Beranda / โรแมนติก / รักร้ายภรรยา / บทที่ 2 ฮันนีมูน (2)

Share

บทที่ 2 ฮันนีมูน (2)

last update Terakhir Diperbarui: 2026-03-06 12:55:38

“คุณ เอ่อ ยืนตรงนี้ก่อน” ปิ่นอนงค์รั้งเอาไว้พลางยื่นมือไปคว้าแขนให้เตโซถอยหลังมายืนข้างๆ ตัวเองในขณะที่กำลังเดินไปทางอีกฝั่งของงานเลี้ยง

“มีอะไรหรือเปล่า” เตโซหันกลับไปถาม

“ฉันจะแนะนำคร่าวๆ ก็แล้วกันนะ คุณน่าจะเห็นว่าญาติฝั่งฉันเยอะแค่ไหน คุณไหวเหรอที่จะเดินไปหาทุกคน” หญิงสาวให้คำตอบพลางหันกลับไปมองขรรดาแขกเหรื่อภายในงานเลี้ยงฝั่งญาติของเธอ

“ได้ ไม่มีปัญหา” เตโซพยักหน้าอย่างเข้าใจ

“โอเค บรรดาผู้ใหญ่ที่นั่งอยู่กับคุณปู่ เริ่มจากทางซ้ายที่นั่งข้างปู่ถัดออกมานะคือคุณอาสอง ถัดมาคุณอาสาม ถัดมาอีกสองคนที่เป็นแฝดกันคือคุณอาสี่กับคุณอาห้า เอ่อ ฉันขอแนะนำแบบนี้นะ น่าจะจำง่ายกว่า อีกอย่างคุณก็น่าจะรู้จักครอบครัวของฉันดี” ปิ่นอนงค์หยุดแนะนำแล้วหันกลับมาพูดกับเตโซ

“รู้จักแค่บางคนที่เคยเจอกันตามงานเลี้ยงธุรกิจ แต่ก็ไม่ได้สนิท ส่วนกลุ่มคนที่คุณแนะนำเมื่อกี้ผมรู้จักหมดแล้ว” เตโซตอบกลับ

“โอเค ส่วนทางขวาเริ่มจากคนที่นั่งติดคุณปู่แล้วกันนะคะ คุณอาเล็กชื่อวิยากรเป็นผู้จัดการโรงแรมในเครือที่อยู่ใกล้สนามบิน ส่วนอารองชื่อพัชพิญาดูแลโรงแรมทางเหนือกับอาใหญ่ชื่อวรรณวิญา และ…” ปิ่นอนงค์กำลังแนะนำญาติผู้ใหญ่ซึ่งนั่งทางฝั่งขวาตั้งแต่นั่งติดเจ้าสัวธรรมรงค์ถัดออกมาเรื่อยๆ จนกระทั่งถึงคุณลุงที่ไม่ค่อยลงรอยกับสาวเจ้า

แต่ทว่า เสียงเล็กแหลมของเชอรีนลูกพี่ลูกน้องที่เปรียบดั่งลิ้นกับฟันที่คอยชิบดีชิงเด่นกันมาตลอดตั้งเด็กจนโต ซึ่งปิ่นอนงค์ก็ไม่ใช่คนใจอ่อนจนเห็นว่าอีกฝ่ายเป็นญาติที่ควรจะญาติดีด้วยจริงๆ เมื่อเจ้าตัวพยายามหลอกว่าตัวเองคือหลานสาวคนโตของเจ้าสัวธรรมรงค์มาตลอด ทั้งที่ความจริงแล้วเกิดหลังเธอแค่สิบนาที

แต่ก็นั้นแหละยามเมื่อเจอกันหน้าก็จะ…

“ไฮ สวัสดีปิ่น กลับมาได้ไม่นานก็แต่งงานฟ้าแลบเลย ท้องเหรอ” เชอรีนทักทายปิ่นอนงค์ด้วยรอยยิ้มและน้ำเสียงเป็นมิตร

หากแต่มันก็แค่เล่นละครทำเป็นญาติที่รักกันดีเท่านั้น

“สวัสดีเชอรีน ฉันไม่เหลวแหลก ไม่สิ ไม่เหลวไหลจนปล่อยให้ตัวเองท้องก่อนแต่งหรอก แต่จะว่าไปสมัยนี้มีเยอะแยะไปที่ท้องแล้วแต่ง หรือไม่ก็ให้ลูกเดินถือแหวนมาให้ มันไม่ได้ผิดอะไรเลยนะ ออกจะน่ารักโรแมนติกจะตายไป” ปิ่นอนงค์ตอบโต้กลับเสียงหวานใสอย่างน่ารักจนทำให้คนตัวสูงต้องก้มลงมามองสาวเจ้าอย่างที่เธอไม่รู้ตัว

