Home / รักโบราณ / ระบบเชฟพาสายลับทำอาหารเลี้ยงชีพ / บทที่ 8 เดี๋ยวพี่สอนเจ้าเอง

Share

บทที่ 8 เดี๋ยวพี่สอนเจ้าเอง

last update Last Updated: 2026-01-08 12:08:14

บทที่ 8

เดี๋ยวพี่สอนเจ้าเอง

เมื่อประตูขนาดใหญ่เปิดออก ลู่ชิงหรูก็ถูกนำเข้าไปในคฤหาสน์โดยบ่าวชายผู้หนึ่งที่ไม่ได้เอ่ยคำใดเลยตลอดทาง

เขาเดินนำโดยไร้เสียง ฝีเท้าสม่ำเสมอราวเดินตามจังหวะของนาฬิกาล่องหน ความเงียบงันในคฤหาสน์ใหญ่ทำให้ยิ่งรู้สึกเหมือนกำลังเดินอยู่ในสถานที่ร้าง…หากไม่เป็นเพราะเครื่องเรือนที่ประดับไว้อย่างวิจิตรงดงาม บ่งบอกถึงความมั่งคั่งและรสนิยมสูงส่งของเจ้าของบ้าน ลู่ชิงหรูก็คงคิดว่าไม่มีผู้คนอาศัยอยู่ในเรือนนี้เสียแล้ว

บรรยากาศรอบตัวนางสงบจนเกินไป…กลายเป็นอึมครึมเยือกเย็น

เมื่อบ่าวหยุดยืนหน้าห้องหนึ่ง เขาเปิดประตูให้แล้วโค้งตัวถอยออกโดยไม่กล่าวคำใด

ภายในเป็นห้องรับรองกว้างขวาง ตกแต่งเรียบง่ายแต่ทุกสิ่งล้วนมีราคา โต๊ะไม้สลักตั้งกลางห้อง หน้าต่างเปิดออกกว้างให้แสงภายนอกส่องลอดเข้ามาภายในบ้าง

และที่โต๊ะในสุดหลังห้องนั้น ลู่ชิงหรูเห็นบุรุษผู้หนึ่งนั่งอยู่ เงาร่างสูงในชุดคลุมเข้มกำลังก้มหน้าอ่านตำรา ผมยาวถูกรวบไว้อย่างเรียบร้อย แม้จะยังไม่เห็นใบหน้าชัดเจน แต่แค่ท่วงท่าและความสงบในอากัปกิริยาก็ทำให้รู้ว่าเขาน่าจะคือคุณชายหยวนเจ้าของคฤหาสน์นี้

ทว่าความสนใจของชิงหรูกลับไปหยุดอยู่ที่อีกมุมหนึ่งของห้องแทนในเวลาต่อมา...

“อาหรง...”

เสียงของนางแผ่วเบาแต่นุ่มละมุน เด็กชายตัวเล็กที่นั่งอยู่ตรงโต๊ะเล็ก ๆ เงยหน้าขึ้นทันทีที่ได้ยินเสียงนั้น

“ท่านพี่!”

ลู่เทียนหรงกระโจนลงจากเก้าอี้ วิ่งมาหาชิงหรูเต็มแรงเหมือนลูกแมวตัวน้อยกลับเข้าสู่อ้อมอกแม่

ชิงหรูก้มลงรับร่างเล็กเข้ากอดแน่น มือไล้ดูตามต้นแขน ข้อมือ และลำตัว เห็นรอยฟกช้ำจาง ๆ ที่ถูกทายาไว้แล้วกับแผลเล็กน้อยที่มีผ้าพันอยู่เรียบร้อย

“เป็นอย่างไรบ้าง เจ้าเจ็บตรงไหนอีกหรือเปล่า?”

