Share

บทที่ 8

เช้าของวันต่อมา อัยยาผู้ไม่รู้ตัวเลยว่าการกระทำที่เกิดจากความสงสัยและความสามารถพิเศษของเธอเมื่อคืนก่อน ได้จุดประกายความระแวงสงสัยให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าเสียแล้ว

เธอกำลังจัดเตรียมทำหน้าที่ของตัวเองอย่างมืออาชีพ เพราะเมื่อช่วงสายของเมื่อวานทางครอบครัวกิตติไพศาลสกุล โดยผ่านทางคุณวิชาญ ได้แจ้งความประสงค์ว่าต้องการจัดเตรียมพิธีสวดพระอภิธรรมและรดน้ำศพให้กับคุณท่านอัครเดชเป็นการภายใน ในวันนี้

ณ ห้องโถงพิธีที่จัดเตรียมไว้เป็นพิเศษภายในคฤหาสน์ หน้าที่ของอัยยาที่ถูกว่าจ้างมาคือการดูแลความเรียบร้อยของ ร่างผู้วายชนม์ ทั้งการแต่งกายและแต่งหน้าเพื่อให้ท่านดูสงบและสง่างามที่สุดในวาระสุดท้าย

ภายในห้องที่ถูกจัดไว้เป็นที่ตั้งร่างของคุณท่านอัครเดช บรรยากาศอบอวลไปด้วยกลิ่นดอกไม้สดและธูปหอมจาง ๆ แสงไฟนวลตาถูกเปิดให้สว่างกำลังดี ร่างของชายชรานอนสงบนิ่งอยู่บนแท่นที่ปูด้วยผ้าต่วนสีขาวสะอาด

อัยยาในชุดสุภาพสีเข้มยืนอยู่ด้านข้างแท่นนั้น มือข้างหนึ่งถือตลับแป้งและพู่กันสำหรับแต่งหน้าศพโดยเฉพาะ

เธอบรรจงใช้สำลีชุบน้ำสะอาดเช็ดใบหน้าของผู้ล่วงลับอย่างแผ่วเบา ดวงตาของเธอมองใบหน้านั้นด้วยความรู้สึกค่อนข้างซับซ้อน

ทั้งความสงสารในชะตากรรมอันน่าสยดสยองที่เธอได้ล่วงรู้และความเคารพในฐานะผู้ที่จากไป แม้ว่าเธอจะเพิ่งรู้จักท่านผ่านเรื่องราวและนิมิตก็ตาม

"หน้าตาคุณตาคนนี้ ตอนไม่เห็นผีพรายก็น่ากลัวน้อยลงหน่อยเนอะพี่อัยย์" เสียงขนุนดังขึ้นแผ่วเบา ในขณะเดียวกันก็ลอยตัววนอยู่ไม่ไกลนัก ดูเหมือนว่าเจ้าตัวเล็กจะคลายความกลัวจากเมื่อคืนไปบ้างแล้ว

อัยยาเพียงยิ้มบางตอบรับในใจ เธอค่อย ๆ ใช้เครื่องสำอางสำหรับผู้วายชนม์แต้มลงบนใบหน้าซับความซีดเซียว เติมสีสันจาง ๆ ให้พวงแก้มและริมฝีปากเพื่อให้ใบหน้าดูผ่อนคลายและสงบเหมือนคนกำลังหลับลึก ทุกสัมผัสของเธอเต็มไปด้วยความนุ่มนวลและตั้งใจ

ขณะที่มือทำงานสมองของเธอก็อดไม่ได้ที่จะคิดถึงเรื่องเมื่อคืนนั้น... คราบน้ำมันปริศนา... ภาพผีพราย... การตายที่ไม่ธรรมดา... ใครกันที่เป็นคนทำ? ใครกันที่ใช้มนต์ดำอันชั่วร้ายเช่นนี้? แล้วทำไมต้องเป็นคุณท่านอัครเดช?

