Share

บทที่ 9

ยังไม่ทันที่รามิลจะได้ขบคิดเรื่องราวอันน่าปวดหัวของอาจารย์สาวพ่วงตำแหน่งคนเฝ้าศพให้ตกตะกอนดีนัก เสียงโทรศัพท์บนโต๊ะทำงานของเขาก็ดังขึ้นอีกครั้ง

เบอร์ที่ปรากฏบนหน้าจอคือเบอร์ของธนกร เจ้าหน้าที่นิติวิทยาศาสตร์ที่เขามอบหมายให้ตรวจคราบปริศนานั่นเอง รามิล กดรับสาย แม้น้ำเสียงค่อนข้างราบเรียบแต่แฝงความคาดหวัง

"ว่าไงกร ผลแล็บออกแล้วเหรอ?"

"ผลเบื้องต้นออกแล้วครับสารวัตร" เสียงของธนกรจากปลายสายฟังดูจริงจังแต่ก็เจือความสับสนอยู่ในที

"คือมัน...แปลกมากครับสารวัตร"

"แปลกยังไง?" รามิลถามกลับคิ้วเริ่มขมวดเข้าหากัน

"ผลวิเคราะห์ระบุว่าเป็นสารประกอบอินทรีย์เชิงซ้อน มีน้ำมันเป็นองค์ประกอบหลัก แต่... เราไม่สามารถระบุชนิดของน้ำมันได้เลยครับ โครงสร้างโมเลกุลมันไม่ตรงกับฐานข้อมูลที่เรามีอยู่เลย แถมยังมีโปรตีนกับธาตุรองบางอย่างปนเปื้อนในปริมาณน้อยมาก ที่สำคัญคือ ผลเคมีมันอธิบายกลิ่นสาบปนหวานเลี่ยนที่ผมได้กลิ่นตอนเก็บตัวอย่างไม่ได้ด้วยครับ" ธนกรอธิบายผลการวิเคราะห์ที่น่าฉงน

รามิลเงียบฟัง นิ้วเคาะโต๊ะช้า ๆ "ระบุชนิดไม่ได้? กลิ่นไม่ตรง? บ้าชะมัด..." ข้อมูลนี้ยิ่งตอกย้ำความไม่ชอบมาพากลของคดีนี้ "แล้วแกคิดว่าเป็นไปได้ไหมว่ามันเป็นสารปนเปื้อนธรรมดา?"

"ตอนแรกผมก็คิดแบบนั้นครับ แต่ลักษณะคราบมันดู... จงใจไปหน่อย แล้วการที่มันเพิ่งมาปรากฏชัดเมื่อวานนี้อีก..." ธนกรตอบตามตรงหลังเว้นไปครู่หนึ่ง

"ผมยังสรุปไม่ได้ครับ ว่ามันคืออะไรกันแน่"

"โอเค เข้าใจแล้ว" รามิลตอบรับ พยายามเก็บงำความหงุดหงิด "แกพยายามวิเคราะห์ต่อไปนะไอ้กร ลองเทียบกับฐานข้อมูลอื่น ๆ ที่กว้างขึ้นดู อาจจะต้องใช้เวลาหน่อยแต่ฉันอยากรู้ว่ามันคืออะไรกันแน่ แล้วส่งผลแล็บเบื้องต้นมาให้ฉันดูด้วย"

"รับทราบครับสารวัตร" ธนกรรับคำ

หลังจากวางสายจากธนกร รามิลก็เอนหลังพิงพนักเก้าอี้ตัวเดิมด้วยสีหน้าครุ่นคิด เขารู้สึกว่าเรื่องราวในบ้านกิตติไพศาลสกุลดูจะประหลาดและซับซ้อนขึ้นทุกที

ความรู้สึกไม่ชอบมาพากลมันรุนแรงขึ้นจนยากจะมองข้ามได้ และเมื่อนึกถึงท่าทีแปลก ๆ ของเพื่อนสนิทอย่างวาโย ที่ดูจะติดใจและตั้งคำถามกับเคสนี้ตั้งแต่แรก ทั้งที่ผลชันสูตรก็ชัดเจน... รามิลก็พลันเกิดความคิดหนึ่งขึ้นมา

