Masukณ บ้านไม้หลังเก่าท้ายหมู่บ้าน…
ย้อนกลับไปเมื่อสิบปีก่อน…
ต่อ...
“แม่เป็นอะไร...” เขาเอ่ยถาม พลางช้อนสายตามองเลยไปยังด้านหลังมารดา เพราะผู้เป็นพ่อเองก็นั่งหน้าดำเครียดอยู่ที่ตีนบันไดบ้านเช่นกัน
“ภพ... ภพลองขับรถไปดูกับพ่อก่อนนะ เพื่อมันมีอะไรผิดพลาด” ป้าคำเดินเข้ามาจับแขนลูกชายด้วยมือที่สั่นเทา ด้วยความที่รู้นิสัยว่าลูกชายเป็นคนอารมณ์ร้อนและไม่ค่อยรับฟังใคร เธอจึงอยากให้เขาไปเห็นทุกอย่างด้วยตาตัวเอง
“ตรีภพ... แกไปกับพ่อ ไปกันแค่สองคน ไปดูกันให้เห็นกับตาก่อน” ลุงปันลุกเดินเข้ามาหา เพื่อจะพาลูกชายไปดูให้แน่ใจ ว่าผู้หญิงที่เขาเห็นตอนเดินทางกลับลงมาจากภูเขาต่างหมู่บ้าน... ใช่ลูกสะใภ้ของตัวเองหรือไม่
“ก็ได้... แต่มีอะไรทำไมไม่พูดกันตรงๆ จะมัวมาอ้ำอึ้งอยู่ทำไม”
ตรีภพเดินกลับไปสตาร์ตรถกระบะ แล้วขับออกไปตามเส้นทางที่พ่อบอกทันที...
เมื่อมาถึงจุดหมาย... สายตาของเขาก็ปะทะเข้ากับรถมอเตอร์ไซค์ของพิมพ์รดาที่จอดอยู่หน้าบ้านปูนขนาดกลาง ตรีภพถลาลงจากรถโดยไม่ได้ยินเสียงห้ามปรามของบิดาแม้แต่น้อย เขาตรงเข้าถีบประตูหน้าบ้านจนบานพับหลุด แล้วบุกเข้าไปถึงในห้องนอน!
ในวินาทีนั้น... ความโกรธและความแค้นพุ่งสูงจนเลือดขึ้นหน้า ภาพตรงหน้าคือภรรยาของตนกำลังนอนอยู่ในอ้อมกอดของชายอื่น!
ตรีภพเดินตรงเข้าไปกระชากตัวภรรยาขึ้นมาเพื่อจะพากลับบ้าน ทว่า ชายชู้กลับวิ่งเข้ามาขัดขวาง...
ตามรีบตรงเข้ามาจับแขนของตรีภพเอาไว้ พยายามดึงรั้งไม่ให้ร่างสูงใหญ่ฉุดกระชากพิมพ์รดาออกไป “นายใจเย็นๆ ก่อนจะได้ไหม!”
ตรีภพหันขวับกลับไปแล้วสวนหมัดเข้าเต็มใบหน้าของตามจนล้มกลิ้งลงกับพื้น! ก่อนจะหันมากระชากตัวเมียตัวเองอีกครั้ง... ทว่า ในจังหวะนั้นเอง ฝ่ามือของพิมพ์รดาก็ตบฉาดลงบนใบหน้าของเขาถึงสองครั้งติด!
หลังจากฝ่ามือนั้น... ความทรงจำของเขาก็บิดเบี้ยวและพร่ามัว เพราะความคลั่งที่เห็นภรรยาของตนออกรับหน้าปกป้องชายอื่น ได้กัดกินสติสัมปชัญญะของเขาไปจนหมดสิ้น…
*** ***
ปัจจุบัน…
ตรีภพเทเหล้าขาวลงในแก้วใบเล็กแล้วยกกระดกขึ้นดื่ม...