คำถามเหล่านี้ยังคงวนเวียนอยู่ในหัวแต่เธอก็ต้องเก็บมันไว้ก่อน ตอนนี้หน้าที่สำคัญที่สุดคือการดูแลผู้ล่วงลับให้ดีที่สุด เมื่อแต่งหน้าเสร็จเธอก็หันไปหยิบชุดสูทสีเข้มที่ครอบครัวเลือกไว้นำมาบรรจงสวมใส่ให้กับร่างนั้นอย่างระมัดระวัง จัดปกเสื้อ เนคไท และเครื่องประดับต่าง ๆ ให้เข้าที่ ทุกขั้นตอนทำด้วยความใส่ใจเพื่อให้คุณท่านดูดีมากที่สุด

ในขณะที่อัยยากำลังจัดสูทให้เข้าที่นั้นเอง ประตูห้องก็ถูกเปิดออกอย่างเบามือพร้อมกับการปรากฏตัวของวิชาญ และหญิงสูงวัยที่ดูสง่างามแต่ใบหน้าเต็มไปด้วยริ้วรอยแห่งความโศกเศร้า ซึ่งอัยยาเดาว่าน่าจะเป็นภรรยาของคุณท่านอัครเดช

อัยยารีบโค้งศีรษะให้ทั้งสองคนเป็นการทักทาย "กำลังจะเสร็จพอดีค่ะคุณวิชาญ คุณผู้หญิง" เธอกล่าวเสียงเบาน้ำเสียงเต็มไปด้วยความสุภาพ

หญิงสูงวัยหรือคุณหญิงกัญญา กิตติไพศาลสกุล เพียงพยักหน้ารับช้า ๆ ดวงตาแดงก่ำมองไปยังร่างของสามี ที่นอนสงบนิ่งด้วยแววตาที่ยากจะอ่านความรู้สึก ก่อนจะหันมามองทางหญิงสาวผู้ที่มาทำหน้าที่สำคัญในวันนี้

"ขอบใจมากนะหนู ที่มาช่วยดูแลคุณท่าน" น้ำเสียงของท่านแหบพร่าแต่ก็ยังคงความสุภาพตามแบบฉบับ

"ด้วยความเต็มใจค่ะคุณผู้หญิง" อัยยาตอบ

วิชาญมองดูความเรียบร้อยโดยรวมแล้วพยักหน้าอย่างพอใจ "ดูดีมากครับคุณอัยยา ขอบคุณมากจริง ๆ อีกสักครู่จะมีพิธีสงฆ์ รบกวนคุณอัยยาช่วยอยู่ดูแลต่ออีกสักนิดนะครับ"

"ได้ค่ะ" อัยยารับคำ

เมื่อทั้งสองคนเดินออกไปแล้ว อัยยาก็หันกลับมามองร่างของคุณท่านอัครเดชอีกครั้ง

ใบหน้าที่เธอแต่งแต้มให้ดูสงบนั้นไม่อาจปกปิดความจริงอันน่าสะพรึงกลัวที่เธอได้เห็น... และเธอก็อดรู้สึกสังหรณ์ใจไม่ได้ว่าเรื่องราวในคฤหาสน์หลังนี้มันเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น

ในเวลาไล่เลี่ยกัน ณ ห้องปฏิบัติการนิติวิทยาศาสตร์ ธนกรกำลังยืนจ้องมองผลการวิเคราะห์ที่ปรากฏบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ด้วยสีหน้ามึนงงอย่างเห็นได้ชัด คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันแน่น

ผลการแยกส่วนประกอบเบื้องต้นของคราบมันปริศนาที่เก็บมาจากผ้าปูที่นอนในคฤหาสน์กิตติไพศาลสกุลนั้น... มันประหลาดมาก ผลวิเคราะห์ระบุว่ามันเป็นสารประกอบอินทรีย์เชิงซ้อน มีน้ำมันเป็นองค์ประกอบหลัก

