เข้าสู่ระบบ“พ่อ&ลูกแห่งปี หน้าเหมือนกันไหมคร้าบบบ”
มีคนมากดถูกใจมากมาย หนึ่งในนั้นคือลดาวัลย์ว่าที่ภรรยาของเขา เธอแสดงความคิดเห็นว่า
“แอบไปมีลูกตั้งแต่เมื่อไหร่น่ะหมอสน เดี๋ยวจะตัด ฉับฉับฉับ”
เรียกเสียงหัวเราะในโพสนั้นได้มากมาย ยกเว้นคิมหันต์ ชายหนุ่มอยู่ที่สนามบิน เขาอยู่ระหว่างรอขึ้นเครื่องเดินทางกลับไทย ไม่มีอะไรทำจึงเล่นโทรศัพท์ จึงได้เห็นโพสของน้องชายถ่ายคู่กับเด็กน้อยคนหนึ่งอายุราวๆ หนึ่งขวบกับสามเดือน
ทันทีที่เห็นหน้าเด็กและภาพคนในโพสทั้งหมด ได้แก่คุณมัญชุตามารดาของเขา วสนต์น้องชาย เด็กน้อยและคนสุดท้ายคืออวิกาอดีตภรรยา เขารู้ได้ทันทีว่านี่คือลูกสาวของเขาและเธอ เด็กที่เขาไม่เคยคิดว่าจะผูกพัน เพราะขาดการติดต่อตั้งแต่เขารู้ว่าอวิกาตั้งครรภ์ ชายหนุ่มบอกไม่ถูกว่าความรู้สึกที่วิ่งเข้ามากระทบจนชาไปทั้งตัว มันควรจะเรียกว่าอะไร
ชายหนุ่มปิดโทรศัพท์เมื่อได้ยินเสียงประกาศขึ้นเครื่อง เขาเดินทางกลับเพียงลำพัง ความสัมพันธ์ของเขาและดารินจบลงตั้งแต่เขามาที่นี่ในปีแรก โดยที่ดารินเป็นฝ่ายขอเลิกกับเขา ด้วยเหตุผลว่า
“รินเพิ่งรู้ตัวว่าไม่ได้รักคุณ ตอนนี้รินเจอคนที่รักจริงๆ แล้ว ขอโทษนะคะเราเลิกกันเถอะค่ะ”
###################
ในอีกยี่สิบชม.ต่อมา คิมหันต์มาถึงบ้านของเขาที่กรุงเทพฯ เรียบร้อย ชายหนุ่มเรียกแท็กซี่สนามบินมาส่งอย่างเงียบๆ ไม่ได้บอกให้ใครไปรับ
บ้านของเขาปลูกในเขตเดียวกับบ้านใหญ่ ซึ่งเป็นบ้านของบิดามารดา และเรือนหอก็ปลูกบนที่ดินผืนเดียวกันซึ่งเขายกให้อวิกาไปแล้ว ตอนนี้จึงมีการทำรั้วแยกในส่วนของเรือนหอและบ้านเขาแยกออกจากกัน ใช้ทางเข้าคนละทางไม่เกี่ยวข้องกันอีก
ชายหนุ่มมองเรือนหอหลังนั้นด้วยความรู้สึกบอกไม่ถูก มันเงียบสนิทเหมือนใจเขาที่เงียบงัน เขารู้ว่าอวิกาย้ายออกไปตั้งแต่เดือนแรกที่หย่ากัน ตอนนี้มีเพียงมารดาของเขาที่ส่งคนมาทำความสะอาดเป็นครั้งคราว
“คุณคิมค่ะ คุณท่านให้มาเชิญไปที่ตึกค่ะ” แม่บ้านประจำตึกใหญ่เข้ามาบอกเขา ชายหนุ่มพยักหน้าเธอจึงรีบเดินออกไป เพราะปกติทุกคนในบ้านก็เกรงเขาอยู่แล้วในความที่เป็นคนยิ้มยาก ไม่ขี้เล่นแบบน้องชาย
