LOGINณ บ้านไม้หลังเก่าท้ายหมู่บ้าน...
ต่อ...
พัตรเงียบเสียงลงกะทันหัน เมื่อนึกถึงภาพรอยเลือดสดๆ ที่เจิ่งนงอเต็มห้องน้ำ ขอบตาของเขาก็ร้อนผ่าวขึ้นมาทันที
“เกิดอะไรขึ้นกับเธอ!” ตรีภพเค้นเสียงถามด้วยความตระหนก
พัตรยกแก้วเหล้าขึ้นด้วยมือที่สั่นเทา ก่อนจะกระดกมันลงคอไป “เธอกรีดข้อมือตัวเอง... วันนั้นลูกชายผมได้ยินเสียงร้องไห้แปลกๆ เลยวิ่งมาบอกผม ผมกับพ่อรีบวิ่งไปเคาะประตูเรียกเท่าไรก็ไม่มีสัญญาณตอบรับ ผมเลยตัดสินใจทุบบานกระจกเข้าไป... สิ่งที่ผมเห็นในห้องน้ำ คือร่างของผู้หญิงคนหนึ่งนอนจมกองเลือด...”
พัตรถอนหายใจแผ่วเบา “หลังจากวันนั้น ชาวบ้านถึงเริ่มเปลี่ยนท่าทีต่อเธอ... แต่เธอก็ไม่ยอมออกจากบ้านไปไหนง่ายๆ อีกเลย ยกเว้นแค่ออกมาดูแลพ่อกับแม่ของพี่”
“นาย... พูดว่าอะไรนะ” ตรีภพย่นคิ้วจ้องมองพัตรด้วยความตะลึงงัน...
ภาพเหตุการณ์เมื่อครู่ที่พิมพ์รดาลุกลี้ลุกลนรีบหดแขนลงใต้โต๊ะคอมพิวเตอร์ฉายซ้ำเข้ามาในหัว... ที่แท้เธอก็แค่ต้องการซ่อนรอยแผลเป็นนั้นไว้จากสายตาเขานั่นเอง
พัตรส่ายหน้าเบาๆ เรื่องราวพวกนี้เขาไม่เคยเอ่ยปากพูดคุยกับใคร เพราะมีแต่จะยิ่งตอกย้ำซ้ำเติมน้องสาว แม้แต่กับภรรยา เขาทำได้เพียงนั่งดื่มเหล้าเงียบๆ แล้วชวนกันเข้านอน “ช่างมันเถอะครับ... ว่าแต่พี่ภพเถอะ พี่ลำบากแค่ไหนยามที่อยู่ข้างในนั้น เล่าให้ผมฟังบ้างสิ”
“ก็ไม่ได้ลำบากอะไรหรอก... ทุกๆ เดือนน้องสาวนายก็พาแม่ไปฝากเงินใส่บัญชีไว้สำหรับค่าใช้จ่ายข้างในให้ตลอด”
ตลอดคืนนั้น ตรีภพและพัตรจึงนั่งดื่มเหล้าและเปิดอกระบายความรู้สึกอึดอัดในใจ แม้จะไม่อาจพูดทุกอย่างออกมาได้ทั้งหมด แต่มันก็ช่วยปลดปล่อยความเจ็บปวดที่กัดกินหัวใจของชายหนุ่มทั้งสองมาตลอดสิบปีลงได้ไม่น้อย…
*** ***
เช้าตรู่...
