เข้าสู่ระบบธิเบศร์ส่งคนตัวเล็กจนถึงหน้าบ้านอย่างดี ตอนแรกว่าจะเข้าไปส่งในบ้านด้วยซ้ำ ทว่าฟ้าใสไม่ยอม บอกแค่ว่าไม่เป็นไรเดี๋ยวเดินเข้าไปเองดีกว่า ทันทีที่ส่งคนตัวเล็กจนถึงบ้านอย่างปลอดภัยชายหนุ่มก็ตรงกลับคอนโดของตัวเองทันที วันนี้เขาเองก็เหนื่อยมาทั้งวันแล้ว อยากพักแล้วเหมือนกัน
รถหรูของชายหนุ่มแล่นเข้ามาจอดที่ใต้คอนโด ทันทีที่รถยนต์จอดสนิทเขาก็ลงจากรถทันที เดินตรงเข้าไปที่ลิฟต์ กดขึ้นไปที่ชั้น30 ตอนนี้ภายในลิฟต์มีแค่เขา ทว่าจู่ๆ ประตูลิฟต์ก็ถูกเปิดออกที่ชั้น25 ตรงหน้าเขาในเวลามีคนที่เขาไม่ชอบหน้ามากที่สุดยืนอยู่ “ไม่คิดว่าจะเจอกันที่นี่” พริกแกงเดินเข้ามาภายในลิฟต์ก่อนที่จะเอ่ยทักทาย ทว่าธิเบศร์กลับเมินเฉยใส่เธอ “ไม่ต้องเมินขนาดนั้นก็ได้ พริกแกงเคยเป็นคนที่รู้สึกธิเบศร์มากที่สุดนะ” “เราเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันได้นิ” ใครบอก ใครบอกว่าเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันได้ โทษทีกูไม่เป็นครับ! “เพื่อนอย่างเธอ ไม่มีจะดีกว่า” ธิเบศร์เอ่ยตอบสั้นๆ “…” “เลิกทำตัวแบบนี้สักทีมันน่ารำคาญ” “…” “ถ้าเป็นไปได้ก็ย้ายออกไปจากที่นี่ อย่าคิดว่าฉันไม่รู้ว่าเธอย้ายมาที่นี่เพราะอะไร” ธิเบศร์เอ่ยน้ำเสียงจริงจัง ถ้าคิดจะจับเขาหรือหลอกเขาแบบเมื่อก่อนที่เธอเคยทำ บอกเลยครับกูเจ็บแล้วจำ ไม่โง่ให้หลอกอีกครั้งแน่ เพียงครู่เดียวประตูลิฟต์ก็ถูกเปิดออกที่ชั้น30 ธิเบศร์เดินออกจากลิฟต์แบบไม่ไยดีคนที่อยู่ด้านในเลยสักนิด รู้สึกดีมากกว่าด้วยซ้ำที่ได้เดินออกมาจากตรงที่เธอยืนอยู่ เช้าวันถัดไป… ธิเบศร์ลืมตาตื่นขึ้นมาในช่วงตอนเช้า เขาตื่นเพียงเพราะเสียงโทรศัพท์มือถือของเขากำลังส่งเสียงดังรบกวนเขาอยู่ในตอนนี้ โดยปกติแล้วถ้าไม่มีธุระจะไม่มีใครโทรหาเขาในตอนเช้า เพราะทุกคนย่อมรู้ดีว่าเขาแทบจะไม่ตื่นเช้าเลย เพราะธิเบศร์เป็นคนนอนดึกเขาทำงานหนัก บางคืนก็นอนที่โกดังหมกตัวอยู่ในโกดังทั้งวันทั้งคืนไม่ออกไปไหนเลย “ฮัลโหล” ทันทีที่เขากดรับสาย เขาก็เอ่ยขึ้นทันที (ตื่นได้แล้วค่ะ เช้าแล้ว) ปลายสายเป็นฟ้าใส “มีอะไร” ธิเบศร์เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงห้วนๆ (มีความคิดถึงมาฝากค่ะ เปิดประตูให้หน่อย) “คือ?” “อยู่หน้าห้องเฮียค่ะ” (มาทำบ้าอะไรแต่เช้า) ธิเบศร์เอ่ยถาม ยันตัวลุกขึ้นจากที่นอน เดินตรงไปเปิดประตูให้กับคนตัวเล็กที่ยืนอยู่หน้าประตูห้อง ฟ้าใสยืนส่งยิ้มให้ชายหนุ่ม ทว่าเขาไม่ได้ยิ้มส่งตอบเลย เพียงแค่เดินมาเปิดประตูห้องให้แล้วก็เดินกลับเข้าห้องนอนไปเลย “ถามจริง? แค่เดินมาเปิดประตูห้องให้เฉยๆ เหรอ” ฟ้าใสบ่นพึมพำ เดินเข้ามาในห้องเดินตรงไปที่เคาน์เตอร์ครัว วางถุงอาหารที่ตัวเองซื้อติดมือมาลง เธอทำเหมือนว่าห้องนี้เป็นเหมือนห้องของตัวเอง เดินเข้าตรงนั้นเดินออกตรงนี้ เปิดตู้นั้นเปิดตู้นี้ เพียงครู่เดียวอาหารทุกอย่างก็วางอยู่บนโต๊ะจนครบ “เฮีย เฮีย เฮีย” ฟ้าใสเคาะห้องเอ่ยเรียกคนที่อยู่ด้านในให้ออกมากินข้าว แต่ก็ไร้เสียงตอบรับ คนตัวเล็กเองก็ไม่ได้ดึงดันที่จะเรียกต่อ ฟ้าใสเดินกลับมานั่งลงที่โซฟาตัวใหญ่กลางห้อง เอื้อมมือเปิดทีวีก่อนที่จะเอนตัวนอนราบกับที่นอน เธอลาหยุดกับมาหาลัยเป็นเวลาหนึ่งอาทิตย์เต็ม คำสั่งนี้ไม่ต้องสงสัยว่าได้มาจากใคร เฮียโรมเป็นคนโทรไปลากับอาจารย์เธอเองโดยเฉพาะ ในคืนนั้นที่เธอกลับบ้านไปมีบาดแผลที่แขนมีรอยเลือดที่เสื้อผ้า ทำให้เฮียโรมตกใจจนทำอะไรไม่ถูก ยิ่งรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นยิ่งไปกันใหญ่เลย เธอเล่าทุกส่วนที่ทำลงไปไม่มีปิดบังหรือโกหก ‘หนูผิดเองที่เริ่มก่อน’ ฟ้าใสน้อมรับความผิดแต่โดยดี ‘ทำไมชอบทำให้ตัวเองเจ็บตัวแบบนี้ตลอดเลย’ เฮียโรมกำลังโกรธ ‘ขอโทษ’ คนตัวเล็กเอ่ยขอโทษอย่างรู้สึกผิดจริงๆ ‘เจ็บมั้ย?’ เฮียโรมเดินเข้ามาจับแขนเบาๆ รอบถอนหายใจอย่างเหนื่อยๆ ‘เจ็บค่ะ’ ‘แล้วจำมั้ย’ ‘….’ แน่นอนว่าไม่จำ ‘หึ!’ หึสั้นๆ แล้วก็เดินขึ้นบ้านไปเลย ไม่พูดอะไรอีกเลย ดูท่าแล้วคงจะโกรธ คนตัวเล็กนอนดูทีวีไปมาก็ผล็อยหลับไปตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ส่วนคนที่อยู่ด้านในก็ตื่นแล้ว เดินออกมาด้านนอกแล้ว ธิเบศร์เดินออกมาหยุดยืนอยู่ตรงโซฟา มองร่างเล็กที่หลับตาพริ้มอยู่บนโซฟา หันไปมองที่โต๊ะอาหารก็เห็นว่ามีอาหารวางอยู่บนโต๊ะเต็มไปหมด “แล้ววันหนึ่งเธอจะเสียใจ แล้ววันหนึ่งเธอก็จะเกลียดฉัน” ชายหนุ่มเอ่ยพูดน้ำเสียงแผ่วเบา ยืนมองใบหน้าหวานอยู่นานหลายนาที ก่อนที่จะเดินกลับเข้าห้องนอนไป อาบน้ำแต่งตัวแล้วออกไปทำธุระโดยที่ไม่ได้บอกคนตัวเล็กไว้เลย ปล่อยให้เธอนอนหลับอยู่แบบนั้น ธิเบศร์มาถึงที่นัดหมายในช่วงบ่ายๆ พอดี ชายหนุ่มเดินตรงเข้ามาที่ร้านอาหารที่ได้โทรจองไว้ เดินไปหาพนักงานที่เคาน์เตอร์ ก่อนที่จะเดินตามพนักงานไปที่โต๊ะอาหาร ทว่าอีกฝ่ายที่นัดไว้ยังไม่มาเลย มันยิ่งทำให้เขารู้สึกหงุดหงิด เขาไม่ชอบคนที่ไม่ตรงต่อเวลา ทั้งๆ ที่ฝ่ายนั้นเป็นคนโทรมานัดเวลากับเขาเอง “รับอะไรก่อนมั้ยคะ” พนักงานเอ่ยถามยิ้มๆ “น้ำเปล่าก่อนก็ได้ครับ” “ค่ะ ^_^” พนักงานของร้านเดินยิ้มออกไป เพียงครู่เดียวก็เดินกลับมาพร้อมกับแก้วน้ำในมือ ก่อนที่จะยกเสิร์ฟให้กับธิเบศร์ ชายหนุ่มไม่ได้สนใจในท่าทีของพนักงานเลยด้วยซ้ำ ไม่อยู่ในสายตากูเลยครับ ขอโทษที… “สวัสดีค่ะ” เสียงของผู้หญิงคนหนึ่งดังขึ้น ทำให้ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นมองตามเสียงนั้น “สวัสดีครับ” ชายหนุ่มเอ่ย “ขอโทษนะคะที่มาสาย พอดีมีปัญหากับการเดินทางนิดหน่อยค่ะ” สายขิมเจ้าของที่ดินที่ธิเบศร์ต้องการจะซื้อ เธอเป็นสาวสวยแถมโสดอายุสามสิบปลายๆ “ไม่เป็นไรครับ” ในใจกูเป็นแต่พูดไม่ได้… “เข้าเรื่องกันเลยแล้วกันนะคะ” หญิงสาวหยิบซองเอกสารสีน้ำตาลออกมาวางไว้บนโต๊ะ ก่อนที่เธอจะเปิดซองเอกแล้วยื่นให้กับธิเบศร์ “ที่ดินตรงนั้นถือว่าทำเลดีมากเลยนะคะ” “เรื่องราคาผมไม่เกี่ยงครับ ได้หมด” “50ล้าน ไหวมั้ยคะ” “ครับ เรื่องเงินเรื่องโอนที่ดินผมจะให้เลขาจัดการต่อ เดี๋ยวผมจะให้เลขาติดต่อคุณไปนะครับ” “ได้ค่ะ” สายขิมเอ่ยยิ้มๆ “ฉันขอเรียกข้าวได้มั้ยคะ ถือว่าเลี้ยงขอโทษที่มาสาย” “ไม่เป็นไรครับ ผมขอตัวดีกว่าครับ” ธิเบศรคลี่ยิ้มให้กับตรงหน้า ยันตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูงของตัวเอง เดินออกจากร้านอาหารไปทันที ชายหนุ่มไม่ได้กลับเข้าคอนโดเลย เขายังคงเดินอยู่ในห้างเช่นเดิม เดินเลือกซื้ออาหารของกินของใช้นิดหน่อย อยู่ๆ วันนี้ก็รู้สึกว่าอยากจะทำอาหารกินเอง เดินเลือกซื้อเนื้อวัวที่ใช้สำหรับทำสเต๊ก