เขากำลังพยายามเค้นนึกภาพเหตุการณ์ในคืนนั้น... เหตุการณ์ที่เขาเพียรพยายามหลบหนีและปิดซ่อนมันไว้ตลอดสิบปี และไม่เคยคิดอยากจะยินได้ฟังชื่อของเธอจากปากของคนที่เข้ามาเยี่ยม เพียงเพราะหวาดกลัว... กลัวว่าจะต้องรับรู้ว่าเธอมีความสุขมากแค่ไหนยามที่ได้อยู่กับชายคนอื่น…
*+*+*+*
ณ บ้านสีเทาเข้มหลังเล็ก…
สี่วันต่อมา…
ตีห้าในฤดูหนาวที่หมอกยังลงหนาจัด ท้องฟ้ายังคงตกอยู่ในความมืดมิดไร้แสงตะวัน... พิมพ์รดานั่งอยู่หน้าจอแล็ปท็อป เธอกำลังไล่อ่านความคิดเห็นจากเมื่อวาน ทว่าก็มีเพียงไม่กี่คอมเมนต์เพราะเธอไม่ได้เป็นนักเขียนโด่งดังอะไร ยามเมื่อเช็กยอดขายอีบุ๊ก ก็พบว่าขายได้เพิ่มอีกหนึ่งเล่ม รวมๆ แล้วขายได้เพียงสิบเล่มเท่านั้น
แต่เพียงแค่นี้... หญิงสาวก็รู้สึกดีมากแล้ว เพราะเธอต้องการเพียงเงินมาจ่ายค่าน้ำค่าไฟในแต่ละเดือน และค่าอาหารอีกเล็กน้อย ส่วนที่เหลือเธอยังพอเดินไปขอแบ่งปันจากพ่อกับแม่ได้บ้าง
“พิมพ์… พี่เปิดประตูเข้าไปได้ไหม”
เสียงทุ้มของตรีภพดังขึ้นที่ประตูหน้าบ้าน พิมพ์รดารีบลุกวิ่งไปเปิดประตูด้วยความตื่นเต้น ยามเมื่อเปิดออก ก็พบตรีภพถือตะกร้าผ้ามาส่งให้เธอ
“ตอนเย็นอย่าลืมมารับนะคะพี่ภพ... คือว่า เรื่องเงินค่าทำศพของพ่อกับแม่พี่ พิมพ์คงต้องเข้าไปที่ธนาคารในตัวเมือง ถึงจะโอนเงินคืนให้พี่ภพได้ค่ะ”
ตรีภพจ้องมองใบหน้าอวบอิ่มตรงหน้าด้วยสายตาเคลือบแคลงสงสัย... ไม่เข้าใจว่าเธอต้องการอะไรกันแน่ ต้องการหาเรื่องเข้ามาใกล้ชิด หรือต้องการจะตัดขาดจากเขากันแน่ “แล้วยังไง... พัตรมันไม่ไปส่งหรือไง”
พิมพ์รดาพยักหน้ารับเบาๆ “เดี๋ยวซักผ้าเสร็จ พิมพ์จะลองไปถามพี่พัตรดูค่ะ”
ตรีภพจ้องมองเธอด้วยความหงุดหงิดใจ ก่อนจะสะบัดหน้าหมุนตัวเดินหนีออกมา… ‘แค่เอ่ยปากพูดว่า ช่วยไปส่งหน่อยเหมือนเมื่อก่อน มันจะตายหรือไงพิมพ์รดา!’
พิมพ์รดามองตามแผ่นหลังกว้างที่ก้าวห่างออกไป เธอระบายรอยยิ้มที่เจือยจาง พลางพึมพำกับตัวเองด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา… “ช่วยไปส่งพิมพ์หน่อย... ได้ไหมคะ...”
