Share

บทที่ 7

และในจังหวะนั้นเอง...ร่างของชายหนุ่มในชุดเสื้อเชิ้ตสีสุภาพแต่ดูทะมัดทะแมง สวมทับด้วยเสื้อกั๊กสีเข้มสำหรับใส่เครื่องมือ เดินสวนออกมาจากทางเดินอีกด้านหนึ่ง

เขามีท่าทางเร่งรีบเล็กน้อย ในมือถือกระเป๋าอุปกรณ์สี่เหลี่ยมคล้ายที่เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานใช้ ชายหนุ่มคนนั้นไม่ใช่ใครอื่น เขาก็คือธนกรหรือเจ้ากรที่หมวดกานต์พูดถึงนั่นเอง

เจ้าหน้าที่นิติวิทยาศาสตร์ที่เพิ่งเสร็จสิ้นภารกิจ การตรวจสอบที่เกิดเหตุซ้ำและเก็บตัวอย่างคราบน้ำมันปริศนาตามคำสั่งของรามิลกำลังจะเดินทางกลับ

ขณะที่เดินผ่านเขาก็ได้ยินประโยคสุดท้ายที่อัยยาถามแม่บ้านสาวเกี่ยวกับลูกชายของท่านประธานพอดี

คงจะรักท่านมาก รวมถึงท่าทีอึดอัดและคำปฏิเสธของแม่บ้านคนนั้น

จึงทำให้เท้าของธนกรชะงักลง ดวงตาช่างสังเกตภายใต้กรอบแว่นตวัดมองไปยังหญิงสาวเจ้าของคำถาม หญิงสาวคนเดียวกับที่สารวัตรบอกว่าถูกจ้างมาเฝ้าศพเป็นการส่วนตัว...

ทำไมเธอถึงมาซักถามเรื่องความสัมพันธ์ในครอบครัวผู้ตายกับแม่บ้าน? แถมยังเป็นคำถามที่ค่อนข้างเจาะจงอีกด้วย มันดูผิดที่ผิดทางและน่าสงสัยอย่างบอกไม่ถูก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเขาเพิ่งเจอหลักฐานทางกายภาพชิ้นใหม่ที่น่าเคลือบแคลงใจในห้องนอนแห่งนั้น

ธนกรไม่ได้หยุดทักทายหรือซักถาม เขาเพียงแต่เหลือบมองอัยยาด้วยสายตาประเมินอย่างรวดเร็ว จดจำลักษณะท่าทางและคำพูดที่ได้ยินไว้ในใจ ก่อนจะรีบเดินต่อไปยังประตูทางออก ทิ้งความสงสัยระลอกใหม่ไว้เบื้องหลัง

อัยยาสัมผัสได้ถึงสายตาที่มองมาเพียงชั่วแวบนั้น เธอหันไปมองตามร่างของชายหนุ่มที่เดินจากไป รู้สึกได้ถึงพลังงานบางอย่างที่บ่งบอกว่าเขาไม่ใช่คนธรรมดา... อาจจะเป็นเจ้าหน้าที่ หรือตำรวจ?

และการที่เธอถูกจับตามองทำให้หญิงสาวตระหนักว่าเธอต้องระมัดระวังตัวมากขึ้นกว่าเดิมในการสืบหาความจริงในคฤหาสน์หลังนี้

หลังจากธนกรออกจากคฤหาสน์กิตติไพศาลสกุลไม่นานนัก ภายในรถยนต์ส่วนตัวที่กำลังเคลื่อนตัวออกจากถนนส่วนบุคคลของคฤหาสน์หลังใหญ่

คิ้วของเขายังคงขมวดเล็กน้อยขณะขับรถ มือข้างหนึ่งประคองพวงมาลัยส่วนอีกข้างหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดเบอร์โทร.หาผู้บังคับบัญชาโดยตรงทันที มีสองเรื่องสำคัญที่เขาต้องรีบรายงาน

"สารวัตรครับ" เขากรอกเสียงลงไปเมื่อปลายสายกดรับ

"เออ ว่ามาไอ้กร มีอะไรคืบหน้าอย่างนั้นเหรอ" เสียงห้วนของสารวัตรรามิล ภานุ ดังขึ้น

