LOGINชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ในชุดนายพรานเก่า ๆ ยืนกอดอกพิงต้นไม้อยู่ตรงนั้น ใบหน้าคมเข้มหล่อเหลาแต่เย็นชา มีรอยแผลเป็นจาง ๆ ที่หางคิ้วเพิ่มความดุดัน ดวงตาคมกริบดุจพญาเหยี่ยวกวาดมองเหตุการณ์ตรงหน้า ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ร่างบางของหลินเยี่ยนเยว่
(ตรวจพบเป้าหมายพิเศษ บุรุษลึกลับผู้มีออร่ารุนแรง คำเตือน ระดับความอันตราย ประเมินค่าไม่ได้)
หลินเยี่ยนเยว่หรี่ตามองเขา เซียวจวินเหอ นายพรานป่าผู้สันโดษที่อาศัยอยู่ท้ายหมู่บ้าน ในชาติก่อนเขาเป็นเพียงคนผ่านทางที่นางไม่เคยใส่ใจ แต่ทำไมชาตินี้เขาถึงเข้ามายุ่งเรื่องของนาง
“ข้าวสารครึ่งกระสอบ...” เซียวจวินเหอเอ่ยเสียงเรียบ ก่อนจะโยนไก่ป่าสองตัวในมือลงบนพื้นหิมะ “ข้าให้ไก่ป่าสองตัวนี้ แลกกับการที่พวกเจ้าไสหัวไปให้พ้นหน้าบ้านนางเดี๋ยวนี้”
“ไก่ป่าสองตัว...” เถ้าแก่หวังมองไก่ที่นอนแน่นิ่งอยู่บนพื้นสลับกับใบหน้าคมเข้มของชายหนุ่ม ก่อนจะแค่นหัวเราะออกมาเสียงดัง
“เจ้าหนุ่มหน้าละอ่อน เจ้าคิดว่าไก่ผอมโซสองตัวนี้ จะมีค่าเท่ากับหญิงงามอย่างหลินเยี่ยนเยว่หรือ ข้าว่าเจ้ากลับไปล่าสัตว์เงียบ ๆ อย่ามาแส่เรื่องผู้อื่นจะดีกว่า”
เซียวจวินเหอไม่ตอบโต้ เพียงแต่ขยับมือไปที่เอวช้าๆ นิ้วเรียวยาวแตะลงบนด้ามมีดสั้นที่เหน็บอยู่ ไอสังหารที่แผ่ออกมาทำให้อากาศรอบตัวกดดันจนผู้คนเริ่มหายใจไม่ออก แววตาของเขามิได้มองเถ้าแก่หวังด้วยซ้ำ แต่มองเลยไปที่เกวียนม้าราวกับกำลังคำนวณระยะการเชือดเฉือน
(ตรวจพบระดับความอันตรายของว่าที่พระเอกพุ่งสูง คำเตือน หากเถ้าแก่หวังไม่รีบไสหัวไป เขาอาจจะได้กลายเป็นปุ๋ยฝังกลบหิมะ)
หลินเยี่ยนเยว่เห็นท่าไม่ดี แม้นางจะอยากเห็นเลือดคนชั่ว แต่หากเกิดเรื่องฆ่าแกงกันหน้าบ้าน นางคงจะเดือดร้อนไปด้วย หญิงสาวจึงรีบก้าวออกมาขวางสายตานั้นไว้ พร้อมกับหันไปฉีกยิ้มหวานหยดย้อยให้เถ้าแก่หวัง
“เถ้าแก่หวังเจ้าคะ...” น้ำเสียงของนางเปลี่ยนไปเป็นเยือกเย็นจนน่าขนลุก