บางที... การลองคุยกับวาโยอีกครั้งอาจจะได้มุมมองหรือข้อมูลอะไรเพิ่มเติมก็ได้ ในเมื่อเพื่อนของเขาดูจะติดใจกับคดีนี้เป็นพิเศษอยู่แล้ว

เมื่อคิดได้ดังนั้นรามิลก็ไม่รอช้า หยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดเบอร์โทรหาเพื่อนสนิทอย่างรวดเร็ว รอไม่นานนักปลายสายก็กดรับ

"ว่าไงรามิล มีอะไรอัปเดตเรื่องนั้นเหรอ?" วาโยถามขึ้นก่อนด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งติดจะเย็นชา ซึ่งเป็นลักษณะของเขา เหมือนจะเดาได้ว่าเพื่อนคงมีเรื่องเกี่ยวกับคดีนั้นถึงได้โทรมา

"เออ มีเรื่องประหลาดจริง ๆ ว่ะไอ้หมอ" รามิลตอบ น้ำเสียงจริงจังกว่าครั้งก่อน "จำเรื่องคราบมันที่ไอ้กรมันเจอได้ไหม ที่กูเล่าให้มึงฟังตอนมันโทร. มารายงานเบื้องต้นน่ะ"

"จำได้ ทำไม? ผลแล็บออกแล้วเหรอ?" วาโยถามกลับทันที ความสนใจฉายชัดในน้ำเสียง

"ออกแล้ว... แต่ออกมาแบบโคตรประหลาดเลยว่ะ" รามิลว่า "ไอ้กรมันบอกว่าผลวิเคราะห์ระบุว่าเป็นสารประกอบอินทรีย์ มีน้ำมันเป็นหลักแต่ระบุชนิดไม่ได้ ไม่มีในฐานข้อมูล แถมมีโปรตีนปนมาด้วยนิดหน่อย แล้วกลิ่นสาบ ๆ หวาน ๆ ที่มันได้กลิ่นตอนเก็บตัวอย่าง ผลเคมีก็อธิบายไม่ได้... มึงพอจะนึกออกไหมวะ ว่าไอ้น้ำมันลักษณะนี้มันน่าจะเป็นอะไรได้บ้าง?" รามิลตัดสินใจถามความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญเรื่องศพโดยตรง

วาโยเงียบไปครู่ใหญ่ ปลายสายมีเพียงเสียงลมหายใจแผ่วเบาราวกับกำลังใช้ความคิดอย่างหนัก ก่อนที่เขาจะตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงที่แฝงความลังเลและ... ความรู้สึกบางอย่างที่คล้ายกับความขยะแขยง

"ลักษณะที่มึงว่ามา... ทั้งคราบมัน โปรตีน กลิ่นสาบหวาน... แล้วเจอใกล้กับตำแหน่งศพบนผ้าปูที่นอน แถมเพิ่งมาเห็นชัดทีหลัง..." วาโยเว้นวรรค

ก่อนจะถามกลับเพื่อนออกมา "รามิล มึงเคยได้ยินเรื่องไขมันซึมจากศพหลังความตายไหม"

"มึง หมายความว่ายังไงวะ" รามิลย้อนถามน้ำเสียงยังคงสับสนเจือความหวาดหวั่นเล็กน้อยพลางกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก

คำว่าไขมันซึมจากศพมันฟังดูไม่น่าอภิรมย์เลยสักนิดแม้ว่าเขาจะเคยเห็นคนตายมาไม่น้อยก็ตาม ทว่า...ไม่ได้ลงลึกเหมือนเพื่อนผู้ทำอาชีพแพทย์นิติเวช

"กูยังตอบมึงอย่างแน่ชัดไม่ได้จนกว่าจะเห็นผลแล็บหรือ คราบที่ว่านั่น" วาโยเลือกที่จะตอบแบบปัด ๆ ไม่ลงลึกในสมมติฐานของตนเอง เพราะเขาเองก็ยังไม่แน่ใจ "มันอาจจะเป็นอย่างอื่นก็ได้"

