Share

บทที่ 4

last update Tanggal publikasi: 2025-12-31 10:00:19

แผนการลุล่วงองค์ชายรองได้ขึ้นครองบัลลังก์ แต่ทุกอย่างกลับยังคงไม่จบ เพราะรากฐานของบัลลังก์นี้ยังไม่มั่นคง เช่นนี้เกาเฟิงเหยียนจึงไม่อาจกลับขึ้นหนี่ว์ซานดังใจหมาย เช่นกันกับหวังอวี่ที่ไม่อาจทิ้งศิษย์พี่ของตนเอาไว้ที่เมืองหลวง

“ส่งคนมาตอนนี้เท่ากับเปิดเผยตัวตน มีพวกเจ้าสี่คนอยู่กับข้า ผู้ใดกล้าบุกเข้ามามิเท่ากับเอาชีวิตมาทิ้งหรอกหรือ”

เกาเฟิงเหยียนเองก็ตระหนักว่าตนตกเป็นเป้าสังหารของอีกสองแคว้น สองปีที่รับตำแหน่งอัครมหาเสนาบดี มือสังหารที่ถูกส่งเข้ามาลอบสังหารเขา มีมากจนทุกวันนี้เขาเลิกนับไปแล้ว

การมาครั้งนี้เป็นความลับที่มีเพียงจักรพรรดิที่ทรงล่วงรู้ แม้เสี่ยงแต่หากเป็นเรื่องที่หวังอวี่ร้องขอ เขาเองก็ไม่อาจปฏิเสธ

สหายที่เติบโตมาพร้อมกับเขาผู้นี้แม้นิสัยประหลาด แต่ไม่เคยทำเรื่องเหลวไหลไร้สาระ

เสียงเอะอะดังขึ้นทันทีที่ฟ้าสาง เสียงตะโกนและความวุ่นวายตามมาติดๆ พร้อมกับเสียงฝีเท้าของคนมากมาย “นางวิ่งไปด้านหลังโรงเตี๊ยมแล้ว รีบตามเร็วเข้า!!!”

เสียงหนึ่งตะโกนแทรกเสียงแห่งความวุ่นวายขึ้น เรียกความสนใจของเกาเฟิงเหยียน เขามองไปยังทิศทางของต้นเสียงจากนั้นคิ้วเข้มก็มุ่นลงเล็กน้อย หลายคนที่ได้ยินเสียงตะโกนไม่ทันได้ฉุกคิดก็วิ่งอ้อมไปยังหลังโรงเตี๊ยม

“เกิดอะไรขึ้นหรือ” เยี่ยหลิงคว้าตัวเสี่ยวเอ้อน้อยเอาไว้ได้ก็รีบเอ่ยถาม

“มีคนเห็นเทพธิดาหนี่ว์ซานขอรับ นางสวมเสื้อคลุมสีขาวราวหิมะ ใบหน้างดงามสมกับเป็นเทพธิดาจริงๆ ข้าน้อยเห็นกับตาเลย!” เสี่ยวเอ้อกล่าวจบก็วิ่งจากไปทันที ไม่ต้องสงสัยว่ากำลังวิ่งตามสิ่งใดไป

“นายท่านให้ข้าน้อยตามไปหรือไม่ขอรับ” ต้าเหมิงเสนอตัว

“ไม่ต้อง” เกาเฟิงเหยียนส่ายหน้า “พวกเรากลับเมืองหลวงกันเถิด” เขาไม่ละสายตามาจากรถม้าของตนซึ่งจอดอยู่ไม่ไกล

โม่สวินมองตามจากนั้นก็หรี่ดวงตาลง

เกาเฟิงเหยียนก้าวนำไปยังรถม้า แต่โม่สวินกลับเป็นคนก้าวขึ้นไปก่อน และทันทีที่ชายหนุ่มเปิดม่านรถม้าก้าวเข้าไป ดวงตาของเขาพลันเบิกกว้าง

เกาเฟิงเหยียนสะกิดคนของตนจากด้านหลัง

โม่สวินที่มีท่าทีตกตะลึงเบี่ยงตัวหลบเล็กน้อย ดังนั้นเกาเฟิงเหยียนจึงได้เห็นสตรีนางหนึ่ง เปลี่ยนมาสวมเสื้อคลุมกันลมสีดำอีกตัวของเขาซึ่งทิ้งเอาไว้ในรถม้า

