เข้าสู่ระบบสามเดือนต่อมา...
Card of the Day: The Moon – ความสับสนลังเล ความกังวล ลางสังหรณ์
บรรยากาศช่วงเที่ยงภายในห้องอาหารนานาชาติของโรงแรมชื่อดังย่านใจกลางเมืองเต็มไปด้วยความวุ่นวายโกลาหล เมื่อลูกค้าต่างตบเท้ามาใช้บริการพร้อมกัน บ้างต้องการอาหารไทย บ้างต้องการอาหารอิตาเลียน อย่างเช่นลูกค้ารายล่าสุด เห็นว่าเป็นคนสำคัญมีตำแหน่งเป็นที่ปรึกษากฎหมายของโรงแรมแห่งนี้ และมีความต้องการพิเศษกว่าคนอื่น
“เชฟกิ่งคะ มีออเดอร์เชฟ ซีเล็กเต็ด เอ็กซ์พีเรียนซ์ ไดนิ่ง0F [1] สำหรับสองที่จากบอสค่ะ” เสียงกระหืดกระหอบของเฟยเฟยเด็กเสิร์ฟประจำโซนวีไอพี วิ่งเข้ามาพร้อมประโยคที่ทำให้ทุกคนต้องชะงัก
เมนูเชฟ ซีเล็กเต็ด เอ็กซ์พีเรียนซ์ ไดนิ่ง คือเมนูพิเศษที่จะเสิร์ฟอาหารเป็นคอร์สและไม่ได้มีทุกวัน เนื่องด้วยวัตถุดิบที่ใช้สำหรับประกอบเมนูนั้นมีจำกัด ดังนั้นทางห้องอาหารแห่งนี้จึงจัดเพียงสามวันต่อสัปดาห์ และต้องจองเข้ามาเท่านั้น
“แต่วันนี้เราไม่ได้เปิดเมนูนี้นะ” กิ่งกาญจน์เชฟประจำห้องอาหารกล่าวเสียงติดหงุดหงิดอยู่ในที
“หนูพยายามบอกแล้ว แต่บอสยังยืนยันว่าจะเอาเซตนี้ค่ะ” เฟยเฟยพยายามชี้แจง ได้ยินดังนั้น กิ่งกาญจน์จึงหันไปหยิบกระดาษมาลิสต์รายการอาหารทั้งหมดแปดคอร์สแล้วเรียกคนมารับผิดชอบรายการนี้
“เตย...” เชฟใหญ่เรียก ‘พุฒิตา’ ซูเชฟสาวที่กำลังวุ่นวายกับการจัดจานเมนูอาหารฝรั่งเศสของลูกค้าออเดอร์ก่อนหน้า
เล่นก้มหน้าก้มตาจดลิสต์เมนูอาหารอยู่แบบนั้น เรียกเสียงเบาหวิวปานกระซิบใครจะไปได้ยิน เห็นว่าตัวเองเป็นหนึ่งในเชฟเข้าหน่อยแล้วข่มทุกคนใหญ่เชียว
เฟยเฟยแอบบ่นในใจ พลางมองไปทางซูเชฟรุ่นพี่ด้วยความสงสาร ก่อนหน้านี้อีกฝ่ายยังเป็นลูกรักของเชฟกิ่งอยู่เลย ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น พักหลังถึงโดนหาเรื่องตลอด
“เตย! หยุดแล้วมานี่” กิ่งกาญจน์เริ่มไม่พอใจเมื่อเรียกแล้วหญิงสาวไม่ขานรับ และยังคงทำอย่างอื่นต่อ
“ค่า!” พุฒิตาเพิ่งได้ยินเสียงไม่สบอารมณ์เรียกชื่อ จึงรีบวางมือจากงานตรงหน้าแล้วเดินไปหากิ่งกาญจน์ที่เคาน์เตอร์ประจำ
“รีเควสต์ เชฟ ซีเล็กเต็ด เอ็กซ์พีเรียนซ์ ไดนิ่งสองที่” กิ่งกาญจน์เริ่มสาธยายเมนูที่ลิสต์ไว้
“ออยสเตอร์ วิท มินโญเนตซอส1F [2] ” พุฒิตาทวนเมนูได้เพียงเท่านี้ ก็หยุดอยู่ที่เมนู ‘Appetizer’ ซึ่งเป็นอาหารเรียกน้ำย่อยของคอร์สสุดพิเศษนี้
“เชฟคะ เตยว่าเราตัดหอยนางรมออกดีไหม เหมือนมันจะไม่สดเตยกลัวจะมีปัญหา” เมื่อเช้าขณะเตรียมอาหาร เธอพบว่าหอยนางรมมีกลิ่น เหมือนจะใกล้เน่าเต็มทีจึงท้วงขึ้น
“ของเพิ่งมาเมื่อเช้าจะไม่สดได้ยังไงกัน” เชฟใหญ่ตอบกลับ
“คือพักนี้เหมือนเราได้รับของไม่สดปนมาด้วย เตยว่าคนขายเจ้านี้เริ่มมีปัญหาแล้วค่ะ” พุฒิตาทักท้วง พักหลังเธอเริ่มสังเกตว่าของที่มาส่งมีทั้งของสด ของเก่า และของใกล้เสียปนกันมา ซึ่งกว่าจะรู้ก็เมื่อถึงเวลาประกอบอาหารแล้ว
หลังจากได้รับมอบหมายให้ดูแลการจัดส่งของสดต่าง ๆ ผ่านไปไม่นานเชฟกิ่งกลับบอกให้เธอเพียงเซ็นรับของก็พอ แล้วให้เด็กเสิร์ฟช่วยเช็กของ จากนั้นสั่งงานจิปาถะแทบทุกสิ่งให้วุ่น ทำให้เธอพลาดการตรวจรับวัตถุดิบ และผลที่ตามมาก็เป็นอย่างที่เห็นอยู่ในตอนนี้
“นี่กำลังจะบอกว่าคนที่พี่หามาให้โกงเหรอ ไม่ใช่ว่าเอาของมาเปลี่ยนแล้วกล่าวหากันลอย ๆ นะ” กิ่งกาญจน์เริ่มขึ้นเสียง
“ไม่ใช่นะคะ หนูไม่ได้จะหาว่าเขาโกง เพียงแต่มันเกิดปัญหาขึ้นจริง ๆ” พุฒิตาพยายามอธิบายเพื่อแก้ไขความเข้าใจผิด
“ปัญหาจะเกิดได้ยังไง ถ้าเธอทำงานของตัวเองได้ดี” กิ่งกาญจน์วกมาหาเรื่องหญิงสาวทันทีโดยไม่มีปี่มีขลุ่ย
“แต่...” พุฒิตายังไม่ทันได้กล่าวอะไรโต้แย้ง เชฟใหญ่ก็เอ่ยขัด
“เอาเป็นว่าตอนนี้ทำตามที่ฉันสั่งก็พอ เร็วเข้า อย่าให้ลูกค้ารอ” ว่าแล้วกิ่งกาญจน์ก็กระฟัดกระเฟียดสะบัดก้นเดินจากไป
พุฒิตายืนอึ้งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเดินกลับไปยังเคาน์เตอร์ครัวประจำของตัวเอง แล้วเริ่มลงมือทำตาม รายการที่เชฟกิ่งเขียนมาทั้งหมด
วันนี้รู้สึกมีลางสังหรณ์แปลก ๆ สงสัยไพ่ที่เปิดได้เมื่อเช้าจะแม่น แต่ได้ไพ่ไม่ค่อยดีทีไร ไม่อยากให้แม่นเลย...
