Home / รักโบราณ / ระบบยอดหญิง ชาตินี้ข้าจะไม่ยอมถูกแลกด้วยข้าวสาร / ตอนที่ 3 หลักฐานบนข้อมือและตู้ไม้ที่ถูกงัด

Share

ตอนที่ 3 หลักฐานบนข้อมือและตู้ไม้ที่ถูกงัด

last update publish date: 2026-03-09 20:34:33

ตอนที่ 3 หลักฐานบนข้อมือและตู้ไม้ที่ถูกงัด

สายลมหนาวพัดหอบเอาเกล็ดหิมะสีขาวโพลนปลิวว่อนไปทั่วลานหน้าบ้านตระกูลหลิน แต่ทว่าความเย็นยะเยือกของอากาศนั้น ยังมิอาจเทียบได้กับความเย็นชาในแววตาของหลินเยี่ยนเยว่ ที่กำลังจ้องมองไปที่ข้อมือของน้องสาวต่างมารดาอย่างไม่วางตา

หลิวซื่อหน้าซีดเผือด รีบเอาตัวเข้าบังบุตรสาวของตนไว้ พลางส่งสายตากลิ้งกลอกมองไปทางชาวบ้านที่ยังคงจับกลุ่มซุบซิบกันอยู่ไม่ห่าง แม้เถ้าแก่หวังจะจากไปแล้ว แต่งิ้วโรงใหญ่ที่หลินเยี่ยนเยว่กำกับการแสดง ดูท่าจะยังไม่จบลงง่าย ๆ

“เจ้าพูดเรื่องเหลวไหลอันใด!!!” หลิวซื่อตวาดเสียงสูง พยายามข่มความตื่นตระหนกในน้ำเสียง “กำไลหยกอะไรกัน ข้าไม่เห็นรู้เรื่อง หลินชวง... รีบพาเป่าเอ๋อร์เข้าบ้านเดี๋ยวนี้ อย่าไปฟังคำพูดเพ้อเจ้อของนาง”

หลินชวงที่ยืนหลบอยู่หลังมารดา เม้มปากแน่น นางรีบดึงแขนเสื้อลงมาปิดข้อมือด้วยความร้อนรน ก่อนจะทำท่าจะหันหลังหนีเข้าเรือนตามคำสั่งแม่

“หยุดเดี๋ยวนี้นะ!!!”

น้ำเสียงของหลินเยี่ยนเยว่ไม่ได้ตะคอก แต่มันกังวานและทรงอำนาจอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน น้ำเสียงนั้นกดข่มให้ปลายเท้าของน้องต่างมารดาต้องหยุดชะงัก ถึงแม้ร่างของหลินเยี่ยนเยว่จะดูอ่อนแอ ทว่านางขยับกายเพียงเล็กน้อย ก็ก้าวไปขวางหน้าประตูเรือนเอาไว้ได้แล้ว

(เปิดใช้งานสกิลติดตัว จิตวิญญาณนางพญารายละเอียด เพิ่มแรงกดดันทางสายตา 30% ทำให้ศัตรูที่มีค่าความละอายใจต่ำเกิดอาการร้อนตัวจนเก็บอาการไม่อยู่)

หลินเยี่ยนเยว่เหยียดยิ้มมุมปาก นางก้าวเข้าไปหาหลินชวงช้า ๆ ทุกย่างก้าวช่างดูมั่นคง แตกต่างจากเด็กสาวขี้ขลาดในความทรงจำของทุกคนโดยสิ้นเชิง

“จะรีบไปไหนเล่า น้องรอง...” นางเอ่ยเสียงอ่อนหวาน แต่สายตาวาวโรจน์ที่จับจ้องไปที่แขนเสื้อของหลินชวงก็เย็นชาจนเด็กหญิงขนลุกชัน

“เมื่อครู่ข้ายังเห็นเจ้าอวดกำไลวงงามอยู่เลยมิใช่หรือ เหตุใดจึงรีบซ่อนเสียเล่า ของสวย ๆ งาม ๆ ก็ต้องเปิดให้คนเขาดูสิ ให้ท่านป้าจาง ให้ท่านลุงหลี่ ได้ร่วมชื่นชมด้วย ว่ากำไลหยกเนื้อดี ที่สวมอยู่บนข้อมือของลูกสาวชาวนาผู้ยากจน มันช่างงดงามและดูคุ้นตาเพียงใด”

ป้าจางที่ชื่นชอบเรื่องสนุกของชาวบ้านอยู่แล้ว ก็รีบขยับตัวเข้ามาเกาะรั้วทันที “นั่นสิ ๆ ข้าก็เห็นแวบ ๆ นะ สีเขียวมรกตน้ำงามเชียว ไม่น่าใช่ของราคาถูก ๆ ที่หาซื้อได้ในตลาดนัดแน่ ๆ ชวงเอ๋อร์บอกข้าทีแม่เจ้าไปซื้อจากที่ใดมาให้หรือ”

หลินชวงหน้าแดงก่ำ ด้วยความโกรธและความอาย นางเผลอตะโกนสวนกลับมา “นี่มันของข้า ท่านแม่ซื้อให้ข้า ไม่ใช่ของป้าหยุนเสียหน่อย นังพี่บ้าเจ้าอย่ามาใส่ร้ายข้านะ”

