เข้าสู่ระบบทันทีที่เนยเดินออกมา แพรที่รออยู่หน้าออฟฟิศรีบถามขึ้นทันที
“เป็นไงบ้างเนย?”
“ก็...ไม่มีอะไรนี่” เนยตอบอย่างไม่ใส่ใจ ยักไหล่เล็กน้อยพร้อมยิ้มกวนๆ ก่อนจะเดินไปยังโต๊ะทำงานของตัวเอง
“ไม่มีอะไร? ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าพี่เหมยจะปล่อยเธอมาแบบไม่มีอะไร” แพรเดินตามเพื่อนสาวอย่างสงสัย
“ทุกคนรู้ว่าพี่เหมยดุเหมือนสิงโต แกปล่อยเธอมาได้ยังไงเนี่ย?” แพรพูดด้วยสีหน้างุนงง เพราะพี่เหมยเป็นที่รู้จักในเรื่องความดุและการลงโทษพนักงานอย่างเคร่งครัด
“คงเพราะ...ฉันดวงดีมั้ง” เนยตอบอย่างไม่ใส่ใจ พลางวางเอกสารบนโต๊ะและจัดของให้เข้าที่
“เธอเนี่ยนะ ดวงดี?” แพรย้อนถามเสียงสูง พร้อมจ้องหน้าเนยเหมือนไม่อยากจะเชื่อ
“เอาเป็นว่าฉันทำงานสำเร็จ ลูกค้าสมัครบัตรเครดิตกับฉัน นั่นก็คงเป็นเหตุผลที่พี่เหมยไม่ลงโทษฉันล่ะมั้ง” เนยพูดสั้นๆ ตัดบทอย่างรวดเร็ว เพราะรู้ดีว่าแพรคงไม่หยุดถามหากเธอไม่ตอบให้ชัดเจน
“พูดถึงเรื่องงาน ฉันได้ยินมาว่าผู้จัดการแบงก์สาขาเยาวราชยอมสมัครบัตรกับเธอแล้วจริงไหม?” แพรถามอย่างสงสัย
“ใช่ ทำไมเหรอ?” เนยหยิบกระเป๋าเครื่องสำอางออกมาเตรียมแต่งหน้า
“ไม่อยากเชื่อเลย! เขาบอกเองว่าไม่เคยสนใจสมัครบัตรเครดิตกับบริษัทไหน แล้วทำไมถึงยอมทำกับเธอ?” แพรเอียงคอมองเนยด้วยความสงสัย
“ก็เพราะ...นางสาวอมลวัทน์คนนี้น่ะสิ ที่ทำให้เขาตัดสินใจได้” เนยตอบพร้อมลากเสียงยาว ยิ้มเจ้าเล่ห์ขณะหยิบตลับแป้งขึ้นมาตบตรงสันจมูกที่มันเล็กน้อย
“อ้อ...เข้าใจล่ะ เธอก็สมกับชื่ออมลวัทน์จริงๆ เลยนะ ยัยเนย” แพรยิ้มขำพลางพิจารณาใบหน้าหวานของเนย ผมยาวตรงสีไฮไลท์แดงโค้ก ยิ่งทำให้ใบหน้าเนยดูเปล่งประกาย ชุดเกาะอกสีแดงที่ซ่อนอยู่ใต้สูทสีดำรัดรูปเข้าคู่กับกางเกงขาม้าทำให้เธอดูสง่าและทันสมัยอย่างมาก
แพรยิ่งมองก็ยิ่งรู้สึกว่า เนยดูอ่อนเยาว์เกินกว่าอายุ 25 ปี หากเนยแต่งตัวแบบลำลอง ก็คงเหมือนเด็กมหาวิทยาลัยปี 2 หรือปี 3 เลยทีเดียว
“มองอะไรยะ ยัยแพร?” เนยตวัดสายตาคมมองเพื่อนสาวที่จ้องเธอนานเกินไป
