مشاركة

บทที่ 6

ช่วงสายของวันต่อมา แฟ้มรายงานผลการชันสูตรศพของนายอัครเดช กิตติไพศาลสกุล ยังคงวางเปิดอยู่บนโต๊ะทำงานของนายแพทย์วาโย อชิระ แม้ว่าเขาจะสรุปผลและเซ็นรับรองรายงานฉบับสมบูรณ์ไปตั้งแต่เมื่อวานแล้วก็ตาม

ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นไล่อ่านข้อความเดิมซ้ำ ๆ อีกครั้ง... ภาวะหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน... ไม่พบบาดแผลหรือร่องรอยการต่อสู้... ไม่พบสารพิษตกค้าง... ทุกอย่างชัดเจนตามหลักการทางวิทยาศาสตร์ ไม่มีข้อบ่งชี้ถึงการฆาตกรรมหรือเหตุผิดธรรมชาติใด ๆ ที่จะสามารถระบุลงไปในรายงานได้

แต่ถึงกระนั้น... ก็ยังมีบางอย่างที่รบกวนจิตใจของเขาอยู่ลึก ๆ ทั้งนี้เขายังคงรู้สึกติดใจกับคำบอกเล่าเบื้องต้น เรื่องอาการตกใจสุดขีดที่ดูจะขัดแย้งกับสภาพศพที่สงบนิ่ง อีกทั้งท่าทีของคนในครอบครัวที่ดูมีลับลมคมใน

วาโยถอนหายใจเล็กน้อยยกมือขึ้นนวดขมับ ความรู้สึก ติดใจโดยไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์รองรับเป็นสิ่งที่เขาไม่ชอบมากที่สุด มันทำให้รู้สึกเหมือนขาดความเป็นมืออาชีพแต่เขาก็สลัดความรู้สึกนี้ทิ้งไปไม่ได้จริง ๆ

"หาเรื่องใส่ตัวจริง ๆ เลยเรา" เขาพึมพำกับตัวเอง ก่อนจะตัดสินใจหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดเบอร์โทรออกหาเพื่อนสนิทเพียงคนเดียวที่น่าจะให้ข้อมูลอะไรเพิ่มเติมได้บ้าง แม้จะรู้ดีว่าอาจจะไม่ได้คำตอบที่ต้องการก็ตาม

รอสายอยู่ไม่นานปลายสายก็กดรับพร้อมกับเสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยค่อนข้างเจือความเร่งรีบของสารวัตรรามิล ภาณุ

"ว่าไงไอ้หมอ มีไรด่วนวะ กูเพิ่งออกจากห้องประชุม"

"เออ ไม่ได้ด่วนมากหรอก แค่อยากถามอะไรนิดหน่อย" วาโยตอบกลับไปพยายามทำเสียงให้เป็นปกติมากที่สุด ก่อนจะเข้าเรื่องที่โทรหาเพื่อน

"เรื่องเคสตระกูลกิตติไพศาลสกุลเมื่อวันก่อนน่ะ... เคสคุณอัครเดช"

"หือ? เคสตาแก่นั่นน่ะเหรอ? มีอะไรวะ ก็ปิดเคสไปแล้วไม่ใช่รึไง ผลชันสูตรมึงก็บอกเองว่าหัวใจวาย" รามิลถามกลับด้วยความแปลกใจ

"ก็ใช่ ผลมันก็ออกมาตามนั้นแหละ แต่กูแค่อยากรู้ว่าทางฝั่งตำรวจมึงเจออะไรแปลก ๆ ที่หน้างานนอกเหนือจากรายงานที่ส่งมาให้กูรึเปล่าวะ?" วาโยถามเข้าประเด็น

รามิลเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะนึกย้อนในสิ่งที่เพื่อนถาม "แปลก ๆ เหรอ... ก็ไม่นะ ห้องนอนของแกก็เรียบร้อยดี ไม่มีร่องรอยรื้อค้นหรือต่อสู้ ที่แปลกก็คงมีแค่ที่คนในบ้านบอกว่าได้ยินเสียงดังโครมครามก่อนเจอศพ แต่พอตำรวจไปถึงก็ไม่มีอะไรเสียหายสักอย่าง... พวกคนรวยนี่บางทีก็ประสาท" รามิลตอบตามตรง