“โอ้...” หลินเยี่ยนเยว่เลิกคิ้ว “ข้ายังไม่ได้บอกเสียหน่อย ว่าเป็นของท่านแม่ข้า เจ้าก็จะร้อนตัวไปไย

(เป้าหมายติดกับดักทางวาจา คะแนนความฉลาดของคู่ต่อสู้ -10 ระบบวิจารณ์ โง่บรม... ร้อนตัวจนโป๊ะแตก โฮสต์ไม่ต้องออกแรงเยอะเลยนะเนี่ย นับว่ากำไรเห็น ๆ) หลินเยี่ยนเยว่ได้ยินเสียงกลั้วหัวเราะของระบบก็เกือบจะหยุดขำออกมา แต่ก็ต้องฝืนเอาไว้ก่อน

หลิวซื่อเห็นท่าไม่ดี รีบเข้ามาแทรกกลาง ผลักไหล่หลินเยี่ยนเยว่จนเซถอยหลังไปเล็กน้อย “นังลูกอกตัญญูเจ้าจะรังแกน้องไปถึงไหน กำไลวงนั้นข้าเก็บเล็กผสมน้อย ซื้อให้ชวงเอ๋อร์เองกับมือ เพื่อเป็นของขวัญวันปักปิ่น เจ้ามันขี้อิจฉา เห็นน้องได้ดีกว่าก็พาลหาเรื่อง!!”

หลินเยี่ยนเยว่ปัดฝุ่นหิมะออกจากไหล่ตรงที่ถูกผลักด้วยท่าทีรังเกียจ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาแม่เลี้ยง ดวงตาคู่นั้นวาวโรจน์ราวกับมีเปลวไฟลุกโชน

“เก็บเช่นนั้นหรือ” นางทวนคำเสียงเข้ม “ท่านแม่ของข้า... ท่านทำงานเย็บผ้าแลกเงินได้เดือนละกี่อีแปะกันหรือเจ้าคะ หรือต่อให้รวมกับเงินที่ท่านพ่อส่งมา ท่านคิดว่าเงินพวกนั้นจะพอซื้อหยกจักรพรรดิน้ำงามเช่นนั้นได้หรือ”

คำว่าหยกจักรพรรดิ เรียกเสียงฮือฮาจากชาวบ้านทันที แม้พวกเขาจะเป็นชาวบ้านร้านตลาด แต่ก็พอจะดูออกว่าของชิ้นนั้นมีราคาแพงระยับ เกินกว่าฐานะของครอบครัวหลินในยามนี้จะครอบครองได้

“ข้า... ข้า...” หลิวซื่ออึกอัก เหงื่อผุดขึ้นตามไรผมทั้งที่อากาศหนาวเหน็บ

หลินเยี่ยนเยว่ไม่ปล่อยให้โอกาสหลุดมือ นางหันไปหาลุงหลี่ ผู้ใหญ่บ้านที่ยืนสังเกตการณ์อยู่เงียบ ๆ

“ท่านลุงหลี่ ท่านเป็นผู้มีความรู้มากที่สุดในหมู่พวกเรา ข้าขอร้องให้ท่านช่วยมาตรวจสอบดูหน่อยเถิดเจ้าค่ะ ว่ากำไลวงนั้น ใช่กำไลที่เป็นสินเดิมของท่านแม่ข้าหรือไม่ ข้าจำได้แม่น ด้านในของกำไลวงนั้น มีการสลักอักษรคำว่าหยุน ซึ่งเป็นแซ่เดิมของท่านแม่เอาไว้”

คำประกาศนั้นเหมือนสายฟ้าฟาดลงกลางวง หลิวซื่อและหลินชวงตัวแข็งทื่อทันที เพราะความจริงข้อนี้ แม้แต่พวกนางเองก็อาจจะไม่ทันสังเกต หรือต่อให้เห็น ก็คงคิดไม่ถึงว่าหลินเยี่ยนเยว่จะรู้ละเอียดถึงเพียงนี้

หลินเยี่ยนเยว่ในยุคปัจจุบัน คือนักธุรกิจที่ต้องตรวจสอบสัญญาและสินค้าอย่างละเอียดรอบคอบ ความทรงจำของเจ้าของร่างเดิมในอดีตชาติผสานเข้ากับทักษะการสังเกตของนาง ทำให้รายละเอียดเล็กน้อยเหล่านี้กลายเป็นอาวุธร้ายแรง

และที่มารดาของร่างเก่ามีกำไลหยกจักรพรรดินั้น เพราะว่าท่านแม่เป็นบุตรสาวอนุที่เกิดในจวนขุนนาง ครั้งนั้นท่านแม่ได้รับหน้าที่จากแม่ใหญ่ให้ดูแลเรื่องอาหารในครัว ท่านพ่อเองก็เป็นเด็กรับจ้างที่ร้านผัก ครั้นเมื่อมาส่งผักบ่อยครั้ง ทั้งคู่ก็ตกหลุมรักกันในที่สุด