มองดูพื้นรถม้าเสื้อคลุมสีขาวราวหิมะถูกทิ้งเอาไว้ บวกกับเสี้ยวหน้าที่โผล่พ้นออกมาจากหมวกเสื้อคลุม ชายหนุ่มทั้งสองเดาได้ทันทีว่านางก็คือผู้ที่ถูกตามล่าในขณะนี้

โม่สวินเอื้อมมือไปดึงม่านรถม้าปิดลง เพื่อกั้นสายตาคนด้านนอก เกาเฟิงเหยียนขยับก้มตัวลงหยิบเสื้อคลุมสีขาวตัวนั้นขึ้น แต่ทันทีที่ขยับหญิงสาวตรงหน้ากลับยื่นปลายมีดสั้นออกมา ทำท่าทางราวกำลังป้องกันตัว

“อย่าเข้ามา” เสียงของนางสั่นเทาและแตกตื่น ริมฝีปากซีดขาวท่าทีอ่อนแรงอย่างเห็นได้ชัด

“ข้าเพียงจะก้มลงหยิบเสื้อคลุมของเจ้าเท่านั้น ไม่ได้คิดร้าย” เกาเฟิงเหยียนยื่นมือออกไปให้นางเห็น จากนั้นย่อตัวลงหยิบเสื้อคลุมของหญิงสาวส่งให้คนของตน

“โม่สวิน”

“ขอรับนายท่าน”

“สวมเสื้อคลุมตัวนี้ ล่อคนพวกนั้นไปอีกทาง” เขาสั่งคนของตนทั้งที่ใบหน้ายังคงจดจ้องหญิงสาวตรงหน้า

“นายท่านขอรับ” โม่สวินขมวดคิ้ว

“ไม่เป็นไร นางไม่ทำอะไรข้าหรอก” เขายิ้มให้หญิงสาวตรงหน้าจากนั้นส่งเสื้อคลุมให้โม่สวิน “บอกด้านนอกออกรถได้แล้ว”

หญิงสาวขยับตัวพร้อมกับเงยหน้าขึ้นมองชายหนุ่มทั้งสอง ดวงตาคู่งามฉายแววแตกตื่นหวาดกลัว ดวงหน้าซึ่งนับเป็นโฉมสะคราญโผล่พ้นหมวกเสื้อคลุมตัวยาวสีดำ

ในมือของหญิงสาวมีมีดสั้นเล่มหนึ่ง แขนเสื้อและมือของนางเปรอะเปื้อนไปด้วยเลือด ใบหน้าซีดขาวและเหงื่อผุดพราย ทั้งที่อากาศเย็นเยียบ

เกาเฟิงเหยียนสังเกตเห็นถึงความผิดปกติ เขาก้าวขึ้นหน้าก่อนย่อตัวลงนั่ง ดวงตาคมสานสบกับดวงตาส่องประกายของหญิงสาวที่จ้องเขาเขม็ง

“นายท่าน” โม่สวินรู้สึกไม่สบายใจจึงยังรั้งรอ

“นางไม่เป็นวรยุทธ์” เกาเฟิงเหยียนกระซิบเสียงเบา เขาปรายตามองเท้าเปล่าเปลือยของหญิงสาว ซึ่งบัดนี้ถูกหิมะกัดจนเป็นแผลเหวอะหวะ

“เจ้าไปเถิด”

แม้ไม่เต็มใจแต่โม่สวินเองก็รับรู้ได้ว่าหญิงสาวตรงหน้าไม่มีวรยุทธ์ ดังนั้นเขาจึงได้แต่จากไปพร้อมกับย้ำสหายของตนให้จับตามองผู้เป็นนายกับหญิงสาวเอาไว้

เกาเฟิงเหยียนมองหญิงสาวหันปลายมีดมายังตนก็ยิ้มบาง “ไม่ต้องกลัว ...ผู้คนข้างนอกนั่นกำลังตามหาเจ้าใช่หรือไม่”

นางหรี่ดวงตามองเขาด้วยความลังเล ดวงตาคล้ายพิจารณาจับจ้องเข้าไปในดวงตาคมกล้าของชายหนุ่ม “ใช่”

ในที่สุดนางก็ตอบออกมาเสียงแผ่ว

“เมื่อครู่เสียงตะโกนของเจ้าหรือ”

