Share

บทที่ 8 เดี๋ยวพี่สอนเจ้าเอง

last update Tanggal publikasi: 2026-01-08 12:08:14

บทที่ 8

เดี๋ยวพี่สอนเจ้าเอง

เมื่อประตูขนาดใหญ่เปิดออก ลู่ชิงหรูก็ถูกนำเข้าไปในคฤหาสน์โดยบ่าวชายผู้หนึ่งที่ไม่ได้เอ่ยคำใดเลยตลอดทาง

เขาเดินนำโดยไร้เสียง ฝีเท้าสม่ำเสมอราวเดินตามจังหวะของนาฬิกาล่องหน ความเงียบงันในคฤหาสน์ใหญ่ทำให้ยิ่งรู้สึกเหมือนกำลังเดินอยู่ในสถานที่ร้าง…หากไม่เป็นเพราะเครื่องเรือนที่ประดับไว้อย่างวิจิตรงดงาม บ่งบอกถึงความมั่งคั่งและรสนิยมสูงส่งของเจ้าของบ้าน ลู่ชิงหรูก็คงคิดว่าไม่มีผู้คนอาศัยอยู่ในเรือนนี้เสียแล้ว

บรรยากาศรอบตัวนางสงบจนเกินไป…กลายเป็นอึมครึมเยือกเย็น

เมื่อบ่าวหยุดยืนหน้าห้องหนึ่ง เขาเปิดประตูให้แล้วโค้งตัวถอยออกโดยไม่กล่าวคำใด

ภายในเป็นห้องรับรองกว้างขวาง ตกแต่งเรียบง่ายแต่ทุกสิ่งล้วนมีราคา โต๊ะไม้สลักตั้งกลางห้อง หน้าต่างเปิดออกกว้างให้แสงภายนอกส่องลอดเข้ามาภายในบ้าง

และที่โต๊ะในสุดหลังห้องนั้น ลู่ชิงหรูเห็นบุรุษผู้หนึ่งนั่งอยู่ เงาร่างสูงในชุดคลุมเข้มกำลังก้มหน้าอ่านตำรา ผมยาวถูกรวบไว้อย่างเรียบร้อย แม้จะยังไม่เห็นใบหน้าชัดเจน แต่แค่ท่วงท่าและความสงบในอากัปกิริยาก็ทำให้รู้ว่าเขาน่าจะคือคุณชายหยวนเจ้าของคฤหาสน์นี้

ทว่าความสนใจของชิงหรูกลับไปหยุดอยู่ที่อีกมุมหนึ่งของห้องแทนในเวลาต่อมา...

“อาหรง...”

เสียงของนางแผ่วเบาแต่นุ่มละมุน เด็กชายตัวเล็กที่นั่งอยู่ตรงโต๊ะเล็ก ๆ เงยหน้าขึ้นทันทีที่ได้ยินเสียงนั้น

“ท่านพี่!”

ลู่เทียนหรงกระโจนลงจากเก้าอี้ วิ่งมาหาชิงหรูเต็มแรงเหมือนลูกแมวตัวน้อยกลับเข้าสู่อ้อมอกแม่

ชิงหรูก้มลงรับร่างเล็กเข้ากอดแน่น มือไล้ดูตามต้นแขน ข้อมือ และลำตัว เห็นรอยฟกช้ำจาง ๆ ที่ถูกทายาไว้แล้วกับแผลเล็กน้อยที่มีผ้าพันอยู่เรียบร้อย

“เป็นอย่างไรบ้าง เจ้าเจ็บตรงไหนอีกหรือเปล่า?”