“จริงหรือ” ลุงหลี่ขมวดคิ้ว เดินเข้ามาใกล้ “หากมีการสลักชื่อไว้จริง ก็พิสูจน์ได้ไม่ยาก สะใภ้หลิน... ให้ลูกสาวเจ้าถอดกำไลออกมาให้ข้าดูเดี๋ยวนี้”

“ไม่!! ข้าไม่ให้ดู นี่มันของข้านะ ท่านแม่” หลินชวงกรีดร้อง กุมข้อมือแน่น ถอยหลังกรูดจนไปชนประตูบ้าน

“ท่านแม่ ไล่มันไป ไล่มันไปเดี๋ยวนี้”

“หลินชวง!!!” ลุงหลี่ตวาดเสียงดัง “เจ้าบริสุทธิ์ใจหรือไม่ หากบริสุทธิ์ใจก็แค่ถอดออกมาดู หากเจ้าไม่ยอมถอด แสดงว่าเจ้าขโมยของพี่สาวเจ้าจริงตามที่นางกล่าวหา”

แรงกดดันจากผู้นำหมู่บ้านและสายตาตำหนิจากชาวบ้าน ทำให้หลิวซื่อกระวนกระวายจนทำอะไรไม่ถูก นางรู้ดีว่าหากเรื่องนี้แดงขึ้นมา ชื่อเสียงที่นางสั่งสมมาว่าเป็นแม่เลี้ยงผู้แสนดี จะพังทลายไม่มีชิ้นดี

หลินเยี่ยนเยว่เห็นจังหวะที่แม่เลี้ยงกำลังสับสน นางจึงพุ่งตัวเข้าไปอย่างรวดเร็ว แม้ร่างกายนี้จะผอมแห้งแรงน้อย แต่ด้วยทักษะการต่อสู้ระยะประชิด ที่นางเคยเรียนมาในยุคปัจจุบัน รวมกับแรงแค้นที่อัดอั้นจากร่างเดิมในอดีตชาติ ทำให้การเคลื่อนไหวของนางรวดเร็วจนหลินชวงตั้งตัวไม่ทัน

“เอามานี่!!!” หลินเยี่ยนเยว่คว้าข้อมือของน้องสาวไว้แน่น บีบจนหลินชวงร้องเจ็บ

“โอ๊ย!!! ปล่อยข้านะ นังบ้า นังคนไม่มีแม่ ตัวบัดซบที่ท่านพ่อไม่รัก”

“ไม่มีแม่เช่นนั้นหรือ ตัวบัดซบเช่นหรือ หลินซวงถอดออกมา!” หลินเยี่ยนเยว่กดเสียงต่ำ นิ้วมือเรียวยาวแต่งัดแงะกำไลหยกออกจากข้อมืออวบอัดของน้องสาวอย่างไม่ปรานี ผิวเนื้อที่เสียดสีกันจนแดงเถือกนั้นนางไม่สน นางสนเพียงแค่ต้องเอาของดูต่างหน้าแม่คืนมา

(ระบบตรวจพบการใช้ความรุนแรงในระดับที่ยอมรับได้ คำแนะนำ บิดข้อมือนางอีกนิด องศานั้นจะทำให้กำไลหลุดง่ายขึ้น... นั่นแหละ เยี่ยมมาก) ทันทีที่ระบบจัดท่าให้ หลิวเยี่ยนเยว่ก็บิดตามทันที

“ว้าย!” กำไลหยกหลุดติดมือหลินเยี่ยนเยว่ออกมา พร้อมกับร่างของหลินชวงที่เซถลาล้มลงไปกองกับพื้นหิมะ

หญิงสาวไม่สนใจน้องสาวที่นั่งร้องไห้อยู่กับพื้น นางชูกำไลขึ้นส่องกับแสงแดดรำไร พลิกด้านในให้ลุงหลี่และป้าจางดูอย่างชัดเจน

“ดูสิเจ้าคะ ตัวอักษรหยุนแซ่ของท่านแม่ข้า!”

ลุงหลี่หรี่ตามอง ก่อนจะพยักหน้าช้า ๆ สีหน้าเคร่งขรึมลง “จริงอย่างที่เจ้าว่า... ลายมือสลักวิจิตรบรรจง นี่เป็นของตระกูลหยุนไม่ผิดแน่”

เสียงฮือฮาดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้เป็นเสียงก่นด่าสาปแช่ง

“ช่างหน้าไม่อายจริง ๆ ขโมยของคนตายมาใส่!”

