ログインบทที่ 2
ฮันนีมูน
หลังจากเปลี่ยนชุดสำหรับปาร์ตีตามคำสั่งของผู้เป็นปู่ซึ่งเป็นผู้จัดการชุดให้ปิ่นอนงค์กับเตโซอย่างเลี่ยงไม่ได้ทั้งที่หญิงสาวไม่อยากจะลงไปเสียเท่าไร มิหนำซ้ำยังจะต้องลงไปดูหน้าผู้หญิงที่ทำให้สามีในนามของเธอหลงรักจนตัดความรู้สึกนั้นออกไปไม่ได้ทั้งที่สาวเจ้าคนนั้นแต่งงานไปกับน้องชายของเขาไปแล้ว
หญิงสาวมองชายหนุ่มซึ่งกำลังเดินออกมาจากห้องแต่งตัวก่อนจะเริ่มบทสนทนาขึ้นเมื่อระหว่างที่นั่งรอเขานั้นทางภูเก็ตก็ค่อสายมาหาเธอเพื่อแจ้งเรื่องสำคัญที่สุดในชีวิตของเธอให้ทราบ
“คุณ พรุ่งนี้ฉันต้องบินไปภูเก็ตและจะต้องอยู่ที่นั้นหลายวันหน่อย ถ้าคุณรู้สึกว่าโดนเอาเปรียบที่ฉันมีอิสระล่ะก็ คุณจะไปทำงานไปทำเที่ยวหรือจะไปไหนก็ได้ที่คุณชอบ อย่างที่บอกไปก่อนหน้าว่าจะให้อิสระกันระหว่างนี้” ปิ่นอนงค์พูดขึ้นทันทีอย่างเกรงใจเตโซ
เพราะหลังจากทำข้อตกลงกันเรื่องหย่าระหว่างเธอกับเขาก็ตกลงกันอีกเรื่องว่าจะเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันระหว่างที่ยังแต่งงานกันในนาม ระดับน้ำเสียงและความสนิทที่ถูกเปลี่ยนจากคนแปลกหน้าเป็นคนกันเองในเวลาไม่กี่ชั่วโมง รวมไปถึงการให้เกียรติกันและกันจนเธอรู้สึกเกรงใจจนเขินเสียมากกว่าที่จะต้องบอกทุกเรื่องให้กับเขาได้รับรู้ทั้งที่เมื่อก่อนคนโลกส่วนตัวสูงอย่างเธอไม่เคยจะต้องพูดมันออกไป แม้ว่าจะไม่ได้พูดรายละเอียดออกไปทั้งหมดก็ตาม
“เจ้าสัวจัดทริปฮันนีมูนให้เราที่ฮ่องกง” เตโซไม่ได้ตอบอะไรไปมากกว่าคำสั่งของเจ้าสัวที่บอกกับเขาหลังจดทะเบียนสมรสเสร็จสิ้น
“ฮ่องกง! ปู่นะปู่ รู้ทั้งรู้ว่าน้องนายจะบินกลับไทย” ปิ่นอนงค์อุทานออกไปด้วยความตกใจยกกำลังสองกับสิ่งที่คนเป็นปู่จัดการให้และแสนจะเป็นเรื่องเซอร์ไพรส์จนน่าโกรธเคือง
สำหรับเธอเรื่องของ ‘น้องนาย’ สำคัญยิ่งกว่างานหรือชีวิตส่วนตัวของตัวเองเสียอีก รู้ทั้งรู้ว่าลูกชายหัวแก้วหัวแหวนตัวน้อยคนนี้จะเดินทางมาถึงประเทศไทยแล้วตรงไปภูเก็ตในวันพรุ่งนี้แท้ๆ ทำไมถึงจัดฮันนีมูนให้เธอกับเขาต้องไปฮ่องกงด้วยนะ