น้ำเสียงของนางอ่อนโยนแต่สั่นเครืออยู่ในทีเพราะความสงสารผู้เป็นน้องชาย

ลู่เทียนหรงส่ายหน้าแรง ๆเพื่อยืนยันให้พี่สาวเห็นชัด “ไม่เจ็บ ข้า…มีคนใจดีอยู่ด้วย”

สายตาของนางเหลือบไปเห็นชุดที่เด็กชายสวม เป็นผ้าดีฝีเย็บประณีต แม้จะหลวมไปบ้างแต่ก็ดูสะอาดกว่าที่เขาเคยใส่ หัวใจชิงหรูอบอุ่นขึ้นมาเล็กน้อย นางหันกลับไปมองบุรุษที่นั่งก้มหน้าอ่านหนังสือด้วยแววตาที่เปลี่ยนไป

แม้เขาจะไม่เงยหน้าขึ้น ไม่พูดอะไรเลยตั้งแต่แรก แต่สิ่งที่เขาทำให้กับน้องชายของตนก็ชัดเจนยิ่งกว่าคำพูดใด

ชิงหรูจูงมืออาหรงไว้แน่นแล้วเดินไปยังตำแหน่งนั่งของชายหนุ่มกลางห้อง ก่อนหยุดยืนตรงหน้าแล้วโค้งเล็กน้อย

“ขอบคุณคุณชายมาก ที่ช่วยดูแลน้องชายข้า”

เงาร่างนั้นยังคงไม่ไหวติง เขายังนั่งอยู่ในท่าเดิม ก้มหน้าอ่านหนังสืออย่างใจเย็นราวกับไม่มีนางและเทียนหรงอยู่ตรงหน้าเลย

...ไม่มีเสียงตอบ ไม่มีการขยับ ไม่มีแม้แต่จะเงยหน้ามอง

เวลาผ่านไปจนเขาเปิดหน้าในหนังสือ เสียงแผ่วเบาหนึ่งเดียวเล็ดลอดออกมาจากริมฝีปากของเขา

“อืม”

ชิงหรูพยักหน้ารับเบา ๆ เข้าใจได้ว่าคงไม่ต้องการถูกรบกวน นางจึงหมุนกายพาน้องชายเดินออกจากห้องอย่างเงียบงัน เพราะอย่างไรก็ถือว่านางได้เอ่ยบอกขอบคุณเขาไปแล้วจะรับหรือไม่ก็เรื่องของเขาเถอะ

และมื่อประตูปิดลงและเสียงฝีเท้าสองพี่น้องค่อย ๆ เบาลง

คุณชายหยวนจึงเงยหน้าขึ้นเป็นครั้งแรก ดวงตาคู่นั้นคมลึกดั่งนกอินทรีย์มองไปยังบานประตูที่เพิ่งปิดลง

เขานิ่งอยู่ครู่หนึ่งอย่างไม่มีอารมณ์จะอ่านอันใดต่อ ก่อนจะวางหนังสือลงแล้วลุกขึ้นยืน แต่ในขณะเดินผ่านโต๊ะเล็กริมหน้าต่างที่เทียนหรงนั่งเล่นอยู่ก่อนหน้า สายตาของเขาหยุดอยู่ที่กระดาษวาดภาพหลายแผ่นนั่นค้างนาน

หนึ่งในนั้นเป็นภาพป่าไผ่ วาดด้วยพู่กันลายเส้นเรียบง่าย แต่ละเอียดลึกซึ้งเกินกว่าจะเป็นฝีมือเด็กห้าขวบ

อีกภาพเป็นเงาเด็กสามสี่คนรุมล้อมอยู่รอบเด็กคนหนึ่งที่กำลังล้มอยู่บนพื้น

คุณชายหยวนใช้เพียงปลายนิ้วเคาะเบา ๆ บนขอบกระดาษ

“เก็บภาพพวกนี้ไว้”

บ่าวที่ยืนรออยู่ข้างประตูก้มศีรษะรับคำ

“แล้วส่งคนไปติดตามแม่นางผู้นั้นขณะออกจากจวนด้วย”

