Share

บทที่ 3

Author: อาอู้
เจียงอวิ๋นซีเดินออกมาจากตึกฟู่ซื่อ

เธอไม่เคยเลิกงานก่อนเวลาเลยสักครั้ง ประกอบกับตอนนี้ยังเช้าเกินไป จนไม่รู้ว่าตนเองควรจะไปอยู่ที่ไหนดี

สุดท้ายเธอก็เลือกที่จะเดินไปยังร้านกาแฟส่วนตัวร้านประจำซึ่งตั้งอยู่ข้างๆ

เมล็ดกาแฟที่ใช้ในร้านแห่งนี้ล้วนถูกขนส่งทางอากาศมาจากประเทศบราซิล มีกลิ่นหอมกรุ่นเข้มข้นช่วยให้สดชื่นตื่นตัว ช่างถูกปากเธอเป็นอย่างยิ่ง

เจ้าของร้านจำเธอได้จึงลงมือชงลาเต้บดมือมาเสิร์ฟให้เธอด้วยตัวเอง “วันนี้แฟนไม่ได้มาด้วยเหรอครับ?”

แฟน?

ฟู่เยี่ยนโจวน่ะเหรอ?

เมื่อก่อนพวกเขามักจะมาที่นี่ด้วยกันบ่อยครั้งจริงๆ นั่นแหละ

เจียงอวิ๋นซีเผยยิ้มบาง “เขามาไม่ได้อีกแล้วล่ะค่ะ”

“เลิกกันแล้วเหรอครับ?”

“เขาตายแล้วค่ะ”

“…”

เจียงอวิ๋นซีนั่งลงบนเก้าอี้หวาย ใช้ช้อนคนลาเต้อย่างเชื่องช้า ในขณะที่กำลังจะยกขึ้นมา โทรศัพท์มือถือกลับแผดเสียงดังขึ้นมาเสียก่อน

“เบบี๋ ฉันโทรหาเธอตั้งหลายสายแล้วนะ ทำไมถึงไม่ยอมรับสายเลยล่ะ?”

เป็นเซี่ยเชียนหลาน

เมืองเอสใหญ่โตถึงขนาดนี้ แต่เธอกลับมีเซี่ยเชียนหลานเพียงคนเดียวเท่านั้นที่เป็นเพื่อนแท้

น้ำเสียงของเจียงอวิ๋นซีอ่อนโยนลงมากทีเดียว

“ฉันติดธุระน่ะ เลยไม่ได้ทันสังเกต”

“ธุระอะไรกัน หรือว่าไอ้ผู้ชายเฮงซวยฟู่เยี่ยนโจวนั่นกดขี่เธออีกแล้ว? ลำพังแค่ต้องสะสางเรื่องงานในบริษัทให้เขาก็แย่พอแล้ว นี่ยังต้องไปคอยดูแลปรนนิบัติชีวิตความเป็นอยู่ส่วนตัวให้อีก หน้าเลือดกว่าเศรษฐีขูดรีดแรงงานในตำนานก็ไอ้หมอนี่แหละ”

หลายปีมานี้เซี่ยเชียนหลานเป็นพยานรับรู้ถึงความรักอันทุ่มเทข้างเดียวอย่างบ้าบิ่นที่เธอมีให้ฟู่เยี่ยนโจวมาโดยตลอด จึงมักจะคอยบ่นใส่หูเธออยู่บ่อยๆ ว่าฟู่เยี่ยนโจวเป็นผู้ชายเฮงซวย เพราะถ้าไม่ใช่คนพรรค์นั้นจริง ป่านนี้คงชัดเจนเรื่องสถานะและแต่งงานรับเธอเข้าบ้านไปตั้งนานแล้ว

เมื่อก่อนเจียงอวิ๋นซีคิดว่าอีกฝ่ายปากร้าย ทว่ายามนี้กลับรู้สึกว่าเธอมองคนได้เฉียบขาดแม่นยำจริงๆ

“วางใจเถอะ ต่อไปนี้ฉันไม่ต้องโดนเขากดขี่อีกแล้วล่ะ”

“อะไรนะ ในที่สุดไอ้สารเลวฟู่นั่นก็ยอมให้สถานะเธอแล้วเหรอ? เธอกำลังจะได้แต่งเข้าตระกูลไฮโซแล้วใช่ไหมเนี่ย?! เบบี๋ ฉันจะยื่นใบลาออกเดี๋ยวนี้เลยนะ เธอต้องเลี้ยงดูฉันไปชั่วชีวิตเลยนะ!”