น้ำเสียงของนางอ่อนโยนแต่สั่นเครืออยู่ในทีเพราะความสงสารผู้เป็นน้องชาย

ลู่เทียนหรงส่ายหน้าแรง ๆเพื่อยืนยันให้พี่สาวเห็นชัด “ไม่เจ็บ ข้า…มีคนใจดีอยู่ด้วย”

สายตาของนางเหลือบไปเห็นชุดที่เด็กชายสวม เป็นผ้าดีฝีเย็บประณีต แม้จะหลวมไปบ้างแต่ก็ดูสะอาดกว่าที่เขาเคยใส่ หัวใจชิงหรูอบอุ่นขึ้นมาเล็กน้อย นางหันกลับไปมองบุรุษที่นั่งก้มหน้าอ่านหนังสือด้วยแววตาที่เปลี่ยนไป

แม้เขาจะไม่เงยหน้าขึ้น ไม่พูดอะไรเลยตั้งแต่แรก แต่สิ่งที่เขาทำให้กับน้องชายของตนก็ชัดเจนยิ่งกว่าคำพูดใด

ชิงหรูจูงมืออาหรงไว้แน่นแล้วเดินไปยังตำแหน่งนั่งของชายหนุ่มกลางห้อง ก่อนหยุดยืนตรงหน้าแล้วโค้งเล็กน้อย

“ขอบคุณคุณชายมาก ที่ช่วยดูแลน้องชายข้า”

เงาร่างนั้นยังคงไม่ไหวติง เขายังนั่งอยู่ในท่าเดิม ก้มหน้าอ่านหนังสืออย่างใจเย็นราวกับไม่มีนางและเทียนหรงอยู่ตรงหน้าเลย

...ไม่มีเสียงตอบ ไม่มีการขยับ ไม่มีแม้แต่จะเงยหน้ามอง

เวลาผ่านไปจนเขาเปิดหน้าในหนังสือ เสียงแผ่วเบาหนึ่งเดียวเล็ดลอดออกมาจากริมฝีปากของเขา

“อืม”

ชิงหรูพยักหน้ารับเบา ๆ เข้าใจได้ว่าคงไม่ต้องการถูกรบกวน นางจึงหมุนกายพาน้องชายเดินออกจากห้องอย่างเงียบงัน เพราะอย่างไรก็ถือว่านางได้เอ่ยบอกขอบคุณเขาไปแล้วจะรับหรือไม่ก็เรื่องของเขาเถอะ

และมื่อประตูปิดลงและเสียงฝีเท้าสองพี่น้องค่อย ๆ เบาลง

คุณชายหยวนจึงเงยหน้าขึ้นเป็นครั้งแรก ดวงตาคู่นั้นคมลึกดั่งนกอินทรีย์มองไปยังบานประตูที่เพิ่งปิดลง

เขานิ่งอยู่ครู่หนึ่งอย่างไม่มีอารมณ์จะอ่านอันใดต่อ ก่อนจะวางหนังสือลงแล้วลุกขึ้นยืน แต่ในขณะเดินผ่านโต๊ะเล็กริมหน้าต่างที่เทียนหรงนั่งเล่นอยู่ก่อนหน้า สายตาของเขาหยุดอยู่ที่กระดาษวาดภาพหลายแผ่นนั่นค้างนาน

หนึ่งในนั้นเป็นภาพป่าไผ่ วาดด้วยพู่กันลายเส้นเรียบง่าย แต่ละเอียดลึกซึ้งเกินกว่าจะเป็นฝีมือเด็กห้าขวบ

อีกภาพเป็นเงาเด็กสามสี่คนรุมล้อมอยู่รอบเด็กคนหนึ่งที่กำลังล้มอยู่บนพื้น

คุณชายหยวนใช้เพียงปลายนิ้วเคาะเบา ๆ บนขอบกระดาษ

“เก็บภาพพวกนี้ไว้”

บ่าวที่ยืนรออยู่ข้างประตูก้มศีรษะรับคำ

“แล้วส่งคนไปติดตามแม่นางผู้นั้นขณะออกจากจวนด้วย”

