Mag-log inเมื่อประตูขนาดใหญ่เปิดออก ลู่ชิงหรูก็ถูกนำเข้าไปในคฤหาสน์โดยบ่าวชายผู้หนึ่งที่ไม่ได้เอ่ยคำใดเลยตลอดทาง
เขาเดินนำโดยไร้เสียง ฝีเท้าสม่ำเสมอราวเดินตามจังหวะของนาฬิกาล่องหน ความเงียบงันในคฤหาสน์ใหญ่ทำให้ยิ่งรู้สึกเหมือนกำลังเดินอยู่ในสถานที่ร้าง…หากไม่เป็นเพราะเครื่องเรือนที่ประดับไว้อย่างวิจิตรงดงาม บ่งบอกถึงความมั่งคั่งและรสนิยมสูงส่งของเจ้าของบ้าน ลู่ชิงหรูก็คงคิดว่าไม่มีผู้คนอาศัยอยู่ในเรือนนี้เสียแล้ว
บรรยากาศรอบตัวนางสงบจนเกินไป…กลายเป็นอึมครึมเยือกเย็น
เมื่อบ่าวหยุดยืนหน้าห้องหนึ่ง เขาเปิดประตูให้แล้วโค้งตัวถอยออกโดยไม่กล่าวคำใด
ภายในเป็นห้องรับรองกว้างขวาง ตกแต่งเรียบง่ายแต่ทุกสิ่งล้วนมีราคา โต๊ะไม้สลักตั้งกลางห้อง หน้าต่างเปิดออกกว้างให้แสงภายนอกส่องลอดเข้ามาภายในบ้าง
และที่โต๊ะในสุดหลังห้องนั้น ลู่ชิงหรูเห็นบุรุษผู้หนึ่งนั่งอยู่ เงาร่างสูงในชุดคลุมเข้มกำลังก้มหน้าอ่านตำรา ผมยาวถูกรวบไว้อย่างเรียบร้อย แม้จะยังไม่เห็นใบหน้าชัดเจน แต่แค่ท่วงท่าและความสงบในอากัปกิริยาก็ทำให้รู้ว่าเขาน่าจะคือคุณชายหยวนเจ้าของคฤหาสน์นี้
ทว่าความสนใจของชิงหรูกลับไปหยุดอยู่ที่อีกมุมหนึ่งของห้องแทนในเวลาต่อมา...
“อาหรง...”
เสียงของนางแผ่วเบาแต่นุ่มละมุน เด็กชายตัวเล็กที่นั่งอยู่ตรงโต๊ะเล็ก ๆ เงยหน้าขึ้นทันทีที่ได้ยินเสียงนั้น
“ท่านพี่!”
ลู่เทียนหรงกระโจนลงจากเก้าอี้ วิ่งมาหาชิงหรูเต็มแรงเหมือนลูกแมวตัวน้อยกลับเข้าสู่อ้อมอกแม่
ชิงหรูก้มลงรับร่างเล็กเข้ากอดแน่น มือไล้ดูตามต้นแขน ข้อมือ และลำตัว เห็นรอยฟกช้ำจาง ๆ ที่ถูกทายาไว้แล้วกับแผลเล็กน้อยที่มีผ้าพันอยู่เรียบร้อย
“เป็นอย่างไรบ้าง เจ้าเจ็บตรงไหนอีกหรือเปล่า?”
