共有

บทที่ 4

作者: อาอู้
“เบบี๋ ฉันตื่นเต้นไปหน่อย นึกว่าเธอจะเสียใจแถมยังเจ็บตัวอีก คิดว่าไอ้สารเลวฟู่นั่นไร้ศักดิ์ศรี ถึงขั้นลงมือกับผู้หญิง”

หลังจากกลับมาถึงที่พักและถามเรื่องราวตั้งแต่ต้นจนจบอย่างชัดเจน ในที่สุดเซี่ยเชียนหลานก็หยุดร้องไห้ได้เสียที

“แต่ก็ไม่ได้ดีไปกว่ากันเท่าไหร่หรอก เธอเจอคนโรคจิตขนาดนี้แล้ว ฟู่เยี่ยนโจวยังจะไปอยู่เป็นเพื่อนนังมือที่สามอีก ไอ้สารเลวสมควรตายแบบนี้ควรถูกตอนแล้วจับใส่กรงหมูถ่วงน้ำ!”

“อันซีเป็นแฟนสาวของเขา”

“แฟนสาวกะผีอะไรล่ะ! หล่อนเป็นแฟนของฟู่เยี่ยนโจว แล้วเธอนับเป็นตัวอะไรกัน!?”

บนใบหน้าอันหมดจดราวกับหยกของเจียงอวิ๋นซี ถูกแสงไฟสาดส่องจนเห็นความอ้างว้างอยู่เล็กน้อย

“นั่นสินะ ฉันเป็นตัวอะไรกันแน่...คงเป็นได้แค่สัตว์เลี้ยงที่เขาไม่ใส่ใจตัวหนึ่งล่ะมั้ง”

เรียกก็มาไล่ก็ไป

ตอนที่โยนเธอทิ้ง ไม่จำเป็นต้องแจ้งให้ทราบอย่างเป็นทางการด้วยซ้ำ

“ช่างเถอะ ไม่พูดถึงไอ้สารเลวฟู่แล้ว คิดเสียว่าความจริงใจกว่าสิบปีนี้เอาไปให้หมามันกิน ผู้ชายสองขามีอยู่เกลื่อนกลาด ยังต้องกลัวว่าจะหาคนต่อไปไม่ได้อีกเหรอ?”

เจียงอวิ๋นซียิ้มออกมาบางๆ

ตอนนี้เธอจะไปมีอารมณ์หาคนใหม่ได้ยังไงกัน

เจียงอวิ๋นซีเดินเข้าห้องน้ำ ถอดเสื้อผ้าที่เปียกฝนไปครึ่งหนึ่งออก อาบน้ำชำระล้างร่างกาย จากนั้นก็เช็ดผมพลางนั่งลงที่ข้างเตียง

เธอมาค้างคืนที่บ้านของเซี่ยเชียนหลานบ่อยๆ เสื้อผ้าและของใช้ส่วนตัวส่วนหนึ่งจึงอยู่ที่นี่ทั้งหมด ถือว่าสะดวกดี

โทรศัพท์มือถือบนเตียงส่งเสียงดังขึ้นมาหนึ่งครั้ง

สวีเจ๋อส่งข้อความมาหนึ่งข้อความ

[คุณเจียง บ่ายวันนี้ประธานฟู่ยังมีประชุมความร่วมมืออีกงาน จำเป็นต้องให้คุณเดินทางไปด้วยกัน คุณรีบกลับมาเถอะครับ]

เจียงอวิ๋นซียกโทรศัพท์มือถือขึ้นมา ก้มหน้ากดอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นจึงกดส่ง

หลังจากส่งข้อความเสร็จ เธอก็ปิดโทรศัพท์มือถือแล้วล้มตัวลงนอนบนเตียง

เมื่อคืนนี้ก็นอนไม่หลับ วันนี้ยังถูกฟู่เยี่ยนโจวแทงใจดำอีก ทำเอาเธอรู้สึกเหนื่อยล้าทั้งกายและใจ