“น้องนาย? ผมไม่รู้เลยว่าคุณมีน้องด้วย คิดว่ามีแค่พี่ชาย” เตโซขมวดคิ้วเอ่ยถามกลับไปด้วยความสงสัยใคร่รู้
“เปล่า น้องนายคือลูกของฉันน่ะ” ปิ่นอนงค์ตอบอย่างไม่ยี่หระพลางลุกขึ้นยืนเมื่อเห็นเวลาว่าใกล้ถึงเวลาปาร์ตี
“ลูก? คุณ…” เตโซอุทานออกไปด้วยความตกใจแกมฉงน เพราะเขาไม่รู้เลยว่าเธอมีลูกชายมาก่อน อีกทั้งเจ้าสัวธรรมรงค์ก็ไม่เคนยอกมาก่อน แต่ทว่าคำถามที่อยากจะถามออกไปก็ถูกขัดจังหวะด้วยเด็กในบ้านขึ้นมาตามพวกเขาทั้งสองคน
“คุณหนึ่งคะ เจ้าสัวให้ขึ้นมาตามคะ” เด็กในบ้านเคาะประตูสองสามทีก่อนจะตะโกนแจ้งคนภายในห้อง
“คุณหนึ่ง?” เตโซมองปิ่นอนงค์พลางขมวดคิดมากกว่าเดิม
“โอเค ฉันจะบอกคร่าวๆ แล้วกันนะ ที่นี่จะเรียกพี่ชายฉันว่าคุณใหญ่ เรียกฉันว่าคุณหนึ่งเพราะเป็นหลานสาวคนโต เดี๋ยวลงไปฉันจะบอกว่าใครคือคุณสองคุณสามกับบรรดาคุณเล็กและคุณๆ ทั้งหลาย” เธอหันกลับไปตอบความสงสัยของเตโซด้วยน้ำเสียงปกติ ยกเว้นก็แต่ตอนท้ายประโยคที่มีน้ำเสียงติดรำคาญแกมเบื่อหน่ายเล็กน้อยก่อนจะเดินไปยืนข้างเขาแล้วควงแขนอย่างลังเลเล็กน้อย
“ญาติเยอะกว่าที่คิด” เตโซพยักหน้าอย่างเข้าใจพลางบ่นอย่างไม่จริงจัง
“เยอะจนฉันอยากจะบริจาคเลยล่ะ” ปิ่นอนงค์พูดเสียงหัวเราะแห้งอย่างขบขันออกไป ทว่าเรียกเสียงหัวเราะในลำคอของเตโซที่ขบขันในความเป็นตัวเองของหญิงสาว
เมื่อจบบทสนทนาทั้งสองก็เดินควงแขนกันออกจากห้องลงไปชั้นล่างของบ้านทันทีตามเด็กในบ้านที่ยังยืนรออยู่หน้าห้องและจะไม่ไปไหนถ้าเธอกับเขายังไม่ยอมลงไปงานปาร์ตี้สังสรรค์กับแขกเหรื่อที่มางานวิวาห์ฟ้าแลบของเธอกับเขา
ทันทีที่ทั้งสองลงมาชั้นล่างเตโซก็พาปิ่นอนงค์ไปแนะนำแขกทางฝั่งของตัวเองก่อนเพื่อให้เกียรติหลานสาวคนโตของวรรณวิภากิจที่เขาเพิ่งทราบข้อมูลของเธอมาเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนว่าถือเป็นหลานสาวที่เจ้าสัวหวงแหนและรักมากที่สุดจนญาติผู้ใหญ่ในครอบครัวยังต้องมีท่าทีระมัดระวังกับปิ่นอนงค์ในแต่ละครั้งที่พบปะพูดคุยกัน
“เตกับน้องดาล่ะ” เตโซเอ่ยถามกับเคนเมื่อลงมาร่วมงานปาร์ตีแล้วไม่พบกับเตชินและดาริกา