ชายหนุ่มพยักหน้า แล้วถอยกายหายไปตามคำสั่ง

เจ้าของคฤหาสน์หมุนกายเดินออกจากห้องอย่างเงียบงัน ราวกับวัตถุประสงค์ในการนั่งอยู่ที่ห้องรับรองนี้...จบสิ้นเพียงเท่านั้น

แสงสุดท้ายของวันคล้อยต่ำจนลับขอบฟ้าแล้ว ลู่ชิงหรูกระชับมือที่จูงลู่เทียนหรงไว้แน่นขึ้นเล็กน้อย เมื่อสองพี่น้องก้าวพ้นแนวคฤหาสน์หยวนเข้าสู่เส้นทางลัดเลาะป่าไผ่กลับบ้าน

“อาหรง” ชิงหรูเอ่ยเสียงเบา “เจ้าบอกพี่ได้หรือยัง...ว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่”

ลู่เทียนหรงเงียบไปอึดใจหนึ่ง ก่อนจะค่อย ๆ เอ่ยเสียงแผ่ว

“อามู่บอก...พี่เรียกข้า ให้ไปหาที่หน้า ป่าไผ่”

“แล้วเจ้าเชื่อ?”

“ไม่...แต่เขาบอกว่าถ้าไม่ไป พี่จะโกรธข้า…”

คำพูดนั้นคล้ายหนามเล็ก ๆ แทงลงกลางใจของชิงหรู นางไม่พูดขัด เพียงฟังเงียบ ๆ นางเข้าใจเด็กชายน้อย

“แล้วเขาทำอะไรต่อ?”

“เขาก็...ผลักข้า ล้อมข้าไว้กับเพื่อนเขา...ข้าวิ่งหนี หลง” เสียงเด็กชายเบาลงจนแทบกลืนไปกับเสียงลมไผ่ “แล้วก็ได้พี่ชายชุดดำคนหนึ่ง...มาเจอข้า”

ชิงหรูนิ่งงัน

ความรู้สึกหลากหลายพัดผ่านในอก โกรธ ห่วง เจ็บปวด และรู้สึกผิดที่ปล่อยให้น้องชายต้องเผชิญสิ่งเหล่านั้นเพียงลำพัง

“เจ้ารู้สึกอย่างไรกับเรื่องนี้”

ลู่เทียนหรงส่ายหน้าเบา ๆก่อนเอ่ยตอบ “ไม่อยากร้องไห้...แต่โกรธ แล้วก็เสียใจ”

ชิงหรูหยุดเดินแล้วย่อตัวลงเล็กน้อย ก้มมองสบกับดวงตาน้องชายที่ใสซื่อแต่ก็เจือความเหนื่อยล้าจาง ๆ

“ถ้าพี่ถามว่าเจ้าอยากเอาคืนพวกเขาหรือเปล่าล่ะ”

เด็กน้อยชะงักก่อนจะพยักหน้าแม้สายตาจะเต็มไปด้วยความลังเล “…ข้าอยาก แต่…ข้าไม่รู้”

มุมปากชิงหรูยกขึ้นเล็กน้อย ดวงตาวาววับราวกับแมวป่าที่กำลังซ่อนเล็บพร้อมข่วนคน

“ถ้าอย่างนั้น...เดี๋ยวพี่สอนเจ้าเอง”

นางช้อนตัวน้องชายขึ้นอุ้มแนบอก เด็กน้อยหัวเราะเบา ๆ อย่างไว้วางใจ สายลมเย็นพัดผ่านแนวไผ่ เงาไม้ไผ่ไหวซ้อนเป็นลวดลายบนพื้นดินนางอาศัยเพียงแสงจันทร์ก็สามารถเดินได้สบายแล้ว สายตาของนางสามารถมองได้ดีในที่มืดอย่างที่ฝึกฝนมาแต่ชาติก่อน

ข้างทางมีหญ้ารกพาดลู่ชิงหรูก็เอื้อมมือไปหยิบมีดขนาดพกจากข้างเอว ฟันหญ้าเบื้องหน้าทันที

ฉับ!