เพิ่งจะห่มผ้าห่มผืนบาง เซี่ยเชียนหลานก็เดินออกมาจากห้องน้ำ

เธอเดินเข้ามาพลางบ่นพึมพำพลางถือโทรศัพท์มือถือไว้ในมือ

“ไอ้บอสเฮงซวย เอาแต่ซักไซ้ไล่เลียงอยู่ได้ว่าฉันไปไหนกันแน่ ก็บอกไปแล้วว่ามีธุระด่วน ไม่มียัยคนนี้สักคน บริษัทมันจะดำเนินกิจการต่อไม่ได้หรือไงกัน!”

“หลานหลาน ถ้าเธอยุ่งก็ไปทำงานก่อนเถอะ”

“ไม่ยุ่งหรอก ฉันต้องอยู่เป็นเพื่อนเธอ”

เซี่ยเชียนหลานเลิกผ้าห่มขึ้นแล้วล้มตัวลงนอนข้างกายเธอเช่นกัน “ซีเป่า ฉันรู้ว่าถึงภายนอกเธอจะดูสงบมาก แต่ในใจต้องทรมานแทบตายแน่ๆ เธอห้ามคิดสั้นเด็ดขาดนะ”

“จะให้ไปตายเพื่อฟู่เยี่ยนโจว เขายังไม่มีหน้ามีตาขนาดนั้นหรอก”

“ใช่ ต้องคิดแบบนี้แหละ ตายไปก็ไม่ใช่เข้าทางให้เขากับนังมือที่สามคนนั้นเสวยสุขรึไง? เธอต้องมีชีวิตอยู่จนถึงวันที่ฟู่เยี่ยนโจวลงโลง พวกเราจะได้ไปเต้นฉลองหน้าหลุมศพเขาไง!”

เจียงอวิ๋นซียิ้มบางๆ พลิกตัวแล้วค่อยๆ หลับตาลงทั้งสองข้าง

เซี่ยเชียนหลานหนุนหมอน พลันถอนหายใจออกมาเฮือกหนึ่ง

“อันที่จริงบอกตามตรงนะ ถึงฉันจะไม่ชอบไอ้สารเลวฟู่ แต่ในใจลึกๆ ฉันคิดมาตลอดว่าสุดท้ายเธอจะได้แต่งงานกับเขา เพราะยังไงก็ตั้งหลายปีแล้ว ผู้หญิงรอบตัวเจ้าคนแซ่ฟู่สับเปลี่ยนเข้ามาไม่ซ้ำหน้า แต่ก็ไม่เห็นเขาจะจริงจังกับใครเลย”

“ในบริษัทพวกเธอต่างก็ลือกันไม่ใช่เหรอว่า แฟนสาวข่าวฉาวเปลี่ยนหน้าไปเรื่อยๆ แต่ตำแหน่งผู้ช่วยพิเศษเจียงต่างหากที่แข็งแกร่งมั่นคง”

“สิบเก้าปี เธอรู้จักกับเขาตั้งสิบเก้าปีนะ เธอว่าไอ้สารเลวนี่มันตัดใจทำร้ายเธอขนาดนี้ได้ยังไงกัน...”

เซี่ยเชียนหลานยิ่งพูดก็ยิ่งเศร้าใจ

พอหันไปมอง ก็เห็นเจียงอวิ๋นซีหันหลังให้เธอ เส้นผมยาวสลวยดั่งสาหร่ายทะเลแผ่กระจายอยู่ข้างหมอน คล้ายว่าหลับไปแล้ว

เธอสูดจมูก และกลืนคำพูดที่จะพูดต่อจากนั้นลงคอไป

เจียงอวิ๋นซีนอนตะแคง ลืมตาทั้งสองข้างอยู่ นิ้วมือที่วางอยู่ใต้ผ้าห่มกำจนแน่นตึง

ตรงตำแหน่งหัวใจ ความเจ็บแปลบทวีความรุนแรงขึ้นอีกระลอกหนึ่ง

นั่นสินะ

ฟู่เยี่ยนโจว

นายตัดใจทำร้ายได้ยังไงกัน?

