาลูบหลังให้เธอ เขามีสีหน้าวิตกกังวลจนเห็นได้ชัด“เป็นไงบ้างลดา ปวดหัวมีไข้ไหม” เขาอังมือกับหน้าผากของเธอ ลดาวัลย์ไม่มีไข้ ตัวเธอติดจะเย็นด้วยซ้ำเธอส่ายหน้ายังพูดไม่ออก ตอนนี้อยากนอนอย่างเดียวเท่านั้น“หรือว่ามีน้อง หืม..” วสนต์เดาต่อ ทำให้ลดาวัลย์เบิกตาโต“ไม่มั้ง ก็เธอป้องกันตลอดไม่ใช่เหรอ” ทั้งสองคนยังไม่พร้อมจะมีลูก คู่รักทั้งสองจึงเห็นตรงกันว่าควรคุมกำเนิดและที่ผ่านมาวสนต์ก็เป็นฝ่ายป้องกันเองเสมอ เพราะไม่อยากผลักภาระให้ลดาวัลย์เป็นฝ่ายกินยาคุม“มันก็พลาดได้ เธอก็รู้นี่ว่าไม่มีการคุมกำเนิดแบบไหนได้ผลร้อยเปอร์เซ็นต์ ถุงรั่ว ถุงแตกมีเยอะแยะไป” ฝ่ายชายคาดเดา ไม่ได้การละเขาคงต้องให้แม่ไปสู่ขอลดาวัลย์ให้แล้ว ไวเท่าความคิด วสนต์โทรหามารดาทันที“แม่ครับ แม่คงต้องไปสู่ข
“สนต์ หยุดเถอะ..” สองมือเธอขยุ้มเส้นผมเขาขณะที่วสนต์จูบลงไปตามท้องน้อย ลาดหน้าท้องราบเรียบจนถึงเนินดอกไม้กลางตัวเธอ หญิงสาวเกร็งตัวเมื่อความรู้สึกพุ่งสูงจนเกินควบคุม มันมากไปจนเธอจะขาดใจ“หยุดไม่ได้แล้วลดา หยุดตอนนี้ฉันตายแน่” เขาจับมือบางไปเกาะกุมความแข็งแรงที่แทบจะระเบิดด้วยความปรารถนา เธอหน้าแดงก่ำเมื่อเขาจับมือเธอให้ลูบขึ้นลง รู้สึกได้ถึงการตอบสนองตุ๊บๆ ของสิ่งที่อยู่ในมือ ขนาดมันโอฬารขนาดนี้เธอมิได้ตายก่อนหรือ“ฉันว่าฉันไม่ไหว มะ..มันใหญ่ไป” เธอปล่อยมือทำท่าจะพลิกตัวหนีแต่เขายึดไหล่เธอไว้กับที่นอนแน่น“เธอก็เรียนกายวิภาคมาต้องรู้สิว่าร่างกายปรับตัวได้” วสนต์โน้มน้าวใจ เขารู้ว่าเธอก็อยากลองแต่ก็ยังกลัวก็นั่นมันในตำรา...หญิงสาวคิดหน้าแดงจัด เธอหลับตาเมื่อเขาเริ่มจดจ่อตัวตนที่ปากทางรัก เขี่ยไปมาจนเธอเริ่มสั่นสะท้าน“อื้อ..สนต์ อย่า..” เขาไม่รู้เหรอว่ามันทรมาน เธอจะทนไม่ไหวอยู่แล้ว“อย่าช้าใช่ไหม..ได้เลยคนสวย” ลดาวัลย์กัดริมฝีปากเมื่อรู้สึกถึงความอึดอัดคับแน่นที่สอดแทรกเข้ามา ความร้อนไหลวนไปทั่วร่างริมฝีปากหนาของวสนต์แนบลงมาบนเรียวปากอิ่ม หลอกล่อให้เธอสนใจกับจูบเร่าร