เมื่อเตรียมวัตถุดิบทุกรายการเสร็จ พุฒิตาลงมือทำเมนูเรียกน้ำย่อย ซึ่งก็คือเมนูหอยนางรมเจ้าปัญหา เธอรู้ว่าหอยไม่สดแน่ ๆ ทั้งยังส่งกลิ่นแปลก ๆ จึงเดินไปขอความเห็นจากเชฟอีกรอบ
“เชฟกิ่ง หอยมันไม่สดจริง ๆ จะลองดมดูก่อนไหมคะ” หญิงสาวยื่นหอยออกไป หมายจะให้กลิ่นโชยไปแตะจมูกคนตรงหน้าสักนิดจะได้รับรู้ปัญหา เชฟใหญ่ยืนเท้าเอวมองเธอขมวดคิ้ว
[1] Chef Selected Experience Dining เมนูที่เชฟเป็นผู้จัดสรรให้ โดยเลือกจากรายการเมนูในแต่ละคอร์ส
[2] Oysters with mignonette sauce หอยนางรมราดซอสมินโญเนต
“นี่เตย ทำอย่างกับว่ามันจะเป็นจะตาย พี่ดมแล้วไม่มีกลิ่น จมูกเธอเองหรือเปล่าที่เพี้ยน ก็ราดมินโญเนตกับหอมให้เยอะ ๆ สิ” กิ่งกาญจน์บอกปัดปนรำคาญ ไม่สนใจหอยที่หญิงสาวยื่นมา
“แล้วถ้าเกิดลูกค้ามีปัญหาขึ้นมาล่ะคะ”
“โอ๊ย! ชักเอาใหญ่แล้วนะ สั่งให้ทำก็ทำสิ คนสั่งคอร์สนี้คือบอส กินแล้วอาจมีหรือไม่มีปัญหาก็ได้ แต่ถ้าบอสไม่ได้กินตามที่สั่ง รับรองว่ามีปัญหาแน่ และเธอนั่นแหละที่จะโดน!” เชฟใหญ่ประจำห้องอาหารทำจมูกบานพ่นลมใส่เธอหนึ่งทีพร้อมสะบัดก้นหนี ก่อนจะหันไปตะโกนโหวกเหวกสั่งการในครัวต่อราวกับกำลังระบายความเกรี้ยวกราดก็ไม่ปาน
พุฒิตาตัวชาวาบ ตลอดระยะเวลาหลายเดือนที่ผ่านมานับตั้งแต่เธอได้รับหน้าที่ตรวจรับวัตถุดิบของห้องอาหาร ความสนิทสนมของเธอกับเชฟใหญ่ก็เริ่มลดน้อยลงทุกที อีกทั้งพักนี้ยังมีเรื่องให้ต้องขัดใจกันอยู่บ่อย ๆ ทางที่ดีตอนนี้เธอควรจะก้มหน้าก้มตาทำงานตามที่สั่งไปก่อน เรื่องอื่นค่อยว่ากันทีหลังแล้วกัน
ว่าแล้วหญิงสาวก็กลับมาทำอาหารตามคำสั่ง เชฟว่ากินได้ก็คงจะกินได้จริง ๆ นั่นละ
...
