Beranda / โรแมนติก / รักร้ายภรรยา / บทที่ 6 การพบหน้าน้องสะใภ้ (2)

Share

บทที่ 6 การพบหน้าน้องสะใภ้ (2)

last update Terakhir Diperbarui: 2026-03-08 10:33:09

หญิงสาวได้แต่เถียงตัวเองอยู่ในใจไปมาทั้งที่สายตายังคงสบประสานกับสายตาของชายหนุ่ม นั่งตัวแข็งไม่ขยับร่างกาย จนกระทั่งได้ยินเสียงทุ้มนุ่มของเขาที่เอื้อนเอ่ยออกมา หากแต่ก็ยิ่งทำให้หัวใจของเธอกระหน่ำมากกว่าเดิม

“ทำไมดูเครียด เรื่องนี้มีมากกว่าแค่อุบัติเหตุธรรมดาเหรอ” เตโซเอ่ยถามหลังดึงมือของตัวเองกลับไป

“ฉันก็ไม่รู้หรอกค่ะ แต่มันก็อดชั่งใจไม่ได้” เธอตอบเขาทั้งที่สายตายังสบประสานดวงตาคู่นั้นของเขาอย่างไม่ละสายตา

แปลกที่ครานี้เธอไม่หลบสายตาเขา

“อย่าห่วง…ผมจะช่วยเท่าที่จะทำได้ ถ้าเรื่องอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นกับคุณ เชอรีนไม่เกี่ยวข้อง ผมก็จะช่วยทำทุกทางให้เธอไม่ต้องเป็นแพะรับบาปและปลอดภัย ผมคงไม่ยอมให้น้องสาวของคุณรับกรรมแทนคนร้ายตัวจริง ถ้าเชอรีนไม่ใช่คนบงการ” เตโซพูดเสียงทุ้มนุ่มเช่นเคยก่อนจะผละปลายนิ้วชี้และนิ้วกลางออกจากระหว่างหัวคิ้วของเธอย้ายมาวางลงบนศีรษะของเธอแล้วลูบเบาๆ ก่อนจะพูดขึ้นอีกครั้ง

“เป็นพี่เขยใจดีขนาดนี้ สงสัยฉันต้องตอบแทนเรื่องน้องสะใภ้คุณให้เร็วที่สุดแล้วสิ” ปิ่นอนงค์พูดเย้าอย่างไม่ได้คิดอะไรพลางยื่นหน้าเข้าไปใกล้อย่างไม่รู้ตัวด้วยรอยยิ้มกว้างอย่างขอบคุณชายหนุ่ม สบสายตาที่อบอุ่นของเขา

ทว่า สำหรับเตโซแล้วกลับรู้สึกแปลกๆ ที่เธอคิดจะเริ่มข้อตกลงระหว่างกัน เพราะมันหมายถึงใบทะเบียนหย่าที่ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ใกล้เข้ามาอย่างที่เขาไม่อยากให้เกิดขึ้น

ไม่รู้ทำไม ถึงไม่อยากให้ปิ่นอนงค์ทำตามข้อตกลงเสียเลย

หลังจากวันที่เชอรีนแวะมาที่พลูวิลลาปิ่นอนงค์ก็ไม่เจอกับเชอรีนอีกเลยเมื่อเจ้าสัวธรรมรงค์ยังไม่ยอมเรียกกลับมาอยู่ภูเก็ตตามเดิม ส่วนเรื่องของคดีความตำรวจไม่พบหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับเชอรีนจึงปล่อยตัวแต่ยังคงเป็นผู้ต้องสงสัย สำหรับหญิงสาวแล้วถือว่าดีที่สุดในตอนนี้ แม้ว่าจะฉุกคิดไปแล้วว่าเชอรีนอาจเกี่ยวข้องกับคนร้ายแต่อีกความรู้สึกลึกๆ แล้วยังเชื่อใจเชอรีน

