Beranda / LGBTQ+ / รักของจันทรา / บทที่ 13 ฉันเป็นเธอ/เธอเป็นฉัน

Share

บทที่ 13 ฉันเป็นเธอ/เธอเป็นฉัน

Penulis: Me.Daisy
last update Terakhir Diperbarui: 2024-12-02 18:03:38

            พวกเธอนัดเจอกันบนดาดฟ้า  เวลาสองทุ่มกว่าๆ  เสียงรถยนต์ยังวิ่งตามหน้าที่ของตนเอง  และแม้แต่แสงไฟจากเสาไฟฟ้าก็ส่องสว่างจ้าแทนแสงดาวในเขตเมืองใหญ่  พวกเธอสบายใจที่ได้เป็นตัวเอง  ณ  ตอนนี้สุปรีย์กำลังมาสก์หน้า  ส่วนศศิกานต์สวมแว่นตากรอบดำหลบสีหน้าอ่อนล้า  ทั้งคู่เหมือนหนูที่วิ่งจักรตลอดทั้งวัน  เพิ่งมีเวลาพักของตัวเอง  แต่การเจออีกฝ่ายก็เหมือนการเติมพลังใจให้ตัวเอง  แม้จะล้าเพียงไร  แต่สีหน้าก็ผ่อนคลายในที

            "เรียกศศิมามีอะไรเหรอ"

            "อยากถามว่าการแสดงของปรีย์เป็นยังไงบ้าง"

            "ก็...เอ่อ....ดีนะ" 

            ร่างบางไม่เข้าใจว่าทำไมเธอถึงพูดติดอ่าง  หรือมีเรื่องที่เจ้าตัวพูดไม่ได้

            "แล้วปรีย์ดูไร้พิษสงเหมือนบทหรือยัง"  เธอถาม  เดินเข้าไปใกล้ๆ หน้าที่ซ่อนอยู่หลังแว่นกรอบสีเทา

            "ก็ดี"

            "ก็ดีอีกแล้ว  แต่ปรีย์ว่าไม่โอเคนะ  ตัวจริงทะโมนเหมือนลิง  ดุอย่างกับสิงห์  แถมแพรวพราวเหมืนหมาจิ้งจอก"

            "ศศิก็ว่าอย่างนั้น"  หัวเราะกับคำเปรียบเทียบ

            "เอ้า  แล้วทำไมไม่ตอบแบบนี้ตั้งแต่แรก"

            "ศศิ...ศศิ...ขอโทษ"

            "ไม่ต้องขอโทษ  แค่พูดตรงๆ บ้าง  เช่น  เราว่าศศิเหมาะกับสีแดงนะ"

            "แต่ว่าศศิชอบ..."

            "แล้วก็  คราวหลังลองสวมเสื้อตัวนี้นะ"  โชว์รูปจากมือถือเป็นเสื้อเปิดไหล่สีแดง  แต่ศศิกานต์ขมวดคิ้ว  ไม่ชอบนัก  "ทีนี้  เรามาเคลียร์กันเถอะ  ศศิชอบให้พวกเราเข้าใจกันและกันใช่ไหม"

            "ค่ะ"

            "สิ่งนั้นคือ"

            "เราว่าอยากให้เธอเลิก..."

            "อย่าพูดตรงๆ เกินไปใช่มะ"

            ศศิกานต์ไม่ตอบ

            "ใช่สินะ"  ร่างบางถอนหายใจ  เสียใจเล็กน้อยแต่อยากรู้ความจริงมากกว่า  "เราอยากให้ศศิพูดตรงๆ  ถ้ากังวลก็เลือกคำซอฟท์ๆ มาก็ได้"

            "โอเค"

            "มาเกี่ยวก้อยสัญญากันนะ"

            "ค่ะ"

.

.

            ฉากต่อมาพวกเขาคุยกันในห้องประชุมของโรงแรมดังใจกลางเมือง  เฟอร์นิเจอร์สีดำแวววาวสะท้อนแสง  ทุกชิ้นบ่งบอกรสนิยมของเจ้าของคนก่อน  แม้จะนานมาแล้วแต่ก็ยังดูทันสมัยอยู่  อากาศเย็นเหมือนเดือนธันวาคม  เสียงเครื่องปรับอากาศเงียบกริบจนเหมือนไม่ทำงาน  นักแสดงเผชิญหน้ากัน  เป็นฉากที่รดาโกรธมากเมื่อรู้ว่าศิวิกาหรืออาของตัวเองที่แสดงโดยเกล  ให้กรรมการบริษัทกู้เงินและกลายเป็นหนี้เสียกว่ายี่สิบล้านบาท  จนโรงแรมขาดสภาพคล่องทางการเงิน 