“เปล่า ก็แค่คิดว่าเธอสวยดีเหมือนกันนะ” แพรตอบด้วยสีหน้าจริงจัง ทำให้เนยตาเหลือก เมื่อได้ยินจากเพื่อนสาวที่ดูห้าวอย่างแพร ผู้ซึ่งมักจะถูกเข้าใจผิดว่าเป็นทอมด้วยผมซอยสั้นสีทอง
“เฮ้ย! พูดแบบนี้คนอื่นก็คิดว่าฉันกับเธอมีอะไรกันสิ!” เนยกระซิบเสียงเข้มพลางตีแขนแพรเบาๆ พร้อมส่งยิ้มกลบเกลื่อนให้เพื่อนร่วมงานรอบข้าง
“อ้าว นี่เธอไม่รู้เหรอว่ามีคนลือเรื่องเธอกับฉันไปไกลแล้ว ฮ่าๆๆ” แพรหัวเราะเสียงดัง ราวกับเรื่องที่พูดเป็นเรื่องขบขัน ทำให้เนยหน้ามุ่ยอย่างไม่พอใจ
“ช่างเถอะ ปล่อยให้คนพูดไปเถอะ ฉันไม่สนใจหรอก” เนยยักไหล่ไม่แยแส เพราะเธอไม่ค่อยสนใจเรื่องซุบซิบในบริษัทอยู่แล้ว
“แล้วเธอไม่มีนัดลูกค้าเหรอ?” เนยเปลี่ยนเรื่อง ถามเพื่อนด้วยความสงสัย
“มีสิ แต่ของฉันนัดช่วงบ่าย ตอนนี้ก็เลยฟรี” แพรตอบพลางนั่งลงที่โต๊ะทำงานของตัวเอง
“งั้นเหรอ แต่ฉันต้องทำรายงานสรุปยอดบัตรเครดิตส่งพี่เหมยก่อน” เนยบ่นเล็กน้อย เพราะเป็นงานที่เธอไม่ค่อยชอบทำเท่าไหร่
“งั้นก็ตามสบายย่ะ” แพรเอ่ยพลางหันไปเปิดคอมพิวเตอร์ สายตาของพี่เหมยที่มองมาจากอีกฝั่งทำให้แพรทำหน้าเหลอหลา ก่อนจะหันมากระซิบกับเนย
“ดูหน้าพี่เหมยสิ ยังกับกินรังแตนมาเลย ฮ่าๆ” แพรหัวเราะเบาๆ ขณะที่เนยหัวเราะตาม พร้อมหยิบเอกสารขึ้นมาเตรียมจัดการรายงานยอดบัตรเครดิต
“อ้อ จริงสิ! ฉันลืมบอกเธอไปเลยเนย!” แพรพูดขึ้นมาอย่างตื่นเต้น พลางหันไปบอกเพื่อนสาวด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูเหมือนมีเรื่องน่าสนใจ
“อะไรล่ะ?” เนยถามโดยไม่ได้เงยหน้าขึ้นจากเอกสารที่เธอกำลังจัดเรียงอยู่
“แผนก IT น่ะ มีคนเข้าใหม่!” แพรพูดต่อด้วยน้ำเสียงที่ยิ่งฟังดูกระตือรือร้นมากขึ้น
“คนใหม่? แล้วยังไงล่ะ?” เนยขมวดคิ้วเล็กน้อย พลางจับได้ถึงความตื่นเต้นที่ปนความดีใจในน้ำเสียงของเพื่อน
“ก็...เขาเป็นผู้ชาย แถมหล่อมากกกก!” แพรลากเสียงยาวเน้นย้ำความหล่อออกมาอย่างชัดเจน
เนยเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย พลางตอบกลับเสียงสูง
“หืม? บริษัทเรามีคนหล่อด้วยเหรอ?”