และเลือกซื้อผักผมไม้เอาใส่ตู้เย็น เพียงครู่เดียวเขาก็เลือกซื้อของทุกอย่างจนครบหมดแล้ว เดินไปจ่ายเงินแล้วกลับเข้าคอนโดทันที คอนโดมิเนียม ธิเบศร์มาถึงคอนโดในช่วงเวลาบ่ายสามโมงเย็น โชคดีที่รถไม่ติดแล้วสถานที่นัดคุยก็ไม่ได้ใกล้จากคอนโดเท่าไหร่นัก ทันทีที่รถยนต์คันหรูจอดสนิท ก้าวขาเดินลงจากรถ เปิดประตูหลังรถหยิบของที่ซื้อมา ก่อนที่จะเดินเข้าไปในลิฟต์ กดไปที่ชั้น30 เพียงครู่เดียวประตูลิฟต์ก็ถูกเปิดออก พร้อมกับภาพหญิงสาวสองคนที่อยู่ตรงหน้า “ทำไมเธอถึงมาอยู่ที่ห้องเขา” พริกแกงเอ่ยถามเสียงดัง เธอไม่ได้สนใจผู้คนรอบข้างเลยด้วยซ้ำ “คิดสิคะคิด” ฟ้าใสเอ่ยตอบด้วยท่าทางกวนๆ “เธออย่ามายั่วโมโหฉันนะยัยเด็กนี่” พริกแกงทำท่าจะพุ่งตัวเข้าไปหาฟ้าใส ทำให้ธิเบศร์ต้องรีบแสดงตัวออกมาทันที “ทำไมหนูถึงมายืนอยู่ตรงนี้ครับ” ชายหนุ่มเดินตรงเข้าไปหาฟ้าใสทันที ทว่าพริกแกงกลับยืนขวางทางเดินเอาไว้เสียก่อน “คุณลืมฉันได้แล้วจริงๆ เหรอธิเบศร์” “ผมไม่เคยจำคุณด้วยซ้ำ เลิกวุ่นวายสักทีมันน่ารำคาญ” ชายหนุ่มเดินเลี่ยงจากเธอ เดินตรงเข้าไปหาฟ้าใส ก่อนที่จะดันคนตัวเล็กเข้าไปในห้อง แล้วปิดประตูล็อคทันทีโดยไม่สนใจเสียงโวยวายด้านนอกเลย เขาทำเหมือนว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นด้วยซ้ำ“ถ้าเป็นปลากัดคงท้องแล้วนะเฮีย” ฟ้าใสเอ่ยขึ้นทันทีหลังจากที่จ้องหน้ากันอยู่นานหลายนาที“เหรอ?” ธิเบศร์เลิกคิ้วสูง “อยากรองท้องดูมั้ย”“ทะลึ่ง!” คนตัวเล็กตีลงที่มือหนาเบาๆ“หนูไม่ได้เจ็บตรงไหนใช่มั้ย” ธิเบศร์รอบมองไปทั่วเรือนร่างของเธอ เพราะตอนที่โดนแทง ภาพสุดท้ายที่จำได้คือเขาเอาตัวเองบังฟ้าใสไว้ หลังจากนั้นภาพทุกอย่างก็ตัดไปเลย“ไม่ค่ะ หนูปลอดภัย” ฟ้าใสคลี่ยิ้มตอบ“ขึ้นมานั่งบนนี่ด้วยกัน” ธิเบศร์ตบมือลงที่เตียงคนไข้สองสามที คนตัวเล็กส่ายหน้าไปมา เธอไม่ยอมขึ้นไป“เดี๋ยวพยาบาลเข้ามาเจออายเขานะคะ”“ไม่เห็นมีอะไรน่าอาย ไม่ต้องอาย” ธิเบศร์เอ่ยก็แน่ละซิใครจะหน้าหนาเหมือนเฮียละ…“จะขึ้นมาหรือจะให้เฮียลงไปอุ้ม” ธิเบศร์ทำท่าทางจะลงจากเตียง ทำให้ฟ้าใสต้องดีดตัวลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว เขาจะลงจากเตียงเป็นรอบที่สองไม่ได้เด็ดขาด“เดี๋ยวหนูขึ้นไปเองค่ะ”“ก็แค่นั่นแหละครับ” ธิเบศร์คลี่ยิ้มให้กับเธอ ในรอบหลายวันมานี้ รอยยิ้มนี้เป็นรอยยิ้มเดียวที่เธอโหยหามาตลอดเวลา คนตัวเล็กค่อยขยับขึ้นไปบนเตียง นอนอยู่ข้างๆ กับคนป่วย ชายหนุ่มนอนตะแคงโอบกอดเธอไว้ในอ้อมแขน ก่อนที่จะกดริมฝีปากหนาจูบลงไปที่หน้าผากมนของฟ้าใส
สองอาทิตย์เต็มที่เขาเอาแต่นอนนิ่ง แล้วก็เป็นสองอาทิตย์เต็มที่เธอเอาแต่เฝ้าเขาไม่ไปไหนเลย ธิเบศร์นอนหลับตาพริ้มอยู่บนเตียงคนไข้ ส่วนคนตัวเล็กนอนฟุบหน้าลงที่เตียงของคนไข้ เธอไม่รู้ว่าเธอหลับไปนานแค่ไหนแล้ว ไม่รู้ว่าหลับไปตั้งแต่เมื่อไหร่ด้วยซ้ำ รู้สึกตัวอีกทีก็ตอนที่มีมือหนักๆ มาวางลงบนศีรษะเธอนั่นแหละ ในใจเธอก็ขอให้เป็นเขา เป็นเขาสักทีได้มั้ยเฮียตื่นขึ้นมาสักทีได้มั้ย…ฟ้าใสเงยหน้าขึ้น ภาพตรงหน้าของเธอตอนนี้ทำเอาเธอกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ คนตัวเล็กปล่อยน้ำตาให้ไหลรินแบบไม่รู้ตัว ธิเบศร์ฟื้นแล้ว เขาฟื้นแล้วจริงๆ ด้วย“เฮีย TT” ฟ้าใสเอ่ยเรียกเขาทั้งน้ำตา พร้อมกับคลี่ยิ้มให้เขา“หิวน้ำ” ธิเบศร์เอ่ยน้ำเสียงแหบแห้ง“ได้ค่ะ ได้” คนตัวเล็กรีบลุกขึ้นยืนแล้วเอาน้ำให้ธิเบศร์ดื่มทันที ชายหนุ่มดื่มน้ำอย่างกระหาย เขาคอแห้งเพราะว่าหลับไปนานหลายวันเลยทีเดียว“หนูจะไปตามหมอนะคะ” ฟ้าเอ่ยจบก็รีบวิ่งออกไปตามเฮียรามิลทันที เพียงครู่เดียวทั้งเธอและรามิลก็วิ่งกลับมาพร้อมกัน“ตื่นได้สักทีไอ้สัด!” รามิลมองหน้าเพื่อนแบบโล่งใจในที่สุดก็ตื่นสักทีไอ้เหี้ย!“กูนึกว่าจะได้ไปรอพวกมึงที่นรกซะแล้ว” ธิเบศร์เอ่ยยิ้มๆ“ตื
ทั้งสองหนุ่มยืนรอคนตัวเล็กอยู่หน้าห้องเพียงครู่เดียว ร่างเล็กก็เดินออกมาจากภายในห้อง โรมเลือกซื้อชุดที่พอดิบพอดีกับตัวน้อง เป็นเสื้อยืดสีขาวกับกางเกงยีนสีดำเข้ารูป ฟ้าใสเป็นคนตัวเล็กอยู่แล้ว พอใส่เสื้อผ้าพวกนี้มันเลยดูดีไปอีกแบบ ดูแปลกตาดีเหมือนกัน“เขาเป็นยังไงบ้างคะ” ทันทีที่เธอเดินออกมา ร่างเล็กก็เอ่ยถามถึงคนที่กำลังนอนอยู่บนเตียง“รอย้ายไปห้องพิเศษครับ” ดร.ซันเอ่ยตอบเสียงเรียบ“โล่งใจ” คนตัวเล็กยกมือขึ้นมาทาบอก ถอนหายใจเล็กน้อย“เฮียพาไปกินข้าว แล้วเดี๋ยวค่อยไปดูมัน” โรมเอ่ยขึ้นพร้อมกับจับมือคนตัวเล็กแล้วออกแรงดึง ให้เธอเดินตามหลังเขามาโรมพามากินข้าวที่ร้านอาหารในโรงพยาบาล ทั้งสามคนเดินมานั่งลงที่โต๊ะอาหารก่อนที่จะเริ่มสั่งอาหาร เพียงครู่เดียวอาหารก็ถูกยกมาเสิร์ฟลงตรงหน้าขอแต่ละคน ก่อนที่ทุกคนจะเริ่มทานอาหารของตัวเองอย่างเงียบๆ“หนูขอเป็นคนเฝ้าเฮียธิเบศร์เองได้มั้ยคะ” ฟ้าใสเอ่ยขึ้น ทำให้โรมหยุดทุกการเคลื่อนไหว เงยหน้าขึ้นมองน้องสาวด้วยเอง“ตามใจ ไม่บังคับ” เฮียโรมเอ่ยตอบ ก่อนที่จะก้มหน้าลงไปกินข้าวต่อ“ขอบคุณเฮียนะคะที่เข้าใจหนู”“อืม มีน้องคนเดียวให้ทำไงได้” โรมเอ่ยตอบ ดร.ซันนั่
“พี่เอ็มมีอะไร?” ฟ้าเอ่ยถามผู้ชายตรงหน้าด้วยความงุนงง เพราะเขาหายออกไปจากชีวิตเธอนานแล้ว ทว่าทำไมวันนี้ถึงโผล่มาได้“พี่อยากขอโทษหนูในทุกๆ เรื่อง” เอ็มเดินเข้าไปประชิดตัวฟ้าใส จับกุมสองมือเล็กเอาไว้แน่นมึงไม่รู้อะไรซะแล้ว เจ้าที่เขายืนดูอยู่มองไม่เห็นหรือไง…“พี่เอ็มปล่อยฟ้าก่อน” คนตัวเล็กพยายามดึงมือออกจากมือใหญ่ของเอ็ม “ปล่อยฟ้านะพี่เอ็ม!”“พี่คิดได้แล้วฟ้า พี่อยากขอโทษหนู พี่ผิดไปแล้วจริงๆ”“มันกลับไปเป็นเหมือนเดิมไม่ได้อีกแล้วพี่เอ็ม” ฟ้าใสเอ่ยน้ำเสียงหนักแน่น“ทำไมถึงกลับไปเป็นเหมือนเดิมไม่ได้ หนูรักพี่มากไม่ใช่เหรอ”“นั้นมันเมื่อก่อน ตอนนี้ฟ้าไม่ได้รักพี่แล้ว”“พี่ขอโอกาสได้มั้ย” เอ็มยังคงดื้อดึง พยายามดึงคนตัวเล็กเข้ามากอด ทว่าคนตัวเล็กก็พยายามดิ้นหนี จนเพื่อนที่อยู่ตรงนั้นก็พากันเข้าไปช่วย แต่เอ็มก็ยังไม่มือออกจากฟ้าใส ยังคงจับเธอแน่น“ปล่อยมือออกจากเธอซะ” แน่นอนว่าธิเบศร์ทนดูต่อไปไม่ไหว เดินตรงเข้าไปหาฟ้าใสทันที ผลักเอ็มจนกระเด็น“มึงอีกแล้ว” เอ็มหันหน้ากลับมามองบุคคลที่ผลักเขาเมื่อครู่ ก่อนที่จะจ้องมองอีกคนตาไม่กะพริบ“ทำไม?” ธิเบศร์ยืนเอาตัวเองบังเรือนร่างฟ้าใสเอาไว้ จ้องม
หลังจากที่อยู่พูดคุยกับไอ้เทลได้สักพัก ก็พากันแยกย้ายห้องใครห้องมัน ธิเบศร์เดินกลับขึ้นมาที่ชั้นบน เดินเปิดประตูเข้าไปในห้อง ก่อนที่จะเดินไปนั่งลงที่เตียงข้างคนตัวเล็ก ชายหนุ่มจ้องมองใบหน้าหวานที่กำลังหลับตาพริ้มอยู่ เธอหลับสนิท