Masukอวิกามองร้านผ้าในตึกขนาดสามคูหาอย่างพอใจ ร้านถูกตกแต่งและรักษาความสะอาดทำให้ดูไม่เก่า อยู่ในย่านธุรกิจของเมืองและมีลูกค้าประจำอยู่แล้ว
“พี่ช้างจะไม่ขายแล้วเหรอ ทำไมล่ะ” เธอถามพีรยา
“อือ...เขาบอกว่าไม่มีเวลาลงมาดูแลร้านเต็มที่ อีกอย่างหน้าร้านที่เชียงใหม่ก็ยุ่งด้วย”
ไอยเรศมีร้านผ้าขายหน้าร้านที่เป็นร้านหลักอีกสองแห่งคือในตัวเมืองเชียงใหม่และที่แม่แจ่ม แต่การขายจริงๆ ของเขาจะเป็นระบบหลังร้านของโรงงานมากกว่า
อวิกามองดูร้านและสินค้าที่มี ในหัวเธอคิดไปถึงการต่อยอดนำผ้าพื้นเมืองมาทำผลิตภัณฑ์อื่นๆ ลงขายเป็นของฝากได้อีกมากมาย เธอตกลงใจซื้อทั้งตึกและกิจการร้านผ้าต่อจากไอยเรศในราคาพิเศษสุดในวันนั้นเอง
หลังจากที่ทำสัญญาซื้อขายแล้ว เธอเรียกพนักงานเดิมเข้ามาประชุม ทุกคนสมัครใจทำงานต่อทำให้เธอโล่งไปอีกหนึ่งเรื่อง จากนั้นเธอวางแผนงานให้พนักงานรับทราบว่าจะมีการปิดหน้าร้านเพื่อรีโนเวตใหม่สิบห้าวัน มีการติดป้ายชื่อร้านใหม่ด้วย และในระหว่างนั้นพนักงานจะยังมาทำงานหลังร้านในส่วนของการเตรียมสินค้าและงานบัญชี เช็คสต็อกสินค้าจริงที่มีอยู่ทั้งหมด
อวิกาใช้เวลาในการเรียนรู้เกี่ยวกับผ้าล้านนาและสินค้าในร้านอยู่สามวัน โดยในช่วงนี้เธอพาน้องเอื้อมาที่ร้านด้วยทุกวัน เด็กหญิงกลายเป็นที่รักของพนักงานในร้าน นับเป็นช่วงเวลาหนึ่งที่อวิกาเริ่มมีความสุขในชีวิต
คุณมัญชุตาดูร้านผ้าอันเป็นงานใหม่ของอดีตลูกสะใภ้อย่างพอใจ
“สวยจริงๆ ลูก แม่ขอให้กิจการเจริญรุ่งเรืองนะลูก” ท่านให้พร ท่านมาร่วมงานเปิดร้านตามคำเชิญของอวิกา หญิงสาวไม่มีญาติผู้ใหญ่ที่ไหนอีก พ่อแม่ของอดีตสามีจึงเป็นหนึ่งในผู้ใหญ่ไม่กี่คนที่เธอรักและนับถือ
“ขอบคุณค่ะคุณแม่”
ท่าทีสดชื่นของอวิกาทำให้ท่านนึกสะท้อนใจ ไม่เข้าใจว่าทำไมลูกชายจึงเห็นผิดเป็นชอบ ทิ้งเมียทิ้งลูกที่กำลังน่ารักไปได้อย่างไร ปัจจุบันอวิกากลายเป็นแม่ม่ายเนื้อหอมที่ใครๆ ต่างก็อยากเข้าใกล้ ท่านเองก็ภาวนาขอให้หญิงสาวพบคนดีๆ สักคนเช่นกัน
“ยินดีด้วยนะครับน้องอ้อม”
ไอยเรศควงคู่มากับพีรยา พ่อเลี้ยงคนดังของลำพูนถือเป็นเบื้องหลังที่สำคัญอย่างยิ่งของร้าน 'ผ้าล้านนาอุษมา' อวิกายิ้มให้ทั้งสองอย่างขอบคุณจากใจ
“ขอบคุณมากนะคะพี่ช้าง ขอบใจนะมด” สองสาวกอดกันเบาๆ พีรยาลูบหลังเพื่อนสนิทก่อนจะผละออก บอกว่า
