LOGINอายุก็สามสิบหกแล้วก็ยังโสดสนิทชนิดคานทองเรียกพี่ แต่ใช่ว่าเธอจะไม่แต่งงานเสียหน่อยเพียงแต่อยากแต่งกับเขาคนเดียวเท่านั้น! ปิ่นอนงค์หลานสาวคนโตของตระกูลผู้ดีเก่าแก่ของจีนเริ่มมีโลกส่วนตัวตั้งแต่สูญเสียพี่สาวและบิดามารดาไปในอุบัติเหตุรถตกเขาอย่างมีเงื่อนงำของเจ้าสัวธรรมรงณ์เจ้าของอสังหาริมทรัพย์ทั่วประเทศที่กำลังถูกตีข่าวว่าจะครองโสดไปตลอดชีวิตด้วยการใช้คำว่า 'สาวเทื้อคาเรือน' ครานี้เดือดร้อนถึงผู้เป็นปู่ที่คัดสรรบรรดาหนุ่มจากนักธุรกิจและหลานชายของเพื่อนมาให้หลานสาวเลือกให้เร็วที่สุดก่อนที่อายุจะย่างเข้าสามสิบหกในอีกสามเดือน แต่ไม่คิดเลยว่าเธอจะถูกปู่จับจนอยู่หมัด อยู่ๆ เช้าวันต่อมาเธอก็ถูกจับแต่งงานกับ เตโซ ท่านประธานบริษัทจิวเวลรี่ชื่อดังที่เพิ่งสละตำแหน่งให้น้องชาย และยิ่งหน้าโมโหเมื่อรู้ว่าเขายอมตกลงแต่งงานด้วยก็เพราะอยากลืมความรู้สึกที่มีต่อน้องสะใภ้ตัวเอง! พูดง่ายๆ คือเอาเธอเป็นเครื่องมือลืมรักเก่า! งานนี้เธอไม่ยอมเสียเปรียบเสียเวลาเสียอิสระไปฟรีๆ หรอกนะ งานนี้ต้องมีเอาคืน! ตาต่อตา! ฟันต่อฟัน! ใจต่อใจ!
View Moreบทนำ
เสียงคลื่นกระทบฝั่งอย่างไพเราะและให้ความสดชื่นยามที่ได้กลิ่นอายน้ำทะเลที่โชยมาพร้อมกับลมพัดเบาๆ ให้คลายร้อนจากบรรยากาศที่อบอ้าวขึ้นเมื่อเขาสู่ฤดูร้อนของปี หากทว่าลมพัดเย็นกลับไม่ได้ดับความร้อนภายในกายของปิ่นอนงค์ที่ก้าวเดินดุ่มๆ ไปตามทางเดินตรงไปยังห้องทำงานของเชอรีนด้วยสีหน้าเรียบตึงจนพนักงานที่หันมาสบสายตาต่างเบิกตาโตด้วยความตกใจแกมรู้สึกกลัวเมื่อผู้บริหารสูงสุดของที่นี่กำลังอยู่ในโหมดน้ำเดือดปุดๆ จนเย็นไม่ได้
ดวงตาหวานฉายแววความโกรธถึงที่สุดจนกลบความหวานของนัยน์ตาไปจนหมดสิ้น ก่อนจะทวีคูณขึ้นเมื่อสายตาเห็นประตูห้องทำงานของเชอรีน สองเท้าที่เคยเดินก็แปรเปลี่ยนเป็นวิ่งตรงเข้าไปภายในห้องทำงานแล้วกระโดดขึ้นไปบนโต๊ะทำงานของเชอรีนยื่นมือไปสุดแขนแล้วกระชากผมอีกฝ่ายอย่างรวดเร็วจนทำให้เจ้าของห้องที่กำลังตกใจนั่งนิ่งเบิกตาโตที่เห็นปิ่นอนงค์วิ่งเข้ามาอย่างไม่ทันตั้งตัวถูกกระชากผมจนตัวเอียงเข้าหาคนกระทำก่อนจะรีบยกมือของตัวเองขึ้นมาจับที่มือของปิ่นอนงค์และผมของตัวเองเพื่อบรรเทาอาการเจ็บพลางลึกขึ้นยืนเมื่อถูกอีกฝ่ายออกแรงกระชากมากขึ้น
“กรี๊ด! ยายปิ่น! ยายบ้า! แกทำอะไรของแก ปล่อยผมฉันนะยายบ้า” เชอรีนกรีดร้องด้วยความตกใจเมื่อปิ่นอนงค์ปีนลงมาจากโต๊ะทำงานทั้งที่ยังกระชากผมของตนไม่ยอมปล่อย
“ทำอะไรน่ะเหรอ ฉันสิควรถามแกมากกว่าว่าแกทำอะไรลงไป!” ปิ่นอนงค์สวนกลับด้วยคำพูดแค่นหัวเราะ