หญิงสาวนั่งลงที่นั่งใส่รองเท้าที่ประตูพลูวิลลาพลางครุ่นคิดหาทางให้คนเป็นปู่เรียกเชอรีนกลับมาอยู่ภูเก็ตตามเดิมแม้ตลอดที่ผ่านมานี้จะพยายามในแต่ละวันก็ตาม

“คุณจะออกไปรีสอร์ตอีกแล้วเหรอ”

เตโซทักขึ้นพลางนั่งลงย่องด้านหน้าปิ่นอนงค์ก่อนจะยื่นมือไปหยิบรองเท้าแตะแบบสวมอีกข้างที่หญิงสาวยังไม่ทันสวมใส่

“คุณ! ทำอะไรน่ะ ฉันใส่เองได้ค่ะ” ปิ่นอนงค์รีบขวามือของเขาเอาไว้เมื่อเห็นเตโซคิดจะสวมรองเท้าให้

“เมื่อสามวันก่อนคุณใส่รองเท้าแล้วเผลอใช้ข้างนี้ช่วยจนรู้สึกเจ็บ ถ้าครั้งนี้อีกผมคงได้พาเด็กดื้อไปหาหมอจริงๆ จังๆ แล้ว” เตโซพูดแกมเอ็ดพลางช่วยปิ่นอนงค์ใส่รองเท้าก่อนจะเงยหน้าขึ้นไปสบสายตา

“ฉันไม่ใช่เด็กดื้อนะ มันก็แค่เจ็บนิดเดียวเองก็ไม่อยากเสียเวลาไปโรงพยาบาลนิ…ขอบคุณนะคะ” ปิ่นอนงค์เถียงกลับก่อนจะเอ่ยขอบคุณออกไป

“ผมได้ยินคุณเดินออกจากห้อง พอเปิดประตูก็เห็นไปกินยาแก้ปวด ทนไม่ทำงานสักหนึ่งเดือนไม่ได้หรือไงปิ่น แล้วจะไม่ให้เหมือนเด็กดื้อได้ยังไง” เตโซบ่นราวกับผู้ใหญ่ที่ดุเด็กน้อยวัยห้าขวบพลางช่วยพยุงปิ่นอนงค์ลุกขึ้นยืน

หญิงสาวได้แต่ส่งยิ้มอย่างประชดไปให้ชายหนุ่มอย่างไม่จริงจังเมื่อเธอไม่ได้บาดเจ็บที่ขา มีก็แต่ที่แขนซึ่งยังต้องรอไปอีกหนึ่งเดือน หากนับเวลาจริงๆ แล้วหลังออกจากโรงพยาบาลก็ผ่านมาแล้วสามสัปดาห์ ถ้าให้นับเวลาการรักษาตัวจริงๆ ก็เกือบหนึ่งเดือนแล้วแต่คนที่ทำตามแพทย์สั่งเป็นอย่างดีไม่ได้คิดเช่นนั้นเลย

เอาแต่สั่งนั่นสั่งนี่ไม่พอ แค่เธอแสดงอาการเล็กน้อยก็เล่นบ่นแบบนี้ทั้งวันจนบางที่เธอก็อดสงสัยไม่ได้ว่าเขาอาจจะอายุมากกว่าสามสิบหกปีก็เป็นได้

“บ่นเป็นตาแก่ไปได้ ทุกวันนี้คุณก็ตามประกบฉันแจยิ่งกว่าหมอยิ่งกว่าพยาบาลอีกค่ะ” เธอบ่นกลับพลางย่นจมูกเล็กน้อยระหว่างเดินพ้นประตูพลูวิลลาเมื่อเขาเป็นคนเปิดให้

“ก็น่าให้บ่นอยู่” เขาไม่แยแสหนำซ้ำยังไม่ว่าอะไรที่เธอชอบเถียงกลับด้วยคำว่า ‘ตาแก่’ ทุกครั้ง

“ตาแก่ขา หยุดบ่นสักวันจะได้ไหมคะ ไม่เบื่อบ้างเหรอ ฉันก็ไม่เด็กแล้วนะ” เธอหันไปมองแล้วยิ้มแค่เพียงริมฝีปากอิ่มทว่าสายตากำลังส่งไปอย่างเด็กดื้อที่คิดต่อต้าน