“เฮ้ย เอาจริงเหรอวะที่จะขอคุณอ้อเป็นแฟน” เมฆินทร์ รองประธานบริหาร หันไปถามราเชนทร์ เพื่อนสนิทผู้ควบตำแหน่งที่ปรึกษาทางกฎหมายของโรงแรมแห่งนี้
“แม่กูบ่นอยู่ทุกวัน เมื่อไรจะแต่งงาน ๆ”
“ก็อายุจะสามสิบห้า เขาก็ห่วงเป็นธรรมดารึเปล่าวะ”
“ตัวมึงก็จะสามสิบห้า ทำมาเป็นพูด” ราเชนทร์สวนกลับทันทีที่ถูกแตะเรื่องอายุ แม้เขาจะอายุใกล้เลขสี่เข้าไปทุกวัน แต่ก็ยังคงรักษาหุ่น ดูแลสุขภาพ ทำตัวเองให้ดูหนุ่มอยู่เสมอ
“แล้วแม่จะยอมเหรอวะ เห็นคราวก่อนบอกหัวเด็ดตีนขาดก็ไม่ยอมให้คบคนนี้” คุณอ้อในหัวข้อของบทสนทนาไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นดาราสาวที่ราเชนทร์กำลังคั่วกลิ้งกินตับกันอยู่ ท่าทางชายหนุ่มคงจะหลงเสน่ห์ความเซ็กซี่เย้ายวนใจ ถึงขั้นจะขอคบหาดูใจ ส่วนจะจริงจังหรือจิงโจ้คงต้องดูกันอีกที
ในขณะที่ทั้งคู่กำลังสนทนากัน เมนูเรียกน้ำย่อยรายการแรกก็มาเสิร์ฟพอดี หอยนางรมราดด้วยซอสมินโญเนตแปดตัว ถูกจัดเรียงรายอยู่บนน้ำแข็งที่ประดับประดาด้วยดอกไม้สีสันสดใส
“ว่าจะลองดู คนนี้น่าจะฟาดกับแม่ไหว” ว่าแล้ว ราเชนทร์ก็หยิบหอยนางรมราดน้ำซอสฉ่ำเยิ้มหน้าตาน่ากินยกขึ้นซดอย่างเอร็ดอร่อย
“ระวังแม่งอนหนักไม่ยกสมบัติให้นะเว้ย” เมฆินทร์พูดพลางหยิบหอยนางรมเมนูโปรดขึ้นมาบ้าง
กลิ่นแปลก ๆ พิกลแฮะ
เมื่อหอยเข้าปากเมฆินทร์ สิ่งแรกที่เขารับรู้คือกลิ่นฉุนกึกของน้ำซอส ต่อมาเมื่อกลืนลงคอแล้วหายใจออก กลับมีกลิ่นเหม็นอวลอยู่ในโพรงจมูก ซึ่งไม่สามารถอธิบายได้ว่าเป็นกลิ่นแบบไหน รู้เพียงแต่ว่ามันเหม็น และหอยจานนี้ก็ชักไม่ชอบมาพากล
“หอยโอเคไหม” เขาลองถามเพื่อนที่...ดูเหมือนจะไม่พบความผิดปกติเลย
“โอเคนี่ เยิ้มดี ชอบ” ราเชนทร์ตอบกลับ แล้วสวาปามเพิ่มอีกสามตัว จากนั้นเมนูอื่น ๆ ก็ทยอยขึ้นโต๊ะ จนกระทั่งมาถึงของหวาน ที่เชฟผู้รับผิดชอบอาหารมื้อนี้ต้องมาเสิร์ฟด้วยตนเอง
หญิงสาวในชุดเชฟเดินมาพร้อมรถเข็นถาดอุปกรณ์ ทั้งโถใส่ไอศกรีม เครื่องปั่นมือ และของจิปาถะมากมาย
เธอจัดแจงวางของลงบนโต๊ะ พร้อมแนะนำตัวกับลูกค้าทั้งสอง แม้ว่าหนึ่งในนั้นจะเป็นบอสใหญ่ที่คุ้นหน้าคุ้นตากันอยู่แล้ว แต่เธอก็ทำไปตามธรรมเนียม