ฟู่ซื่อกรุ๊ป

จนกระทั่งถึงช่วงบ่าย เจียงอวิ๋นซีก็ยังไม่กลับมา

ฟู่เยี่ยนโจวก้มหน้าดูนาฬิกาข้อมือราคาแพงระยับบนข้อมือ ในดวงตามีแววไม่สบอารมณ์ฉายชัดแล้ว

“คนล่ะ?”

สวีเจ๋ออึกอักคล้ายอยากจะพูดแต่ก็เงียบไป “เมื่อครู่คุณเจียงตอบข้อความผมมาแล้วครับ...”

“สั่งให้เธอกลับมาหาฉันภายในครึ่งชั่วโมง”

“คุณเจียงส่งจดหมายลาออกมาฉบับหนึ่งครับ...เธอไม่ทำแล้ว”

สวีเจ๋อยื่นจดหมายลาออกบนโทรศัพท์มือถือไปตรงหน้าของฟู่เยี่ยนโจว

ชายหนุ่มเหลือบมองเนื้อหาบนหน้าจอแวบหนึ่ง สีหน้าดูแย่ลงเล็กน้อย

นี่เธอคิดจะเปลี่ยนวิธีแสดงความไม่พอใจของตัวเองหรือไง?

ช่างกล้าเล่นแง่เล่นตัวเสียจริง

แต่เขาไม่หลงกลมุกนี้หรอก

ฟู่เยี่ยนโจวลุกขึ้นยืน “ไปกัน”

“ประธานฟู่ จะไปไหนครับ?”

“นอกจากไปประชุมแล้ว ยังจะไปไหนได้อีกเล่า?”

สวีเจ๋อรีบเอ่ยขึ้น “แต่คุณเจียงไม่อยู่นะครับ...”

ฟู่เยี่ยนโจวชะงักเท้า สีหน้าท่าทางแฝงไปด้วยความเฉียบขาดอยู่เล็กน้อย

“ถ้าไม่มีเจียงอวิ๋นซี ความร่วมมือนี้มันจะเจรจาไม่สำเร็จเลยหรือไง?”

“ผมไม่ได้หมายความอย่างนั้นครับ...งั้นประธานฟู่ เดี๋ยวผมตามคุณไปด้วยครับ”

สวีเจ๋อทำได้เพียงถือเอกสารข้อมูลที่จัดเตรียมเสร็จเรียบร้อยแล้ว เตรียมตัวจะก้าวตามไป

ฝ่ายคู่ค้าในครั้งนี้ ตั้งแต่ต้นจนจบเป็นเจียงอวิ๋นซีที่เป็นคนติดต่อประสานงานหลัก เขาไม่มีทางทำได้น่าเชื่อถือเท่าเจียงอวิ๋นซีออกโรงด้วยตัวเองแน่นอน

แต่เนื่องจากเจียงอวิ๋นซีเตรียมการไว้อย่างครบถ้วนสมบูรณ์ เขาทำตามเอกสารข้อมูลประสานงานที่เธอทิ้งไว้ ยังไงซะก็น่าจะพอถูไถไปได้

ข้างกายพลันมีน้ำเสียงอ่อนหวานนุ่มนวลเสียงหนึ่งดังแว่วเข้ามา

“ประธานฟู่คะ”

อันซีเดินตามมา “พี่อวิ๋นซีไม่อยู่ ครั้งนี้ฉันขอตามคุณไปด้วยคนนะคะ จะได้ถือโอกาสไปเรียนรู้งานด้วยพอดี”

น้ำเสียงของฟู่เยี่ยนโจวอ่อนโยนลง “ได้สิ”