ชายหนุ่มพยักหน้า แล้วถอยกายหายไปตามคำสั่ง

เจ้าของคฤหาสน์หมุนกายเดินออกจากห้องอย่างเงียบงัน ราวกับวัตถุประสงค์ในการนั่งอยู่ที่ห้องรับรองนี้...จบสิ้นเพียงเท่านั้น

แสงสุดท้ายของวันคล้อยต่ำจนลับขอบฟ้าแล้ว ลู่ชิงหรูกระชับมือที่จูงลู่เทียนหรงไว้แน่นขึ้นเล็กน้อย เมื่อสองพี่น้องก้าวพ้นแนวคฤหาสน์หยวนเข้าสู่เส้นทางลัดเลาะป่าไผ่กลับบ้าน

“อาหรง” ชิงหรูเอ่ยเสียงเบา “เจ้าบอกพี่ได้หรือยัง...ว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่”

ลู่เทียนหรงเงียบไปอึดใจหนึ่ง ก่อนจะค่อย ๆ เอ่ยเสียงแผ่ว

“อามู่บอก...พี่เรียกข้า ให้ไปหาที่หน้า ป่าไผ่”

“แล้วเจ้าเชื่อ?”

“ไม่...แต่เขาบอกว่าถ้าไม่ไป พี่จะโกรธข้า…”

คำพูดนั้นคล้ายหนามเล็ก ๆ แทงลงกลางใจของชิงหรู นางไม่พูดขัด เพียงฟังเงียบ ๆ นางเข้าใจเด็กชายน้อย

“แล้วเขาทำอะไรต่อ?”

“เขาก็...ผลักข้า ล้อมข้าไว้กับเพื่อนเขา...ข้าวิ่งหนี หลง” เสียงเด็กชายเบาลงจนแทบกลืนไปกับเสียงลมไผ่ “แล้วก็ได้พี่ชายชุดดำคนหนึ่ง...มาเจอข้า”

ชิงหรูนิ่งงัน

ความรู้สึกหลากหลายพัดผ่านในอก โกรธ ห่วง เจ็บปวด และรู้สึกผิดที่ปล่อยให้น้องชายต้องเผชิญสิ่งเหล่านั้นเพียงลำพัง

“เจ้ารู้สึกอย่างไรกับเรื่องนี้”

ลู่เทียนหรงส่ายหน้าเบา ๆก่อนเอ่ยตอบ “ไม่อยากร้องไห้...แต่โกรธ แล้วก็เสียใจ”

ชิงหรูหยุดเดินแล้วย่อตัวลงเล็กน้อย ก้มมองสบกับดวงตาน้องชายที่ใสซื่อแต่ก็เจือความเหนื่อยล้าจาง ๆ

“ถ้าพี่ถามว่าเจ้าอยากเอาคืนพวกเขาหรือเปล่าล่ะ”

เด็กน้อยชะงักก่อนจะพยักหน้าแม้สายตาจะเต็มไปด้วยความลังเล “…ข้าอยาก แต่…ข้าไม่รู้”

มุมปากชิงหรูยกขึ้นเล็กน้อย ดวงตาวาววับราวกับแมวป่าที่กำลังซ่อนเล็บพร้อมข่วนคน

“ถ้าอย่างนั้น...เดี๋ยวพี่สอนเจ้าเอง”

นางช้อนตัวน้องชายขึ้นอุ้มแนบอก เด็กน้อยหัวเราะเบา ๆ อย่างไว้วางใจ สายลมเย็นพัดผ่านแนวไผ่ เงาไม้ไผ่ไหวซ้อนเป็นลวดลายบนพื้นดินนางอาศัยเพียงแสงจันทร์ก็สามารถเดินได้สบายแล้ว สายตาของนางสามารถมองได้ดีในที่มืดอย่างที่ฝึกฝนมาแต่ชาติก่อน

ข้างทางมีหญ้ารกพาดลู่ชิงหรูก็เอื้อมมือไปหยิบมีดขนาดพกจากข้างเอว ฟันหญ้าเบื้องหน้าทันที

ฉับ!