น้ำเสียงของนางอ่อนโยนแต่สั่นเครืออยู่ในทีเพราะความสงสารผู้เป็นน้องชาย
ลู่เทียนหรงส่ายหน้าแรง ๆเพื่อยืนยันให้พี่สาวเห็นชัด “ไม่เจ็บ ข้า…มีคนใจดีอยู่ด้วย”
สายตาของนางเหลือบไปเห็นชุดที่เด็กชายสวม เป็นผ้าดีฝีเย็บประณีต แม้จะหลวมไปบ้างแต่ก็ดูสะอาดกว่าที่เขาเคยใส่ หัวใจชิงหรูอบอุ่นขึ้นมาเล็กน้อย นางหันกลับไปมองบุรุษที่นั่งก้มหน้าอ่านหนังสือด้วยแววตาที่เปลี่ยนไป
แม้เขาจะไม่เงยหน้าขึ้น ไม่พูดอะไรเลยตั้งแต่แรก แต่สิ่งที่เขาทำให้กับน้องชายของตนก็ชัดเจนยิ่งกว่าคำพูดใด
ชิงหรูจูงมืออาหรงไว้แน่นแล้วเดินไปยังตำแหน่งนั่งของชายหนุ่มกลางห้อง ก่อนหยุดยืนตรงหน้าแล้วโค้งเล็กน้อย
“ขอบคุณคุณชายมาก ที่ช่วยดูแลน้องชายข้า”
เงาร่างนั้นยังคงไม่ไหวติง เขายังนั่งอยู่ในท่าเดิม ก้มหน้าอ่านหนังสืออย่างใจเย็นราวกับไม่มีนางและเทียนหรงอยู่ตรงหน้าเลย
...ไม่มีเสียงตอบ ไม่มีการขยับ ไม่มีแม้แต่จะเงยหน้ามอง
เวลาผ่านไปจนเขาเปิดหน้าในหนังสือ เสียงแผ่วเบาหนึ่งเดียวเล็ดลอดออกมาจากริมฝีปากของเขา
“อืม”
ชิงหรูพยักหน้ารับเบา ๆ เข้าใจได้ว่าคงไม่ต้องการถูกรบกวน นางจึงหมุนกายพาน้องชายเดินออกจากห้องอย่างเงียบงัน เพราะอย่างไรก็ถือว่านางได้เอ่ยบอกขอบคุณเขาไปแล้วจะรับหรือไม่ก็เรื่องของเขาเถอะ
และมื่อประตูปิดลงและเสียงฝีเท้าสองพี่น้องค่อย ๆ เบาลง
คุณชายหยวนจึงเงยหน้าขึ้นเป็นครั้งแรก ดวงตาคู่นั้นคมลึกดั่งนกอินทรีย์มองไปยังบานประตูที่เพิ่งปิดลง
เขานิ่งอยู่ครู่หนึ่งอย่างไม่มีอารมณ์จะอ่านอันใดต่อ ก่อนจะวางหนังสือลงแล้วลุกขึ้นยืน แต่ในขณะเดินผ่านโต๊ะเล็กริมหน้าต่างที่เทียนหรงนั่งเล่นอยู่ก่อนหน้า สายตาของเขาหยุดอยู่ที่กระดาษวาดภาพหลายแผ่นนั่นค้างนาน
หนึ่งในนั้นเป็นภาพป่าไผ่ วาดด้วยพู่กันลายเส้นเรียบง่าย แต่ละเอียดลึกซึ้งเกินกว่าจะเป็นฝีมือเด็กห้าขวบ
อีกภาพเป็นเงาเด็กสามสี่คนรุมล้อมอยู่รอบเด็กคนหนึ่งที่กำลังล้มอยู่บนพื้น
คุณชายหยวนใช้เพียงปลายนิ้วเคาะเบา ๆ บนขอบกระดาษ
“เก็บภาพพวกนี้ไว้”
บ่าวที่ยืนรออยู่ข้างประตูก้มศีรษะรับคำ
“แล้วส่งคนไปติดตามแม่นางผู้นั้นขณะออกจากจวนด้วย”
ชายหนุ่มพยักหน้า แล้วถอยกายหายไปตามคำสั่ง
เจ้าของคฤหาสน์หมุนกายเดินออกจากห้องอย่างเงียบงัน ราวกับวัตถุประสงค์ในการนั่งอยู่ที่ห้องรับรองนี้...จบสิ้นเพียงเท่านั้น
แสงสุดท้ายของวันคล้อยต่ำจนลับขอบฟ้าแล้ว ลู่ชิงหรูกระชับมือที่จูงลู่เทียนหรงไว้แน่นขึ้นเล็กน้อย เมื่อสองพี่น้องก้าวพ้นแนวคฤหาสน์หยวนเข้าสู่เส้นทางลัดเลาะป่าไผ่กลับบ้าน
“อาหรง” ชิงหรูเอ่ยเสียงเบา “เจ้าบอกพี่ได้หรือยัง...ว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่”
ลู่เทียนหรงเงียบไปอึดใจหนึ่ง ก่อนจะค่อย ๆ เอ่ยเสียงแผ่ว
“อามู่บอก...พี่เรียกข้า ให้ไปหาที่หน้า ป่าไผ่”
“แล้วเจ้าเชื่อ?”