เซี่ยเชียนหลานดีใจออกนอกหน้าเสียจนดูราวกับว่า ตัวเองเป็นฝ่ายที่จะได้แต่งงานเข้าตระกูลร่ำรวยก็ไม่ปาน

เจียงอวิ๋นซีนวดคลึงหว่างคิ้ว “ฟู่เยี่ยนโจวมีแฟนแล้ว ขืนฉันยังทนอยู่ข้างกายเขาต่อไป ก็เท่ากับหาเรื่องให้ตัวเองโดนดูถูกเหยียดหยามเสียเปล่าๆ”

เซี่ยเชียนหลานเริ่มส่งเสียงหวีดร้องโวยวายทันที

“แฟนอะไรกัน? ก็เธอไม่ใช่เหรอที่เป็นแฟนเขามาตลอดน่ะ?! นี่เธอหมายความว่าไอ้สารเลวฟู่นั่นแอบไปมีคนอื่นแล้วเฉดหัวเธอทิ้งอย่างนั้นเหรอ?!”

“ถ้าอย่างนั้นตอนนี้เธอไม่เสียใจแย่เลยเหรอ?!”

“เบบี๋ เธออยู่ที่ไหน ฉันจะรีบไปรับเธอเดี๋ยวนี้แหละ!”

เจียงอวิ๋นซีเอ่ยถามกลับไป

“เธอกำลังทำงานอยู่ไม่ใช่เหรอ?”

“งานเฮงซวยนี่จะไปสำคัญเท่าเธอได้ยังไงล่ะ แน่จริงก็ให้ไอ้บอสเฮงซวยนั่นไล่ฉันออกเลยสิ เธอส่งที่อยู่มาให้ฉันเลยนะ!”

เจียงอวิ๋นซีจึงยอมเอ่ยปากบอกพิกัดสถานที่ไป

พูดตามตรง เธอก็รู้สึกว่ายามนี้ตัวเองต้องการใครสักคนมาอยู่เป็นเพื่อนจริงๆ

หลังจากนั่งรออยู่เกือบชั่วโมง ข้อความจากเซี่ยเชียนหลานก็ส่งเข้ามา

[เบบี๋ เจอเข้ากับรถติดนิดหน่อยน่ะ แต่ฉันใกล้จะถึงแล้ว อีกห้านาทีนะ รอฉันก่อนน้า~]

เจียงอวิ๋นซีลุกขึ้นยืน แล้วก้าวเดินออกไปยืนรอที่ด้านนอกร้านกาแฟ

เธอเกรงว่าด้วยนิสัยใจร้อนเป็นไฟของเซี่ยเชียนหลาน ทันทีที่มาถึงร้านกาแฟอาจจะเปิดฉากด่าทอสาดเสียเทเสียขึ้นมาทันที

ลำพังคนโลกส่วนตัวสูงอย่างเธอก็คงรับมือกับสถานการณ์แบบนั้นไม่ไหวแน่

ด้านนอกมีฝนปรอยลงมาตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่อาจทราบ ชุดเดรสที่เจียงอวิ๋นซีสวมใส่เป็นชุดที่แวะซื้อแก้ขัดจากห้างสรรพสินค้าเมื่อเช้านี้ ชายกระโปรงสีฟ้าอ่อนยาวลงมาถึงครึ่งน่อง พอดิบพอดีที่จะช่วยปกปิดรอยเขียวช้ำบนเรียวขาเอาไว้ได้

หยาดฝนในต้นฤดูใบไม้ร่วงหอบเอาความเย็นเยียบมาด้วยเล็กน้อย เธอจึงยกมือขึ้นกอดอก พลางขยับกายหลบเข้าด้านในอีกนิด

ท่ามกลางม่านฝนอันเงียบสงัด มีรถแล่นผ่านไปเพียงนานๆ ครั้ง

หญิงสาวสวมชุดเดรสสีฟ้าเบาบาง ดูราวกับดอกไอริสที่กำลังเบ่งบานอย่างสงบเงียบอยู่ริมถนน