“สวัสดีค่ะ ดิฉันพุฒิตา ซูเชฟที่รับผิดชอบมื้อนี้ค่ะ ไม่ทราบว่าอาหารถูกปากท่านทั้งสองหรือไม่คะ” เมื่อกล่าวเสร็จก็ชะงักเล็กน้อย เพราะคนที่มากับบอสช่างคุ้นหน้าคุ้นตา เหมือนเคยเจอที่ไหนมาก่อน เพียงแต่ตอนนี้เธอนึกไม่ออก
หืม...ทำไมเป็นซูเชฟ เมฆินทร์เกิดความสงสัย ปกติแล้วหากเป็นออเดอร์ที่เขาสั่ง ต้องเป็นหน้าที่เชฟประจำกะรับผิดชอบ แต่ครั้งนี้ทำไมถึงให้ซูเชฟทำ ช่างเถอะ ค่อยเรียกถามหลังจากจบมื้อนี้แล้วกัน
“ดีครับ อร่อย” เป็นบอสใหญ่ที่ตอบ ส่วนชายหนุ่มที่อยู่ตรงกันข้ามกลับเอาแต่จ้องหน้าเธอไม่วางตา พุฒิตาจึงส่งยิ้มหวานให้แก้เก้อ
“ขอบคุณค่ะ แล้วเมนูหอยนางรมของทางเราโอเคใช่ไหมคะ” ถามออกไปแล้วก็อยากจะตีปากตัวเองจริง ๆ ส่อพิรุธโดยแท้
วินาทีนั้นรองประธานหนุ่มหยุดชะงัก เริ่มเอะใจ ก่อนจะหันมาจ้องหน้าซูเชฟสาว ก่อนหน้านี้เขาแค่รู้สึกว่ามันแปลก ๆ แต่พอคำถามนี้โผล่มาเขาก็เริ่มแน่ใจแล้วว่า ต้องมีอะไรบางอย่างแน่ ๆ
มันคืออะไรกันนะ...
“คือว่าพอดีทางนี้สั่งอาหารเดลิเวอรีไว้ด้วยค่ะ คิดว่าน่าจะถึงในอีกไม่กี่นาทีนี้ จะต้องทำอย่างไรคะ”“อ๋อ โดยปกติต้องโทรแจ้งป้อมยามส่วนใน ก็คือป้อมยามตรงทางเข้ามาที่นี่นะคะ เสร็จแล้วเดี๋ยวทางนั้นจะจัดการต่อเองค่ะ” เธออธิบายพลางชี้ขอที่สมุดมาเปิดหน้ารายชื่อเบอร์โทรศัพท์ จากนั้นกาเครื่องหมายดอกจันไว้ให้พุฒิตา เพื่อที่ครั้งหน้าจะได้มองเห็นง่าย“เรียบร้อยนะคะ มีอย่างอื่นเพิ่มเติมไหมคะ” เจ้าหน้าที่นิติฯ หมู่บ้านถาม“ตอนนี้ไม่มีแล้วค่ะ ขอบคุณค่ะ” พุฒิตาสวมรอยยิ้มประดับบนหน้า พลางคิดในใจว่าเดี๋ยวคงได้โทรถามจนเบื่อกันไปข้างเลยละค่ะ แค่เห็นจำนวนกุญแจกับปุ่มรีโมตเมื่อกี้ก็ท้อแล้ว“หากมีอะไรเพิ่มเติมก็โทรสอบถามนิติฯ ได้ตลอดเวลาเลยนะคะ ที่นี่เรามีเจ้าหน้าที่ประจำการคอยให้ความช่วยเหลือตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงค่ะ” เจ้าหน้าที่นิติบุคคลย้ำถึงความช่วยเหลือตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงอีกครั้ง ไว้ต่อไปเวลาคุยเล่นหยุมหัวกับเพื่อน ๆ เปลี่ยน มาเป็นนัดตบกันหลัง ‘นิติฯ หมู่บ้าน’ ปิดก็เก๋ไม่หยอก...“ได้ค่ะ ขอบคุณมากนะคะ” พุฒิตายกมือไหว้ลานิติฯ ตามประสาสาวมารยาทงาม ก่อนกลับมาให้ความสนใจกับพวงกุญแจในมือ ทำไมมันเยอะเบอร์นี้ดู