“ไม่...แต่เขาบอกว่าถ้าไม่ไป พี่จะโกรธข้า…”
คำพูดนั้นคล้ายหนามเล็ก ๆ แทงลงกลางใจของชิงหรู นางไม่พูดขัด เพียงฟังเงียบ ๆ นางเข้าใจเด็กชายน้อย
“แล้วเขาทำอะไรต่อ?”
“เขาก็...ผลักข้า ล้อมข้าไว้กับเพื่อนเขา...ข้าวิ่งหนี หลง” เสียงเด็กชายเบาลงจนแทบกลืนไปกับเสียงลมไผ่ “แล้วก็ได้พี่ชายชุดดำคนหนึ่ง...มาเจอข้า”
ชิงหรูนิ่งงัน
ความรู้สึกหลากหลายพัดผ่านในอก โกรธ ห่วง เจ็บปวด และรู้สึกผิดที่ปล่อยให้น้องชายต้องเผชิญสิ่งเหล่านั้นเพียงลำพัง
“เจ้ารู้สึกอย่างไรกับเรื่องนี้”
ลู่เทียนหรงส่ายหน้าเบา ๆก่อนเอ่ยตอบ “ไม่อยากร้องไห้...แต่โกรธ แล้วก็เสียใจ”
ชิงหรูหยุดเดินแล้วย่อตัวลงเล็กน้อย ก้มมองสบกับดวงตาน้องชายที่ใสซื่อแต่ก็เจือความเหนื่อยล้าจาง ๆ
“ถ้าพี่ถามว่าเจ้าอยากเอาคืนพวกเขาหรือเปล่าล่ะ”
เด็กน้อยชะงักก่อนจะพยักหน้าแม้สายตาจะเต็มไปด้วยความลังเล “…ข้าอยาก แต่…ข้าไม่รู้”
มุมปากชิงหรูยกขึ้นเล็กน้อย ดวงตาวาววับราวกับแมวป่าที่กำลังซ่อนเล็บพร้อมข่วนคน
“ถ้าอย่างนั้น...เดี๋ยวพี่สอนเจ้าเอง”
นางช้อนตัวน้องชายขึ้นอุ้มแนบอก เด็กน้อยหัวเราะเบา ๆ อย่างไว้วางใจ สายลมเย็นพัดผ่านแนวไผ่ เงาไม้ไผ่ไหวซ้อนเป็นลวดลายบนพื้นดินนางอาศัยเพียงแสงจันทร์ก็สามารถเดินได้สบายแล้ว สายตาของนางสามารถมองได้ดีในที่มืดอย่างที่ฝึกฝนมาแต่ชาติก่อน
ข้างทางมีหญ้ารกพาดลู่ชิงหรูก็เอื้อมมือไปหยิบมีดขนาดพกจากข้างเอว ฟันหญ้าเบื้องหน้าทันที
ฉับ!
‘เฮ้! เจ้าใช้ข้า ผู้เคยตัดคอคน…มาตัดหญ้า?’ เสียงอิ๋นอิ๋นดังขึ้นในหัวด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ ‘นี่ข้าเคยเป็นระบบสายลับนะ ข้าไม่ใช่มีดพกไว้ใช้ในสวน!’