“งั้นเหรอ น่ารักดีเนอะ ถ้าไม่ท้องแล้วนี่จะไปฮันนีมูนที่ไหนเพื่อมีเหลนให้คุณปู่ละปิ่น” เชอรีนทำเป็นยิ้มจีบปากจีบคอตอบแล้วถามกลับพลางแอบเบะปากใส่เมื่อพูดจบ

“คุณสาขา เราไปฮันนีมูนที่ไหนดีคะ” ปิ่นอนงค์ยิ้มจนตาเป็นสระอิให้กับเชอรีนก่อนจะหันไปมองเตโซด้วยรอยยิ้มพราวเสน่ห์แล้วแสร้งพูดเสียงหวานอย่างออดอ้อนส่งไปให้กับกับชายหนุ่มพลางโอบแขนของเขาก่อนจะเบียดตัวเองเข้าไปใกล้

“…” เตโซได้แต่มองปิ่นอนงค์ส่งยิ้มมาให้โดยไม่พูดอะไร สาวเจ้าจึงเพ่งสายตาสบเข้ากับดวงตาสีน้ำตาลเข้มของเขาที่สะท้อนใบหน้าเปื้อนยิ้มของเธอ

ราวกับต้องมนต์ยามดวงตาของคนทั้งสองสบประสานกันเป็นครั้งแรก รู้สึกถึงสิ่งรอบกายที่เคลื่อนไหวช้าลงและเริ่มเลือนลางจนในที่สุดเหลือเพียงเขากับเธอเท่านั้น

และ…

เสียงหัวใจที่ค่อยๆ กระหน่ำเต้นระรัวดังขึ้นมาทีละนิดทีละนิดจนมันชัดเจนอยู่ในโสนประสาทของเขาและเธอ ค่อยๆ แทรกซึมผ่านไปทั่วทุกอณูของหัวใจที่นิ่งสงบมานานค่อยๆ สั่นไหวราวกับมีเธอและเขาหลายร้อยคนวิ่งอยู่ในหัวใจของกันและกัน

ก่อเกิดความรู้สึกที่ผูกเข้าหากันเล็กๆ ซึ่งอยู่ลึกสุกของห้องหัวใจอย่างที่คนทั้งสองไม่รู้ตัว รอวันเติบโตเป็นต้นไม้ที่แข็งแรงและเหนียวแน่นไปด้วยความรู้สึก

แต่แล้วคนทั้งสองก็ต้องหลุดออกจากภวังค์ของตัวเองเมื่อเสียงของเชอรีนดังแทรกขึ้นท่ามกลางความรู้สึกดีๆ เพียงเล็กน้อยที่ค่อยๆ มากขึ้นอย่างรอคอยวันที่จะถูกเติมเต็ม

“เอ่อ ยังตกลงกันไม่ได้เหรอ เอาแต่ใจมากเกินไปหรือเปล่าปิ่น สงสัยเจ้าบ่าวที่ต้องมาเอาใจคนอย่างเธอ…” เชอรีนยิ้มเยาะพลางจีบปากจีบคอพูดก่อนจะถูกขัดด้วยคำพูดเสียงราบเรียบของเตโช

“เราจะไปฮันนีมูนที่ภูเก็ต…ลูกของคุณรออยู่ที่นั่นไม่ใช่เหรอ” เตโซตอบเชอรีนก่อนจะหันกลับมาพูดกับปิ่นอนงค์เสียงทุ้มนุ่ม

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • รักร้ายภรรยา    บทที่ 6 การพบหน้าน้องสะใภ้ (8)