ภาพเหตุการณ์ทั้งหมดนี้ ตกอยู่ในสายตาของชายหนุ่มในห้องรับรองพิเศษของภัตตาคารฝั่งตรงข้ามอย่างครบถ้วน

ฉินสือวั่งในชุดสูทสีดำสนิท ยืนล้วงกระเป๋ากางเกงอยู่ริมหน้าต่างบนชั้นหก พลางทอดสายตาคมลึกมองลงไปยังเบื้องล่าง

ส่วนมืออีกข้างที่เห็นข้อกระดูกเด่นชัด กำลังแกว่งแก้วไวน์แดงในมือไปมาเบาๆ

เถ้าแก่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่นั่งอยู่ด้านข้างเอ่ยถามอย่างประจบเอาใจ “คุณชายรองฉินทำไมถึงไม่ทานต่อล่ะครับ อาหารไม่ถูกปากเหรอ?”

“แค่อยากย่อยอาหารน่ะ”

น้ำเสียงเรียบเรื่อย ไม่อาจจับกระแสอารมณ์ใดๆ ได้

เถ้าแก่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ครุ่นคิดครู่หนึ่ง ก่อนจะส่งสัญญาณให้สาวสวยสวมชุดกี่เพ้าที่กำลังดีดผีผาร้องเพลงอยู่ด้านข้าง

สาวสวยเข้าใจความหมาย ลุกขึ้นเดินไปข้างกายฉินสือวั่ง น้ำเสียงแฝงความอ่อนหวานนุ่มนวลอันเป็นเอกลักษณ์ของเจียงหนาน

“คุณชายรองฉิน ยังอยากฟังเพลงต่อไหมคะ?”

“ดูวิวเสร็จแล้วค่อยฟัง”

สาวสวยกระเง้ากระงอด “ข้างนอกนั่นมีวิวอะไรให้ดูซะที่ไหนล่ะคะ? อีกอย่าง...คุณชายรองคะ วิวพวกนั้นจะสวยสู้ฉันได้เหรอ?”

ฉินสือวั่งหันหน้ามา พลางตวัดสายตามองมา

ดวงตาของเขาเรียวยาว หางตาเชิดขึ้นเล็กน้อย ไฝหยาดน้ำตาเม็ดหนึ่งแต้มอยู่ตรงหางตา ยิ่งขับให้ใบหน้าหล่อเหลาคมคายแฝงความถือตัวของเขานั้น ดูมีเสน่ห์ดึงดูดใจจนน่าหลงใหล

เมื่อถูกจับจ้องด้วยสายตาเช่นนี้ ยากนักที่จะไม่หวั่นไหว

“อืม สวยสู้เธอไม่ได้จริงๆ นั่นแหละ”

ฉินสือวั่งแหงนหน้าขึ้นกระดกไวน์แดงในมือรวดเดียวจนหมด ลูกกระเดือกอันเซ็กซี่กลิ้งขยับขึ้นลง

พอได้รับคำชม หญิงงามก็พลันใจเต้นรัวเร็วขึ้นมาทันที

เถ้าแก่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เองก็เบิกบานใจจนเนื้อเต้น

ฉินสือวั่งมีชื่อเสียงภายนอกที่ไม่ค่อยดีนัก ภายใต้เปลือกนอกที่หล่อเหลาสะท้านฟ้าสะเทือนดินนั้น กลับเป็นคนบ้าคลั่งอย่างเต็มขั้น

อารมณ์แปรปรวนเอาแน่เอานอนไม่ได้ ทั้งยังโหดเหี้ยมไร้ความปรานี และเข้าหาได้ยากยิ่ง

แต่ใครใช้ให้เขาเป็นผู้กุมอำนาจสูงสุดของตระกูลฉินกันเล่า

เดิมทีเมืองเอสเป็นเขตอิทธิพลของตระกูลฟู่ โดยมีตระกูลฉินไล่ตามมาติดๆ แต่ใครจะไปรู้ว่าจู่ๆ จะมีลูกนอกสมรสอย่างฉินสือวั่งโผล่พรวดขึ้นมากลางคัน ต่างจากการบ่มเพาะทายาทของตระกูลทั่วไป เขาเป็นพวกนอกขนบ