‘เฮ้! เจ้าใช้ข้า ผู้เคยตัดคอคน…มาตัดหญ้า?’ เสียงอิ๋นอิ๋นดังขึ้นในหัวด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ ‘นี่ข้าเคยเป็นระบบสายลับนะ ข้าไม่ใช่มีดพกไว้ใช้ในสวน!’

ชิงหรูเมินเสียงบ่นไม่หยุดนั้น ใบหน้าสงบดังเดิมแม้มุมปากจะยกอย่างชอบใจก็ตาม

“เงียบหน่อย ก่อนข้าจะตัดอะไรอย่างอื่นแทนหญ้า”

เสียงระบบเงียบไปในทันที นางรู้ว่าเจ้าระบบไม่ชอบอะไรยิ่งกว่าหญ้า ก็เหมือนกับเวลาจัดการคนก็ต้องรู้จุดอ่อนค่อยลงมือเช่นกัน

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ระบบเชฟพาสายลับทำอาหารเลี้ยงชีพ   บทที่ 18 ผู้ดีเก่าเมียขุนนาง หรือ เมียโจร

    บทที่ 18ผู้ดีเก่าเมียขุนนาง หรือ เมียโจรกลางลานมุงแน่นไปด้วยผู้คน ไป๋อี้เหยา มารดาของชิงหรูนั่งหน้าซีดอยู่บนเก้าอี้เก่าตัวหนิ่งมีป้าเจาคอยประคองไม่ห่าง ส่วนลู่เทียนหรงยืนนิ่งอยู่ข้าง ๆ เบื้องหน้านั้นมี เถียนเหล่ย สามีของนางหู ผู้เคยเป็นทหารเก่า เขายืนเด่นอยู่กลางฝูงชน สีหน้าท่าทางดูไม่ใช่แค่โมโหแต่เต็มไปด้วยเจตนาข่มขู่ เขายังพาเพื่อนล่าสัตว์อีกสามคนมาด้วย“ไม่ต้องพูดมากแล้ว!” นางหูเท้าสะเอวตะโกนลั่น “เนื้อกวางตัวนั้นสามีของข้าล่ามาเองกับมือ เช้านี้ยังห้อยไว้ที่เรือน พอหายก็ไปเจอที่บ้านเจ้าพอดี! ไม่ใช่พวกเจ้าขโมยแล้วจะเป็นใคร?!”เสียงซุบซิบของชาวบ้านลอยแว่วมาพร้อมสายลม ผู้ใหญ่บ้านสีหน้าเคร่งเครียดอยู่ด้านข้าง พยายามพูดด้วยน้ำเสียงไกล่เกลี่ยตลอดทว่าก็ไม่สามารถสู้สองสามีภรรยาที่มีพรรคพวกน่าหวั่นเกรงได้“อย่างน้อยข้าก็ต้องเอาเนื้อกวางคืนมาให้ได้! ข้าถึงจะยุติ”เถียนเหล่ยตวาดลั่นต่อมาทันที “ข้ากับพวกเหนื่อยแทบตายกว่าจะล่าได้! พวกเจ้ามาขโมยไปใช้ได้ที่ไหน!”“ไม่รู้พวกเจ้าทำเนียนขโมยไปได้อย่างไร บอกผู้อื่นว่าเป็นผู้ดีเก่าเมียขุนนางในเมืองหลวงแต่ที่แท้ก็สันดานโจรเท่านั้นเอง!” นางหูเสริมเสียง

  • ระบบเชฟพาสายลับทำอาหารเลี้ยงชีพ   บทที่ 17 ทุกคนหายไปไหนหมด?