“โธ่! ยัยเนย” แพรทำหน้ามุ่ย ย่นจมูกใส่เนยด้วยความไม่พอใจเล็กน้อย
“ในบริษัทก็มีคนหล่อนะ แต่สเปคเธอมันคงจะสูงเกินไปน่ะสิ”
เนยหัวเราะเบาๆ ก่อนจะยักไหล่
“ฉันไม่เคยคิดจะสนใจใครในบริษัทเดียวกันหรอก คบกันไปก็มีแต่จะเป็นขี้ปากให้พวกชอบนินทา” เธอพูดด้วยน้ำเสียงไม่ใส่ใจนัก
แพรพยักหน้าอย่างเข้าใจ “ก็จริงของเธอ ฉันก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน”
การที่เนยหลีกเลี่ยงการมีความสัมพันธ์ในที่ทำงานไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะบริษัทที่พวกเธอทำงานนั้นมีพนักงานประมาณร้อยกว่าคน และเมื่อมีคนเริ่มสนใจหรือคบหากัน ข่าวก็จะแพร่สะพัดไปอย่างรวดเร็ว บางครั้งเรื่องเล็กๆ ก็ถูกขยายใหญ่โตเกินจริงจากพวกที่ชอบใส่ไข่ และแน่นอนว่าเนยไม่อยากตกเป็นเป้าของพวกขี้นินทา
เนยจำได้ว่า เลขาของผู้ช่วยสายธุรกิจที่ชื่อดังเป็นผู้หญิงอวบขาวน่ารัก ใครเห็นก็ต้องชอบ แต่เธอกลับมีพฤติกรรมชอบสนิทสนมกับผู้ชายแทบทุกคน โดยไม่สนใจว่าคนอื่นจะคิดยังไง เนยเคยเตือนด้วยความหวังดีหลายครั้ง แต่ก็ไม่มีผลอะไร หญิงสาวเลือกที่จะใช้ชีวิตแบบเดิมของเธอ จนในที่สุดเนยก็เลิกเตือน เพราะรู้สึกว่าไม่มีประโยชน์อะไรที่จะเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องที่ไม่ได้ส่งผลโดยตรงกับเธอ
ถึงแม้จะไม่อยากรับรู้ แต่เรื่องของเลขาคนนั้นกลับถูกนำมาเล่าให้เนยฟังอยู่เรื่อยๆ จากคนรอบข้าง ซึ่งมักจะเล่ากันอย่างสนุกสนาน เหมือนเป็นเรื่องบันเทิงในชีวิตประจำวัน นั่นทำให้เนยเบื่อหน่ายและระวังตัวเองมากขึ้น เธอไม่ต้องการให้ใครเข้ามายุ่งกับชีวิตส่วนตัวของเธอเกินกว่าที่เธอตั้งขอบเขตไว้
แสงแดดอ่อนๆ ยามเย็นสาดส่องผ่านม่านโปร่งเข้าสู่ห้องนอนอันเงียบสงบ เนยค่อยๆ ลืมตาขึ้น ความเมื่อยล้าจากค่ำคืนอันเร่าร้อนยังคงสะสมอยู่ในทุกอณูของร่างกาย เบียร์จัดเธอหนักจนถึงเช้า ทำให้เธอรู้สึกเหมือนพลังถูกสูบออกไปจนแทบหมดสิ้น เธอพยายามยันตัวลุกขึ้นนั่ง แต่ความปวดหน่วงในท้องน้อยทำให้ต้องนิ่วหน้าด้วยความทรมานเล็กน้อย“อือ...บ้าจริง” เนยพึมพำเบาๆ พลางลูบท้องเพื่อบรรเทาความปวด เธอกวาดสายตามองไปรอบๆ ห้อง แต่ไม่เห็นเบียร์อยู่ในห้องแล้ว มีเพียงความเงียบและกลิ่นหอมอ่อนๆ ของเขาที่ยังหลงเหลือบนหมอนข้างๆ ทำให้เธอย่นคิ้วเล็กน้อย“ไปไหนนะ?” เธอเอ่ยพึมพำกับตัวเอง ก่อนจะหยิบเสื้อคลุมมาปกปิดร่องรอยรักที่กระจายอยู่ตามผิวกาย เนยเดินโซเซไปยังห้องน้ำ หวังว่าจะพบเบียร์ที่นั่น แต่กลับพบเพียงความว่างเปล่าขณะที่เธอขมวดคิ้วครุ่นคิดว่าชายคนรักหายไปไหน สายตาก็เหลือบไปเห็นกล่องสีดำใบเล็กวางอยู่บนโต๊ะข้างเตียง ริบบิ้นสีทองที่ผูกอย่างประณีตสะดุดตาเธอ“กล่องอะไรน่ะ?” เธอพูดกับตัวเองพลางเดินเข้าไปหยิบขึ้นมาดูภายในกล่องมีการ์ดใบหนึ่งวางอยู่ เมื่อเธอเปิดออกก็พบตัวอักษรที่ดูเหมือนรหัสมอร์สเรียงรายเต็มการ์ด เนยยืนมองการ์ด
