LOGINอากาศภายนอกเรือนเก่า ๆ นั้นหนาวเหน็บยิ่งกว่าในความทรงจำ ทันทีที่หลินเยี่ยนเยว่ก้าวเท้าออกจากประตูไม้ผุพัง ลมหนาวก็พัดเข้ามาปะทะใบหน้าจนแก้มที่ซูบตอบรู้สึกเจ็บแสบ แต่ความเจ็บนั้นไม่ได้ทำให้ฝีเท้าของนางช้าลงแม้แต่น้อย ดวงตาคู่สวยที่เคยหม่นหมอง บัดนี้กลับทอประกายล้ำลึกและเย็นชายิ่งกว่าน้ำแข็งบนหุบเขาเหลียงซาน
ภาพตรงหน้าคือลานดินหน้าบ้านที่ถูกปกคลุมด้วยหิมะบาง ๆ ชายร่างท้วมสวมชุดผ้าไหมราคาแพงยืนพุงโตอยู่ข้างเกวียนม้า ใบหน้าอัปลักษณ์เต็มไปด้วยน้ำมันเยิ้มและรอยยิ้มหื่นกระหาย
คนบัดซบนั่นคือเถ้าแก่หวังพ่อค้าหน้าเลือดที่นางจำได้ดี ถัดไปไม่ไกลคือแม่เลี้ยงสารเลวหลิวเหมยเซียง เด็กสาวที่อยู่ข้าง ๆ ก็คือหลินชวง น้องสาวต่างมารดาที่สวมชุดผ้าฝ้ายหนานุ่ม และหลินเป่า น้องชายคนเล็กที่กำลังเคี้ยวขนมเปี๊ยะเต็มปากจนแก้มป่อง
ช่างเป็นภาพครอบครัวที่น่าบดขยี้ให้แหลกเสียจริง
(ตรวจพบเป้าหมายศัตรูระดับต่ำ แม่เลี้ยงจอมเสแสร้ง และพ่อค้าบ้ากาม คำแนะนำจากระบบ โฮสต์ควรแสดงละครตบตา หรือไม่ก็หาไม้หน้าสามฟาดสักทีเพื่อความสะใจ)
เสียงระบบที่แสนจะกวนประสาทดังขึ้นในหัวอีกครั้ง หลินเยี่ยนเยว่กระตุกยิ้มมุมปากเล็กน้อย ระบบนี้ช่างรู้ใจนางเสียจริง แต่ไม้หน้าสามนั้นธรรมดาไป สำหรับคนพวกนี้ มันต้องเจอสิ่งที่เจ็บแสบกว่านั้น
“เยว่เอ๋อร์” หลิวเหมยเซียงส่งเสียงทักทันที ที่เห็นร่างผอมแห้งที่คล้ายโครงกระดูกเดินออกมา นางรีบวิ่งเข้ามาจับมือหลินเยี่ยนเยว่ แสร้งทำสีหน้าโศกเศร้าปานจะขาดใจ
“ลูกแม่ ในที่สุดเจ้าก็ออกมา เถ้าแก่หวังมารับเจ้าแล้ว เจ้าจงไปกับท่านเถิดนะ ไปอยู่ที่นั่นเจ้าจะได้กินอิ่มนอนหลับ ไม่ต้องมาทนลำบากกับพ่อและแม่ที่นี่”
หลินเยี่ยนเยว่ไม่ได้สะบัดมือออก แต่กลับปล่อยให้แม่เลี้ยงจับไว้อย่างนั้น พลางกวาดสายตามองไปที่กระสอบข้าวสารครึ่งใบที่วางอยู่บนพื้นหิมะ ก่อนจะเลื่อนสายตาขึ้นไปสบตากับเถ้าแก่หวังด้วยแววตาเรียบเฉย ไร้ซึ่งความหวาดกลัวอย่างที่สาวชาวบ้านทั่วไปควรจะเป็น