ปึง! กิ่งกาญจน์ตบโต๊ะด้วยความโมโห“จะไปไหนก็ไป อย่าโผล่หัวกลับมาที่นี่อีกก็แล้วกัน” พร้อมผลักกระเป๋าหญิงสาวออกจากตัว จากนั้นโบกมือไล่ส่ง ๆ พุฒิตาก็ไม่รอช้า คว้ากระเป๋าข้าวของก้าวฉับ ๆ ออกจากห้องพักพนักงานครัวทันที“พี่เตยคะ” เสียงเรียกอันคุ้นเคยของอดีตเพื่อนร่วมงานอีกคนดังขึ้นจากด้านข้าง หญิงสาวที่เพิ่งก้าวพ้นประตูห้องพักมาหันไปหาต้นเสียง“มีอะไรเหรอเฟยเฟย” พุฒิตาเอ่ยถามหญิงสาวลูกครึ่งหน้าตาจิ้มลิ้มพลางมองอีกฝ่ายอย่างแปลกใจ ในมือเฟยเฟยมีซองสีน้ำตาลฉบับหนึ่ง“เมื่อวานนี้มีเอกสารฝากถึงพี่เตยค่ะ เฟยเฟยส่งข้อความบอกพี่แล้วแต่ยังไม่เห็นพี่อ่านค่ะ” เฟยเฟยกล่าวพร้อมยื่นซองนั้นให้เธอด้วยสองมือพุฒิตาเลิกคิ้วด้วยความประหลาดใจ เธอเห็นแถบแจ้งเตือนข้อความที่เฟยเฟยส่งมาแวบหนึ่งจึงรู้ว่ามีเอกสาร แค่ไม่ได้เปิดอ่านเพราะเมื่อวานมัวแต่ยุ่งจนลืมไปนั่นเอง ว่าแต่เอกสารอะไรกันหนาเป็นปึก จำได้ว่าตัวเองไม่ได้ไปลงสมัครอะไรไว้ที่ไหนนี่ แล้วใครส่งมากันนะหญิงสาวคิดพลางพลิกดูชื่อผู้ส่ง‘สำนักงานกฎหมายราเชนทร์แอนด์พาร์ตเนอร์’...ชื่อคุ้นมาก แต่ยังไม่ทันนึกอะไรเพิ่มเติม พุฒิตาก็สัมผัสได้ถึงสายตาคล้ายมีอะไรอยากจะพู
“ลูกค้าครับ ไม่เอาแมวไปเหรอครับ” พนักงานเอ่ยถามหญิงสาวที่ก้าวขึ้นมานั่งข้างคนขับก่อนคาดเข็มขัดนิรภัยเรียบร้อย“ฉิบหาย! ลืมแมว...รอแป๊บนะคะ” พุฒิตาปลดเข็มขัดก่อนเปิดประตูกระโดดลงจากรถไปอย่างไว ทิ้งให้พนักงานเกาหัวแกรก ๆพุฒิตาซอยเท้าขึ้นบันได พุ่งไปอดีตห้องพักของตนเร็วจี๋เพื่อพบว่า เธอวางตะกร้าเจ้าหมูตุ๋นไว้ข้างห้องนั้นเอง เจ้าแมวนมชมพูโวยวายแง้ว ๆ ใส่เธอด้วยความไม่พอใจ หากพูดภาษามนุษย์ได้มันคงบ่นว่ายัยทาสใจร้ายทำไมถึงลืมแมวน่ารักอย่างมันได้ลงคอ“โอ๋ ๆ เมื่อกี้มี้แค่ลงไปเช็กของ ไม่ได้ลืมตุ๋นตุ๋นจริง ๆ น้า” หญิงสาวพยายามง้อเจ้านายตนด้วยน้ำเสียงปลอบประโลม