“ฉันไม่ได้ทำอะไรสักหน่อย กรี๊ด! ฉันเจ็บนะ ปล่อยนะยายผีบ้า!” เชอรีนปฏิเสธเสียงแข็งไม่วายโวยวายกลับไปพลางพยายามแกะมือของปิ่นอนงค์ออกจากผมของตัวเองที่ทั้งถูกดึงถูกกระชากให้เดินตามอ้อมมายืนอีกฝั่งของโต๊ะทำงาน
“แกสิผีบ้า ไม่สิ ฉันเพิ่งนึกได้ว่าแกน่ะไม่ใช่ผีบ้าหรอกแต่เป็นชะนีหน้ามืดทำอะไรไม่คิด!” ปิ่นอนงค์สวนกลับก่อนจะหัวเราะออกมาอย่างไม่เต็มใจเพราะหงุดหงิดลูกพี่ลูกน้องอย่างเชอรีนที่สร้างเรื่องเอาไว้จนทำให้คุณปู่ต้องล้มป่วยเข้าโรงพยาบาลที่ได้ยินสิ่งที่เชอรีนทำลงไป
“ยายปิ่น! แกกล้าด่าฉันว่าเป็นชะนีเหรอ ฉันเป็นพี่แกนะ” เชอรีนปรีดแตกทันทีรวบรวมแรงผลักปิ่นอนงค์ออกห่างจากตัวเองจนหลุดพ้นก่อนจะยืนชี้หน้าหลานสาวคนโตของเจ้าสัวทั้งที่เธอต่างหากที่ควรจะเป็นหลานสาวคนโตของตระกูลนี้
“พี่งั้นเหรอ กลับไปดูใบเกิดนะเชอรีน เธอเกิดช้ากว่าฉันสิบนาที” ปิ่นอนงค์แทบจะเลือดขึ้นหน้าที่อีกฝ่ายยังพยายามให้ตัวเองเป็นพี่สาวของเธอทั้งเวลาเกิดตามความเป็นจริงแล้วเธอคือพี่
“แต่มันก็ไม่ใช่ว่าเธอจะบุกมากระชากผมคนอื่นแบบนี้ได้นะ แกเป็นบ้าอะไร!” เชอรีนเลิ่กลั่กก่อนจะพูดพลางจัดผมตัวเองให้เรียบร้อย
“ไม่ใช่แค่กระชากหรอกนะ แต่ฉันจะตบแกด้วยเชอรีน” พูดจบปิ่นอนงค์ก็พุ่งเข้าไปหาหวังจะฟาดมือลงบนใบหน้าของเชอรีน
ทว่า…
ข้อมือของปิ่นอนงค์ถูกคว้าเอาไว้ด้วยมือหนาของเตโซที่รีบจ้ำอ้าวเข้ามาคว้าข้อมือพลางรวบเอวของภรรยาสาวให้ออกห่างจากเชอรีนที่ยืนตกใจยกมือขึ้นมาตั้งท่าป้องกันตัวเองและแน่นอนว่าจะมีสวนกลับเช่นกันหากสามีของปิ่นอนงค์ไม่มาขวางเสียก่อน
เตโซเป็นผู้ชายที่เชอรีนหมายปองมาตั้งนานแล้วแต่กลับกลายเป็นปิ่นอนงค์ที่ได้เขาไปเป็นสามีอย่างถูกต้องตามกฎหมาย แม้งานวิวาห์จะถูกจัดเรียบง่ายไม่ได้ออกสื่อแต่ข่าววงในก็ถูกตีแผ่ออกไปอย่างรวดเร็วจนทุกคนรู้กันหมดว่าทั้งสองคนแต่งงานจนทะเบียนเป็นสามีภรรยากันแล้ว
นึกแล้วเชอรีนก็หงุดหงิดใจที่ผู้ชายที่หมายปองตกไปเป็นของคนอื่น
“ปล่อยฉัน! ถ้าคิดจะมาขวางก็กลับไปซะ” ปิ่นอนงค์ยิ่งหงุดหงิดมากกว่าเดิมพลางพยายามดิ้นให้หลุดออกจากอ้อมแขนของเตโซ
“ใจเย็นก่อนได้ไหมปิ่น” เตโซเอ่ยขึ้นเสียงทุ้มนุ่มอย่างใจเย็น
“ใจเย็นงั้นเหรอ เชิญคุณใจเย็นไปคนเดียวเถอะ คุณก็รู้ว่าน้องนายสำคัญแค่ไหนกับฉัน แต่มัน! มันมาทำน้องนายจนเกือบเป็นอันตราย” ปิ่นอนงค์พูดพลางสะบัดข้อมือจนหลุดแล้วชี้ไปที่เชอรีนด้วยสายตาและสีหน้ากรุ่นโกรธจนควบคุมอารมณ์ไม่ได้
“นี่! แกเรียกฉันว่ามันเลยเหรอยายบ้า” เชอรีนวีนกลับ
“เออ!” ปิ่นอนงค์กระแทกเสียงสวนกลับ
“นัง…”เชอรีนกำลังจะด่ากลับ ทว่าถูกเตโชสวนกลับแทนปิ่นอนงค์