“ขอให้ปังๆ รวยๆ นะอ้อม” เธอหันไปหาน้องเอื้อ
“มาให้น้ามดอุ้มหน่อยลูก” เด็กหญิงเดินเตาะแตะไปหาน้าสาวอย่างว่าง่ายเพราะเห็นกันตั้งแต่เกิด
“ว่าไงคะคนสวยของน้า” เด็กหญิงหัวเราะเอิ๊กอ้ากเมื่อถูกเรียกว่าคนสวย
“ฉวย หนูฉวย” น้องเอื้ออายุหนึ่งขวบเต็มกำลังหัดพูด กำลังน่ารักน่าชัง ใบหน้าเล็กๆ นับวันก็ยิ่งเหมือนใครคนหนึ่งที่อวิกาอยากลืมแต่เธอก็ลืมไม่ได้สักที
ห้าเดือนต่อมาน้องเอื้อในวัยหนึ่งขวบเศษ กำลังน่ารักน่าชังเป็นที่รักของครอบครัวทางฝ่ายปู่และย่าอย่างมาก คุณมัญชุตาผู้เป็นย่ามาเยี่ยมหลานสาวทุกสองหรือสามเดือน ใจจริงท่านอยากให้เธอพาลูกสาวกลับไปอยู่ที่กรุงเทพฯ แต่ก็เข้าใจว่าทำไมเธอจึงไม่อยากกลับไปที่นั่น
รอบนี้ก็เช่นกัน คุณมัญชุตามาพร้อมกับวสนต์ ลูกชายคนเล็กที่กำลังจะแต่งงานกับลดาวัลย์ มารอบนี้ท่านบอกว่า
“พรุ่งนี้ตาคิมกำลังจะกลับเมืองไทยแล้วนะอ้อม”
อวิกาฟังเงียบๆ เธอไม่มีความเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ คุณย่าของลูกจึงพูดต่อ
“เขาคงอยากเจอหนูเอื้อ แล้วอ้อมจะว่ายังไง”
อวิกาถอนใจ เธอไม่เคยคิดกีดกันเขาตั้งแต่วันที่รู้ว่ามีน้องเอื้อ และถึงตอนนี้เธอก็ยังยืนยันคำเดิม
“ถ้าเขาอยากเจอน้องเอื้อ วันแต่งงานของสนกับลดาก็คงได้เจอค่ะคุณแม่ อ้อมไม่เคยกีดกันคุณแม่ก็รู้”
“จ้ะแม่รู้ แม่แค่อยากบอกอ้อมให้เตรียมตัวเตรียมใจ แล้วหนูจะลงไปกรุงเทพฯ เมื่อไหร่ ให้แม่หรือใครส่งรถมารับไหม”
อวิกายิ้ม แม่ของอดีตสามีดีต่อเธอเสมอไม่ว่าจะตอนไหน
“ไม่เป็นไรค่ะคุณแม่ อ้อมคงลงไปก่อนหน้าวันงานสักสามสี่วัน จะไปพร้อมมดกับพี่ช้างค่ะ”
“มาๆ ถ่ายรูปกัน” วสนต์ชวนอวิกาและน้องเอื้อถ่ายรูป บางรูปมีคุณมัญชุตาด้วย บางรูปเป็นรูปเขากับน้องเอื้อสองคน
เมื่อถ่ายเสร็จนายแพทย์หนุ่มผู้มีนิสัยขี้เล่นสนุกสนาน อัพรูปโหลดลงแอพพลิเคชั่นหนึ่ง โดยลงทั้งหมดสามสี่รูป รูปหนึ่งเป็นภาพของเขากับน้องเอื้อสองคน เขาพิมพ์แคปชั่นว่า