เมื่อเวลาค่ำมาถึง พนักงานของเดอะ ริทซ์-คาร์ลตัน มัลดีฟส์ ก็มาจัดเตรียมดินเนอร์สุดหรูบนระเบียงกลางแจ้งของวิลล่า แสงเทียนในโคมแก้วที่จัดวางไว้รอบโต๊ะส่องแสงอ่อนโยน ท่ามกลางบรรยากาศโรแมนติกที่มีเพียงแสงดาวและเสียงคลื่นทะเลเป็นฉากหลังบนโต๊ะดินเนอร์ถูกจัดวางอย่างประณีตด้วยผ้าปูโต๊ะสีขาวสะอาดตา พร้อมช่อดอกไม้เล็กๆ ในแจกันแก้วใส อาหารค่ำที่จัดเตรียมมาเป็นเมนูพิเศษจากเชฟของโรงแรมเริ่มจาก ซุปล็อบสเตอร์บิสค์ ที่เสิร์ฟมาในชามเซรามิกขอบทอง กลิ่นหอมของสมุนไพรและเครื่องเทศลอยมากระทบจมูก ตามด้วยจานหลักเป็น สเต็กปลากะพงย่างราดซอสเนยมะนาว เสิร์ฟคู่กับผักย่างและมันบดเนื้อเนียนละเอียดและไฮไลต์ของค่ำคืนนี้คือ ของหวานเค้กมูสมะพร้าว เสิร์ฟในเปลือกมะพร้าวขัดเงา ตกแต่งด้วยซอสมะม่วงราดอย่างละเมียดละไม ความหวานของมูสมะพร้าวเข้ากันดีกับรสเปรี้ยวสดชื่นของมะม่วง เป็นเมนูที่ทั้งตาและลิ้นต้องหลงรักเบียร์นั่งจิบไวน์ขาวที่เสิร์ฟเคียงกับอาหาร ขณะที่มองเนยที่กำลังตักซุปขึ้นมาชิม ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความรักและหลงใหล เนยที่สวมชุดเดรสผ้าชีฟองสีฟ้าอ่อนซึ่งพริ้วไหวตามลมทะเล ดูราวกับนางฟ้าท่ามกลางแสงเทียน“รสชาติเป็นไงบ
ฮิโร่และวาเลนไทน์ยืนเคียงข้างกันอย่างเงียบสงบที่จุดชมวิวริมแม่น้ำปิง แสงไฟจากริมฝั่งสะท้อนลงบนสายน้ำที่ไหลเอื่อย สายตาของทั้งคู่เหม่อมองออกไปไกลราวกับกำลังครุ่นคิดถึงเรื่องราวมากมายที่ผ่านเข้ามาในชีวิต“ไม่มีแบล็ควอล์คอีกแล้ว...” ฮิโร่พูดขึ้น ทำลายความเงียบที่รายล้อมแววตาของวาเลนไทน์สะท้อนไหววูบเล็กน้อย แต่ไม่นานนักเธอก็ตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง“พังไปแบบนั้นก็ดีแล้ว”ฮิโร่หันมามองเธอด้วยความแปลกใจเล็กน้อยในคำพูดนั้น“หืม?”วาเลนไทน์ยังคงเหม่อมองสายน้ำไหล คล้ายกำลังดิ่งลึกลงไปในห้วงอดีตของตัวเอง ก่อนจะเอ่ยออกมาช้าๆ“ชีวิตฉัน...ถูกไมค์ช่วยเอาไว้ก็จริง แต่เขาก็เป็นคนที่ทำลายมันลงเหมือนกัน...” เธอสูดลมหายใจเข้าลึก ดวงตาคู่งามสะท้อนแสงไฟริมน้ำ“เพราะงั้น...การที่มันพังไปแบบนั้น...ถือว่าดีแล้ว”วาเลนไทน์หันกลับมาสบตากับฮิโร่ ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความซับซ้อน ทั้งความเศร้าและความโล่งใจที่ผสมปนเปกันฮิโร่จ้องลึกเข้าไปในดวงตาของวาเลนไทน์ คิ้วหนาขมวดเล็กน้อยเหมือนกำลังไตร่ตรอง ก่อนจะเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ“แล้วเธอคิดจะทำอะไรต่อไปล่ะ”วาเลนไทน์นิ่งไปครู่หนึ่ง ราวกับคำถามนั้นกระทบใจเธออ