    น่ารักสดใสและใจดีแบบนี้สิน่า คนอย่างเตโซถึงตัดใจไม่ได้แบบนี้ มิหนำซ้ำยังอ่อนน้อมถ่อมตนต่อผู้ใหญ่โดยไม่ถือตัวที่ตัวเองมีฐานะที่สูงกว่า แค่เธอสัมผัสในระยะสั้นๆ ยังรู้สึกเอ็นดูดาริกาเสียไม่ได้เลย“โธ่ น้องดาคะ ทำไมถ่อมตนอีกแล้ว คุณเตคุณโซได้กินหัวพี่กันพอดีสิคะ” สาลียิ้มพลางห่อไหล่ลงอย่างอ่อนใจใส่เจ้านายสาวผู้แสนดี“ไม่หรอกค่ะ มีดาอยู่” ดาริกาพูดพลางหัวเราะออกมาตามปกติที่แอบแซวเจ้านายหนุ่มกับพนักงานก่อนจะเดินตามสาลีออกไปเมื่ออีกฝ่ายยอมที่จะเดินออกก่อนปิ่นอนงค์เผยอยิ้มเอ็ดูต่อดาริกาออกมาก่อนจะก้าวเดินออกจากลิฟต์ตามคนทั้งสองที่ยังมีบทสนทนาหยอกเย้าราวกับไม่ใช่ลูกน้องเจ้านายแต่เป็นเหมือนพี่น้องกันมากกว่า ก่อนจะหยุดเดินตามเมื่อทั้งสองหยุดเดินทั้งที่ยังสนทนากันอยู่“แน่ใจนะคะว่าจะไม่เจอคุณเตคุณโซ” สาลีถามอีกครั้งพลางสอดสายตามองไปรอบๆ บริเวณอย่างระแวดระวัง“ค่ะ พี่เตเดินไปหาพี่โซที่ด้านหลัง รายนั้นชอบเข้าทางด้านหลังบริษัทตรงเข้าห้องประชุมสะดวก รับรองว่าไม่เจอแน่นอนค่ะ” ดาริกายังยืนยันคำเดิม“โอเคค่ะ ฝากด้วยนะคะน้องดา” สาบียิ้มกว้างอย่างโล่งใจ“ยินดีค่ะ เดี๋ยวรออยู่ที่โต๊ะพี่สาลีก่อนนะคะ ดาคิดว

  • รักร้ายภรรยา    บทที่ 6 การพบหน้าน้องสะใภ้ (7)

    เมื่อเดินออกมาจากโรงแรมปิ่นอนงค์และเตโซก็ขึ้นรถขับออกตรงไปยังวราไดมอนด์ทันทีโดยเป็นรถของชายหนุ่มและสารถีก็คือเจ้าของรถ หญิงสาวเพิ่งสัมผัสได้ว่าเขามีฐานะชื่อเสียงแต่ใช้ชีวิตธรรมดาพึ่งตัวเอง แตกต่างจากคนวรรณวิภากิจที่น้อยนักจะได้ทำอะไรด้วยตัวเอง เธอจึงฉุกคิดได้ว่าการที่ย้ายไปอยู่บ้านของเขาคงจะทำให้เธอโตขึ้นมากกว่านี้ คงได้เรียนรู้สิ่งที่แตกต่างจากเดิมไม่น้อยจากเขาก็เป็นได้ใช้เวลาไม่นานทั้งสองก็มาถึงวราไดมอนด์ เตโซเลือกที่จะเข้าเข้ามาจอดรถที่ลานจอดใต้ตึกตามคำขอของปิ่นอนงค์ที่นึกสนุกอยากแอบเข้าไปโดยไม่ให้ใครรู้ว่าหญิงสาวเป็นใครก็เพื่อประเมินดาริกาตามความตั้งใจ แต่ทว่าไม่คิดเลยว่าทันทีที่ก้าวเท้าเข้ามาทางด้านหน้าบริษัทแทนการเข้าที่ลิฟต์ส่วนตัวผู้บริหารกับเตโซ“น้อง! น้องใช่ไหมที่เป็นพนักงานใหม่ ทำไมมาสายขนาดนี้ ทุกคนกำลังยุ่งๆ กันเลย วันนี้คุณเตโซจะเข้าบริษัท เดี๋ยว ทำไมแต่งตัวแบบนี้ ตายๆ เอชอาร์รับมาได้ยังไง ทำยังไงดีๆ คุณเตโซเป็นคนเนี้ยบซะด้วยสิ”ปิ่นอนงค์มองพนักงานหญิงที่สวมแว่นตาหนาอยู่ในชุดสูทเนี้ยบที่บ่นไปดึงแขนพาหญิงสาวเดินไปก่อนจะชะงักมองเธออีกครั้งอย่างพิจารณา และยิ่งพบความไม่เรี

  • รักร้ายภรรยา    บทที่ 6 การพบหน้าน้องสะใภ้ (6)