ภูมิหลังของฉินสือวั่งไม่สู้จะขาวสะอาดนัก หลังจากเข้าควบคุมตระกูลฉิน เขาก็กวาดเรียบทั้งบนดินและใต้ดิน จนถึงขั้นไล่บี้ตระกูลฟู่ได้อย่างน่าเหลือเชื่อ และในช่วงไม่กี่ปีมานี้ เขาก็เหยียบฟู่ซื่อกรุ๊ปลงไปได้อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด

แม้ตอนนี้จะสวมชุดสูทดูแต่งกายภูมิฐานเป็นผู้ดี ทว่าเนื้อแท้ส่วนลึกกลับไม่ใช่คนที่ยอมใครง่ายๆ เลยสักนิด

วันนี้กว่าจะนัดตัวคนออกมาได้นั้นไม่ใช่เรื่องง่าย เมื่อเถ้าแก่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เห็นว่าเขายังอารมณ์ดีอยู่ จึงไหลตามน้ำทันที

“เสี่ยวเสี่ยวเป็นคนที่ร้องเพลงได้ดีที่สุดในที่นี่ของเรา หากคุณชายรองฉินชอบ ด้านบนมีห้องส่วนตัว พวกคุณ...”

ไม่ทันรอให้เขาพูดจบ ฉินสือวั่งก็หันกลับมา วางแก้วไวน์แดงลงบนโต๊ะพลางส่งเสียงเดาะลิ้นอย่างขัดใจ

“ผมดูตัณหากลับขนาดนั้นเลยรึไง?”

รอยยิ้มของเถ้าแก่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์แข็งค้าง ไม่เข้าใจว่าทำไมจู่ๆ เขาถึงเปลี่ยนสีหน้า

“คุณชายรองฉินล้อเล่นแล้ว ผมไม่ได้หมายความอย่างนั้นครับ”

ฉินสือวั่งยกยิ้มมุมปาก นิ้วมือเรียวยาวผลักเอวบางของสาวสวยเบาๆ ด้วยน้ำหนักพอดีๆ

สาวสวยเซไปข้างหน้าไม่กี่ก้าว ล้มลงไปนั่งในอ้อมอกของเถ้าแก่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์พอดี

ฉินสือวั่งหันหลังกลับแล้ว เดินมุ่งหน้าไปทางประตู

“คราวหน้าคุยธุระก็หัดซื่อตรงหน่อย อย่าทำตัวเหมือนพวกแมงดา”

ร้านกาแฟตั้งอยู่ในย่านใจกลางธุรกิจ รถแท็กซี่ทั่วไปไม่ได้รับอนุญาตให้เข้ามา

เจียงอวิ๋นซีรออยู่พักหนึ่ง ในที่สุดก็เห็นเซี่ยเชียนหลานวิ่งเหยาะๆ เข้ามา

“ซีเป่า...”

พอเซี่ยเชียนหลานเห็นเธอ ก็โผเข้าใส่และกอดเธอไว้พลางร้องไห้โฮออกมา

เจียงอวิ๋นซีมึนงงอยู่บ้าง เมื่อเห็นคนในร้านกาแฟที่มองผ่านกระจกส่งสายตาแปลกๆ มา เจียงอวิ๋นซีก็พลันนึกเสียใจเล็กน้อยที่ปล่อยให้ยัยคนนี้มาเสียแล้ว

เธอตบหลังของเซี่ยเชียนหลานเบาๆ

“เอาล่ะ ไม่เป็นไรแล้วนะ ไม่เป็นไรแล้ว...”

“ไอ้สารเลวฟู่นั่นมันไม่ใช่คน สลัดเธอทิ้งยังไม่พอ นึกไม่ถึงว่าจะใช้กำลังกับเธอด้วย ฉันควรจะพกมีดมาด้วย ต่อให้สู้ไม่ได้ฉันก็ต้องแทงไตเขาทั้งสองข้างให้ได้!”

“แผลบนหน้าฉันไม่ใช่ฟู่เยี่ยนโจวเป็นคนทำร้ายหรอก...พวกเรากลับกันก่อนเถอะ”

เซี่ยเชียนหลานปาดน้ำตาหนึ่งที

“ได้สิ”

ทั้งสองคนกำลังเตรียมตัวฝ่าสายฝนออกไปเรียกรถ ทันใดนั้นก็เห็นผู้ชายหน้าตาดูสุภาพคนหนึ่งเดินเข้ามา พร้อมยื่นร่มให้พวกเธอคันหนึ่ง

“ฝนตกหนักขนาดนี้ อันนี้ให้พวกคุณครับ”

เจียงอวิ๋นซีระแวดระวังเล็กน้อย “คุณคือ?”