สวีเจ๋อชะงักอึ้งไปวูบหนึ่ง เพิ่งคิดอยากจะพูดอะไรบางอย่างออกมา แต่พอเหลือบไปเห็นสีหน้าของฟู่เยี่ยนโจว ก็กลืนคำพูดนั้นกลับลงคอไปอีกครั้ง

ฝนยิ่งตกก็ยิ่งหนักขึ้น

จวบจนกระทั่งพลบค่ำ เมืองเอสเกือบครึ่งเมืองต่างก็จมหายไปในสายฝนกระหน่ำ

ตอนที่ฟู่เยี่ยนโจวเดินออกมาจากห้องประชุม สีหน้าของเขาดูบึ้งตึงยิ่งกว่าท้องฟ้าที่มืดครึ้มเสียอีก

สวีเจ๋อเดินตามหลังพลางเอ่ยขอโทษไม่หยุด

“ขอโทษครับ ประธานฟู่ เรื่องนี้ผมมีส่วนต้องรับผิดชอบ ผมจะรีบติดต่อแดเนียลอีกครั้ง ขอร้องให้เขาให้โอกาสพวกเราอีกสักครั้งครับ!”

ฟู่เยี่ยนโจวกระชากเนกไทเบาๆ ในอกอัดแน่นไปด้วยความอึดอัดขุ่นเคือง

“เรื่องง่ายๆ แค่นี้ยังทำไม่สำเร็จ พวกนายมันพวกดีแต่กินแรงคนอื่นหรือไง!?”

สวีเจ๋อก้มหน้าไม่กล้าปริปากสักคำ

การประชุมข้ามชาติที่เดิมทีขอเวลาแค่ชั่วโมงเดียวก็จบลงได้ กลับถูกลากยาวออกไปกลายเป็นสามชั่วโมงเต็มๆ

สืบเนื่องจากเขาเข้ามารับช่วงต่อกะทันหัน ในตอนที่ติดต่อประสานงานกับอีกฝ่ายจึงดูทุลักทุเลอยู่บ้าง ฝ่ายคู่ค้าเริ่มจะไม่สบอารมณ์บ้างแล้ว

ทว่าในระหว่างที่กำลังแนะนำผลิตภัณฑ์ อันซีกลับผลักเขาออกแล้วก้าวไปข้างหน้าอย่างกระตือรือร้น เพื่อนำเสนอฟังก์ชันผลิตภัณฑ์ที่บริษัทเพิ่งพัฒนาขึ้นมาใหม่ให้อีกฝ่ายดู

แต่ทว่าเนื้อหาตรงกลางนั้นมีคำศัพท์เฉพาะทางภาษาอังกฤษอยู่ไม่น้อย และเธอก็อ่านออกเสียงผิดไป

ส่งผลให้กลายเป็นเรื่องตลกขบขันหน้าแตกหมอไม่รับเย็บขึ้นมาเต็มๆ

ฝ่ายคู่ค้าจึงเกิดความเคลือบแคลงสงสัยในขีดความสามารถของบริษัทพวกเขา โปรเจกต์ความร่วมมือจึงต้องถูกระงับไว้ชั่วคราว

พอสัญญาณวิดีโอคอลปิดลงทันที ฟู่เยี่ยนโจวก็สีหน้าบึ้งตึงจนน่ากลัว

สวีเจ๋อเอ่ยด้วยน้ำเสียงแผ่วต่ำ “ประธานฟู่ครับ โปรเจกต์นี้แต่ไหนแต่ไรมาล้วนเป็นผู้ช่วยพิเศษเจียงที่เป็นคนประสานงาน วันนี้กะทันหันเกินไป ผมยังเตรียมตัวไม่พร้อมจริงๆ ครับ...”

“ถ้าไม่มีเจียงอวิ๋นซี นายก็กลายเป็นไอ้สวะไปเลยงั้นเหรอ!?”