            "นางเอก  เลิกทำหน้ามั่นใจในตัวเองก่อน  ในเรื่องหนูต้องดูจ๋องๆ ลูก  ทั้งๆ ที่โกรธอาแต่ก็เรียกมาคุยแบบผู้ดี"  ผู้กำกับประกาศ  ส่วนข้างๆ เขาคือครูสอนการแสดง

            "คุณอาใจร้ายมากนะคะ  เอาเงินโรงแรมที่ต้นตระกูลเราสร้างมาไปใช้เพื่อคนของตัวเอง"

            "ก็แค่ให้กรรมการยืม  อาบริสุทธิ์ใจ"  เกลแสดง  นั่งหลังตรง  ดูเหมือนนางพญาน้อยๆ  ส่งให้บทสุปรีย์ดูไร้พิษสงมากขึ้น  ในบทละครศิวิกาอายุไล่เลี่ยกับรดา  จึงทำให้รดาเคารพอาน้อยกว่าที่ควรจะทำ  แต่เกลเล่นละครได้ถึงเครื่องจึงไม่มีปัญหาเรื่องนี้

            "คนของคุณอาทั้งนั้น  เอาเงินสดที่บริษัทไว้ใช้ซื้อของหรือจ่ายพนักงานมาให้กรรมการบริษัทที่เป็นคนของคุณอา  นี่เหรอคะ 

บริสุทธิ์ใจ"

            "คุณเกลสู้ตาปรีย์ครับ  เราไม่ผิดเพราะไม่มีใครมีหลักฐาน  วางตัวเหนือกว่านางเอกไว้"

            "โธ่ หลาน  เดี๋ยวเขาก็คืน"

            "แล้วเราจะเอาเงินที่ไหนมาใช้บริหารโรงแรมคะ  หนูผิดหวังในตัวคุณอามากเลยนะคะ"  สุปรีย์หันไปทางผู้กำกับเมื่อเขาสั่งคัท  "คือถ้าเป็นหนูตัวจริง  คงจะจัดการศิวิกาไปแล้วค่ะ     ผู้กำกับเปลี่ยนบทได้ไหมคะ"

            "พี่ไม่ได้จ้างน้องให้มาเป็นตัวเองครับ  เป็นตัวละคร      เป็นนางเอกที่แสนดีครับ  เอ้า  ร้องไห้ด้วย  คัท  พี่ว่าไม่โอเคนะ  ครูสอนการแสดงว่าไง"

            "ปรีย์คิดนะคะ  ถ้าเป็นศศิเจอสถานการณ์นี้  เขาจะทำยังไง"

            "ติดอ่าง  ไม่กล้าสบตา  และพูดในคอค่ะ"

            คนตาคมหันขวับไปมองร่างบาง

            "เราเป็นแบบนั้นเหรอ" 

            สุปรีย์ยิ้มยิงฟันแทนคำตอบ 

            ซีรายงานสถานการณ์ไปยังธนู  "เลิศมากค่ะคุณผู้ชม  ฉันว่าแล้ว  สองคนนี้รู้จักกันดีที่สุด"

            "ฮะๆ แถมบุคลิกขัดกันจะตาย  เปลี่ยนบทไปเลยดีไหม"  ธนูแซวเล่น

            ร่างบางก้มหน้า  หลับตาทำสมาธิ  ร้องไห้ออกมา  พูดติดๆ ขัดๆ

            "แบบนั้นแหละ"  ผู้กำกับตะโกน  "ต่อไปนี้ให้สังเกตอีกฝ่าย  แล้วทำตามนะ  คัทๆๆ"

            จากนั้นถึงบทที่ผู้กองฉัตรชยาเดินออกมาพร้อมนักบัญชีฝีมือดี  เธอสวมสูทสีกรมท่า  กระโปรงรัดรูป  สวมแว่นตากรอบสี่เหลี่ยม

            "ขอแนะนำตัวเองนะคะ  ดิฉันชื่อบุษบา  เป็นที่ปรึกษาทางบัญชีค่ะ  ผู้กองเชิญดิฉันมาให้คำปรึกษาแก่คุณรดา" 