    “จริงสิคะ ที่คุณบอกว่าจะเรียกคนที่ดูกระเป๋าเป็นมา คุณมีคนรู้จักแบบนั้นด้วยเหรอคะ” ปิ่นอนงค์ได้ยินเสียงหัวเราะในลำคอของเตโซก็ยิ่งดขินอายมากกว่าเดิมจึงตัดสินใจหันกลับไปเปลี่ยนเรื่องทันที“รู้จักน่ะมี แต่เขาอยู่กรุงเทพฯ ผมก็แค่พูดแก้ไขสถานการณ์ไปน่ะ” เตโซตอบตามตรง“คุณเองก็ร้ายค่ะ” เธอขำออกมากับคำตอบของเขาก่อนจะแกล้งว่ากลับไป“ทำไงได้ เจอคนกำลังเอาเปรียบก็ต้องเปิดโปง แล้วคุณดูไม่ออกจริงๆ เหรอเรื่องกระเป๋า” เตโซยักหัวไหล่อย่างไม่ยี่หระก่อนจะถามกลับ“ดูไม่ออกค่ะ ฉันไม่ค่อยใช้ของแบรนด์เนม มีไม่กี่อย่างเองและที่มีก็ได้มาจากของขวัญที่คนอื่นให้มา” ปิ่นอนงค์ส่ายหัวพรืดตอบกลับไป“ไม่เอามาใช้แล้วคุณเก็บไว้ไหน” ถามกลับด้วยความสงสัย“ห้องเก็บของที่บ้านเล็กที่กรุงเทพฯ ค่ะ” ตอบด้วยท่าทางสบายๆ“ไม่แปลกใจแล้ว อีกเรื่อง ทำไมคนที่นี่ถึงไม่เรียกคุณว่าคุณหนึ่งเหมือนคนที่กรุงเทพฯ แต่เรียกคุณว่าคุณปิ่น” เตโซเอ่ยถามในสิ่งที่สงสัยมานานเมื่ออยู่ที่นี่นานจนจับสังเกตได้ว่าคนทั้งโรงแรมและรีสอร์ตต่างเรียกปิ่นอนงค์ด้วยชื่อมากกว่า ‘คุณหนึ่ง’ ซึ่งบ่งบอกตำแหน่งหลานสาวคนโตของวรรณวิภากิจ“ฉันสั่งเองค่ะ สำหรับ ‘คุณหนึ่ง’

  • รักร้ายภรรยา    บทที่ 6 การพบหน้าน้องสะใภ้ (5)

    “โชคดีนะคะที่ไม่แตกจนต้องเย็บ คุณนะคุณ ทำไมทำตัวเหมือนตัวเองเป็นเหล็กทั้งตัวด้วยคะ”ปิ่นอนงค์บ่นพลางช่วยปิดพลาสเตอร์ที่แผลหลังล้างแผลพและใส่ยาเป็นที่เรียบร้อย หญิงสาวเปลี่ยนใจให้สายพิณออกไปจัดการกับลูกค้ารายนั้นแทนด้วยคำสั่งใหม่เมื่อคำสั่งแรกทุกคนไม่ยอมทำตามและเป็นเธอเองที่พาเตโซมาห้องพยาบาลของรีสอร์ตโดยมีรุจีรากับภานพตามมาด้วย“เท้ามันไปเอง” เตโซตามเสียงปกติด้วยสีหน้านิ่งเฉยราวกับว่าเป็นเรื่องปกติธรรมดา“เท้าไปเอง!? นี่คุณกวนประสาทฉันอยู่ใช่ไหมคะคุณโซ” ปิ่นอนงค์เอ็ดเล็กน้อยพลางถลึงตาใส่ด้วยความโมโหเตโซเพราะคำตอบ“ขอโทษครับ” เตโซตอบกลับด้วยคำขอโทษเสียงนุ่ม ทว่าทำคนฟังอย่าปิ่นอนงค์ไปต่อไม่ถูกเมื่อจริงๆ แล้วเขาไม่ได้เป็นคนผิด“คุณ…” หญิงสาวได้แต่มองชายหนุ่มอย่างอ่อนใจ“…ทำไมถึงยอมง่ายๆ แบบนี้ ผมพูดไปขนาดนั้นแล้ว” เขาเลือกที่จะส่งยิ้มไปให้เธอเพื่อให้สบายใจก่อนจะเอ่ยถามออกไปอย่างไม่เข้าใจว่าเพราะเหตุผลอะไรสาวเจ้าถึงยอมง่ายๆ เช่นนั้น“ใครว่าฉันยอมล่ะคะ” ปิ่นอนงค์ตอบกลับพลางนั่งลงบนเตียงคนไข้เตียงข้างๆ หลังจากยืนทำแผลให้กับเขา“ไม่ยอมยังไงถึงปล่อยไป” เตโซถามกลับทันที เพราะสำหรับเขาไม่ควรปล่

  • รักร้ายภรรยา   บทที่ 6 การพบหน้าน้องสะใภ้ (4)