“นายพรานเซียวผู้นี้ขึ้นชื่อเรื่องความแม่นยำ ยิงกระรอกที่ระยะร้อยก้าวไม่เคยพลาด หากท่านยังยืนยันจะเอาตัวข้าไป ข้าเกรงว่าขากลับ ท่านอาจจะมีลูกธนู ปักติดล้อเกวียน หรืออาจจะเป็น... ส่วนอื่นของร่างกายท่าน กลับไปเป็นของแถม”
เถ้าแก่หวังหน้าซีดเผือด เขาเป็นพ่อค้า ย่อมรักตัวกลัวตายยิ่งกว่าสิ่งใด เมื่อเห็นสายตาเอาเรื่องของนายพรานหนุ่มที่ดูไม่เหมือนคนธรรมดา ผสมกับคำขู่ของหลินเยี่ยนเยว่ พ่อค้าอ้วนฉุก็เริ่มตื่นตระหนก
“ก็ได้!.. ก็ได้ ถือว่าข้าเห็นแก่หน้าคนบ้านเดียวกัน” เถ้าแก่หวังตะโกนเสียงสั่น ก่อนจะรีบก้มลงคว้าไก่ป่าสองตัวนั้นขึ้นมาอย่างรวดเร็ว อย่างน้อยก็ได้กำไรติดมือกลับไปบ้าง
“วันนี้ข้าอารมณ์ดี จะยอมถอยให้สักก้าว... หลิวซื่อ คืนข้าวสารของข้ามา แล้วจำไว้ว่าอย่ามาเสนอขายสินค้าขายทุนให้ข้าอีก”
“ทะ... ท่านเถ้าแก่! เดี๋ยวสิเจ้าคะ ท่านจะไปเช่นนี้ไม่ได้นะเจ้าคะ” หลิวเหมยเซียงหวีดร้องเสียงหลง รีบวิ่งเข้าไปเกาะแขนเสื้อเถ้าแก่หวัง “แล้วข้าวสารเล่า ลูก ๆ ของข้าจะกินอะไร ท่านรับปากข้าแล้วนะเจ้าคะ”
“ปล่อยข้า นังแก่น่าตาย ลูกเจ้าจะกินอะไรแล้วเกี่ยวอันใดกับข้า”
เถ้าแก่หวังสะบัดแขนอย่างแรง จนหลิวเหมยเซียงล้มกลิ้งไปกับพื้นหิมะ ก่อนจะรีบตะเกียกตะกายขึ้นเกวียนม้าแล้วหวดแส้ขับออกไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งไว้เพียงรอยล้อรถและฝุ่นหิมะที่ฟุ้งกระจาย
ความเงียบเข้าปกคลุมลานหน้าบ้านอีกครั้ง เหลือเพียงเสียงสะอื้นไห้ของหลิวเหมยเซียงที่นั่งแปะอยู่กับพื้น และสายตาหวาดกลัวของหลินชวงที่รีบหลบไปอยู่หลังมารดาของตน
หลินเยี่ยนเยว่กอดอก มองดูภาพความพินาศของแม่เลี้ยงด้วยความสะใจ ก่อนจะหันกลับไปมองชายหนุ่มร่างสูงที่ยังคงยืนนิ่งอยู่ที่เดิม
“ขอบคุณท่านมาก พี่ใหญ่เซียว” นางเอ่ยขึ้นตามมารยาท แม้ในใจจะรู้ว่าเขาคงไม่ได้ทำไปเพราะจิตพิศวาสนาง
“แต่ไก่สองตัวนั้น ข้าไม่มีเงินคืนให้ท่านหรอกนะ”
เซียวจวินเหอปรายตามองนางเล็กน้อย มุมปากของเขากระตุกขึ้นเป็นรอยยิ้มที่แทบมองไม่เห็น “ข้าไม่ได้ช่วยเจ้า... ข้าแค่รำคาญเสียงโวยวาย มันทำให้สัตว์ตื่น”
