และในจังหวะนั้นเอง...ร่างของชายหนุ่มในชุดเสื้อเชิ้ตสีสุภาพแต่ดูทะมัดทะแมง สวมทับด้วยเสื้อกั๊กสีเข้มสำหรับใส่เครื่องมือ เดินสวนออกมาจากทางเดินอีกด้านหนึ่ง
เขามีท่าทางเร่งรีบเล็กน้อย ในมือถือกระเป๋าอุปกรณ์สี่เหลี่ยมคล้ายที่เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานใช้ ชายหนุ่มคนนั้นไม่ใช่ใครอื่น เขาก็คือธนกรหรือเจ้ากรที่หมวดกานต์พูดถึงนั่นเอง
เจ้าหน้าที่นิติวิทยาศาสตร์ที่เพิ่งเสร็จสิ้นภารกิจ การตรวจสอบที่เกิดเหตุซ้ำและเก็บตัวอย่างคราบน้ำมันปริศนาตามคำสั่งของรามิลกำลังจะเดินทางกลับ
ขณะที่เดินผ่านเขาก็ได้ยินประโยคสุดท้ายที่อัยยาถามแม่บ้านสาวเกี่ยวกับลูกชายของท่านประธานพอดี
คงจะรักท่านมาก รวมถึงท่าทีอึดอัดและคำปฏิเสธของแม่บ้านคนนั้น
จึงทำให้เท้าของธนกรชะงักลง ดวงตาช่างสังเกตภายใต้กรอบแว่นตวัดมองไปยังหญิงสาวเจ้าของคำถาม หญิงสาวคนเดียวกับที่สารวัตรบอกว่าถูกจ้างมาเฝ้าศพเป็นการส่วนตัว...
ทำไมเธอถึงมาซักถามเรื่องความสัมพันธ์ในครอบครัวผู้ตายกับแม่บ้าน? แถมยังเป็นคำถามที่ค่อนข้างเจาะจงอีกด้วย มันดูผิดที่ผิดทางและน่าสงสัยอย่างบอกไม่ถูก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเขาเพิ่งเจอหลักฐานทางกายภาพชิ้นใหม่ที่น่าเคลือบแคลงใจในห้องนอนแห่งนั้น
ธนกรไม่ได้หยุดทักทายหรือซักถาม เขาเพียงแต่เหลือบมองอัยยาด้วยสายตาประเมินอย่างรวดเร็ว จดจำลักษณะท่าทางและคำพูดที่ได้ยินไว้ในใจ ก่อนจะรีบเดินต่อไปยังประตูทางออก ทิ้งความสงสัยระลอกใหม่ไว้เบื้องหลัง
อัยยาสัมผัสได้ถึงสายตาที่มองมาเพียงชั่วแวบนั้น เธอหันไปมองตามร่างของชายหนุ่มที่เดินจากไป รู้สึกได้ถึงพลังงานบางอย่างที่บ่งบอกว่าเขาไม่ใช่คนธรรมดา... อาจจะเป็นเจ้าหน้าที่ หรือตำรวจ?
และการที่เธอถูกจับตามองทำให้หญิงสาวตระหนักว่าเธอต้องระมัดระวังตัวมากขึ้นกว่าเดิมในการสืบหาความจริงในคฤหาสน์หลังนี้
หลังจากธนกรออกจากคฤหาสน์กิตติไพศาลสกุลไม่นานนัก ภายในรถยนต์ส่วนตัวที่กำลังเคลื่อนตัวออกจากถนนส่วนบุคคลของคฤหาสน์หลังใหญ่
คิ้วของเขายังคงขมวดเล็กน้อยขณะขับรถ มือข้างหนึ่งประคองพวงมาลัยส่วนอีกข้างหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดเบอร์โทร.หาผู้บังคับบัญชาโดยตรงทันที มีสองเรื่องสำคัญที่เขาต้องรีบรายงาน
"สารวัตรครับ" เขากรอกเสียงลงไปเมื่อปลายสายกดรับ
"เออ ว่ามาไอ้กร มีอะไรคืบหน้าอย่างนั้นเหรอ" เสียงห้วนของสารวัตรรามิล ภานุ ดังขึ้น