“คุณหนูมีอาการแพ้ท้องหนักครับ คุณเตเลยพากลับบ้านไปก่อน” เคนเอ่ยตอบตามปกติ
“งั้นเหรอ” เตโซรับคำเพียงแค่นั้นก่อนจะเอี้ยวตัวไปด้านหลังเล็กน้อยเมื่อถูกปิ่นอนงค์กระตุกแขนเสื้อเบาๆ พร้อมกับกระซิบพูดให้ได้ยินกันเพียงแค่สองคนเท่านั้น
“ท้องแล้วด้วย คุณนี่สุดยอดจริงๆ เลยนะคะ แอบรักคนท้องแล้วด้วย” ปิ่นอนงค์พูดขึ้นด้วยความตกใจเมื่อได้เข้าใจว่าผู้หญิงที่ชายหนุ่มหลงรักแต่งงานไม่พอยังมีลูกแล้วด้วย
“น้องดาท้องลูกคนที่สองแล้ว ฉันถึงบอกว่าถ้าเธอทำให้ฉันหวั่นไหวได้ ฉันถึงจะยอมหย่าอย่างไม่มีข้อแม้” เตโซเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มอย่างอ่อนโยนยามที่พูดถึงดาริกา
“แล้วคุณไม่คิดจะลองคุยลองคบกับคนอื่นก่อนบ้างหรือไง ทำไมต้องเป็นฉันด้วย” ปิ่นอนงค์ยังคงกระซิบพูดอย่างไม่เข้าใจกับสิ่งที่เขาตัดสินใจเลือกที่จะแต่งงานกับเธอ
“ลองแล้ว แต่ไม่เวิร์ก” เตโซตอบออกไปตามตรง
“กรรมก็เลยมาตกอยู่ที่ฉันว่างั้นสิ” ปิ่นอนงค์อ้าปากเล้กน้อยกับคำตอบที่ได้พลางมองเขาอย่างเหลือเชื่อได้ว่าผู้ชายคนนี้มีความคิดที่แปลกประหลาดมาก
“เรียกว่าลักกี้จะดีกว่า” เตโซตอบกลับหน้าตาเฉยก่อนจะเดินจากไปเพื่อเข้าไปทักทายญาติผู้ใหญ่ของหญิงสาวที่กำลังมองมา
“ลักกี้เนี่ยนะ!? จะบอกว่าฉันลักกี้อินเลิฟลักกี้อินเกมงั้นสิ ประหลาดคน!” ปิ่นอนงค์พึมพำกับตัวเองอยู่ที่เดิมด้วยสีหน้าเหยเกอย่างไม่เข้าใจตรรกะของเตโซก่อนจะหันไปมองเคนที่มองมาพร้อมรอยยิ้มอย่างนอบน้อม เธอจึงส่งยิ้มบางกลับไปให้ก่อนจะรีบสาวเท้าเดินตามเตโซไปทันที
“ผมอยากแนะนำคุณกับคนสำคัญให้รู้จัก ไม่เยอะหรอก ครอบครัวผมก็เหลือแค่ผมกับน้อง ยังโชคดีที่มีน้องดาเข้ามาอยู่เพิ่มอีกคน” เตโซหันกลับมาพูดกับปิ่นอนงค์เมื่อหญิงสาวเดินมาอยู่ข้างๆ
“ไม่ต้องจริงจังก็ได้คะ เราแค่แต่งงานกันในนามที่ถูกปู่จับให้เรามาแต่งงานกันเท่านั้น” ปิ่นอนงค์พูดตอบโทนเสียงปกติ
“แต่ผมจะต้องจริงจัง” เตโซตอบก่อนจะหันไปส่งยิ้มให้กับคนที่กำลังเดินเข้ามา