(ตรวจพบคนปากไม่ตรงกับใจ +1 การวิเคราะห์ ของระบบ เห็นได้ชัดว่าเขามายืนเฝ้าอยู่ตรงนี้ตั้งนานแล้ว หากรำคาญเสียงดังจริง ๆ ก็ควรเดินหนีจากไปก็ย่อมได้)
“เช่นนั้นหรือ...” หลินเยี่ยนเยว่เลิกคิ้ว “ถ้าเช่นนั้นก็ถือว่าเราหายกัน ท่านได้ความสงบ ข้าเองก็ไม่ต้องถูกแลกข้าวสาร มีแต่ได้กันทั้งคู่”
นางพูดจบก็หันหลังกลับ เตรียมจะเดินเข้าบ้านเพื่อไปจัดการชำระแค้น กับพวกน่ารังเกียจเหล่านั้นต่อ ทว่าเสียงทุ้มต่ำของเขาก็รั้งนางไว้เสียก่อน
“เดี๋ยวก่อน” เซียวจวินเหอก้าวเข้ามาประชิดตัวนาง กลิ่นอายของป่าเขาและกลิ่นเลือดจาง ๆ จากตัวเขาทำให้นางชะงัก เขายื่นห่อกระดาษสีน้ำตาลที่ดูเก่า ๆ ห่อหนึ่งมาตรงหน้านาง
“ข้าเก็บได้ระหว่างทาง” เขาพูดสั้นห้วน ก่อนจะยัดห่อนั้นใส่มือนางแล้วหันหลังเดินจากไปทันที ทิ้งให้หลินเยี่ยนเยว่ยืนงงอยู่ท่ามกลางหิมะ
นางก้มลงแกะห่อกระดาษนั้นออกดู ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย... ภายในห่อนั้นคือซาลาเปาไส้หมูลูกใหญ่ที่ยังอุ่น ๆ อยู่สองลูก
(ได้รับไอเทมลับจากพระเอก ซาลาเปาช่วยชีวิต) หลินเยี่ยนเยว่ก้มลงมองห่อกระดาษในมือ
(คำเตือน โปรดระวังยาพิษ... ล้อเล่น นี่คือซาลาเปาที่เขาตั้งใจซื้อมาให้ โฮสต์อย่าโง่กินเองคนเดียวนะ แบ่งระบบบ้างสิ) หญิงสาวกลอกตาขึ้น คนอื่นอาจจะเกิดใหม่พร้อมระบบอัจฉริยะ แต่นางกลับได้ระบบติ๊งต๊อง เฮ้อ....
หลินเยี่ยนเยว่กำซาลาเปาในมือแน่น ความอบอุ่นจากมันซึมผ่านฝ่ามือที่เย็นเฉียบเข้ามาในหัวใจ ในชาติก่อนนางไม่เคยได้รับความเมตตาจากใครเลย แม้แต่คนในครอบครัว แต่วันนี้ชายแปลกหน้าที่นางเคยมองข้าม กลับยื่นมือเข้ามาช่วยและแบ่งปันอาหารให้
“หลินเยี่ยนเยว่!” เสียงตวาดแหลมสูงของหลิวซื่อ ดังขึ้นขัดจังหวะความคิด
แม่เลี้ยงอสรพิษลุกขึ้นยืน ชี้หน้าด่ากราดด้วยความโกรธแค้นอย่างหน้าดำหน้าแดง “นังตัวซวย เจ้ากล้าไล่เถ้าแก่หวังไปได้อย่างไร แล้วข้าวสารครึ่งกระสอบของข้าเล่า เจ้าจะรับผิดชอบอย่างไร วันนี้ถ้าเจ้าไม่หาข้าวมาให้ข้ากับลูกกิน อย่าหวังว่าจะได้เหยียบเข้าบ้านนี้!!!”