"เรื่องคราบที่บ้านกิตติไพศาลสกุล... ผมเจอรายละเอียดเพิ่มเติมครับ" ธนกรรายงานข้อค้นพบแรก
"มันอยู่บนผ้าปูที่นอนใกล้กับตำแหน่งศีรษะของผู้ตาย ลักษณะเป็นคราบมันจาง ๆ ครับ ต้องสังเกตดี ๆ ถึงจะเห็น มีกลิ่นแปลก ๆ ติดอยู่ด้วยนิดหน่อย คล้ายกับกลิ่นสาบปนหวานเลี่ยน เมื่อวานนี้มองไม่เห็นจริง ๆ ครับ แต่ผมเก็บตัวอย่างใส่ถุงซิปล็อกมาแล้วตามที่สารวัตรสั่ง"
"คราบน้ำมัน... กลิ่นแปลก ๆ ด้วยเหรอ?" รามิลทวนคำ น้ำเสียงบ่งบอกความสนใจมากขึ้น "เออดีมาก รีบเอาเข้าแล็บตรวจเลยนะไอ้กร แยกส่วนประกอบให้ละเอียดที่สุดว่ามันคืออะไรและมีสารอะไรปนเปื้อนอีกหรือเปล่า หากได้ผลยังไงโทร.รายงานกูด่วนที่สุด"
"รับทราบครับสารวัตร" ธนกรรับคำสั่งอย่างเคร่งครัด "แล้วก็มีอีกเรื่องครับ..." เขาเว้นจังหวะเล็กน้อยเนื่องจากค่อนข้างลังเล
"ตอนผมกำลังจะกลับ ผมเจอผู้หญิงคนที่สารวัตรบอกว่ารับจ้างมาเฝ้าศพด้วย"
"อืม ผู้หญิงคนนั้นทำไม? หรือว่านายสนใจ ฉันได้ยินมาว่าเธอยังโสดด้วยนะ" รามิลถามกลับทันที ไม่วายเอ่ยเชิงหยอกล้อ
"ใช่ที่ไหนล่ะครับ ผมเห็นเธอกำลังยืนคุยซักถามแม่บ้านในบ้านนั้นอยู่ครับ ผมบังเอิญได้ยินเข้าพอดี เธอถามเกี่ยวกับเรื่องลูกของผู้ตาย รวมถึงความสัมพันธ์ในครอบครัวน่ะครับ" ธนกรเล่าตามที่ได้ยิน
ก่อนจะพูดต่อ "ท่าทางกับคำถามมันดู... ไม่ค่อยปกติเท่าไหร่นัก สำหรับคนที่ถูกว่าจ้างมาแค่ดูแลศพ ดังนั้นผมก็เลยรีบโทร. มารายงาน"
ปลายสายเงียบไปครู่หนึ่ง รามิลกำลังประมวลผลข้อมูลใหม่สองชิ้นที่ดูไม่เกี่ยวข้องกันแต่กลับเกิดขึ้นในเวลาไล่เลี่ยกัน ณ สถานที่เกิดเหตุเดียวกัน
"ผู้หญิงคนนั้น... ถามเรื่องครอบครัว?" รามิลพึมพำ "อืม... น่าสนใจ... แล้วแม่บ้านตอบว่าไง?"
"แม่บ้านดูอึดอัดครับ ตอบแบบขอไปที แล้วก็ขอตัวเดินออกไป ผมเลยไม่ทราบรายละเอียดมากกว่านั้นครับ"
"โอเค เรื่องผู้หญิงคนนั้นเดี๋ยวฉันจัดการเอง แกเอาเรื่องคราบมันนั่นก่อนเลย ทำให้เร็วที่สุด" รามิลตอบรับพลางพูดถึงเรื่องเร่งด่วนกว่า
"รับทราบครับสารวัตร"
"เออ ดีมาก แค่นี้แหละ" รามิลกดวางสาย เขาวางโทรศัพท์มือถือลงบนโต๊ะทำงาน เอนหลังพิงพนักเก้าอี้ทำงานตัวใหญ่ นิ้วเรียวยาวเคาะเบา ๆ บนที่วางแขน ดวงตาคมกริบหรี่ลงเล็กน้อยอย่างใช้ความคิด
คราบมัน... กลิ่นแปลก ๆ... ปรากฏขึ้นข้ามคืน... ผู้หญิงเฝ้าศพ... ซักถามเรื่องความสัมพันธ์ในครอบครัว...