“ไม่เด็กก็เหมือนเด็ก…หยุดเถียงได้แล้วปิ่น แค่ยอมให้คุณไปทำงานก็ดื้อมากพอแล้ว พรุ่งนี้หมอนัดคุณไปตรวจก่อนเอาเฝือกอ่อนออก หลังจากนั้นเราจะบินไปกรุงเทพฯ ทานข้าวกับคุณรุจิราแทนเจ้าสัว” เตโซบ่นจบก็เริ่มพูดเรื่องที่เพิ่งวางสายจากคณาผู้ช่วยเจ้าสัวมาบอกปิ่นอนงค์ต่อทันที

“คุณรุจิรา อ๋อ ลูกค้าวีไอพี” ปิ่นอนงค์ขมวดคิ้วฉงนก่อนจะคลายแล้วยิ้มออกมาเมื่อนึกออกว่าคนที่จะต้องซื้อตั๋วเดินทางทันทีแบบนี้เป็นใคร

“เขาคือใคร คุณคณาแค่แจ้งชื่อมาเท่านั้น” เตโซเอ่ยถาม

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • รักร้ายภรรยา    บทที่ 6 การพบหน้าน้องสะใภ้ (8)

    น่ารักสดใสและใจดีแบบนี้สิน่า คนอย่างเตโซถึงตัดใจไม่ได้แบบนี้ มิหนำซ้ำยังอ่อนน้อมถ่อมตนต่อผู้ใหญ่โดยไม่ถือตัวที่ตัวเองมีฐานะที่สูงกว่า แค่เธอสัมผัสในระยะสั้นๆ ยังรู้สึกเอ็นดูดาริกาเสียไม่ได้เลย“โธ่ น้องดาคะ ทำไมถ่อมตนอีกแล้ว คุณเตคุณโซได้กินหัวพี่กันพอดีสิคะ” สาลียิ้มพลางห่อไหล่ลงอย่างอ่อนใจใส่เจ้านายสาวผู้แสนดี“ไม่หรอกค่ะ มีดาอยู่” ดาริกาพูดพลางหัวเราะออกมาตามปกติที่แอบแซวเจ้านายหนุ่มกับพนักงานก่อนจะเดินตามสาลีออกไปเมื่ออีกฝ่ายยอมที่จะเดินออกก่อนปิ่นอนงค์เผยอยิ้มเอ็ดูต่อดาริกาออกมาก่อนจะก้าวเดินออกจากลิฟต์ตามคนทั้งสองที่ยังมีบทสนทนาหยอกเย้าราวกับไม่ใช่ลูกน้องเจ้านายแต่เป็นเหมือนพี่น้องกันมากกว่า ก่อนจะหยุดเดินตามเมื่อทั้งสองหยุดเดินทั้งที่ยังสนทนากันอยู่“แน่ใจนะคะว่าจะไม่เจอคุณเตคุณโซ” สาลีถามอีกครั้งพลางสอดสายตามองไปรอบๆ บริเวณอย่างระแวดระวัง“ค่ะ พี่เตเดินไปหาพี่โซที่ด้านหลัง รายนั้นชอบเข้าทางด้านหลังบริษัทตรงเข้าห้องประชุมสะดวก รับรองว่าไม่เจอแน่นอนค่ะ” ดาริกายังยืนยันคำเดิม“โอเคค่ะ ฝากด้วยนะคะน้องดา” สาบียิ้มกว้างอย่างโล่งใจ“ยินดีค่ะ เดี๋ยวรออยู่ที่โต๊ะพี่สาลีก่อนนะคะ ดาคิดว

  • รักร้ายภรรยา    บทที่ 6 การพบหน้าน้องสะใภ้ (7)