หญิงสาวรีบปิดบานมุ้งลวด แล้ววิ่งกลับไปที่หลังบ้านเพื่อจัดการใส่ผ้าลงถังซัก เธอตั้งใจว่าซักผ้าเสร็จแล้วจะเดินไปขอให้พี่ชายช่วยขับรถพาเข้าไปที่ธนาคารในตัวเมือง เพราะเธอพยายามกดโอนเงินคืนให้ตรีภพผ่านแอปพลิเคชันหลายครั้งแล้ว แต่ก็ติดปัญหาตรงสแกนใบหน้าไม่ผ่านเสียที จึงจำเป็นต้องเดินทางไปดำเนินการที่ธนาคารด้วยตัวเอง
*+*+*+*+*
ธนาคารในตัวเมือง…
ช่วงสาย…
พิมพ์รดาเดินเข้าไปนั่งรอรับบริการตามคิวที่ธนาคาร โดยมีพัตรพี่ชายที่พาลูกๆ ไปส่งโรงเรียนเสร็จแล้วแวะขับรถพาเธอมาส่ง หญิงสาวหันไปมองพี่ชายด้วยรอยยิ้มบางๆ “เสร็จจากตรงนี้... เดี๋ยวเราไปหาอะไรทานกันหน่อยไหมคะ แล้วแวะหาซื้ออะไรไปฝากพี่นาด้วย”
พัตรหันมามองน้องสาวสายตาเรียบเฉย “พิมพ์... สมองเธอยังปกติดีอยู่หรือเปล่า จะซื้อไปฝากทำไม ถ้าไม่คิดจะให้เขาจริงๆ ... บอกพี่มาตามตรงเถอะ”
พิมพ์รดากายสั่นสะท้าน มือทั้งสองข้างประสานบีบเข้าหากันแน่นด้วยความตื่นตระหนก “พี่พัตร... พูดเรื่องอะไรคะ”
ณ บ้านสีเทาเข้มหลังเล็ก…ต่อ...พิมพ์รดารีบยกมือขึ้นโบกปฏิเสธพัลวัน “ไม่ค่ะๆ นั่นคือสิ่งที่พิมพ์ควรทำใน… ใน…” ‘ในฐานะภรรยาคนหนึ่งพึงกระทำ’ ประโยคหลังถูกกลืนหายลงไปในคอ“ในอะไร… พี่บอกว่าใช้ได้ ก็คือใช้ได้สิ” ตรีภพเอ่ย พลางทอดสายตามองเธอที่ยังคงหันไปมองทางบ้านไม้ของเขาเป็นระยะ “พิมพ์… พี่แค่รื้อสายไฟลงมาเปลี่ยน อย่าคิดมากจะได้ไหม มันไม่ได้เป็นความทรงจำของพิมพ์แค่คนเดียวหรอกนะ... แต่มันเป็นความทรงจำของพี่เหมือนกัน”ร่างอวบอัดตัวแข็งทื่อ พลันหันหน้ากลับมาสบตากับตรีภพ “ใช่ค่ะ... ความทรงจำของเราสองคน แต่ว่า…”“มันไม่มีอะไรทั้งนั้น นอกจากรื้อสายไฟออกมา เพราะมันเก่ามากแล้ว จนเปลี่ยนหม้อแปลงอันใหม่ไม่ได้” ตรีภพอธิบายเหตุผลให้หญิงสาวฟังอย่างใจเย็น“อ้อ… ค่ะ พิมพ์เข้าใจแล้ว แล้ว... เสร็จหรือยังคะ” หญิงสาวเอ่ยถาม พลางภาวนาในใจขอให้มันยังไม่เสร็จ และแอบหวังลึกๆ อยากให้ตรีภพมาพักที่บ้านหลังเล็กนี้กับเธอ“ยัง… ยังรื้อลงมาไม่เสร็จเลยด้วยซ้ำ” ชายหนุ่มตอบ “พิมพ์พอจะมีอะไรให้กินไหม... ต้มบะหมี่สำเร็จรูปก็ได้”“อุ้ย… พิมพ์ลืม!” ร่างอวบอัดรีบลุกพรวดพราดขึ้นมาด้วยความตกใจ เธอรีบก้าวตรงไปที่ประตูแล้วออกแรง