แม้พยายามดัดเสียงให้ทุ้ม แต่เขาฟังอย่างไรก็ยังคงเป็นเสียงของอิสตรี นั่นทำให้เขาล่วงรู้ว่าบนรถม้าของเขามีคนที่ถูกตามล่าซุกซ่อนอยู่ ความเฉลียวฉลาดที่มาพร้อมกับความโง่งมของนาง ทำให้เขารู้สึกสนใจขึ้นมา

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • รัก...พันปี   บทที่ 82 จบ

    “ฉันแซ่เยี่ย ชื่อเฟิงเย่ มีพี่ชายอยู่คนหนึ่งแซ่เดียวกันชื่อจิ่งหรัน เขาเป็นซีอีโอบริษัท...”“ผมแซ่เกา ชื่อเฟิงเหยียน มีน้องสาวต่างพ่ออยู่คนหนึ่งแต่เธอใช้แซ่หยวนของแม่ ชื่อไห่หลัน พ่อเสียไปแล้วแต่มีแม่สองคนหวังว่าคงไม่รังเกียจ แต่ผมมั่นใจว่าคุณต้องรักพวกเธอ เพราะพวกเธอใจดีมาก พวกเธอคนหนึ่งแซ่ซู คนหนึ่งแซ่หยวน หากตกลงผมจะส่งทนายมาพรุ่งนี้”“เดี๋ยว! ตกลงเรื่องอะไร แล้วส่งทนายมาทำไม”“ทรัพย์สินทั้งหมดของผมมีทนายประจำตัวเท่านั้นที่สามารถแจกแจง”ในซวงเสวี่ยเชียนเหนียนเขายกห้องเก็บสมบัติให้ ในชีวิตจริงเขาก็ยังอยากให้ทุกอย่างชัดเจน “ปีศาจเงินตราตัวน้อยๆ เราตกลงหมั้นหมายกันแล้ว คงไม่ได้คิดจะเบี้ยวหรอกจริงมั้ย” ดวงตาคมหรี่ลงในขณะที่กล่าวจบประโยคเฟิงเย่หัวเราะลั่น “ป๋ามาก ผู้สายเปย์! เกาเฟิงเหยียนคุณสอบผ่าน”สองเดือนถัดมาหลังจากการพัฒนาเกมรูปแบบใหม่ ซวงเสวี่ยเชียนเหนียนอันสมบูรณ์แบบก็วางขาย เสียงตอบรับยังคงดีเกิดคาด เพราะไม่ว่าจะเป็นคนที่ชอบเล่นเกม หรือคนที่ชอบอ่านนิยาย ทุกคนล้วนบอกเป็นเสียงเดียวกันว่ามันสมจริงมากในเวลาเดียวกันกับที่เสียงตอบรับของสินค้าออกมาดี ข่าวดีอีกเรื่องคือการหมั้นหมายของ

  • รัก...พันปี   บทที่ 81

    “หรือว่าคุณคือตัวแทนจากบริษัทหยวนเฟิ่ง มาถึงนานแล้วหรือครับ” ที่แท้ก็คือหุ้นส่วนที่เข้ามาร่วมงานในโพรเจคของเทียนอวี้เยี่ยจิ่งหรันมองเขาสลับกับน้องสาวตัวเอง “เย่เอ๋อร์มาที่บริษัทมีเรื่องด่วนอะไรหรือเปล่า”“มาคิดบัญชีกับเทียนอวี้ค่ะ” หญิงสาวตอบเสียงเบาพร้อมกันนั้นก็หลบตาเกาเฟิงเหยียน ที่แท้เขาก็รั้งเธอไว้เพียงเพื่อจะถามทาง “แต่ตอนนี้หนีไปแล้ว พี่เองก็รู้เหรอคะว่าเทียนอวี้พยายามหลบหน้าฉัน”เยี่ยจิ่งหรันถอนหายใจ “พี่ต้องทำงาน ไว้ค่อยคุยกันได้ไหม”“ไม่แน่ใจว่าจะได้คุยกันเรื่องงานหรือเปล่านะครับเพราะน้องสาวของผมเองก็หนีไปแล้ว” เกาเฟิงเหยียนพูดกลั้วหัวเราะข้างๆ “นักเขียนไม่อยู่แล้วจะคุยเรื่องงานได้ยังไงถูกมั้ยครับ”“นักเขียนหรือคะ” เฟิงเย่อุทานออกมา “หรือว่าคนเมื่อครู่คือสโนว์ไวท์”“ครับ”“เชิญด้านในดีกว่าครับ”มองดูเกาเฟิงเหยียนหมุนตัวเดินตามพี่ชายไป เฟิงเย่ได้แต่ยืนมองด้วยท่าทีลังเล ไม่ว่ามองอย่างไรเขาก็คือเกาเฟิงเหยียน แต่ข้างๆ กันนั้นพี่ชายของเธอเองก็ไม่ต่างจากหวังอวี่ความลังเลสับสนทำให้หญิงสาวไม่รู้จะเดินไปทางไหนดีใจหนึ่งอยากหันหลังแล้วตามพี่ชายกับเกาเฟิงเหยียนไป การพลัดพรากครั้งนั้น