ชิงหรูเมินเสียงบ่นไม่หยุดนั้น ใบหน้าสงบดังเดิมแม้มุมปากจะยกอย่างชอบใจก็ตาม
“เงียบหน่อย ก่อนข้าจะตัดอะไรอย่างอื่นแทนหญ้า”
เสียงระบบเงียบไปในทันที นางรู้ว่าเจ้าระบบไม่ชอบอะไรยิ่งกว่าหญ้า ก็เหมือนกับเวลาจัดการคนก็ต้องรู้จุดอ่อนค่อยลงมือเช่นกัน
บทที่ 33คะแนนความพอใจหมดแล้วสำหรับเรื่องให้คนติดตามชิงหรูพอเข้าใจว่าเขาอาจจะห่วงชีวิตของตน ทว่าเรื่องโยงไปมั่วซั่วนี้ชิงหรูยอมไม่ได้“ข้าได้พบกับใครนั้นไม่รบกวนให้คุณชายหยวนใส่ใจหรอก...”คำตอบสั้นตรงและไร้ความเกรงใจ ทำให้เขานิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะวางตะเกียบลงในที่สุด“ต่อไป... ห้ามลาพักยาวแบบนี้อีกโดยไม่ได้ขออนุญาตจากข้า” เสียงของเขาเย็นเฉียบ “ช่วงที่เจ้าไม่อยู่ พ่อบ้านเฉินก็ไม่อยู่ แล้วข้าจะจ้างเจ้ามาเพิ่มทำไมในเมื่อไม่สามารถช่วยงานเฉินปิ่งได้”ลู่ชิงหรูพึมพำ “ข้าแจ้งกับพ่อข้านเฉินแล้ว เขาบอกว่าช่วงนั้นเขาจะดูแลท่านเอง...” แล้วเหตุใดเจ้านายจอมเรื่องมากถึงบ่นว่าพ่อบ้านเฉินไม่อยู่ให้ใช้งานได้เล่า“แล้วอย่างไร เจ้ารับเงินจากเฉินปิ่งหรือ?”น้ำเสียงเขาเย็นชาและเป็นคำพูดที่ทำให้ลูกจ้างเช่นนางหาทางโต้กลับไม่ได้ หากนางอยากจะได้รับเงินจากเขาอยู่นางมองเขานิ่ง ๆ หากไม่เพราะมีหยางอิ๋นคอยปลอบประโลมให้นางใจเย็นก็คงได้ลาออกกันไปแล้ว ชิงหรูเอ่ยขึ้นตรงไปตรงมาคิดจะคุยกับเขาด้วยเหตุและผล“ข้ายังจำเป็นต้องพาอาหรงไปเรียนเขียนอักษรกับคุณชายเซียว จะไม่ได้ก็คงไม่ได้...”เหตุผลของนางสะกิดบางอย่างในใจเขาทำ
บทที่ 32อย่าเข้ามาใกล้พี่สาวข้า“อาหรงน้อย แม่นางลู่มาแล้วหรือ ข้าชงชาเสร็จพอดี”“รบกวนคุณชายเซียวแล้ว”ชิงหรูเอ่ยเรียบ ๆ แล้วปล่อยมือจากน้องชาย พลางก้าวเข้าไปนั่งอย่างไม่รีบร้อน“แต่ข้าตั้งใจจะชงชาให้เจ้าดื่มก่อนเริ่มสอนเด็กน้อยนี่น่ะ”เขายิ้มบาง ๆ มือยังคงเคลื่อนไหวอย่างคล่องแคล่วก่อนจะเลื่อนถ้วยชามาให้ชิงหรู สิ่งที่เซียวหลิงชวนทำนั้นอยู่ในสายตาของอาหรงทั้งหมด เขาขมวดคิ้วมองถ้วยชาอย่างไม่ค่อยชอบใจ สองแขนเล็กขยับเข้ามาเกาะแขนและนั่งข้างพี่สาวใกล้กว่าเดิมเด็กชายขยับตัวเบา ๆ ยกมือวางไว้บนขาพี่สาว แววตาเงียบงันคู่นั้นกลับสะท้อนความรู้สึกได้ชัดเจนกว่าคำพูดใด ๆเซียวหลิงชวนกลั้นยิ้ม ก้มหน้าลงเล็กน้อยมองอาการหวงพี่สาวของเด็กน้อยอย่างนึกเอ็นดู ขนาดเด็กน้อยยังมองออกว่าเขาปฏิบัติกับนางพิเศษ เหตุใดรู้สึกเหมือนเจ้าตัวจะไม่รู้เลยเล่าขณะนั้นเองเสียงแว่วในหัวชิงหรูก็ดังขึ้น‘ข้าให้คะแนนความไวของเด็กนี่เต็มสิบ! ขนาดเด็กยังดูรู้ว่าคุณชายกำลังเกี้ยวเจ้าเลย... เจ้าใจอ่อนให้เขาหน่อยก็ไม่เสียหายนะ!’‘หือ...’ ชิงหรูเริ่มเอะใจแต่ก็ยังไม่ฟันธงอย่างที่ระบบเอ่ยหรอก นางทำเพียงยกถ้วยชาขึ้นจิบแล้วพยักหน้าให้