“ท่านน้า...” หลินเยี่ยนเยว่เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่ากังวานก้อง “ท่านบอกว่ารักข้าดุจลูกในไส้ แต่ท่านกลับจะแลกข้ากับข้าวสารเพียงแค่ครึ่งกระสอบเช่นนั้นหรือ”
หลิวเหมยเซียงชะงักไปวูบหนึ่ง รอยยิ้มเสแสร้งเริ่มแข็งค้าง ท่านน้าเช่นนั้นหรือ เหตุใดนางจึงเรียกเช่นนั้น หรือนังเด็กสารเลวนี่รู้เรื่องใดขึ้นมา
“เอ่อ... เยว่เอ๋อร์เหตุใดจึงพูดเช่นนี้แลกเลิกอะไรกัน เถ้าแก่หวังรักใคร่เอ็นดูเจ้าจึงมาสู่ขอ และท่านก็ยังไม่ลืมบิดากับชายเจ้านำข้าวสารมามอบให้” แม่เลี้ยงสารเลวยังคงพูดต่อไปอย่างเอาใจ
“ข้าวสารครึ่งกระสอบในยามภัยแล้งเช่นนี้มีค่ามากนัก เถ้าแก่หวังเมตตาพวกเรามากแล้ว เด็กดีเจ้ารีบขอบคุณท่านเร็วเข้า”
“เมตตาเช่นนั้นหรือ” หลินเยี่ยนเยว่แค่นหัวเราะในลำคอ นางก้าวเดินเข้าไปหาเถ้าแก่หวังช้า ๆ สายตาคมไล่มองชายร่างอ้วนตั้งแต่หัวจรดเท้า ราวกับกำลังดูหมูตายตัวหนึ่ง ทำเอาเถ้าแก่หวังถึงกับรู้สึกขนลุกซู่โดยไม่ทราบสาเหตุ
“เถ้าแก่หวัง... ท่านเป็นพ่อค้า ย่อมรู้ดีว่าการค้าขายต้องยุติธรรม” นางเอ่ยขึ้น พร้อมกับชี้มือกลับไปที่น้องสาวและน้องชายของตน
“ท่านดูสิ... หลินชวงสวมชุดผ้าฝ้ายเนื้อดี หลินเป่าอ้วนท้วนสมบูรณ์จนแทบจะกลิ้งได้ ส่วนข้า... ผอมแห้งเหลือแต่กระดูก เสื้อผ้าก็ขาดวิ่น ท่านคิดว่าคนในบ้านนี้ ใครกันแน่ที่เป็นของดี ข้าวสารครึ่งกระสอบของท่าน มันคุ้มค่าแล้วหรือกับตัวข้าที่ไร้เรี่ยวแรง ท่านลองดูดี ๆ น้องสาวข้าก็งดงาม ร่างกายก็อวบอั๋นดีกว่าข้า ที่ไม่มีส่วนเว้าส่วนโค้ง”
(ติ๊ง! สกิลวาจาเชือดเฉือนทำงาน ค่าความน่าเกรงขาม +5)
เถ้าแก่หวังขมวดคิ้ว พลางหันไปมองหลินชวง ดวงตาพลันทอประกายขึ้นมา ทว่าหลินชวงอายุยังน้อย กฎหมายแคว้นต้าฉู่หากแต่งภรรยาอายุน้อยกว่าสิบห้า ต้องถูกจองจำและเสียภาษีให้ทางการ
“แม่นางเจ้าหมายความว่าอย่างไร”
“ข้าหมายความว่า...” หลินเยี่ยนเยว่เชิดหน้าขึ้น แววตาฉายแววอำมหิตวูบหนึ่ง “ข้าวสารครึ่งกระสอบของท่าน มันมากเกินไปสำหรับสตรีผอม ๆ เช่นข้า แต่กลับมาค่าหากแลกกับหลินชวง”
“หลินเยี่ยนเยว่ เจ้าพูดบ้าอะไรของเจ้า” หลินชวงที่ได้ยินก็พลันเบิกตาขึ้น กลัวที่ต้องไปปรนเบอกามให้กับเถ้าแก่จนต้องหนีบไปหลบหลังมารดา