แต่กลับมีโครงสร้างโมเลกุลบางส่วนที่ไม่ตรงกับน้ำมันชนิดใด ๆ ที่มีอยู่ในฐานข้อมูลของห้องแล็บเลย อีกทั้งยังมีองค์ประกอบของโปรตีนและธาตุรองบางชนิดในปริมาณน้อยมาก

ซึ่งยิ่งทำให้ระบุที่มาได้ยากขึ้นไปอีก ที่สำคัญคือ ผลวิเคราะห์ทางเคมีไม่สามารถอธิบายกลิ่นสาบปนหวานเลี่ยน ที่เขาจำได้ติดจมูกตอนเก็บตัวอย่างได้ด้วย

"มันคือ... น้ำมันอะไรกันแน่วะ?" เจ้าหน้าที่นิติวิทยาศาสตร์หนุ่มพึมพำกับตัวเองพลางเลื่อนดูผลการทดสอบ อื่น ๆ ซ้ำไปซ้ำมา มันไม่ใช่ทั้งน้ำมันพืช น้ำมันสัตว์ หรือน้ำมันสังเคราะห์ทั่วไปที่ควรรู้จัก

หรือว่าจะเป็นสารปนเปื้อนจากอย่างอื่น? แต่ร่องรอยก็ดูจงใจเกินกว่าจะเป็นแค่คราบสกปรกธรรมดา เขาถอนหายใจ รู้สึกว่าต้องรีบรายงานผลเบื้องต้นที่น่าปวดหัวนี้ให้สารวัตรรามิลทราบ แม้จะยังไม่มีข้อสรุปใด ๆ เลยก็ตาม

ขณะเดียวกันนั้นเองที่สถานีตำรวจ เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นบนโต๊ะทำงานของสารวัตรรามิล เขากดรับสายด้วยความรวดเร็ว

"ว่าไงกานต์ ได้เรื่องผู้หญิงคนนั้นรึยัง?" รามิลเอ่ยถามทันที

"ได้ประวัติเบื้องต้นมาแล้วครับสารวัตร" เสียงหมวดกานต์ดังตอบกลับมาอย่างฉะฉาน

"เธอชื่อ อัยยา อลิน อายุ 28 ปี เป็นอาจารย์ประจำคณะศิลปกรรมศาสตร์ สอนวิชาศิลปะอยู่ที่มหาวิทยาลัยรัฐโรงพยาบาลเดียวกับหมอโย โปรไฟล์ดีมากครับ การศึกษาจบถึงระดับปริญญาเอก ประวัติขาวสะอาด ไม่เคยมีคดีอาชญากรรม ไม่มีประวัติหนี้สินน่าสงสัย และที่สำคัญคือตรวจสอบเบื้องต้นแล้วไม่พบความเชื่อมโยงหรือความเกี่ยวข้องใด ๆ กับคนในตระกูลกิตติไพศาลสกุล หรือธุรกิจของพวกเขาเลยครับ"

รามิลขมวดคิ้ว "โปรไฟล์ดี? ไม่เกี่ยวข้องกันเลย?" มันยิ่งทำให้พฤติกรรมซักถามแม่บ้านของเธอดูน่าสงสัยมากขึ้นไปอีก "แล้วมีอะไรแปลก ๆ อีกไหม?"

"มีเรื่องหนึ่งครับสารวัตร ที่ผมว่ามัน... ไม่ค่อยเหมือนคนทั่วไปเท่าไหร่ ที่เอ่อ...มีโปรไฟล์ดีแบบนี้" กานต์เว้นจังหวะเล็กน้อย

"คืองานอดิเรก หรืออาจจะเรียกว่าเป็นอาชีพเสริมของเธอน่ะครับ... เธอรับจ้างแต่งหน้าศพ แล้วก็รับจ้างเฝ้าศพด้วยครับ"

