INICIAR SESIÓNVortex Innovation…
ช่วงบ่าย…
ต่อ...
“ผู้หญิงที่แค่ถูกมึงตะคอกใส่นิดหน่อยก็ตัวสั่นเทาจนต้องถอยหนีแบบนั้นเนี่ยนะ... จะกล้าไปล่อลวงใคร ไม่มีทางหรอก” นทีทำหน้าไม่เชื่อถือ
ตรีภพขมวดคิ้วมุ่นด้วยความสับสน “มึงพูดเรื่องอะไร... กูไม่เคยตะคอกใส่เธอ หรือขึ้นเสียงใส่เธอเลยแม้แต่ครั้งเดียว!”
นทีทำหน้าตาแตกตื่นมองตรีภพด้วยความตกใจ “ไอ้ภพ... มึงไม่รู้ตัวเลยเหรอวะ! มึงตะโกนด่าเธอหน้ามหาวิทยาลัยตอนที่เธอขับรถไปรับมึงน่ะ มึงลืมไปแล้วหรือไง!”
“นั่นกูแค่ดุเธอเอง! ก็เธอเล่นขับมอเตอร์ไซค์มาคนเดียวมันอันตรายขนาดนั้น มันทำกูโมโหจนแทบบ้า!” ยิ่งนึกถึงวันเวลาเก่าๆ ตรีภพก็ยิ่งหงุดหงิด ก้อนเนื้อในอกซ้ายบีบรัดจนแทบหายใจไม่ออก
นทีกะพริบตาถี่ๆ พลันเข้าใจได้ทันทีว่า เพื่อนของเขากำลังหลงทางและเข้าใจผิดเกี่ยวกับพฤติกรรมของตัวเองมาตลอด “ไอ้ภพ... มึงเคยทะเลาะกับน้องพิมพ์ไหม”
ตรีภพส่ายหน้า “ไม่เคย”
“แล้วเคยแบบ... งอนกันไหม หรือหงุดหงิดใส่กันบ้างหรือเปล่า” นทีรุกถามต่อ เพราะภาพในหัวของเขาเริ่มร้อยเรียงเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมา... ตรีภพไม่ใช่คนใจเย็น ไม่มีผู้หญิงคนไหนอดทนไม่ทะเลาะกับมันได้หรอก เว้นเสียแต่ว่าผู้หญิงคนนั้นจะยอมมันมาโดยตลอด ไม่เคยแม้แต่จะเอ่ยปากเถียง และปล่อยให้มันระบายอารมณ์หงุดหงิดอยู่เพียงลำพัง!
“มันก็เรื่องปกติหรือเปล่าวะ... คนสองคนอยู่ด้วยกันมันก็ต้องมีบ้างแหละ” ตรีภพตอบตามความเป็นจริง แต่ปกติเขาก็เป็นฝ่ายเข้าไปง้อเธอตลอด
“อ้อ... แล้วมึงทำยังไงเวลาหงุดหงิด? มึงขว้างปาข้าวของในบ้านบ้างไหม” นทีถามอย่างมั่นใจร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าเพื่อนเขาต้องทำแน่ๆ
“แค่ครั้งเดียว... เพราะเศษแก้วมันกระเด็นไปโดนเธอ หลังจากนั้นเวลากูหงุดหงิด กูเลยเดินไปชกต้นกล้วยหน้าบ้านแทน” ตรีภพเริ่มแกะซองเอกสารในมือออกอ่าน
นทีทำได้เพียงยกมือขึ้นลูบหน้าตัวเองแรงๆ... เขาไม่อยากจะเชื่อเลยว่า เพื่อนสนิทของเขาจะยังไม่รู้ตัวเลยสักนิด ว่าความอ่อนโยนในแบบของมันนั่นแหละ... ที่สร้างความหวาดกลัวจนเมียไม่กล้าแม้แต่จะเอ่ยปากพูดอะไร!