ตรีภพตื่นขึ้นมาตามความเคยชินยามตีห้า... ชายหนุ่มปรือตาขึ้นมองฝั่งตรงข้ามของโต๊ะ ก็พบว่าพัตรนอนขดตัวกอดขาเก้าอี้อยู่บนพื้น ร่างหนาสะบัดศีรษะเพื่อขับไล่ความปวดตุบที่แล่นขึ้นมาจากการดื่มหนักเมื่อคืน ก่อนจะลุกไปเปิดประตูบ้านออก
บรรยากาศยามเช้าภายนอกเย็นจัด หมอกหนาบดบังทัศนียภาพรอบกายจนแทบมองไม่เห็นสิ่งใด รอบด้านยังคงตกอยู่ในความมืดมิดเนื่องจากพระอาทิตย์ยังไม่โผล่พ้นขอบฟ้า
ตรีภพทอดสายตามองไปยังบ้านสีเทาหลังเล็กข้างๆ... บานหน้าต่างบานนั้นยังคงเปิดทิ้งไว้ พร้อมกับแสงไฟสีนวลตาที่ส่องสว่างกระทบโต๊ะคอมพิวเตอร์อย่างเด่นชัด
ยามที่ทอดมองแสงไฟนั้น... คำพูดของมารดาและความจริงจากปากของพัตรก็ย้อนกลับเข้ามาในหัว
หรือแท้จริงแล้ว... เป็นเพราะเขาใจร้อนและขาดสติไปจริงๆ ทั้งสามชีวิตถึงต้องมาจมปลักอยู่ในวังวนแห่งความอึดอัดและทรมานเช่นนี้?
*** ***
ณ บ้านหลังเล็กโทนสีเทาเข้ม...
หนึ่งอาทิตย์ต่อมา...
พิมพ์รดานั่งจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์ด้วยความรู้สึกตึงเครียด เธอเพิ่งทยอยปล่อยนิยายตอนใหม่ลงระบบออนไลน์ไปห้าตอนแรก เนื้อหาบรรยายถึงความรักแสนหวานชื่นของพระนาง ทว่าในตอนที่ห้านี้เอง... นางเอกก็ถูกพระเอกจับได้ว่าแอบปันใจให้ชายอื่น เพียงเพราะความแปลกใหม่ที่ไม่เคยได้รับ ยามเมื่อมีใครสักคนยื่นมือเข้ามามอบความสนใจ เธอจึงหลงเพลิดเพลินจนปล่อยตัวปล่อยใจไปกับความชั่วครู่ชั่วคราวนั้น
“เอาละ... ปล่อยขายอีบุ๊กต่อเลยแล้วกัน” หญิงสาวพึมพำกับตัวเองเบาๆ
“พิมพ์! พี่ฝากหลานหน่อยนะ จะพาพ่อไปโรงพยาบาล!”
เสียงตะโกนดังมาจากหน้าบ้าน พิมพ์รดาลุกเดินออกไปดู ก็พบพัตรยืนอยู่กับหลานชายทั้งสองคน “พ่อเป็นอะไรเหรอคะพี่พัตร”
“หมอนัดตรวจตามนัดน่ะ... ฝากเลี้ยงหลานสักครึ่งวัน หรืออาจจะถึงวันหนึ่งได้ไหม” พัตรเอ่ยถาม
“ได้ค่ะ ไม่มีปัญหา ฝากไว้กับพิมพ์ได้เลย” หญิงสาวพยักหน้ารับคำ
“อีกสักพัก นาก็คงกลับมาจากตลาดกับแม่ คงไม่ถึงครึ่งวันหรอก” พัตรทอดสายตามองลูกชายทั้งสอง ก่อนจะหันกลับมามองน้องสาวที่ดูซูบเซาและอ่อนโรย และเขากล้าพูดได้เต็มปากเลยว่า... เธอดูผอมลงไปอีกแล้ว