"เรื่องคราบที่บ้านกิตติไพศาลสกุล... ผมเจอรายละเอียดเพิ่มเติมครับ" ธนกรรายงานข้อค้นพบแรก

"มันอยู่บนผ้าปูที่นอนใกล้กับตำแหน่งศีรษะของผู้ตาย ลักษณะเป็นคราบมันจาง ๆ ครับ ต้องสังเกตดี ๆ ถึงจะเห็น มีกลิ่นแปลก ๆ ติดอยู่ด้วยนิดหน่อย คล้ายกับกลิ่นสาบปนหวานเลี่ยน เมื่อวานนี้มองไม่เห็นจริง ๆ ครับ แต่ผมเก็บตัวอย่างใส่ถุงซิปล็อกมาแล้วตามที่สารวัตรสั่ง"

"คราบน้ำมัน... กลิ่นแปลก ๆ ด้วยเหรอ?" รามิลทวนคำ น้ำเสียงบ่งบอกความสนใจมากขึ้น "เออดีมาก รีบเอาเข้าแล็บตรวจเลยนะไอ้กร แยกส่วนประกอบให้ละเอียดที่สุดว่ามันคืออะไรและมีสารอะไรปนเปื้อนอีกหรือเปล่า หากได้ผลยังไงโทร.รายงานกูด่วนที่สุด"

"รับทราบครับสารวัตร" ธนกรรับคำสั่งอย่างเคร่งครัด "แล้วก็มีอีกเรื่องครับ..." เขาเว้นจังหวะเล็กน้อยเนื่องจากค่อนข้างลังเล

"ตอนผมกำลังจะกลับ ผมเจอผู้หญิงคนที่สารวัตรบอกว่ารับจ้างมาเฝ้าศพด้วย"

"อืม ผู้หญิงคนนั้นทำไม? หรือว่านายสนใจ ฉันได้ยินมาว่าเธอยังโสดด้วยนะ" รามิลถามกลับทันที ไม่วายเอ่ยเชิงหยอกล้อ

"ใช่ที่ไหนล่ะครับ ผมเห็นเธอกำลังยืนคุยซักถามแม่บ้านในบ้านนั้นอยู่ครับ ผมบังเอิญได้ยินเข้าพอดี เธอถามเกี่ยวกับเรื่องลูกของผู้ตาย รวมถึงความสัมพันธ์ในครอบครัวน่ะครับ" ธนกรเล่าตามที่ได้ยิน

ก่อนจะพูดต่อ "ท่าทางกับคำถามมันดู... ไม่ค่อยปกติเท่าไหร่นัก สำหรับคนที่ถูกว่าจ้างมาแค่ดูแลศพ ดังนั้นผมก็เลยรีบโทร. มารายงาน"

ปลายสายเงียบไปครู่หนึ่ง รามิลกำลังประมวลผลข้อมูลใหม่สองชิ้นที่ดูไม่เกี่ยวข้องกันแต่กลับเกิดขึ้นในเวลาไล่เลี่ยกัน ณ สถานที่เกิดเหตุเดียวกัน

"ผู้หญิงคนนั้น... ถามเรื่องครอบครัว?" รามิลพึมพำ "อืม... น่าสนใจ... แล้วแม่บ้านตอบว่าไง?"

"แม่บ้านดูอึดอัดครับ ตอบแบบขอไปที แล้วก็ขอตัวเดินออกไป ผมเลยไม่ทราบรายละเอียดมากกว่านั้นครับ"

"โอเค เรื่องผู้หญิงคนนั้นเดี๋ยวฉันจัดการเอง แกเอาเรื่องคราบมันนั่นก่อนเลย ทำให้เร็วที่สุด" รามิลตอบรับพลางพูดถึงเรื่องเร่งด่วนกว่า

"รับทราบครับสารวัตร"

"เออ ดีมาก แค่นี้แหละ" รามิลกดวางสาย เขาวางโทรศัพท์มือถือลงบนโต๊ะทำงาน เอนหลังพิงพนักเก้าอี้ทำงานตัวใหญ่ นิ้วเรียวยาวเคาะเบา ๆ บนที่วางแขน ดวงตาคมกริบหรี่ลงเล็กน้อยอย่างใช้ความคิด

คราบมัน... กลิ่นแปลก ๆ... ปรากฏขึ้นข้ามคืน... ผู้หญิงเฝ้าศพ... ซักถามเรื่องความสัมพันธ์ในครอบครัว...