หลินเยี่ยนเยว่เก็บซาลาเปาเข้าในอกเสื้ออย่างทะนุถนอม ก่อนจะค่อย ๆ หันกลับมาเผชิญหน้ากับแม่เลี้ยง แววตาซาบซึ้งเมื่อครู่จางหายไป เหลือเพียงความเย็นชาที่น่าหวาดหวั่น
“รับผิดชอบงั้นหรือ” นางก้าวเท้าเดินเข้าไปหาหลิวเหมยเซียงช้า ๆ “ได้สิ... ข้าจะรับผิดชอบแน่ แต่ก่อนอื่น ข้าจำได้ว่าสินเดิมของท่านแม่ข้า มีปิ่นทองกับกำไรหยก ท่าน ท่านช่วยบอกข้าหน่อยได้หรือไม่... ว่าตอนนี้มันไปอยู่ที่ใดแล้ว”
แม่เลี้ยงจอมละโมบสะดุ้งเฮือก ดวงตากลิ้งกลอกไปมา “อะ... อะไร!! สินเดิมอะไร ข้าไม่รู้เรื่อง มันหายไปตั้งนานแล้ว”
“หายไป หรือว่า...” หลินเยี่ยนเยว่ปรายตามองไปที่ข้อมือของหลินชวง ที่รีบเอามือซ่อนไพล่หลัง แต่มันไม่ทันสายตาอันเฉียบคมของนาง กำไลหยกสีเขียวใส นั่นมันกำไลของท่านแม่นางไม่ผิดแน่
“ไม่ยอมรับสิท่า” หญิงสาวแสยะยิ้มร้าย พลางกำหมัดชกลงที่ผ่ามือตนเอง
“ดี!!..เช่นนั้นพวกเรามาคิดบัญชีกัน”
----------------------------
ตอนที่ 4 มิติช่องว่างกับซาลาเปาอุ่นหัวใจหลังจากเหตุการณ์วุ่นวายหน้าเรือนสงบลง หลินเยี่ยนเยว่ก็หอบกล่องไม้จันทน์หอมกลับเข้ามาในห้องนอนเล็ก ๆ ของตนเองที่อยู่ติดกับห้องเก็บฟืนเสียงกรีดร้องโวยวายของหลิวซื่อ ยังคงดังแว่วมาให้ได้ยินอยู่ตลอด นางคงกำลังระบายอารมณ์กับข้าวของ หรือไม่ก็กำลังก่นด่าฟ้าดินด้วยความเจ็บแค้นที่ถูกฉีกหน้าและเสียทรัพย์ก้อนโตไปต่อหน้าต่อตาชาวบ้าน แต่หลินเยี่ยนเยว่หาได้สนใจไม่ นางลงกลอนประตูห้องที่แม้จะดูไม่ค่อยแข็งแรงนัก แต่ก็พอจะกั้นความเป็นส่วนตัวจากสายตาเกลียดชังเหล่านั้นได้บ้าง“เฮ้อ... ถึงจะช้าไปถึงสองชาติ แต่ท่านแม่ สมบัติของท่าน ลูกทวงกลับคืนมาได้แล้วเจ้าค่ะ”หญิงสาววางกล่องสมบัติลงบนเตียงไม้ไผ่เก่า ๆ ที่ปูด้วยฟางแห้ง ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งด้วยความอ่อนล้า ร่างกายนี้ช่างอ่อนแอเหลือเกิน เพียงแค่ออกแรงทะเลาะตบตีเล็กน้อยก็รู้สึกหอบเหนื่อยจนตัวโยนเสียแล้ว(ตรวจพบระดับพลังงานของโฮสต์ต่ำกว่าเกณฑ์ คำแนะนำ กรุณาเติมพลังงานด่วน มิเช่นนั้นโฮสต์อาจจะเป็นลมหน้ามืด แล้วระบบจะขำไม่ออก... เอ้ย จะลำบากเอานะ)หลินเยี่ยนเยว่ส่ายหน้าเบา ๆ ให้กับความกวนประสาทของระบบ ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่า