“ท่านแม่ ดูมันพูดเข้าสิ มันอิจฉาข้ากับอาเป่า มันไม่อยากไปอยู่กับเถ้าแก่หวัง แต่กลับจะส่งข้าไปสู่ความตาย น่ารังเกียจนัก”
หลิวเหมยเซียงรีบดึงสติกลับมา นางบีบมือหลินเยี่ยนเยว่แน่นขึ้นจนเล็บจิกเนื้อ กระซิบเสียงลอดไรฟันให้ได้ยินกันแค่สองคน บังอาจคิดจะส่งลูกสาวนางไปหรือ นังสารเลว
“นังตัวดี หุบปากเดี๋ยวนี้ ถ้าเจ้าไม่ไปพ่อของเจ้ากลับมาข้าจะให้ตีเจ้าให้ตาย”
“หึ” หลินเยี่ยนเยว่สะบัดมือแม่เลี้ยงออกอย่างแรงจนหลิวเหมยเซียงเซถอยหลัง
“ท่านพ่อกลับมาหรือ ดีสิ ข้าก็อยากจะรู้เหมือนกันว่า หากท่านพ่อรู้ความจริงว่าเงินที่ท่านพ่อส่งมาทุกเดือน มันหายไปไหนหมด จนต้องมาขายลูกกินเช่นนี้ ท่านพ่อจะว่าอย่างไร!!!”
คำพูดนั้นเหมือนสายฟ้าฟาด หลิวเหมยเซียงหน้าซีดเผือดลงทันที ความลับเรื่องที่นางแอบยักยอกเงินที่สามีส่งมาจากในอำเภอ ถูกนังเด็กเลี้ยงไม่เชื่องคนนี้ล่วงรู้ได้อย่างไร
“เจ้า... เจ้า...” หลิวเหมยเซียงพูดไม่ออก นิ้วสั่นระริกชี้หน้าลูกเลี้ยง
(ตรวจพบความกลัวในจิตใจเป้าหมาย ได้รับแต้มความสะใจ +10 ระบบแนะนำ ซ้ำเติมอีกนิด รับรองว่านางอกแตกตายแน่นอน ระบบเอาหัวเป็นประกัน)
หลินเยี่ยนเยว่ไม่รอช้า นางหันไปหาชาวบ้านที่เริ่มมายืนมุงดูอยู่รอบรั้ว
“ท่านป้าจาง ท่านลุงหลี่ พวกท่านเป็นพยานให้ข้าด้วย วันนี้แม่เลี้ยงของข้าจะขายนางแลกข้าวสาร ทั้งที่เงินทองที่ท่านพ่อส่งมา นางเอาไปซื้อเสื้อผ้าใหม่ให้หลินชวงกินขนมจนหลินเป่าอ้วนพลุ้ย แต่กลับให้ข้าอดมื้อกินมื้อ แล้วยังจะผลักไสข้าไปเป็นนางบำเรอคนแก่คราวพ่อ ความกตัญญูนี้ข้าหลินเยี่ยนเยว่ แบกรับไม่ไหวจริง ๆ”
เสียงซุบซิบเริ่มดังอื้ออึง ชาวบ้านต่างพากันกระซิบชี้นิ้วดูสภาพที่แตกต่างกันราวฟ้ากับเหว ระหว่างหลินเยี่ยนเยว่ที่ผอมโซ กับลูก ๆ ของหลิวเหมยเซียงที่ดูดีมีกินมีใช้
เถ้าแก่หวังเห็นท่าไม่ดี เริ่มรู้สึกเสียหน้าและรำคาญใจ “พอ!!! พอได้แล้ว! ข้ามารับคน ไม่ได้มาฟังพวกเจ้าทะเลาะกัน ตกลงจะขายหรือไม่ขาย ถ้าเรื่องมากนัก ข้าก็ไม่เอาแล้ว”
“ไม่ขาย!!!” เสียงทุ้มต่ำทรงพลังดังแทรกขึ้นมาจากทางด้านหลังฝูงชน ทำเอาทุกคนชะงักและหันไปมองเป็นตาเดียว