‘เฮ้! เจ้าใช้ข้า ผู้เคยตัดคอคน…มาตัดหญ้า?’ เสียงอิ๋นอิ๋นดังขึ้นในหัวด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ ‘นี่ข้าเคยเป็นระบบสายลับนะ ข้าไม่ใช่มีดพกไว้ใช้ในสวน!’

ชิงหรูเมินเสียงบ่นไม่หยุดนั้น ใบหน้าสงบดังเดิมแม้มุมปากจะยกอย่างชอบใจก็ตาม

“เงียบหน่อย ก่อนข้าจะตัดอะไรอย่างอื่นแทนหญ้า”

เสียงระบบเงียบไปในทันที นางรู้ว่าเจ้าระบบไม่ชอบอะไรยิ่งกว่าหญ้า ก็เหมือนกับเวลาจัดการคนก็ต้องรู้จุดอ่อนค่อยลงมือเช่นกัน

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ระบบเชฟพาสายลับทำอาหารเลี้ยงชีพ   บทที่ 64 ขนมเป็นเหตุ

    บทที่ 64ขนมเป็นเหตุตำหนักชิงหลงเงียบงันเช่นทุกคราแต่ที่ต่างออกไปคงกลิ่นหอมของผลไม้จาง ๆ ที่ลอยโชยเข้ามาพร้อมเสียงฝีเท้าขันทีที่ก้าวเข้ามาอย่างระมัดระวังกล่องไม้เนื้อดีผูกเชือกอย่างดีถูกวางลงบนโต๊ะไม้จันทน์ เฉินกงกงขยับเข้าใกล้ เอ่ยรายงานเสียงเบา“เป็นขนมมาจากตำหนักเฉินหลงพ่ะย่ะค่ะ องค์ชายรองทรงรับสั่งให้ส่งมาถวายพระองค์… พร้อมอีกส่วนหนึ่งส่งไปตำหนักของฮองเฮา”ฉู่เหวินซีไม่เอ่ยถามใด ดวงตาสีนิลจับอยู่ที่กล่องนั้นนิ่ง ๆ ไม่ใช่เพราะสนใจขนมที่ใครส่งมาแต่เป็นเพราะกลิ่นที่ลอยโชยออกมามันคุ้นเคยอย่างน่าประหลาดต่างหาก เขายื่นมือไปคลายเชือกไหมช้า ๆ ฝาเปิดออก กลิ่นหอมละมุนของผลไม้สุกก็ลอยแตะปลายจมูกทันทีปลายนิ้วของเขาชะงักทันใด ขนมหน้าตาเช่นนี้ ประหลาดแต่เขาเคยเห็นมาก่อน เพียงแต่ต่างออกไปแค่น้ำราดข้างบนเท่านั้น แต่แก่นแท้ดูแล้วไม่ต่างออกไปจากสิ่งที่เขาคิดแน่นอนว่าขนมตรงหน้าไม่ใช่ใครที่ไหนจะทำได้!“เตรียมเสื้อคลุม”เฉินกงกงสะดุ้งเงยหน้าขึ้นมองเจ้านายทันใด “พระองค์จะเสด็จออกไปยามนี้หรือพ่ะย่ะค่ะ?”คำถามไม่ได้รับคำตอบ ฉู่เหวินซีเพียงก้าวออกจากตำหนักชิงหลงด้วยจังหวะการเดินไม่ช้าแต่ก็ไม่เร็วให้ใค