  • รัก...พันปี   บทที่ 80

    หยางอวิ๋นอี้กำลังรำลึกความหลังกับโม่สวินผู้เป็นศิษย์น้อง เขารำพึงว่าหากวันนั้นคุ้มกันคนรักของเกาเฟิงเหยียนได้ หากเกาเฟิงเหยียนไม่สูญเสียคนรัก อีกฝ่ายก็ไม่ต้องพิษกำเริบจนสิ้นใจ กระทั่งหวังอวี่อาสานำศพกลับขึ้นหนี่ว์ซานในนิยายกล่าวถึงเพียงเท่านั้น ไม่ได้กล่าวถึงว่าคนรักของเกาเฟิงเหยียนคือใคร ที่สำคัญเหตุการณ์ในนิยายดูเหมือนสอดคล้องกับในเกม นั่นก็คือเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหลังจากที่เฟิงเย่จากมาแล้ว ทั้งยังอธิบายโดยใช้บทพระเอกนายเอกเป็นหลักเฟิงเย่ยังไม่ยอมแพ้เข้าอินเทอร์เน็ตลองค้นหาว่าคนพูดถึงเรื่องนี้ว่ายังไง กระทั่งในที่สุดก็เห็นคอมเม้นท์ที่โจมตีเทียนอวี้--เกาเฟิงเหยียนอยู่หนายยยย----ทำไมอยู่ๆ ก็เปลี่ยนบทอ่ะ ตัวสำคัญอย่างมหาเสนาบดีทำไมหายไป----ทำไมอยู่ๆ เรื่องราวช่วงแรกๆ ก็หายไป เปลี่ยนเป็นเริ่มต้นเรื่องเพราะหยางอวิ๋นอี้แทนอ่ะ แล้วที่ปูเรื่องถึงเทพแห่งคำทำนายกับมหาเสนาบดีคืออะไร งง----แม่ทัพจ้าวของเค้าหายไป—ต่อจากนั้นคอมเม้นท์เหล่านั้นก็ไม่ได้รับการสนใจ เปลี่ยนเป็นคอมเม้นท์เกี่ยวกับพระเอกและนายเอกแทนเฟิงเย่ขมวดคิ้วครุ่นคิดแล้วพยายามโทรหาเทียนอวี้ ถึงอย่างนั้นก็ยังเหมือนเดิมคือไม

  • รัก...พันปี   บทที่ 79

    ที่สุดแพทย์ก็ลงความเห็นให้หญิงสาวกลับมาใช้ชีวิตตามปกติ เพียงแต่ทุกเดือนต้องกลับไปปรึกษาและประเมินผลมองดูห้องนอนอันว่างเปล่า หญิงสาวรับรู้ได้ว่าตัวเองคงไม่อาจกลับไปเป็นคนเดิมอีกแล้ว จากมาโดยไม่ได้ร่ำลาวันนั้น ไม่รู้ว่าเกาเฟิงเหยียนเป็นอย่างไรบ้างเสียงมือถือดังขึ้นนั่นเป็นเบอร์ของเยี่ยจิ่งหรัน พี่ชายของเธอเอง “ค่ะพี่”“เสร็จหรือยัง จะให้พี่ไปรอข้างบนมั้ย?”“ไม่เป็นไรค่ะ ฉันลงไปดีกว่า”วันนี้เยี่ยจิ่งหรันจะพาไปกินข้าวนอกบ้าน ช่วงสองเดือนที่ผ่านมา เฟิงเย่มองหาหวังอวี่ในตัวพี่ชายมาโดยตลอด และหลังจากทำเช่นนั้นในใจก็มักจะรู้สึกผิดหวังอวี่เป็นเพียงตัวละครที่ถูกสร้างขึ้น แต่เธอกลับเอามาปะปนในความทรงจำร่วมกับพี่ชายของตัวเอง พี่ชายแท้ๆ ที่ห่วงใยเธอจนกินไม่ได้นอนไม่หลับ“อยากกินอะไร”หญิงสาวนึกอยู่ครู่หนึ่งจากนั้นจึงตอบเสียงเบา “บะหมี่เนื้อตุ๋นค่ะ พี่พอจะรู้จักร้านไหนที่อร่อยๆ บ้างมั้ยคะ?”เยี่ยจิ่งหรันหัวเราะ “พี่กินออกบ่อย ร้านที่อยู่ใกล้ๆ บริษัท ตอนนี้น่าจะยังเปิดอยู่” เขามองนาฬิกาข้อมือ “เพิ่งทุ่มครึ่ง เขาน่าจะปิดสามทุ่มยังทัน”เฟิงเย่มองเสี้ยวหน้าด้านข้างของพี่ชาย เขายังคงอ่อนโยนเช่นนี้เส