สองข้อมูลใหม่ที่ดูไม่น่าจะเกี่ยวข้องกันแต่กลับผุดขึ้นมาในคดีที่ควรจะปิดไปแล้วอย่างการตายโดยธรรมชาติของอัครเดช กิตติไพศาลสกุล มันจุดประกายความสงสัยในใจของนายตำรวจหนุ่มผู้เคร่งครัดในหลักการขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ ไหนจะท่าทีแปลก ๆ ของเพื่อนสนิทอย่างหมอวาโยที่ดูจะติดใจกับเคสนี้เป็นพิเศษอีก

แม้จะยังไม่มีหลักฐานชี้ชัดว่าเป็นการฆาตกรรมแต่ความไม่ชอบมาพากลเหล่านี้ก็มากพอที่จะทำให้เขาไม่สามารถปล่อยผ่านไปเฉย ๆ ได้ โดยเฉพาะเรื่องของผู้หญิงคนนั้น... คนนอกที่เข้ามาอยู่ในสถานการณ์ที่ละเอียดอ่อนและเริ่มทำตัวน่าสงสัย

รามิลหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาอีกครั้ง กดเบอร์โทร.หาลูกน้องคนสนิทอีกคนหนึ่ง

"กานต์" เขาเอ่ยเสียงเรียบเมื่อปลายสายกดรับ

"ครับสารวัตร มีอะไรให้ผมรับใช้ครับ?" เสียงตอบกลับของหมวดกานต์ พิริยะ สุภาพและพร้อมรับคำสั่งเสมอ

"เรื่องบ้านกิตติไพศาลสกุล... แกพอจะจำผู้หญิงที่เขาจ้างไปเฝ้าศพได้ไหม ที่ไอ้กรมันเพิ่งพูดถึงน่ะ"

"อ้อ พอจะจำได้ครับสารวัตร ตอนไปที่นั่นเมื่อวานก็เห็นแวบ ๆ อยู่ แต่งตัวแปลก ๆ หน่อย ใช่ไหมครับ? แต่ว่าเธอสวยมากทีเดียวหรือว่า...." กานต์ตอบพลางย้อนถามอย่างล้อเลียนตามประสาคนสนุกสนาน

"เออ คนนั้นแหละ มึงคิดอะไรเหลวไหลวะ" รามิลตวาดกลับไปทางโทรศัพท์ น้ำเสียงหงุดหงิดแต่ก็เจือแววขบขันเล็กน้อยในความช่างเล่นของลูกน้อง

"เลิกเล่นได้แล้วน่าไอ้กานต์! กูจริงจังอยู่"

"ขอโทษครับสารวัตร!" กานต์รีบปรับน้ำเสียงให้จริงจังทันทีเมื่อรู้ว่าเจ้านายไม่ได้เล่นด้วย "ว่าแต่ผู้หญิงคนนั้นทำไมหรือครับ"

"กูจะให้มึงไปสืบประวัติผู้หญิงคนนั้นมาให้หน่อย" รามิลสั่งเสียงเรียบกลับเข้าสู่โหมดการทำงานอย่างเต็มตัว

"ว่าเป็นใคร มาจากไหน มีเบื้องลึกเบื้องหลังอะไรน่าสงสัยรึเปล่า ทำไมถึงมารับจ้างทำงานแปลก ๆ แบบนี้ แล้วที่สำคัญ... ทำไมต้องไปสืบเสาะถามเรื่องความสัมพันธ์ของคนในบ้านเขาด้วย ทำแบบเงียบ ๆ ไม่ต้องให้เอิกเกริก เข้าใจไหม?"