            "ค่ะ  ขอบคุณนะคะ ผู้กองฉัตร"  เธอหันไปยิ้มให้ตำรวจสาว

            "แบบนี้นะคะ  ดิฉันขออธิบาย  การให้กู้เงินแก่บริษัทนั้น  ธนาคารจะดูอัตราส่วนความปลอดภัยก่อนให้กู้เงิน  เช่น  อัตราหนี้สินต่อทรัพย์สิน  ซึ่งจะบอกว่าบริษัทมีหนี้เท่าใดเมื่อเทียบกับสินทรัพย์ทั้งหมดของบริษัท  สมมติหนี้สินหนึ่งส่วนต่อสินทรัพย์หนึ่งส่วน  คือสองส่วนนี้เท่ากัน  เห็นภาพนะคะ  ถ้าตอนนี้ส่วนของหนี้สินยิ่งน้อยลง  แปลว่าบริษัทยิ่งแข็งแรง  หรือขณะเดียวกันถ้าหนี้สินเท่าเดิม  แต่สินทรัพย์เพิ่มขึ้น  ก็แปลว่าบริษัทแข็งแรงได้เช่นกันค่ะ  ดังนั้นในกรณีนี้  ถ้าเราเพิ่มทรัพย์สิน  เราก็สามารถกู้เงินได้มากขึ้น"

            "ค่ะ  แล้วเราจะเพิ่มทรัพย์สินให้มากขึ้นได้ยังไงคะ"  รดานึกภาพไม่ออก

            "เราก็เอาทรัพย์สินระยะยาวไปประเมินราคาใหม่  เช่น  ที่ดินที่โรงแรมเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์  ครั้งสุดท้ายที่ประเมินคือเมื่อยี่สิบปีก่อน  เมื่อเอาราคาใหม่ไปอัพเดท  ธนาคารก็จะให้กู้มากขึ้นค่ะ  จากนั้นก็เอาเงินสดก้อนนี้มาหมุนระหว่างรอกรรมการบริษัทมาคืนเงินค่ะ"

            ทุกคนกระจ่างกับการแก้ปัญหาของบุษบา  ทำหน้าพอใจ เว้นศิวิกาคนเดียว  เธอทั้งโกรธที่สู้รดาไม่ได้  และผู้กองฉัตรชยาที่ตนแอบชอบก็ให้ความช่วยเหลือหลานสาวตนเอง

            "ชิ"  ศิวิกากัดนิ้ว  ทำเสียงไม่พอใจ  ก่อนเดินจากไป  เธอไปดักเจอผู้กองฉัตรชยานอกห้องประชุม 

            “ขอคุยด้วยหน่อยคะ”  ศิวิกาหยุดตำรวจสาวเอาไว้

            “มีอะไรคะ”  พวกเขาเดินเข้าไปยังห้องทำงานของศิวิกา  ตามลำพังสองคน

            ศิวิกาเดินมาใกล้ฉัตรชยา  จับมือแล้วเอามาอังไว้ที่หน้าของเธอ  แสดงออกเต็มที่ว่ารัก

            “ศิวิกาอย่างนั้นแหละ  คำพูดล้านคำก็ไม่เท่าการแสดงออกทางสายตาว่ารัก  ผู้กอง  เอ้ย  ไม่ใช่ให้สั่นแบบลูกหมา  สู้ตาเขา  สู้แบบคนเจนสนามรัก  เอ่อ  สนามรบนั่นแหละ”

            “ศิรู้นะคะว่าคุณไม่ได้รักศิแล้ว  แต่เรายังเป็นเพื่อนที่ดีได้ใช่ไหม  สำหรับศิแล้ว  แค่เป็นที่หลบแดด  หลบร้อน  ก็ไม่เกี่ยง  แค่เราคุยกันบ้าง  อยู่กันสองต่อสองบ้างก็พอ”  ศิวิกาแสดงออกว่ายอมเป็นเล็กเป็นน้อยให้ผู้กองเสน่ห์แรง  ทั้งที่เธอทั้งสาวทั้งสวย  แถมรวยจนไม่มีข้อให้ติ  เธอเข้าถึงบทบาทจนผู้กำกับไม่เอ่ยอะไร

            “คงไม่ได้ค่ะ  ฉัตรรักรดา  ฉัตรไม่อยากเสียเธอไป  ยังไงเรื่องของเราจบไปแล้วนะศิ”

            “ก็อย่าให้เธอรู้สิคะ”