ตอนที่ 3 หลักฐานบนข้อมือและตู้ไม้ที่ถูกงัดสายลมหนาวพัดหอบเอาเกล็ดหิมะสีขาวโพลนปลิวว่อนไปทั่วลานหน้าบ้านตระกูลหลิน แต่ทว่าความเย็นยะเยือกของอากาศนั้น ยังมิอาจเทียบได้กับความเย็นชาในแววตาของหลินเยี่ยนเยว่ ที่กำลังจ้องมองไปที่ข้อมือของน้องสาวต่างมารดาอย่างไม่วางตาหลิวซื่อหน้าซีดเผือด รีบเอาตัวเข้าบังบุตรสาวของตนไว้ พลางส่งสายตากลิ้งกลอกมองไปทางชาวบ้านที่ยังคงจับกลุ่มซุบซิบกันอยู่ไม่ห่าง แม้เถ้าแก่หวังจะจากไปแล้ว แต่งิ้วโรงใหญ่ที่หลินเยี่ยนเยว่กำกับการแสดง ดูท่าจะยังไม่จบลงง่าย ๆ“เจ้าพูดเรื่องเหลวไหลอันใด!!!” หลิวซื่อตวาดเสียงสูง พยายามข่มความตื่นตระหนกในน้ำเสียง “กำไลหยกอะไรกัน ข้าไม่เห็นรู้เรื่อง หลินชวง... รีบพาเป่าเอ๋อร์เข้าบ้านเดี๋ยวนี้ อย่าไปฟังคำพูดเพ้อเจ้อของนาง”หลินชวงที่ยืนหลบอยู่หลังมารดา เม้มปากแน่น นางรีบดึงแขนเสื้อลงมาปิดข้อมือด้วยความร้อนรน ก่อนจะทำท่าจะหันหลังหนีเข้าเรือนตามคำสั่งแม่“หยุดเดี๋ยวนี้นะ!!!”น้ำเสียงของหลินเยี่ยนเยว่ไม่ได้ตะคอก แต่มันกังวานและทรงอำนาจอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน น้ำเสียงนั้นกดข่มให้ปลายเท้าของน้องต่างมารดาต้องหยุดชะงัก ถึงแม้ร่างของหลินเยี่ยนเ
ตอนที่ 2 ทวงคืนสินเดิมชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ในชุดนายพรานเก่า ๆ ยืนกอดอกพิงต้นไม้อยู่ตรงนั้น ใบหน้าคมเข้มหล่อเหลาแต่เย็นชา มีรอยแผลเป็นจาง ๆ ที่หางคิ้วเพิ่มความดุดัน ดวงตาคมกริบดุจพญาเหยี่ยวกวาดมองเหตุการณ์ตรงหน้า ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ร่างบางของหลินเยี่ยนเยว่(ตรวจพบเป้าหมายพิเศษ บุรุษลึกลับผู้มีออร่ารุนแรง คำเตือน ระดับความอันตราย ประเมินค่าไม่ได้)หลินเยี่ยนเยว่หรี่ตามองเขา เซียวจวินเหอ นายพรานป่าผู้สันโดษที่อาศัยอยู่ท้ายหมู่บ้าน ในชาติก่อนเขาเป็นเพียงคนผ่านทางที่นางไม่เคยใส่ใจ แต่ทำไมชาตินี้เขาถึงเข้ามายุ่งเรื่องของนาง“ข้าวสารครึ่งกระสอบ...” เซียวจวินเหอเอ่ยเสียงเรียบ ก่อนจะโยนไก่ป่าสองตัวในมือลงบนพื้นหิมะ “ข้าให้ไก่ป่าสองตัวนี้ แลกกับการที่พวกเจ้าไสหัวไปให้พ้นหน้าบ้านนางเดี๋ยวนี้”“ไก่ป่าสองตัว...” เถ้าแก่หวังมองไก่ที่นอนแน่นิ่งอยู่บนพื้นสลับกับใบหน้าคมเข้มของชายหนุ่ม ก่อนจะแค่นหัวเราะออกมาเสียงดัง “เจ้าหนุ่มหน้าละอ่อน เจ้าคิดว่าไก่ผอมโซสองตัวนี้ จะมีค่าเท่ากับหญิงงามอย่างหลินเยี่ยนเยว่หรือ ข้าว่าเจ้ากลับไปล่าสัตว์เงียบ ๆ อย่ามาแส่เรื่องผู้อื่นจะดีกว่า”เซียวจวินเหอไม่ตอบโต้ เพียงแต่