ณ บ้านสีเทาเข้มหลังเล็ก…
ตอนค่ำ…
พิมพ์รดากำลังนั่งพับเสื้อผ้าของตรีภพอยู่บนพื้น หลังจากหลานชายทั้งสองคนกลับบ้านไปแล้ว เธอรู้สึกอ่อนเพลียเล็กน้อยเพราะเมื่อกลางวันหลับไม่เต็มอิ่ม หญิงสาวค่อยๆ พับเสื้อผ้าทีละชิ้นพลางระบายรอยยิ้มละมุนดูมีความสุข ทว่าในนัยน์ตู่คู่สวยกลับยังคงฉายแววเศร้าหมองอย่างปิดไม่มิด
แกร๊ก…
เสียงเปิดบานเลื่อนมุ้งลวดดึงสติและความคิดที่กระจัดกระจายให้กลับคืนมา พิมพ์รดาเงยหน้าขึ้นมองร่างสูงใหญ่ตรงหน้าที่ก้าวเข้ามาพร้อมกลิ่นสุราคละคลุ้ง “รอแป๊บเดียวนะคะใกล้จะเสร็จแล้ว...”
ตรีภพขมวดคิ้วมุ่น จ้องมองร่างอวบอิ่มของพิมพ์รดา... ยามที่นึกถึงคำพูดของนทีเมื่อตอนบ่ายว่า เธอยังคงเป็นภรรยาตามกฎหมายของเขา ความรู้สึกแรกในใจคือความดีใจอย่างประหลาด ทว่า ภาพซ้อนในหัวที่นึกถึงตอนเธอยอมทอดกายให้ชายอื่นก็ทำให้ความโกรธคุกรุ่นขึ้นมาอีกครั้ง
แต่แล้ว... สายตาคมกลับเหลือบไปเห็นซองถุงยางอนามัยที่วางอยู่ในตะกร้าผ้า ปฏิกิริยาร่างกายสั่งการไวกว่าความคิด ตรีภพจึงโพล่งอธิบายออกไปทันที! “นั่นไม่ใช่ของพี่นะ!... ของไอ้ทีมัน!”
พิมพ์รดาตกใจกับน้ำเสียงดุดันและลุกลี้ลุกลนนั้น เธอหันไปมองตามนิ้วเรียวแกร่งที่ชี้ตรงไปยังตะกร้าผ้า ซึ่งมีซองถุงยางอนามัยวางสงบนิ่งอยู่ หญิงสาวพยักหน้ารับคำ “อ้อ... ค่ะ”
พูดจบ พิมพ์รดาก็แทบจะเก็บรอยยิ้มหวานเอาไว้ไม่ไหว เธอจัดแจงเก็บเสื้อผ้าที่พับเสร็จแล้วใส่ตะกร้าให้เขาจนเรียบร้อย
“เสร็จ... เสร็จแล้วค่ะ ครั้งต่อไปเอามาให้ตอนตีห้าที่พี่ภพตื่นได้เลยนะคะ พิมพ์นอนตอนกลางวัน จะได้ซักตากให้เสร็จก่อนเข้านอน”
ตรีภพเอื้อมมือไปคว้าตะกร้าผ้าขึ้นมา เขามองดูหญิงสาวตรงหน้าอีกครั้ง ก่อนจะหมุนตัวเดินกลับออกไป... ในใจลึกๆ เขาอยากให้เธอร้องไห้ อยากให้เธอเอ่ยปากขอโทษ หรือร้องขอให้เขากลับมาเป็นเหมือนเดิม แต่อีกใจกลับโต้แย้งว่า เธอคงแค่รู้สึกผิดที่เขาต้องติดคุกไปสิบปีเท่านั้น ส่วนเรื่องความรัก... เธอคงหมดรักเขาไปนานแล้ว ไม่อย่างนั้นเธอจะกล้าแอบไปมีชู้ได้อย่างไร
พิมพ์รดาทอดสายตามองตามแผ่นหลังกว้างที่ลับสายตาออกไป... ฝ่ามือบางยกขึ้นมากุมหน้าอกซ้ายไว้แน่น ก้อนเนื้อในอกกำลังเต้นระรัวอย่างบ้าคลั่ง เพียงเพราะคำอธิบายสั้นๆ แค่นั้นของเขา