  • รัก...พันปี   บทที่ 78

    “เรารู้” น้ำเสียงราบเรียบนั้นคล้ายคนที่กำลังปลงตก “เขารักเจ้า และคงไม่อาจมอบให้ให้ผู้อื่น” ฉีเฟิ่งเซียนหัวเราะเสียงขื่น “เป็นเราที่โง่งมเองที่คิดว่าเขาจะหันมามองหากสามารถกำจัดเจ้า”เฟิงเย่ชะงักเพราะไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะกล้าพูดออกมาตามตรง“เสด็จพี่บอกเจ้าแล้วกระมังว่าเราคือผู้ที่อยู่เบื้องหลังเรื่องนี้” กล่าวจบก็มองลงไปเบื้องล่างกำแพง “เจ้ารู้หรือไม่ว่าเหตุใดเราพาเจ้ามาที่นี่” ร่างงามก้าวขึ้นไปยังขอบกำแพง“องค์หญิง!” เฟิงเย่ขมวดคิ้ว“ไม่ต้องตื่นเต้นไป เราไม่กระโดดลงไปหรอก อย่างน้อยก็ไม่ใช่ตอนนี้” มือน้อยลูบหน้าท้องของตนเบาๆ “เราเพียงอยากบอกเขา”ก้มลงมองยังหน้าท้องแบนราบ “ว่าบิดาที่แสนต่ำช้าของเขา ตกลงไปจากจุดนี้ก่อนสิ้นใจอย่างน่าสมเพช” ในน้ำเสียงแฝงประกายความเกลียดชังระคนเจ็บปวด“องค์หญิงลงมาเถิดเพคะ ไม่คุ้มกันหรอก”ฉีเฟิ่งเซียนเงยหน้าขึ้นยิ้มให้เฟิงเย่ “เจ้าเป็นถึงเทพธิดาแห่งหนี่ว์ซาน เจ้าว่าชีวิตหลังความตายมีอยู่จริงหรือไม่ หากมีจริงคงดีไม่น้อยเลย ข้าหวังว่าในชีวิตหน้าข้าจะสามารถลืมเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นชาตินี้ ลืมสิ้นว่าข้าเคยมีใจให้เกาเฟิงเหยียน”เสียงฝีเท้าใกล้เข้ามาทำให้หญิงสาวทั้

