تسجيل الدخول19:38 นาที
เย็นสำหรับโรมไม่มีอยู่จริง กว่ามันจะยอมออกมาก็เล่นค่ำแล้ว แม่งมัวแต่ลีลาอะไรอยู่ก็ไม่รู้ รถของโรมขับนำส่วนธิเบศร์ขับตามหลัง ใช้เวลาไม่นานในการขับรถมาห้างเพราะห้างไม่ได้อยู่ไกลมากเท่าไหร่ รถหรูสองคันแล่นเข้ามาจอดที่ชั้นใต้ดินพร้อมกัน ผู้คนมากมายที่อยู่แถวนั้นก็ต่างจับจ้องมาที่รถหรู ก่อนที่ชายหนุ่มจะเดินลงมาจากรถ “หล่อมากมั้งไอ้เหี้ย!” ธิเบศร์เอ่ยด่าเสียงดัง เพราะไอ้เพื่อนข้างกายมันทำน่าทำตามั่นหน้าอยู่ กูอยากกระโดดเตะฉิบหายเลย “ก็หล่ออะครับ” เอ่ยด้วยท่าทางกวนๆ ก่อนจะเดินนำธิเบศร์ไป เพียงครู่เดียวทั้งสองหนุ่มก็เดินมาถึงร้านอาหารร้านหนึ่ง เดินเข้ามาภายในร้านก่อนที่จะหยุดยืนอยู่ที่โต๊ะอาหารที่มีคนตัวเล็กกำลังนั่งก้มหน้าก้มตาเล่นโทรศัพท์อยู่ ฟ้าใสไม่ได้สนใจคนรอบข้างเลย จนพี่ชายต้องเป็นคนเอ่ยเรียกเธอ “สวัสดีครับสาวสวย” เสียงของโรมเอ่ยขึ้น ทำให้ร่างเล็กเงยหน้าขึ้นจากหน้าจอมือถือ “…” ภายในใจมีแต่คำถามเต็มไปหมดเลย เขาคนนั้นมายืนอยู่ตรงนี้ข้างเฮียโรมได้ไง “…” ธิเบศร์เอ่ยก็อึ้งไปด้วย กูว่าแล้วไอ้เหี้ย… “มองไร ไม่เคยเห็นคนหล่อเหรอ” เฮียโรมเอ่ยแซว ก่อนที่จะนั่งลงตรงข้ามกับเธอ ธิเบศร์นั่งข้างโรม “สวัสดีค่ะ” ฟ้าใสยกมือไหว้ชายหนุ่มทั้งสอง “นี่! เพื่อนเฮียชื่อธิเบศร์” โรมแนะนำธิเบศร์ให้น้องสาวรู้จัก “ทำไมยังไม่สั่งอาหาร” โรมเอ่ยถามน้องสาว เพราะโต๊ะคือว่างเปล่า ไหนบอกชวนมากินข้าว “ก็หนูไม่รู้ว่าเฮียจะกินอะไร เลยรอเฮียมาก่อน” “กินได้หมด อะไรก็ได้” “งั้นหนูสั่งเลยนะ” ฟ้าใสเอ่ยตอบ ก่อนที่จะเอ่ยเรียกพนักงานให้มารับออเดอร์ หลังจากที่สั่งอาหารเสร็จแล้วก็มีการพูดคุยกันนิดหน่อย เธอเพิ่งรู้ว่าเพื่อนที่เฮียโรมพยายามแนะนำให้รู้จักมาตลอด คือคนนี้ คนที่เป็นผัวแรกของเธอ “มีปากมามั้ยครับ” โรมหันมาเอ่ยถามธิเบศร์ เพราะมันเอาแต่นั่งจ้องมองที่ฟ้าใสอย่างเดียว “…” ไร้เสียงตอบรับจากชายหนุ่ม “จ้องน้องกูเหมือนจะแดกเลย” ไม่เหมือน กูแดกไปแล้วมึงแค่ไม่รู้ “เฮีย! พูดอะไร” ฟ้าใสเอ่ยด้วยน้ำเสียงตกใจ ก่อนที่จะหันไปมองอีกคนที่เอาแต่จ้องเธอ ซึ่งเขาเองที่เห็นเธอมองมาก็เลิกคิ้วสูงใส่เธอทันที “มองได้ แต่อย่าแตะต้อง” โรมเอ่ยน้ำเสียงจริงจัง ไอ้เหี้ยนี่หวงน้องจริงจัง แต่ประเด็นคือกูแตะไปแล้ว เสียบแล้ว เข้าสุดแล้วด้วย… “อาหารมาแล้วค๊า~” ฟ้าใสเอ่ยขึ้น ก่อนที่อาหารจะยกมาเสิร์ฟที่โต๊ะ จนครบทุกเมนู เพียงครู่เดียวอาหารก็อยู่บนโต๊ะครบหมดแล้ว “กินได้มั้ยคะ” “ได้” โรมเอ่ยตอบ “…” ธิเบศร์จ้องมองใบหน้าหวานตาไม่กะพริบ ไม่เอ่ยพูดอะไรเลย “แล้วเฮียธิเบศร์ทานได้มั้ยคะ” ฟ้าใสเอ่ยถามธิเบศร์ด้วยน้ำเสียงปกติ ทว่าคำพูดของเธอไม่ปกติเลย “ได้” ธิเบศร์เอ่ยตอบทันที ทั้งสามคนนั่งทานข้าวด้วยกันอย่างเงียบๆ โรมเองก็รับรู้ได้ถึงความผิดปกติ แค่ไม่ได้เอ่ยพูดหรือถามอะไร ส่วนธิเบศร์เองแสดงอาการอย่างชัดเจน ยิ่งเป็นแบบนี้ยิ่งทำให้คนตัวเล็กรู้สึกประหม่าเอามากๆ ไม่เป็นตัวของตัวเอง รู้สึกเกร็งไปหมด โดยปกติแล้วสาวน้อยจะเป็นคนพูดมากไม่หยุดเลย ทว่าว่านี้เธอกลับไม่เอ่ยพูดอะไรเลยสักคำ “จะกลับเข้าบ้านเลยไหม” โรมเอ่ยถามขึ้น ฟ้าใสเงยหน้าขึ้นมองคนถามก่อนที่จะเลื่อนตาไปมองอีกคนที่กำลังจ้องมองอยู่ “เดี๋ยวหนูไปหาเพื่อนก่อนค่ะ” ร่างเล็กเอ่ยตอบ “ได้ขับรถมามั้ย” “ขับมาค่ะ” “งั้นก็ขับรถดีนะ อย่าขับเร็ว” “ค่ะ” ฟ้าใสเอ่ยตอบ ก่อนที่จะยันตัวลุกขึ้น “หนูไปเข้าห้องน้ำนะคะ” “งั้นเฮียเช็กบิลเลย เดี๋ยวตรงนี้เฮียจัดการเอง หนูก็ไปหาเพื่อนได้เลย” “ป๋ามากค่ะ งั้นหนูไปนะ ขอบคุณนะคะ สวัสดีค่ะ” ฟ้าใสยกมือไหว้โรมก่อนที่จะไหว้ธิเบศร์ด้วย แล้วเธอก่อนเดินออกไปจากร้านอาหารเลย “กูมีน้องสาวคนเดียว มึงเข้าใจใช่มั้ย” โรมเอ่ยขึ้นทันทีที่คนตัวเล็กเดินหายออกไปจากสายตา “เกี่ยวไรกับกู” ธิเบศร์เลิกคิ้วถาม “ผู้ชายด้วยกันมันมองออก ใครก็ได้ที่ไม่ใช่น้องกู” เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง “น้องมึงไม่ได้ทางของกู” ธิเบศร์เอ่ยตอบ “ขอให้เป็นแบบนั้น กูไม่อยากต้องมานั่งเรียกมึงว่าน้องเขย” “กูก็ไม่อยากเรียกมึงว่าพี่เขยเหมือนกัน” “เหม็นน่ามึงฉิบหาย จัดการให้กูด้วย” โรมเอ่ยขึ้น ยันตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสุขของตัวเองก่อนที่จะเดินออกไปจากร้านอาหาร ปล่อยให้ธิเบศร์เป็นคนจัดการค่าอาหารในวันนี้ ธิเบศร์เองก็ไม่ว่าอะไร เพราะเป็นแบบนี้จนชินไปแล้ว ธิเบศร์จัดการค่าอาหารเสร็จเรียบร้อยแล้ว กำลังจะเดินออกจากร้านอาหาร ทันทีที่ก้าวขาพ้นออกจากร้านได้ ก็มีเสียงเอ่ยเรียกจากคนที่เขาเองก็ต้องการคุยด้วยมากที่สุดในตอนนี้ ชายหนุ่มหันไปตามเสียงที่เอ่ยเรียก ฟ้าใสกำลังยืนรอเขาอยู่ “คิดว่ากลับไปแล้ว” ธิเบศร์เอ่ยน้ำเสียงเรียบ ก่อนที่จะเดินเข้าไปหาคนตัวเล็ก “เอ่อ…หนู..ฟ้า..เดี๋ยวๆ ขอตั้งสติแป๊บ” ฟ้าใสเอ่ยติดๆ ขัดๆ ก่อนที่จะยืนหลับตา “…” ธิเบศร์ยืนมองคนตัวเล็กนิ่งๆ เธอในตอนนี้ต่างจากตอนที่นั่งทานอาหารด้วยกันมากๆ “โอเค งั้นหนูก็แล้วกัน” ฟ้าใสยืนมองหน้าคนตัวโตกว่านิ่ง ก่อนที่จะตัดสินใจเอ่ยถาม “เฮียเป็นเพื่อนเฮียโรมนานหรือยังคะ ทำไมฟ้าไม่เคยเห็นเลย” “นานแล้ว ตั้งแต่เรียน มันเคยพูดถึงเธอบ่อยๆ” “แล้วทำไมถึงไม่เคยเห็นอยู่ด้วยกันเลย ปกติฟ้าเห็นแค่เฮียซัน เฮียรามิล เฮียเทล” “โรคส่วนตัวสูงมั้ง เธอเลยไม่เห็น” “แล้วไหนบอกไม่ว่างไงคะ ทำไมถึงมากับเฮียโรมได้” “หิวข้าวพอดี เลยตามมันมาด้วยเลย” “เหรอคะ?” ร่างเล็กเอียงคอเอ่ยถามเขา “อืม” ธิเบศร์เอ่ยตอบกลับ ก่อนที่จะก้าวขาถอยหลังจากเธอ “เดี๋ยวสิคะ!” ฟ้าใสคว้าข้อมือของคนตัวโตเอาไว้ก่อนที่จะเอ่ยถามขึ้น “เฮียไปไหนอีกมั้ย” “ไม่! จะกลับแล้ว” “งั้นไปส่งฟ้าหน่อยสิ” “เธอขับรถมา” “แต่ขี้เกียจขับกลับค่ะ ไปส่งหน่อยนะ” ฟ้าใสเอียงคอทำหน้าตาออดอ้อนจนคนตัวโตกว่าพยักหน้าให้เธอ ทำให้ร่างเล็กปล่อยมือออกจากธิเบศร์ “ส่งที่ไหน” “คอนโดเพื่อนค่ะ เดี๋ยวฟ้าบอกทางให้ค่ะ” ร่างเล็กคลี่ยิ้มเอ่ยตอบ ทันทีที่ธิเบศร์รู้ว่าฟ้าใสเป็นน้องสาวของโรม เขาก็แทบจะไม่อยากเข้าไปยุ่งกับเธออีกเลย เพราะยังไงก็ไม่มีทางเป็นไปได้อย่างแน่นอน เพราะเขาจะไม่ลงหลักปักฐานกับใคร ถ้าเป็นผู้หญิงคนอื่นเขาคงเล่นๆ ได้แบบไม่ต้องคิดอะไรมาก เพราะไม่มีผลอะไรตามมาอยู่แล้ว ทว่าคนนี้เป็นน้องสาวเพื่อน ถ้าเขาเอาตัวเองลงไปเล่นมีหวังเสียเพื่อนแน่ ดูท่าแล้วไอ้สามตัวที่เหลือมันคงเอ็นดูฟ้าใสไม่น้อย ถ้าเลือกได้เขาขอไม่มีปัญหากับเพื่อนคงจะดีกว่า “ไม่เคยรู้มาก่อนว่าเฮียจะเป็นคนใกล้ตัวฟ้าขนาดนี้” ฟ้าใสเอ่ยขึ้นทันทีที่ขึ้นมาอยู่บนรถของธิเบศร์แล้ว “แล้วรถจะทำไง” ธิเบศร์ไม่สนใจในคำพูดของเธอเลยสักนิด ในเมื่อเลือกที่จะตัดก็ต้องตัดเลย จะไม่ทิ้งความหวังไว้ให้ใครอีกคนแน่ๆ “เดี๋ยวพรุ่งนี้ค่อยมาขับกลับค่ะ จอดที่นี่ไม่หายแน่นอนค่ะ” ฟ้าใสเอ่ยตอบด้วยท่าทางที่สบายๆ “เรื่องคืนนั้น…” “…” ฟ้าใสหันมองธิเบศร์ทันทีที่เขาพูดขึ้น แล้วไม่เอ่ยพูดต่อให้จบ “ขอให้มันเป็นความลับสำหรับสองคนได้มั้ย” “ค่ะ ฟ้าไม่คิดจะให้เฮียมารับผิดชอบอยู่แล้ว” ก็ดี ไม่คิดก็ดีแล้ว… “อืม” “แต่ฟ้าอยากคุยกับเฮีย” “ยังไง?” ชายหนุ่มเลิกคิ้วสงสัย “ก็แบบ..คุยกันเฉยๆ ค่ะ” “เธอก็เห็นว่ามันหวงเธอขนาดไหน” มันแทบจะแดกหัวกูอยู่แล้ว “ก็อย่าให้เฮียโรมรู้สิคะ ฟ้าไม่พูด เฮียไม่พูด เฮียโรมก็ไม่มีทางรู้แน่นอนค่ะ” “เพราะอะไรถึงอยากคุยกับฉัน” “รู้สึกดีค่ะ เฮียทำให้ฟังรู้สึกดี อย่างน้อยฟ้าก็ไม่เศร้าตอนที่อยู่กับเฮีย” “ก็แค่รู้สึกดี” ธิเบศร์เอ่ยน้ำเสียงแผ่วเบา“ถ้าเป็นปลากัดคงท้องแล้วนะเฮีย” ฟ้าใสเอ่ยขึ้นทันทีหลังจากที่จ้องหน้ากันอยู่นานหลายนาที“เหรอ?” ธิเบศร์เลิกคิ้วสูง “อยากรองท้องดูมั้ย”“ทะลึ่ง!” คนตัวเล็กตีลงที่มือหนาเบาๆ“หนูไม่ได้เจ็บตรงไหนใช่มั้ย” ธิเบศร์รอบมองไปทั่วเรือนร่างของเธอ เพราะตอนที่โดนแทง ภาพสุดท้ายที่จำได้คือเขาเอาตัวเองบังฟ้าใสไว้ หลังจากนั้นภาพทุกอย่างก็ตัดไปเลย“ไม่ค่ะ หนูปลอดภัย” ฟ้าใสคลี่ยิ้มตอบ“ขึ้นมานั่งบนนี่ด้วยกัน” ธิเบศร์ตบมือลงที่เตียงคนไข้สองสามที คนตัวเล็กส่ายหน้าไปมา เธอไม่ยอมขึ้นไป“เดี๋ยวพยาบาลเข้ามาเจออายเขานะคะ”“ไม่เห็นมีอะไรน่าอาย ไม่ต้องอาย” ธิเบศร์เอ่ยก็แน่ละซิใครจะหน้าหนาเหมือนเฮียละ…“จะขึ้นมาหรือจะให้เฮียลงไปอุ้ม” ธิเบศร์ทำท่าทางจะลงจากเตียง ทำให้ฟ้าใสต้องดีดตัวลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว เขาจะลงจากเตียงเป็นรอบที่สองไม่ได้เด็ดขาด“เดี๋ยวหนูขึ้นไปเองค่ะ”“ก็แค่นั่นแหละครับ” ธิเบศร์คลี่ยิ้มให้กับเธอ ในรอบหลายวันมานี้ รอยยิ้มนี้เป็นรอยยิ้มเดียวที่เธอโหยหามาตลอดเวลา คนตัวเล็กค่อยขยับขึ้นไปบนเตียง นอนอยู่ข้างๆ กับคนป่วย ชายหนุ่มนอนตะแคงโอบกอดเธอไว้ในอ้อมแขน ก่อนที่จะกดริมฝีปากหนาจูบลงไปที่หน้าผากมนของฟ้าใส