“สวัสดีเตโซ ลุงยินดีด้วยนะที่เตโซได้แต่งงานสักที” ศรศักดิ์ผู้เป็นเพื่อนสนิทพ่อและผู้อาวุโสบอร์ดบริหารเอ่ยทักทาย
“ขอบคุณครับ ลุงศร เพื่อนพ่อผมและยังมีตำแหน่งเป็นหนึ่งในบอร์ดบริหารผู้อาวุโสบริษัทของที่บ้านผม ลุงครับ นี่คุณปิ่น ภรรยาของผมครับ” เตโซยิ้มรับคำยินดีก่อนจะเริ่มแนะนำตัวหญิงสาวให้ศรศักดิ์ได้รู้จัก
ทว่า คำพูดในท้ายประโยคของเขาที่แสนเรียบง่ายและธรรมดาช่างส่งผลไปถึงหัวใจดวงน้อยที่เงียบสงบมานานสามสิบหกปีส่งสัญญาณสั่นไหวเล็กน้อยอยู่ลึกๆ ข้างใน
เล็กน้อยจนไม่อาจรู้สึกอย่างชัดเจนได้
หลังทักทายญาติฝ่ายชายจบก็ถึงหน้าที่ของปิ่นอนงค์ที่จะพาเตโซไปแนะนำกับบรรดาญาติที่หญิงสาวไม่มคร่จะอยากให้มางานแต่งงานของเธอเลยสักนิด หากเลือกได้เธอก็คงจะเลือกอยู่ไม่กี่คนให้มาร่วมงาน แต่นั่นแหละ สาวเจ้าได้แต่คิดเมื่อเจ้าสัวธรรมรงค์ส่งข้อความเด็ดขาดเพื่อให้ทุกคนมาด้วยข้อความที่ทำให้เธอมองบน
‘ถ้าใครไม่มางานแต่งของปิ่น ฉันจะตัดเงินเดือนและตัดออกจากกองมรดก ฉันพูดจริง!’
ตัดเงินเดือน!
ตัดออกจากกองมรดก!
จะมีใครกล้าไม่มาล่ะ เจอข้อความนั้นไปผลลัพธ์ที่ได้ของวันนี้ก็คือมาเยอะกว่าญาติฝ่ายชายเสียอีก ไม่ว่าจะอยู่เหนือ ใต้ อีสานก็รีบบึ่งกันมาแทบจะทันที โดยเฉพาะญาติที่ติดต่อกันมากที่สุดอย่างทางฝั่งภูเก็ตที่พากันยกโขยงมากันหมดบ้าน ยังดีที่เหลือพี่เลี้ยงคอยรอรับเจ้านายที่จะกลับมาจากต่างประเทศในวันพรุ่งนี้
นึกแล้วก็อยากจะหายตัวไปภูเก็ตเสียตอนนี้เลยสินะ
บทส่งท้ายปิ่นอนงค์ยันตัวลุกขึ้นอย่างลำบากเล็กน้อยหากแต่ไม่เท่ากับความเจ็บที่ขาเมื่อรู้สึกถึงตะคริวที่ขาซ้ายของตัวเองก่อนจะพยายามยืดขาเพื่อช่วยคลายตะคริว คิ้วทรงสวยขมวดเข้าหากันเมื่อยิ่งรู้สึกเจ็บที่ขามากขึ้น“เป็นตะคริวเหรอปิ่น”“ค่ะ”กระทั่งเสียงทุ้มเข้มของเตโซดังขึ้นพร้อมกับยันตัวลุกขึ้นจากเตียงพลางเดินอ้อมมาอยู่ด้านหน้าของหญิงสาวแล้วนั่งลงที่พื้นข้างเตียงซึ่งเธอก็ขยับตัวห้อยขามาทางชายหนุ่ม“อือ…ขาไม่บวม คงเป็นตะคริวปกติ” เตโซมองสำรวจขาซ้ายของปิ่นอนงค์ก่อนจะจับข้อเท้าของเธอมาแล้วเริ่มบีบนวดเบาๆ ตั้งแต่ข้อเท้าไปตามปลีน่องก่อนจะพูดขึ้นอีกครั้งเมื่อหญิงสาวยิ้มออกมาพร้อมคำตอบ“เจ้าตัวเล็กทำให้คุณต้องตื่นมากลางดึกบ่อยนะช่วงนี้” ชายหนุ่มพูดด้วยน้ำเสียงคาดโทษเจ้าตัวเล็กที่อยู่ในครรภ์ของหญิงสาวอย่างไม่จริงจัง“อีกสองเดือนก็ครบกำหนดแล้วนิคะ เป็นเรื่องปกติค่ะ” ปิ่นอนงค์ยิ้มมีความสุขในทุกครั้งที่เตโซยอมตื่นยอมลุกมากับเธอเช่นนี้ตั้งแต่มีอาการแพ้ท้องเขาไม่เคยบ่นหรือมีท่าทีหงุดหงิดใส่เลยแม้แต่นิด ซึ่งทำให้เธอรู้สึกอุ่นใจมากขึ้นทั้งที่ก่อนหน้านี้แอบกังวลเป็นอย่างมากกับการที่ตั้งครรภ์ตอนใกล้เลขสี
“ไม่ใช่ค่ะ ตอนแรกเรานอนห้องเดียวกันแต่แยกที่นอน พอมาที่นี่ก็แยกห้องนอนกัน ต่างคนต่างใช้ชีวิตของตัวเองเหมือนที่ผ่านมา แต่เพราะความอ่อนโยนอบอุ่นของเขาทำให้ปิ่นตัดสินใจขอเขาเป็นแฟนก่อนเลยค่ะ ทั้งหล่อทั้งรวยแถมด้วยความอบอุ่นอ่อนโยน ใครจะไม่รีบคว้าเอาไว้มาเป็นเจ้าบ่าวของตัวเองละคะ” ปิ่นอนงค์เป็นคนเอ่ยตอบอย่างรักษาเกียรติของเตโซโดยไม่พูดถึงข้อตกลงระหว่างกันที่ตอนนั้นหัวใจของเธอกับเขายังว่างเปล่าอยู่“ถ้าไม่ใช่เพราะเธอน่ารักและทำให้ผมอยากดูแล ไม่มีทางที่คนอย่างผมจะใส่ใจใครโดยไม่สนว่าตัวเองจะลำบากแค่ไหน ขอแค่ให้เธอปลอดภัยมีความสุขก็พอแล้วครับ” เตโซพูดขึ้นบ้างพลางมองสบสายตาปิ่นอนงค์“หวาน หวานมากจริงๆ ค่ะ แต่ความร้ายของคุณปิ่นเราก็ถูกสยบด้วยความอ่อนโยนจากคุณโซ แหม น่าอิจฉามากเลยค่ะ แบบนี้ทั้งคู่คงรักเหนียวแน่นแน่นอน” เพราะความหมั่นไส้และอิจฉาที่คนื่นมีคนรักแล้วทำให้เชอรีนแอบแขวะออกไปตามประสาคนอิจฉาคนมีความรัก“แน่นอนครับ ผมรักเธอมากจนไม่สามารถปล่อยให้เธอเป็นอันตรายได้ ต่อให้ตอนนั้นเธอจะขอหย่าผม ผมก็จะปกป้องเธออย่างไม่มีข้อแม้” เตโซเป็นฝ่ายตอบก่อน“ปิ่นเองก็รักคุณมากเกินกว่าจะเสี่ยงให้คุณมามีอั