เช้าวันรุ่งขึ้น หลังจากที่เนยเดินทางกลับจากมอสโก ข่าวใหญ่ก็แพร่กระจายไปทั่วทั้งโทรทัศน์และเว็บไซต์ข่าวออนไลน์ทุกสำนัก รายงานเหตุการณ์ไม่คาดฝันที่เกิดขึ้นกับผู้บริหารระดับสูงของบริษัท ยูนิโอนิค คาร์ด กรุ๊ป ขณะเดินทางเยี่ยมชมสาขาในรัสเซียข่าวระบุว่าเกิดอุบัติเหตุเฮลิคอปเตอร์ตกท่ามกลางภูเขาที่ปกคลุมไปด้วยหิมะ ทำให้มีผู้เสียชีวิตทั้งหมดสี่ราย ได้แก่ นักบินประจำลำ ไมเคิล เวสท์ ผู้บริหารสูงสุดของยูนิโอนิค กรุ๊ป วินเซนต์ เกรย์ รองประธานฝ่ายบริหาร และเซเลสเท ลาโนว่า ผู้ช่วยส่วนตัวของวินเซนต์ข่าวนี้สร้างความตกตะลึงไปทั่วโลกธุรกิจ การสูญเสียบุคคลสำคัญระดับนี้ไม่เพียงกระทบต่อบริษัท ยูนิโอนิค คาร์ด กรุ๊ป เท่านั้น แต่ยังส่งผลถึงความมั่นคงของอุตสาหกรรมการเงินระดับโลกอีกด้วย“หมอนั่น ทำให้ข่าวออกมาแบบนี้เหรอเนี่ย” เบียร์พูดขึ้น ขณะเลื่อนดูข่าวบนหน้าจอแท็บเล็ต ร่างสูงนั่งเอนตัวสบายๆ บนโซฟาภายในคอนโด โดยมีเนยนั่งอยู่บนตักของเขา“ก็ไม่แปลกนี่ อีตาสูทดำถนัดทำเรื่องแบบนี้อยู่แล้วนี่นา” เนยหัวเราะเบาๆ ขณะมองภาพข่าวที่แสดงอยู่บนหน้าจอ“แล้วแบบนี้บริษัทเธอจะทำยังไงต่อล่ะ?” เบียร์เลิกคิ้วถามพลางโอบเอวเธอไว
ทันใดนั้น ก็มีเสียงที่ดัดแปลงด้วยเอไอดังออกมาจากโทรศัพท์ของเนยที่เปิดสปีกเกอร์โฟน ราวกับเป็นเงาที่มองไม่เห็นของเกมนี้“แน่ใจเหรอ?” เสียงนั้นแทรกขึ้นมาท่ามกลางความเงียบไมเคิลขมวดคิ้วแน่น สายตาที่เต็มไปด้วยความโกรธและสงสัยจับจ้องไปยังโทรศัพท์ในมือของเนย“นายคิดว่า แบล็ควอล์คไม่สามารถถูกทำลายได้จริงเหรอ?” เสียงนั้นยังคงดังออกมาราวกับเยาะเย้ย“แกเป็นใคร!!” ไมเคิลตะโกนลั่น เส้นเลือดบนขมับเต้นตุบ“ไม่สำคัญหรอก” เสียงนั้นหัวเราะเบาๆ ราวกับเพลิดเพลินกับความโกรธของไมเคิล“ฉันจะมอบของขวัญให้นายเอง ของขวัญแห่งความพินาศที่ชื่อว่า ‘แบล็คเฮเซล’ ”คำพูดนั้นเหมือนน้ำมันที่ราดลงบนเปลวไฟ ไมเคิลกำหมัดแน่นด้วยความโกรธจัด สายตาเขาเต็มไปด้วยคำถามและความเคียดแค้น“เขาว่างั้นล่ะ”เนยยกยิ้มบางพลางเดินเข้าไปหาไมเคิลที่ยังคงยืนตัวแข็งด้วยความโกรธ เธอเอื้อมมือดึงตัวเขาขึ้นจากพื้น ก่อนกดตัวเขานั่งลงบนเก้าอี้ที่อยู่ใกล้กับจอมอนิเตอร์ไมเคิลมองจอมอนิเตอร์ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความไม่เชื่อ ภาพข้อมูลบริษัท การฟอกเงิน การขนส่งของผิดกฎหมาย และฐานย่อยที่เป็นความลับระดับสูงสุด กำลังถูกเปิดเผยต่อหน้าต่อตาเขา“นี่มัน...”