สองอาทิตย์เต็มที่เขาเอาแต่นอนนิ่ง แล้วก็เป็นสองอาทิตย์เต็มที่เธอเอาแต่เฝ้าเขาไม่ไปไหนเลย ธิเบศร์นอนหลับตาพริ้มอยู่บนเตียงคนไข้ ส่วนคนตัวเล็กนอนฟุบหน้าลงที่เตียงของคนไข้ เธอไม่รู้ว่าเธอหลับไปนานแค่ไหนแล้ว ไม่รู้ว่าหลับไปตั้งแต่เมื่อไหร่ด้วยซ้ำ รู้สึกตัวอีกทีก็ตอนที่มีมือหนักๆ มาวางลงบนศีรษะเธอนั่นแหละ ในใจเธอก็ขอให้เป็นเขา เป็นเขาสักทีได้มั้ยเฮียตื่นขึ้นมาสักทีได้มั้ย…ฟ้าใสเงยหน้าขึ้น ภาพตรงหน้าของเธอตอนนี้ทำเอาเธอกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ คนตัวเล็กปล่อยน้ำตาให้ไหลรินแบบไม่รู้ตัว ธิเบศร์ฟื้นแล้ว เขาฟื้นแล้วจริงๆ ด้วย“เฮีย TT” ฟ้าใสเอ่ยเรียกเขาทั้งน้ำตา พร้อมกับคลี่ยิ้มให้เขา“หิวน้ำ” ธิเบศร์เอ่ยน้ำเสียงแหบแห้ง“ได้ค่ะ ได้” คนตัวเล็กรีบลุกขึ้นยืนแล้วเอาน้ำให้ธิเบศร์ดื่มทันที ชายหนุ่มดื่มน้ำอย่างกระหาย เขาคอแห้งเพราะว่าหลับไปนานหลายวันเลยทีเดียว“หนูจะไปตามหมอนะคะ” ฟ้าเอ่ยจบก็รีบวิ่งออกไปตามเฮียรามิลทันที เพียงครู่เดียวทั้งเธอและรามิลก็วิ่งกลับมาพร้อมกัน“ตื่นได้สักทีไอ้สัด!” รามิลมองหน้าเพื่อนแบบโล่งใจในที่สุดก็ตื่นสักทีไอ้เหี้ย!“กูนึกว่าจะได้ไปรอพวกมึงที่นรกซะแล้ว” ธิเบศร์เอ่ยยิ้มๆ“ตื
ทั้งสองหนุ่มยืนรอคนตัวเล็กอยู่หน้าห้องเพียงครู่เดียว ร่างเล็กก็เดินออกมาจากภายในห้อง โรมเลือกซื้อชุดที่พอดิบพอดีกับตัวน้อง เป็นเสื้อยืดสีขาวกับกางเกงยีนสีดำเข้ารูป ฟ้าใสเป็นคนตัวเล็กอยู่แล้ว พอใส่เสื้อผ้าพวกนี้มันเลยดูดีไปอีกแบบ ดูแปลกตาดีเหมือนกัน“เขาเป็นยังไงบ้างคะ” ทันทีที่เธอเดินออกมา ร่างเล็กก็เอ่ยถามถึงคนที่กำลังนอนอยู่บนเตียง“รอย้ายไปห้องพิเศษครับ” ดร.