“แม่เลี้ยงใจมาร หลอกขายลูกเลี้ยงไม่พอ ยังยักยอกสมบัติภรรยาเก่าของหลินเฉิงอีก”

“ดูสิ ลูกตัวเองใส่กำไลหยก แต่ลูกเลี้ยงผอมจนเหลือเพียงหนังหุ้มกระดูก น่าเวทนาจริง ๆ”

คำด่าทอเหล่านั้นพุ่งเป้าไปที่หลิวซื่อราวกับลูกธนู นางยืนตัวสั่นเทิ้ม หน้าซีดเผือดสลับแดงก่ำด้วยความอับอายและโกรธแค้น นางไม่เคยถูกฉีกหน้ากลางธารกำนัลเช่นนี้มาก่อน

“พอได้แล้ว!!!” หลิวซื่อตวาดลั่น พยายามกู้ศักดิ์ศรีคืนมา

“ข้า... ข้าเพียงแค่เก็บรักษาไว้ให้ เห็นว่าเยี่ยนเยว่ยังเด็ก กลัวจะทำหาย เลยเอามาให้ชวงเอ๋อร์ใส่เล่นชั่วคราวเท่านั้น ข้าเลี้ยงดูนางมาตั้งแต่เล็ก ป้อนข้าวป้อนน้ำ ต่อไม่ใช่ลูกในอกแล้วจะต่างกันตรงไหน แล้วนางผู้เป็นลูกจะกตัญญูต่อข้าไม่ได้หรืออย่างไร”

“เลี้ยงดูงั้นหรือ” หลินเยี่ยนเยว่แค่นหัวเราะ หันไปจ้องหน้าหลิวซื่อเขม็ง กำไลหยกในมือถูกกำแน่นจนนางรู้สึกเจ็บ แต่นั่นยิ่งย้ำเตือนให้นางมีสติ

“ท่านเลี้ยงดูข้า ด้วยน้ำข้าวต้มใส ๆ ที่แทบจะนับเม็ดข้าวได้ ในขณะที่ลูก ๆ ของท่านได้กินข้าวสวยพูนชาม... ท่านเลี้ยงดูข้า ด้วยเสื้อผ้าเก่าขาดที่หลินชวงใส่ไม่ได้แล้ว ในขณะที่นางได้ชุดใหม่ทุกเทศกาล และล่าสุด... ท่านจะตอบแทนความกตัญญูของข้า ด้วยการขายข้าแลกข้าวสารครึ่งกระสอบ ให้ไปเป็นเมียน้อยชายแก่อายุคราวพ่อ ท่านแม่ที่แสนดีของข้า ความรักที่มากมายของท่าน ข้าเยี่ยนเยว่รับไม่ไหวจริง ๆ”

นางก้าวเท้าเข้าหาหลิวซื่อทีละก้าว บรรยากาศรอบตัวนางดูน่าเกรงขามจนแม่เลี้ยงเผลอถอยหลังหนี

“นี่หรือคือความรักที่ท่านกล่าวถึง นี้หรือบุญคุณที่ข้าควรตอบแทน!” หลินเยี่ยนเยว่ก้าวเข้าหาอย่างช้า ๆ ทุกอย่างก้าวกดดันจนแม่เลี้ยงอสรพิษต้องถอยหนี

“เจ้า... เจ้าจะเอาอะไรอีก กำไลก็ได้คืนไปแล้ว” หลิวซื่อเสียงสั่น

“ปิ่นปักผมทองคำ” หลินเยี่ยนเยว่เอ่ยคำขาด “ข้าจำได้ว่าในกล่องสินเดิม นอกจากกำไล ยังมีปิ่นทองและโฉนดที่ดินสวนผักท้ายหมู่บ้าน ท่านลุงหลี่เจ้าคะ หากข้าจะขอให้ท่านช่วยเป็นพยานในการตรวจสอบทรัพย์สินคืน จะได้หรือไม่”

ลุงหลี่มองเด็กสาวตรงหน้าด้วยความแปลกใจ เขาไม่เคยคิดว่าหลินเยี่ยนเยว่ผู้เงียบขรึมจะมีความกล้าหาญและฉลาดเฉลียวถึงเพียงนี้

“ย่อมได้ ความยุติธรรมต้องมีอยู่ในหมู่บ้านเรา ข้าจะช่วยเจ้าเอง” ในฐานะผู้นำหมู่บ้าน หน้าที่นี้เขาก็ไม่สามารถหลบหลีกได้จริง ๆ

“ไม่นะ! ท่านจะเข้าไปค้นบ้านข้าไม่ได้!” หลิวซื่อร้องเสียงหลง รีบวิ่งไปกางแขนขวางประตูบ้านไว้ “นี่มันบ้านข้า สามีข้าไม่อยู่ พวกเจ้าไม่มีสิทธิ์!”

“บ้านหลังนี้...” หลินเยี่ยนเยว่ชี้ไปที่ตัวเรือนไม้เก่า ๆ “สร้างขึ้นด้วยเงินสินเดิมของแม่ข้าครึ่งหนึ่ง ท่านพ่อเป็นคนบอกข้าเอง ดังนั้นข้าที่เป็นลูกสาว ย่อมมีสิทธิ์”

พูดจบ นางไม่รอช้า เดินตรงเข้าไปหาหลิวซื่อ สายตาดุดันจนอีกฝ่ายต้องผงะ หลินเยี่ยนเยว่ใช้ไหล่กระแทกแม่เลี้ยงให้พ้นทาง แล้วก้าวเท้าเข้าไปในตัวบ้านทันที โดยมีลุง หลี่และป้าจาง ที่อยากรู้อยากเห็นจนตาเป็นประกาย เดินตามเข้าไปติด ๆ