"รับทราบครับสารวัตร!" กานต์รับคำสั่งด้วยน้ำเสียงจริงจัง ก่อนจะแสดงความเป็นมืออาชีพของตนออกมา

"ผมจะรีบดำเนินการตรวจสอบประวัติของผู้หญิงคนนี้ให้เร็วที่สุดครับ"

"ดีมาก" รามิลพอใจ "ได้เรื่องยังไงก็รีบรายงานฉันด้วย"

"รับทราบครับ!"

รามิลกดวางสาย เอนหลังพิงพนักเก้าอี้อีกครั้ง ปล่อยให้ความเงียบเข้าครอบงำชั่วครู่ ตอนนี้เขามีทั้งหลักฐานทางกายภาพที่น่าสงสัยคราบมันและบุคคลน่าสงสัย (อัยยา) ที่ต้องจับตาดู

แม้จะยังปะติดปะต่อเรื่องราวไม่ได้แต่สัญชาตญาณตำรวจของเขากำลังบอกว่าคดีของอัครเดช กิตติไพศาลสกุล กำลังจะซับซ้อนมากกว่าที่คิดไว้มาก
Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • รักนี้ผีข่วยผลัก!!   บทที่ 90

    เรื่องราวเริ่มต้นจากความไว้ใจและสุดท้ายก็จบที่คำว่าไว้ใจ...หากจะเล่าเรื่องนี้ก็คงต้องย้อนกลับไปสมัยที่พ่อของเขายังเด็ก...ซึ่งพ่อของเขาก็เป็นเด็กถูกทอดทิ้งและเติบโตมาในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าแห่งหนึ่งในอดีต สถานที่ซึ่งชายคนนี้ได้เข้ามามีบทบาทเป็นทั้งเพื่อนและพี่ชาย ความสนิทและความผูกพันนี้ขอ

  • รักนี้ผีข่วยผลัก!!   บทที่ 89

    ย้อนกลับไปในคืนจู่โจมบนดาดฟ้าเรือยอชต์ปลายฟ้า "คิดว่าจะหนีไปง่าย ๆ เหรอ เมฆา!" รามิลตะโกนขึ้น "อย่างน้อย...มึงก็ต้องอยู่คุยกับกูก่อน!" เมฆาที่ยืนอยู่บนราวกันตกหันกลับมามองภาพความโกลาหลเบื้องหลัง...ไม่ว่าจะตำรวจที่กำลังคุมเชิง แสงไฟวับวาบจากเรือที่ล้อมอยู่ และเสียงคลื่นลมที่บ้าคลั่ง...เขา

  • รักนี้ผีข่วยผลัก!!   บทที่ 88

    นับตั้งแต่วันที่อริสาฟื้นคืนสติราวปาฏิหาริย์...โลกที่เคยหม่นหมองของวาโยก็ค่อย ๆ ถูกเยียวยา ชายหนุ่มรู้สึกว่าความสุขของตนเองได้กลับคืนมาแล้วอย่างแท้จริงและดูเหมือนว่าจะมากขึ้นเมื่อมีใครอีกคนเข้ามาในชีวิต ภายในเย็นวันหนึ่ง กลางสวนสวยในบ้านของอัยยา...อริสาซึ่งตอนนี้อาการดีขึ้นมากจนสามารถออก

  • รักนี้ผีข่วยผลัก!!   บทที่ 87

    หลายสัปดาห์ผ่านไปหลังจากมรสุมลูกใหญ่พัดผ่าน...เรื่องราวของบ้านเบญจรงค์และโศกนาฏกรรมทั้งหมดก็ได้ถูกเปิดโปงสู่สังคม ซึ่งเรื่องนี้ได้สร้างแรงสั่นสะเทือนไปทั่วทุกวงการ และคดีความยังคงอยู่ในกระบวนการทางกฎหมาย แม้ว่าผู้กระทำผิดและผู้เกี่ยวข้องหลักจะไม่อยู่แล้วก็ตาม แต่สำหรับทีมเฉพาะกิจแล้ว ภาร