            “โอเค  คัท  แบบนั้นแหละ  ทิ้งท้ายตอนนี้ไว้แค่นี้  เดี๋ยวผู้ชมจะอยากดูตอนต่อไปเอง”

            หลังการแสดง  สุปรีย์รู้สึกคุ้นกับเรื่องอัตราส่วนทางการเงิน  เธอนึกถึงศศิกานต์คนที่เคยติวหนังสือให้ก่อนไปเรียนแลกเปลี่ยนที่อเมริกา  เห็นภาพทับซ้อนกับศศิกานต์คนนี้  หรือพวกเธอจะมีอะไรเกี่ยวพันกัน  ถึงได้ทำให้นึกถึงได้ขนาดนี้  แต่จะเป็นไปได้อย่างไรที่ศศิกานต์จะสวยขึ้นขนาดนี้  ไม่เหลือเค้าเดิมแม้แต่น้อย

            ขณะเดียวกัน  เกลกัดเล็บตัวเองอยู่หลังจอมอนิเตอร์      หูของเธอไม่ได้ยินอะไร  เพราะเสียงในหัวดังกลบจนหมด  เธอมองสุปรีย์แล้วสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นกับร่างบาง  เธอมีอดีตอะไร  ทำไมถึงเจ้าชู้  และกำลังครองใจศศิกานต์ได้  จนเกลเทียบไม่ไหว

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • รักของจันทรา   บทที่ 25 ฆ่า (ตอนจบ)

    อภิชญาขอเงินลูกสาวคนสุดท้องทุกเดือน ศศิกานต์ให้โดยไม่อิดออด แต่เธออยากให้แม่ทำงานเป็นชิ้นเป็นอัน จึงบอกมารดาให้หางานทำ และเลิกขอเงินเธอสักที หญิงกลางคนโกรธลูกสาว เธอไม่เหลืออะไรเลย กำลังเครียดที่ชีวิตถึงทางตัน เธอกัดเล็บจนกุด ตัดสินใจอยู่นานว่าจะขายสมบัติชิ้นไหนดี ลูกสาวคนโตและคนรองทั้งสองคนก็ไม่สามารถช่วยเหลือเรื่องเงินได้ อภิชญาเคียดแค้นศศิกานต์ เธออุตส่าห์สอนและช่วยเหลือลูกสาวคนสุดท้อง แต่ขณะเดียวกันกลับมองไม่เห็นความผิดตัวเอง จึงได้แต่โทษศศิกานต์ว่าคนเป็นคนที่ผลักไสให้เธอมาถึงทางตัน สุดท้ายตัดสินใจมาในงานแถลงข่าวละครเรื่องใหม่ที่คนตาคมกับคนร่างบางจะแสดงด้วยกัน ไม่รอให้การสัมภาษณ์เริ่ม เธอเดินแทรกเข้าไปในกล้อง หยิบปืนออกมา นักข่าวกดไลฟ์งานแถลงข่าว คนดูมากจนกลายเป็นไวรัล พร้อมติดแฮชแท็ก #เซฟศศิ ตำรวจรีบมารักษาความปลอดภัยในงานสัมภาษณ์ กันคนออกจากห้องประชุม ในห้องจึงเหลือแค่กล้องที่ตั้งเอาไว้ คนส่วนใหญ่อยู่นอกห้อง "คุณอภิชญาครับ ผมว่าเราคุยกันได้นะครับ คุณอภิชญาอยากได้อะไรครับ" ตำรวจเกลี้ยกล่อม "ฉั

  • รักของจันทรา   บทที่ 24 สู้!! ศศิเอาคืน!!

    ศศิกานต์นั่งเพียงลำพังในห้องนอน เธอเปิดจดหมายที่ไม่เขียนชื่อคนส่ง ไม่มีตราไปรษณีย์ และมีเพียงภาพและข้อความที่ขู่คุกคามเธอ พร้อมกับแนบรูปถ่ายของศศิกานต์ตอนเรียนมหาวิทยาลัย และมีรอยปากกากากบาทสีแดงเต็มหน้าเธอ “นึกถึงคำพูดของปรีย์เลย” “คำไหน” “คำที่ว่า แฟนๆ มีหลายแบบ ต้องระวังตัว นี่ก็เป็นแค่หนึ่งในจดหมายข่มขู่ที่เราได้จากแฟนๆ ของปรีย์” “มีมากกว่านี้อีกเหรอ!” สุปรีย์ตกใจ แต่ศศิกานต์ไม่ได้หยิบจดหมายฉบับอื่นขึ้นมา นี่ยังไม่นับข้อความในโลกออนไลน์ที่ทำร้ายจิตใจคนตาคมยิ่งกว่านี้อีก ร่างบางเข้ามากระชับอ้อมกอด ก่อนถาม “ไม่เศร้าเหรอคะ หรือว่ากลัวบ้างไหม” “เศร้าค่ะ แต่ทำใจได้แล้วเพราะเจอแบบนี้มาตั้งแต่ไหนแต่ไร อีกอย่างศศิไม่กลัวค่ะ ตอนเรียนก็ประมาณนี้ นี่ยังดีที่ไม่มีใครเข้าถึงตัวศศิได้ แถมตอนนี้ยังมีปรีย์