ณ บ้านไม้หลังเก่าท้ายหมู่บ้านต่อ... “ไอ้ที… กูยังไม่พร้อม ภาพนั้นมันยังติดตากูอยู่” ตรีภพเอ่ยตอบ พลางทบทวนความรู้สึกในใจ“เฮ้ย ไม่ได้เว้ย! มึงต้องยอมเปิดแผลออกมาหน่อยดิไม่งั้นมึงจะรู้ได้ยังไงว่าคืนนั้นมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่! ตัวมึงเองสติก็ถูกความโกรธกลืนกินจนจำอะไรแทบไม่ได้ ขนาดกระชากคอเมียตัวเอง มึงยังคิดว่าเป็นแขนเลย!” นทีเอ่ยเตือนสติ พลางลุกขึ้นไปยกเก้าอี้มาเริ่มแงะเพดานเพื่อดึงสายไฟเก่าลงมา“ให้เวลากูอีกนิดเถอะ... กูถูกขังอยู่กับความคิดที่ว่าเมียตัวเองปกป้องผู้ชายคนอื่นต่อหน้ากูมานานสิบปีนะมึง มึงเข้าใจกูหน่อยดิที... แล้วอยู่ๆ ความจริงมันก็พลิกคว่ำกูแบบนี้ มันยังหนักเกินไปสำหรับกู” ตรีภพลุกขึ้นเดินไปตัดสายไฟทิ้ง เพื่อช่วยดึงสายไฟเก่าลงมาด้วยใบหน้าที่หม่นหมอง…-*-*-*-ช่วงเย็น…“เชี่ย… เอาไงต่อดีวะ ไปนอนบ้านกูก่อนไหม ไม่นึกไม่ฝันเลยนะเนี่ยว่าจะยากเย็นขนาดนี้” นทียืนขยี้ผมตัวเองอย่างอึ้งทึ่ง เพราะแค่รื้อสายไฟเก่าออกมาก็หมดเวลาไปครึ่งค่อนวันแล้ว แถมยังรื้อไม่เสร็จเสียด้วยซ้ำตรีภพบีบสันจมูกตัวเองแรงๆ เพราะเขาเองก็ไม่คิดว่ามันจะยุ่งยากขนาดนี้... ในตอนนั้นด้วยความที่กลัวว่าพิมพ์รดาจะไ
ณ บ้านสีเทาเข้มหลังเล็ก…ต่อ...ร่างหนาเอื้อมมือไปหยิบแฟ้มเอกสารพลาสติกสีใสออกมาเปิด ก็พบใบทะเบียนสมรสของเขากับเธอ... แม้จะมีร่องรอยคราบน้ำตาจางๆ ปรากฏอยู่บ้าง แต่มันกลับถูกจัดเก็บและรักษาเอาไว้อย่างดีที่สุด“พี่ภพ…”เสียงงัวเงียระคนตื่นตระหนกที่ดังขึ้นจากด้านหลัง ทำให้ตรีภพหมุนกายกลับไปมอง พลางชูแผ่นกระดาษใบทะเบียนสมรสในมือให้เธอดู “ทำไมไม่หย่า…”พิมพ์รดาตกใจปนหวาดกลัวว่าเขาจะฉีกมันทิ้ง เธอลนลานรีบปราดเข้าไปคว้าใบทะเบียนสมรสมากอดไว้แน่น “ไม่หย่า!… ยังไงพิมพ์ก็ไม่หย่า! ถ้าพี่ภพอยากจะไปจดทะเบียนสมรสกับคนอื่น ก็รอให้พิมพ์ตายก่อน!”