  • รักนี้ผีข่วยผลัก!!   บทที่ 86

    อัยยาลืมตาขึ้น ใบหน้าของเธออาบไปด้วยน้ำตา เธอหันไปมองทุกคนด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวด "พวกเขา...พวกเขาถูกขังไว้ที่นี่ค่ะ...ในภาพวาดพวกนี้" เธอพูดเสียงสั่น "เมฆา...เขาน่าจะให้อาจารย์คนนั้นใช้มนต์ดำผนึกวิญญาณของเด็ก ๆ ทุกคนไว้กับภาพวาดแห่งความทรงจำเหล่านี้...พวกเขาต้องการให้เราช่วยปล

  • รักนี้ผีข่วยผลัก!!   บทที่ 85

    ในเวลานี้พิพิธภัณฑ์สายลมแห่งอิสระที่เคยดูสว่างและเต็มไปด้วยแรงบันดาลใจ ได้ถูกปิดลงชั่วคราวและตกอยู่ในความเงียบภายใต้การดูแลของเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยที่ทีมเฉพาะกิจทั้งสี่คนกำลังเดินอยู่ท่ามกลางผลงานศิลปะที่บัดนี้ดูหม่นหมองลงไปถนัดตา พวกเขาตรงไปยังห้องทำงานส่วนตัวของเมฆาบนชั้นบนสุด มันเป็นห้

  • รักนี้ผีข่วยผลัก!!   บทที่ 8

    เช้าของวันต่อมา อัยยาผู้ไม่รู้ตัวเลยว่าการกระทำที่เกิดจากความสงสัยและความสามารถพิเศษของเธอเมื่อคืนก่อน ได้จุดประกายความระแวงสงสัยให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าเสียแล้ว เธอกำลังจัดเตรียมทำหน้าที่ของตัวเองอย่างมืออาชีพ เพราะเมื่อช่วงสายของเมื่อวานทางครอบครัวกิตติไพศาลสกุล โดยผ่านทางค

  • รักนี้ผีข่วยผลัก!!   บทที่ 6

    ช่วงสายของวันต่อมา แฟ้มรายงานผลการชันสูตรศพของนายอัครเดช กิตติไพศาลสกุล ยังคงวางเปิดอยู่บนโต๊ะทำงานของนายแพทย์วาโย อชิระ แม้ว่าเขาจะสรุปผลและเซ็นรับรองรายงานฉบับสมบูรณ์ไปตั้งแต่เมื่อวานแล้วก็ตาม ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นไล่อ่านข้อความเดิมซ้ำ ๆ อีกครั้ง... ภาวะหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน... ไม่

  • รักนี้ผีข่วยผลัก!!   บทที่ 10

    "อยู่ที่ห้องเก็บหลักฐาน หากมึงอยากดูเดี๋ยวกูพาไป" รามิลตอบทันทีไม่มีการอิดออด พลางดันเก้าอี้ทำงานของตัวเองไปด้านหลัง ขยับตัวเตรียมลุกขึ้น เขาเองก็อยากรู้เหมือนกันว่าเพื่อนหมอของตนจะมีความเห็นอย่างไรเมื่อได้เห็นของจริงไม่ใช่แค่ภาพถ่าย วาโยพยักหน้ารับทันที แววตาฉายความสนใจอย่างปิดไม่มิด "เ

  • รักนี้ผีข่วยผลัก!!   บทที่ 9

    ยังไม่ทันที่รามิลจะได้ขบคิดเรื่องราวอันน่าปวดหัวของอาจารย์สาวพ่วงตำแหน่งคนเฝ้าศพให้ตกตะกอนดีนัก เสียงโทรศัพท์บนโต๊ะทำงานของเขาก็ดังขึ้นอีกครั้ง เบอร์ที่ปรากฏบนหน้าจอคือเบอร์ของธนกร เจ้าหน้าที่นิติวิทยาศาสตร์ที่เขามอบหมายให้ตรวจคราบปริศนานั่นเอง รามิล กดรับสาย แม้น้ำเสียงค่อนข้างราบเรียบแ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status