*+*+*+*+*+*+*
ณ บ้านไม้หลังเก่าท้ายหมู่บ้าน…
ตรีภพสาวเท้าเข้ามาในห้องก่อนจะปิดประตูลง ชายหนุ่มนำตะกร้าผ้าไปวางไว้ข้างตู้ เขาเปิดตู้เสื้อผ้าไม้เก่าโทรมออก พลางทอดสายตามองหากางเกงยีนส์ตัวโปรดที่พิมพ์รดาเคยซื้อให้... เขาพยายามหามาตลอดทั้งอาทิตย์แต่ก็ยังหาไม่เจอ จึงทำได้เพียงหยิบเสื้อผ้าที่พับเรียบร้อยแล้วออกจากตะกร้าเก็บเข้าตู้ไป
ยามเมื่อหันกลับมามองรอบห้องที่เคยใช้ชีวิตร่วมกับเธอ... ทุกมุมห้องล้วนเต็มไปด้วยรอยยิ้มและความทรงจำที่มีความสุข จนเขาไม่เคยเข้าใจเลยสักนิด แม้เวลาจะล่วงเลยมานานถึงสิบปีแล้ว เขาก็ยังคงไม่เข้าใจมันอยู่ดี…
*+*+*+*+*
ย้อนกลับไปเมื่อสิบปีก่อน…
ตรีภพในวัยยี่สิบเจ็ดปีเพิ่งเดินทางกลับมาจากที่ทำงาน... ในตอนนั้นเขาร่วมหุ้นกับนทีเพื่อเปิดบริษัทเทคโนโลยีแห่งใหม่ขึ้นมา จึงยังต้องทุ่มเทและประคบประหงมเป็นอย่างมาก ยามที่จอดรถกระบะลงตรงลานบ้าน เขาก็เห็นผู้เป็นมารดายืนลุกลี้ลุกลนด้วยท่าทางไม่สุข ชายหนุ่มจึงเดินเข้าไปถามด้วยความสงสัย
Vortex Innovationต่อ...“เด็กอายุยี่สิบสี่... แม่งเอ้ย! ถ้าเกิดเจอเรื่องส้นตีนแบบมึงขึ้นมากูจะทำยังไงวะ เด็กอายุยี่สิบสี่... แม่งนั่งคุยกับกู แต่กูฟังอะไรจากเธอไม่รู้เรื่องเลยสักอย่าง! กูไม่ชอบเลยว่ะ” นทีหยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมา พลางรัวนิ้วพิมพ์ข้อความส่งตรงถึงผู้เป็นแม่ทันที[ “แม่ครับ... ผมไปเจอเธอมาแล้วนะ เราสองคนคุยกันไม่รู้เรื่องเลย ผมบอกซ้ายเธอจะไปขวา ผมไม่ชอบ! ผมชอบคนที่คุยกันรู้เรื่อง รู้จักคิด ผมต้องการคู่ชีวิตไม่ใช่ภาระ เด็กสาวน่าเบื่อแบบนั้นหาที่ไหนก็เจอ ผมไม่เอา! ถ้าแม่บังคับอีก ผมจะย้ายกลับสวิตเซอร์แลนด์แล้วจะไม่กลับเมืองไทยอีกเลย คราวนี้ต่อให้แม่ไปตามหา ผมก็จะหนีเข้าป่าไปหาทางตายในที่ที่พ่อแม่หาไม่เจอ อย่ามาบังคับผมอีก!” ]พิมพ์รดามองตรีภพด้วยความสงสัย พลางหันมาเอ่ยกับนที “พี่ทีคะ… มันอาจจะไม่ได้แย่ขนาดนั้นก็ได้มั้งคะ”นทีถอนหายใจยาวออกมาอีกเฮือก “ไม่จริงหรอกน้องพิมพ์... อันดับแรกเลยนะ อายุน้อยกว่าพี่ แน่นอนว่าพี่ชอบ แต่... ก็อย่าเอาเรื่องอายุน้อยมากดดันให้พี่ต้องวิ่งไล่ตามเอาใจทุกอย่างสิ มันไม่ใช่ชีวิตคู่! สักวันพี่ก็ต้องเหนื่อย ต้องเครียด แต่กลับบ้านไปต้องไปนั่งเอาใจเมียที