  • ระบบเชฟพาสายลับทำอาหารเลี้ยงชีพ   บทที่ 63 ให้ส่งไปของตำหนักของพี่ใหญ่ด้วย

    บทที่ 63ให้ส่งไปของตำหนักของพี่ใหญ่ด้วยลู่ชิงหรูก้าวเข้าสู่ครัวของตำหนักองค์ชายรอง สถานที่ซึ่งแม้เรียกว่าครัว แต่กลับกว้างขวางสะอาดสะอ้านจนนึกว่าเป็นห้องรับรองชั้นดีอีกห้องหนึ่ง เครื่องครัวเรียงรายครบถ้วนจนน่าอิจฉา กระเบื้องเคลือบพื้นหินเย็นจับฝ่าเท้าอาฮวาเดินตามหลังมาอย่างเงียบเชียบ เมื่อครู่ก็เพียงช่วยจัดเตรียมผ้ากันเปื้อนให้นางพ่อครัวหลวงสามคนที่ประจำครัวต่างจ้องนางด้วยสีหน้าสงบแต่มีคำถามในแววตา พวกเขาอาจไม่กล้าแสดงออกชัดเจน แต่ดูจากกิริยาก็รู้ว่ารู้สึกเหมือนโดนล้ำเขตอาชีพชิงหรูมองไปรอบห้อง ก่อนจะแสร้งยิ้มอย่างครุ่นคิด“ข้าจะทำขนมโดยใช้ลูกพลับสุกที่ต้องคัดเฉพาะจากต้นลูกโตเปลือกบาง สีแดงเข้ม มีไหมเจ้าคะ? และสาลี่น้ำผึ้งรสหวาน แต่ขอที่ผิวนุ่มเล็กน้อยนะเจ้าคะ...อ้อ ถ้ามีผลไม้เปรี้ยวหวานอย่างอื่นด้วยก็จะดีมาก”พ่อครัวใหญ่ขมวดคิ้วเล็กน้อย “ของพวกนี้มิได้เตรียมไว้ครบขอรับ ต้องไปเลือกที่คลัง”“เช่นนั้นก็ขอรบกวนท่านช่วยดูให้หน่อยเถิดเจ้าค่ะ” ลู่ชิงหรูกล่าวพร้อมรอยยิ้มจริงใจและท่าทีนอบน้อมพ่อครัวหลวงทั้งสามสบตากันก่อนจะพยักหน้าอย่างมิอาจปฏิเสธ แล้วรีบออกไปทันทีเมื่อประตูครัวปิดลง ควา

  • ระบบเชฟพาสายลับทำอาหารเลี้ยงชีพ   บทที่ 62 สะพานเชื่อมไปยังอำนาจ

    บทที่ 62สะพานเชื่อมไปยังอำนาจหลายวันก่อน มีนางกำนัลของตำหนักเฉินหลงมามอบจดหมายถึงมือของบ่าวชิงหรู บอกว่าองค์ชายรองมีความประสงค์ให้นางไปพบที่พระตำหนัก มิได้ระบุเหตุผลชัดเจนอาฮวาเองก็อดถามขึ้นมาไม่ได้“คุณหนูใหญ่เจ้าคะ…วันนี้ท่านจะไปวังจริงหรือเจ้าคะ? หากฮูหยินรองไม่ยินดี…”“ฮวา” ลู่ชิงหรูเอ่ยเรียบ ๆ ดวงตาฉายแววเยียบเย็น “ข้าก็ไม่อาจขัดพระประสงค์ขององค์ชายรองได้เช่นกัน เจ้าคิดว่าระหว่างคำสั่งเวินซื่อกับองค์ชายในวัง…ข้าควรเลือกฟังผู้ใด?”อาฮวาก้มหน้า “บ่าวไม่กล้าคิดเพคะ”“เพียงแต่…” ลู่ชิงหรูวางเสียงราบเรียบ “ข้าคิดว่าวันนี้นางคงไม่ปล่อยให้ข้าไปเพียงลำพัง เสวี่ยเอ๋อร์…คงจะตามไปด้วยแน่นอน”คำคาดการณ์นั้นแม่นยิ่งกว่าคำทำนายใดเมื่อแต่งตัวเสร็จแล้ว ชิงหรูออกมายืนรอหน้าจวนเพียงครู่ รถม้าประดับตราเฉินหลงขององค์ชายรองก็มาหยุดอยู่หน้าประตูอย่างเด่นตระหง่าน บ่าวข้างจวนและชาวบ้านละแวกนั้นต่างแอบมามุงดูเหตุการณ์อยู่ไม่ไกลนัก บ้างก็ซุบซิบ บ้างก็แย้มยิ้มแต่เงี่ยหูรอคอยและไม่นานนัก เวินซื่อก็ค่อย ๆ พยุงเสวี่ยเอ๋อร์ในชุดผ้าไหมสีชมพูอ่อนปักลายกวางชมดอกเหมย ออกมาหน้าจวนอย่างถนุถนอม ราวกับกลัวบุตรสาว