“พิมพ์ดูแลได้ค่ะ ไม่ต้องห่วง” พิมพ์รดายิ้มรับ
ทว่าในจังหวะนั้นเอง... เสียงเครื่องยนต์มอเตอร์ไซค์ก็ดังขัดขึ้น ตรีภพขับรถแล่นผ่านหน้าบ้านมา โดยมีผู้หญิงคนหนึ่งซ้อนท้ายมาด้วย ก่อนที่รถจะเลี้ยวจอดลงตรงหน้าบ้านของเธอ ทั้งพิมพ์รดาและพัตรต่างขมวดคิ้วมองด้วยความสงสัย
พลัน ใบหน้าของพิมพ์รดาก็ซีดเผือดลงทันตา ทั่วทั้งร่างเหมือนโดนน้ำเย็นจัดราดรดจนชาหนึบ จุกแน่นไปหมดจนแทบหายใจไม่ออก เธอจึงรวบรวมเสียงทั้งหมดเอ่ยถามออกไป “มี... มีอะไรหรือเปล่าคะพี่ภพ”
“เกิดอะไรขึ้นพี่ภพ” พัตรถามเสียงเรียบติดไม่พอใจ เพราะหากตรีภพคิดจะมีผู้หญิงคนใหม่ ก็ไม่จำเป็นต้องพามาข่มขวัญหยามหน้าน้องสาวตนถึงขนาดนี้
“บังเอิญเจออยู่ที่ปากทางเข้าหมู่บ้าน” ตรีภพเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
“เธอบอกว่ามาตามหาผู้หญิงที่ชื่อพิมพ์รดา” ตรีภพสายตามองร่างอวบอัดที่พยายามต้อนเด็กๆ เข้าบ้านอย่างลุกลี้ลุกลน ก่อนจะก้าวเดินออกมาเผชิญหน้า
“ใหม่... มีอะไรกับฉันอย่างนั้นเหรอ” พิมพ์รดาถามเสียงสั่นเครือ พลางหันไปทางพี่ชาย “พี่พัตร... รีบพาพ่อไปโรงพยาบาลเถอะค่ะ”
ใหม่สูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ ก่อนเอ่ยปากถามตรงๆ “เธอเคยสัญญาอะไรกับพี่ตามเอาไว้?”
พิมพ์รดายืนแข็งทื่อ... สายตาช้อนมองไปยังร่างหนาที่ยื่นพิงกำแพงรั้วมองพวกเธอสองคน
ตรีภพที่ยืนกอดอกจ้องมองผู้หญิงสองคนที่ท่าทางไม่น่าจะเคยเป็นเพื่อนกันได้ ตามที่เขาได้ยินมาจากปากหญิงสาวที่ซ้อนท้ายมา
“เขาใช่ไหม... สามีของเธอ” ใหม่ชี้มือไปทางตรีภพที่ยืนตระหง่านอยู่ตรงประตูรั้ว
พิมพ์รดายกมือขึ้นปฏิเสธพัลวันด้วยความร้อนรน “ใหม่... เธอฟังฉันก่อน! มัน... มันไม่ใช่อย่างที่เธอคิดนะ!”
ณ บ้านสีเทาเข้มหลังเล็ก…ต่อ...“ไม่หรอกพิมพ์… พิมพ์ปันใจให้ไอ้ตามไปตั้งนานแล้ว พิมพ์แค่กำลังหลอกตัวเอง มีความสุขกับความรักที่พี่มอบให้ แล้วก็ตักตวงความอบอุ่นจากไอ้ตามไปพร้อมๆ กัน ไม่อย่างนั้นไอ้ตามมันไม่มีทางพาพิมพ์ขึ้นเตียงได้หรอก... ยอมรับความจริงเถอะพิมพ์ แล้วพี่เองก็ยอมรับว่าพี่ใจร้อนเกินไป จนทำให้พิมพ์กลัว