----------------------------
ตอนที่ 4 มิติช่องว่างกับซาลาเปาอุ่นหัวใจหลังจากเหตุการณ์วุ่นวายหน้าเรือนสงบลง หลินเยี่ยนเยว่ก็หอบกล่องไม้จันทน์หอมกลับเข้ามาในห้องนอนเล็ก ๆ ของตนเองที่อยู่ติดกับห้องเก็บฟืนเสียงกรีดร้องโวยวายของหลิวซื่อ ยังคงดังแว่วมาให้ได้ยินอยู่ตลอด นางคงกำลังระบายอารมณ์กับข้าวของ หรือไม่ก็กำลังก่นด่าฟ้าดินด้วยความเจ็บแค้นที่ถูกฉีกหน้าและเสียทรัพย์ก้อนโตไปต่อหน้าต่อตาชาวบ้าน แต่หลินเยี่ยนเยว่หาได้สนใจไม่ นางลงกลอนประตูห้องที่แม้จะดูไม่ค่อยแข็งแรงนัก แต่ก็พอจะกั้นความเป็นส่วนตัวจากสายตาเกลียดชังเหล่านั้นได้บ้าง“เฮ้อ... ถึงจะช้าไปถึงสองชาติ แต่ท่านแม่ สมบัติของท่าน ลูกทวงกลับคืนมาได้แล้วเจ้าค่ะ”หญิงสาววางกล่องสมบัติลงบนเตียงไม้ไผ่เก่า ๆ ที่ปูด้วยฟางแห้ง ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งด้วยความอ่อนล้า ร่างกายนี้ช่างอ่อนแอเหลือเกิน เพียงแค่ออกแรงทะเลาะตบตีเล็กน้อยก็รู้สึกหอบเหนื่อยจนตัวโยนเสียแล้ว(ตรวจพบระดับพลังงานของโฮสต์ต่ำกว่าเกณฑ์ คำแนะนำ กรุณาเติมพลังงานด่วน มิเช่นนั้นโฮสต์อาจจะเป็นลมหน้ามืด แล้วระบบจะขำไม่ออก... เอ้ย จะลำบากเอานะ)หลินเยี่ยนเยว่ส่ายหน้าเบา ๆ ให้กับความกวนประสาทของระบบ ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่า
ตอนที่ 3 หลักฐานบนข้อมือและตู้ไม้ที่ถูกงัดสายลมหนาวพัดหอบเอาเกล็ดหิมะสีขาวโพลนปลิวว่อนไปทั่วลานหน้าบ้านตระกูลหลิน แต่ทว่าความเย็นยะเยือกของอากาศนั้น ยังมิอาจเทียบได้กับความเย็นชาในแววตาของหลินเยี่ยนเยว่ ที่กำลังจ้องมองไปที่ข้อมือของน้องสาวต่างมารดาอย่างไม่วางตาหลิวซื่อหน้าซีดเผือด รีบเอาตัวเข้าบังบุตรสาวของตนไว้ พลางส่งสายตากลิ้งกลอกมองไปทางชาวบ้านที่ยังคงจับกลุ่มซุบซิบกันอยู่ไม่ห่าง แม้เถ้าแก่หวังจะจากไปแล้ว แต่งิ้วโรงใหญ่ที่หลินเยี่ยนเยว่กำกับการแสดง ดูท่าจะยังไม่จบลงง่าย ๆ“เจ้าพูดเรื่องเหลวไหลอันใด!!!” หลิวซื่อตวาดเสียงสูง พยายามข่มความตื่นตระหนกในน้ำเสียง “กำไลหยกอะไรกัน ข้าไม่เห็นรู้เรื่อง หลินชวง... รีบพาเป่าเอ๋อร์เข้าบ้านเดี๋ยวนี้ อย่าไปฟังคำพูดเพ้อเจ้อของนาง”หลินชวงที่ยืนหลบอยู่หลังมารดา เม้มปากแน่น นางรีบดึงแขนเสื้อลงมาปิดข้อมือด้วยความร้อนรน ก่อนจะทำท่าจะหันหลังหนีเข้าเรือนตามคำสั่งแม่“หยุดเดี๋ยวนี้นะ!!!”