ก่อนที่ลูกน้องคนสนิทกานต์ พิริยะ จะเอ่ยแทรกออกมาเมื่อเจ้าตัวเดินมาได้ยินสิ่งที่ลูกพี่ของตัวเองกล่าว

"ลูกพี่ คราบน้ำมันบนที่นอนของผู้ตายถือว่าแปลกไหมครับ เจ้ากรเพิ่งโทรมาบอกหลังจากไปตรวจสอบที่เกิดเหตุอีกครั้งเมื่อเช้า เพื่อยืนยันว่าเคสนี้ตายเองโดยธรรมชาติ"

เจ้ากรที่กานต์พูดถึงเขาคือเจ้าหน้าที่นิติวิทยาศาสตร์ในทีมสืบสวนของรามิลซึ่งอายุน้อยที่สุดในทีม

เสียงของกานต์ที่ดังแทรกเข้ามาทำให้รามิลชะงักไปเล็กน้อย หางเสียงยังคงมีความเร่งรีบแฝงอยู่

"อะไรนะกานต์? คราบน้ำมันอะไร?" รามิลหันไปถามลูกน้องนอกสาย ก่อนจะหันกลับมาพูดกับวาโยในโทรศัพท์ด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนไปเล็กน้อยระคนประหลาดใจ

"เฮ้ย! โย... ลูกน้องกูเพิ่งบอกว่าไอ้กรมันโทรมาแจ้งเมื่อเช้า ตอนกลับไปดูที่เกิดเหตุซ้ำมันเจอคราบน้ำมันอะไรสักอย่างบนผ้าปูที่นอนของตาแก่อัครเดชว่ะ... กานต์บอกว่าเมื่อวานยังไม่เห็นชัด เพิ่งมาเห็นวันนี้"

คำว่าคราบน้ำมันทำให้วาโยหูผึ่งขึ้นมาทันที ความรู้สึกติดใจที่ค้างคาอยู่เมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความสนใจใคร่รู้อย่างรุนแรง นี่มัน...ไม่ปกติ

"น้ำมัน?" วาโยทวนคำเสียงเข้มขึ้นโดยไม่รู้ตัว "น้ำมันอะไร? ลักษณะเป็นยังไง? อยู่ตรงไหนของที่นอน? แล้วทำไมเมื่อวานไม่เจอ?" คำถามพรั่งพรูออกมาจากปากหมอนิติเวชหนุ่มทันที

"เฮ้ย ๆ ใจเย็นไอ้หมอ กูยังไม่รู้รายละเอียดโว้ย!" รามิล ตอบกลับมา เริ่มมีน้ำโหเล็กน้อยที่ถูกซักไซ้

"ไอ้กานต์มันก็เพิ่งบอกกูเนี่ย เดี๋ยวต้องให้ไอ้กรมันส่งรายละเอียดมาก่อน... แต่มันก็อาจจะไม่มีอะไรก็ได้มั้ง อาจจะแค่คราบสกปรกธรรมดาที่คนอาจจะทำหกไว้แล้วเพิ่งมาเห็นชัดวันนี้" รามิลพยายามพูดปัดแต่ดูเหมือนแม้แต่ตัวเองก็ไม่ค่อยมั่นใจนัก

"คราบสกปรกธรรมดาที่เพิ่งมาปรากฏชัดข้ามคืนเนี่ยนะ?" วาโยแย้งทันควัน สัญชาตญาณของหมอนิติเวชกำลังทำงาน

"มึงให้ไอ้กรมันเก็บตัวอย่างมาตรวจด้วยได้ไหม? หรืออย่างน้อยถ่ายรูปชัด ๆ ส่งมาให้กูดูหน่อย"

"เออ ๆ รู้แล้วน่า เดี๋ยวจัดการให้" รามิลรับคำอย่างเสียไม่ได้ "ว่าแต่มึงเถอะ สนใจคดีนี้เป็นพิเศษเลยนะ ทั้งที่ผลชันสูตรก็ชัดเจนแล้ว"

"กูแค่อยากแน่ใจว่าไม่มีอะไรตกหล่น" วาโยตอบเสียงเรียบไม่เปิดเผยความรู้สึกสงสัยที่แท้จริงออกไป "ถ้าได้เรื่องยังไง รบกวนมึงอัปเดตด้วยแล้วกัน"