    ปิ่นอนงค์หันขวับมามองเตโซด้วยความตกใจกับสิ่งที่เขาทำอยู่แม้จะแอบไม่พอใจเขาในตอนแรก แต่ไม่คิดเลยว่าเขากำลังช่วยไม่ให้เธอถูกลูกค้าหัวหมอเอารัดเอาเปรียบสร้างความเสียหายให้กับทางรีสอร์ต และไม่คิดเลยว่าเขาจะช่วยเธอมากมายขนาดนี้ จนเริ่มไม่มั่นใจแล้วว่าถึงเวลาที่จะค้องปล่อยเขาไปเธอจะปล่อยเขาไปได้จริงๆ หรือ…“แก! แกพูดอะไร ฉันชื่อมาเป็นแสนนะยะ พูดมานี่ดูกระเป๋าเป็นหรือเปล่ายะ” ลูกค้ายังคงโวยวายกลับมาแต่เริ่มมีท่าทีลุกลี้ลุกลนขึ้นมาเล็กน้อย“เป็นไม่เป็น ผมรู้จักคนที่ดูกระเป๋าเป็น ผมสามารถเรียกเขามาได้นะครับ” เตโซพูดอย่างกดดันและข่มอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงทุ้มเข้ม“แก! แกเป็นใคร มายุ่งอะไรด้วยยะ ไม่รู้ล่ะ ถ้าเธอไม่ชดใช้ รีสอร์ตได้เสียชื่อเสียงแน่” เจ้าหล่อนยังคงโวยวายกลบเกลื่อนไม่หยุด“ยินดีครับ ผมเองก็จะฟ้องกลับเรื่องหมิ่นประมาทซึ่งหน้าและทำให้เสียชื่อเสียง และยังมีการฉ้อโกง ยังทำให้ผู้อื่นบาดเจ็บทางกายและใจ” เตโซตอบโต้กลับไม่วายชี้ไปทางพนักงานชงเครื่องดื่มในท้ายประโยค ซึ่งชายหนุ่มเห็นว่าพรักงานชายคนนี้ถูกทำร้ายร่างกายเมื่อเห็นรอยนิ้วมือและเล็บที่ข่วนแก้ม“แก! นี่หล่อน! มันเป็นใคร คนวรรณวิภากิจบริ

  • รักร้ายภรรยา   บทที่ 6 การพบหน้าน้องสะใภ้ (3)

    “ภรรยาท่านทูตที่ประจำอยู่สวิตเซอร์แลนด์ค่ะ เวลาคุณหญิงกลับมาพักผ่อนที่ไทยจะเลือกพักโรงแรมวรรณวิภากิจเป็นประจำ อีกอย่างเมื่อปีก่อนฉันไปเรียนที่สวิตซ์ระยะสั้นก็ได้ท่านช่วยหาบ้านพักและดูแลตลอดนี่แหละ คุณปู่เลยจะเลี้ยงข้าวท่านทุกครั้งที่มาไทยค่ะ” ปิ่นอนงค์อธิบายให้เตโซได้ฟังระหว่างเดินไปที่รีสอร์ต“โอเค หลังจากนั้นเราจะอยู่ที่กรุงเทพฯ ต่ออีกสองเดือน เจ้าสัวอยากจัดงานวันเกิดให้คุณที่กรุงเทพฯ อ้อ ของของคุณถูกย้ายไปไว้ที่บ้านผมแล้วนะ” เตโซพยักหน้าเข้าใจก่อนจะยื่นมือไปดันต้นแขนของปิ่นอนงค์เบาๆ ให้เปลี่ยนมาเดินทางซ้ายของเขาเมื่อมีกลุ่มแขกของรีสอร์ตกำลังเดินลากกระเป๋าออกมาพอดี“คุณปู่อีกตามเคย จริงสิ ก่อนจะเข้าบ้านคุณ ฉันมีโอกาสเจอน้องสะใภ้คุณหรือเปล่า” ปิ่นอนงค์บ่นอุบก่อนจะถามถึงดาริกาตามปกติ“…ไม่ จนกว่าจะเข้าบ้าน” เตโซชำเลืองมองปิ่นอนงค์อย่างไม่ชอบใจเล็กน้อยที่เธอคลายจะเร่งรัดข้อตกลงแต่ก็ยอมตอบออกไป“งั้นฉันขอแวะไปที่วราไดมอนด์ก่อนเข้าบ้านคุณนะคะ อยากจะเห็นหน้าชัดๆ อีกที ตั้งแต่งานแต่งจนตอนนี้ก็ยังไม่เห็นหน้าเธอชัดๆ สักที อย่าบอกใครล่ะว่าฉันเป็นใคร” ปิ่นอนงค์พยักหน้าก่อนจะพูดให้เตโซได้รับรู้

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status