สวีเจ๋อไม่ได้ปริปากพูด แค่ชำเลืองมองอันซีที่อยู่ไม่ไกลแวบหนึ่ง

ความจริงแล้ววันนี้หากไม่ใช่อันซีเข้ามายุ่มย่าม เรื่องราวมันก็คงไม่ลงเอยจนดูแย่ขนาดนี้หรอก

อย่างน้อยที่สุด ก็น่าจะสามารถเซ็นสัญญาได้ตามปกติแท้ๆ

“ประธานฟู่คะ ทั้งหมดเป็นความผิดของฉันเองค่ะ...”

อันซีเอ่ยปากพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ “ฉันแค่หวังดีอยากจะช่วยแบ่งเบาภาระเท่านั้นเอง ขอโทษด้วยนะคะ...”

この本を無料で読み続ける
コードをスキャンしてアプリをダウンロード

最新チャプター

  • รักนี้สายไป คุณหนูเจียงไม่มีวันให้อภัย   บทที่ 30

    เจียงอวิ๋นซีไม่ลังเลเลยสักนิด “ก็ต้องช่วยคุณอยู่แล้วค่ะ!”“จริงเหรอ?” ฉินสือวั่งยกมุมปากขึ้น “เมื่อครู่เห็นคุณนั่งเหม่ออยู่ในรถ ผมนึกว่าคุณเป็นห่วงว่าฟู่เยี่ยนโจวจะโดนผมซัดเสียอีก”“ฉันไม่ได้เป็นห่วงเขาหรอกค่ะ แค่นึกถึงเรื่องเก่าๆ ขึ้นมาน่ะ”เจียงอวิ๋นซีเบนหน้าไปทางหน้าต่างรถ แววตาเหม่อลอยไปชั่วครู่การที่ฟู่เยี่ยนโจวสั่งให้เธอขอโทษอันซีในวันนี้ ทำให้เธอหวนนึกถึงช่วงเวลาที่เคยอยู่เคียงข้างเขามีครั้งหนึ่งลูกค้าคนหนึ่งคิดไม่ซื่อกับเธอ พยายามมอมเหล้าเธอไม่หยุด พอเธอไม่ยอมดื่ม ลูกค้าคนนั้นก็โมโหจนฟิวส์ขาด สาดเหล้าทั้งแก้วรดหัวเธอทันที พร้อมด่าทอว่าเธอไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงตอนนั้นฟู่เยี่ยนโจวก็อยู่ในเหตุการณ์ด้วยเขาสั่งให้คนขอโทษโดยสั่งให้เธอเป็นฝ่ายขอโทษลูกค้าตอนนั้นเธอต้องสะกดกลั้นความน้อยเนื้อต่ำใจไว้ แล้วเอ่ยคำขอโทษออกไปเบาๆพอกลับมา เธออดไม่ได้ที่จะพูดถึงเรื่องนี้ขึ้นมาฟู่เยี่ยนโจวกลับพูดจาปัดความรับผิดชอบหน้าตาเฉย “ฉันก็นั่งอยู่ข้างๆ เขาจะทำอะไรเธอได้จริงๆ งั้นเหรอ? อวิ๋นซี เธอน่ะรู้ความมาตลอด ลูกค้ารายนี้สำคัญกับเรามาก ล่วงเกินไม่ได้นะ”ทว่าตอนนี้แค่เธอปาเค้กใส่หัวอั

