تسجيل الدخولณ บ้านไม้หลังเก่าท้ายหมู่บ้าน…
ตรีภพกระแทกประตูไม้ที่สภาพแทบพังให้ปิดลงด้วยความหงุดหงิด และความรู้สึกเป็นห่วงที่เขาคิดว่าไม่ควรจะมอบให้เธอ... แต่สิ่งที่เขาและนทีผู้เป็นเพื่อนไปสืบมา แม้ชายชู้คนนั้นจะเดินขากระเผลก แต่ก็ไม่ได้ขัดขวางหน้าที่การงานแต่อย่างใด แถมตอนนี้ก็แต่งงานมีครอบครัวไปแล้ว และคงจะเป็นผู้หญิงที่ชื่อใหม่คนเมื่อกี้นี้เอง
ในคราแรก ทั้งเขาและนทีต่างเข้าใจว่า ตาม เป็นคนอารมณ์ร้ายและนิยมความรุนแรง แต่สิ่งที่ไปสืบเจอกลับตรงกันข้ามทั้งหมด ตามเป็นคนหน้านิ่ง เคร่งครัดเรื่องระเบียบวินัยในที่ทำงาน แต่กลับแอบมาแย่งภรรยาคนอื่น ทว่าในชีวิตจริง ตามกลับเป็นคนที่อ่อนโยน เพียงแค่รักษาความเคร่งขรึมเอาไว้จนผู้คนมักเข้าใจผิดคิดว่าเป็นคนนิสัยรุนแรง ยามที่คำพูดของนทีเมื่อวานย้อนกลับเข้ามาในหัว ตรีภพก็ปาแก้วบนโต๊ะทิ้งจนแตกกระจาย!
เพล้ง!!
‘เฮ้ย... ไอ้ภพ ถ้าไอ้ตาม ชายชู้ที่แกว่ามันเลือดร้อน นิสัยรุนแรงจริง เมียมึงจะลุกขึ้นมาปกป้องมันทำไมวะ ถามจริงเหอะ... มันเคยสู้มึงกลับบ้างไหมในคืนนั้น’
ตรีภพพ่นลมหายใจยาว ชายหนุ่มพยายามนึกทบทวนเหตุการณ์ในคืนวันนั้นอีกครั้งว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง... เขาเพียงแค่อยากกระชากเมียตัวเองกลับบ้าน แต่ในยามที่ความโกรธแล่นขึ้นหน้า เขาได้พลั้งมือทำรุนแรงกับเธอหรือไม่?
เท่าที่จำได้ เขาเพียงแค่ดึงกระชากแขนของพิมพ์รดา และตามก็พยายามก้าวเข้ามาขวาง บอกให้เขาใจเย็นๆ แล้วตัวเขาก็สวนหมัดกลับไป... ใช่ไหม?
ทว่า... แล้วฝ่ามือของพิมพ์รดาที่ตบหน้าเขาเล่า? เธอตบหน้าเขาทำไม? แล้วตอนนั้นพิมพ์รดาได้ใส่เสื้อผ้าหรือยัง?
หลังจากฝ่ามือนั้นฉาดลงบนใบหน้า... ความคลั่งก็เข้าครอบงำจนสติขาด ผุดเข้าลากคอไอ้ชายชู้นั้นมากระทืบ จนกระทั่งพัตรกับนาวิ่งมาถึง เขาถึงยอมหยุด และจำได้ว่าเมียตัวเองหน้าซีดเผือดก่อนจะหมดสติเป็นลมไป
หลังจากนั้นเขาก็รีบไปคว้าตัวเธอมา... ไม่สิ ตอนนั้นเขาถูกพาตัวไปที่โรงพัก แล้วพิมพ์รดาอยู่กับใคร?
ความสับสนวุ่นวายในคืนนั้น ทำให้เขาไม่อาจจดจำเหตุการณ์ทั้งหมดได้อย่างแม่นยำ แต่ที่แน่ๆ คือ... ไอ้ตามไม่ได้ตอบโต้เขาเลยแม้แต่น้อย!