และเกิดปัญหาตามมาแบบนี้”ตรีภพถอนหายใจยาว พลางเบือนหน้าหนีจากภาพความทรมานตรงหน้า... ทว่าสุดท้าย เขาก็ไม่อาจทนเห็นเธอแตกสลายได้ ชายหนุ่มขยับเข้าไปเอื้อมมือดึงร่างอวบอิ่มเข้ามากระชับไว้ในอ้อมกอด พลางลูบแผ่นหลังเป็นการปลอบประโลม… สุดท้ายแล้ว เขาก็ยังคงรักพิมพ์รดามากเกินไปอยู่ดี “คืนนี้พี่จะนอนที่ห้องพิมพ์... อย่าคิดมากเลยนะ”พิมพ์รดากลั้นก้อนสะอื้น พลางยกแขนขึ้นกอดตรีภพไว้แน่น... เธอเชื่อมั่นมาตลอดว่าเธอรักตรีภพมากกว่าสิ่งใด และไม่เคยคิดจะปันใจให้ใครเลย จนกระทั่งในวันที่เธอกับเขาทะเลาะกัน และความหวาดกลัวเริ่มกัดกินหัวใจ จนทำให้เธอเผลอไปพึ่งพาพี่ชายแสนดีอย่างตาม... จนกระทั่งเรื่องราวบานปลายกลายเป็นฝันร้ายที่กลืนกินชีวิตของพวกเขา**** ***ช่วงเวลาตีห้า… ตรีภพลืมตาตื่นขึ้นมาบนเตียงน
ณ บ้านสีเทาเข้มหลังเล็ก…ต่อ...พิมพ์รดายืนอมยิ้มให้กับตัวเองพลางตั้งหน้าตั้งตาล้างถ้วยชาม... เธอพยายามล้างอย่างเชื่องช้าที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพียงเพราะอยากกักเก็บความสุขเล็กๆ น้อยๆ นี้เอาไว้ให้นานอีกนิด ก่อนจะต้องไปนั่งพูดคุยกับตรีภพอีกครั้ง ในใจลึกๆ เธอแอบหวังให้เขาลืมเรื่องราวทั้งหมดแล้วหลับใหลไปเสีย แต่ก็รู้ดีว่ามันไม่มีทางเกิดขึ้น... สุดท้าย หญิงสาวก็ต้องเดินกลับมานั่งลงที่เดิม โดยมีตรีภพกำลังนั่งไถสมาร์ตโฟนอยู่ก่อนแล้ว“พี่ภพ… จะพักที่นี่ไหมคะ ในห้องนั้นคงรื้อจนเลอะเทอะไปหมดแล้ว” พิมพ์รดากำมือแน่นด้วยความหวาดหวั่นผสมตื่นเต้นตรีภพเงยหน้าขึ้นมองพิมพ์รดา “พิมพ์… ตอบพี่มาตามตรง ว่าทำไมตอนนั้นถึงไม่ยอมบอกพี่เรื่องที่ไอ้ตามมันมาตามจีบ ตอบพี่มาว่ามันตามจีบพิมพ์มานานแค่ไหนแล้ว... พี่สัญญาว่าจะไม่โวยวาย แค่ตอบพี่มาตรงๆ ก็พอ”พิมพ์รดาเงยหน้าขึ้นมองตรีภพอย่างชั่งใจ “ตั้งแต่… ตั้งแต่ก่อน… ก่อนแต่งงานค่ะ พี่ตามพยายามเข้ามาพูดคุย แต่พิมพ์บอกเขาไปแล้วนะคะว่าพิมพ์มีแฟนแล้ว…”ตรีภพสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ... นี่เขากำลังกลายเป็นคนโง่ที่ถูกเธอปั่นหัวหลอกใช้มาตั้งกี่ปีกันแน่ “แล้วแต่งงานกับพี่ทำไม...