เจ้าหมูตุ๋นหยุดร้องทันทีที่ได้ยินเธอพูด พุฒิตายิ้มกริ่มปนโล่งอกที่ง้อแมวง่ายดายเสียนี่กระไร ก่อนพบสายตาจ้องเป๋งที่บ่งบอกได้ชัดเจนว่า หึ ยัยตอแหล เห็นดังนั้นหญิงสาวจึงส่งยิ้มเจื่อนพร้อมทำตาปิ๊ง ๆ ออดอ้อนใส่อีกครา เจ้าแมวส่งเสียงพ่นลมฉุนเฉียวก่อนทิ้งตัวลงกับเบาะในตะกร้า ปล่อยให้ยัยทาสจอมเฟอะฟะหิ้วตนขึ้นรถแต่โดยดี“เรียบร้อยนะครับ” พนักงานคนเดิมถามจากฝั่งที่นั่งคนขับ ก่อนมองเจ้าก้อนกลมสีชมพูในตะกร้า พุฒิตาส่งยิ้มพยักหน้าให้“ค่ะพี่ ออกรถได
“ถ้าอย่างนั้นเตยขอลากลับก่อนจะได้ไหมคะ กลัวจะจัดของไม่ทันค่ะ” ยังไม่ทันจะได้ทำอะไร เธอก็ต้องรีบลากลับบ้านเสียแล้ว“เอาเถอะ ไว้พรุ่งนี้หรือวันหลังแม่แวะไปหาที่บ้านเจ้าเชนแล้วกันนะ” คุณนายสุพรรณีรู้สึกเสียดาย ยังไม่ทันได้ศึกษาอุปนิสัยของว่าที่ลูกสะใภ้เลย ก็ต้องส่งเธอให้กับเจ้าลูกชายสุดแสบเสียแล้ว ความรู้สึกนี้มันช่างเหมือนตอนที่กำลังจะส่งชิฌาเข้าเรือนหอเลยไม่ผิดเพี้ยนร่ำลากันเสร็จ พุฒิตารีบเดินทางกลับห้องพักพร้อมเจ้าหมูตุ๋น และห้องน้ำแมวอันใหม่ที่เพิ่งจะได้มา ทำการเก็บข้าวของลงกล่องและกระเป๋าเดินทางในแบบฉบับที่คิดว่าหยิบอะไรได้ก็ยัด ๆ ไปก่อนเมื่อแพ็กของตัวเองเรียบร้อย เธอจึงหันไปจัดแจงเก็บของใช้ของเจ้าหมูตุ๋น ไม่ว่าจะเป็นกระบะทราย ที่นอนแมว และของเล่นสารพัดอย่างที่กระจัดกระจายอยู่ทุกมุมห้องทุกอย่างดูเหมือนจะเสร็จสิ้น เหลือบไปดูเวลาก็พบว่าขณะนี้ล่วงเลยไปจนห้าทุ่มแล้วนี่เธอยังไม่มีอะไรตกถึงท้องเลยตั้งแต่เช้า! ว่าแล้วก็คุ้ยหาบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป กดน้ำร้อนใส่รอประมาณสามนาทีแล้วก็นั่งซดไปพลางเปิดแชตพิมพ์หากลุ่มเพื่อน ๆ ไปพลางToei: นอนแล้วยังสาว~Wann: ยางงงงงToei: ทำไรอะหวาน ดึกมว้ากWa