    เมื่อเดินออกมาจากโรงแรมปิ่นอนงค์และเตโซก็ขึ้นรถขับออกตรงไปยังวราไดมอนด์ทันทีโดยเป็นรถของชายหนุ่มและสารถีก็คือเจ้าของรถ หญิงสาวเพิ่งสัมผัสได้ว่าเขามีฐานะชื่อเสียงแต่ใช้ชีวิตธรรมดาพึ่งตัวเอง แตกต่างจากคนวรรณวิภากิจที่น้อยนักจะได้ทำอะไรด้วยตัวเอง เธอจึงฉุกคิดได้ว่าการที่ย้ายไปอยู่บ้านของเขาคงจะทำให้เธอโตขึ้นมากกว่านี้ คงได้เรียนรู้สิ่งที่แตกต่างจากเดิมไม่น้อยจากเขาก็เป็นได้ใช้เวลาไม่นานทั้งสองก็มาถึงวราไดมอนด์ เตโซเลือกที่จะเข้าเข้ามาจอดรถที่ลานจอดใต้ตึกตามคำขอของปิ่นอนงค์ที่นึกสนุกอยากแอบเข้าไปโดยไม่ให้ใครรู้ว่าหญิงสาวเป็นใครก็เพื่อประเมินดาริกาตามความตั้งใจ แต่ทว่าไม่คิดเลยว่าทันทีที่ก้าวเท้าเข้ามาทางด้านหน้าบริษัทแทนการเข้าที่ลิฟต์ส่วนตัวผู้บริหารกับเตโซ“น้อง! น้องใช่ไหมที่เป็นพนักงานใหม่ ทำไมมาสายขนาดนี้ ทุกคนกำลังยุ่งๆ กันเลย วันนี้คุณเตโซจะเข้าบริษัท เดี๋ยว ทำไมแต่งตัวแบบนี้ ตายๆ เอชอาร์รับมาได้ยังไง ทำยังไงดีๆ คุณเตโซเป็นคนเนี้ยบซะด้วยสิ”ปิ่นอนงค์มองพนักงานหญิงที่สวมแว่นตาหนาอยู่ในชุดสูทเนี้ยบที่บ่นไปดึงแขนพาหญิงสาวเดินไปก่อนจะชะงักมองเธออีกครั้งอย่างพิจารณา และยิ่งพบความไม่เรี

  • รักร้ายภรรยา    บทที่ 6 การพบหน้าน้องสะใภ้ (6)

    “จริงสิคะ ที่คุณบอกว่าจะเรียกคนที่ดูกระเป๋าเป็นมา คุณมีคนรู้จักแบบนั้นด้วยเหรอคะ” ปิ่นอนงค์ได้ยินเสียงหัวเราะในลำคอของเตโซก็ยิ่งดขินอายมากกว่าเดิมจึงตัดสินใจหันกลับไปเปลี่ยนเรื่องทันที“รู้จักน่ะมี แต่เขาอยู่กรุงเทพฯ ผมก็แค่พูดแก้ไขสถานการณ์ไปน่ะ” เตโซตอบตามตรง“คุณเองก็ร้ายค่ะ” เธอขำออกมากับคำตอบของเขาก่อนจะแกล้งว่ากลับไป“ทำไงได้ เจอคนกำลังเอาเปรียบก็ต้องเปิดโปง แล้วคุณดูไม่ออกจริงๆ เหรอเรื่องกระเป๋า” เตโซยักหัวไหล่อย่างไม่ยี่หระก่อนจะถามกลับ“ดูไม่ออกค่ะ ฉันไม่ค่อยใช้ของแบรนด์เนม มีไม่กี่อย่างเองและที่มีก็ได้มาจากของขวัญที่คนอื่นให้มา” ปิ่นอนงค์ส่ายหัวพรืดตอบกลับไป“ไม่เอามาใช้แล้วคุณเก็บไว้ไหน” ถามกลับด้วยความสงสัย“ห้องเก็บของที่บ้านเล็กที่กรุงเทพฯ ค่ะ” ตอบด้วยท่าทางสบายๆ“ไม่แปลกใจแล้ว อีกเรื่อง ทำไมคนที่นี่ถึงไม่เรียกคุณว่าคุณหนึ่งเหมือนคนที่กรุงเทพฯ แต่เรียกคุณว่าคุณปิ่น” เตโซเอ่ยถามในสิ่งที่สงสัยมานานเมื่ออยู่ที่นี่นานจนจับสังเกตได้ว่าคนทั้งโรงแรมและรีสอร์ตต่างเรียกปิ่นอนงค์ด้วยชื่อมากกว่า ‘คุณหนึ่ง’ ซึ่งบ่งบอกตำแหน่งหลานสาวคนโตของวรรณวิภากิจ“ฉันสั่งเองค่ะ สำหรับ ‘คุณหนึ่ง’