“เจ้านายของเราบังเอิญมีธุระแถวนี้พอดี เห็นพวกคุณผู้หญิงสองคนร้องไห้เสียใจขนาดนี้ เลยให้เอาร่มมาส่งให้ครับ”

ชายคนนั้นคล้ายจะกลัวพวกเธอเข้าใจผิดว่าเขามีเจตนาแอบแฝง จึงวางร่มลงแล้วก็เดินจากไป

เสียงแหบแห้งจากการร้องไห้ของเซี่ยเชียนหลานดังขึ้น

“ขอบคุณเจ้านายของคุณแทนพวกเราด้วยนะ คนดีขอให้สงบสุขชั่วชีวิต!”

จนกระทั่งเจียงอวิ๋นซีกับเซี่ยเชียนหลานกางร่มเดินจากไป ฉินสือวั่งจึงค่อยๆ ปิดกระจกรถที่เบาะหลังของรถเบนท์ลีย์ลง

หยางซิงอดไม่ได้ที่จะเอ่ยถาม

“ประธานฉิน คุณรู้จักพวกเธอเหรอครับ?”

“อืม คนที่ใส่เสื้อสีฟ้าคนนั้น”

หยางซิงนึกย้อนดูครู่หนึ่ง

สวยมากจริงๆ ตากลมโตดั่งผลแอปริคอต ผิวขาวราวกับหิมะ เป็นสาวสวยที่หาได้ยากทีเดียว

หรือจะเป็นความสัมพันธ์ชั่วข้ามคืนของเจ้านายจากที่ไหนกันนะ?

ไม่กล้าถามหรอก

แต่เรื่องซุบซิบนี้ยากที่จะได้เห็นสักหนึ่ง เขาจึงเสี่ยงตายเปิดปากถาม

“เคย...คบหากับคุณเหรอครับ?”

ดวงตาเจ้าเสน่ห์อันงดงามของฉินสือวั่งหรี่ลงเล็กน้อย นิ้วมือเรียวยาวราวกับหยกดึงเนกไทออกนิดหน่อย รอยยิ้มที่เผยออกมานั้นดูเกียจคร้านและเย่อหยิ่งชั่วร้าย

“ก็แค่ยัยเด็กอกตัญญูคนหนึ่งเท่านั้นแหละ”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • รักนี้สายไป คุณหนูเจียงไม่มีวันให้อภัย   บทที่ 30

    เจียงอวิ๋นซีไม่ลังเลเลยสักนิด “ก็ต้องช่วยคุณอยู่แล้วค่ะ!”“จริงเหรอ?” ฉินสือวั่งยกมุมปากขึ้น “เมื่อครู่เห็นคุณนั่งเหม่ออยู่ในรถ ผมนึกว่าคุณเป็นห่วงว่าฟู่เยี่ยนโจวจะโดนผมซัดเสียอีก”“ฉันไม่ได้เป็นห่วงเขาหรอกค่ะ แค่นึกถึงเรื่องเก่าๆ ขึ้นมาน่ะ”เจียงอวิ๋นซีเบนหน้าไปทางหน้าต่างรถ แววตาเหม่อลอยไปชั่วครู่การที่ฟู่เยี่ยนโจวสั่งให้เธอขอโทษอันซีในวันนี้ ทำให้เธอหวนนึกถึงช่วงเวลาที่เคยอยู่เคียงข้างเขามีครั้งหนึ่งลูกค้าคนหนึ่งคิดไม่ซื่อกับเธอ พยายามมอมเหล้าเธอไม่หยุด พอเธอไม่ยอมดื่ม ลูกค้าคนนั้นก็โมโหจนฟิวส์ขาด สาดเหล้าทั้งแก้วรดหัวเธอทันที พร้อมด่าทอว่าเธอไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงตอนนั้นฟู่เยี่ยนโจวก็อยู่ในเหตุการณ์ด้วยเขาสั่งให้คนขอโทษโดยสั่งให้เธอเป็นฝ่ายขอโทษลูกค้าตอนนั้นเธอต้องสะกดกลั้นความน้อยเนื้อต่ำใจไว้ แล้วเอ่ยคำขอโทษออกไปเบาๆพอกลับมา เธออดไม่ได้ที่จะพูดถึงเรื่องนี้ขึ้นมาฟู่เยี่ยนโจวกลับพูดจาปัดความรับผิดชอบหน้าตาเฉย “ฉันก็นั่งอยู่ข้างๆ เขาจะทำอะไรเธอได้จริงๆ งั้นเหรอ? อวิ๋นซี เธอน่ะรู้ความมาตลอด ลูกค้ารายนี้สำคัญกับเรามาก ล่วงเกินไม่ได้นะ”ทว่าตอนนี้แค่เธอปาเค้กใส่หัวอั