"อาชีพแปลก ๆ แต่ก็... ไม่ผิดกฎหมายนี่หว่า" รามิลตอบกลับซึ่งเขาเองก็รู้อยู่แล้ว แต่ว่าโปรไฟล์ที่ดีมากขนาดนี้ทำไมถึง มาทำอะไรแบบนี้กันหรือว่าความชอบส่วนตัว หรือว่าร้อนเงิน แต่ก็ไม่น่าจะเป็นไปได้ รามิลครุ่นคิดพลางเคาะนิ้วเป็นจังหวะอย่างที่ชอบทำ

"ใช่ครับ ไม่ผิดกฎหมาย แต่ก็... ไม่ค่อยมีใครทำเท่าไหร่ โดยเฉพาะคนที่มีโปรไฟล์เป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยแบบนี้ มันเลยดู... ไม่ค่อยเข้ากันเท่าไหร่ สารวัตรไม่คิดแบบนี้เหรอครับ" กานต์แสดงความเห็นซึ่งตรงกับรามิลเช่นกัน
Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • รักนี้ผีข่วยผลัก!!   บทที่ 90

    เรื่องราวเริ่มต้นจากความไว้ใจและสุดท้ายก็จบที่คำว่าไว้ใจ...หากจะเล่าเรื่องนี้ก็คงต้องย้อนกลับไปสมัยที่พ่อของเขายังเด็ก...ซึ่งพ่อของเขาก็เป็นเด็กถูกทอดทิ้งและเติบโตมาในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าแห่งหนึ่งในอดีต สถานที่ซึ่งชายคนนี้ได้เข้ามามีบทบาทเป็นทั้งเพื่อนและพี่ชาย ความสนิทและความผูกพันนี้ขอ

  • รักนี้ผีข่วยผลัก!!   บทที่ 89

    ย้อนกลับไปในคืนจู่โจมบนดาดฟ้าเรือยอชต์ปลายฟ้า "คิดว่าจะหนีไปง่าย ๆ เหรอ เมฆา!" รามิลตะโกนขึ้น "อย่างน้อย...มึงก็ต้องอยู่คุยกับกูก่อน!" เมฆาที่ยืนอยู่บนราวกันตกหันกลับมามองภาพความโกลาหลเบื้องหลัง...ไม่ว่าจะตำรวจที่กำลังคุมเชิง แสงไฟวับวาบจากเรือที่ล้อมอยู่ และเสียงคลื่นลมที่บ้าคลั่ง...เขา

  • รักนี้ผีข่วยผลัก!!   บทที่ 88

    นับตั้งแต่วันที่อริสาฟื้นคืนสติราวปาฏิหาริย์...โลกที่เคยหม่นหมองของวาโยก็ค่อย ๆ ถูกเยียวยา ชายหนุ่มรู้สึกว่าความสุขของตนเองได้กลับคืนมาแล้วอย่างแท้จริงและดูเหมือนว่าจะมากขึ้นเมื่อมีใครอีกคนเข้ามาในชีวิต ภายในเย็นวันหนึ่ง กลางสวนสวยในบ้านของอัยยา...อริสาซึ่งตอนนี้อาการดีขึ้นมากจนสามารถออก

  • รักนี้ผีข่วยผลัก!!   บทที่ 87

    หลายสัปดาห์ผ่านไปหลังจากมรสุมลูกใหญ่พัดผ่าน...เรื่องราวของบ้านเบญจรงค์และโศกนาฏกรรมทั้งหมดก็ได้ถูกเปิดโปงสู่สังคม ซึ่งเรื่องนี้ได้สร้างแรงสั่นสะเทือนไปทั่วทุกวงการ และคดีความยังคงอยู่ในกระบวนการทางกฎหมาย แม้ว่าผู้กระทำผิดและผู้เกี่ยวข้องหลักจะไม่อยู่แล้วก็ตาม แต่สำหรับทีมเฉพาะกิจแล้ว ภาร