  • รักร้ายภรรยา    บทที่ 6 การพบหน้าน้องสะใภ้ (5)

    “โชคดีนะคะที่ไม่แตกจนต้องเย็บ คุณนะคุณ ทำไมทำตัวเหมือนตัวเองเป็นเหล็กทั้งตัวด้วยคะ”ปิ่นอนงค์บ่นพลางช่วยปิดพลาสเตอร์ที่แผลหลังล้างแผลพและใส่ยาเป็นที่เรียบร้อย หญิงสาวเปลี่ยนใจให้สายพิณออกไปจัดการกับลูกค้ารายนั้นแทนด้วยคำสั่งใหม่เมื่อคำสั่งแรกทุกคนไม่ยอมทำตามและเป็นเธอเองที่พาเตโซมาห้องพยาบาลของรีสอร์ตโดยมีรุจีรากับภานพตามมาด้วย“เท้ามันไปเอง” เตโซตามเสียงปกติด้วยสีหน้านิ่งเฉยราวกับว่าเป็นเรื่องปกติธรรมดา“เท้าไปเอง!? นี่คุณกวนประสาทฉันอยู่ใช่ไหมคะคุณโซ” ปิ่นอนงค์เอ็ดเล็กน้อยพลางถลึงตาใส่ด้วยความโมโหเตโซเพราะคำตอบ“ขอโทษครับ” เตโซตอบกลับด้วยคำขอโทษเสียงนุ่ม ทว่าทำคนฟังอย่าปิ่นอนงค์ไปต่อไม่ถูกเมื่อจริงๆ แล้วเขาไม่ได้เป็นคนผิด“คุณ…” หญิงสาวได้แต่มองชายหนุ่มอย่างอ่อนใจ“…ทำไมถึงยอมง่ายๆ แบบนี้ ผมพูดไปขนาดนั้นแล้ว” เขาเลือกที่จะส่งยิ้มไปให้เธอเพื่อให้สบายใจก่อนจะเอ่ยถามออกไปอย่างไม่เข้าใจว่าเพราะเหตุผลอะไรสาวเจ้าถึงยอมง่ายๆ เช่นนั้น“ใครว่าฉันยอมล่ะคะ” ปิ่นอนงค์ตอบกลับพลางนั่งลงบนเตียงคนไข้เตียงข้างๆ หลังจากยืนทำแผลให้กับเขา“ไม่ยอมยังไงถึงปล่อยไป” เตโซถามกลับทันที เพราะสำหรับเขาไม่ควรปล่

  • รักร้ายภรรยา   บทที่ 6 การพบหน้าน้องสะใภ้ (4)