ตรีภพพ่นลมหายใจยาว พลางยื่นมือไปหมายจะขอแผ่นกระดาษคืน ก่อนที่มันจะยับหรือฉีกขาดไปจริงๆ “เอามานี่... จะเอาไปเก็บ”พิมพ์รดาไม่ยอมคืนให้ แต่กลับขยับไปดึงแฟ้มเอกสารออกจากมือหนา จัดแจงเก็บแผ่นกระดาษเข้าแฟ้มอย่างทะนุถนอมราวกับมันคือสมบัติล้ำค่าที่สุดในชีวิต พลางยกมากอดไว้แนบอก แล้วขยับตัวหนีไปชิดหัวเตียงร่างหนากะพริบตามมองด้วยความฉงน เพราะเดิมทีเขายื่นมือออกไปเพียงเพื่อจะนำมันไปเก็บไว้ที่เดิมให้เธอ แต่กลายเป็นว่าพิมพ์รดากลับถอยหนีเขาด้วยความหวาดระแวง “พี่แค
ณ บ้านสีเทาเข้มหลังเล็ก…ตรีภพสาวเท้าเข้ามาภายในบ้านหลังเล็ก ซึ่งทุกสิ่งทุกอย่างถูกจัดวางไว้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยเรียบร้อยสมบูรณ์แบบ เพราะโรคย้ำคิดย้ำทำของเจ้าของบ้าน ร่างหนาอุ้มเรือนร่างอวบอิ่มตรงไปยังห้องนอน ยามเมื่อเปิดประตูเข้ามา ก็พบเพียงผ้าห่มที่ยับย่นบนเตียงซึ่งดูแปลกแยกที่สุดในห้องอันแสนเรียบร้อยนี้ชายหนุ่มวางร่างที่ยังคงสั่นเทาของพิมพ์รดางลงบนเตียงนอน เขาก้มมองอกเสื้อของตัวเองที่เปียกชื้นไปด้วยหยาดน้ำตาของเธอ “พักผ่อนเถอะพิมพ์… ตอนเย็นเราค่อยคุยกันใหม่”พิมพ์รดากลั้นก้อนสะอื้นลงคอกับหมอน พลางพยักหน้ารับคำอย่างว่าง่าย “ฮึก… ค่ะ… พิมพ์…เข้าใจแล้ว”ตรีภพหมุนตัวก้าวกลับออกมาแล้วปิดประตูห้องนอนให้เธอ ชายหนุ่มยกมือขึ้นนวดขมับแรงๆ เพื่อผ่อนคลายความเมื่อยล้า และคลายความกรุ่นโกรธที่ยังคงร้อนระอุอยู่ในอก“พี่ภพ… เรา… มาคุยกันหน่อยเถอะ” พัตรซึ่งนั่งรออยู่บนเบาะนั่งบนพื้นเอ่ยขึ้น เพื่อขอเปิดอกคุยกับตรีภพตรีภพจึงก้าวเข้าไปนั่งลงบนเบาะฝั่งตรงข้าม “ฉันไม่ได้ตั้งใจ… แต่มันเก็บอารมณ์ไม่อยู่จริงๆ”“ฉันเข้าใจพี่ดี พี่ภพ…” พัตรพยักหน้ารับ พลางเอ่ยต่อ “ฉันเองก็ต้องยอมรับ ว่าพี่น่ะอ่
ณ บ้านสีเทาเข้มหลังเล็ก…ปัจจุบัน…พิมพ์รดายกมือขึ้นปาดคราบน้ำตาบนแก้ม พลางเค้นยิ้มสมเพชให้กับตัวเอง... ที่ยังคงเผลอคาดหวังให้ตรีภพกลับมาโอบกอดเธอเหมือนในวันวาน“พี่กลับก่อนนะพิมพ์”เสียงทุ้มต่ำของตรีภพที่เอ่ยบอกจากบริเวณหน้าบ้านดังสะท้อนเข้ามา หญิงสาวจึงรีบหันกลับไปตะโกนตอบรับ “ค่ะ...”