เย็นนั้นเขาไปทานอาหารเย็นร่วมกับบิดา ท่านถามเรื่องงานโดยที่ไม่วกเข้าเรื่องส่วนตัว นอกจากมารดาที่โทรไปถามเขาตอนไปอังกฤษใหม่ๆ เมื่อสองปีก่อน ก็ไม่มีใครในครอบครัวคนอื่นๆ ที่พูดถึงเรื่องส่วนตัวกับเขาเลย
มีเพียงแค่ในกลุ่มไลน์ของครอบครัว ที่คุณมัญชุตาหรือวสนต์จะลงรูปของน้องเอื้อเป็นครั้งคราวเวลาที่พวกเขาไปเยี่ยมอวิกา คิมหันต์ได้แต่มองรูปของลูกสาวและอดีตภรรยาอย่างเงียบๆ ตั้งแต่วันที่เธอผ่าคลอด จนถึงพัฒนาการแต่ละช่วงวัย จนวันนี้น้องเอื้ออายุหนึ่งขวบเศษ เขาจำได้ดีว่าเธอเดินได้แล้ว
คิมหันต์ไม่เคยถามถึงน้องเอื้อกับใคร เขาได้แต่มองภาพลูกสาวในกลุ่มไลน์เท่านั้น คงจะได้แค่มองรูปซึ่งใกล้ชิดที่สุดแล้ว เขารู้ว่าในชีวิตจริง คงไม่มีหน้าไปยุ่งเกี่ยวกับสองแม่ลูกได้อีก
เสียงเรียกเข้าดังขึ้น เขาจึงกดรับ
“ว่าไงวะคิม ได้ข่าวว่ากลับไทยแล้ว ไม่มาหาเพื่อนฝูงบ้าง” ชวกรเพื่อนสนิทของเขาเองโทรมา
“เพิ่งมา ยังไม่ได้โทรหาใครเลยว่ะ” เขาตอบรู้สึกซังกะตายนิดๆ
“มาดื่มกันไหม มึงโสดแล้วนี่หว่า ที่....” ชวกรบอกสถานที่ เขาจึงไปแต่งตัวเพื่อออกไปข้างนอก
#######################
“เป็นไงวะมึง ได้ข่าวว่าอุตส่าห์ขอหย่ากับน้องอ้อมเพื่อไปอยู่กับสาวคนใหม่ ทำไมกูได้ยินว่ามึงเลิกกับหมอดารินตั้งแต่ไม่ถึงปีดี” ชวกร นพ.กุมารเวชถามตรงๆ
“มันเรื่องของกูไหมวะ” คิมหันต์ตอบ สายตามองไปที่ผู้คนมากมายที่เดินผ่านหน้าไป แต่เขาไม่เห็นหน้าใครเลย นอกจาก 'อวิกา'
“อย่ามาทำหน้าเป็นหมาอกหัก โน่นสาวเยอะแยะ ลองคุยสักคนสองคนไหม” ชวกรด่าซ้ำ
“กูไม่อยากคุยกับใคร รำคาญ” คำตอบของคิมหันต์เป็นเรื่องปกติของเขา เพราะชายหนุ่มไม่เคยสานสัมพันธ์กับใครที่พบตามสถานที่อโคจรแบบนี้
“พ่อหล่อเลือกได้ หน้าตามึงก็ดีเสียอย่างเดียว ไม่น่าทิ้งเมียที่แสนดีอย่างน้องอ้อมเลย ไอ้ห่า..สมน้ำหน้าว่ะ” ชวกรด่าตรงๆ
“มึงด่ากูพอยัง ถ้าพอแล้วช่วยบอกกูด้วย ว่ากูจะทำไง”
พิชญะเดินกอดคอมากับโอบเอื้อ ทั้งสองเป็นเด็กชายวัยรุ่นอายุ 14 ปีเท่ากัน เรียนที่เดียวกันและเป็นเพื่อนสนิทกันเหมือนกับแม่ของเด็กทั้งสองคือพีรยาและอวิกาโอบเอื้อเป็นลูกชายคนที่สองของอวิกากับหมอคิมหันต์ เกิดปีเดียวกับพิชญะ บ้านอยู่ใกล้กันพ่อแม่สนิทกัน เด็กชายสองคนจึงเป็นเพื่อนสนิทกันตั้งแต่เด็กปีนี้เด็กชายทั้งคู่อายุ 14 เรียนชั้น ม. 3 ส่วนอุษมาหรือน้องเอื้อลูกสาวคนโตของหมอคิมและอวิกา