รามิลเงียบไปครู่หนึ่ง แต่เขาก็ฉลาดพอที่จะจับน้ำเสียงลังเลและไม่ปกติของเพื่อนได้ "ถ้าไง วันพรุ่งนี้มึงว่างไหมล่ะ ช่วยแวะมาที่สำนักงานตำรวจหน่อยสิ กูอยากให้มึงมาดูผลแล็บเบื้องต้นกับคราบที่ว่าด้วยตัวเองเลย" รามิลตัดสินใจเพราะไม่อยากทิ้งเรื่องนี้ไว้นาน การได้ปรึกษาหมอนิติเวชโดยตรงน่าจะดีที่สุด

"อืม..." วาโยครุ่นคิดครู่หนึ่ง ตารางงานวันพรุ่งนี้ของเขาก็ไม่ได้แน่นมากนัก และยอมรับว่าเขาก็อยากจะเห็นหลักฐานชิ้นนี้กับตาตัวเองเช่นกัน

"ก็พอได้อยู่ มึงจะให้เข้าไปกี่โมง?"

"ดีเลย! งั้นสาย ๆ หน่อยแล้วกัน สักสิบโมงหรือสิบเอ็ดโมงก็ได้ เดี๋ยวใกล้ ๆ กูโทรคอนเฟิร์มอีกที มึงช่วยเคลียร์คิวให้กูหน่อยแล้วกันนะเพื่อน" รามิลรีบตอบรับด้วยความดีใจ

"เออ ได้" วาโยตอบรับก่อนจะวางสาย "งั้นพรุ่งนี้เจอกัน"

"โอเค ขอบใจมากไอ้หมอ"

หลังจากวางสาย รามิลถอนหายใจยาว อย่างน้อยพรุ่งนี้เขาก็จะได้คำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญโดยตรง

ส่วนวาโยนั้นหลังจากวางสาย เขาก็เอนหลังพิงพนักเก้าอี้ นิ่งคิดถึงคำอธิบายที่เขาให้เพื่อนไป

ไขมันซึมจากศพ... แม้มันจะเป็นไปได้ทางทฤษฎี แต่ในทางปฏิบัติสำหรับเคสนี้มันแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย เพราะเวลาการเสียชีวิตของผู้ตายไม่สอดคล้อง แล้วคราบมันนั่นคืออะไรกันแน่? การได้ไปดูหลักฐานด้วยตัวเองพรุ่งนี้อาจจะให้คำตอบอะไรเขาได้บ้าง

สิบโมงเช้าของวันถัดมา ณ สำนักงานตำรวจ เสียงเคาะประตูห้องทำงานดังขึ้นสองสามครั้งก่อนที่ประตูจะเปิดออก เผยให้เห็นร่างสูงโปร่งของนายแพทย์วาโย อชิระ ที่ค่อนข้างขาวซีดกว่าคนทั่วไปยืนอยู่ตรงหน้า

คุณหมอหนุ่มอยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวสะอาดตาซึ่งถูกรีดจนเรียบกริบ กับกางเกงแสลคสีดำดูสุภาพและเป็นทางการตามแบบฉบับของเจ้าตัว

สารวัตรรามิล ภาณุ ซึ่งกำลังนั่งขมวดคิ้วอยู่กับกองเอกสารบนโต๊ะทำงานเงยหน้าขึ้นมองเพื่อนสนิทด้วยสีหน้ากึ่งยินดี

"เออ มาตรงเวลาเป๊ะเลยนะมึง" รามิลเอ่ยทักยืดตัวบิดขี้เกียจเล็กน้อย ก่อนจะผายมือไปยังเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม "เข้ามานั่งก่อน กาแฟสักแก้วไหม?"