พิชญะเดินกอดคอมากับโอบเอื้อ ทั้งสองเป็นเด็กชายวัยรุ่นอายุ 14 ปีเท่ากัน เรียนที่เดียวกันและเป็นเพื่อนสนิทกันเหมือนกับแม่ของเด็กทั้งสองคือพีรยาและอวิกาโอบเอื้อเป็นลูกชายคนที่สองของอวิกากับหมอคิมหันต์ เกิดปีเดียวกับพิชญะ บ้านอยู่ใกล้กันพ่อแม่สนิทกัน เด็กชายสองคนจึงเป็นเพื่อนสนิทกันตั้งแต่เด็กปีนี้เด็กชายทั้งคู่อายุ 14 เรียนชั้น ม. 3 ส่วนอุษมาหรือน้องเอื้อลูกสาวคนโตของหมอคิมและอวิกา อายุมากกว่า 4 ปีเธออายุเต็ม 18 กำลังจะเข้ามหาวิทยาลัย โอบเอื้อมาอยู่ที่บ้านของไอยเรศ เพราะว่าพ่อแม่ต้องย้ายกลับไปทำงานที่กทม. แต่เด็กชายไม่อยากย้ายที่เรียนกลางคัน เขาขออยู่ที่ลำพูนพีรยาจึงรับดูแลแทนเพื่อให้อวิกายอมให้ลูกชายอยู่ลำพูนต่อ“แม่มีอะไรให้กินบ้างไหมครับ” พิชญะถามมารดา พวกเขาเพิ่งกลับจากเตะบอล เหงื่อเต็มตัวและหิวซ่กได้ที่“มีแต่ของโปรดเราทั้งคู่ หมูสับทอดกระเทียม ต้มยำกุ้ง แกงเทโพ แต่ไปอาบน้ำกันก่อนเลย” พีรยาบอกเด็กชายทั้งสองคนที่หน้าตาดูหิวโหยเหลือเกินพิชญะและโอบเอื้อขึ้นไปอาบน้ำก่อนจะกลับลงมาทานอาหารเย็น “ปีหน้าจะเรียนต่อที่ไหนกันลูก” พีรยาถามลูกชาย“พีอยากต่อม.ปลายที่เดิมครับ โ
เธอเม้มปากไม่รู้จะตอบอะไร“ย้ายมาอยู่ด้วยกันทุกวันเลยดีไหมลดา” ช่วงนี้เขาใกล้เรียนจบเฉพาะทาง ทั้งงานทั้งเรียนหนักขึ้นทุกทีหากได้เห็นหน้าเธอทุกวันน่าจะดีกว่าพบกันแค่ช่วงสุดสัปดาห์“รถมันติดน่ะสนต์” ที่ทำงานของเธออยู่ไกลจากที่นี่พอสมควร เดินทางตอนเช้าไม่ต่ำกว่าหนึ่งชม. เธอเหนื่อยเกินไปที่จะสู้กับการจราจรแบบนั้น ตัวงานก็ถือว่าเครียดแล้ว“งั้นวันทำงานฉันไปอยู่กับเธอที่โน่นดีไหม” วสนต์กอดรอบเอวเธอจากด้านหลัง เขารวบผมของเธอไปไว้อีกทางจูบลงบนต้นคอแผ่วเบา“อื้อ..สนต์” เธอเริ่มคิดอะไรไม่ออกถ้าคุยกันแบบนี้“นะ ลดา..” เขาเลื่อนจูบไปตามไหล่เนียน ฝ่ามือใหญ่ที่กอดรอบเอวเริ่มขยับลงไปที่ท้องน้อย“ก็.. ก็ได้” ลดาวัลย์เงยหน้าให้เขาฝังจูบไปตามซอกคอได้ถนัดขึ้น เธอรับคำเสียงพร่าก่อนจะถูกช้อนตัวอุ้มไปที่เตียง###############เช้าวันจันทร์ลดาวัลย์ใช้สิทธิ์เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลตรวจร่างกาย ผลการตรวจออกมาว่าเธอเป็นโรคกระเพาะและพักผ่อนน้อย ไม่พบการตั้งครรภ์แต่อย่างใด“สนต์ ฉันไม่ได้ท้อง” เธอบอกเขาในคืนนั้นเมื่อชายหนุ่มกลับจากทำงาน เขาย้ายมาอยู่ที่ห้องของเธอในวันทำงานตามที่ตกลงกันไว้“ฮื่อ.. แล้วไง”