  • ระบบเชฟพาสายลับทำอาหารเลี้ยงชีพ   บทที่ 61 นางมีนัดกับองค์ชายรอง

    บทที่ 61นางมีนัดกับองค์ชายรองยามค่ำคืนในตำหนักชิงหลงสงบเงียบจนได้ยินแม้แต่เสียงสายลมพัดกิ่งไผ่กระทบกันเบา ๆ เงาไฟจากตะเกียงน้ำมันสะท้อนเคลื่อนไหวอยู่บนผนังหินสีดำ พระพักตร์ขององค์ชายใหญ่แลดูไร้อารมณ์ ขณะถอดเสื้อนอกออกอย่างเชื่องช้า ดวงตาสีนิลของเขากลับไม่อยู่กับเนื้อกับตัวคุณหนูจากสกุลลู่…หญิงสาวที่ปรากฏตัวแทนยังสถานที่นัดในวันนี้...ไม่ใช่นางคนนั้นภาพของหญิงสาวในชุดเรียบง่ายที่เคยก้มหน้าก้มตารอเขากินอาหารตอนเขาพักอยู่ที่เมืองเฟิ่งเซียนยังแจ่มชัดอยู่ในความทรงจำ สีหน้าระรื่นหยาดเยิ้มของคุณหนูจากสกุลลู่ในวันนี้ขัดแย้งกับความสุขุมลึกของแววตาของนางยังแจ่มชัดในสายตาเขาเขาเอื้อมมือหยิบกล่องขนมที่ถูกส่งมาจากจวนลู่ซึ่งยังวางอยู่บนโต๊ะ เปิดฝาแล้วจ้องมองขนมถั่วสลักรูปเหยี่ยวบน รูปร่างและลายเส้น...เหมือนป้ายหยกของเขาไม่มีผิดเพี้ยน“แล้วนางรู้ได้อย่างไร...” เสียงต่ำของเขาดังขึ้นแผ่วเบาในห้องเงียบงันไม่ใช่ใครก็ได้ที่จะรู้ตราประจำตัวของเขาในฐานะผู้นำองค์กรเงาในเมืองเฟิ่งเซียน นอกจากผู้เคยอยู่ใกล้ชิดเขาตอนอยู่เมืองเฟิ่งเซียนแล้วจะมีใครไหนรู้อีกเล่าเขาหรี่ตา แววตาเย็นเยียบ“เฉินอัน” เขาเอ่ยเร