"เออ ได้เรื่องแล้วจะบอก แค่นี้นะเว้ย กูมีงานต้องทำต่อ" รามิลตัดบทก่อนจะวางสายไป

วาโยลดโทรศัพท์มือถือลงแต่สมองยังคงทำงานอย่างหนัก คราบน้ำมัน... ปรากฏขึ้นหลังจากตำรวจตรวจสอบครั้งแรกมันคืออะไรกันแน่? เกี่ยวข้องกับเสียงดังโครมครามที่คนในบ้านได้ยินหรือไม่? หรือมันเป็นแค่เรื่องบังเอิญ?

ถึงแม้จะยังไม่มีคำตอบแต่การค้นพบหลักฐานทางกายภาพชิ้นใหม่ที่ดูผิดปกตินี้ก็เพียงพอที่จะทำให้หมอนิติเวช ผู้ยึดมั่นในวิทยาศาสตร์อย่างวาโยเริ่มต้นตั้งคำถามกับข้อสรุปเดิมของตัวเองอย่างจริงจังเสียแล้ว บางที... การตายของคุณท่านอัครเดชอาจจะมีอะไรซับซ้อนซ่อนอยู่มากกว่าที่ตาเนื้อเห็นก็เป็นได้

ช่วงบ่ายแก่ ๆ ของวันเดียวกัน ณ คฤหาสน์กิตติไพศาลสกุล หลังจากอัยยาพยายามสงบสติอารมณ์และเก็บตัวอยู่ในห้องพักเกือบตลอดทั้งเช้า

ในที่สุดหญิงสาวก็ตัดสินใจออกมาเดินสำรวจบริเวณชั้นล่างของคฤหาสน์อีกครั้ง ไม่ใช่เพื่อชื่นชมความหรูหราแต่เพื่อสังเกตการณ์และหาโอกาสพูดคุยกับใครสักคนในบ้าน

การค้นพบร่องรอยน้ำมันปริศนาและนิมิตอันน่าสะพรึงกลัวเมื่อคืน ทำให้เธอแน่ใจว่าการตายของคุณท่านอัครเดชไม่ใช่เรื่องธรรมดา และเบาะแสสำคัญอาจซ่อนอยู่ในความ สัมพันธ์อันซับซ้อนของคนในตระกูลนี้เอง

เธอเดินมาหยุดอยู่ใกล้กับห้องนั่งเล่นขนาดเล็กที่อยู่ไม่ไกลจากโถงทางเข้าหลัก สายตาเหลือบไปเห็นแม่บ้านสาวรุ่นราวคราวเดียวกันคนหนึ่งกำลังใช้ผ้าเช็ดฝุ่นตามชั้นวางของอย่างเงียบ ๆ ดูเป็นคนที่น่าจะพอพูดคุยได้ง่ายกว่าแม่บ้านอาวุโสที่หน้าตาเคร่งขรึมคนเมื่อวาน

"ขอโทษนะคะ" อัยยาเอ่ยทักด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลมากที่สุด

แม่บ้านสาวสะดุ้งเล็กน้อยหันมามองอย่างแปลกใจ ก่อนจะรีบก้มหน้าลงตามมารยาท

"คะ... คุณผู้หญิงมีอะไรให้ช่วยหรือคะ?"

"เปล่าค่ะ พอดีฉันแค่ออกมาเดินเล่นนิดหน่อย" อัยยาเผยรอยยิ้มบาง ก่อนจะเกริ่นก่อนเข้าเรื่อง

"คุณอยู่ที่นี่มานานหรือยังคะ?"

"เอ่อ... ปีกว่าแล้วค่ะ" แม่บ้านสาวตอบเสียงอ่อย ยังคงไม่กล้าสบตากับเธอตามตรง

"คงจะผูกพันกับคุณท่านอัครเดชมากนะคะ ท่านจากไปกะทันหันแบบนี้ทุกคนคงจะเสียใจมาก" อัยยาลองหยั่งเชิง แม่บ้านสาวเงียบไปครู่หนึ่ง มือที่จับผ้าเช็ดฝุ่นเกร็งขึ้น