  • รักนี้สายไป คุณหนูเจียงไม่มีวันให้อภัย   บทที่ 29

    เจียงอวิ๋นซีแทบรักษาสีหน้าไว้ไม่อยู่หลังจากทั้งสองคนเดินออกมาไกลแล้ว เธอก็อดไม่ได้ที่จะพูดกระซิบ “ประธานฉิน ทำไมคุณไม่ปฏิเสธล่ะคะ?”“เธอกำลังโหยหาความรักที่สวยงามอยู่นี่นา ผมจะทำลายจินตนาการของเธอลงได้ยังไง”“ต่อจากนี้...คุณอย่าล้อเล่นแบบนี้อีกเลยนะคะ”ได้ยินแบบนั้น รอยยิ้มของฉินสือวั่งก็จางลง“ได้”เจียงอวิ๋นซีก้มหน้าอยู่ จึงไม่ทันสังเกตเห็นว่าความกดอากาศรอบตัวชายหนุ่มต่ำลงเธอเดินเข้าไปในห้องตรวจ พอตรวจเสร็จตามขั้นตอนทุกอย่างก็เป็นไปตามคาด คือเธอไม่เป็นอะไรเลยจากนั้นก็ไปตรวจแผนกอื่นๆ ต่อผลก็ออกมาปกติดีทุกอย่าง ไม่มีปัญหาอะไรตอนที่เธอออกมา ฉินสือวั่งกำลังพิงกำแพงดูใบตรวจร่างกายของเธอทีละใบปอยผมระหน้าผากทำให้ใบหน้าหล่อเหลานั้น ดูมีความเศร้าสร้อยบางอย่างคนรอบข้างจำนวนไม่น้อยต่างพากันแอบมองเขาเจียงอวิ๋นซีเดินเข้าไป “ประธานฉิน เห็นไหมคะ ฉันบอกแล้วว่าฉันไม่เป็นอะไร”“อืม แข็งแรงดี อายุยืนเป็นร้อยปีแน่นอน”ฉินสือวั่งเก็บใบตรวจให้เธอ “ไปเถอะ”เจียงอวิ๋นซีเดินตามหลังเขาทั้งคู่เดินไปได้ไม่กี่ก้าวก็เห็นชายหญิงคู่หนึ่งเดินตรงเข้ามาฟู่เยี่ยนโจวขมวดคิ้วแน่น ท่าทางดูเจ็บป

  • รักนี้สายไป คุณหนูเจียงไม่มีวันให้อภัย   บทที่ 28

    เธอกำลังจะเดินออกมา พอดีกับที่ฉินสือวั่งผลักประตูเข้ามาเขาสวมชุดสูทสั่งตัดสีดำสนิท ไม่ผูกเนคไท กางเกงสแล็คสีเดียวกันเน้นให้เห็นเรียวขายาวดูสมบูรณ์แบบ ท่าทางเย็นชาแฝงไปด้วยความรู้สึกสบายๆ“ประธานฉิน”เจียงอวิ๋นซีคลี่ยิ้ม “ฉันเอาอาหารเช้ามาให้คุณแล้วค่ะ”ฉินสือวั่งเดินเข้ามาใกล้พอเห็นโจ๊กกุ้งที่แพ็คมาอย่างดีบนโต๊ะ เขาก็ทำเสียงจิ๊ในลำคอ“ผู้ช่วยพิเศษเจียงทำโจ๊กได้ประณีตจริงๆ เหมือนซื้อมาจากร้านที่ชั้นล่างตึกเป๊ะเลย บังเอิญจังนะ ทั้งหีบห่อ ทั้งโลโก้บนถุงเหมือนกันทุกอย่าง”“…”เจียงอวิ๋นซีอธิบายว่า “เดิมตั้งใจจะทำมาให้คุณค่ะ แต่เช้านี้เกิดเหตุขัดข้อง โจ๊กหกหมดเลยต้องซื้อมาแทน พรุ่งนี้ฉันจะทำให้คุณทานเองค่ะ”“คุณเป็นอะไรไหม?”“หา?”เจียงอวิ๋นซีถึงได้รู้ตัวว่าเขาเป็นห่วง “ฉันไม่เป็นไรค่ะ แค่โดนรถเฉี่ยว แต่ไม่ได้ชนตัวฉัน กระติกเก็บความร้อนเลยตกพื้นไปเท่านั้นเอง”ของที่เพิ่งซื้อใหม่แท้ๆ น่าเสียดายชะมัดฉินสือวั่งจ้องเธออยู่ครู่หนึ่ง แล้วหันหลังกลับ “ไป”เจียงอวิ๋นซีเดินตามหลังเขา“ไปไหนคะ ประธานฉิน พบลูกค้าเหรอคะ?”ฉินสือวั่งไม่ตอบจนกระทั่งเจียงอวิ๋นซีขึ้นรถไปกับเขา ฉินสือวั