  • รักนี้ผีข่วยผลัก!!   บทที่ 86

    อัยยาลืมตาขึ้น ใบหน้าของเธออาบไปด้วยน้ำตา เธอหันไปมองทุกคนด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวด "พวกเขา...พวกเขาถูกขังไว้ที่นี่ค่ะ...ในภาพวาดพวกนี้" เธอพูดเสียงสั่น "เมฆา...เขาน่าจะให้อาจารย์คนนั้นใช้มนต์ดำผนึกวิญญาณของเด็ก ๆ ทุกคนไว้กับภาพวาดแห่งความทรงจำเหล่านี้...พวกเขาต้องการให้เราช่วยปล

  • รักนี้ผีข่วยผลัก!!   บทที่ 85

    ในเวลานี้พิพิธภัณฑ์สายลมแห่งอิสระที่เคยดูสว่างและเต็มไปด้วยแรงบันดาลใจ ได้ถูกปิดลงชั่วคราวและตกอยู่ในความเงียบภายใต้การดูแลของเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยที่ทีมเฉพาะกิจทั้งสี่คนกำลังเดินอยู่ท่ามกลางผลงานศิลปะที่บัดนี้ดูหม่นหมองลงไปถนัดตา พวกเขาตรงไปยังห้องทำงานส่วนตัวของเมฆาบนชั้นบนสุด มันเป็นห้

  • รักนี้ผีข่วยผลัก!!   บทที่ 66

    วรัทเบิกตากว้าง... (โป๊ะเชะ! แผนการหาตารางสอนของอาจารย์ได้ผล! ในที่สุดภูเขาน้ำแข็งก็เคลื่อนตัว! เรื่องนี้ต้องขยาย!) เขาคิดในใจอย่างลิงโลดโดยที่ไม่รู้ว่าตัวเองเข้าใจผิดมาตั้งแต่ต้น...ก่อนจะรีบปรับสีหน้าให้เป็นปกติแล้วตบบ่าเพื่อน "มึง...เรื่องนี้มึงอย่าเพิ่งไปบอกใครนะเว้ย...กูขอส

  • รักนี้ผีข่วยผลัก!!   บทที่ 58

    หลังจากรามิลได้รับข้อมูลจากเพื่อน...เจ้าตัวก็นิ่งเงียบไปครู่หนึ่งเพื่อประมวลผลในข้อสันนิษฐานของตน "ขอบใจมากไอ้หมอ...ข้อมูลของมึงทำให้ทุกอย่างชัดเจนขึ้น...และมันก็ยิ่งทำให้เรื่องน่ากลัวขึ้นเหมือนกัน" เขากล่าวก่อนจะมองไปยังไวท์บอร์ดที่มีรายชื่อคณะกรรมการบ้านเบญจรงค์ติดอยู่ "ไอ้หมอ...เรื่อง

  • รักนี้ผีข่วยผลัก!!   บทที่ 46

    เช้าวันรุ่งขึ้น...หลังจากที่รามิลได้เบาะแสชิ้นสำคัญมาจากชายขี้เมา บรรยากาศในห้องทำงานของเขาก็เต็มไปด้วยความกระตือรือร้นและความหวังอีกครั้ง เพราะสารวัตรหนุ่มมีความมั่นใจเป็นอย่างมากว่าชื่อ บ้านปัญจรงค์คือกุญแจที่จะไขปริศนาทั้งหมด "ว่าไงกานต์ ได้เรื่องบ้านปัญจรงค์มารึยัง?" รามิ

  • รักนี้ผีข่วยผลัก!!   บทที่ 33

    ณัฐฌามองใบหน้าซีดเผือดของเพื่อนสนิท เธอสูดลมหายใจเข้าลึก สัญชาตญาณนักข่าวและความมุ่งมั่นที่จะหาความยุติธรรมให้เหยื่อทำให้เธอตั้งสติได้ก่อน "อัยย์... ฟังฉันนะ" เธอกล่าวด้วยท่าทางจริงจัง "ข้อมูลที่แกเห็นเมื่อกี้... มันคือทุกอย่าง คือกุญแจสำคัญของคดีนี้" "แต่เราจะเอาไปบอกตำรวจได

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status