บทที่ 31ตั่งนั่นเจ้านอนได้เสียงเคาะประตูเบา ๆ ในยามดึกทำให้ลู่ชิงหรูที่เพิ่งหลับตาไปได้ไม่นานต้องลืมตาตื่นขึ้นอีกครั้ง แสงจันทร์ลอดผ่านช่องหน้าต่างทำให้มองเห็นโดยรอบชัดเจน ครั้นนางเปิดประตูออกมาก็พบว่าเป็นชายหนุ่มในชุดองครักษ์คุ้นหน้ายืนอยู่ในเงามืดหน้าห้องของนางในคฤหาสน์สกุลหยวน“คุณชายให้มาตามแม่นางไปที่ห้อง...”ชิงหรูขมวดคิ้วเล็กน้อยอย่างไม่พอใจทว่าค่าจ้างหนึ่งตำลึงเงินต่อวันที่ค้ำคอทำให้นางตัดสินใจตามไปอย่างไม่ได้เอ่ยถามแม้คำเดียว เพียงพยักหน้าแล้วตามเขาไป...ระหว่างทาง นางสังเกตได้ว่าพ่อบ้านเฉินไม่ปรากฏตัวเช่นเคย ความเงียบของค่ำคืนนี้กลับแฝงไว้ด้วยบางอย่างที่ผิดแปลกไป เมื่อมาถึงหน้าห้องพักผ่อนของหยวนเหวินซี องครักษ์ก็เปิดประตูให้นางเข้าไปแล้วเขาก็หลบออกไปทันที ปล่อยให้นางเดินเข้าไปเพียงลำพังชิงหรูก้าวเข้าไปในห้องอย่างระมัดระวัง กลิ่นยาสมุนไพรจาง ๆ ยังคลุ้งอยู่ทั่วห้อง และเจ้าของเรือนก็กำลังนอนเอนพิงหมอน หน้าผากเปียกชื้นด้วยเหงื่อมากมาย แต่ข้างกายไร้คนรับใช้อย่างที่ควรจะเป็น...ไม่มีแม้กระทั่งพ่อบ้านเฉิน แสดงว่าคืนนี้เขาออกไปทำธุระข้างนอกอีกแล้วสินะ“คุณชายเรียกข้ามีอันใดให้รับ
บทที่ 30พวกเขาทั้งสองต่างไม่มีทางถอยทั้งคู่เช่นนั้น ชิงหรูก็ตัดสินใจได้แล้ว! นางถอนหายใจยาวเหยียดในใจ ‘หากเขาหลับเจ้าว่า ข้าจะแอบถีบเขาให้ตกเตียงสักหน่อยดีไหม’หยางอิ๋นรีบเอ่ยเสียงรีบร้อนห้ามทันใด “นายท่านโปรดคิดถึงฟังก์ชันครัวยุโรป วัตถุดิบจากทั่วหล้า... โอ้... เบคอน...ชีส...เจ้าไม่มีหนทางอื่นที่จะได้สิ่งเหล่านั้นมาเร็วเท่าหนทางนี้แล้วนะ!”ลู่ชิงหรูจึงเงยหน้าขึ้นอีกครั้ง ใบหน้าราบเรียบไร้รอยค้านแล้วบัดนี้“เข้าใจแล้วเจ้าค่ะ ข้าจะรับหน้าที่นี้เพิ่มอีกหนึ่งอย่าง รบกวนคุณชายหยวนเขียนสัญญามาด้วย”นางยังไม่ทันได้ถอนหายใจให้เต็มอึด เฉินปิงที่ยืนอยู่เงียบ ๆ ก็ได้รับคำสั่งทันที เขาเขียนสัญญาตามที่คุยกันและให้นางและหยวนเหวินซีลงนามเรียบร้อยแล้วและทันใดนั้นเสียงราบเรียบของชายป่วยก็ดังขึ้นแทบจะทันที“เฉินปิง เจ้าออกไปตรวจบัญชีที่คั่งค้างเสีย... เรื่องรับใช้ข้าในตอนนี้ปล่อยให้เป็นของบ่าวรับใช้คนใหม่เถอะ”“ขอรับคุณชาย”พ่อบ้านชราแม้จะนิ่ง แต่แววตาเหมือนจะสะท้อนความลังเลบางอย่างอยู่ลึก ๆ กระนั้นก็ยังโค้งคำนับและก้าวออกไปจากห้องไปอย่างไม่อาจสอบถามหรือคัดค้านได้เหลือเพียงเขาและนาง ที่แม้ต่อหน้าล