ลดาวัลย์เองก็อยากคุยกับเขาเหมือนกัน เพราะนับตั้งแต่เธอบอกเลิกสถานะแฟนปลอมๆ เขายังโอนเงินประจำเดือนมาให้อีกสองครั้งตามกำหนดเดิม ครั้งหลังนี่มากกว่าเดิมด้วยเท่าตัว วสนต์ขับรถมาที่ห้องพักของเขา ลดาวัลย์ที่ตอนแรกไม่ได้มองทางเธอหันมามองเขาตาขุ่น“เธอพาฉันมาที่นี่ทำไม” เขาจอดรถในที่จอดประจำ ก่อนจะวิ่งลงไปเปิดประตูฝั่งของเธอจับมือลดาวัลย์ลงมาเหมือนกลัวเธอวิ่งหนี“ฉันเหนื่อย อยากหาที่คุยแบบสบายๆ”“แต่ฉันไม่อยากขึ้นไปบนห้องเธอ” ลดาวัลย์ดึงมือออกจากการเกาะกุม เธอสงสัยว่าวสนต์จะเคยเข้าใจเรื่องความลำบากใจของเธอไหม “เธอกลัวอะไร ขึ้นห้องแฟนมันเสียหายยังไง” เขาพูดเสียงห้วนขณะที่ลากเธอเดินตามจนตัวปลิว“ฉันไม่ได้เป็นแฟนเธอแล้วนะสนต์ นี่เธอแกล้งลืมเหรอ” หญิงสาวเริ่มโวยวายเมื่อเข้ามาอยู่ลิฟต์จนได้ ลิฟต์ตัวนี้เป็นตัวพิเศษเฉพาะหุ้นส่วนโรงพยาบาลแบบเขาใช้ จึงไม่มีคนอื่นใช้ร่วมกันในตอนนั้น“ตอนเป็นแฟนก็ตกลงกันสองคน นี่ฉันไม่เคยตกลงเลิกกับเธอตอนไหนเลยนะลดา” เขากดตัวเธอแนบชิดกับผนังลิฟต์ ความเย็นของโลหะทำให้เธอใจหายวาบ“จะทำอะไร ปล่อยนะ” ลดาวัลย์ขืนตัวไม่ยอมเดินตามแรงดึงของเขา ไม่รู้อ
วสนต์กลับเข้าบ้านด้วยท่าที่เหนื่อยอ่อน วันนี้เขาเข้าไปเอาของที่ห้องพักเจอลดาวัลย์บนรถแท็กซี่ เธอคงจะไปไหนสักแห่งเขาจึงไม่เรียกเธอไว้เพราะธุระของเขามันรีบด่วนกว่าเขาเพิ่งปฏิเสธการช่วยเหลือคนรักเก่าด้วยการแต่งงานกู้หน้าให้เธอตามที่เธอต้องการ เธอกลับมาหาเขาเมื่อสองเดือนก่อนและขอให้เขาช่วยเป็นพ่อของลูกให้ เพราะพัชรมณีบอกเลิกคนที่เป็นพ่อตัวจริงไปแล้ว ตอนแรกเขาเห็นแก่เด็กในท้องจึงแบ่งรับแบ่งสู้ แต่ได้มารดาเตือนสติว่าสิ่งที่พัชรมณีขอไม่ใช่การแก้ปัญหา แต่มันคือการเพิ่มปัญหาต่างหาก เมื่อจัดการเรื่องพัชรมณีแล้วเขาจึงคิดจะไปคุยกับลดาวัลย์ เธอส่งข้อความมาบอกเลิกเขาเมื่อเดือนก่อนคงจะเพราะเห็นข้อความของพัชรมณีที่ไลน์มาหาเขา ในช่วงที่เขาหลับในวันสุดท้ายที่เจอกันวสนต์ไม่ได้ตอบกลับเธอเพราะคิดว่าเรื่องนี้มันยาวเกินกว่าที่จะคุยกันทางนี้ เขาอยากอธิบายให้เธอฟังเอง ชายหนุ่มไม่ได้เห็นเธอเป็นแฟนหลอกๆ มาตั้งนานแล้ว ลืมเรื่องข้อตกลงนั้นไปแล้วด้วยซ้ำ“สนต์รู้เรื่องที่โรงพยาบาลรึยังลูก” คุณมัญชุตาเข้ามาถามบุตรชายคนเล็กในห้องส่วนตัวของเขา“เรื่องอะไรครับแม่” เขาลืมตาทันที“ลดาลาออกจากงานไปแล้ว ย้ายอ