วาโยพยักหน้ารับ เดินเข้ามาในห้องทำงานที่ดูจะรกกว่าปกติเล็กน้อยด้วยแฟ้มคดีต่าง ๆ ที่วางซ้อนกันอยู่ เขาทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้รับรอง กวาดตามองรอบ ๆ เพียงครู่หนึ่ง ก่อนจะหันมาสบตารามิลนิ่ง

"ว่าไง มีอะไรให้กูดู?" หมอนิติเวชหนุ่มถามเข้าประเด็นทันที ไม่มีการอารัมภบทให้เสียเวลา รามิลยิ้มมุมปากกับความใจร้อนของเพื่อน

เขาลุกขึ้นเดินไปหยิบแฟ้มเอกสารสีน้ำตาลอ่อนที่วางแยกไว้ต่างหากบนมุมโต๊ะกลับมานั่งลงที่เดิมแล้วเปิดแฟ้มออก วางรูปถ่ายสองสามใบพร้อมกับกระดาษรายงานผลการตรวจเบื้องต้นจากห้องแล็บลงตรงหน้าของหมอหนุ่ม

"นี่ไง... หลักฐานที่ไอ้กรมันเจอเมื่อวาน" รามิลพูดพลางเลื่อนรูปถ่ายใบแรกให้วาโยเพื่อให้เขาเห็นได้ถนัดตา

รูปถ่ายคราบมันที่ว่าบนผ้าปูที่นอน วาโยหยิบรูปถ่ายใบนั้นขึ้นมาดูทันที ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นเพ่งมองรายละเอียดอย่างพินิจพิเคราะห์...

"ไม่มีของจริงเหรอ ไหนบอกว่ากรเก็บกลับมาด้วยนี่" เขาถามพลางจ้องภาพถ่ายเขม็ง
Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • รักนี้ผีข่วยผลัก!!   บทที่ 90

    เรื่องราวเริ่มต้นจากความไว้ใจและสุดท้ายก็จบที่คำว่าไว้ใจ...หากจะเล่าเรื่องนี้ก็คงต้องย้อนกลับไปสมัยที่พ่อของเขายังเด็ก...ซึ่งพ่อของเขาก็เป็นเด็กถูกทอดทิ้งและเติบโตมาในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าแห่งหนึ่งในอดีต สถานที่ซึ่งชายคนนี้ได้เข้ามามีบทบาทเป็นทั้งเพื่อนและพี่ชาย ความสนิทและความผูกพันนี้ขอ

  • รักนี้ผีข่วยผลัก!!   บทที่ 89

    ย้อนกลับไปในคืนจู่โจมบนดาดฟ้าเรือยอชต์ปลายฟ้า "คิดว่าจะหนีไปง่าย ๆ เหรอ เมฆา!" รามิลตะโกนขึ้น "อย่างน้อย...มึงก็ต้องอยู่คุยกับกูก่อน!" เมฆาที่ยืนอยู่บนราวกันตกหันกลับมามองภาพความโกลาหลเบื้องหลัง...ไม่ว่าจะตำรวจที่กำลังคุมเชิง แสงไฟวับวาบจากเรือที่ล้อมอยู่ และเสียงคลื่นลมที่บ้าคลั่ง...เขา

  • รักนี้ผีข่วยผลัก!!   บทที่ 88

    นับตั้งแต่วันที่อริสาฟื้นคืนสติราวปาฏิหาริย์...โลกที่เคยหม่นหมองของวาโยก็ค่อย ๆ ถูกเยียวยา ชายหนุ่มรู้สึกว่าความสุขของตนเองได้กลับคืนมาแล้วอย่างแท้จริงและดูเหมือนว่าจะมากขึ้นเมื่อมีใครอีกคนเข้ามาในชีวิต ภายในเย็นวันหนึ่ง กลางสวนสวยในบ้านของอัยยา...อริสาซึ่งตอนนี้อาการดีขึ้นมากจนสามารถออก

  • รักนี้ผีข่วยผลัก!!   บทที่ 87

    หลายสัปดาห์ผ่านไปหลังจากมรสุมลูกใหญ่พัดผ่าน...เรื่องราวของบ้านเบญจรงค์และโศกนาฏกรรมทั้งหมดก็ได้ถูกเปิดโปงสู่สังคม ซึ่งเรื่องนี้ได้สร้างแรงสั่นสะเทือนไปทั่วทุกวงการ และคดีความยังคงอยู่ในกระบวนการทางกฎหมาย แม้ว่าผู้กระทำผิดและผู้เกี่ยวข้องหลักจะไม่อยู่แล้วก็ตาม แต่สำหรับทีมเฉพาะกิจแล้ว ภาร