แล้วสิ่งที่เขาคิดและฝังใจมาตลอดสิบปีคืออะไรกัน? ที่เคยคิดว่าพิมพ์รดาชอบความรุนแรง จึงหลงใหลไปกับความโหดร้ายจากชายอื่น...
แต่ถ้าหากเรื่องราวทั้งหมดมันสลับกันล่ะ? ถ้าหากกลายเป็น ตัวเขาเองที่เป็นคนอารมณ์ร้อน ส่วนไอ้ชายชู้คนนั้นกลับเป็นฝ่ายอ่อนโยน...
“โธ่เว้ย!!”
ตรีภพปัดข้าวของบนโต๊ะจนตกกระจายเกลื่อนพื้น! ชายหนุ่มยกมือขึ้นนวดขมับ พยายามเค้นความคิดว่าตนเคยแสดงอารมณ์ร้ายหรือทำร้ายพิมพ์รดาหรือไม่ แต่เขาก็มั่นใจว่าไม่เคยเลยสักครั้ง
“แม่ง!! มันผิดพลาดตรงไหนวะ... พวกมึงสองตัวไปแอบรักกันตอนไหน!”
ตึ้ง... ตึ้ง... ตึ้ง!
ตรีภพสาวหมัดชกเข้ากับข้างฝาผนังบ้านด้วยความหงุดหงิดระคนกรุ่นโกรธ เพราะจนป่านนี้... เขาก็ยังไม่อาจเข้าใจได้เลยสักนิด ว่าทำไมพิมพ์รดาถึงต้องแอบไปมีคนอื่น!
*+*+*+*+*
ณ บ้านสีเทาเข้มหลังเล็ก…
ช่วงสาย…
พิมพ์รดานั่งอยู่บนโซฟาตัวเล็ก ดวงตาปรือปรอยทอดมองหลานชายทั้งสองคนที่กำลังนั่งเล่นของเล่นอย่างเพลิดเพลิน ภาพความทรงจำในคืนนั้นย้อนกลับเข้ามาในหัวอีกครั้ง... ความน่าอับอายยามถูกจับได้ว่าแอบมีชายอื่น ทั้งที่ทุกวันเธอยังคงนอนกอดก่ายอยู่กับตรีภพ เพียงเพราะความแปลกใหม่ที่ไม่เคยได้รับ และบางสิ่งที่ตรีภพไม่เคยเติมเต็มให้ เธอจึงหลงใหลและปล่อยตัวปล่อยใจไปกับมัน
ทว่าตอนนี้ สิ่งเดียวที่เหลืออยู่... มีเพียงทะเบียนสมรสที่เธอแอบกอดไว้ไม่ยอมปล่อย เธอปฏิเสธที่จะเซ็นใบหย่าที่ทนายนำมายื่นให้ตลอดสิบปีที่ผ่านมา พิมพ์รดานอนกอดกระดาษสองแผ่นที่ไร้ชีวิตนั้นไว้ราวกับมันคือลมหายใจทั้งหมดที่เหลืออยู่ โดยไม่เคยมีใครรับรู้มาก่อนเลย
หญิงสาวนั่งมองหลานชายทั้งสองที่หัวเราะอย่างมีความสุขกับของเล่นชุดใหม่ที่เธอเพิ่งสั่งออนไลน์มาให้... ในอดีต เธอเคยใฝ่ฝันอยากจะมีลูกกับตรีภพ แต่ในยามนี้ เธอทำได้เพียงกอดความหวังอันแห้งแล้งจากแผ่นกระดาษไร้ชีวิตสองแผ่นนั้นไว้เท่านั้น
แกร๊ก…
เสียงเปิดบานเลื่อนมุ้งลวดดังขัดจังหวะความคิด พิมพ์รดาเงยหน้ามองตามสัญชาตญาณ ก่อนจะพบร่างสูงใหญ่ดุดันของตรีภพเดินถือตะกร้าผ้าเข้ามา