ซันเอ่ยตอบเสียงเรียบ“โล่งใจ” คนตัวเล็กยกมือขึ้นมาทาบอก ถอนหายใจเล็กน้อย“เฮียพาไปกินข้าว แล้วเดี๋ยวค่อยไปดูมัน” โรมเอ่ยขึ้นพร้อมกับจับมือคนตัวเล็กแล้วออกแรงดึง ให้เธอเดินตามหลังเขามาโรมพามากินข้าวที่ร้านอาหารในโรงพยาบาล ทั้งสามคนเดินมานั่งลงที่โต๊ะอาหารก่อนที่จะเริ่มสั่งอาหาร เพียงครู่เดียวอาหารก็ถูกยกมาเสิร์ฟลงตรงหน้าขอแต่ละคน ก่อนที่ทุกคนจะเริ่มทานอาหารของตัวเองอย่างเงียบๆ“หนูขอเป็นคนเฝ้าเฮียธิเบศร์เองได้มั้ยคะ” ฟ้าใสเอ่ยขึ้น ทำให้โรมหยุดทุกการเคลื่อนไหว เงยหน้าขึ้นมองน้องสาวด้วยเอง“ตามใจ ไม่บังคับ” เฮียโรมเอ่ยตอบ ก่อนที่จะก้มหน้าลงไปกินข้าวต่อ“ขอบคุณเฮียนะคะที่เข้าใจหนู”“อืม มีน้องคนเดียวให้ทำไงได้” โรมเอ่ยตอบ ดร.ซันนั่
“พี่เอ็มมีอะไร?” ฟ้าเอ่ยถามผู้ชายตรงหน้าด้วยความงุนงง เพราะเขาหายออกไปจากชีวิตเธอนานแล้ว ทว่าทำไมวันนี้ถึงโผล่มาได้“พี่อยากขอโทษหนูในทุกๆ เรื่อง” เอ็มเดินเข้าไปประชิดตัวฟ้าใส จับกุมสองมือเล็กเอาไว้แน่นมึงไม่รู้อะไรซะแล้ว เจ้าที่เขายืนดูอยู่มองไม่เห็นหรือไง…“พี่เอ็มปล่อยฟ้าก่อน” คนตัวเล็กพยายามดึงมือออกจากมือใหญ่ของเอ็ม “ปล่อยฟ้านะพี่เอ็ม!”“พี่คิดได้แล้วฟ้า พี่อยากขอโทษหนู พี่ผิดไปแล้วจริงๆ”“มันกลับไปเป็นเหมือนเดิมไม่ได้อีกแล้วพี่เอ็ม” ฟ้าใสเอ่ยน้ำเสียงหนักแน่น“ทำไมถึงกลับไปเป็นเหมือนเดิมไม่ได้ หนูรักพี่มากไม่ใช่เหรอ”“นั้นมันเมื่อก่อน ตอนนี้ฟ้าไม่ได้รักพี่แล้ว”“พี่ขอโอกาสได้มั้ย” เอ็มยังคงดื้อดึง พยายามดึงคนตัวเล็กเข้ามากอด ทว่าคนตัวเล็กก็พยายามดิ้นหนี จนเพื่อนที่อยู่ตรงนั้นก็พากันเข้าไปช่วย แต่เอ็มก็ยังไม่มือออกจากฟ้าใส ยังคงจับเธอแน่น“ปล่อยมือออกจากเธอซะ” แน่นอนว่าธิเบศร์ทนดูต่อไปไม่ไหว เดินตรงเข้าไปหาฟ้าใสทันที ผลักเอ็มจนกระเด็น“มึงอีกแล้ว” เอ็มหันหน้ากลับมามองบุคคลที่ผลักเขาเมื่อครู่ ก่อนที่จะจ้องมองอีกคนตาไม่กะพริบ“ทำไม?” ธิเบศร์ยืนเอาตัวเองบังเรือนร่างฟ้าใสเอาไว้ จ้องม