  • รัก...พันปี   บทที่ 77

    นางสงสัยว่านางกำนัลน้อยผู้นั้นอาจถูกข่มขู่ แม้ท่าทีหนักแน่นเมื่อขอร้องคน แต่ในดวงตากลับฉายแววหวาดกลัวระคนวิตกกังวล เกรงว่าคนสำคัญของอีกฝ่ายคงถูกนำมาข่มขู่เป็นแน่หาไม่ในเวลาเช่นนี้ผู้ใดจะกล้าเสี่ยงโดนลงโทษ เพียงเพื่อช่วยเหลือองค์หญิงที่กำลังตกอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่อาจเอาตัวรอดไปได้เช่นนี้หงกงกงหันไปกระซิบกับนางกำนัลด้านหลัง จากนั้นตัวเขาก็เดินมากับหญิงสาว เมื่อเห็นดวงตาที่เต็มไปด้วยคำถามของนางเขาก็ยิ้ม“ข้าน้อยไม่อาจวางใจ ก่อนหน้านี้ข้าน้อยรับปากท่านมหาเสนาบดีว่าจะส่งท่านกลับอย่างปลอดภัย ดังนั้นจึงจะไปเป็นเพื่อนท่านหญิงเข้าเฝ้าองค์หญิง เรื่องที่ท่านกำชับข้าน้อยให้คนเร่งไปดำเนินการต่อแล้ว อีกไม่นานคงรู้ผล ท่านหญิงวางใจได้”หงกงกงผู้นี้เป็นคนไม่เลวจริงๆ“หงกงกง ในที่สุดก็หาท่านพบ” หน้าตำหนักองค์หญิงเฟิ่งเซียนกงกงน้อยคนหนึ่งวิ่งปราดเข้ามา เฟิ่งเย่หัวเราะในลำคอ นางแหงนขึ้นมองซุ้มประตูตำหนักเฟิ่งอวี่ ในใจคล้ายตระหนักถึงบางอย่าง“มีอะไรพรวดพราดเข้ามาเสียมารยาทยิ่ง” หงกงกงตำหนิ“ฮ่องเต้ทรงมีรับสั่งให้ท่านเข้าเฝ้า”“ตอนนี้หรือ” หงกงกงเลิกคิ้ว“ขอรับ”“เช่นนั้น...” เขากังวลอย่างเห็นได้ชัดเมื่อ

  • รัก...พันปี   บทที่ 18

    “หรือจะให้บอกว่าเจ้าเป็นน้องสาวของศิษย์พี่กันเล่า อีกอย่างเหตุใดเจ้าเรียกศิษย์พี่เช่นนั้น เขาอายุมากกว่าเจ้าตั้งหลายปี ที่สำคัญ...” หวังอวี่ชะงักก่อนถอนหายใจออกมาด้วยความอึดอัดหากเขาไม่พูดว่านางเป็นน้องสาว แล้วพูดว่านางเป็นน้องสาวของศิษย์พี่ เช่นนี้มิเท่ากับหาเรื่องใส่ตัวหรอกหรือ เรื่องที่ศิษย์พี่

  • รัก...พันปี   บทที่ 17

    เยี่ยหลิง อาวุโสสุดและน่าเชื่อถือที่สุด เขามักจะมีหน้าที่ขับรถม้า ทั้งยังเชี่ยวชาญอาวุธลับและการต่อสู้ในระยะประชิด ที่สำคัญดูเหมือนหญิงสาวได้ยินมาว่าเขาเชี่ยวชาญเรื่องพิษอีกด้วย“เจ้ากำลังมองอะไรหรือ” เกาเฟิงเหยียนมองตามสายตาของหญิงสาว หากแต่นางกลับปิดม่านลง“คนของท่าน”“คนของข้า?” เขาเลิกคิ้วมองนา

  • รัก...พันปี   บทที่ 16

    เห็นรอยยิ้มของหญิงสาวแน่นอนว่าเกาเฟิงเหยียนไม่ได้เซ้าซี้ เขาหันกลับไปมองจางซื่อ “ข้าซื้อขนมจากร้านเตี่ยนอันกลับมาด้วย ให้คนจัดใส่จานแล้ว...”“ขนมหรือ” หญิงสาวตาโต “ไปนั่งในสวนดีหรือไม่ เสี่ยวถิงกับเสี่ยวจือบอกว่าที่สวนมีสระจำลองด้วย ข้ายังไม่เคยเห็นรอบๆ จวนเลย”สาวใช้ทั้งสองคนสะดุ้งเฮือก“เจ้ายังเด

  • รัก...พันปี   บทที่ 15

    เสี่ยวถิงกับเสี่ยวจืออมยิ้ม เมื่อมองเห็นท่าทีสนอกสนใจจนลืมเวลาของนายหญิงแห่งเรือนอวิ๋นหลาน สองสามวันมานี้หญิงสาวบ่นพร่ำว่าเบื่อที่ต้องนั่งๆ นอนๆ อยู่แต่บนเตียง ร้อนถึงท่านมหาเสนาบดีซึ่งสั่งให้คนขนหนังสือที่เขาหวงแหนมาให้นางเลือกอ่านแรกๆ ดูเหมือนยังคงมีเสียงบ่นว่าหนังสือเช่นนี้ ผู้ใดจะใช้อ่านแก้เบื

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status