พิมพ์รดาทอดสายตามองความว่างเปล่า... ตั้งแต่เมื่อไรกันนะ ที่ความรักของเธอกับเขาเริ่มเปลี่ยนไป?คงจะเป็นตอนนั้น... ตอนที่ทั้งคู่เริ่มทะเลาะกันเพราะความหึงหวงของเธอ จนกระทั่งมีปากเสียงรุนแรง และจบลงด้วยการที่ตรีภพกวาดของใช้บนโต๊ะจนแตกกระจาย แล้วเศษแก้วชิ้นหนึ่งก็กระเด็นมาบาดโดนเธอในคืนนั้น…*+*+*+*+*ณ บ้านไม้หลังเก่าท้ายหมู่บ้านเช้าของสองวันต่อมา…วันนี้เป็นวันหยุด... ตรีภพนั่งมองเอกสารที่ได้รับมาจากสำนักการไฟฟ้าเมื่อสามวันก่อน เนื้อหาระบุว่าสายไฟฟ้าภายในบ้านของเขาเก่าเกินไป เมื่อตรวจเช็กแล้วจึงไม่ผ่านมาตรฐาน ตู้คอนซูมเมอร์อันเก่าก็จำเป็นต้องเปลี่ยนใหม่ทั้งหมดชายหนุ่มกวาดสายตามองไปรอบห้องพลางถอนหายใจยาว... เขาเลือกที่จะตัดไฟชั้นบนทิ้งไปเพราะไม่ได้ขึ้นไปอาศัยอยู่ แต่เลือกใช้น้ำใช้ไฟเฉพาะชั้นใต้
ณ บ้านสีเทาเข้มหลังเล็ก…ช่วงค่ำ…ต่อ...ดวงตาของพิมพ์รดาขยายกว้างด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด เธอพยายามลนลานขยับตัวดิ้นรน แต่ก็ไม่อาจสู้แรงมหาศาลของตรีภพได้ หยาดน้ำตาอุ่นๆ ไหลพรากออกมาด้วยความกลัวระคนตกใจตรีภพค่อยๆ ปล่อยมือ ออกแรงดันให้เธอขยับออกห่าง “เพราะอะไร... เพราะคาดหวังจะไปอยู่กับไอ้ชายชู้คนนั้นสินะ”พิมพ์รดาทรุดกายลงนั่งบนเบาะรอง พยายามส่ายหน้าปฏิเสธทั้งน้ำตาไหลนองหน้า... เพราะเธอรู้ดีว่าตรีภพพูดความจริง ในตอนนั้นเธอคาดหวังแบบนั้นจริงๆ... เพราะเธอกลัว กลัวว่าตรีภพจะทำร้ายหรือทิ้งเธอไปในวันข้างหน้ายามที่เขาประสบความสำเร็จยิ่งใหญ่ ทว่า ความรักที่ตรีภพมอบให้ เธอเองก็เพลิดเพลินและมีความสุขไปกับมัน “มะ… ไม่ใช่ค่ะพี่ภพ พิมพ์แค่เห็นพี่ยุ่งเกินไป เลยไม่อยากรบกวน”ตรีภพกระตุกยิ้มขื่น “ไม่อยากรบกวน... เลยไปนอนกับผู้ชายคนอื่นอย่างนั้นเหรอ? เธอรู้ไหมว่ามันคืออะไร... มันคือการหลอกลวง และการสวมเขาให้สามีตัวเอง”พิมพ์รดาพยายามส่ายหน้าพัลวัน “ไม่ใช่ค่ะพี่ภพ... มันไม่ได้เป็นแบบนั้น...”“พอเถอะ… รีบพับผ้าเถอะ” ตรีภพเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำแล้วเบือนหน้าหนี ภาพน้ำตาไหลนองหน้าของหญิงสาวทำให้ในอกซ้ายข







