LOGINเจียงอวิ๋นซีไม่ลังเลเลยสักนิด “ก็ต้องช่วยคุณอยู่แล้วค่ะ!”“จริงเหรอ?” ฉินสือวั่งยกมุมปากขึ้น “เมื่อครู่เห็นคุณนั่งเหม่ออยู่ในรถ ผมนึกว่าคุณเป็นห่วงว่าฟู่เยี่ยนโจวจะโดนผมซัดเสียอีก”“ฉันไม่ได้เป็นห่วงเขาหรอกค่ะ แค่นึกถึงเรื่องเก่าๆ ขึ้นมาน่ะ”เจียงอวิ๋นซีเบนหน้าไปทางหน้าต่างรถ แววตาเหม่อลอยไปชั่วครู่การที่ฟู่เยี่ยนโจวสั่งให้เธอขอโทษอันซีในวันนี้ ทำให้เธอหวนนึกถึงช่วงเวลาที่เคยอยู่เคียงข้างเขามีครั้งหนึ่งลูกค้าคนหนึ่งคิดไม่ซื่อกับเธอ พยายามมอมเหล้าเธอไม่หยุด พอเธอไม่ยอมดื่ม ลูกค้าคนนั้นก็โมโหจนฟิวส์ขาด สาดเหล้าทั้งแก้วรดหัวเธอทันที พร้อมด่าทอว่าเธอไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงตอนนั้นฟู่เยี่ยนโจวก็อยู่ในเหตุการณ์ด้วยเขาสั่งให้คนขอโทษโดยสั่งให้เธอเป็นฝ่ายขอโทษลูกค้าตอนนั้นเธอต้องสะกดกลั้นความน้อยเนื้อต่ำใจไว้ แล้วเอ่ยคำขอโทษออกไปเบาๆพอกลับมา เธออดไม่ได้ที่จะพูดถึงเรื่องนี้ขึ้นมาฟู่เยี่ยนโจวกลับพูดจาปัดความรับผิดชอบหน้าตาเฉย “ฉันก็นั่งอยู่ข้างๆ เขาจะทำอะไรเธอได้จริงๆ งั้นเหรอ? อวิ๋นซี เธอน่ะรู้ความมาตลอด ลูกค้ารายนี้สำคัญกับเรามาก ล่วงเกินไม่ได้นะ”ทว่าตอนนี้แค่เธอปาเค้กใส่หัวอั
เจียงอวิ๋นซีแทบรักษาสีหน้าไว้ไม่อยู่หลังจากทั้งสองคนเดินออกมาไกลแล้ว เธอก็อดไม่ได้ที่จะพูดกระซิบ “ประธานฉิน ทำไมคุณไม่ปฏิเสธล่ะคะ?”“เธอกำลังโหยหาความรักที่สวยงามอยู่นี่นา ผมจะทำลายจินตนาการของเธอลงได้ยังไง”“ต่อจากนี้...คุณอย่าล้อเล่นแบบนี้อีกเลยนะคะ”ได้ยินแบบนั้น รอยยิ้มของฉินสือวั่งก็จางลง“ได้”เจียงอวิ๋นซีก้มหน้าอยู่ จึงไม่ทันสังเกตเห็นว่าความกดอากาศรอบตัวชายหนุ่มต่ำลงเธอเดินเข้าไปในห้องตรวจ พอตรวจเสร็จตามขั้นตอนทุกอย่างก็เป็นไปตามคาด คือเธอไม่เป็นอะไรเลยจากนั้นก็ไปตรวจแผนกอื่นๆ ต่อผลก็ออกมาปกติดีทุกอย่าง ไม่มีปัญหาอะไรตอนที่เธอออกมา ฉินสือวั่งกำลังพิงกำแพงดูใบตรวจร่างกายของเธอทีละใบปอยผมระหน้าผากทำให้ใบหน้าหล่อเหลานั้น ดูมีความเศร้าสร้อยบางอย่างคนรอบข้างจำนวนไม่น้อยต่างพากันแอบมองเขาเจียงอวิ๋นซีเดินเข้าไป “ประธานฉิน เห็นไหมคะ ฉันบอกแล้วว่าฉันไม่เป็นอะไร”“อืม แข็งแรงดี อายุยืนเป็นร้อยปีแน่นอน”ฉินสือวั่งเก็บใบตรวจให้เธอ “ไปเถอะ”เจียงอวิ๋นซีเดินตามหลังเขาทั้งคู่เดินไปได้ไม่กี่ก้าวก็เห็นชายหญิงคู่หนึ่งเดินตรงเข้ามาฟู่เยี่ยนโจวขมวดคิ้วแน่น ท่าทางดูเจ็บป