“พี่ฝากซักผ้าหน่อย... เครื่องซักผ้าที่บ้านโดนเธอขนมาใช้ที่นี่จนหมดแล้ว ช่วงนี้พี่ต้องไปทำงาน ช่วยซักให้ด้วย” ตรีภพวางตะกร้าผ้าลงบนพื้นแล้วหมุนตัวเดินกลับออกไปอย่างรวดเร็ว ราวกับกลัวว่าจะถูกปฏิเสธ... ตัวเขาเองก็เริ่มไม่แน่ใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเอง ทั้งที่แค่วางตะกร้าผ้าไว้หลังรถกระบะ เขาก็เอาไปส่งซักในเมืองได้แท้ๆ แต่ทำไม... ถึงต้องดั้นด้นเอามาให้เธอซักให้ด้วย
พิมพ์รดามองตะกร้าพลาสติกของตรีภพพลางถอนหายใจยาว เธอลุกขึ้นเดินไปยกมันตรงไปยังห้องครัวหลังบ้านเพื่อจัดการซักผ้าให้เขา หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวแรงจนแทบจะทะลุออกมานอกอก จนเธอต้องยกมือเย็นเฉียบขึ้นมากุมอกไว้แน่น
ตลอดหนึ่งอาทิตย์ที่ผ่านมา ยามที่มองออกไปนอกหน้าต่าง เธอจะเห็นตรีภพตื่นแต่เช้ามาออกกำลังกาย เห็นเพื่อนเขานำรถมาให้ใช้สำหรับไปทำงาน และยังเห็นผู้หญิงที่ติดตามเพื่อนเขามา... ดูเหมือนเธอคนนั้นจะสนิทสนมกับเขามากทีเดียว
“พิมพ์... เธอเป็นแค่เมียที่ทำร้ายเขา ไม่มีสิทธิ์ไปหึงหวงอะไรทั้งนั้น เธอมันก็แค่ผู้หญิงหน้าด้านที่ไม่ยอมปล่อยมือ” หญิงสาวพึมพำตอกย้ำตัวเองเบาๆ พลางหยิบเสื้อผ้าลงถังซัก เธอเขย่ากางเกงยีนส์ของเขาทุกตัวเพื่อเช็กเอาเศษกระดาษ ก้นบุหรี่ หรือไฟแช็กที่เขามักจะลืมทิ้งไว้ในกระเป๋าออก...
ทว่า พิมพ์รดากลับต้องเค้นยิ้มสมเพชให้ตัวเอง เมื่อมีซองถุงยางอนามัยหลุดร่วงออกมาจากกระเป๋ากางเกงของเขา พิมพ์ทำเพียงแค่หยิบมันโยนกลับลงไปในตะกร้าผ้าตามเดิม... แม้ในอกจะเจ็บปวดราวกับถูกกรีดแทง แต่เธอก็พยายามกลั้นน้ำตาไว้สุดชีวิต แล้วหยิบเสื้อผ้าชิ้นต่อไปโยนลงถังซัก เพื่อทำหน้าที่ที่สมควรทำ... พยายามชดเชยความผิดในสิ่งที่เธอพอจะทำได้ในตอนนี้
Vortex Innovationต่อ...“เด็กอายุยี่สิบสี่... แม่งเอ้ย! ถ้าเกิดเจอเรื่องส้นตีนแบบมึงขึ้นมากูจะทำยังไงวะ เด็กอายุยี่สิบสี่... แม่งนั่งคุยกับกู แต่กูฟังอะไรจากเธอไม่รู้เรื่องเลยสักอย่าง! กูไม่ชอบเลยว่ะ” นทีหยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมา พลางรัวนิ้วพิมพ์ข้อความส่งตรงถึงผู้เป็นแม่ทันที[ “แม่ครับ... ผมไปเจอเธอมาแล้วนะ เราสองคนคุยกันไม่รู้เรื่องเลย ผมบอกซ้ายเธอจะไปขวา ผมไม่ชอบ! ผมชอบคนที่คุยกันรู้เรื่อง รู้จักคิด ผมต้องการคู่ชีวิตไม่ใช่ภาระ เด็กสาวน่าเบื่อแบบนั้นหาที่ไหนก็เจอ ผมไม่เอา! ถ้าแม่บังคับอีก