    บทที่ 17ทุกคนหายไปไหนหมด?‘แค่ก้าวแรกก็ถูกไล่เปลี่ยนเสื้อผ้าแล้ว ให้ข้าเดาไหมล่ะว่าเขาเรื่องมากระดับไหน’ เสียงเจ้าอิ๋นอิ๋นดังแว่วขึ้นในหัวด้วยน้ำเสียงติดขำเชิงหยอกเย้าเจ้านาย‘อย่างน้อยเขาก็ไม่ได้ไล่ข้ากลับตั้งแต่แรก ถือว่ายังพอมีโอกาสอยู่บ้าง’ ลู่ชิงหรูตอบในใจนางได้รับชุดบ่าวของสตรีมา เมื่อเปลี่ยนเป็นชุดผ้าฝ้ายสะอาดของคฤหาสน์ นางก็อดไม่ได้ที่จะลูบแขนเสื้อเบา ๆ“แม้แต่ชุดบ่าวก็ยังดูดีกว่าที่บ้านข้าเสียอีก…”นางพึมพำขณะจัดชายเสื้อให้เรียบร้อยเดี๋ยวจะถูกไล่ออกมาอีกทีได้ จากนั้นจึงรีบกลับไปยังห้องรับรองเดิมที่เจ้าบุรุษจอมเย็นชารออยู่เมื่อก้าวเข้าไปในห้อง หยวนเหวินซีกำลังนั่งหลังตรงอยู่ที่โต๊ะ ชายหนุ่มเพียงปรายตามองนางทีหนึ่ง ก่อนจะหันสายตากลับไปยังอาหารที่จัดวางเรียงตรงหน้าที่เพิ่งเอาออกจากกล่องไม้ แววตาเขายังนิ่ง แต่คล้ายแฝงความแปลกใจเมื่อเห็นรูปลักษณ์อาหารที่ไม่คุ้นตาบ่าวส่วนตัวที่ยืนข้างนายรีบเอ่ยเตือนเสียงเข้มเมื่อเห็นว่าชิงหรูกำลังเข้ามาใกล้เกินว่าควรแล้ว“แม่นางไม่ต้องเข้าใกล้ เพียงวางไว้แล้วออกมายืนนิ่ง ๆก็พอ คุณชายไม่ชอบให้ใครจุกจิกกับมื้ออาหารขอรับ”ยังไม่ทันที่ลู่ชิงหรูจะก

  • ระบบเชฟพาสายลับทำอาหารเลี้ยงชีพ   บทที่ 16 คฤหาสน์ข้าไม่ต้อนรับคนสกปรก

    บทที่ 16คฤหาสน์ข้าไม่ต้อนรับคนสกปรกรถม้าคันหรูหนึ่งจอดหน้าภัตตาคารจินฮวา ท่ามกลางสายตาของผู้คนที่สัญจรไปมา ชายหนุ่มผู้หนึ่งก้าวลงมาจากรถด้วยท่วงท่าทรงสง่า ผ้าแพรคลุมไหล่เนื้อดีพลิ้วตามแรงลม บ่งบอกถึงฐานะสูงศักดิ์ที่ไม่ต้องอาศัยคำอธิบายเพิ่มเติมใดเขาคือ เซียวหลิงชวน บุตรชายคนเดียวของท่านเจ้าเมืองเฟิ่งเซียง ผู้มีใบหน้าคมสันดวงตาสว่างกระจ่างดังทะเลสาบยามต้องแสง เมื่อเขาเดินเข้ามาภายในร้าน เสี่ยวเอ้อคนหนึ่งก็รีบตรงเข้าไปต้อนรับ“คุณชายเซียว เชิญท่านนั่งด้านในขอรับ ห้องชั้นบนยังว่างอยู่”“ไม่เป็นไร ข้าแค่อยากกินมื้อกลางวันธรรมดา”เซียวหลิงชวนยิ้มบางแล้วเลือกนั่งโต๊ะริมหน้าต่าง ทอดสายตามองออกไปยังถนนเบื้องนอก ก่อนเอ่ยขึ้น “ว่าแต่...วันนี้พ่อครัวหรูอยู่หรือไม่?”เสี่ยวเอ้อชะงักเล็กน้อยอย่างฉงนก่อนจะตอบเสียงสุภาพ“น่าเสียดาย พ่อครัวหรูเพิ่งออกไปได้ครู่เดียวเองขอรับ ไปส่งอาหารที่คฤหาสน์ตระกูลหยวน ด้วยเพราะเป็นงานใหญ่ เถ้าแก่เลยให้ไปดูแลด้วยตนเอง...”เซียวหลิงชวนนิ่งไปครู่หนึ่ง นิ้วมือเรียวเคาะเบา ๆ บนโต๊ะไม้ รอยยิ้มบาง ๆ บนริมฝีปากจางลง“คลาดกันเสียได้...”เขาพึมพำเสียงเบา ไม่แน่ใจว่าเป็นกา