  • รักนี้สายไป คุณหนูเจียงไม่มีวันให้อภัย   บทที่ 29

    เจียงอวิ๋นซีแทบรักษาสีหน้าไว้ไม่อยู่หลังจากทั้งสองคนเดินออกมาไกลแล้ว เธอก็อดไม่ได้ที่จะพูดกระซิบ “ประธานฉิน ทำไมคุณไม่ปฏิเสธล่ะคะ?”“เธอกำลังโหยหาความรักที่สวยงามอยู่นี่นา ผมจะทำลายจินตนาการของเธอลงได้ยังไง”“ต่อจากนี้...คุณอย่าล้อเล่นแบบนี้อีกเลยนะคะ”ได้ยินแบบนั้น รอยยิ้มของฉินสือวั่งก็จางลง“ได้”เจียงอวิ๋นซีก้มหน้าอยู่ จึงไม่ทันสังเกตเห็นว่าความกดอากาศรอบตัวชายหนุ่มต่ำลงเธอเดินเข้าไปในห้องตรวจ พอตรวจเสร็จตามขั้นตอนทุกอย่างก็เป็นไปตามคาด คือเธอไม่เป็นอะไรเลยจากนั้นก็ไปตรวจแผนกอื่นๆ ต่อผลก็ออกมาปกติดีทุกอย่าง ไม่มีปัญหาอะไรตอนที่เธอออกมา ฉินสือวั่งกำลังพิงกำแพงดูใบตรวจร่างกายของเธอทีละใบปอยผมระหน้าผากทำให้ใบหน้าหล่อเหลานั้น ดูมีความเศร้าสร้อยบางอย่างคนรอบข้างจำนวนไม่น้อยต่างพากันแอบมองเขาเจียงอวิ๋นซีเดินเข้าไป “ประธานฉิน เห็นไหมคะ ฉันบอกแล้วว่าฉันไม่เป็นอะไร”“อืม แข็งแรงดี อายุยืนเป็นร้อยปีแน่นอน”ฉินสือวั่งเก็บใบตรวจให้เธอ “ไปเถอะ”เจียงอวิ๋นซีเดินตามหลังเขาทั้งคู่เดินไปได้ไม่กี่ก้าวก็เห็นชายหญิงคู่หนึ่งเดินตรงเข้ามาฟู่เยี่ยนโจวขมวดคิ้วแน่น ท่าทางดูเจ็บป