ณ บ้านสีเทาเข้มหลังเล็ก…ต่อ...พิมพ์รดารีบยกมือขึ้นโบกปฏิเสธพัลวัน “ไม่ค่ะๆ นั่นคือสิ่งที่พิมพ์ควรทำใน… ใน…” ‘ในฐานะภรรยาคนหนึ่งพึงกระทำ’ ประโยคหลังถูกกลืนหายลงไปในคอ“ในอะไร… พี่บอกว่าใช้ได้ ก็คือใช้ได้สิ” ตรีภพเอ่ย พลางทอดสายตามองเธอที่ยังคงหันไปมองทางบ้านไม้ของเขาเป็นระยะ “พิมพ์… พี่แค่รื้อสายไฟลงมาเปลี่ยน อย่าคิดมากจะได้ไหม มันไม่ได้เป็นความทรงจำของพิมพ์แค่คนเดียวหรอกนะ... แต่มันเป็นความทรงจำของพี่เหมือนกัน”ร่างอวบอัดตัวแข็งทื่อ พลันหันหน้ากลับมาสบตากับตรีภพ “ใช่ค่ะ... ความทรงจำของเราสองคน แต่ว่า…”“มันไม่มีอะไรทั้งนั้น นอกจากรื้อสายไฟออกมา เพราะมันเก่ามากแล้ว จนเปลี่ยนหม้อแปลงอันใหม่ไม่ได้” ตรีภพอธิบายเหตุผลให้หญิงสาวฟังอย่างใจเย็น“อ้อ… ค่ะ พิมพ์เข้าใจแล้ว แล้ว... เสร็จหรือยังคะ” หญิงสาวเอ่ยถาม พลางภาวนาในใจขอให้มันยังไม่เสร็จ และแอบหวังลึกๆ อยากให้ตรีภพมาพักที่บ้านหลังเล็กนี้กับเธอ“ยัง… ยังรื้อลงมาไม่เสร็จเลยด้วยซ้ำ” ชายหนุ่มตอบ “พิมพ์พอจะมีอะไรให้กินไหม... ต้มบะหมี่สำเร็จรูปก็ได้”“อุ้ย… พิมพ์ลืม!” ร่างอวบอัดรีบลุกพรวดพราดขึ้นมาด้วยความตกใจ เธอรีบก้าวตรงไปที่ประตูแล้วออกแรง
ณ บ้านไม้หลังเก่าท้ายหมู่บ้านต่อ... “ไอ้ที… กูยังไม่พร้อม ภาพนั้นมันยังติดตากูอยู่” ตรีภพเอ่ยตอบ พลางทบทวนความรู้สึกในใจ“เฮ้ย ไม่ได้เว้ย! มึงต้องยอมเปิดแผลออกมาหน่อยดิไม่งั้นมึงจะรู้ได้ยังไงว่าคืนนั้นมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่! ตัวมึงเองสติก็ถูกความโกรธกลืนกินจนจำอะไรแทบไม่ได้ ขนาดกระชากคอเมียตัวเอง มึงยังคิดว่าเป็นแขนเลย!” นทีเอ่ยเตือนสติ พลางลุกขึ้นไปยกเก้าอี้มาเริ่มแงะเพดานเพื่อดึงสายไฟเก่าลงมา“ให้เวลากูอีกนิดเถอะ... กูถูกขังอยู่กับความคิดที่ว่าเมียตัวเองปกป้องผู้ชายคนอื่นต่อหน้ากูมานานสิบปีนะมึง มึงเข้าใจกูหน่อยดิที... แล้วอยู่ๆ ความจริงมันก็พลิกคว่ำกูแบบนี้ มันยังหนักเกินไปสำหรับกู” ตรีภพลุกขึ้นเดินไปตัดสายไฟทิ้ง เพื่อช่วยดึงสายไฟเก่าลงมาด้วยใบหน้าที่หม่นหมอง…-*-*-*-ช่วงเย็น…“เชี่ย… เอาไงต่อดีวะ ไปนอนบ้านกูก่อนไหม ไม่นึกไม่ฝันเลยนะเนี่ยว่าจะยากเย็นขนาดนี้” นทียืนขยี้ผมตัวเองอย่างอึ้งทึ่ง เพราะแค่รื้อสายไฟเก่าออกมาก็หมดเวลาไปครึ่งค่อนวันแล้ว แถมยังรื้อไม่เสร็จเสียด้วยซ้ำตรีภพบีบสันจมูกตัวเองแรงๆ เพราะเขาเองก็ไม่คิดว่ามันจะยุ่งยากขนาดนี้... ในตอนนั้นด้วยความที่กลัวว่าพิมพ์รดาจะไ