เธอกำลังจะเดินออกมา พอดีกับที่ฉินสือวั่งผลักประตูเข้ามาเขาสวมชุดสูทสั่งตัดสีดำสนิท ไม่ผูกเนคไท กางเกงสแล็คสีเดียวกันเน้นให้เห็นเรียวขายาวดูสมบูรณ์แบบ ท่าทางเย็นชาแฝงไปด้วยความรู้สึกสบายๆ“ประธานฉิน”เจียงอวิ๋นซีคลี่ยิ้ม “ฉันเอาอาหารเช้ามาให้คุณแล้วค่ะ”ฉินสือวั่งเดินเข้ามาใกล้พอเห็นโจ๊กกุ้งที่แพ็คมาอย่างดีบนโต๊ะ เขาก็ทำเสียงจิ๊ในลำคอ“ผู้ช่วยพิเศษเจียงทำโจ๊กได้ประณีตจริงๆ เหมือนซื้อมาจากร้านที่ชั้นล่างตึกเป๊ะเลย บังเอิญจังนะ ทั้งหีบห่อ ทั้งโลโก้บนถุงเหมือนกันทุกอย่าง”“…”เจียงอวิ๋นซีอธิบายว่า “เดิมตั้งใจจะทำมาให้คุณค่ะ แต่เช้านี้เกิดเหตุขัดข้อง โจ๊กหกหมดเลยต้องซื้อมาแทน พรุ่งนี้ฉันจะทำให้คุณทานเองค่ะ”“คุณเป็นอะไรไหม?”“หา?”เจียงอวิ๋นซีถึงได้รู้ตัวว่าเขาเป็นห่วง “ฉันไม่เป็นไรค่ะ แค่โดนรถเฉี่ยว แต่ไม่ได้ชนตัวฉัน กระติกเก็บความร้อนเลยตกพื้นไปเท่านั้นเอง”ของที่เพิ่งซื้อใหม่แท้ๆ น่าเสียดายชะมัดฉินสือวั่งจ้องเธออยู่ครู่หนึ่ง แล้วหันหลังกลับ “ไป”เจียงอวิ๋นซีเดินตามหลังเขา“ไปไหนคะ ประธานฉิน พบลูกค้าเหรอคะ?”ฉินสือวั่งไม่ตอบจนกระทั่งเจียงอวิ๋นซีขึ้นรถไปกับเขา ฉินสือวั
เช้าวันถัดมา เจียงอวิ๋นซีตื่นแต่เช้าตรู่เพื่อเริ่มจัดเตรียมอาหารเช้าในตู้เย็นมีผักสดที่เธอเพิ่งซื้อมาเก็บไว้จำนวนไม่น้อย รวมถึงเนื้อหมูไร้มันชั้นดีด้วยเธอเตรียมวัตถุดิบจนพร้อม แล้วลงมือต้มโจ๊กหมูสับหม้อหนึ่ง หลังจากตักใส่กระติกเก็บความร้อนอย่างประณีตระมัดระวัง แล้วก็เดินทางไปบริษัททันทีที่มาถึงแถวบริษัทและกำลังจะเดินข้ามถนน จู่ๆ ก็มีรถแลนด์โรเวอร์คันหนึ่งพุ่งพรวดออกมาจากด้านข้าง แล้วแล่นเฉียดฉิวผ่านตัวเธอไปอย่างแรงเจียงอวิ๋นซีตกใจสะดุ้ง พลันก้าวถอยหลังไปก้าวหนึ่งตามสัญชาตญาณตัวเธอไม่ได้รับอันตรายอะไร ทว่ากระเป๋าในมือกลับกระแทกเข้ากับรถแลนด์โรเวอร์จนหลุดปลิวลอยไป ส่งผลให้โจ๊กในกระติกเก็บความร้อนหกเลอะเทอะกระจายเต็มพื้นรถแลนด์โรเวอร์เบรกกะทันหัน จากนั้นคนขับก็เลื่อนกระจกหน้าต่างรถลง แล้วหยิบเงินปึกหนึ่งโยนลงบนพื้น“พวกเรากำลังรีบ นี่เงินที่คุณชายของเราให้คุณ ถือว่าเป็นค่าชดเชยก็แล้วกัน!”เจียงอวิ๋นซีเดินเข้าไปหาช้าๆ ก้มลงเก็บเงินที่ตกอยู่บนพื้นขึ้นมา ก่อนจะเดินตรงไปที่หน้ารถแลนด์โรเวอร์คันนั้นคนขับรถกำลังจะเหยียบคันเร่งออกไป ทว่าทันใดนั้นเจียงอวิ๋นซีก็ยกมือขึ้น แล้วฟาดเงิ