  • รักนี้สายไป คุณหนูเจียงไม่มีวันให้อภัย   บทที่ 27

    เช้าวันถัดมา เจียงอวิ๋นซีตื่นแต่เช้าตรู่เพื่อเริ่มจัดเตรียมอาหารเช้าในตู้เย็นมีผักสดที่เธอเพิ่งซื้อมาเก็บไว้จำนวนไม่น้อย รวมถึงเนื้อหมูไร้มันชั้นดีด้วยเธอเตรียมวัตถุดิบจนพร้อม แล้วลงมือต้มโจ๊กหมูสับหม้อหนึ่ง หลังจากตักใส่กระติกเก็บความร้อนอย่างประณีตระมัดระวัง แล้วก็เดินทางไปบริษัททันทีที่มาถึงแถวบริษัทและกำลังจะเดินข้ามถนน จู่ๆ ก็มีรถแลนด์โรเวอร์คันหนึ่งพุ่งพรวดออกมาจากด้านข้าง แล้วแล่นเฉียดฉิวผ่านตัวเธอไปอย่างแรงเจียงอวิ๋นซีตกใจสะดุ้ง พลันก้าวถอยหลังไปก้าวหนึ่งตามสัญชาตญาณตัวเธอไม่ได้รับอันตรายอะไร ทว่ากระเป๋าในมือกลับกระแทกเข้ากับรถแลนด์โรเวอร์จนหลุดปลิวลอยไป ส่งผลให้โจ๊กในกระติกเก็บความร้อนหกเลอะเทอะกระจายเต็มพื้นรถแลนด์โรเวอร์เบรกกะทันหัน จากนั้นคนขับก็เลื่อนกระจกหน้าต่างรถลง แล้วหยิบเงินปึกหนึ่งโยนลงบนพื้น“พวกเรากำลังรีบ นี่เงินที่คุณชายของเราให้คุณ ถือว่าเป็นค่าชดเชยก็แล้วกัน!”เจียงอวิ๋นซีเดินเข้าไปหาช้าๆ ก้มลงเก็บเงินที่ตกอยู่บนพื้นขึ้นมา ก่อนจะเดินตรงไปที่หน้ารถแลนด์โรเวอร์คันนั้นคนขับรถกำลังจะเหยียบคันเร่งออกไป ทว่าทันใดนั้นเจียงอวิ๋นซีก็ยกมือขึ้น แล้วฟาดเงิ

  • รักนี้สายไป คุณหนูเจียงไม่มีวันให้อภัย   บทที่ 26

    ฟู่ม่านปิดประตูรถเสียงดังปัง รถมายบัคแล่นจากไปอย่างรวดเร็วอันซียืนนิ่งอยู่ริมถนนอยู่นานโดยไม่ขยับไม่ไกลกันนัก เฉิงเจี่ยนที่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดก็เกิดความรู้สึกสงสารขึ้นมา“นิสัยของม่านม่านนี่มันทำร้ายจิตใจคนเกินไปหน่อยนะ ดูๆ ไปอันซีก็น่าสงสารอยู่เหมือนกัน เดี๋ยวผมไปส่งเธอเองดีกว่า”เฉิงเย่คว้าตัวเขาไว้“อย่าไปยุ่งกับหล่อนเชียว”“เป็นอะไรไปครับพี่ ปกติพี่เป็นสุภาพบุรุษจะตายไม่ใช่เหรอ?”เฉิงเย่หรี่ตาลงเล็กน้อย “อันซีไม่ต้องการให้คนอย่างนายช่วยหรอก ยัยนั่นไม่ใช่คนใสซื่ออย่างที่นายคิดหรอกนะ”“พี่รู้ได้ยังไง?”“ฉันมองคนขาดน่ะสิ อย่างตอนที่ฉันมองปราดเดียวก็รู้เลยว่านายมันไอ้ทึ่มไง แม่นสุดๆ ไปเลยใช่ไหมล่ะ?”“…”ทำไมจู่ๆ ถึงด่ากันซะงั้นล่ะ?…ฟู่ม่านพาร่างของฟู่เยี่ยนโจวมาส่งที่วิลล่าของเขา หลังจากกำชับป้าจางให้คอยดูแลเขาเป็นอย่างดีแล้ว เธอก็เดินทางกลับฟู่เยี่ยนโจวนอนฟุบบนเตียง มองวิลล่าอันเงียบเหงาอ้างว้าง ในใจพลันรู้สึกว่างเปล่าเหมือนมีบางอย่างขาดหายไปเขาอาศัยฤทธิ์เหล้าล้วงโทรศัพท์มือถือออกมา แล้วกดโทรออกไปยังเบอร์หนึ่งภายในอพาร์ตเมนต์เจียงอวิ๋นซีเพิ่งเตรียมตัวจะพักผ่อ