ณ บ้านสีเทาเข้มหลังเล็ก…ต่อ...ร่างหนาเอื้อมมือไปหยิบแฟ้มเอกสารพลาสติกสีใสออกมาเปิด ก็พบใบทะเบียนสมรสของเขากับเธอ... แม้จะมีร่องรอยคราบน้ำตาจางๆ ปรากฏอยู่บ้าง แต่มันกลับถูกจัดเก็บและรักษาเอาไว้อย่างดีที่สุด“พี่ภพ…”เสียงงัวเงียระคนตื่นตระหนกที่ดังขึ้นจากด้านหลัง ทำให้ตรีภพหมุนกายกลับไปมอง พลางชูแผ่นกระดาษใบทะเบียนสมรสในมือให้เธอดู “ทำไมไม่หย่า…”พิมพ์รดาตกใจปนหวาดกลัวว่าเขาจะฉีกมันทิ้ง เธอลนลานรีบปราดเข้าไปคว้าใบทะเบียนสมรสมากอดไว้แน่น “ไม่หย่า!… ยังไงพิมพ์ก็ไม่หย่า! ถ้าพี่ภพอยากจะไปจดทะเบียนสมรสกับคนอื่น ก็รอให้พิมพ์ตายก่อน!”ตรีภพพ่นลมหายใจยาว พลางยื่นมือไปหมายจะขอแผ่นกระดาษคืน ก่อนที่มันจะยับหรือฉีกขาดไปจริงๆ “เอามานี่... จะเอาไปเก็บ”พิมพ์รดาไม่ยอมคืนให้ แต่กลับขยับไปดึงแฟ้มเอกสารออกจากมือหนา จัดแจงเก็บแผ่นกระดาษเข้าแฟ้มอย่างทะนุถนอมราวกับมันคือสมบัติล้ำค่าที่สุดในชีวิต พลางยกมากอดไว้แนบอก แล้วขยับตัวหนีไปชิดหัวเตียงร่างหนากะพริบตามมองด้วยความฉงน เพราะเดิมทีเขายื่นมือออกไปเพียงเพื่อจะนำมันไปเก็บไว้ที่เดิมให้เธอ แต่กลายเป็นว่าพิมพ์รดากลับถอยหนีเขาด้วยความหวาดระแวง “พี่แค
ณ บ้านสีเทาเข้มหลังเล็ก…ตรีภพสาวเท้าเข้ามาภายในบ้านหลังเล็ก ซึ่งทุกสิ่งทุกอย่างถูกจัดวางไว้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยเรียบร้อยสมบูรณ์แบบ เพราะโรคย้ำคิดย้ำทำของเจ้าของบ้าน ร่างหนาอุ้มเรือนร่างอวบอิ่มตรงไปยังห้องนอน ยามเมื่อเปิดประตูเข้ามา ก็พบเพียงผ้าห่มที่ยับย่นบนเตียงซึ่งดูแปลกแยกที่สุดในห้องอันแสนเรียบร้อยนี้ชายหนุ่มวางร่างที่ยังคงสั่นเทาของพิมพ์รดางลงบนเตียงนอน เขาก้มมองอกเสื้อของตัวเองที่เปียกชื้นไปด้วยหยาดน้ำตาของเธอ “พักผ่อนเถอะพิมพ์… ตอนเย็นเราค่อยคุยกันใหม่”พิมพ์รดากลั้นก้อนสะอื้นลงคอกับหมอน พลางพยักหน้ารับคำอย่างว่าง่าย “ฮึก… ค่ะ… พิมพ์…เข้าใจแล้ว”ตรีภพหมุนตัวก้าวกลับออกมาแล้วปิดประตูห้องนอนให้เธอ ชายหนุ่มยกมือขึ้นนวดขมับแรงๆ เพื่อผ่อนคลายความเมื่อยล้า และคลายความกรุ่นโกรธที่ยังคงร้อนระอุอยู่ในอก“พี่ภพ… เรา… มาคุยกันหน่อยเถอะ” พัตรซึ่งนั่งรออยู่บนเบาะนั่งบนพื้นเอ่ยขึ้น เพื่อขอเปิดอกคุยกับตรีภพตรีภพจึงก้าวเข้าไปนั่งลงบนเบาะฝั่งตรงข้าม “ฉันไม่ได้ตั้งใจ… แต่มันเก็บอารมณ์ไม่อยู่จริงๆ”“ฉันเข้าใจพี่ดี พี่ภพ…” พัตรพยักหน้ารับ พลางเอ่ยต่อ “ฉันเองก็ต้องยอมรับ ว่าพี่น่ะอ่