น้ำเสียงของหลินเยี่ยนเยว่ไม่ได้ตะคอก แต่มันกังวานและทรงอำนาจอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน น้ำเสียงนั้นกดข่มให้ปลายเท้าของน้องต่างมารดาต้องหยุดชะงัก ถึงแม้ร่างของหลินเยี่ยนเ
ตอนที่ 2 ทวงคืนสินเดิมชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ในชุดนายพรานเก่า ๆ ยืนกอดอกพิงต้นไม้อยู่ตรงนั้น ใบหน้าคมเข้มหล่อเหลาแต่เย็นชา มีรอยแผลเป็นจาง ๆ ที่หางคิ้วเพิ่มความดุดัน ดวงตาคมกริบดุจพญาเหยี่ยวกวาดมองเหตุการณ์ตรงหน้า ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ร่างบางของหลินเยี่ยนเยว่(ตรวจพบเป้าหมายพิเศษ บุรุษลึกลับผู้มีออร่ารุนแรง คำเตือน ระดับความอันตราย ประเมินค่าไม่ได้)หลินเยี่ยนเยว่หรี่ตามองเขา เซียวจวินเหอ นายพรานป่าผู้สันโดษที่อาศัยอยู่ท้ายหมู่บ้าน ในชาติก่อนเขาเป็นเพียงคนผ่านทางที่นางไม่เคยใส่ใจ แต่ทำไมชาตินี้เขาถึงเข้ามายุ่งเรื่องของนาง“ข้าวสารครึ่งกระสอบ...” เซียวจวินเหอเอ่ยเสียงเรียบ ก่อนจะโยนไก่ป่าสองตัวในมือลงบนพื้นหิมะ “ข้าให้ไก่ป่าสองตัวนี้ แลกกับการที่พวกเจ้าไสหัวไปให้พ้นหน้าบ้านนางเดี๋ยวนี้”“ไก่ป่าสองตัว...” เถ้าแก่หวังมองไก่ที่นอนแน่นิ่งอยู่บนพื้นสลับกับใบหน้าคมเข้มของชายหนุ่ม ก่อนจะแค่นหัวเราะออกมาเสียงดัง “เจ้าหนุ่มหน้าละอ่อน เจ้าคิดว่าไก่ผอมโซสองตัวนี้ จะมีค่าเท่ากับหญิงงามอย่างหลินเยี่ยนเยว่หรือ ข้าว่าเจ้ากลับไปล่าสัตว์เงียบ ๆ อย่ามาแส่เรื่องผู้อื่นจะดีกว่า”เซียวจวินเหอไม่ตอบโต้ เพียงแต่