ภายในห้องนอนที่เต็มไปด้วยบรรยากาศเร่าร้อน เอมิกับไมเคิลยังคงจมอยู่ในความสุขที่เขาและเธอสร้างขึ้นร่วมกัน ไฟในดวงตาของไมเคิลเต็มไปด้วยความหลงใหล ในขณะที่เอมิกลับมีประกายร้ายกาจแฝงอยู่ในแววตาทันใดนั้น เอมิก็ชะงักเล็กน้อย สัญชาตญาณของเธอเตือนว่าเหตุการณ์กำลังเปลี่ยนไป ความเคลื่อนไหวจากภายนอกกำลังเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ รอยยิ้มเล็กๆ ผุดขึ้นที่มุมปากของเธอ“อะไรหรือ?” ไมเคิลถามพลางมองเธอด้วยสายตาสงสัย เมื่อเห็นเธอนิ่งไปชั่วครู่เอมิหัวเราะเบาๆ ก่อนจะเอียงหน้ามองเขา รอยยิ้มร้ายกาจของเธอฉายชัด“ดูท่า ความสนุกของเราจะหมดลงแค่นี้แล้วล่ะ” เธอเอ่ยเสียงเย้ายวน แต่เต็มไปด้วยความหมายลึกลับไมเคิลเลิกคิ้ว ดวงตาสีฟ้าของเขาหรี่ลงอย่างจับสังเกต ขณะเริ่มรู้สึกถึงความผิดปกติจากด้านนอก เสียงฝีเท้าและแรงระเบิดเล็กน้อยที่ดังมาจากระยะไกลส่งสัญญาณบางอย่างที่เขาไม่อาจมองข้ามไมเคิลลุกพรวดขึ้นจากเตียงทันที เขาเร่งสวมกางเกงอย่างรวดเร็ว ก่อนจะก้าวตรงไปยังโต๊ะทำงานข้างห้องพร้อมกดปุ่มลับที่ซ่อนอยู่ ไม่นานนัก มอนิเตอร์หลายสิบจอก็ปรากฏภาพตรงหน้า เขามองภาพสถานการณ์ที่เกิดขึ้นรอบฐานด้วยสีหน้าเคร่งเครียดภาพการพ่ายแพ้ของล
เนยเริ่มรู้สึกสนุกกับการสนทนามากขึ้น เธอจึงเริ่มพิมพ์ข้อความอย่างเป็นกันเองB u T T e R says: แล้วคุณทำงานแผนกเดียวกับเนเหรอ?แค่อยู่ใกล้ ก็สุขใจเกินพอ says: อืม แต่ผมไม่เก่งเท่าเนหรอก หมอนั่นมันเทพมากB u T T e R says: ยังไงล่ะ?แค่อยู่ใกล้ ก็สุขใจเกินพอ says: ก็ไม่ว่าจะเจองานยากแค่ไหน เนก็แก้ได้ท
การทำงานเกี่ยวกับบัตรเครดิตทั้งวันทำให้เนยรู้สึกเหนื่อยล้า โดยเฉพาะเมื่อเจอลูกค้าที่เรื่องมาก แต่เธอก็ยังคงรักษารอยยิ้มบนใบหน้าไว้เสมอ เพราะเธอรู้ดีว่าสำหรับงานบริการ สิ่งสำคัญที่สุดคือการมอบบริการที่ยอดเยี่ยมให้ลูกค้า และดึงพวกเขากลับมาใช้บริการอีกครั้งสำหรับเนย เรื่องพวกนี้ไม่ยากเลย เธอสามารถ ‘ต
“เฮ้ย ไอ้เบียร์ หัวหน้าเรียก!”เสียงเพื่อนร่วมงานที่นั่งอยู่ข้างๆ ตะโกนบอก ทำให้เบียร์หลุดออกจากภวังค์ เขาพยักหน้าให้เป็นเชิงรับรู้ ก่อนจะวางกล่องโปรแกรมลงบนโต๊ะ ลุกขึ้นแล้วเดินตรงไปยังห้องหัวหน้าก๊อก ก๊อก“ขออนุญาตครับ” เบียร์เคาะประตูเบาๆ แล้วเปิดเข้าไป หัวหน้าที่กำลังตรวจเอกสารเงยหน้าขึ้นพร้อมร
หลังจากกินดื่มกันจนจบมื้อค่ำ เพื่อนๆ ก็เริ่มคุยกันถึงการไปต่อที่ผับของคิง เพื่อนสนิทของเบียร์และเน ซึ่งตั้งอยู่ไม่ไกลจากร้านอาหาร“ไปต่อที่ Night Owl ร้านของคิงกันดีกว่า” พี่ตูนเอ่ยขึ้น ทุกคนพยักหน้าเห็นด้วยผับ Night Owl เป็นผับขนาดกลางที่คึกคักไปด้วยแสงสีและเสียงเพลง ริมถนนใหญ่ในย่านที่เต็มไปด้วย