  • รักนี้สายไป คุณหนูเจียงไม่มีวันให้อภัย   บทที่ 25

    ฟู่ม่านกลอกตาใส่เขาไปทีหนึ่ง“ยุ่งน่า”“ฉันน่ะพูดในฐานะผู้เสียหาย ขอเตือนสติเธอไว้คำหนึ่ง ฉินสือวั่งอันตรายยิ่งกว่าพี่โจวเสียอีก เธออย่าคิดจะเข้าไปใกล้เขาได้ง่ายๆ เชียว”“ขอแค่เขาไม่ได้ตาบอดเหมือนพี่ชายฉันก็พอแล้ว”ฟู่ม่านตวัดสายตามองอันซีที่อยู่ไม่ไกลนัก ความโกรธก็พุ่งพล่านขึ้นมาอีกครั้ง“ไม่เข้าใจพี่เลยจริงๆ เพื่อนสนิทฉันอย่างหลินมู่หย่าดีกว่ายัยผู้หญิงคนนี้ตั้งเยอะ แต่เขากลับไม่ยอมตกลง”“หลินมู่หย่าน่ะเหรอ?”เฉิงเจี่ยนขมวดคิ้วมุ่น “พอเถอะน่า คราวก่อนตอนไปงานเลี้ยง หล่อนยังพูดจาเหน็บแนมประชดประชันใส่เจียงอวิ๋นซีอยู่เลย ฉันล่ะไม่ชอบยัยนั่นเอาซะเลย”“หุบปากไปเลยนะ เธอชอบพี่ชายฉัน พอเห็นว่ามีผู้หญิงอื่นอยู่ข้างกายพี่ชายฉันแล้วจะรู้สึกไม่พอใจ มันก็เป็นเรื่องธรรมดาไม่ใช่หรือไง ผู้ชายอย่างพวกนายจะไปเข้าใจอะไร!”เฉิงเจี่ยนยักไหล่แล้วหุบปากเอาเถอะ เขาไม่เข้าใจก็แล้วกันแต่เขามีสามัญสำนึกปกติ แยกแยะดีชั่วออกก็พอหลังจากคุยกับเฉิงเย่ ฟู่เยี่ยนโจวก็แทบไม่ได้พูดอะไรอีกเลย เขาไม่สนใจอันซีที่นั่งอยู่มุมห้อง เอาแต่ดื่มเหล้าแก้วแล้วแก้วเล่าจนกระทั่งงานเลิก เขาก็เมามายจนแทบไม่ได้สติแล้

続きを読む
無料で面白い小説を探して読んでみましょう
GoodNovel アプリで人気小説に無料で!お好きな本をダウンロードして、いつでもどこでも読みましょう!
アプリで無料で本を読む
コードをスキャンしてアプリで読む
DMCA.com Protection Status