"ค่ะ... คุณท่าน... ท่านก็มีทั้งมุมที่น่าเกรงขาม แล้วก็มุมที่ใจดีค่ะ แล้วแต่ว่า..." เธอหยุดพูดไปเสียอย่างนั้นเหมือนเพิ่งรู้ตัวว่าพูดมากเกินไป

"ทุกคนก็เสียใจค่ะ โดยเฉพาะคุณผู้หญิงกับคุณ ๆ ทั้งหลาย" เธอตอบไม่เต็มเสียงเท่าที่ควร

"ดูเป็นครอบครัวใหญ่ที่น่าจะอบอุ่นนะคะ" อัยยาแสร้งทำเป็นชื่นชม กวาดตามองภาพถ่ายครอบครัวขนาดใหญ่ที่ติดอยู่บนผนัง

คราวนี้แม่บ้านสาวไม่ตอบ เพียงแต่ก้มหน้าก้มตาเช็ดฝุ่นต่อไป แต่ท่าทางอึดอัดนั้นก็พอจะบอกอะไรบางอย่างได้ อัยยาจึงตัดสินใจถามคำถามสุดท้าย

"ท่านประธานมีลูกกี่คนเหรอคะ? ทุกคนคงจะรักท่านมาก"

"มีลูกชายสามคนค่ะ ส่วนเรื่องอื่น... ฉันไม่กล้าพูดหรอกค่ะ" แม่บ้านสาวตอบเสียงเบารีบปฏิเสธที่จะพูดต่อ พร้อมกับทำท่าจะขอตัวไปทำงานที่อื่น
استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • รักนี้ผีข่วยผลัก!!   บทที่ 90

    เรื่องราวเริ่มต้นจากความไว้ใจและสุดท้ายก็จบที่คำว่าไว้ใจ...หากจะเล่าเรื่องนี้ก็คงต้องย้อนกลับไปสมัยที่พ่อของเขายังเด็ก...ซึ่งพ่อของเขาก็เป็นเด็กถูกทอดทิ้งและเติบโตมาในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าแห่งหนึ่งในอดีต สถานที่ซึ่งชายคนนี้ได้เข้ามามีบทบาทเป็นทั้งเพื่อนและพี่ชาย ความสนิทและความผูกพันนี้ขอ

  • รักนี้ผีข่วยผลัก!!   บทที่ 89

    ย้อนกลับไปในคืนจู่โจมบนดาดฟ้าเรือยอชต์ปลายฟ้า "คิดว่าจะหนีไปง่าย ๆ เหรอ เมฆา!" รามิลตะโกนขึ้น "อย่างน้อย...มึงก็ต้องอยู่คุยกับกูก่อน!" เมฆาที่ยืนอยู่บนราวกันตกหันกลับมามองภาพความโกลาหลเบื้องหลัง...ไม่ว่าจะตำรวจที่กำลังคุมเชิง แสงไฟวับวาบจากเรือที่ล้อมอยู่ และเสียงคลื่นลมที่บ้าคลั่ง...เขา

  • รักนี้ผีข่วยผลัก!!   บทที่ 88

    นับตั้งแต่วันที่อริสาฟื้นคืนสติราวปาฏิหาริย์...โลกที่เคยหม่นหมองของวาโยก็ค่อย ๆ ถูกเยียวยา ชายหนุ่มรู้สึกว่าความสุขของตนเองได้กลับคืนมาแล้วอย่างแท้จริงและดูเหมือนว่าจะมากขึ้นเมื่อมีใครอีกคนเข้ามาในชีวิต ภายในเย็นวันหนึ่ง กลางสวนสวยในบ้านของอัยยา...อริสาซึ่งตอนนี้อาการดีขึ้นมากจนสามารถออก

  • รักนี้ผีข่วยผลัก!!   บทที่ 87

    หลายสัปดาห์ผ่านไปหลังจากมรสุมลูกใหญ่พัดผ่าน...เรื่องราวของบ้านเบญจรงค์และโศกนาฏกรรมทั้งหมดก็ได้ถูกเปิดโปงสู่สังคม ซึ่งเรื่องนี้ได้สร้างแรงสั่นสะเทือนไปทั่วทุกวงการ และคดีความยังคงอยู่ในกระบวนการทางกฎหมาย แม้ว่าผู้กระทำผิดและผู้เกี่ยวข้องหลักจะไม่อยู่แล้วก็ตาม แต่สำหรับทีมเฉพาะกิจแล้ว ภาร