อายุมากกว่า 4 ปีเธออายุเต็ม 18 กำลังจะเข้ามหาวิทยาลัย โอบเอื้อมาอยู่ที่บ้านของไอยเรศ เพราะว่าพ่อแม่ต้องย้ายกลับไปทำงานที่กทม. แต่เด็กชายไม่อยากย้ายที่เรียนกลางคัน เขาขออยู่ที่ลำพูนพีรยาจึงรับดูแลแทนเพื่อให้อวิกายอมให้ลูกชายอยู่ลำพูนต่อ“แม่มีอะไรให้กินบ้างไหมครับ” พิชญะถามมารดา พวกเขาเพิ่งกลับจากเตะบอล เหงื่อเต็มตัวและหิวซ่กได้ที่“มีแต่ของโปรดเราทั้งคู่ หมูสับทอดกระเทียม ต้มยำกุ้ง แกงเทโพ แต่ไปอาบน้ำกันก่อนเลย” พีรยาบอกเด็กชายทั้งสองคนที่หน้าตาดูหิวโหยเหลือเกินพิชญะและโอบเอื้อขึ้นไปอาบน้ำก่อนจะกลับลงมาทานอาหารเย็น “ปีหน้าจะเรียนต่อที่ไหนกันลูก” พีรยาถามลูกชาย“พีอยากต่อม.ปลายที่เดิมครับ โ
เธอเม้มปากไม่รู้จะตอบอะไร“ย้ายมาอยู่ด้วยกันทุกวันเลยดีไหมลดา” ช่วงนี้เขาใกล้เรียนจบเฉพาะทาง ทั้งงานทั้งเรียนหนักขึ้นทุกทีหากได้เห็นหน้าเธอทุกวันน่าจะดีกว่าพบกันแค่ช่วงสุดสัปดาห์“รถมันติดน่ะสนต์” ที่ทำงานของเธออยู่ไกลจากที่นี่พอสมควร เดินทางตอนเช้าไม่ต่ำกว่าหนึ่งชม. เธอเหนื่อยเกินไปที่จะสู้กับการจราจรแบบนั้น ตัวงานก็ถือว่าเครียดแล้ว“งั้นวันทำงานฉันไปอยู่กับเธอที่โน่นดีไหม” วสนต์กอดรอบเอวเธอจากด้านหลัง เขารวบผมของเธอไปไว้อีกทางจูบลงบนต้นคอแผ่วเบา“อื้อ..สนต์” เธอเริ่มคิดอะไรไม่ออกถ้าคุยกันแบบนี้“นะ ลดา..” เขาเลื่อนจูบไปตามไหล่เนียน ฝ่ามือใหญ่ที่กอดรอบเอวเริ่มขยับลงไปที่ท้องน้อย“ก็.. ก็ได้” ลดาวัลย์เงยหน้าให้เขาฝังจูบไปตามซอกคอได้ถนัดขึ้น เธอรับคำเสียงพร่าก่อนจะถูกช้อนตัวอุ้มไปที่เตียง###############เช้าวันจันทร์ลดาวัลย์ใช้สิทธิ์เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลตรวจร่างกาย ผลการตรวจออกมาว่าเธอเป็นโรคกระเพาะและพักผ่อนน้อย ไม่พบการตั้งครรภ์แต่อย่างใด“สนต์ ฉันไม่ได้ท้อง” เธอบอกเขาในคืนนั้นเมื่อชายหนุ่มกลับจากทำงาน เขาย้ายมาอยู่ที่ห้องของเธอในวันทำงานตามที่ตกลงกันไว้“ฮื่อ.. แล้วไง”