หนึ่งปีต่อจากนั้น ลดาวัลย์กับวสนต์ยังคบหากันสถานะเหมือนเดิม ทั้งสองมีแผนจะแต่งงานกันเมื่อวสนต์เรียนจบเฉพาะทาง หากแต่เช้าวันหนึ่งวันนั้นเป็นวันเสาร์ลดาวัลย์มาค้างที่ห้องชุดของวสนต์ตามปกติเธอตื่นขึ้นมาด้วยอาการคลื่นไส้เวียนศีรษะ หญิงสาวรีบลุกไปอาเขียนในห้องน้ำเสียงนั้นปลุกให้วสนต์ตื่นขึ้นมาอีกคน ชายหนุ่มตามมาลูบหลังให้เธอ เขามีสีหน้าวิตกกังวลจนเห็นได้ชัด“เป็นไงบ้างลดา ปวดหัวมีไข้ไหม” เขาอังมือกับหน้าผากของเธอ ลดาวัลย์ไม่มีไข้ ตัวเธอติดจะเย็นด้วยซ้ำเธอส่ายหน้ายังพูดไม่ออก ตอนนี้อยากนอนอย่างเดียวเท่านั้น“หรือว่ามีน้อง หืม..” วสนต์เดาต่อ ทำให้ลดาวัลย์เบิกตาโต“ไม่มั้ง ก็เธอป้องกันตลอดไม่ใช่เหรอ” ทั้งสองคนยังไม่พร้อมจะมีลูก คู่รักทั้งสองจึงเห็นตรงกันว่าควรคุมกำเนิดและที่ผ่านมาวสนต์ก็เป็นฝ่ายป้องกันเองเสมอ เพราะไม่อยากผลักภาระให้ลดาวัลย์เป็นฝ่ายกินยาคุม“มันก็พลาดได้ เธอก็รู้นี่ว่าไม่มีการคุมกำเนิดแบบไหนได้ผลร้อยเปอร์เซ็นต์ ถุงรั่ว ถุงแตกมีเยอะแยะไป” ฝ่ายชายคาดเดา ไม่ได้การละเขาคงต้องให้แม่ไปสู่ขอลดาวัลย์ให้แล้ว ไวเท่าความคิด วสนต์โทรหามารดาทันที“แม่ครับ แม่คงต้องไปสู่ข
“สนต์ หยุดเถอะ..” สองมือเธอขยุ้มเส้นผมเขาขณะที่วสนต์จูบลงไปตามท้องน้อย ลาดหน้าท้องราบเรียบจนถึงเนินดอกไม้กลางตัวเธอ หญิงสาวเกร็งตัวเมื่อความรู้สึกพุ่งสูงจนเกินควบคุม มันมากไปจนเธอจะขาดใจ“หยุดไม่ได้แล้วลดา หยุดตอนนี้ฉันตายแน่” เขาจับมือบางไปเกาะกุมความแข็งแรงที่แทบจะระเบิดด้วยความปรารถนา เธอหน้าแดงก่ำเมื่อเขาจับมือเธอให้ลูบขึ้นลง รู้สึกได้ถึงการตอบสนองตุ๊บๆ ของสิ่งที่อยู่ในมือ ขนาดมันโอฬารขนาดนี้เธอมิได้ตายก่อนหรือ“ฉันว่าฉันไม่ไหว มะ..มันใหญ่ไป” เธอปล่อยมือทำท่าจะพลิกตัวหนีแต่เขายึดไหล่เธอไว้กับที่นอนแน่น“เธอก็เรียนกายวิภาคมาต้องรู้สิว่าร่างกายปรับตัวได้” วสนต์โน้มน้าวใจ เขารู้ว่าเธอก็อยากลองแต่ก็ยังกลัวก็นั่นมันในตำรา...หญิงสาวคิดหน้าแดงจัด เธอหลับตาเมื่อเขาเริ่มจดจ่อตัวตนที่ปากทางรัก เขี่ยไปมาจนเธอเริ่มสั่นสะท้าน“อื้อ..สนต์ อย่า..” เขาไม่รู้เหรอว่ามันทรมาน เธอจะทนไม่ไหวอยู่แล้ว“อย่าช้าใช่ไหม..ได้เลยคนสวย” ลดาวัลย์กัดริมฝีปากเมื่อรู้สึกถึงความอึดอัดคับแน่นที่สอดแทรกเข้ามา ความร้อนไหลวนไปทั่วร่างริมฝีปากหนาของวสนต์แนบลงมาบนเรียวปากอิ่ม หลอกล่อให้เธอสนใจกับจูบเร่าร