    ปิ่นอนงค์หันขวับมามองเตโซด้วยความตกใจกับสิ่งที่เขาทำอยู่แม้จะแอบไม่พอใจเขาในตอนแรก แต่ไม่คิดเลยว่าเขากำลังช่วยไม่ให้เธอถูกลูกค้าหัวหมอเอารัดเอาเปรียบสร้างความเสียหายให้กับทางรีสอร์ต และไม่คิดเลยว่าเขาจะช่วยเธอมากมายขนาดนี้ จนเริ่มไม่มั่นใจแล้วว่าถึงเวลาที่จะค้องปล่อยเขาไปเธอจะปล่อยเขาไปได้จริงๆ หรือ…“แก! แกพูดอะไร ฉันชื่อมาเป็นแสนนะยะ พูดมานี่ดูกระเป๋าเป็นหรือเปล่ายะ” ลูกค้ายังคงโวยวายกลับมาแต่เริ่มมีท่าทีลุกลี้ลุกลนขึ้นมาเล็กน้อย“เป็นไม่เป็น ผมรู้จักคนที่ดูกระเป๋าเป็น ผมสามารถเรียกเขามาได้นะครับ” เตโซพูดอย่างกดดันและข่มอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงทุ้มเข้ม“แก! แกเป็นใคร มายุ่งอะไรด้วยยะ ไม่รู้ล่ะ ถ้าเธอไม่ชดใช้ รีสอร์ตได้เสียชื่อเสียงแน่” เจ้าหล่อนยังคงโวยวายกลบเกลื่อนไม่หยุด“ยินดีครับ ผมเองก็จะฟ้องกลับเรื่องหมิ่นประมาทซึ่งหน้าและทำให้เสียชื่อเสียง และยังมีการฉ้อโกง ยังทำให้ผู้อื่นบาดเจ็บทางกายและใจ” เตโซตอบโต้กลับไม่วายชี้ไปทางพนักงานชงเครื่องดื่มในท้ายประโยค ซึ่งชายหนุ่มเห็นว่าพรักงานชายคนนี้ถูกทำร้ายร่างกายเมื่อเห็นรอยนิ้วมือและเล็บที่ข่วนแก้ม“แก! นี่หล่อน! มันเป็นใคร คนวรรณวิภากิจบริ

  • รักร้ายภรรยา   บทที่ 6 การพบหน้าน้องสะใภ้ (3)

    “ภรรยาท่านทูตที่ประจำอยู่สวิตเซอร์แลนด์ค่ะ เวลาคุณหญิงกลับมาพักผ่อนที่ไทยจะเลือกพักโรงแรมวรรณวิภากิจเป็นประจำ อีกอย่างเมื่อปีก่อนฉันไปเรียนที่สวิตซ์ระยะสั้นก็ได้ท่านช่วยหาบ้านพักและดูแลตลอดนี่แหละ คุณปู่เลยจะเลี้ยงข้าวท่านทุกครั้งที่มาไทยค่ะ” ปิ่นอนงค์อธิบายให้เตโซได้ฟังระหว่างเดินไปที่รีสอร์ต“โอเค หลังจากนั้นเราจะอยู่ที่กรุงเทพฯ ต่ออีกสองเดือน เจ้าสัวอยากจัดงานวันเกิดให้คุณที่กรุงเทพฯ อ้อ ของของคุณถูกย้ายไปไว้ที่บ้านผมแล้วนะ” เตโซพยักหน้าเข้าใจก่อนจะยื่นมือไปดันต้นแขนของปิ่นอนงค์เบาๆ ให้เปลี่ยนมาเดินทางซ้ายของเขาเมื่อมีกลุ่มแขกของรีสอร์ตกำลังเดินลากกระเป๋าออกมาพอดี“คุณปู่อีกตามเคย จริงสิ ก่อนจะเข้าบ้านคุณ ฉันมีโอกาสเจอน้องสะใภ้คุณหรือเปล่า” ปิ่นอนงค์บ่นอุบก่อนจะถามถึงดาริกาตามปกติ“…ไม่ จนกว่าจะเข้าบ้าน” เตโซชำเลืองมองปิ่นอนงค์อย่างไม่ชอบใจเล็กน้อยที่เธอคลายจะเร่งรัดข้อตกลงแต่ก็ยอมตอบออกไป“งั้นฉันขอแวะไปที่วราไดมอนด์ก่อนเข้าบ้านคุณนะคะ อยากจะเห็นหน้าชัดๆ อีกที ตั้งแต่งานแต่งจนตอนนี้ก็ยังไม่เห็นหน้าเธอชัดๆ สักที อย่าบอกใครล่ะว่าฉันเป็นใคร” ปิ่นอนงค์พยักหน้าก่อนจะพูดให้เตโซได้รับรู้

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status