ชิฌาขับตามทางเข้าไปจอดภายในโรงจอดรถ จากนั้นหันมาแซวหญิงสาวที่นั่งอยู่ด้านหลังนิดหน่อย“เป็นยังไง เห็นบ้านแล้วลมแทบจับเลยไหม”ใช่…ลมแทบจับ หวังว่าบ้านของคุณเชนอะไรนั่นจะไม่ใหญ่เท่านี้หรอกนะตอนที่ขับผ่านเพียงหน้าบ้านก็เล่นเอาเธอคิดสะระตะว่า ถ้าต้องทำความสะอาดบ้านหลังใหญ่ขนาดนี้คนเดียว มีหวังเธอคงตายคาที่แน่นอน“เดี๋ยวเราเข้าไปคุยรายละเอียดกันในบ้านดีกว่า” ชิฌาเสนอ เพราะทุกคนต่างนั่งรถเดินทางกันมาเหนื่อยๆ ถึงระยะทางไม่ไกล แต่การจราจรที่ติดขัดเกินไปก็สร้างความเมื่อยล้าให้กับผู้โดยสารได้เช่นกันเมื่อเข้าไปภายใน พุฒิตาวางตะกร้าเจ้าหมูตุ๋นลงข้าง ๆ เพราะระยะทางระหว่างโรงจอดรถกับตัวบ้านก็ใช่ว่าจะใกล้ ๆ แบกมานาน ๆ เล่นเอากล้ามแขนแทบขึ้นเช่นกันจากนั้นเธอก็ก้มลงถอดรองเท้าแล้วนำไปวางบนชั้นที่จัดไว้สำหรับแขกผู้มาเยี่ยมเยือน“แมวชื่ออะไรเหรอจ๊ะ” คุณนายสุพรรณีถามขึ้น“หมูตุ๋นค่ะ”“มันไม่อึดอัดเหรออยู่แต่ในกรง ไหนจะต้องกินน้ำ ขับถ่ายอีก” จะว่าไปตัวมันก็ดูเนียนน่าสัมผัสพิกล“ไม่หรอกค่ะ มันชินแล้ว” เมื่อก่อนเธอเคยหิ้วมันไปด้วยทุกที่ แต่นั่นก็ค่อนข้างนานมาแล้วเหมือนกัน“ถ้าน้องไม่ข่วนข้าวของ ไม่เข้าห้อ
Toei: โอ๋ยยย เอาดี ๆ ชมอยู่LadyGecko: บอกแล้ว ฉันแม่น ฉันเก่ง ฉันสวย และรวยมว้ากToei: ไหนบอกมีหนี้เยอะLadyGecko: นังลูกจกตกอับ เคยได้ยินคำนี้ไหม ‘รวยหนี้’ นั่นแหละแม่เลยLadyGecko เพิ่มคุณเป็นเพื่อนToei: ไหนบอกจะเพิ่มเพื่อนต้องเสียเงินไงLadyGecko: ยกให้เป็นกรณีพิเศษ ไว้ลับฝีปาก แต่ถ้าจะดูดวงจ่ายเงินนะบอกก่อนToei: ลับฝีปากอะไรก๊อน ลูกจกออกจะเรียบร้อยดุจผ้ายับที่พับไว้ แต่เดี๋ยวแชร์ให้ค่าLadyGecko: ดีมาก แล้วอย่าลืมไปตามหาญาติด้วยนะ เผื่อมีญาติเหลืออยู่Toei: ตอนนู้นเจ้าหน้าที่เหมือนเคยตาม แล้วบอกว่าประสานงานติดต่อไม่ได้LadyGecko: บางทีเขาอาจจะตกหล่น ถ้าไม่เขาตกหล่น ก็ฉันมั่ว แค่นั้น จะเสียหายอะไรToei: โอเคร ขอบคุณมัก ๆ แม่จก ไว้ลูกจกจะเอาธูปเทียนและพานดอกไม้ไปกราบไหว้LadyGecko: เปลี่ยนจากธูปเทียน พานดอกไม้ เป็นพวงมาลัยเงินทองแล้วกันนะToei: งก!LadyGecko: ยอมรับ ฉันไปก่อน ง่วงจะนอนหลังจากได้แชร์ความสุขกับใครสักคนแล้ว พุฒิตามุ่งตรงกลับไปยังหอพักของตัวเอง และเริ่มลงมือเก็บข้าวของอย่างจริงจังสิ่งหนึ่งที่เธอกังวลมากคือ เจ้าหมูตุ๋นแมวเป็นสัตว์ที่ค่อนข้างจะติดที่ เธอเคยอ่านเจอ บ