  • ระบบเชฟพาสายลับทำอาหารเลี้ยงชีพ   บทที่ 15 นางมาเยือนที่คฤหาสน์ตระกูลหยวนครั้งที่สอง

    บทที่ 15นางมาเยือนที่คฤหาสน์ตระกูลหยวนครั้งที่สองกลิ่นหอมของงาคั่วลอยอบอวลทั่วห้อง ลู่ชิงหรูกำลังจัดวัตถุดิบลงบนโต๊ะเรียงเป็นหมวดหมู่ น้ำมันงาอย่างดี ข้าวสวยหุงใหม่ ปลาตากแห้งย่างเตรียมคลุกเครื่องเทศ เห็ดหอมแห้ง และผักกาดดอง ทั้งหมดเป็นของที่หาได้ในตลาดเมืองเฟิ่งเซียงนี้ทั้งสิ้น‘ซูชิ…?’นางเอ่ยพึมพำกับตนเอง ขณะนั่งพิจารณารูปในจอโฮโลแกรมที่โผล่ขึ้นมาตรงหน้า เป็นภาพจำลองเมนูจากระบบที่นางเคยลิ้มลองในอดีตชาติ เมนูนี้เหมาะสมที่สุดแล้วกับวัตถุดิบที่มีนี้‘หากจะดัดแปลงให้อยู่ในรูปแบบที่ยุคนี้ยอมรับได้ แนะนำให้ใช้ปลาตากแห้งย่างคลุกเครื่องเทศ แทนปลาดิบที่ไม่มีในที่นี้ และใช้น้ำราดจากซีอิ๊วเห็ดหอมผสมเหล้าจีนแทนน้ำราดแบบญี่ปุ่น จะได้ทั้งกลิ่นและรสที่ดี...’เสียงของหยางอิ๋นลอยเข้าโสตประสาท เป็นโทนเรียบจริงจังอย่างที่ยามทั่วไปไม่เจอแน่นอน“เริ่มจากทำน้ำราดรอก่อนแล้วกัน...”ลู่ชิงหรูหันไปหยิบซีอิ๊วไปหมักกับเห็ดหอมจากชามที่เคี่ยวไว้ก่อนหน้านี้ หยดผสมกับเหล้าจีนเล็กน้อย คนให้เข้ากันจนได้กลิ่นหอมฉุนแต่นุ่มลึก ชิมรสชาติแล้วก็ปรุงรสเพิ่มอีกเล็กน้อยจนกลมกล่อมดี นางค่อยเริ่มปั้นข้าวคำเล็ก ๆ ด้วยมือเปล่

