LOGINณ บ้านสีเทาเข้มหลังเล็ก…
ช่วงเที่ยง…
แสงแดดยามเที่ยงวันส่องสว่าง ชักนำความอบอุ่นเข้ามาปัดเป่าความหนาวเย็นชืดของฤดูหนาวให้บรรเทาลง... พิมพ์รดานอนฟุบหลับอยู่บนโซฟาตัวเล็กด้วยความเหนื่อยอ่อน
นาผู้เป็นพี่สะใภ้เดินเข้ามาในบริเวณบ้านด้วยความตกใจ เมื่อสายตาปะทะเข้ากับเสื้อผ้าผู้ชายจำนวนมากที่ถูกซักและตากไว้บนราวหน้าบ้าน เธอรีบเลื่อนประตูเปิดเข้าไปด้วยความลุกลี้ลุกลน ทว่า ผลปรากฏว่าลูกชายคนโตกลับยกนิ้วขึ้นจุ๊ปากส่งสัญญาณบอกให้เธอเงียบเสียง แล้วชี้มือไปทางน้าสาวที่กำลังหลับไหลอยู่บนโซฟา หญิงสาวจึงถอนหายใจออกมาเบาๆ ก่อนจะกวักมือเรียกเด็กๆ ให้ก้าวตามออกมาด้านนอก
เมื่อเลื่อนบานประตู กระจกปิดลงอย่างเบามือ นาก็หันมาถามลูกๆ พลางชี้ไปที่ราวตากผ้าที่มีแต่เสื้อผ้าผู้ชาย “ของใครกันลูก... รู้ไหม”
“ของลุงบ้านไม้หลังนั้นครับ เขาบอกว่าน้าพิมพ์ขโมยถังซักผ้าของเขามา เลยเอาผ้ามาให้น้าพิมพ์ซักให้” นัดลูกชายคนโตชี้มือไปทางบ้านไม้หลังเก่า
“ตอนน้าพิมพ์เก็บผ้าใส่ถัง... น้าพิมพ์ร้องไห้ด้วยแหละแม่ พุดวิ่งเข้าไปห้องน้ำเลยไปเจอเข้าพอดี” พุดลูกชายคนเล็กเอ่ยเสริมขึ้นมา
“ตอนตากผ้าก็น้ำตาไหลครับ แม่ครับ... น้าพิมพ์เป็นอะไรไปเหรอครับ” นัดเอ่ยถามด้วยความสงสัยตามประสาเด็ก
นาทอดสายตามองเสื้อผ้าที่ตากเรียงรายอยู่บนราวตากผ้า พลางพ่นลมหายใจออกมา... เพราะดูท่าแล้ว ไม่ใช่แค่ยัยพิมพ์รดาคนเดียวหรอกที่ตัดใจไม่ได้ แม้แต่ตรีภพเองก็คงยังตัดใจไม่ลงเช่นกัน เพียงแต่ความโกรธและความแค้นมันยังคงฝังลึกอยู่ในหัวใจเท่านั้นเอง
หญิงสาวหันกลับไปมองลอดบานกระจกเข้าไปในบ้านอีกครั้ง... หรือบางที เธอควรจะเอ่ยปากพูดคุยกับตรีภพดูสักครั้ง? บอกให้เขารู้ว่า ยัยพิมพ์รดานอนกอดทะเบียนสมรสที่ไร้ชีวิตแผ่นนั้นมาตลอดสิบปี... เพราะในวันที่พิมพ์คิดสั้นกรีดข้อมือ เป็นเธอเองที่เข้าไปค้นเอกสารสำคัญจนเจอแผ่นกระดาษนั้นเข้า และในตู้เสื้อผ้าของพิมพ์รดา ก็ยังคงมีเสื้อผ้าของตรีภพถูกจัดเก็บไว้อย่างดีเสมอมา
“น้าพิมพ์เขาเหนื่อยน่ะลูก... เรากลับบ้านกันเถอะ เลิกกวนให้น้าพิมพ์ได้พักผ่อน เดี๋ยวตอนเย็นพอน้าเขาตื่น ค่อยมาเล่นกันใหม่นะ”
*+*+*+*+*
Vortex Innovation…
ช่วงบ่าย…
ท่ามกลางแสงแดดภายนอกที่สาดรับกับท้องฟ้าปลอดโปร่ง... นทีเดินเข้ามาในห้องผู้บริหารด้วยสีหน้าเคร่งเครียด พลางโยนปึกเอกสารในมือลงบนโต๊ะให้เพื่อนรัก
“ซวยเช็ดเถอะ! พวกมึงสองสามคนเล่นเกมอะไรกันอยู่วะ... มึงนึกดูให้ดีนะเว้ยไอ้ภพ ว่าไอ้ตามมันเคยเจอมึงไหม หรือพวกมึงเคยมีเรื่องอะไรกันมาก่อนหรือเปล่า”
นทียืนกอดอก ชี้มือไปที่ปึกเอกสาร “ข้อมูลทั้งหมดในนี้คืออะไรมึงรู้ไหม... ไอ้ตามมันเป็นฝ่ายวิ่งตามจีบน้องพิมพ์รดาเว้ย!”