  • ระบบเชฟพาสายลับทำอาหารเลี้ยงชีพ   บทที่ 60 เจ้าติดหนี้ข้าหนึ่งครั้ง

    บทที่ 60เจ้าติดหนี้ข้าหนึ่งครั้งเมื่อบทสนทนาในห้องทำงานจบลง ลู่ชิงหรูก็ค้อมกายขอตัวออกมาอย่างนอบน้อม นางเดินออกจากห้องไปโดยมีอาฮวาเดินตามเงียบ ๆฝีเท้าของนางช้ากว่าปกติเพราะรออะไรบางอย่างอยู่‘เจ้าวางเหยื่อล่อ กระตุกความรู้สึกคนได้ชำนาญนัก’ดวงตานิ่งราบของลู่ชิงหรูกะพริบช้ายิ้มรับคำชมของหยางอิ๋นแล้วแล้วในจังหวะที่กำลังจะเลี้ยงออกจากเขตของเรือนหลักแล้วนั้นเสียงหนึ่งก็ดังขึ้นข้างหลัง“คุณหนูลู่”ลู่ชิงหรูหยุดฝีเท้าก่อนหันกลับมาอย่างเชื่องช้าฉู่เหวินซานยืนอยู่ไม่ไกล ใบหน้าสงบ สายตาทอดมองมาอย่างเรียบเรื่อย แต่ในแววตากลับเหมือนมีอะไรบางอย่างซ่อนอยู่“องค์ชายรองมีเรื่องอันใดให้หม่อมฉันรับใช้หรือเพคะ?”“ข้ามาเยี่ยมจวนคราวนี้ยังไม่ได้ชมเหล่าดอกท้อที่กำลังบานเลย พาข้าเดินชมสวนหน่อยสิ”เขาเอ่ยเหมือนพูดเรื่องธรรมดาทั้งที่ในยุคนี้พบปะของบุรุษสตรีพบไม่บ่อยนักลู่ชิงหรูยกมุมปากขึ้นเล็กน้อยก่อนจะย่อคำนับ “หม่อมฉันยินดีเพคะ”เมื่อหันไปส่งสัญญาณให้อาฮวา อาฮวาก็เข้าใจถอยห่างไปพร้อมบ่าวคนอื่น ทิ้งให้ทั้งสองเดินเคียงกันในสวนที่ยังไม่เห็นดอกไม้บานสะพรั่งอย่างที่อีกคนเอ่ยอ้างก่อนหน้าสักนิดเดินเงียบมาพ

  • ระบบเชฟพาสายลับทำอาหารเลี้ยงชีพ   บทที่ 59 คะแนนความพอใจหลักร้อยมาอีกแล้ว

    บทที่ 59คะแนนความพอใจหลักร้อยมาอีกแล้วสายตาของฉู่เหวินซานจับจ้องอยู่ที่ชิงหรูอย่างไม่ปิดบัง...ไม่ใช่เพราะเครื่องแต่งกาย ไม่ใช่เพราะความงามเหนือกว่าสตรีใดที่เขาเคยเจอ แต่เพราะบางอย่างในดวงตานิ่งลึกคู่นั้นที่ดูคล้าย...ไม่ยินดียินร้ายต่อการมีอยู่ของเขาเท่าที่ควรต่างหากใต้เท้าลู่กระแอมเบา ๆ ขัดบุตรสาวที่เขาเองก็เพิ่งใกล้ชิดคราแรกอย่างพยายามแสดงออกว่าไม่ได้ห่างเหินกันต่อหน้าคนนอก แม้จะประหลาดใจว่าเหตุใดบุตรสาวคนโตถึงมาหาเขาในวันที่มีแขกพอดีแต่ก็ต้องรับสถานการณ์ตรงหน้าก่อนจึงปัดความสงสัยทิ้งไปชั่วคราวก่อน“ไหน ๆ ก็มาถึงแล้ว นั่งลงก่อน เจ้านำขนมอะไรมาด้วยหรือ?”ลู่ชิงหรูยิ้มรับอย่างยินดีก่อนพยักหน้าเบา ๆ ให้ฮวาวางขนมในถาดลงบนโต๊ะที่คั่นระหว่างบุรุษในห้องทั้งสองก่อนสีไข่น่าจะนุ่มส่งกลิ่นหอมชวนให้น้ำลายสอทันใด“ข้าเพิ่งลองทำขนมสูตรใหม่เจ้าค่ะ ...คิดว่าอยากให้ท่านพ่อได้ลองชิม...”“ไม่รู้ว่าเจ้าก็ทำขนมเป็นด้วย มันคือขนมอันใดเหตุข้าไม่เคยเห็นมาก่อน...”ลู่ไห่เทียนเลื่อนขนมจานหนึ่งให้ไปอยู่ตรงหน้าของผู้มีศักดิ์สูงกว่า ก่อนจะเงยหน้าถามบุตรสาวของตน“เป็นขนมเนื้อนุ่มรสเกาลัดเจ้าค่ะ”“กลิ่นหอมอีกท

  • ระบบเชฟพาสายลับทำอาหารเลี้ยงชีพ   บทที่ 19 เจ้าปามีดใส่ทุกคนที่เดินผ่านเช่นนี้หรือ?