ตอนที่ 1 ข้าวสารครึ่งกระสอบกับละครฉากใหญ่อากาศภายนอกเรือนเก่า ๆ นั้นหนาวเหน็บยิ่งกว่าในความทรงจำ ทันทีที่หลินเยี่ยนเยว่ก้าวเท้าออกจากประตูไม้ผุพัง ลมหนาวก็พัดเข้ามาปะทะใบหน้าจนแก้มที่ซูบตอบรู้สึกเจ็บแสบ แต่ความเจ็บนั้นไม่ได้ทำให้ฝีเท้าของนางช้าลงแม้แต่น้อย ดวงตาคู่สวยที่เคยหม่นหมอง บัดนี้กลับทอประกายล้ำลึกและเย็นชายิ่งกว่าน้ำแข็งบนหุบเขาเหลียงซานภาพตรงหน้าคือลานดินหน้าบ้านที่ถูกปกคลุมด้วยหิมะบาง ๆ ชายร่างท้วมสวมชุดผ้าไหมราคาแพงยืนพุงโตอยู่ข้างเกวียนม้า ใบหน้าอัปลักษณ์เต็มไปด้วยน้ำมันเยิ้มและรอยยิ้มหื่นกระหายคนบัดซบนั่นคือเถ้าแก่หวังพ่อค้าหน้าเลือดที่นางจำได้ดี ถัดไปไม่ไกลคือแม่เลี้ยงสารเลวหลิวเหมยเซียง เด็กสาวที่อยู่ข้าง ๆ ก็คือหลินชวง น้องสาวต่างมารดาที่สวมชุดผ้าฝ้ายหนานุ่ม และหลินเป่า น้องชายคนเล็กที่กำลังเคี้ยวขนมเปี๊ยะเต็มปากจนแก้มป่องช่างเป็นภาพครอบครัวที่น่าบดขยี้ให้แหลกเสียจริง(ตรวจพบเป้าหมายศัตรูระดับต่ำ แม่เลี้ยงจอมเสแสร้ง และพ่อค้าบ้ากาม คำแนะนำจากระบบ โฮสต์ควรแสดงละครตบตา หรือไม่ก็หาไม้หน้าสามฟาดสักทีเพื่อความสะใจ)เสียงระบบที่แสนจะกวนประสาทดังขึ้นในหัวอีกครั้ง หลินเยี
บทนำ ตัวข้ามีค่าแค่ข้าวครึ่งกระสอบปี๊นนนเสียงแตรรถยนต์ดังลั่นไปทั่วถนน หลินเยี่ยนเยว่ผลักลูกแมวตัวน้อยที่ไม่รู้ว่าหลุดออกมาจากไหน ให้กระเด็นออกไป ทว่าตัวเธอกลับไม่โชคดีอย่างนั้นแรงกระแทกจากรถยนต์ชนเข้าที่บั้นเอว ร่างเพรียวบางกระเด็นลอยออกไป ก่อนจะตกกระแทกพื้น เสียงผู้คนโหวกเหวกโวยจนหูอื้อ ภาพตึกสูงตรงหน้าซ้อนทับกับภาพหิมะขาวโพลน ความหนาวเหน็บกัดกินไปถึงขั้วกระดูก ผสมกับความเจ็บปวดจนแทบขาดใจ“มีคนถูกรถชน เรียกรถพยายาบาลเร็วเข้า” เสียงตกใจของคนที่ผ่านมาตะโกนดังลั่น แต่มันกลับซ้อนทับกับเสียงที่ฟังดูแปลกประหลาด“เฮ้อ... ศพที่เท่าใดแล้ว นังหนูนี่คงเป็นสตรีของเถ้าแก่หวังกระมัง ถูกเล่นสนุกจนเบื่อแล้ว ก็ปล่อยให้ตาย เวรกรรมแท้ ๆ”“นี่มิใช่เด็กสาวจากหมู่บ้านชิงสุ่ยหรอกหรือ” คิ้วเรียวของหลินเยี่ยนเยว่ขมวดขึ้น เธอถูกรถชนและดูเหมือนจะถูกปล่อยให้ตายกลางหิมะด้วย นี่มันเรื่องอะไรกันท่ามกลางพายุหิมะสีขาวโพลน ร่างกายที่ซูบผอมจนแทบเหลือแต่หนังหุ้มกระดูกนอนขดตัวอยู่อย่างน่าเวทนาบนกองฟางแข็ง ๆลมหายใจของร่างกายนี้แผ่วเบาลงทุกที ทว่าสิ่งที่เจ็บปวดยิ่งกว่าความหนาว คือภาพความทรงจำที่ฉายวนซ้ำ ๆ ในหัว ภาพข