ตรีภพยกมือขึ้นนวดขมับอย่างเหนื่อยอ่อน “แล้วห้องทำงานกูเสร็จหรือยัง”
นทีทำหน้าตาแตกตื่นลนลาน “ห้องทำงานอะไร! ก็มึงนั่งอยู่ตรงนี้ไง ห้องทำงานของมึง!”
ปัง!!
เสียงฝ่ามือหนาของตรีภพกระแทกลงบนโต๊ะไม้ขนาดใหญ่ดังลั่นห้อง! “ไอ้นที... มึงหมายความว่ายังไง!”
นทีรีบกระโดดถอยกรูดออกมาอย่างรวดเร็ว เพราะเขารู้จักนิสัยเพื่อนคนนี้ดี “เฮ้ย! มึงใจเย็นหน่อยจะได้ไหมวะ!”
ตรีภพจ้องมองเพื่อนรักด้วยสายตาดุดัน “อธิบายมา เดี๋ยวนี้... ก่อนที่กูจะเดินออกไป”
นทีรีบยกมือขึ้นห้ามปรามพัลวัน “ใจเย็นๆ มึง... กูจะเป็นลูกครึ่งหรือลูกเสี้ยวอะไรก็ช่างแม่งมันเถอะ แต่ทางบ้านกำลังบังคับให้กูแต่งงาน แล้วบริษัทนี้กูไม่อยากให้มันกลายเป็นสินสมรส มึงช่วยกูหน่อยเถอะ ถือว่าเป็นความภูมิใจเดียวในชีวิตกูนะเว้ย”
ตรีภพยกมือขึ้นนวดขมับด้วยความระอา “ไอ้ที... กูเพิ่งออกจากคุกมาได้แค่เดือนกว่า มึงเข้าใจไหมว่ากูเป็นขี้คุก... มึงเข้าใจคำว่าขี้คุกไหมไอ้นที!”
นทีเดินไปนั่งลงบนโซฟาตัวยาวกลางห้อง “แล้วไงวะ... ความสามารถของมึงมันไม่ได้ตายตามไปด้วยสักหน่อย ก็ไม่ได้เดือดร้อนอะไรนี่หว่า”
ตรีภพทรุดกายลงบนเก้าอี้หนัง “นที... ครอบครัวมึงเป็นใครกันแน่ ถึงสามารถเอื้อมมือเข้าไปช่วยกูในคุกได้”
“สนใจทำเหี้ยอะไรว่าครอบครัวกูเป็นใคร มึงมีหน้าที่ดูแลบริษัทนี้ไว้ให้ดีเถอะ อย่าลืมว่าหุ้นสี่สิบเปอร์เซ็นต์มันเป็นของมึง!” นทีล้มตัวลงนอนบนโซฟากลางห้อง แต่แล้วก็เด้งตัวกลับขึ้นมานั่งอีกครั้ง
“เดี๋ยวสิ... เอาเรื่องไอ้ตาม ชายชู้ของมึงก่อน! ทนายของกูบอกว่า เมียมึงไม่ได้เซ็นใบหย่านะเว้ย เธอยังเป็นเมียตามกฎหมายของมึงอยู่นะไอ้ภพ!”