หนึ่งปีต่อจากนั้น ลดาวัลย์กับวสนต์ยังคบหากันสถานะเหมือนเดิม ทั้งสองมีแผนจะแต่งงานกันเมื่อวสนต์เรียนจบเฉพาะทาง หากแต่เช้าวันหนึ่งวันนั้นเป็นวันเสาร์ลดาวัลย์มาค้างที่ห้องชุดของวสนต์ตามปกติเธอตื่นขึ้นมาด้วยอาการคลื่นไส้เวียนศีรษะ หญิงสาวรีบลุกไปอาเขียนในห้องน้ำเสียงนั้นปลุกให้วสนต์ตื่นขึ้นมาอีกคน ชายหนุ่มตามมาลูบหลังให้เธอ เขามีสีหน้าวิตกกังวลจนเห็นได้ชัด“เป็นไงบ้างลดา ปวดหัวมีไข้ไหม” เขาอังมือกับหน้าผากของเธอ ลดาวัลย์ไม่มีไข้ ตัวเธอติดจะเย็นด้วยซ้ำเธอส่ายหน้ายังพูดไม่ออก ตอนนี้อยากนอนอย่างเดียวเท่านั้น“หรือว่ามีน้อง หืม..” วสนต์เดาต่อ ทำให้ลดาวัลย์เบิกตาโต“ไม่มั้ง ก็เธอป้องกันตลอดไม่ใช่เหรอ” ทั้งสองคนยังไม่พร้อมจะมีลูก คู่รักทั้งสองจึงเห็นตรงกันว่าควรคุมกำเนิดและที่ผ่านมาวสนต์ก็เป็นฝ่ายป้องกันเองเสมอ เพราะไม่อยากผลักภาระให้ลดาวัลย์เป็นฝ่ายกินยาคุม“มันก็พลาดได้ เธอก็รู้นี่ว่าไม่มีการคุมกำเนิดแบบไหนได้ผลร้อยเปอร์เซ็นต์ ถุงรั่ว ถุงแตกมีเยอะแยะไป” ฝ่ายชายคาดเดา ไม่ได้การละเขาคงต้องให้แม่ไปสู่ขอลดาวัลย์ให้แล้ว ไวเท่าความคิด วสนต์โทรหามารดาทันที“แม่ครับ แม่คงต้องไปสู่ข
“สนต์ หยุดเถอะ..” สองมือเธอขยุ้มเส้นผมเขาขณะที่วสนต์จูบลงไปตามท้องน้อย ลาดหน้าท้องราบเรียบจนถึงเนินดอกไม้กลางตัวเธอ หญิงสาวเกร็งตัวเมื่อความรู้สึกพุ่งสูงจนเกินควบคุม มันมากไปจนเธอจะขาดใจ“หยุดไม่ได้แล้วลดา หยุดตอนนี้ฉันตายแน่” เขาจับมือบางไปเกาะกุมความแข็งแรงที่แทบจะระเบิดด้วยความปรารถนา เธอหน้าแดงก่ำเมื่อเขาจับมือเธอให้ลูบขึ้นลง รู้สึกได้ถึงการตอบสนองตุ๊บๆ ของสิ่งที่อยู่ในมือ ขนาดมันโอฬารขนาดนี้เธอมิได้ตายก่อนหรือ“ฉันว่าฉันไม่ไหว มะ..มันใหญ่ไป” เธอปล่อยมือทำท่าจะพลิกตัวหนีแต่เขายึดไหล่เธอไว้กับที่นอนแน่น“เธอก็เรียนกายวิภาคมาต้องรู้สิว่าร่างกายปรับตัวได้” วสนต์โน้มน้าวใจ เขารู้ว่าเธอก็อยากลองแต่ก็ยังกลัวก็นั่นมันในตำรา...หญิงสาวคิดหน้าแดงจัด เธอหลับตาเมื่อเขาเริ่มจดจ่อตัวตนที่ปากทางรัก เขี่ยไปมาจนเธอเริ่มสั่นสะท้าน“อื้อ..สนต์ อย่า..” เขาไม่รู้เหรอว่ามันทรมาน เธอจะทนไม่ไหวอยู่แล้ว“อย่าช้าใช่ไหม..ได้เลยคนสวย” ลดาวัลย์กัดริมฝีปากเมื่อรู้สึกถึงความอึดอัดคับแน่นที่สอดแทรกเข้ามา ความร้อนไหลวนไปทั่วร่างริมฝีปากหนาของวสนต์แนบลงมาบนเรียวปากอิ่ม หลอกล่อให้เธอสนใจกับจูบเร่าร