  • รักนี้สายไป คุณหนูเจียงไม่มีวันให้อภัย   บทที่ 28

    เธอกำลังจะเดินออกมา พอดีกับที่ฉินสือวั่งผลักประตูเข้ามาเขาสวมชุดสูทสั่งตัดสีดำสนิท ไม่ผูกเนคไท กางเกงสแล็คสีเดียวกันเน้นให้เห็นเรียวขายาวดูสมบูรณ์แบบ ท่าทางเย็นชาแฝงไปด้วยความรู้สึกสบายๆ“ประธานฉิน”เจียงอวิ๋นซีคลี่ยิ้ม “ฉันเอาอาหารเช้ามาให้คุณแล้วค่ะ”ฉินสือวั่งเดินเข้ามาใกล้พอเห็นโจ๊กกุ้งที่แพ็คมาอย่างดีบนโต๊ะ เขาก็ทำเสียงจิ๊ในลำคอ“ผู้ช่วยพิเศษเจียงทำโจ๊กได้ประณีตจริงๆ เหมือนซื้อมาจากร้านที่ชั้นล่างตึกเป๊ะเลย บังเอิญจังนะ ทั้งหีบห่อ ทั้งโลโก้บนถุงเหมือนกันทุกอย่าง”“…”เจียงอวิ๋นซีอธิบายว่า “เดิมตั้งใจจะทำมาให้คุณค่ะ แต่เช้านี้เกิดเหตุขัดข้อง โจ๊กหกหมดเลยต้องซื้อมาแทน พรุ่งนี้ฉันจะทำให้คุณทานเองค่ะ”“คุณเป็นอะไรไหม?”“หา?”เจียงอวิ๋นซีถึงได้รู้ตัวว่าเขาเป็นห่วง “ฉันไม่เป็นไรค่ะ แค่โดนรถเฉี่ยว แต่ไม่ได้ชนตัวฉัน กระติกเก็บความร้อนเลยตกพื้นไปเท่านั้นเอง”ของที่เพิ่งซื้อใหม่แท้ๆ น่าเสียดายชะมัดฉินสือวั่งจ้องเธออยู่ครู่หนึ่ง แล้วหันหลังกลับ “ไป”เจียงอวิ๋นซีเดินตามหลังเขา“ไปไหนคะ ประธานฉิน พบลูกค้าเหรอคะ?”ฉินสือวั่งไม่ตอบจนกระทั่งเจียงอวิ๋นซีขึ้นรถไปกับเขา ฉินสือวั

  • รักนี้สายไป คุณหนูเจียงไม่มีวันให้อภัย   บทที่ 27

    เช้าวันถัดมา เจียงอวิ๋นซีตื่นแต่เช้าตรู่เพื่อเริ่มจัดเตรียมอาหารเช้าในตู้เย็นมีผักสดที่เธอเพิ่งซื้อมาเก็บไว้จำนวนไม่น้อย รวมถึงเนื้อหมูไร้มันชั้นดีด้วยเธอเตรียมวัตถุดิบจนพร้อม แล้วลงมือต้มโจ๊กหมูสับหม้อหนึ่ง หลังจากตักใส่กระติกเก็บความร้อนอย่างประณีตระมัดระวัง แล้วก็เดินทางไปบริษัททันทีที่มาถึงแถวบริษัทและกำลังจะเดินข้ามถนน จู่ๆ ก็มีรถแลนด์โรเวอร์คันหนึ่งพุ่งพรวดออกมาจากด้านข้าง แล้วแล่นเฉียดฉิวผ่านตัวเธอไปอย่างแรงเจียงอวิ๋นซีตกใจสะดุ้ง พลันก้าวถอยหลังไปก้าวหนึ่งตามสัญชาตญาณตัวเธอไม่ได้รับอันตรายอะไร ทว่ากระเป๋าในมือกลับกระแทกเข้ากับรถแลนด์โรเวอร์จนหลุดปลิวลอยไป ส่งผลให้โจ๊กในกระติกเก็บความร้อนหกเลอะเทอะกระจายเต็มพื้นรถแลนด์โรเวอร์เบรกกะทันหัน จากนั้นคนขับก็เลื่อนกระจกหน้าต่างรถลง แล้วหยิบเงินปึกหนึ่งโยนลงบนพื้น“พวกเรากำลังรีบ นี่เงินที่คุณชายของเราให้คุณ ถือว่าเป็นค่าชดเชยก็แล้วกัน!”เจียงอวิ๋นซีเดินเข้าไปหาช้าๆ ก้มลงเก็บเงินที่ตกอยู่บนพื้นขึ้นมา ก่อนจะเดินตรงไปที่หน้ารถแลนด์โรเวอร์คันนั้นคนขับรถกำลังจะเหยียบคันเร่งออกไป ทว่าทันใดนั้นเจียงอวิ๋นซีก็ยกมือขึ้น แล้วฟาดเงิ