“อะไรนะ... ไม่ได้เซ็นใบหย่า? แต่กูขอให้ทนายทำเรื่องหย่าไปแล้วไม่ใช่หรือไง” ตรีภพถามด้วยความสงสัย เพราะในตอนนั้นที่เขามั่นใจว่าจะต้องติดคุกแน่ๆ เขาได้ขอให้นทีหาทนายมาทำเรื่องหย่า เพื่อเปิดทางให้เธอไปใช้ชีวิตกับชายชู้
“ก็เออน่ะสิ! เธอไม่ได้เซ็น ทนายบอกว่าเธอฉีกเอกสารทิ้งปลิวกระจายเลยนะเว้ย” นทีเอ่ยบอก เพราะตอนนั้นมัวแต่สนใจเรื่องตั้งบริษัท จึงไม่ได้ใส่ใจเรื่องทนายมากนัก
“แล้วก็เรื่องถุงยางอนามัยของมึงด้วย...” ตรีภพบ่นออกมาเสียงหนัก “มึงเลิกเอามายัดไว้ในกระเป๋ากางเกงกูสักทีเถอะ ถึงเราจะไซส์เดียวกัน แต่กูไม่มีอารมณ์ไปนอนกับใครทั้งนั้น!”
“เอ่อ... ทราบแล้วคร้าบ” นทีทำหน้ารับรู้ ก่อนจะพูดต่อ “ว่าแต่ไอ้ผู้ชายที่ชื่อตามเนี่ย แม่งสุดยอดเลยนะเว้ยที่กล้ามาแย่งเมียมึง ทั้งๆ ที่มันเป็นถึงสุภาพบุรุษระดับที่สาวๆ ในออฟฟิศต่างหลงรัก แย่งกันจีบหัวแทบแตก แต่ดันมาหลงรักน้องพิมพ์ของมึงเนี่ย”
“บางทีอาจจะเป็นเมียกูก็ได้... ที่เป็นฝ่ายไปอ่อยมัน” ตรีภพพูดพลางถอนหายใจยาว เพราะแม้พิมพ์รดาจะมีรูปร่างอวบ แต่เสน่ห์และความเย้ายวนของเธอไม่ได้น้อยหน้าผู้หญิงคนไหนเลย ไม่อย่างนั้นเขาคงไม่ตกหลุมรักเธอหัวปักหัวปำขนาดนี้
Vortex Innovation…ช่วงบ่าย…ต่อ...“ผู้หญิงที่แค่ถูกมึงตะคอกใส่นิดหน่อยก็ตัวสั่นเทาจนต้องถอยหนีแบบนั้นเนี่ยนะ... จะกล้าไปล่อลวงใคร ไม่มีทางหรอก” นทีทำหน้าไม่เชื่อถือตรีภพขมวดคิ้วมุ่นด้วยความสับสน “มึงพูดเรื่องอะไร... กูไม่เคยตะคอกใส่เธอ หรือขึ้นเสียงใส่เธอเลยแม้แต่ครั้งเดียว!”นทีทำหน้าตาแตกตื่นมองตรีภพด้วยความตกใจ “ไอ้ภพ... มึงไม่รู้ตัวเลยเหรอวะ! มึงตะโกนด่าเธอหน้ามหาวิทยาลัยตอนที่เธอขับรถไปรับมึงน่ะ มึงลืมไปแล้วหรือไง!”“นั่นกูแค่ดุเธอเอง! ก็เธอเล่นขับมอเตอร์ไซค์มาคนเดียวมันอันตรายขนาดนั้น มันทำกูโมโหจนแทบบ้า!” ยิ่งนึกถึงวันเวลาเก่าๆ ตรีภพก็ยิ่งหงุดหงิด ก้อนเนื้อในอกซ้ายบีบรัดจนแทบหายใจไม่ออกนทีกะพริบตาถี่ๆ พลันเข้าใจได้ทันทีว่า เพื่อนของเขากำลังหลงทางและเข้าใจผิดเกี่ยวกับพฤติกรรมของตัวเองมาตลอด “ไอ้ภพ... มึงเคยทะเลาะกับน้องพิมพ์ไหม”ตรีภพส่ายหน้า “ไม่เคย”“แล้วเคยแบบ... งอนกันไหม หรือหงุดหงิดใส่กันบ้างหรือเปล่า” นทีรุกถามต่อ เพราะภาพในหัวของเขาเริ่มร้อยเรียงเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมา... ตรีภพไม่ใช่คนใจเย็น ไม่มีผู้หญิงคนไหนอดทนไม่ทะเลาะกับมันได้หรอก เว้นเสียแต่ว่าผู้หญิงคนนั้น