  • ระบบเชฟพาสายลับทำอาหารเลี้ยงชีพ   บทที่ 14 คำสั่งด่วนจากตระกูลหยวน

    บทที่ 14คำสั่งด่วนจากตระกูลหยวนทันทีที่เท้าแตะพื้นท่าเรือ เซียวหลิงชวนก็รีบจัดการติดต่อทางการอย่างรวดเร็ว ขุนนางผู้รับหน้าที่ตรวจตราบริเวณท่าเรือเดินทางมาถึงภายในเวลาไม่นานก่อนหน้านั้นเขาก็เอ่ยปลอบใจชาวบ้านที่ยังตกใจกับเหตุการณ์บนเรือด้วยสีหน้าอ่อนโยน ท่าทีไม่ถือดีแม้จะเป็นถึงบุตรชายของเจ้าเมืองก็ตาม จากนั้นจึงเดินมายังลู่ชิงหรูและลู่เทียนหรงที่ยืนเงียบนิ่งอยู่ตรงมุมหนึ่ง“ข้าต้องขอบคุณแม่นางเป็นอย่างยิ่งอีกครั้ง ชาวบ้านบนเรือเมื่อครู่ฝากมาเช่นกัน”เซียวหลิงชวนประสานมือคำนับเล็กน้อย น้ำเสียงจริงใจทำให้ชิงหรูรู้สึกทำอันใดไม่ถูกโดยพลัน โดยปกติแล้วนางมักทำตามหน้าที่ตามภารกิจที่องค์กรสายลับมอบหมาย พอได้ช่วยคนโดยไม่หวังผลอันใดจึงรู้สึกว่าไม่รู้จะทำอย่างไรไปบ้าง หากนางอยู่ตรงนี้คงต้องรับคำขอบคุณอีกหลายรอบแน่ ทางที่ดีควรรีบพาอาหรงที่เกาะขานางอยู่ด้วยใบหน้าง่วงงุนมาสักพักกลับบ้านเสียที“ข้ารับคำขอบคุณไว้ แล้วฝากไปบอกพวกเขาว่าข้าเพียงช่วยตนเองเท่านั้นไม่ได้ตั้งใจช่วยใครไม่ต้องมาขอบคุณข้าอีก”หลิงชวนยิ้มมุมปากอย่างเข้าใจ เขามองท้องฟ้าที่เริ่มมืดแล้วสุดท้ายก็มองมาทางนางที่กำลังอุ้มน้องชายที่ห

  • ระบบเชฟพาสายลับทำอาหารเลี้ยงชีพ   บทที่ 13 เมื่อครู่มันมุกจีบสาว

    บทที่ 13เมื่อครู่มันมุกจีบสาวชายหนึ่งในกลุ่มนั้นชักมีดออกมาจากอกเสื้อ เงาวับสะท้อนแสงแดดพร้อมกระโดดขึ้นยืนโดดเด่นบนที่นั่งด้านหน้าสุด ก่อนชายอีกสองคนจะชักอาวุธตามออกมา กระตุ้นให้เสียงหวีดร้องดังระงมทันทีหญิงสาวคนหนึ่งกรีดร้องไม่หยุดก็ถูกฟาดด้วยสันมีดที่ไหล่ ล้มลงกุมแขนสะอื้นแทน นางรู้ว่าพวกเขาทำพอเป็นตัวอย่างเซียวหลิงชวนก้าวออกมาขวางไว้อย่างใจกล้า “อย่าทำร้ายใครอีก ข้ามีเงินเยอะ นี่เอาไปเถอะ!”เขาดึงถุงเงินออกมาแล้วโยนลงบนพื้นเรือทันทีชายคนหนึ่งเก็บขึ้นมา พลิกดูภายในสีหน้าฉายความพอใจเล็กน้อย แต่คนที่ดูเหมือนเป็นหัวหน้ากลับต่างออกไป“เงินแค่นี้ไม่พอ! ทรัพย์สินทั้งหมด เอาออกมาวางตรงนี้!”สายตามันไล่ไปทั่วเรือก่อนหยุดที่เด็กน้อยลู่เทียนหรง เด็กชายตัวเล็กที่หลบอยู่ข้างหลังพี่สาว แววตาสว่างวาบอย่างมีความคิดร้ายใหม่ทันใด“เด็กคนนั้นก็ใช้ได้ เอามา!”“อย่าแตะต้องเขา!”ลู่ชิงหรูที่มองนิ่งอยู่นานแทรกตัวขึ้นขวางอย่างอดไม่ไหวอีกต่อไป ใบหน้าสงบนิ่งแต่ดวงตาเย็นเฉียบไร้ความหวั่นเกรงเหมือนสตรีอื่น นางไม่ได้กลัวเพียงบุรุษร่างโตแต่เหมือนเพียงทรงตัวบนเรือยังทำได้ยากพวกนี้หรอก เพียงแต่นางไม่อยากทำร้

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status