ผมจะย้ายกลับสวิตเซอร์แลนด์แล้วจะไม่กลับเมืองไทยอีกเลย คราวนี้ต่อให้แม่ไปตามหา ผมก็จะหนีเข้าป่าไปหาทางตายในที่ที่พ่อแม่หาไม่เจอ อย่ามาบังคับผมอีก!” ]พิมพ์รดามองตรีภพด้วยความสงสัย พลางหันมาเอ่ยกับนที “พี่ทีคะ… มันอาจจะไม่ได้แย่ขนาดนั้นก็ได้มั้งคะ”นทีถอนหายใจยาวออกมาอีกเฮือก “ไม่จริงหรอกน้องพิมพ์... อันดับแรกเลยนะ อายุน้อยกว่าพี่ แน่นอนว่าพี่ชอบ แต่... ก็อย่าเอาเรื่องอายุน้อยมากดดันให้พี่ต้องวิ่งไล่ตามเอาใจทุกอย่างสิ มันไม่ใช่ชีวิตคู่! สักวันพี่ก็ต้องเหนื่อย ต้องเครียด แต่กลับบ้านไปต้องไปนั่งเอาใจเมียที
ณ บ้านหลังเล็กสีเทาเข้ม…ต่อ..“อื้อ… พี่ภพคะ… อ้า… มันลึกเกินไปค่ะ อ๊า…” หญิงสาวครางหวานพลางร้องขอ เมื่อแก่นกายขนาดยักษ์บดกระแทกกระทบจุดเดิมซ้ำๆ ทว่าท่อนเนื้อขนาดมหึมาที่ขยับครูดครัดภายในร่องรักอย่างเนิบนาบ กลับทำให้เธอสัมผัสได้ถึงทุกอณูของความร้อนระอุ และเส้นเลือดปูดโปนรอบความยิ่งใหญ่ที่เต้นตุบตามจังหวะหายใจของร่างหนา ฝ่ามืออวบอิ่มจิกเกร็งผ้าปูที่นอนไว้แน่นจนแทบขาดวิ่น เพราะความวาบหวามที่แล่นพล่านไปทั่วตัวตรีภพขบกรามแน่นจนขึ้นเป็นสันนูน ความอุ่นร้อนภายในกายเมียรักสร้างความรัญจวนใจ ชายหนุ่มเปลี่ยนจังหวะเนิบนาบมาถาโถมกระหน่ำแรงเข้าไปในร่างอวบ ตอกอัดความเป็นชายเข้าไปในผนังเนื้อนุ่มอุ่นอย่างดิบเถื่อน พลางขยับโน้มกายไปด้านหน้า ทำให้ขาอวบสวยย้ายลงมาอยู่ที่แขน เขาเท้าแขนลงกับเบาะพลางโหมกระหน่ำความเป็นชายอันทรงอำนาจเข้าไปด้วยความเร็วแรง จนเรือนร่างอวบอัดสั่นคลอนไปตามแรงกระแทกดุดัน“อ๊ะ… เบาค่ะ… อ๊า… เบา เบา” ใบหน้างามเหยเกด้วยความเจ็บจุก เมื่อก่อนตรีภพไม่ค่อยทำเช่นนี้กับเธอเพราะกลัวเธอเจ็บ แต่ยามนี้เขากำลังกระแทกกระทั้นแก่นกายมโหฬารเข้าใส่เธอไม่ยั้ง แรงตอกอัดดิบเถื่อนทำเอาร่างกายของเธอสั่น
ณ บ้านสีเทาเข้มหลังเล็ก…กลางดึก…ตรีภพเดินกลับมาจากบ้านไม้หลังเก่า เขารู้สึกโชคดีที่ตนเองได้ซ่อมแซมระบบไฟฟ้าและสายไฟต่างๆ ไว้จนเรียบร้อย เพราะไม่อย่างนั้นคงมีปัญหาเรื่องที่พักเวลานทีเมาหัวราน้ำแบบนี้ ชายหนุ่มก้าวเท้าเข้ามาในบ้าน พลางทอดสายตามองดูร่างอวบอิ่มที่กำลังนั่งอยู่บนพื้น รัวนิ้วลงบนแป้นพิมพ์เพื่อแต่งนิยายอย่างตั้งอกตั้งใจ “พิมพ์… พี่อยากมีลูกแล้ว”พิมพ์รดาชะงักมือที่กำลังกดแป้นพิมพ์ทันที