  • รักของจันทรา    บทที่ 23 รักษาใจ

    เกลโทรหาเพื่อนคนหนึ่ง เธอเป็นอีกคนที่ชอบให้คำปรึกษาด้านความรักกับเพื่อนๆ เกลนัดกรรณิกาหรือกรรณ นัยน์ตาดำโตอ่อนหวาน จมูกโด่ง ผมดำขลับ เคยเรียนโรงเรียนนานาชาติที่เดียวกันกับเกล ทั้งคู่นัดเจอกันที่คอนโดหรูของดาราสาว ภายในห้องตกแต่งด้วยสีชมพูพาสเทล ประดับประดาด้วยดอกไม้ปลอม พวกเขาพูดคุยในห้องรับแขก หากเดินไปดูภายในห้องนอนของเกลจะพบว่ามีรูปภาพของศศิกานต์แปะเต็มฝาผนัง เกลเลือกที่จะปกปิดเอาไว้ ว่าเธอคลั่งรักขนาดไหน “ไหนเล่าให้เพื่อนฟังสิ” กรรณิกาเริ่มเมื่อทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟา “ฉันชอบคนๆ หนึ่งอยู่ แล้วไม่ว่าจะพยายามยังไง เขาก็ไม่เคยมีฉันในสายตา” “ชอบเขาตรงไหน” “ตรงที่ใจดี ซื่อสัตย์ ถ่อมตน และ...” เกลทิ้งช่วงประโยคของเธอ “และอะไร” “สวยโคตร...” โอ๊ะ ไม่ใช่ผู้ชายเรอะ กรรณิกาคิดในใจ เพราะไม่ได้ติดตามข่าววงการบันเทิงจึงไม่รู้มาก่อน “ไม่ว่าจะตื่นหรือหลับ ก็จะคิดถึงเขาตลอดเวลา จนฉันแทบเป็นบ้าไปแล้ว” “ทรมานไหม” “ทรมาน” “เลิกคิดได้ไหม” “ไม่ได

  • รักของจันทรา   บทที่ 22 ทะเล (2)

    พวกเขาเดินเข้าไปในกระโจมสีขาวพร้อมกันทั้งห้าคน กระโจมเล็กลงไปถนัดใจ หมอดูเป็นผู้หญิง แต่งตัวเหมือนชาวยิปซี ผมหยักโศกยาวถึงกลางหลัง ข้างหน้าเธอมีลูกแก้ววิเศษที่มองเข้าไปแล้วจะเห็นอนาคต เกลจ้างเธอมาในราคาแพง เพื่อให้คำทำนายเข้าข้างเธอมากที่สุด "ใครก่อนคะ" "ผมก่อนครับ ผมอยากรู้เรื่องธุรกิจ" ธนูยกมือ ขยับตัวไปข้างหน้า หมอดูมองลูกแก้วสักพักก็ตอบอย่างคล่องแคล่ว "ธุรกิจถ้าเป็นอย่างนี้ต่อไป ร้านจะเจ๊งอย่างแน่นอน" ธนูตกใจที่เธอทายแม่นราวกับตาเห็น "แล้วจะต้องทำอย่างไร" "ไม่รู้" หมอดูตอบหน้าตาเฉย ไม่ต้องการให้ใครคิดว่าเธอรู้ทุกเรื่อง "อ้าว ทำไมแบบนั้น" "ไม่ต้องดูลูกแก้ว แค่ถามลูกค้าสิ ว่าอยากได้แบบไหน นี่เป็นหัวใจของการค้าเลยนะ การสำรวจความต้องการของลูกค้าน่ะ" "อ่อ เข้าใจล่ะ" ธนูรู้สึกว่าเป็นคำตอบที่จะว่าเดามั่วก็เดามั่ว แต่ในทำนองเดียวกันก็เป็นเรื่องจริงเสียด้วย “ผมอยากรู้อีกเรื่อง” คำถามนี้คาใจเขามาตลอด “อะไ