หลังจากที่อยู่พูดคุยกับไอ้เทลได้สักพัก ก็พากันแยกย้ายห้องใครห้องมัน ธิเบศร์เดินกลับขึ้นมาที่ชั้นบน เดินเปิดประตูเข้าไปในห้อง ก่อนที่จะเดินไปนั่งลงที่เตียงข้างคนตัวเล็ก ชายหนุ่มจ้องมองใบหน้าหวานที่กำลังหลับตาพริ้มอยู่ เธอหลับสนิท หลับแบบไม่สนว่าใครจะเดินเข้าหรือเดินออก“ขอโทษที่เคยพูดทำร้ายจิตใจเธอ” ธิเบศร์เอ่ยเสียงแผ่วเบา มือหนาของชายหนุ่มยกขึ้นมาปัดผมที่ปิดบังใบหน้าเธออยู่ออก ก่อนที่จะก้มลงไปจุ๊บเบาๆ ที่หน้าผากของเธอ ขยับตัวขึ้นมานอนข้างเธอ โอบกอดเธออีกครั้งให้ความอบอุ่นเธออีกครั้ง ก่อนที่จะผล็อยหลับไปในที่สุดเช้าวันถัดไปธิเบศร์ลืมตาตื่นขึ้นมาในช่วงสายๆ ของวัน ลืมตาขึ้นมองสิ่งรอบข้าง พยายามปรับสายตาให้เป็นปกติเช่นเดิม ก่อนที่จะหันมามองคนข้างกายที่นอนกอดเมื่อคืน ทว่าไม่อยู่ เธอไม่อยู่แล้ว ข้างกายเขาตอนนี้ไม่มีเธอแล้ว“ไอ้เทล!” เสียงของธิเบศร์ตะโกนดังลั่นอยู่ที่ชั้นสามของตัวอาคาร ก่อนที่เขาจะวิ่งลงมาที่ชั้นล่าง เพื่อที่จะถามไอ้เพื่อนรักตัวดี“น้องหาย! มึงเห็นน้องมั้ย”“กู…” กูเห็น แต่กูบอกมึงไม่ได้จริงๆ เพื่อนรัก“กูอะไร?” ธิเบศร์เดินเข้ามาใกล้เทลเรื่อยๆ“กูไม่เห็น” เทลเอ่ยตอบยันตัวล
“เฮียอย่าทำแบบนี้ คุยกันดีๆ ก็ได้”“คนแบบมันคุยดีๆ คงไม่เข้าใจ” เฮียโรมเอ่ยขึ้นเสียงดัง ผลักร่างเล็กจนกระเด็นล้มลงที่พื้น หวังจะเข้าไปต่อยธิเบศร์อีกครั้ง ทว่ารอบนี้โรมทำน้องเจ็บ เพื่อนๆ ที่ยืนดูอยู่ห่างๆ เลยต่างพากันวิ่งเข้ามาห้าม“ใจเย็นหน่อยดิวะ น้องเจ็บแล้วมึงเห็นมั้ย” รามิลเอ่ยขึ้นเดินเข้าไปประคองร่างเล็กให้ยืนขึ้น ที่มือของฟ้าใสมีเลือดไหลซิบๆ คงเป็นเพราะล้มกระแทกพื้นเมื่อครู่“…” โรมหันไปมองที่คนตัวเล็กนิ่ง “กูแม่งไม่รู้จะพูดยังไงแล้ว”“กูขอโทษ” ธิเบศร์เอ่ยขอโทษ นี้เป็นครั้งแรกเลยที่เขารู้สึกว่าเขาผิดจริงๆ แล้วเขาขอโทษด้วยใจจริง“มึงเก็บคำขอโทษของมึงไว้ แล้วออกไปจากน้องกู”“…” ธิเบศร์เงียบไม่เอ่ยคำใด“มึงทำไม่ได้ซินะ งั้นกูจะส่งมันไปต่างประเทศ” โรมเอ่ยน้ำเสียงจริงจัง ยื่นคำขาด“ไม่ได้!” ธิเบศร์เอ่ยขึ้น“ทำไม ทำไมต้องเป็นมึงด้วยวะ” โรมเอ่ย“ทำไมถึงเป็นกูไม่ได้วะ” ธิเบศร์ถาม“มึงถามใจมึงดู มึงอยู่ในสถานะไหน แล้วน้องกูอยู่ในสถานะไหน”“…” แน่นอนว่าแตกต่าง ธิเบศร์เป็นมาเฟีย มีอันตรายรอบด้าน แน่นอนว่าคนเป็นพี่อย่างโรมไม่อยากเห็นน้องต้องตกอยู่ในอันตรายแน่นอน โรมเป็นคนที่รักน้องมาก รักน้