บทที่ 24ดวงใจที่ร้ายที่รัก หลังจากที่เตโซได้ขอปิ่นอนงค์แต่งงานไปได้เพียงคืนเดียวข่าวบันเทิงต่างก็ตีแผ่ภาพและข่าวการขอแต่งงานอย่างรวดเร็วยิ่งกว่าไฟลามทุ่ง ต่อมาอีกหนึ่งเดือนงานวิวาห์สุดแสนตระการตาภายในห้องโถงใหญ่ของโรงแรมวรรณวิภากิจที่ภูเก็ตก็ถูกจัดขึ้นโดยมีสื่อมวลชนและผู้หลักผู้ใหญ่ถูกเชิญเข้าร่วมงานวิวาห์ที่เปิดเผยและออกสื่อให้ทุกคนได้รู้อย่างสมเกียรติของเจ้าบ่าวและเจ้าสาวที่เป็นถึงนักธุรกิจชื่อดังที่ใครต่างให้ความสนใจข่าวของคนทั้งสองมาตลอดยามที่มีข่าวตีแผ่ออกไป แม้งานวิวาห์ครั้งนี้จะถูกจัดขึ้นด้วยความรักและความสุขท่ามกลางผู้คนมากมายที่เข้ามาเป็นพยานในวันแห่งความทรงจำที่มีความสุขที่สุดของปิ่นอนงค์และเตโซก็ยังมีข้อครหาเมื่อหลายเดือนก่อนหน้านี้ก็มีข่าวว่าคนทั้งสองแต่งงานกันแบบเงียบและออกมาเปิดตัวอย่างเป็นทางการที่งานเลี้ยงเลื่อนตำแหน่งของเตโซทำไมถึงแต่งงานกันอีกครั้งแต่แล้วข้อครหาเหล่านั้นก็ถูกปัดตกไปเมื่อมีคนแย้งมาว่าคนรวยมักชอบทำเรื่องแปลกตามใจ จึงกลายเป็นว่าทุกคนไม่สนใจตั้งคำถามอีกนอกจากรอดูภาพงานวิวาห์ตามสือที่จะตีแผ่ข่าวออกมาภายในงานดำเนินไปอย่างราบรื่นและใหญ่โตสมฐานะของเจ้าบ
“ถ้าผมไม่เข้าไปช่วยคุณ ผมก็เสียคุณไปสิ ผมทำแบบนั้นไม่ได้หรอก คุณคือทุกอย่างในชีวิตที่เหลืออยู่ของผมนะปิ่น อย่าโทษเจ้าสัวเลย ต่อให้เจ้าสัวไม่ผิดคำพูดกับคุณผมก็จะดื้อเข้าไปปกป้องคุณอยู่ดี” เตโซได้ยิ้มกว้างเสียทีพลางยื่นมือไปดึงมือของสาวเจ้ามากอบกุมเอาไว้“เจ็บมากไหมคะ ยังปวดหัวอยู่หรือเปล่า” ปิ่นอนงค์ค่อยๆ ระบายยิ้มออกมาเพื่อให้เตโซชื่นใจขึ้นมาอีกนิดพลางดึงมือออกแล้วยื่นไปลูบเบาๆ ใกล้บริเวณบาดแผลที่ยังมีผ้าก๊อซปิดอยู่“ไม่แล้วครับ” เตโซยิ้มรับพลางตอบ“อยากจะแกล้งโกรธแล้วมึนตึงใส่ก่อนพังงานแต่ก็ทำไม่ลง ห่วงความรู้สึกของคุณอยู่เรื่อย” เธอยู่ปากพูดออกมา“แสบนักนะเรา ว่าแต่ปิ่นรู้ตั้งแต่เมื่อไรที่ผมฟื้นแล้ว” ชายหนุ่มพูดพลางยกมือลงบนศีรษะของหญิงสาวยีเบาๆ ก่อนจะถาม“วันที่ปิ่นบอกมีงานด่วนนั่นแหละคะ บังเอิญเจอลุงหมอแล้วท่านบอกเลยยืนแอบฟังค่ะ” สาวเจ้าตอบตามตรง“อือหือ แสบจริงๆ นะปิ่น” เตโซอุทานออกมาพลางยิ้มขันตัวเองที่ไม่เชื่อพฤกษ์ที่ช่างสังเกต“ว่าแต่ จะเซอร์ไพรส์ขอปิ่นแต่งงานไม่ใช่เหรอคะ” เธอยิ้มขันก่อนจะพูดออกไป“ไม่เซอร์ไพรส์แล้ว ขอเลยแล้วกัน” เตโซพูดก่อนจะเริ่มมีท่าทีจริงจังขึ้นมาเตโซมองส