  • รักของจันทรา   บทที่ 21 ทะเล(1)

    ธนูและซีรับฟังเรื่องจากทั้งสองสาวจนหมด ต่อมาในวันอาทิตย์พวกเขานั่งดูทีวีในห้องส่วนกลาง ทีวีกำลังออนแอร์ข่าวให้สัมภาษณ์ของศศิกานต์ ข้างหน้าของเธอมีไมค์หลายตัววางอยู่ มาจากสำนักข่าวหลายแห่ง พร้อมแสงแฟลชรัวใส่หน้าของพระนางที่โด่งดังทั่วฟ้าเมืองไทย "จริงไหมที่แม่พูดว่า แม่น้อยใจน้องศศิ" "เรามีความเห็นเรื่องงานไม่ตรงกัน ศศิยังชอบบทเกิร์ลเลิฟ เพราะตัวเองเป็นLGBTQ อยากให้คนดูเปิดใจรับศศินะ แต่แม่กลัวว่าศศิจะอยู่ในวงการไม่นาน สำหรับเรื่องที่ทะเลาะกัน ศศิตั้งใจจะไปง้อแม่แหละ ส่วนเรื่องงานคงต้องห่างๆกันค่ะ" สกาวนั่งฟังอยู่หน้าจอทีวี อมยิ้มที่เธอมองคนไม่ผิด ศศิกานต์ยอมรับว่าตัวเองเป็น LGBTQ "ปรีย์เป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้ทะเลาะกับแม่หรือเปล่า ข่าวมันออกมาแบบนี้" นักข่าวชงเรื่องอย่างชาญฉลาด "ไม่อยากเอาคนอื่นมาโยง ทุกคนมีพื้นที่ที่ทำอะไรแล้วสบายใจ เราก็เลือกที่เป็นเรา" "แฟนๆ มองเรื่องนี้ยังไงบ้าง" "บางคนจั่วหัวมาเลย ว่าลูกอกตัญญู แต่บางคนเข้าใจเรา เพราะรู้จักเรา ตามเรามานาน ตอนนี้แ

  • รักของจันทรา   บทที่ 20 จุดเปลี่ยน

    สู่ขวัญเป็นหญิงสาววัยสามสิบห้าปี เคยเป็นนางงามจากเวทีดัง เธอคว้ารางวัลอันดับหนึ่งจากเวทีนานาชาติ และสุดท้ายได้แต่งงานกับเศรษฐีฝรั่ง มีลูกสาวด้วยกันหนึ่งคนชื่อน้องแสนดี แต่ไม่นานก็เลิกกับสามีแล้วย้ายกลับมาอยู่ประเทศไทย เธอไม่เคยทำงานมาก่อน แต่ใช้เงินก้อนสุดท้ายมาเปิดร้านอาหารเล็กๆ และตอนนี้ร้านกำลังเข้าตาจน เธอจึงเดินทางมาเยี่ยมแม่อภิชญาของเธอ "ไหว้ยายสิลูก แสนดี" สู่ขวัญแนะนำลูกสาว "Say hi to you grandma." "ซาหวัดดีค่า คุณยาย" หลานสาววัยสิบขวบทักยายของเธอเป็นครั้งแรก "หน้าสวยเหมือนแม่ จมูกโด่งเหมือนพ่อ ผิวก็ดี โตขึ้นเป็นนางเอกได้เลยนะ" อภิชญาชื่นชมหลานสาวเหมือนนักช้อปมองดูสินค้าราคาแพงที่จะมีราคาสูงกว่าเดิมในอนาคต "หนูพาลูกมาให้แม่รู้จักก่อน เผื่อเราจะผลักดันแก เหมือนที่แม่ดันหนูกับน้องๆ" "ต้องหัดภาษาไทยให้หลานเยอะๆ นะ สู่ขวัญ ภาษาไทยก็ต้องอ่านออก หนูคิดดูซิว่า ถ้าอ่านบทภาษาไทยไม่ออกจะเป็นปัญหาขนาดไหน" "ค่ะ นั่นสิคะ" "แล้วนี่ลูกมาหาแม่ทำไม ชวนมาหลายรอบก็ไม่มา แสดงว

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status