ภายในบ้านตระกูลหลิน แม้ภายนอกจะดูเก่าทรุดโทรม แต่ภายในห้องโถงกลับมีเครื่องเรือนไม้ขัดเงาอย่างดี บนโต๊ะมีถ้วยชาและจานขนมวางอยู่ แสดงถึงความเป็นอยู่ที่สุขสบายต่างจากห้องนอนของหลินเยียนเยว่ที่อาศัยห้องเก็บฟืนเป็นที่นอน

(ภารกิจต่อเนื่อง ค้นหาหีบสมบัติที่ถูกซ่อน คำใบ้จากระบบ ลองดูที่ใต้เตียงในห้องนอนใหญ่... หรือไม่ก็หลังตู้เสื้อผ้า ระบบได้กลิ่นของมีค่าจากท่างนั้น หวังว่าโฮสต์จะโชคดีคิก ๆ)

หลินเยี่ยนเยว่เดินตรงดิ่งไปยังห้องนอนใหญ่ของหลิวซื่อและพ่อของนาง ท่ามกลางเสียงกรีดร้องโวยวายของหลิวซื่อที่วิ่งตามมาดึงแขน

 “ออกไปนะ หลินเยี่ยนเยว่ นังเด็กอกตัญญู คอยดูเถอะรอให้ท่านพ่อเจ้ากลับมาก่อน ข้าจะให้เขาหักขาเจ้าให้ดู”

หลินเยี่ยนเยว่สะบัดแขนหลุด นางกวาดสายตามองไปรอบห้อง สายตาไปสะดุดเข้ากับตู้ไม้ใบใหญ่ที่มุมห้อง มีแม่กุญแจทองเหลืองล็อกไว้อย่างแน่นหนา

“กุญแจอยู่ไหน” นางหันไปถาม

“ไม่มี ข้าทำหายไปแล้ว” หลิวซื่อยังพยายามโกหกหน้าด้าน ๆ

“งั้นหรือ...” หลินเยี่ยนเยว่แสยะยิ้ม นางหันไปมองรอบ ๆ ก่อนจะคว้าเก้าอี้ไม้ตัวหนาที่วางอยู่ใกล้ ๆ ขึ้นมาถือไว้ในมือ การกระทำอันป่าเถื่อนของนางทำเอาทุกคนตกตะลึง

“ถ้าไม่มีกุญแจ... ข้าก็จะพังมันเดี๋ยวนี้”

“อย่านะ หยุดเดี๋ยวนี้!!!” หลิวซื่อหวีดร้อง แทบจะสิ้นสติเมื่อเห็นลูกเลี้ยงง้างเก้าอี้ขึ้นเหนือหัว

โครม!!

เสียงไม้กระทบไม้ดังสนั่นหวั่นไหว เก้าอี้ไม้ถูกฟาดลงไปที่แม่กุญแจอย่างแรง แม้แรงของเด็กสาวจะไม่มากพอที่จะทำให้มันพังในทีเดียว แต่มันก็ทำให้ตู้ไม้เป็นรอยยุบและเกิดเสียงดังจนน่าหวาดเสียว

“เจ้าบ้าไปแล้ว เจ้ามันบ้าไปแล้ว” หลิวซื่อทรุดลงนั่งกับพื้น ร้องไห้โฮอย่างหมดสภาพ

 แจ้งเตือน โฮสต์ใจเย็น ๆ นั่นมันตู้ไม้พะยูง ราคาแพงนะ... อ๋อ ไม่ใช่ของโฮสต์นี่นา งั้นฟาดเลย! เอาให้เละ!)

หลินเยี่ยนเยว่ไม่สนใจเสียงระบบที่ไม่รู้ว่า ระบบติ๊งต๊องนี้เป็นตัวชำรุดที่ถูกเหวี้ยงมาให้นางอย่างส่ง ๆ หรืออย่างไร เหตุใดจึงได้ดูเหมือนระบบเด็กอนุบาลเช่นนี้

 นางง้างเก้าอี้ขึ้นอีกครั้ง เตรียมจะฟาดซ้ำที่สอง แต่ครั้งนี้ หลิวซื่อรีบคลานเข้ามา กอดขาของนางไว้แน่น

“ยอมแล้ว ข้ายอมแล้ว อย่าพังตู้ข้าอีกเลย”

นางล้วงมือเข้าไปในอกเสื้อ มือสั่นระริกหยิบลูกกุญแจดอกเล็ก ๆ ออกมา ยื่นให้หลินเยี่ยนเยว่ด้วยน้ำตานองหน้า ไม่ใช่เพราะสำนึกผิด แต่เพราะเสียดายตู้ราคาแพงต่างหาก

หลินเยี่ยนเยว่รับกุญแจมา โยนเก้าอี้ทิ้งไปด้านข้างอย่างไม่ไยดี แล้วไขแม่กุญแจออก

 กริ๊ก...