หลับแบบไม่สนว่าใครจะเดินเข้าหรือเดินออก“ขอโทษที่เคยพูดทำร้ายจิตใจเธอ” ธิเบศร์เอ่ยเสียงแผ่วเบา มือหนาของชายหนุ่มยกขึ้นมาปัดผมที่ปิดบังใบหน้าเธออยู่ออก ก่อนที่จะก้มลงไปจุ๊บเบาๆ ที่หน้าผากของเธอ ขยับตัวขึ้นมานอนข้างเธอ โอบกอดเธออีกครั้งให้ความอบอุ่นเธออีกครั้ง ก่อนที่จะผล็อยหลับไปในที่สุดเช้าวันถัดไปธิเบศร์ลืมตาตื่นขึ้นมาในช่วงสายๆ ของวัน ลืมตาขึ้นมองสิ่งรอบข้าง พยายามปรับสายตาให้เป็นปกติเช่นเดิม ก่อนที่จะหันมามองคนข้างกายที่นอนกอดเมื่อคืน ทว่าไม่อยู่ เธอไม่อยู่แล้ว ข้างกายเขาตอนนี้ไม่มีเธอแล้ว“ไอ้เทล!” เสียงของธิเบศร์ตะโกนดังลั่นอยู่ที่ชั้นสามของตัวอาคาร ก่อนที่เขาจะวิ่งลงมาที่ชั้นล่าง เพื่อที่จะถามไอ้เพื่อนรักตัวดี“น้องหาย! มึงเห็นน้องมั้ย”“กู…” กูเห็น แต่กูบอกมึงไม่ได้จริงๆ เพื่อนรัก“กูอะไร?” ธิเบศร์เดินเข้ามาใกล้เทลเรื่อยๆ“กูไม่เห็น” เทลเอ่ยตอบยันตัวล
“เฮียอย่าทำแบบนี้ คุยกันดีๆ ก็ได้”“คนแบบมันคุยดีๆ คงไม่เข้าใจ” เฮียโรมเอ่ยขึ้นเสียงดัง ผลักร่างเล็กจนกระเด็นล้มลงที่พื้น หวังจะเข้าไปต่อยธิเบศร์อีกครั้ง ทว่ารอบนี้โรมทำน้องเจ็บ เพื่อนๆ ที่ยืนดูอยู่ห่างๆ เลยต่างพากันวิ่งเข้ามาห้าม“ใจเย็นหน่อยดิวะ น้องเจ็บแล้วมึงเห็นมั้ย” รามิลเอ่ยขึ้นเดินเข้าไปประคองร่างเล็กให้ยืนขึ้น ที่มือของฟ้าใสมีเลือดไหลซิบๆ คงเป็นเพราะล้มกระแทกพื้นเมื่อครู่“…” โรมหันไปมองที่คนตัวเล็กนิ่ง “กูแม่งไม่รู้จะพูดยังไงแล้ว”“กูขอโทษ” ธิเบศร์เอ่ยขอโทษ นี้เป็นครั้งแรกเลยที่เขารู้สึกว่าเขาผิดจริงๆ แล้วเขาขอโทษด้วยใจจริง“มึงเก็บคำขอโทษของมึงไว้ แล้วออกไปจากน้องกู”“…” ธิเบศร์เงียบไม่เอ่ยคำใด“มึงทำไม่ได้ซินะ งั้นกูจะส่งมันไปต่างประเทศ” โรมเอ่ยน้ำเสียงจริงจัง ยื่นคำขาด“ไม่ได้!” ธิเบศร์เอ่ยขึ้น“ทำไม ทำไมต้องเป็นมึงด้วยวะ” โรมเอ่ย“ทำไมถึงเป็นกูไม่ได้วะ” ธิเบศร์ถาม“มึงถามใจมึงดู มึงอยู่ในสถานะไหน แล้วน้องกูอยู่ในสถานะไหน”“…” แน่นอนว่าแตกต่าง ธิเบศร์เป็นมาเฟีย มีอันตรายรอบด้าน แน่นอนว่าคนเป็นพี่อย่างโรมไม่อยากเห็นน้องต้องตกอยู่ในอันตรายแน่นอน โรมเป็นคนที่รักน้องมาก รักน้




![NightZ [V] CLINGY JUNIOR](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)