  • รักนี้สายไป คุณหนูเจียงไม่มีวันให้อภัย   บทที่ 26

    ฟู่ม่านปิดประตูรถเสียงดังปัง รถมายบัคแล่นจากไปอย่างรวดเร็วอันซียืนนิ่งอยู่ริมถนนอยู่นานโดยไม่ขยับไม่ไกลกันนัก เฉิงเจี่ยนที่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดก็เกิดความรู้สึกสงสารขึ้นมา“นิสัยของม่านม่านนี่มันทำร้ายจิตใจคนเกินไปหน่อยนะ ดูๆ ไปอันซีก็น่าสงสารอยู่เหมือนกัน เดี๋ยวผมไปส่งเธอเองดีกว่า”เฉิงเย่คว้าตัวเขาไว้“อย่าไปยุ่งกับหล่อนเชียว”“เป็นอะไรไปครับพี่ ปกติพี่เป็นสุภาพบุรุษจะตายไม่ใช่เหรอ?”เฉิงเย่หรี่ตาลงเล็กน้อย “อันซีไม่ต้องการให้คนอย่างนายช่วยหรอก ยัยนั่นไม่ใช่คนใสซื่ออย่างที่นายคิดหรอกนะ”“พี่รู้ได้ยังไง?”“ฉันมองคนขาดน่ะสิ อย่างตอนที่ฉันมองปราดเดียวก็รู้เลยว่านายมันไอ้ทึ่มไง แม่นสุดๆ ไปเลยใช่ไหมล่ะ?”“…”ทำไมจู่ๆ ถึงด่ากันซะงั้นล่ะ?…ฟู่ม่านพาร่างของฟู่เยี่ยนโจวมาส่งที่วิลล่าของเขา หลังจากกำชับป้าจางให้คอยดูแลเขาเป็นอย่างดีแล้ว เธอก็เดินทางกลับฟู่เยี่ยนโจวนอนฟุบบนเตียง มองวิลล่าอันเงียบเหงาอ้างว้าง ในใจพลันรู้สึกว่างเปล่าเหมือนมีบางอย่างขาดหายไปเขาอาศัยฤทธิ์เหล้าล้วงโทรศัพท์มือถือออกมา แล้วกดโทรออกไปยังเบอร์หนึ่งภายในอพาร์ตเมนต์เจียงอวิ๋นซีเพิ่งเตรียมตัวจะพักผ่อ

  • รักนี้สายไป คุณหนูเจียงไม่มีวันให้อภัย   บทที่ 25

    ฟู่ม่านกลอกตาใส่เขาไปทีหนึ่ง“ยุ่งน่า”“ฉันน่ะพูดในฐานะผู้เสียหาย ขอเตือนสติเธอไว้คำหนึ่ง ฉินสือวั่งอันตรายยิ่งกว่าพี่โจวเสียอีก เธออย่าคิดจะเข้าไปใกล้เขาได้ง่ายๆ เชียว”“ขอแค่เขาไม่ได้ตาบอดเหมือนพี่ชายฉันก็พอแล้ว”ฟู่ม่านตวัดสายตามองอันซีที่อยู่ไม่ไกลนัก ความโกรธก็พุ่งพล่านขึ้นมาอีกครั้ง“ไม่เข้าใจพี่เลยจริงๆ เพื่อนสนิทฉันอย่างหลินมู่หย่าดีกว่ายัยผู้หญิงคนนี้ตั้งเยอะ แต่เขากลับไม่ยอมตกลง”“หลินมู่หย่าน่ะเหรอ?”เฉิงเจี่ยนขมวดคิ้วมุ่น “พอเถอะน่า คราวก่อนตอนไปงานเลี้ยง หล่อนยังพูดจาเหน็บแนมประชดประชันใส่เจียงอวิ๋นซีอยู่เลย ฉันล่ะไม่ชอบยัยนั่นเอาซะเลย”“หุบปากไปเลยนะ เธอชอบพี่ชายฉัน พอเห็นว่ามีผู้หญิงอื่นอยู่ข้างกายพี่ชายฉันแล้วจะรู้สึกไม่พอใจ มันก็เป็นเรื่องธรรมดาไม่ใช่หรือไง ผู้ชายอย่างพวกนายจะไปเข้าใจอะไร!”เฉิงเจี่ยนยักไหล่แล้วหุบปากเอาเถอะ เขาไม่เข้าใจก็แล้วกันแต่เขามีสามัญสำนึกปกติ แยกแยะดีชั่วออกก็พอหลังจากคุยกับเฉิงเย่ ฟู่เยี่ยนโจวก็แทบไม่ได้พูดอะไรอีกเลย เขาไม่สนใจอันซีที่นั่งอยู่มุมห้อง เอาแต่ดื่มเหล้าแก้วแล้วแก้วเล่าจนกระทั่งงานเลิก เขาก็เมามายจนแทบไม่ได้สติแล้

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status