เมื่อบานตู้เปิดออก เผยให้เห็นกล่องไม้จันทน์หอมใบเล็ก ๆ วางซ่อนอยู่ชั้นล่างสุด หลินเยี่ยนเยว่ยกกล่องออกมาวางบนโต๊ะกลางห้อง ต่อหน้าลุงหลี่และป้าจาง นางค่อย ๆ เปิดฝาหีบขึ้น ประกายสีทองจากปิ่นปักผมสลักลายดอกเหมย ส่องสว่างวูบวาบ คู่กับกระดาษโฉนดที่ดินเก่า ๆ อีกสองสามฉบับ

“นี่คือสินเดิมทั้งหมด...” หลินเยี่ยนเยว่เอ่ยเสียงเครือเล็กน้อย เมื่อเห็นของดูต่างหน้าแม่

“ข้าขอประกาศไว้ตรงนี้ นับจากนี้ไป ของทุกชิ้นในกล่องนี้ คือสมบัติของข้า ห้ามใครหน้าไหนมาแตะต้อง”

หลิวซื่อมองตาละห้อย ความโลภยังคงฉายชัดในแววตา “แต่... แต่พ่อเจ้าต้องใช้เงินนะ เงินในนั้น...”

“เงินของท่านพ่อ ข้าไม่ยุ่ง” หลินเยี่ยนเยว่สวนกลับทันควัน “แต่เงินของแม่ข้า... อีแปะเดียวข้าก็ไม่แบ่งให้พวกปลิงดูดเลือดเช่นพวกท่าน” นางหันไปหาลุงหลี่

“ท่านลุงหลี่ ข้าขอฝากท่านเป็นพยาน หากวันหน้าของในกล่องนี้หายไปแม้แต่ชิ้นเดียว คนที่เอาของท่านแม่ข้าไป ข้าจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด ท่านแม่จากไปแล้ว แม้แต่ของต่างหน้า พวกเขาก็จะไม่เหลือให้ข้า ท่านลุงหลี่ข้าเสียใจมาก” หลินเยียนเยว่ยกผ้าเช็ดหน้าเก่า ๆ ขึ้นมาซับหางตา อาศัยช่วงที่ทุกคนเผลอแอบขยี้จนตาแดงก่ำ

คำขู่ของนางได้ผลเกินคาด หลิวซื่อหุบปากเงียบทันที แม้จะเจ็บใจจนแทบกระอักเลือด แต่ก็นางก็ไม่กล้าพูดสิ่งใดออกมาอีกแล้ว

หลินเยี่ยนเยว่ปิดกล่องลง ยกมันขึ้นกอดแนบอก

(ภารกิจสำเร็จ ทวงคืนสินเดิมได้ครบทุกชิ้น รางวัล ปลดล็อกมิติมหัศจรรย์ระดับ 1 พื้นที่เก็บของขนาด 1x1 เมตรและ แต้มความสะใจ +50)

รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นบนใบหน้าของหลินเยี่ยนเยว่อีกครั้ง ก้าวแรกในการเป็นเศรษฐีนีเริ่มต้นขึ้นแล้ว แต่ทว่า สงครามในบ้านหลังนี้มันเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น เพราะนางรู้ดีว่า หลิวซื่อไม่มีทางยอมแพ้ง่าย ๆ แน่ และพ่อของนางที่กำลังจะกลับมา ก็คงเป็นอีกหนึ่งด่านเคราะห์ที่นางต้องรับมือ!

----------------------------

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ระบบยอดหญิง ชาตินี้ข้าจะไม่ยอมถูกแลกด้วยข้าวสาร   ตอนที่ 4 มิติช่องว่างกับซาลาเปาอุ่นหัวใจ

    ตอนที่ 4 มิติช่องว่างกับซาลาเปาอุ่นหัวใจหลังจากเหตุการณ์วุ่นวายหน้าเรือนสงบลง หลินเยี่ยนเยว่ก็หอบกล่องไม้จันทน์หอมกลับเข้ามาในห้องนอนเล็ก ๆ ของตนเองที่อยู่ติดกับห้องเก็บฟืนเสียงกรีดร้องโวยวายของหลิวซื่อ ยังคงดังแว่วมาให้ได้ยินอยู่ตลอด นางคงกำลังระบายอารมณ์กับข้าวของ หรือไม่ก็กำลังก่นด่าฟ้าดินด้วยความเจ็บแค้นที่ถูกฉีกหน้าและเสียทรัพย์ก้อนโตไปต่อหน้าต่อตาชาวบ้าน แต่หลินเยี่ยนเยว่หาได้สนใจไม่ นางลงกลอนประตูห้องที่แม้จะดูไม่ค่อยแข็งแรงนัก แต่ก็พอจะกั้นความเป็นส่วนตัวจากสายตาเกลียดชังเหล่านั้นได้บ้าง“เฮ้อ... ถึงจะช้าไปถึงสองชาติ แต่ท่านแม่ สมบัติของท่าน ลูกทวงกลับคืนมาได้แล้วเจ้าค่ะ”หญิงสาววางกล่องสมบัติลงบนเตียงไม้ไผ่เก่า ๆ ที่ปูด้วยฟางแห้ง ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งด้วยความอ่อนล้า ร่างกายนี้ช่างอ่อนแอเหลือเกิน เพียงแค่ออกแรงทะเลาะตบตีเล็กน้อยก็รู้สึกหอบเหนื่อยจนตัวโยนเสียแล้ว(ตรวจพบระดับพลังงานของโฮสต์ต่ำกว่าเกณฑ์ คำแนะนำ กรุณาเติมพลังงานด่วน มิเช่นนั้นโฮสต์อาจจะเป็นลมหน้ามืด แล้วระบบจะขำไม่ออก... เอ้ย จะลำบากเอานะ)หลินเยี่ยนเยว่ส่ายหน้าเบา ๆ ให้กับความกวนประสาทของระบบ ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่า