สองข้อมูลใหม่ที่ดูไม่น่าจะเกี่ยวข้องกันแต่กลับผุดขึ้นมาในคดีที่ควรจะปิดไปแล้วอย่างการตายโดยธรรมชาติของอัครเดช กิตติไพศาลสกุล มันจุดประกายความสงสัยในใจของนายตำรวจหนุ่มผู้เคร่งครัดในหลักการขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ ไหนจะท่าทีแปลก ๆ ของเพื่อนสนิทอย่างหมอวาโยที่ดูจะติดใจกับเคสนี้เป็นพิเศษอีก
แม้จะยังไม่มีหลักฐานชี้ชัดว่าเป็นการฆาตกรรมแต่ความไม่ชอบมาพากลเหล่านี้ก็มากพอที่จะทำให้เขาไม่สามารถปล่อยผ่านไปเฉย ๆ ได้ โดยเฉพาะเรื่องของผู้หญิงคนนั้น... คนนอกที่เข้ามาอยู่ในสถานการณ์ที่ละเอียดอ่อนและเริ่มทำตัวน่าสงสัย
รามิลหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาอีกครั้ง กดเบอร์โทร.หาลูกน้องคนสนิทอีกคนหนึ่ง
"กานต์" เขาเอ่ยเสียงเรียบเมื่อปลายสายกดรับ
"ครับสารวัตร มีอะไรให้ผมรับใช้ครับ?" เสียงตอบกลับของหมวดกานต์ พิริยะ สุภาพและพร้อมรับคำสั่งเสมอ
"เรื่องบ้านกิตติไพศาลสกุล... แกพอจะจำผู้หญิงที่เขาจ้างไปเฝ้าศพได้ไหม ที่ไอ้กรมันเพิ่งพูดถึงน่ะ"
"อ้อ พอจะจำได้ครับสารวัตร ตอนไปที่นั่นเมื่อวานก็เห็นแวบ ๆ อยู่ แต่งตัวแปลก ๆ หน่อย ใช่ไหมครับ? แต่ว่าเธอสวยมากทีเดียวหรือว่า...." กานต์ตอบพลางย้อนถามอย่างล้อเลียนตามประสาคนสนุกสนาน
"เออ คนนั้นแหละ มึงคิดอะไรเหลวไหลวะ" รามิลตวาดกลับไปทางโทรศัพท์ น้ำเสียงหงุดหงิดแต่ก็เจือแววขบขันเล็กน้อยในความช่างเล่นของลูกน้อง
"เลิกเล่นได้แล้วน่าไอ้กานต์! กูจริงจังอยู่"
"ขอโทษครับสารวัตร!" กานต์รีบปรับน้ำเสียงให้จริงจังทันทีเมื่อรู้ว่าเจ้านายไม่ได้เล่นด้วย "ว่าแต่ผู้หญิงคนนั้นทำไมหรือครับ"
"กูจะให้มึงไปสืบประวัติผู้หญิงคนนั้นมาให้หน่อย" รามิลสั่งเสียงเรียบกลับเข้าสู่โหมดการทำงานอย่างเต็มตัว
"ว่าเป็นใคร มาจากไหน มีเบื้องลึกเบื้องหลังอะไรน่าสงสัยรึเปล่า ทำไมถึงมารับจ้างทำงานแปลก ๆ แบบนี้ แล้วที่สำคัญ... ทำไมต้องไปสืบเสาะถามเรื่องความสัมพันธ์ของคนในบ้านเขาด้วย ทำแบบเงียบ ๆ ไม่ต้องให้เอิกเกริก เข้าใจไหม?"
"รับทราบครับสารวัตร!" กานต์รับคำสั่งด้วยน้ำเสียงจริงจัง ก่อนจะแสดงความเป็นมืออาชีพของตนออกมา
"ผมจะรีบดำเนินการตรวจสอบประวัติของผู้หญิงคนนี้ให้เร็วที่สุดครับ"
"ดีมาก" รามิลพอใจ "ได้เรื่องยังไงก็รีบรายงานฉันด้วย"
"รับทราบครับ!"
รามิลกดวางสาย เอนหลังพิงพนักเก้าอี้อีกครั้ง ปล่อยให้ความเงียบเข้าครอบงำชั่วครู่ ตอนนี้เขามีทั้งหลักฐานทางกายภาพที่น่าสงสัยคราบมันและบุคคลน่าสงสัย (อัยยา) ที่ต้องจับตาดู
แม้จะยังปะติดปะต่อเรื่องราวไม่ได้แต่สัญชาตญาณตำรวจของเขากำลังบอกว่าคดีของอัครเดช กิตติไพศาลสกุล กำลังจะซับซ้อนมากกว่าที่คิดไว้มาก