ลดาวัลย์เองก็อยากคุยกับเขาเหมือนกัน เพราะนับตั้งแต่เธอบอกเลิกสถานะแฟนปลอมๆ เขายังโอนเงินประจำเดือนมาให้อีกสองครั้งตามกำหนดเดิม ครั้งหลังนี่มากกว่าเดิมด้วยเท่าตัว วสนต์ขับรถมาที่ห้องพักของเขา ลดาวัลย์ที่ตอนแรกไม่ได้มองทางเธอหันมามองเขาตาขุ่น“เธอพาฉันมาที่นี่ทำไม” เขาจอดรถในที่จอดประจำ ก่อนจะวิ่งลงไปเปิดประตูฝั่งของเธอจับมือลดาวัลย์ลงมาเหมือนกลัวเธอวิ่งหนี“ฉันเหนื่อย อยากหาที่คุยแบบสบายๆ”“แต่ฉันไม่อยากขึ้นไปบนห้องเธอ” ลดาวัลย์ดึงมือออกจากการเกาะกุม เธอสงสัยว่าวสนต์จะเคยเข้าใจเรื่องความลำบากใจของเธอไหม “เธอกลัวอะไร ขึ้นห้องแฟนมันเสียหายยังไง” เขาพูดเสียงห้วนขณะที่ลากเธอเดินตามจนตัวปลิว“ฉันไม่ได้เป็นแฟนเธอแล้วนะสนต์ นี่เธอแกล้งลืมเหรอ” หญิงสาวเริ่มโวยวายเมื่อเข้ามาอยู่ลิฟต์จนได้ ลิฟต์ตัวนี้เป็นตัวพิเศษเฉพาะหุ้นส่วนโรงพยาบาลแบบเขาใช้ จึงไม่มีคนอื่นใช้ร่วมกันในตอนนั้น“ตอนเป็นแฟนก็ตกลงกันสองคน นี่ฉันไม่เคยตกลงเลิกกับเธอตอนไหนเลยนะลดา” เขากดตัวเธอแนบชิดกับผนังลิฟต์ ความเย็นของโลหะทำให้เธอใจหายวาบ“จะทำอะไร ปล่อยนะ” ลดาวัลย์ขืนตัวไม่ยอมเดินตามแรงดึงของเขา ไม่รู้อ
วสนต์กลับเข้าบ้านด้วยท่าที่เหนื่อยอ่อน วันนี้เขาเข้าไปเอาของที่ห้องพักเจอลดาวัลย์บนรถแท็กซี่ เธอคงจะไปไหนสักแห่งเขาจึงไม่เรียกเธอไว้เพราะธุระของเขามันรีบด่วนกว่าเขาเพิ่งปฏิเสธการช่วยเหลือคนรักเก่าด้วยการแต่งงานกู้หน้าให้เธอตามที่เธอต้องการ เธอกลับมาหาเขาเมื่อสองเดือนก่อนและขอให้เขาช่วยเป็นพ่อของลูกให้ เพราะพัชรมณีบอกเลิกคนที่เป็นพ่อตัวจริงไปแล้ว ตอนแรกเขาเห็นแก่เด็กในท้องจึงแบ่งรับแบ่งสู้ แต่ได้มารดาเตือนสติว่าสิ่งที่พัชรมณีขอไม่ใช่การแก้ปัญหา แต่มันคือการเพิ่มปัญหาต่างหาก เมื่อจัดการเรื่องพัชรมณีแล้วเขาจึงคิดจะไปคุยกับลดาวัลย์ เธอส่งข้อความมาบอกเลิกเขาเมื่อเดือนก่อนคงจะเพราะเห็นข้อความของพัชรมณีที่ไลน์มาหาเขา ในช่วงที่เขาหลับในวันสุดท้ายที่เจอกันวสนต์ไม่ได้ตอบกลับเธอเพราะคิดว่าเรื่องนี้มันยาวเกินกว่าที่จะคุยกันทางนี้ เขาอยากอธิบายให้เธอฟังเอง ชายหนุ่มไม่ได้เห็นเธอเป็นแฟนหลอกๆ มาตั้งนานแล้ว ลืมเรื่องข้อตกลงนั้นไปแล้วด้วยซ้ำ“สนต์รู้เรื่องที่โรงพยาบาลรึยังลูก” คุณมัญชุตาเข้ามาถามบุตรชายคนเล็กในห้องส่วนตัวของเขา“เรื่องอะไรครับแม่” เขาลืมตาทันที“ลดาลาออกจากงานไปแล้ว ย้ายอ