ณ บ้านหลังเล็กสีเทาเข้ม…ต่อ..“อื้อ… พี่ภพคะ… อ้า… มันลึกเกินไปค่ะ อ๊า…” หญิงสาวครางหวานพลางร้องขอ เมื่อแก่นกายขนาดยักษ์บดกระแทกกระทบจุดเดิมซ้ำๆ ทว่าท่อนเนื้อขนาดมหึมาที่ขยับครูดครัดภายในร่องรักอย่างเนิบนาบ กลับทำให้เธอสัมผัสได้ถึงทุกอณูของความร้อนระอุ และเส้นเลือดปูดโปนรอบความยิ่งใหญ่ที่เต้นตุบตามจังหวะหายใจของร่างหนา ฝ่ามืออวบอิ่มจิกเกร็งผ้าปูที่นอนไว้แน่นจนแทบขาดวิ่น เพราะความวาบหวามที่แล่นพล่านไปทั่วตัวตรีภพขบกรามแน่นจนขึ้นเป็นสันนูน ความอุ่นร้อนภายในกายเมียรักสร้างความรัญจวนใจ ชายหนุ่มเปลี่ยนจังหวะเนิบนาบมาถาโถมกระหน่ำแรงเข้าไปในร่างอวบ ตอกอัดความเป็นชายเข้าไปในผนังเนื้อนุ่มอุ่นอย่างดิบเถื่อน พลางขยับโน้มกายไปด้านหน้า ทำให้ขาอวบสวยย้ายลงมาอยู่ที่แขน เขาเท้าแขนลงกับเบาะพลางโหมกระหน่ำความเป็นชายอันทรงอำนาจเข้าไปด้วยความเร็วแรง จนเรือนร่างอวบอัดสั่นคลอนไปตามแรงกระแทกดุดัน“อ๊ะ… เบาค่ะ… อ๊า… เบา เบา” ใบหน้างามเหยเกด้วยความเจ็บจุก เมื่อก่อนตรีภพไม่ค่อยทำเช่นนี้กับเธอเพราะกลัวเธอเจ็บ แต่ยามนี้เขากำลังกระแทกกระทั้นแก่นกายมโหฬารเข้าใส่เธอไม่ยั้ง แรงตอกอัดดิบเถื่อนทำเอาร่างกายของเธอสั่น
ณ บ้านสีเทาเข้มหลังเล็ก…กลางดึก…ตรีภพเดินกลับมาจากบ้านไม้หลังเก่า เขารู้สึกโชคดีที่ตนเองได้ซ่อมแซมระบบไฟฟ้าและสายไฟต่างๆ ไว้จนเรียบร้อย เพราะไม่อย่างนั้นคงมีปัญหาเรื่องที่พักเวลานทีเมาหัวราน้ำแบบนี้ ชายหนุ่มก้าวเท้าเข้ามาในบ้าน พลางทอดสายตามองดูร่างอวบอิ่มที่กำลังนั่งอยู่บนพื้น รัวนิ้วลงบนแป้นพิมพ์เพื่อแต่งนิยายอย่างตั้งอกตั้งใจ “พิมพ์… พี่อยากมีลูกแล้ว”พิมพ์รดาชะงักมือที่กำลังกดแป้นพิมพ์ทันที เธอกลืนน้ำลายลงคออย่างลำบากใจ ก่อนจะหันไปมองหน้าเขา “ขอเวลาพิมพ์สักปีได้ไหมคะ... พิมพ์อยากใช้เวลาอยู่กับพี่ให้หายคิดถึงก่อน”ตรีภพถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก ก่อนจะขยับตัวเข้าไปนั่งลงข้างกายของเธอ พลางก้มลงสูดดมกลิ่นหอมอ่อนๆ ของสบู่และแชมพูจากเรือนร่างอวบอิ่มอย่างแสนรัก “ได้สิ… พี่เองก็อยากอยู่กับพิมพ์ให้หายคิดถึงเหมือนกัน”พิมพ์รดายิ้มออกมาอย่างงดงาม เป็นรอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความสุขจากหัวใจ “พี่ภพไปอาบน้ำก่อนเถอะค่ะ ตัวเหม็นกลิ่นเหล้ามากๆ เลย”ฝ่ามือหนาเอื้อมไปลูบศีรษะภรรยาอย่างอ่อนโยน “เหม็นมากเลยเหรอครับ”พิมพ์รดาพยักหน้ารับทันที “เหม็นมากจริงๆ ค่ะ”ตรีภพยิ้มขำพลางส่ายหน้าเบาๆ ก่อนจะยอมลุกขึ
Vortex Innovation…ต่อ...“เวรกรรม… เวรกรรม… คำว่าเวรกรรมสะกดยังไง ให้ตามมาดูไอ้สองตัวที่นั่งกอดกันกลมตรงนี้ได้เลย! เชี่ยเอ้ย! ไอ้ภพ... แม่ง... มึงนี่มันควายถวายเจ้าที่ของแท้ล้วนๆ ไม่มีวัวผสมเลยสักนิด!” นทีนั่งบ่นงึมงำอย่างเอือมระอาหลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจมารับตัวพรรณนิภาออกไปแล้ว เขาก็ได้แต่นั่งอึ้ง ทึ่ง ตะลึง... เพราะต่อให้คิดอย่างไรเขาก็คิดไม่ออกจริงๆ ว่ายัยนั่นไปเอาความคิดมาจากไหนว่าตรีภพเคยยื่นมือเข้าไปช่วยตอนโดนแกล้ง เพราะลำพังแค่ไอ้ภพเดินผ่านแล้วยอมหันไปมองหน้าใครสักคนได้ ก็นับว่าที่สุดของมันแล้ว จะเอาอารมณ์ที่ไหนไปช่วยคนอื่น!ตรีภพกอดกระชับร่างอวบอิ่มของภรรยาไว้ในอ้อมอก “ส้นตีนเถอะไอ้ที! กูบอกมึงแล้วว่าอย่าเอาตัวเข้าไปยุ่งเรื่องของคนอื่น สุดท้ายผลกรรมมึงทำไว้ มันเลยตกมาลงที่กูเนี่ย!”“แต่กูก็ต้องยอมรับเลยนะว่ายัยนั่นฉลาดมากจริงๆ” นทีถอนหายใจยาว “มึงคิดดูสิ... วางแผนเล่นงานมึงได้อย่างแยบยวนสุดๆ อาศัยจังหวะและรอยร้าวในใจของพวกมึงจนจัดฉากได้แนบเนียนขนาดนี้ เสียดายความสามารถชะมัดที่เอาไปใช้ผิดทาง” นทีเอ่ยขึ้นเรียบๆ... โดยปกติเขาเป็นคนเคารพคนเก่งเสมอ นั่นจึงเป็นเหตุผลที่เขาตัดสินใ