ณ บ้านสีเทาเข้มหลังเล็ก…ช่วงเที่ยง…แสงแดดยามเที่ยงวันส่องสว่าง ชักนำความอบอุ่นเข้ามาปัดเป่าความหนาวเย็นชืดของฤดูหนาวให้บรรเทาลง... พิมพ์รดานอนฟุบหลับอยู่บนโซฟาตัวเล็กด้วยความเหนื่อยอ่อนนาผู้เป็นพี่สะใภ้เดินเข้ามาในบริเวณบ้านด้วยความตกใจ เมื่อสายตาปะทะเข้ากับเสื้อผ้าผู้ชายจำนวนมากที่ถูกซักและตากไว้บนราวหน้าบ้าน เธอรีบเลื่อนประตูเปิดเข้าไปด้วยความลุกลี้ลุกลน ทว่า ผลปรากฏว่าลูกชายคนโตกลับยกนิ้วขึ้นจุ๊ปากส่งสัญญาณบอกให้เธอเงียบเสียง แล้วชี้มือไปทางน้าสาวที่กำลังหลับไหลอยู่บนโซฟา หญิงสาวจึงถอนหายใจออกมาเบาๆ ก่อนจะกวักมือเรียกเด็กๆ ให้ก้าวตามออกมาด้านนอกเมื่อเลื่อนบานประตู กระจกปิดลงอย่างเบามือ นาก็หันมาถามลูกๆ พลางชี้ไปที่ราวตากผ้าที่มีแต่เสื้อผ้าผู้ชาย “ของใครกันลูก... รู้ไหม”“ของลุงบ้านไม้หลังนั้นครับ เขาบอกว่าน้าพิมพ์ขโมยถังซักผ้าของเขามา เลยเอาผ้ามาให้น้าพิมพ์ซักให้” นัดลูกชายคนโตชี้มือไปทางบ้านไม้หลังเก่า“ตอนน้าพิมพ์เก็บผ้าใส่ถัง... น้าพิมพ์ร้องไห้ด้วยแหละแม่ พุดวิ่งเข้าไปห้องน้ำเลยไปเจอเข้าพอดี” พุดลูกชายคนเล็กเอ่ยเสริมขึ้นมา“ตอนตากผ้าก็น้ำตาไหลครับ แม่ครับ... น้าพิมพ์เ
ณ บ้านไม้หลังเก่าท้ายหมู่บ้าน…ตรีภพกระแทกประตูไม้ที่สภาพแทบพังให้ปิดลงด้วยความหงุดหงิด และความรู้สึกเป็นห่วงที่เขาคิดว่าไม่ควรจะมอบให้เธอ... แต่สิ่งที่เขาและนทีผู้เป็นเพื่อนไปสืบมา แม้ชายชู้คนนั้นจะเดินขากระเผลก แต่ก็ไม่ได้ขัดขวางหน้าที่การงานแต่อย่างใด แถมตอนนี้ก็แต่งงานมีครอบครัวไปแล้ว และคงจะเป็นผู้หญิงที่ชื่อใหม่คนเมื่อกี้นี้เองในคราแรก ทั้งเขาและนทีต่างเข้าใจว่า ตาม เป็นคนอารมณ์ร้ายและนิยมความรุนแรง แต่สิ่งที่ไปสืบเจอกลับตรงกันข้ามทั้งหมด ตามเป็นคนหน้านิ่ง เคร่งครัดเรื่องระเบียบวินัยในที่ทำงาน แต่กลับแอบมาแย่งภรรยาคนอื่น ทว่าในชีวิตจริง ตามกลับเป็นคนที่อ่อนโยน เพียงแค่รักษาความเคร่งขรึมเอาไว้จนผู้คนมักเข้าใจผิดคิดว่าเป็นคนนิสัยรุนแรง ยามที่คำพูดของนทีเมื่อวานย้อนกลับเข้ามาในหัว ตรีภพก็ปาแก้วบนโต๊ะทิ้งจนแตกกระจาย!