ตอนที่ 1 ข้าวสารครึ่งกระสอบกับละครฉากใหญ่อากาศภายนอกเรือนเก่า ๆ นั้นหนาวเหน็บยิ่งกว่าในความทรงจำ ทันทีที่หลินเยี่ยนเยว่ก้าวเท้าออกจากประตูไม้ผุพัง ลมหนาวก็พัดเข้ามาปะทะใบหน้าจนแก้มที่ซูบตอบรู้สึกเจ็บแสบ แต่ความเจ็บนั้นไม่ได้ทำให้ฝีเท้าของนางช้าลงแม้แต่น้อย ดวงตาคู่สวยที่เคยหม่นหมอง บัดนี้กลับทอประกายล้ำลึกและเย็นชายิ่งกว่าน้ำแข็งบนหุบเขาเหลียงซานภาพตรงหน้าคือลานดินหน้าบ้านที่ถูกปกคลุมด้วยหิมะบาง ๆ ชายร่างท้วมสวมชุดผ้าไหมราคาแพงยืนพุงโตอยู่ข้างเกวียนม้า ใบหน้าอัปลักษณ์เต็มไปด้วยน้ำมันเยิ้มและรอยยิ้มหื่นกระหายคนบัดซบนั่นคือเถ้าแก่หวังพ่อค้าหน้าเลือดที่นางจำได้ดี ถัดไปไม่ไกลคือแม่เลี้ยงสารเลวหลิวเหมยเซียง เด็กสาวที่อยู่ข้าง ๆ ก็คือหลินชวง น้องสาวต่างมารดาที่สวมชุดผ้าฝ้ายหนานุ่ม และหลินเป่า น้องชายคนเล็กที่กำลังเคี้ยวขนมเปี๊ยะเต็มปากจนแก้มป่องช่างเป็นภาพครอบครัวที่น่าบดขยี้ให้แหลกเสียจริง(ตรวจพบเป้าหมายศัตรูระดับต่ำ แม่เลี้ยงจอมเสแสร้ง และพ่อค้าบ้ากาม คำแนะนำจากระบบ โฮสต์ควรแสดงละครตบตา หรือไม่ก็หาไม้หน้าสามฟาดสักทีเพื่อความสะใจ)เสียงระบบที่แสนจะกวนประสาทดังขึ้นในหัวอีกครั้ง หลินเยี
บทนำ ตัวข้ามีค่าแค่ข้าวครึ่งกระสอบปี๊นนนเสียงแตรรถยนต์ดังลั่นไปทั่วถนน หลินเยี่ยนเยว่ผลักลูกแมวตัวน้อยที่ไม่รู้ว่าหลุดออกมาจากไหน ให้กระเด็นออกไป ทว่าตัวเธอกลับไม่โชคดีอย่างนั้นแรงกระแทกจากรถยนต์ชนเข้าที่บั้นเอว ร่างเพรียวบางกระเด็นลอยออกไป ก่อนจะตกกระแทกพื้น เสียงผู้คนโหวกเหวกโวยจนหูอื้อ ภาพตึกสูงตรงหน้าซ้อนทับกับภาพหิมะขาวโพลน ความหนาวเหน็บกัดกินไปถึงขั้วกระดูก ผสมกับความเจ็บปวดจนแทบขาดใจ“มีคนถูกรถชน เรียกรถพยายาบาลเร็วเข้า” เสียงตกใจของคนที่ผ่านมาตะโกนดังลั่น แต่มันกลับซ้อนทับกับเสียงที่ฟังดูแปลกประหลาด“เฮ้อ... ศพที่เท่าใดแล้ว นังหนูนี่คงเป็นสตรีของเถ้าแก่หวังกระมัง ถูกเล่นสนุกจนเบื่อแล้ว ก็ปล่อยให้ตาย เวรกรรมแท้ ๆ”“นี่มิใช่เด็กสาวจากหมู่บ้านชิงสุ่ยหรอกหรือ” คิ้วเรียวของหลินเยี่ยนเยว่ขมวดขึ้น เธอถูกรถชนและดูเหมือนจะถูกปล่อยให้ตายกลางหิมะด้วย นี่มันเรื่องอะไรกันท่ามกลางพายุหิมะสีขาวโพลน ร่างกายที่ซูบผอมจนแทบเหลือแต่หนังหุ้มกระดูกนอนขดตัวอยู่อย่างน่าเวทนาบนกองฟางแข็ง ๆลมหายใจของร่างกายนี้แผ่วเบาลงทุกที ทว่าสิ่งที่เจ็บปวดยิ่งกว่าความหนาว คือภาพความทรงจำที่ฉายวนซ้ำ ๆ ในหัว ภาพข