ฟู่ม่านปิดประตูรถเสียงดังปัง รถมายบัคแล่นจากไปอย่างรวดเร็วอันซียืนนิ่งอยู่ริมถนนอยู่นานโดยไม่ขยับไม่ไกลกันนัก เฉิงเจี่ยนที่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดก็เกิดความรู้สึกสงสารขึ้นมา“นิสัยของม่านม่านนี่มันทำร้ายจิตใจคนเกินไปหน่อยนะ ดูๆ ไปอันซีก็น่าสงสารอยู่เหมือนกัน เดี๋ยวผมไปส่งเธอเองดีกว่า”เฉิงเย่คว้าตัวเขาไว้“อย่าไปยุ่งกับหล่อนเชียว”“เป็นอะไรไปครับพี่ ปกติพี่เป็นสุภาพบุรุษจะตายไม่ใช่เหรอ?”เฉิงเย่หรี่ตาลงเล็กน้อย “อันซีไม่ต้องการให้คนอย่างนายช่วยหรอก ยัยนั่นไม่ใช่คนใสซื่ออย่างที่นายคิดหรอกนะ”“พี่รู้ได้ยังไง?”“ฉันมองคนขาดน่ะสิ อย่างตอนที่ฉันมองปราดเดียวก็รู้เลยว่านายมันไอ้ทึ่มไง แม่นสุดๆ ไปเลยใช่ไหมล่ะ?”“…”ทำไมจู่ๆ ถึงด่ากันซะงั้นล่ะ?…ฟู่ม่านพาร่างของฟู่เยี่ยนโจวมาส่งที่วิลล่าของเขา หลังจากกำชับป้าจางให้คอยดูแลเขาเป็นอย่างดีแล้ว เธอก็เดินทางกลับฟู่เยี่ยนโจวนอนฟุบบนเตียง มองวิลล่าอันเงียบเหงาอ้างว้าง ในใจพลันรู้สึกว่างเปล่าเหมือนมีบางอย่างขาดหายไปเขาอาศัยฤทธิ์เหล้าล้วงโทรศัพท์มือถือออกมา แล้วกดโทรออกไปยังเบอร์หนึ่งภายในอพาร์ตเมนต์เจียงอวิ๋นซีเพิ่งเตรียมตัวจะพักผ่อ
ฟู่ม่านกลอกตาใส่เขาไปทีหนึ่ง“ยุ่งน่า”“ฉันน่ะพูดในฐานะผู้เสียหาย ขอเตือนสติเธอไว้คำหนึ่ง ฉินสือวั่งอันตรายยิ่งกว่าพี่โจวเสียอีก เธออย่าคิดจะเข้าไปใกล้เขาได้ง่ายๆ เชียว”“ขอแค่เขาไม่ได้ตาบอดเหมือนพี่ชายฉันก็พอแล้ว”ฟู่ม่านตวัดสายตามองอันซีที่อยู่ไม่ไกลนัก ความโกรธก็พุ่งพล่านขึ้นมาอีกครั้ง“ไม่เข้าใจพี่เลยจริงๆ เพื่อนสนิทฉันอย่างหลินมู่หย่าดีกว่ายัยผู้หญิงคนนี้ตั้งเยอะ แต่เขากลับไม่ยอมตกลง”“หลินมู่หย่าน่ะเหรอ?”เฉิงเจี่ยนขมวดคิ้วมุ่น “พอเถอะน่า คราวก่อนตอนไปงานเลี้ยง หล่อนยังพูดจาเหน็บแนมประชดประชันใส่เจียงอวิ๋นซีอยู่เลย ฉันล่ะไม่ชอบยัยนั่นเอาซะเลย”“หุบปากไปเลยนะ เธอชอบพี่ชายฉัน พอเห็นว่ามีผู้หญิงอื่นอยู่ข้างกายพี่ชายฉันแล้วจะรู้สึกไม่พอใจ มันก็เป็นเรื่องธรรมดาไม่ใช่หรือไง ผู้ชายอย่างพวกนายจะไปเข้าใจอะไร!”เฉิงเจี่ยนยักไหล่แล้วหุบปากเอาเถอะ เขาไม่เข้าใจก็แล้วกันแต่เขามีสามัญสำนึกปกติ แยกแยะดีชั่วออกก็พอหลังจากคุยกับเฉิงเย่ ฟู่เยี่ยนโจวก็แทบไม่ได้พูดอะไรอีกเลย เขาไม่สนใจอันซีที่นั่งอยู่มุมห้อง เอาแต่ดื่มเหล้าแก้วแล้วแก้วเล่าจนกระทั่งงานเลิก เขาก็เมามายจนแทบไม่ได้สติแล้