บทที่ 29คะแนนน้อยที่สุดเท่าที่นางเคยได้มาเมื่อนางเดินพ้นห้องนอนของเจ้าของคฤหาสน์มามุ่งตรงหยิบของและเร่งฝีเท้ากลับเขาจะป่วยกันสักเท่าไหร่กัน ข้อเรียกร้องให้ทำอาหารสามมื้อนี้ย่อมต้องทำให้นางออกจากภัตตาคารแน่ ระหว่างนี้ชิงหรูคิดว่านางจะต้องรีบทำคะแนนแล้วก็เรียกเงินค่าตอบแทนเข้าเยอะ ๆ‘เรื่องออกจากภัตตาคาร นั่นไม่ใช่เป้าหมายของเจ้าอยู่แล้วนี่ เจ้าอยากเปิดฟังก์ชันห้องครัวยุโรปไม่ใช่หรือ? ครัวในภัตตาคารนั่นแค่ครัวไม้ ควันโขมง มีดก็บิ่น วัตถุดิบก็ธรรมดา! อย่านำมาเปรียบเลย’เจ้าระบบตอนนี้เหมือนถูกคะแนนความพอใจที่มาทีละมาก ๆ จากคุณชายหยวนจอมเรื่องมากบดบังสายตาเสียแล้ว เอะอะอะไรก็ส่งเสริมให้นางเลือกฝั่งนี้เสมอชิงหรูถอนหายใจยาว แต่นางก็ต้องยอมรับว่าอีกฝ่ายพูดมีเหตุผล การแลกนี้ย่อมคุ้มกับสิ่งที่เสียไป...ชิงหรูเดินกลับมาถึงบ้านแล้ว เสียงประตูไม้ถูกผลักเปิดออกเบา ๆ ในยามบ่ายที่เงียบสงัด เงาของนางทอดยาวบนพื้นดินข้างเรือน บ้านเปิดอยู่แสดงว่าทุกคนอยู่ในบ้านไม่ได้ออกไปตามหานาง ซึ่งก็ดีแล้วทันทีที่นางก้าวเข้ามาในลานบ้าน เงาร่างเล็ก ๆ ก็วิ่งพรวดออกมาจากบ้านก่อนจะกระโจนเข้าสู่อ้อมกอดของนางอย่างแน่นห
บทที่ 28ใช้เล่ห์มาก็ใช้กลับลู่ชิงหรูกอดเข่าบนกองฟางอันเย็นชื้นหลังพิงกำแพงหินเย็นเฉียบ แสงตะเกียงด้านนอกส่องผ่านซี่ลูกกรงเป็นเงาทอดยาวบนพื้น นางไม่ได้หลับตลอดคืน ไม่ได้ใช่เพราะหวาดหวั่นใดใดนางนอนไม่หลับเพราะเป็นห่วงคนที่บ้านว่าจะเป็นห่วงนางแค่ไหนต่างหาก ตอนนี้น่าจะขึ้นเช้าวันใหม่แล้วหากพวกเขาพบว่านางยังไม่กลับบ้าน คงร้อนใจจนไม่เป็นอันกินอันนอนนางถอนหายใจเงียบ ๆ พับแขนแนบอกแล้วเอนหัวกับผนังเย็นเฉียบ แม้ในใจจะกังวลถึงครอบครัว แต่สีหน้ากลับนิ่งสนิทไม่แสดงความอ่อนแอใด นางมีนิสัยเก็บอารมณ์เก่งนี้ติดตัวมานานแล้ว...และเสียงฝีเท้าก็ดังขึ้นในความเงียบของคุกใต้ดินบานประตูเหล็กเปิดออก เผยให้เห็นเงาร่างขององครักษ์ชุดดำผู้หนึ่งที่นางจำได้ดี เขาไม่ได้พูดอะไรมาก เพียงเอ่ยเสียงราบเรียบ“พ่อบ้านเฉินให้มาปล่อยตัวแม่นาง...”ลู่ชิงหรูลุกขึ้น สบตากับชายผู้นั้นครู่หนึ่งก่อนจะเดินตามออกไปโดยไม่เอ่ยถามใด ไม่แสดงความประหลาดใจหรือดีใจเลยแม้แต่น้อย เป็นเขาเองที่มีสีหน้าประหลาดใจกับสภาพของนางเหตุใดสตรีอายุน้อยนางหนึ่งถึงไร้ท่าทีหรือสีหน้าอย่างคนที่ถูกขังในคุกมืดไม่เห็นเดือนเห็นตะวันเช่นนี้...เมื่อพ้นจากค