  • รักนี้ผีข่วยผลัก!!   บทที่ 86

    อัยยาลืมตาขึ้น ใบหน้าของเธออาบไปด้วยน้ำตา เธอหันไปมองทุกคนด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวด "พวกเขา...พวกเขาถูกขังไว้ที่นี่ค่ะ...ในภาพวาดพวกนี้" เธอพูดเสียงสั่น "เมฆา...เขาน่าจะให้อาจารย์คนนั้นใช้มนต์ดำผนึกวิญญาณของเด็ก ๆ ทุกคนไว้กับภาพวาดแห่งความทรงจำเหล่านี้...พวกเขาต้องการให้เราช่วยปล

  • รักนี้ผีข่วยผลัก!!   บทที่ 85

    ในเวลานี้พิพิธภัณฑ์สายลมแห่งอิสระที่เคยดูสว่างและเต็มไปด้วยแรงบันดาลใจ ได้ถูกปิดลงชั่วคราวและตกอยู่ในความเงียบภายใต้การดูแลของเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยที่ทีมเฉพาะกิจทั้งสี่คนกำลังเดินอยู่ท่ามกลางผลงานศิลปะที่บัดนี้ดูหม่นหมองลงไปถนัดตา พวกเขาตรงไปยังห้องทำงานส่วนตัวของเมฆาบนชั้นบนสุด มันเป็นห้

  • รักนี้ผีข่วยผลัก!!   บทที่ 83

    ท่ามกลางการต่อสู้...ของทั้งสองฝ่ายที่อีกฝ่ายกำลังจู่โจมกับศัตรูกับอีกฝ่ายคือการต่อสู้เพื่อยื้อชีวิต "กลับมาสิอัยยา! ได้ยินไหม! กลับมา!" เสียงตะโกนที่สิ้นหวังของวาโยดังก้องอยู่ท่ามกลางเสียงคลื่นและลมทะเล เขาทำการกดหน้าอกและผายปอดให้อัยยาอย่างไม่คิดชีวิต ทุกวินาทีที่ผ่านไปยาวนา

  • รักนี้ผีข่วยผลัก!!   บทที่ 78

    คำพูดของอริสาทำให้หัวใจของอัยยาเย็นเยียบ...เธอถูกลักพาตัวมาไกลถึงชลบุรี! และโอกาสที่ตำรวจจะตามหาเธอเจอในเร็ววันนี้แทบจะเป็นศูนย์! แอด... เสียงบานพับประตูห้องดังขึ้นอย่างเชื่องช้า ก่อนตามมาด้วยร่างสูงสง่าของเมฆาก้าวเข้ามาในห้องเก็บของใต้ท้องเรือที่เธอถูกขังอยู่ รอยยิ

  • รักนี้ผีข่วยผลัก!!   บทที่ 73

    หลายวันผ่านไปหลังจากที่ทีมเฉพาะกิจได้ข้อสรุปที่น่าตกตะลึงเกี่ยวกับเมฆา เมฆินทร์...สำหรับอัยยาแล้วทุกอย่างดูเงียบสงบลงอย่างน่าประหลาด รามิลไม่ได้ติดต่อมาเพื่อขอความช่วยเหลือเพิ่มเติม และเธอก็พยายามจะกลับไปใช้ชีวิตอาจารย์มหาวิทยาลัยตามปกติ แต่ลึก ๆ แล้ว เธอกลับรู้สึกไม่สบายใจอย่างบอกไม่ถูก

  • รักนี้ผีข่วยผลัก!!   บทที่ 69

    เมื่ออัยยากลับออกมาสมทบกับวาโยและเมฆาที่ยืนรออยู่ในห้องจัดแสดงภาพอีกห้อง เมฆาก็ส่งรอยยิ้มอบอุ่นมาให้เธอทันที แต่ในแววตานั้นกลับเต็มไปด้วยการสังเกตและจับผิด "เจอไหมครับคุณอัยยา สร้อยข้อมือของคุณ" เขาเอ่ยถาม อัยยาแสร้งทำเป็นถอนหายใจอย่างโล่งอก พลางยกสร้อยข้อมือขึ้นมาให้ดู "ขอบค

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status