  • ระบบยอดหญิง ชาตินี้ข้าจะไม่ยอมถูกแลกด้วยข้าวสาร   ตอนที่ 3 หลักฐานบนข้อมือและตู้ไม้ที่ถูกงัด

    ตอนที่ 3 หลักฐานบนข้อมือและตู้ไม้ที่ถูกงัดสายลมหนาวพัดหอบเอาเกล็ดหิมะสีขาวโพลนปลิวว่อนไปทั่วลานหน้าบ้านตระกูลหลิน แต่ทว่าความเย็นยะเยือกของอากาศนั้น ยังมิอาจเทียบได้กับความเย็นชาในแววตาของหลินเยี่ยนเยว่ ที่กำลังจ้องมองไปที่ข้อมือของน้องสาวต่างมารดาอย่างไม่วางตาหลิวซื่อหน้าซีดเผือด รีบเอาตัวเข้าบังบุตรสาวของตนไว้ พลางส่งสายตากลิ้งกลอกมองไปทางชาวบ้านที่ยังคงจับกลุ่มซุบซิบกันอยู่ไม่ห่าง แม้เถ้าแก่หวังจะจากไปแล้ว แต่งิ้วโรงใหญ่ที่หลินเยี่ยนเยว่กำกับการแสดง ดูท่าจะยังไม่จบลงง่าย ๆ“เจ้าพูดเรื่องเหลวไหลอันใด!!!” หลิวซื่อตวาดเสียงสูง พยายามข่มความตื่นตระหนกในน้ำเสียง “กำไลหยกอะไรกัน ข้าไม่เห็นรู้เรื่อง หลินชวง... รีบพาเป่าเอ๋อร์เข้าบ้านเดี๋ยวนี้ อย่าไปฟังคำพูดเพ้อเจ้อของนาง”หลินชวงที่ยืนหลบอยู่หลังมารดา เม้มปากแน่น นางรีบดึงแขนเสื้อลงมาปิดข้อมือด้วยความร้อนรน ก่อนจะทำท่าจะหันหลังหนีเข้าเรือนตามคำสั่งแม่“หยุดเดี๋ยวนี้นะ!!!”น้ำเสียงของหลินเยี่ยนเยว่ไม่ได้ตะคอก แต่มันกังวานและทรงอำนาจอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน น้ำเสียงนั้นกดข่มให้ปลายเท้าของน้องต่างมารดาต้องหยุดชะงัก ถึงแม้ร่างของหลินเยี่ยนเ

  • ระบบยอดหญิง ชาตินี้ข้าจะไม่ยอมถูกแลกด้วยข้าวสาร   ตอนที่ 2 ทวงคืนสินเดิม

    ตอนที่ 2 ทวงคืนสินเดิมชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ในชุดนายพรานเก่า ๆ ยืนกอดอกพิงต้นไม้อยู่ตรงนั้น ใบหน้าคมเข้มหล่อเหลาแต่เย็นชา มีรอยแผลเป็นจาง ๆ ที่หางคิ้วเพิ่มความดุดัน ดวงตาคมกริบดุจพญาเหยี่ยวกวาดมองเหตุการณ์ตรงหน้า ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ร่างบางของหลินเยี่ยนเยว่(ตรวจพบเป้าหมายพิเศษ บุรุษลึกลับผู้มีออร่ารุนแรง คำเตือน ระดับความอันตราย ประเมินค่าไม่ได้)หลินเยี่ยนเยว่หรี่ตามองเขา เซียวจวินเหอ นายพรานป่าผู้สันโดษที่อาศัยอยู่ท้ายหมู่บ้าน ในชาติก่อนเขาเป็นเพียงคนผ่านทางที่นางไม่เคยใส่ใจ แต่ทำไมชาตินี้เขาถึงเข้ามายุ่งเรื่องของนาง“ข้าวสารครึ่งกระสอบ...” เซียวจวินเหอเอ่ยเสียงเรียบ ก่อนจะโยนไก่ป่าสองตัวในมือลงบนพื้นหิมะ “ข้าให้ไก่ป่าสองตัวนี้ แลกกับการที่พวกเจ้าไสหัวไปให้พ้นหน้าบ้านนางเดี๋ยวนี้”“ไก่ป่าสองตัว...” เถ้าแก่หวังมองไก่ที่นอนแน่นิ่งอยู่บนพื้นสลับกับใบหน้าคมเข้มของชายหนุ่ม ก่อนจะแค่นหัวเราะออกมาเสียงดัง “เจ้าหนุ่มหน้าละอ่อน เจ้าคิดว่าไก่ผอมโซสองตัวนี้ จะมีค่าเท่ากับหญิงงามอย่างหลินเยี่ยนเยว่หรือ ข้าว่าเจ้ากลับไปล่าสัตว์เงียบ ๆ อย่ามาแส่เรื่องผู้อื่นจะดีกว่า”เซียวจวินเหอไม่ตอบโต้ เพียงแต่