เพล้ง!!‘เฮ้ย... ไอ้ภพ ถ้าไอ้ตาม ชายชู้ที่แกว่ามันเลือดร้อน นิสัยรุนแรงจริง เมียมึงจะลุกขึ้นมาปกป้องมันทำไมวะ ถามจริงเหอะ... มันเคยสู้มึงกลับบ้างไหมในคืนนั้น’ตรีภพพ่นลมหายใจยาว ชายหนุ่มพยายามนึกทบทวนเหตุการณ์ในคืนวันนั้นอีกครั้งว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง... เขาเพียงแค่
ณ บ้านหลังเล็กโทนสีเทาเข้ม...หนึ่งอาทิตย์ต่อมา...ต่อ...ตรีภพขมวดคิ้วมุ่น... จังหวะนั้นเองที่สายตาคมกริบเพิ่งสังเกตเห็นรอยแผลเป็นขนาดใหญ่สามรอยที่แขนซ้ายของพิมพ์รดา รอยเย็บนั้นดูหยาบร้อน เหมือนทำไปเพียงเพื่อประสานเนื้อหนังให้ติดกัน โดยไม่ได้ใส่ใจเรื่องความสวยงามเลยสักนิด“ใช่... ฉันเป็นสามีของเธอ” ตรีภพโพล่งขึ้นมา “มีธุระอะไร ทำไมไม่พูดกับฉันตั้งแต่แรก จะให้ฉันพามาพบเธอทำไม”ใหม่หันไปมองตามน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงความเย็นเยียบนั้น “ภรรยาของคุณบอกว่าจะพาคุณไปขอโทษสามีของฉัน... เพราะคุณทำให้ขาของเขามันพิการจนต้องเดินกระเผลกไปตลอดชีวิต!”พิมพ์รดารีบก้าวไปยืนขวางตรงหน้าตรีภพด้วยใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บ เพราะเธอใช้เท้าเปล่าเหยียบลงบนกองหินคมๆ “ใหม่... เธอใจเย็นๆ ก่อน ฟังฉันก่อนนะ เหตุการณ์ในวันนั้นเธอไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ เธอไม่มีวันเข้าใจหรอก!”เพียะ!ใหม่เหวี่ยงฝ่ามือตบเข้าที่ใบหน้าของพิมพ์รดาอย่างแรง! “ใช่! ฉันมันมาทีหลัง... แต่ก็เป็นฉันนี่แหละที่รักเขาด้วยใจจริง และประคบประหงมช่วยให้เขาก้าวข้ามความเจ็บปวดพวกนั้นมาได้! ฉันไม่เข้าใจจริงๆ ว่าเธอมีดีอะไรนักหนา ถึงทำให้ผู้ชายดีๆ สอง