เธอกลืนน้ำลายลงคออย่างลำบากใจ ก่อนจะหันไปมองหน้าเขา “ขอเวลาพิมพ์สักปีได้ไหมคะ... พิมพ์อยากใช้เวลาอยู่กับพี่ให้หายคิดถึงก่อน”ตรีภพถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก ก่อนจะขยับตัวเข้าไปนั่งลงข้างกายของเธอ พลางก้มลงสูดดมกลิ่นหอมอ่อนๆ ของสบู่และแชมพูจากเรือนร่างอวบอิ่มอย่างแสนรัก “ได้สิ… พี่เองก็อยากอยู่กับพิมพ์ให้หายคิดถึงเหมือนกัน”พิมพ์รดายิ้มออกมาอย่างงดงาม เป็นรอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความสุขจากหัวใจ “พี่ภพไปอาบน้ำก่อนเถอะค่ะ ตัวเหม็นกลิ่นเหล้ามากๆ เลย”ฝ่ามือหนาเอื้อมไปลูบศีรษะภรรยาอย่างอ่อนโยน “เหม็นมากเลยเหรอครับ”พิมพ์รดาพยักหน้ารับทันที “เหม็นมากจริงๆ ค่ะ”ตรีภพยิ้มขำพลางส่ายหน้าเบาๆ ก่อนจะยอมลุกขึ
Vortex Innovation…ต่อ...“เวรกรรม… เวรกรรม… คำว่าเวรกรรมสะกดยังไง ให้ตามมาดูไอ้สองตัวที่นั่งกอดกันกลมตรงนี้ได้เลย! เชี่ยเอ้ย! ไอ้ภพ... แม่ง... มึงนี่มันควายถวายเจ้าที่ของแท้ล้วนๆ ไม่มีวัวผสมเลยสักนิด!” นทีนั่งบ่นงึมงำอย่างเอือมระอาหลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจมารับตัวพรรณนิภาออกไปแล้ว เขาก็ได้แต่นั่งอึ้ง ทึ่ง ตะลึง... เพราะต่อให้คิดอย่างไรเขาก็คิดไม่ออกจริงๆ ว่ายัยนั่นไปเอาความคิดมาจากไหนว่าตรีภพเคยยื่นมือเข้าไปช่วยตอนโดนแกล้ง เพราะลำพังแค่ไอ้ภพเดินผ่านแล้วยอมหันไปมองหน้าใครสักคนได้ ก็นับว่าที่สุดของมันแล้ว จะเอาอารมณ์ที่ไหนไปช่วยคนอื่น!ตรีภพกอดกระชับร่างอวบอิ่มของภรรยาไว้ในอ้อมอก “ส้นตีนเถอะไอ้ที! กูบอกมึงแล้วว่าอย่าเอาตัวเข้าไปยุ่งเรื่องของคนอื่น สุดท้ายผลกรรมมึงทำไว้ มันเลยตกมาลงที่กูเนี่ย!”“แต่กูก็ต้องยอมรับเลยนะว่ายัยนั่นฉลาดมากจริงๆ” นทีถอนหายใจยาว “มึงคิดดูสิ... วางแผนเล่นงานมึงได้อย่างแยบยวนสุดๆ อาศัยจังหวะและรอยร้าวในใจของพวกมึงจนจัดฉากได้แนบเนียนขนาดนี้ เสียดายความสามารถชะมัดที่เอาไปใช้ผิดทาง” นทีเอ่ยขึ้นเรียบๆ... โดยปกติเขาเป็นคนเคารพคนเก่งเสมอ นั่นจึงเป็นเหตุผลที่เขาตัดสินใ