    บทที่ 19เจ้าปามีดใส่ทุกคนที่เดินผ่านเช่นนี้หรือ?ภายในบ้านเงียบสงบมีเพียงเสียงลมหวิวจากนอกหน้าต่าง ม่านสีซีดไหวกระทบกับขอบไม้ดังเบา ๆ ไป๋อี้เหยานั่งอยู่ริมตั่งแววตาเหม่อลอยทอดมองไปยังทางประตูหน้าบ้านที่ลู่ชิงหรูกับลู่เทียนหรงเพิ่งก้าวจากไปเมื่อไม่กี่เค่อก่อนนานเนิ่นกว่าที่หญิงวัยกลางคนจะเอ่ยคำใดอ

  • ระบบเชฟพาสายลับทำอาหารเลี้ยงชีพ   บทที่ 18 ผู้ดีเก่าเมียขุนนาง หรือ เมียโจร

    บทที่ 18ผู้ดีเก่าเมียขุนนาง หรือ เมียโจรกลางลานมุงแน่นไปด้วยผู้คน ไป๋อี้เหยา มารดาของชิงหรูนั่งหน้าซีดอยู่บนเก้าอี้เก่าตัวหนิ่งมีป้าเจาคอยประคองไม่ห่าง ส่วนลู่เทียนหรงยืนนิ่งอยู่ข้าง ๆ เบื้องหน้านั้นมี เถียนเหล่ย สามีของนางหู ผู้เคยเป็นทหารเก่า เขายืนเด่นอยู่กลางฝูงชน สีหน้าท่าทางดูไม่ใช่แค่โมโหแ

  • ระบบเชฟพาสายลับทำอาหารเลี้ยงชีพ   บทที่ 17 ทุกคนหายไปไหนหมด?

    บทที่ 17ทุกคนหายไปไหนหมด?‘แค่ก้าวแรกก็ถูกไล่เปลี่ยนเสื้อผ้าแล้ว ให้ข้าเดาไหมล่ะว่าเขาเรื่องมากระดับไหน’ เสียงเจ้าอิ๋นอิ๋นดังแว่วขึ้นในหัวด้วยน้ำเสียงติดขำเชิงหยอกเย้าเจ้านาย‘อย่างน้อยเขาก็ไม่ได้ไล่ข้ากลับตั้งแต่แรก ถือว่ายังพอมีโอกาสอยู่บ้าง’ ลู่ชิงหรูตอบในใจนางได้รับชุดบ่าวของสตรีมา เมื่อเปลี

  • ระบบเชฟพาสายลับทำอาหารเลี้ยงชีพ   บทที่ 16 คฤหาสน์ข้าไม่ต้อนรับคนสกปรก

    บทที่ 16คฤหาสน์ข้าไม่ต้อนรับคนสกปรกรถม้าคันหรูหนึ่งจอดหน้าภัตตาคารจินฮวา ท่ามกลางสายตาของผู้คนที่สัญจรไปมา ชายหนุ่มผู้หนึ่งก้าวลงมาจากรถด้วยท่วงท่าทรงสง่า ผ้าแพรคลุมไหล่เนื้อดีพลิ้วตามแรงลม บ่งบอกถึงฐานะสูงศักดิ์ที่ไม่ต้องอาศัยคำอธิบายเพิ่มเติมใดเขาคือ เซียวหลิงชวน บุตรชายคนเดียวของท่านเจ้าเมือง

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status