ณ บ้านไม้หลังเก่าท้ายหมู่บ้าน...ต่อ...พัตรเงียบเสียงลงกะทันหัน เมื่อนึกถึงภาพรอยเลือดสดๆ ที่เจิ่งนงอเต็มห้องน้ำ ขอบตาของเขาก็ร้อนผ่าวขึ้นมาทันที“เกิดอะไรขึ้นกับเธอ!” ตรีภพเค้นเสียงถามด้วยความตระหนกพัตรยกแก้วเหล้าขึ้นด้วยมือที่สั่นเทา ก่อนจะกระดกมันลงคอไป “เธอกรีดข้อมือตัวเอง... วันนั้นลูกชายผมได้ยินเสียงร้องไห้แปลกๆ เลยวิ่งมาบอกผม ผมกับพ่อรีบวิ่งไปเคาะประตูเรียกเท่าไรก็ไม่มีสัญญาณตอบรับ ผมเลยตัดสินใจทุบบานกระจกเข้าไป... สิ่งที่ผมเห็นในห้องน้ำ คือร่างของผู้หญิงคนหนึ่งนอนจมกองเลือด...”พัตรถอนหายใจแผ่วเบา “หลังจากวันนั้น ชาวบ้านถึงเริ่มเปลี่ยนท่าทีต่อเธอ... แต่เธอก็ไม่ยอมออกจากบ้านไปไหนง่ายๆ อีกเลย ยกเว้นแค่ออกมาดูแลพ่อกับแม่ของพี่”“นาย... พูดว่าอะไรนะ” ตรีภพย่นคิ้วจ้องมองพัตรด้วยความตะลึงงัน...ภาพเหตุการณ์เมื่อครู่ที่พิมพ์รดาลุกลี้ลุกลนรีบหดแขนลงใต้โต๊ะคอมพิวเตอร์ฉายซ้ำเข้ามาในหัว... ที่แท้เธอก็แค่ต้องการซ่อนรอยแผลเป็นนั้นไว้จากสายตาเขานั่นเองพัตรส่ายหน้าเบาๆ เรื่องราวพวกนี้เขาไม่เคยเอ่ยปากพูดคุยกับใคร เพราะมีแต่จะยิ่งตอกย้ำซ้ำเติมน้องสาว แม้แต่กับภรรยา เขาทำได้เพียงนั่งดื่
ณ บ้านหลังเล็กโทนสีเทาเข้ม...ตรีภพมองดูอาการลนลานนั้นครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดบทตัดอารมณ์ไปเรื่องอื่น “ฉันขอใช้ห้องอาบน้ำหน่อย... น้ำประปาที่บ้านจะใช้ได้ก็พรุ่งนี้เช้า”หญิงสาวพยักหน้ารับคำรวดเร็ว “ได้ค่ะ! พี่ภพเข้าไปอาบได้เลยค่ะ... หรือจะเปิดเครื่องปรับอากาศนอนพักผ่อนที่นี่ก่อนก็ได้นะคะ พิมพ์ต้องนั่งทำงานตลอดทั้งคืนอยู่แล้ว”ตรีภพจ้องมองใบหน้าซีดเซียวของหญิงสาว... แม้ชาวบ้านจะบอกว่าพิมพ์รดาอาศัยอยู่เพียงลำพังและไม่มีใคร แต่เขาก็ยากจะเชื่อคำบอกเล่านั้น ยิ่งในตอนนี้ เธอกลับบอกให้เขานอนพักที่บ้านเธอได้โดยไม่ลังเลหรือกังวลสิ่งใด “เธอไม่กลัวสามีใหม่มาเห็นหรือไงพิมพ์... หรือเธอชอบความวุ่นวาย ชอบเห็นผู้ชายตีกันเพราะแย่งเธอนัก!”ร่างอวบอัดส่ายหน้าจนผมสะบัด น้ำตาคลอเบ้า “พี่ภพ... พิมพ์ไม่มีสามีจริงๆ ค่ะ ตั้งแต่เกิดเรื่องวันนั้น... พิมพ์ก็ไม่มีใคร และไม่เหลือใครอีกแล้วจริงๆ”ตรีภพหยัดกายลุกขึ้นเต็มความสูง เขาเดินตรงไปยังห้องน้ำในห้องนอนอีกครั้ง ทว่าชายหนุ่มกลับชะงัก ช้อนสายตามองไปทางห้องนอนโทนสีเทา... เขาถอนหายใจยาว พลันเค้นเสียงหัวเราะสมเพชตัวเองในลำคอ ก่อนจะหมุนตัวเดินตรงไปยังประตูหน้าบ้านเพ