ลดาวัลย์เองก็อยากคุยกับเขาเหมือนกัน เพราะนับตั้งแต่เธอบอกเลิกสถานะแฟนปลอมๆ เขายังโอนเงินประจำเดือนมาให้อีกสองครั้งตามกำหนดเดิม ครั้งหลังนี่มากกว่าเดิมด้วยเท่าตัว วสนต์ขับรถมาที่ห้องพักของเขา ลดาวัลย์ที่ตอนแรกไม่ได้มองทางเธอหันมามองเขาตาขุ่น“เธอพาฉันมาที่นี่ทำไม” เขาจอดรถในที่จอดประจำ ก่อนจะวิ่งลงไปเปิดประตูฝั่งของเธอจับมือลดาวัลย์ลงมาเหมือนกลัวเธอวิ่งหนี“ฉันเหนื่อย อยากหาที่คุยแบบสบายๆ”“แต่ฉันไม่อยากขึ้นไปบนห้องเธอ” ลดาวัลย์ดึงมือออกจากการเกาะกุม เธอสงสัยว่าวสนต์จะเคยเข้าใจเรื่องความลำบากใจของเธอไหม “เธอกลัวอะไร ขึ้นห้องแฟนมันเสียหายยังไง” เขาพูดเสียงห้วนขณะที่ลากเธอเดินตามจนตัวปลิว“ฉันไม่ได้เป็นแฟนเธอแล้วนะสนต์ นี่เธอแกล้งลืมเหรอ” หญิงสาวเริ่มโวยวายเมื่อเข้ามาอยู่ลิฟต์จนได้ ลิฟต์ตัวนี้เป็นตัวพิเศษเฉพาะหุ้นส่วนโรงพยาบาลแบบเขาใช้ จึงไม่มีคนอื่นใช้ร่วมกันในตอนนั้น“ตอนเป็นแฟนก็ตกลงกันสองคน นี่ฉันไม่เคยตกลงเลิกกับเธอตอนไหนเลยนะลดา” เขากดตัวเธอแนบชิดกับผนังลิฟต์ ความเย็นของโลหะทำให้เธอใจหายวาบ“จะทำอะไร ปล่อยนะ” ลดาวัลย์ขืนตัวไม่ยอมเดินตามแรงดึงของเขา ไม่รู้อ
วสนต์กลับเข้าบ้านด้วยท่าที่เหนื่อยอ่อน วันนี้เขาเข้าไปเอาของที่ห้องพักเจอลดาวัลย์บนรถแท็กซี่ เธอคงจะไปไหนสักแห่งเขาจึงไม่เรียกเธอไว้เพราะธุระของเขามันรีบด่วนกว่าเขาเพิ่งปฏิเสธการช่วยเหลือคนรักเก่าด้วยการแต่งงานกู้หน้าให้เธอตามที่เธอต้องการ เธอกลับมาหาเขาเมื่อสองเดือนก่อนและขอให้เขาช่วยเป็นพ่อของลูกให้ เพราะพัชรมณีบอกเลิกคนที่เป็นพ่อตัวจริงไปแล้ว ตอนแรกเขาเห็นแก่เด็กในท้องจึงแบ่งรับแบ่งสู้ แต่ได้มารดาเตือนสติว่าสิ่งที่พัชรมณีขอไม่ใช่การแก้ปัญหา แต่มันคือการเพิ่มปัญหาต่างหาก เมื่อจัดการเรื่องพัชรมณีแล้วเขาจึงคิดจะไปคุยกับลดาวัลย์ เธอส่งข้อความมาบอกเลิกเขาเมื่อเดือนก่อนคงจะเพราะเห็นข้อความของพัชรมณีที่ไลน์มาหาเขา ในช่วงที่เขาหลับในวันสุดท้ายที่เจอกันวสนต์ไม่ได้ตอบกลับเธอเพราะคิดว่าเรื่องนี้มันยาวเกินกว่าที่จะคุยกันทางนี้ เขาอยากอธิบายให้เธอฟังเอง ชายหนุ่มไม่ได้เห็นเธอเป็นแฟนหลอกๆ มาตั้งนานแล้ว ลืมเรื่องข้อตกลงนั้นไปแล้วด้วยซ้ำ“สนต์รู้เรื่องที่โรงพยาบาลรึยังลูก” คุณมัญชุตาเข้ามาถามบุตรชายคนเล็กในห้องส่วนตัวของเขา“เรื่องอะไรครับแม่” เขาลืมตาทันที“ลดาลาออกจากงานไปแล้ว ย้ายอ