นทียกมือขึ้นนวดขมับตัวเองแรงๆ ด้วยความเหนื่อยหน่าย เพราะตัวเขากับตรีภพสนิทกันจนแทบจะสิงร่างกันอยู่แล้ว ขนาดเวลาพาผู้หญิงไปเปิดห้องนอนยังต้องเปิดห้องติดกัน แล้วการที่ตรีภพจะแยกตัวไปนั่งกับเธอเพียงลำพังมันจะเป็นไปได้อย่างไร... “พรรณนิภา... เธอตั้งสติแล้วคิดดูดีๆ มองหน้าฉันสิ! เธอไม่เห็นฉันตอนที่ไอ้ภพเข้าใกล้เธอจริงๆ เหรอ”ตรีภพส่ายหน้าอย่างไม่เข้าใจในสิ่งที่พรรณนิภาพูด แต่ก็ยังคงกอดร่างอวบอิ่มของภรรยาไว้แน่น พยายามเค้นนึกถึงช่วงเวลาเมื่อเกือบยี่สิบปีก่อน ทว่ากลับไม่มีความทรงจำเหล่านั้นอยู่ในหัวเลย “พรรณนิภา... ฉันไม่รู้จักเธอจริงๆ เรื่องที่บอกว่าฉันช่วยเธอจากการโดนแกล้ง ฉันไม่รู้เลยว่ามันเกิดขึ้นตอนไหน และฉันมั่นใจว่าไม่เคยทำเรื่องแบบนั้น แล้วเรื่องที่บอกว่าฉันเข้าไปนั่งใกล้เธอตามลำพัง ยิ่งเป็นไปไม่ได้ใหญ่! เพราะฉันกับไอ้นทีอยู่ติดกันตลอดเวลาที่อยู่ในมหาวิทยาลัย!”พรรณนิภาจ้องมองภาพสองสามีภรรยาที่กอดกันกลมด้วยความอิจฉาริษยาที่ปะทุขึ้นในอก “ฮ่าๆ นั่งกอดเมียที่แสนรัก... เมียที่แสนน่ารังเกียจ! แล้วจะกล้าพูดออกมาได้ยังไงว่าเคยหรือไม่เคย! ฮ่าๆ ผู้หญิงที่ยอมคุณทุกอย่าง ไม่เถียง ไม่ตอบโต้ ยอมใ
Vortex Innovation…ต่อ...“ก็ใช่นะสิ!” นทีสบถกร้าว “ส่วนไอ้ควายตัวนี้… ก็เอาแต่ปิดหูปิดตาตัวเอง ไม่ยอมรับฟังความจริงอะไรเลยตอนที่อยู่ในคุกตั้งสิบปี! ถ้ามันรู้จักใช้สมองเปิดใจรับฟังเรื่องราวรอบตัวสักนิด มันก็คงคิดได้ตั้งแต่ตอนนั้นแล้ว ไม่ต้องปล่อยให้เวลาล่วงเลยมานานขนาดนี้หรอก!” นทีทิ้งตัวลงนั่งกระแทกกับโซฟาด้วยความหัวเสียและโกรธแค้นแทนเพื่อน“สรุปก็คือ... ทั้งตัวกู พิมพ์ และไอ้ตาม... ตกเป็นเหยื่ออยู่ในเกมของผู้หญิงจิตวิปริตคนนั้นสินะ” ตรีภพแค่นหัวเราะออกมาอย่างเย้ยหยันตัวเอง ทั้งหมดนี้เป็นเพราะความใจร้อนและทิฐิของเขาเองที่ไม่ยอมรอบคอบให้ดีเสียก่อน“ก็เออนะสิ!” นทีตอกกลับทันควัน “ยัยนั่นเฝ้าสังเกตชีวิตมึงมาหลายปี ตั้งใจเล็งจุดอ่อนที่เปราะบางที่สุดของมึง คอยกวนตะกอนอารมณ์ให้มึงเดือดดาลแล้วลงมือทำลายทิ้ง แถมยังจงใจทรมานคนที่มึงรัก ที่สามารถครอบครองมึงให้แหลกคามือเล่นอีก... เรื่องเล่าตลกบ้าบอคอแตกอะไรตั้งสิบปี เวรจริงๆ! มึงคอยดูนะไอ้ภพ เรื่องตลกเหี้ยๆ แบบนี้น่ะ กูจะเก็บเอาไว้เล่ากรอกหูยันทายาทลูกหลานของมึง! กูจะบังคับให้มันเล่าสืบทอดต่อไปยันโคตรเหง้าศักราชของหลานมึงโน่นเลยคอยดู!”นทีส