“อย่าเพิ่งกังวลไปครับ พี่ปิ่นอาจจะคิดงานถึงได้ให้เชอรีนมาที่นี่ก่อนก็ได้นะครับ พี่ปิ่นไม่หนีพี่ไปไหนแน่นอนครับ” เตชินเอื้อนเอ่ยขึ้นหากแต่ข้างในใจก็รู้สึกกลัวเล็กน้อยว่าการเซอร์ไพรส์ในครั้งนี้จะล่มไม่เป็นท่า“ขอบใจมาก” เตโซยิ้มรับแล้วขอบคุณน้องชายออกไป“แต่ถ้าพี่ปิ่นรู้แล้วเกิดโกรธขึ้นมาละคะ” พราวมุกเอื้อนเอ่ยขึ้นอย่างเผลอลืมตัวก่อนจะรีบหันไปทางอื่นพลางขยับตัวไปหลบอยู่ด้านหลังพฤกษ์ทันทีที่เตโซหันขวับมามอง“ไม่หรอกครับ” เตชินพยายามคิดในแง่ดีหากแต่มือไม้เริ่มสั่นยืนไม่นิ่งเฉกเช่นเดียวกับเตโซไปเสียแล้วเพราะกว่าพี่ชายของเขาจะได้พบผู้หญิงที่ใช่และมอบความสุขกับรอยยิ้มของเตโซได้ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เลยสักนิดทั้งสองคนเกือบจะไม่ได้มีชีวิตมาถึงวันนี้แล้ว…“คุณโซคะ เชอรีน เอ่อ…รออีกนิดนะคะ เชอรีนคิดว่าจะต้องไปได้สวยค่ะ” เชอรีนยังไม่ได้ให้คำตอบแต่ก้าวไปหาเตโซแล้วดึงแขนให้ชายหนุ่มหันหลังกับทางเดินมองมาที่เธอแล้วพูดขึ้นต่อ“รออะไรครับ แล้วเธอทำอะไรอยู่” เตโซพยายามควบคุมสติแล้วถามกลับไปด้วยความสงสัยใคร่รู้“คือว่า…ทุกคนคะ!” เชอรีนที่กำลังจะตอบอยู่ๆ ก็ตะโกนให้ทุกคนหันกลับมามองที่เธอเมื่อเห็นว่าปิ่นอน
สามวันต่อมาเตโซออกจากโรงพยาบาลก็เดินทางตรงมาภูเก็ตทันทีพร้อมกับคนอื่นๆ ที่ทราบเรื่องของชายหนุ่มตั้งแต่แรกแล้วไม่เว้นแม้แต่เจ้าสัวธรรมรงค์ โดยที่ไม่รู้เลยว่าก่อนที่ปิ่นอนงค์จะเดินทางมาภูเก็ตได้ยินทุกอย่างที่พูดในห้องพักฟื้นแล้วเพียงแต่หญิงสาวไม่รู้ว่าเขามีแผนจะเซอร์ไพรส์อะไรเธอแต่ก่อนที่เขาจะเซอร์ไพรส์เธอนั่น ขอเอาคืนเล็กๆ น้อยๆ ให้รู้สึกแสบๆ คันๆ สักนิดก็แล้วกันปิ่นอนงค์เรียกพราวมุกมาเค้นหาความจริงจากปากจนได้รู้ว่าเตโซคิดจะทำอะไรและไม่ยากที่พราวมุกจะเข้าข้างหญิงสาวจนพูดออกมาจนหมดเปลือก เธอนึกดีใจที่รู้ว่าชายหนุ่มคิดจะเซอร์ไพรส์อะไรเธอแต่มีหรือจะง่ายอย่างที่หวังเอาไว้“คอยดูนะ ปิ่นจะทำให้คุณน้ำตาล่วงต่อหน้าคนอื่นไปเลย เจ้าเล่ห์ดีนัก แต่ก็นะ…ก็ยังดีที่ทำแบบนี้” ปิ่นอนงค์พึมพำกับตัวเองพลางมองไปยังกลุ่มคนขนาดใหญ่ที่กำลังเดินเข้าไปที่เคาน์เตอร์โรงแรมที่ด้านหลังสวนหย่อมซี่งเชื่อมกับทางเดินมาทางรีสอร์ต“พี่ปิ่น งั้นมุกขอตัวไปหาพวกเขาก่อนนะคะ เดี๋ยวฝ่ายนั้นจะรู้ซะก่อนว่าพี่ปิ่นรู้เรื่องแล้ว” พราวมุกที่มาอยู่รอที่ภูเก็ตและแปรพรรคมาอยู่กับปิ่นอนงค์พูดขึ้นด้วยรอยยิ้มที่จะดีใจก็ไม่ดีใจจะเห็นใจก
“สวัสดีครับ วันนี้คนไข้รู้สึกปวดหัวหรือมีอาการเจ็บ มึนหัว อาเจียนไหมครับ”เสียงของแพทย์ดังขึ้นทันทีที่เข้าไปด้านในแม้ปิ่นอนงค์จะไม่เห็นว่าแพทย์ประจำคนไข้กำลังสอบถามใครแต่คนที่ตอบออกมาก็ทำให้หญิงสาวมีสีหน้ากรุ่นโกรธมากขึ้นเมื่อเสียงนั้นที่ตอบออกมาคือเตโซ!หนอย เจ้าเล่ห์แกล้งกันแบบนี้คงจะสนุกสินะสาว
บทที่ 23 เจ้าเล่ห์แค่ไหนก็สู้ความแสบไม่ได้ อีกสองสัปดาห์ต่อมา แม้เวลาจะผ่านมาหนึ่งเดือนครึ่งแล้วเตโซก็ไม่มีวี่แววจะฟื้นขึ้นมาเลยทั้งที่ทุกอย่างอยู่ในภาวะปกติไม่มีโรคแทรกซ้อนหรือทรุดตัวลง ทั้งปิ่นอนงค์ก็คอยเฝ้าอยู่ทุกวันไม่ไปไหนแม้แต่กับวันที่เจ้านายเดินทางกลับไปเรียนที่ต่างประเทศหญิงสาวก็แค่ไปรั
เธอเป็นผู้หญิงที่ธรรมดา เป็นคนดีคนหนึ่งที่เขาที่ไม่ควรมาพบเจอเรื่องร้ายเลยสักนิด สิ่งที่เขาได้ยินมาจากเตชินมันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่เด็กผู้หญิงคนหนึ่งจะผ่านมาได้ หากเปรียบเทียบกับเขาแล้วยังมีความเข้มแข็งที่จะอดทนดูแลกิจการครอบครัวและน้องชายจนดตมีครอบครัวเช่นนี้ แต่กับปิ่นอนงค์ไม่เพียงสูญเสียบิดามารด
เตโซเดินลงบันไดด้วยอากัปกิริยาที่นกมือขึ้นมาลูบที่หน้าอกด้านซ้ายของตัวเองอย่างไม่เข้าใจเมื่อหัวใจของเขาเต้นแรงกระหน่ำจนคิดว่าตัวเองเป็นโรคหัวใจขึ้นมาฉับพลัน ก่อนจะเบาใจเมืออาการหัวใจเต้นแรงค่อยๆ ทุเลาลงเมื่อเดินลงมาพบกับเตขินและดาริกาซึ่งกำลังเดินกลับเข้าบ้านโดยมีลูกชายตัวน้อยอยู่ในอ้อมแขนผู้เป็นพ่