นทียกมือขึ้นนวดขมับตัวเองแรงๆ ด้วยความเหนื่อยหน่าย เพราะตัวเขากับตรีภพสนิทกันจนแทบจะสิงร่างกันอยู่แล้ว ขนาดเวลาพาผู้หญิงไปเปิดห้องนอนยังต้องเปิดห้องติดกัน แล้วการที่ตรีภพจะแยกตัวไปนั่งกับเธอเพียงลำพังมันจะเป็นไปได้อย่างไร... “พรรณนิภา... เธอตั้งสติแล้วคิดดูดีๆ มองหน้าฉันสิ! เธอไม่เห็นฉันตอนที่ไอ้ภพเข้าใกล้เธอจริงๆ เหรอ”ตรีภพส่ายหน้าอย่างไม่เข้าใจในสิ่งที่พรรณนิภาพูด แต่ก็ยังคงกอดร่างอวบอิ่มของภรรยาไว้แน่น พยายามเค้นนึกถึงช่วงเวลาเมื่อเกือบยี่สิบปีก่อน ทว่ากลับไม่มีความทรงจำเหล่านั้นอยู่ในหัวเลย “พรรณนิภา... ฉันไม่รู้จักเธอจริงๆ เรื่องที่บอกว่าฉันช่วยเธอจากการโดนแกล้ง ฉันไม่รู้เลยว่ามันเกิดขึ้นตอนไหน และฉันมั่นใจว่าไม่เคยทำเรื่องแบบนั้น แล้วเรื่องที่บอกว่าฉันเข้าไปนั่งใกล้เธอตามลำพัง ยิ่งเป็นไปไม่ได้ใหญ่! เพราะฉันกับไอ้นทีอยู่ติดกันตลอดเวลาที่อยู่ในมหาวิทยาลัย!”พรรณนิภาจ้องมองภาพสองสามีภรรยาที่กอดกันกลมด้วยความอิจฉาริษยาที่ปะทุขึ้นในอก “ฮ่าๆ นั่งกอดเมียที่แสนรัก... เมียที่แสนน่ารังเกียจ! แล้วจะกล้าพูดออกมาได้ยังไงว่าเคยหรือไม่เคย! ฮ่าๆ ผู้หญิงที่ยอมคุณทุกอย่าง ไม่เถียง ไม่ตอบโต้ ยอมใ
Vortex Innovation…ต่อ...“ก็ใช่นะสิ!” นทีสบถกร้าว “ส่วนไอ้ควายตัวนี้… ก็เอาแต่ปิดหูปิดตาตัวเอง ไม่ยอมรับฟังความจริงอะไรเลยตอนที่อยู่ในคุกตั้งสิบปี! ถ้ามันรู้จักใช้สมองเปิดใจรับฟังเรื่องราวรอบตัวสักนิด มันก็คงคิดได้ตั้งแต่ตอนนั้นแล้ว ไม่ต้องปล่อยให้เวลาล่วงเลยมานานขนาดนี้หรอก!” นทีทิ้งตัวลงนั่งกระแทกกับโซฟาด้วยความหัวเสียและโกรธแค้นแทนเพื่อน“สรุปก็คือ... ทั้งตัวกู พิมพ์ และไอ้ตาม... ตกเป็นเหยื่ออยู่ในเกมของผู้หญิงจิตวิปริตคนนั้นสินะ” ตรีภพแค่นหัวเราะออกมาอย่างเย้ยหยันตัวเอง ทั้งหมดนี้เป็นเพราะความใจร้อนและทิฐิของเขาเองที่ไม่ยอมรอบคอบให้ดีเสียก่อน“ก็เออนะสิ!” นทีตอกกลับทันควัน “ยัยนั่นเฝ้าสังเกตชีวิตมึงมาหลายปี ตั้งใจเล็งจุดอ่อนที่เปราะบางที่สุดของมึง คอยกวนตะกอนอารมณ์ให้มึงเดือดดาลแล้วลงมือทำลายทิ้ง แถมยังจงใจทรมานคนที่มึงรัก ที่สามารถครอบครองมึงให้แหลกคามือเล่นอีก... เรื่องเล่าตลกบ้าบอคอแตกอะไรตั้งสิบปี เวรจริงๆ! มึงคอยดูนะไอ้ภพ เรื่องตลกเหี้ยๆ แบบนี้น่ะ กูจะเก็บเอาไว้เล่ากรอกหูยันทายาทลูกหลานของมึง! กูจะบังคับให้มันเล่าสืบทอดต่อไปยันโคตรเหง้าศักราชของหลานมึงโน่นเลยคอยดู!”นทีส