  • ระบบยอดหญิง ชาตินี้ข้าจะไม่ยอมถูกแลกด้วยข้าวสาร   ตอนที่ 1 ข้าวสารครึ่งกระสอบกับละครฉากใหญ่

    ตอนที่ 1 ข้าวสารครึ่งกระสอบกับละครฉากใหญ่อากาศภายนอกเรือนเก่า ๆ นั้นหนาวเหน็บยิ่งกว่าในความทรงจำ ทันทีที่หลินเยี่ยนเยว่ก้าวเท้าออกจากประตูไม้ผุพัง ลมหนาวก็พัดเข้ามาปะทะใบหน้าจนแก้มที่ซูบตอบรู้สึกเจ็บแสบ แต่ความเจ็บนั้นไม่ได้ทำให้ฝีเท้าของนางช้าลงแม้แต่น้อย ดวงตาคู่สวยที่เคยหม่นหมอง บัดนี้กลับทอประกายล้ำลึกและเย็นชายิ่งกว่าน้ำแข็งบนหุบเขาเหลียงซานภาพตรงหน้าคือลานดินหน้าบ้านที่ถูกปกคลุมด้วยหิมะบาง ๆ ชายร่างท้วมสวมชุดผ้าไหมราคาแพงยืนพุงโตอยู่ข้างเกวียนม้า ใบหน้าอัปลักษณ์เต็มไปด้วยน้ำมันเยิ้มและรอยยิ้มหื่นกระหายคนบัดซบนั่นคือเถ้าแก่หวังพ่อค้าหน้าเลือดที่นางจำได้ดี ถัดไปไม่ไกลคือแม่เลี้ยงสารเลวหลิวเหมยเซียง เด็กสาวที่อยู่ข้าง ๆ ก็คือหลินชวง น้องสาวต่างมารดาที่สวมชุดผ้าฝ้ายหนานุ่ม และหลินเป่า น้องชายคนเล็กที่กำลังเคี้ยวขนมเปี๊ยะเต็มปากจนแก้มป่องช่างเป็นภาพครอบครัวที่น่าบดขยี้ให้แหลกเสียจริง(ตรวจพบเป้าหมายศัตรูระดับต่ำ แม่เลี้ยงจอมเสแสร้ง และพ่อค้าบ้ากาม คำแนะนำจากระบบ โฮสต์ควรแสดงละครตบตา หรือไม่ก็หาไม้หน้าสามฟาดสักทีเพื่อความสะใจ)เสียงระบบที่แสนจะกวนประสาทดังขึ้นในหัวอีกครั้ง หลินเยี

  • ระบบยอดหญิง ชาตินี้ข้าจะไม่ยอมถูกแลกด้วยข้าวสาร   บทนำ ตัวข้ามีค่าแค่ข้าวครึ่งกระสอบ

    บทนำ ตัวข้ามีค่าแค่ข้าวครึ่งกระสอบปี๊นนนเสียงแตรรถยนต์ดังลั่นไปทั่วถนน หลินเยี่ยนเยว่ผลักลูกแมวตัวน้อยที่ไม่รู้ว่าหลุดออกมาจากไหน ให้กระเด็นออกไป ทว่าตัวเธอกลับไม่โชคดีอย่างนั้นแรงกระแทกจากรถยนต์ชนเข้าที่บั้นเอว ร่างเพรียวบางกระเด็นลอยออกไป ก่อนจะตกกระแทกพื้น เสียงผู้คนโหวกเหวกโวยจนหูอื้อ ภาพตึกสูงตรงหน้าซ้อนทับกับภาพหิมะขาวโพลน ความหนาวเหน็บกัดกินไปถึงขั้วกระดูก ผสมกับความเจ็บปวดจนแทบขาดใจ“มีคนถูกรถชน เรียกรถพยายาบาลเร็วเข้า” เสียงตกใจของคนที่ผ่านมาตะโกนดังลั่น แต่มันกลับซ้อนทับกับเสียงที่ฟังดูแปลกประหลาด“เฮ้อ... ศพที่เท่าใดแล้ว นังหนูนี่คงเป็นสตรีของเถ้าแก่หวังกระมัง ถูกเล่นสนุกจนเบื่อแล้ว ก็ปล่อยให้ตาย เวรกรรมแท้ ๆ”“นี่มิใช่เด็กสาวจากหมู่บ้านชิงสุ่ยหรอกหรือ” คิ้วเรียวของหลินเยี่ยนเยว่ขมวดขึ้น เธอถูกรถชนและดูเหมือนจะถูกปล่อยให้ตายกลางหิมะด้วย นี่มันเรื่องอะไรกันท่ามกลางพายุหิมะสีขาวโพลน ร่างกายที่ซูบผอมจนแทบเหลือแต่หนังหุ้มกระดูกนอนขดตัวอยู่อย่างน่าเวทนาบนกองฟางแข็ง ๆลมหายใจของร่างกายนี้แผ่วเบาลงทุกที ทว่าสิ่งที่เจ็บปวดยิ่งกว่าความหนาว คือภาพความทรงจำที่ฉายวนซ้ำ ๆ ในหัว ภาพข

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status