  • รักนี้ผีข่วยผลัก!!   บทที่ 86

    อัยยาลืมตาขึ้น ใบหน้าของเธออาบไปด้วยน้ำตา เธอหันไปมองทุกคนด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวด "พวกเขา...พวกเขาถูกขังไว้ที่นี่ค่ะ...ในภาพวาดพวกนี้" เธอพูดเสียงสั่น "เมฆา...เขาน่าจะให้อาจารย์คนนั้นใช้มนต์ดำผนึกวิญญาณของเด็ก ๆ ทุกคนไว้กับภาพวาดแห่งความทรงจำเหล่านี้...พวกเขาต้องการให้เราช่วยปล

  • รักนี้ผีข่วยผลัก!!   บทที่ 85

    ในเวลานี้พิพิธภัณฑ์สายลมแห่งอิสระที่เคยดูสว่างและเต็มไปด้วยแรงบันดาลใจ ได้ถูกปิดลงชั่วคราวและตกอยู่ในความเงียบภายใต้การดูแลของเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยที่ทีมเฉพาะกิจทั้งสี่คนกำลังเดินอยู่ท่ามกลางผลงานศิลปะที่บัดนี้ดูหม่นหมองลงไปถนัดตา พวกเขาตรงไปยังห้องทำงานส่วนตัวของเมฆาบนชั้นบนสุด มันเป็นห้

  • รักนี้ผีข่วยผลัก!!   บทที่ 5

    มือเรียวบางที่ยังคงเย็นเฉียบเล็กน้อยเอื้อมไปสัมผัสลูกบิดประตูโลหะขัดเงา อัยยาหายใจเข้าปอดลึกพยายาม รวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มี เธอสัมผัสได้ถึงพลังงานที่หนักอึ้งและไม่เป็นมิตรแผ่ออกมาจากด้านในอย่างชัดเจน แต่มันกลับไม่มีความเคลื่อนไหวใด ๆ ราวกับเป็นเพียงพลังงานตกค้างที่รอวันจางหายหรืออาจจะแ

  • รักนี้ผีข่วยผลัก!!   บทที่ 4

    กลางดึกคืนนั้น...ภายในห้องพักหรูหราแต่เย็นเยียบของปีกตะวันออกในคฤหาสน์กิตติไพศาลสกุล ร่างบางของอัยยานั่งขัดสมาธิอยู่บนพรมผืนหนาข้างเตียงนอนขนาดใหญ่ เปลือกตาของเธอปิดสนิทสองมือวางประสานกันบนหน้าตัก ท่วงท่าสงบนิ่งเหมือนเช่นทุกค่ำคืนที่เธอปฏิบัติกิจวัตรเพื่อฝึกฝนสมาธิและควบคุมจิตใจ ภายนอกหน

  • รักนี้ผีข่วยผลัก!!   บทที่ 3

    รถแท็กซี่ลักษณะค่อนข้างเก่าค่อย ๆ ชะลอความเร็วลงเมื่อเลี้ยวเข้าสู่ถนนส่วนบุคคลที่ทอดยาว สองข้างทางขนาบด้วยแนวกำแพงสูงทึบ มองไม่เห็นสิ่งใดนอกจากยอดไม้สูงใหญ่ที่เอนไหวเล็กน้อยตามแรงลมยามเย็น บ่งบอกถึงอาณาเขตอันกว้างขวางและเป็นส่วนตัวของผู้เป็นเจ้าของ อัยยารู้สึกเหมือนกำลังเคลื่อนตัวเข้าสู่

  • รักนี้ผีข่วยผลัก!!   บทที่ 2

    เสียงโทรศัพท์มือถือเครื่องสวยสีพาสเทลกรีดเสียงดังขึ้น ทำลายความเงียบสงบยามบ่าย ภายในห้องทำงานขนาดเล็กที่อบอวลไปด้วยกลิ่นสีน้ำมันและไอฝุ่นชอล์กจาง ๆ อัยยา อลิน เงยหน้าขึ้นจากภาพร่างทิวทัศน์ด้วยสีหน้าประหลาดใจเล็กน้อย ปกติแล้วในเวลาทำงานที่มหาวิทยาลัยเช่นนี้ จะไม่ค่อยมีใครโทรศัพท์ส่วนตัวเข

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status