“คุณอย่าคิดที่จะพูดคำหยาบใส่ปิ่นนะคุณเชอรีน ผมเคยเตือนคุณแล้วว่าอย่ายุ่งกับปิ่น ไม่ใช่แค่ปิ่นแต่หมายถึงทุกอย่างที่อยู่ในความดูแลของปิ่น” เตโซหันขวับไปพูดเสียงแข็งด้วยสายตาราบเรียบจนดูน่ากลัวสำหรับเชอรีนที่สบสายตา
“อ๋อ แต่มันพูดหยาบใส่ฉันได้ยังงั้นเหรอคะคุณโซ” เชอรีนไม่พอใจขึ้นเสียงใส่เตโซกลับไป
“เป็นเรื่องที่สมควรแล้ว เพราะสิ่งที่คุณทำลงไปมันควรจะมากกว่าการพูดคำหยาบใส่” เตโซพูดพลางหันกลับมามองปิ่นอนงค์ที่กำลังหายใจหอบด้วยความโกรธมองไปที่เชอรีน
“คุณโซ!” เชอรีนตวาดลั่น
“ไม่ใช่แค่เรื่องน้องนาย แต่เรื่องของคุณโซด้วย อย่าคิดว่าฉันไม่เห็นนะว่าเธอไปอ่อยคุณโซถึงห้องตอนที่ฉันลงไปต้อนรับแขกของรีสอร์ตน่ะ คนอย่างเธอ…” ปิ่นอนงค์หยุดพูดเมื่อถูกเตโซเอ่ยแทรก
“เรื่องมันไม่มีอะไรเกินเลยนะปิ่น” เตโซพูดด้วยความตกใจเล็กน้อยที่ปิ่นอนงค์ทราบเรื่องทั้งที่เขาลังเลที่จะบอก
“ฉันไม่ได้มีเขาที่หัวนะคะ…คุณปู่รู้เรื่องที่เธอทำและบอกกับคุณอาแล้ว เธอเตรียมตัวแก้ตัวดีๆ ก็แล้วกัน กลับคะ” ปิ่นอนงค์ตอบเตโซก่อนจะหันกลับไปพูดกับเชอรีนอีกครั้งแล้วคว้ามือของชายหนุ่มให้เดินกลับออกมาจากห้องทำงานของเชอรีน
“คุณหึงหวงผมเหรอปิ่น” เตโซมองมือของหญิงสาวก่อนจะดึงสายตากลับมามองที่ด้านหลังของเธอแล้วถามออกไป
“หึง ก็แค่เล่นละครตบตาเชอรีนเท่านั้นแหละคะ แค่เรื่องที่เกิดขึ้นก็ทำคุณปู่เข้าโรงพยาบาลแล้ว ฉันไม่อยากให้ปัญหาของเราไปกวนใจคุณปู่เพิ่ม เอาเป็นว่าฉันจะทำตัวดีๆ เป็นภรรยาของคุณอย่างเหมาะสมก็แล้วกันนะคะ” ปิ่นอนงค์ตอบเสียงเรียบตามปกติที่ใช้คุยกับเตโซก่อนจะปล่อยมือออกเมื่อเดินมาถึงบริเวณด้านหน้าสำนักงานของรีสอร์ตแล้วหยุดเดินหันหน้าไปมองเตโซ
“คุณก็เป็นคุณสินะ” เตโซพูดพลางล้วงมือลงไปในกระเป๋ากางเกง
“ทำไมคะ อยากให้ฉันหึงคุณเหรอ” ปิ่นอนงค์ลองเชิงอย่างนึกสนุก
“ใช่” เตโซตอบออกมาตามตรง
ทว่า คำตอบของเขาทำให้เธอชะงักมองหน้าชายหนุ่มอย่างทำตัวไม่ถูกเมื่อคำตอบที่ได้แสนจะตรงไปตรงมาและเป็นความจริง ใช่ หญิงสาวทราบดีว่าคำตอบของเขาถูกพูดออกมาด้วยความรู้สึกจริงๆ ของเขา ตั้งแต่ต้องย้ายเข้ามาอยู่ด้วยกันจนเหมือนเป็นสามีภรรยากันจริงๆ ก็ทำให้เธอได้เรียนรู้นิสัยใจคอของเตโซไม่ใช่น้อยจนพอที่จะรู้ว่าสิ่งไหนที่เขาพูดจริงสิ่งไหนที่เขาพูดเล่น และเมื่อครู่คือเขาพูดจริง เขากำลังอยากให้เธอหึงหวงเขากับเชอรีน
ฉับพลันที่สรุปได้ว่าเป็นคำพูดจริงจากเขาหัวใจที่เพิ่งสงบไปจากความโกรธและเหนื่อยกลับมาเต้นกระหน่ำด้วยอาการหวั่นไหวกับคนตรงหน้าเสียได้จนปิ่นอนงค์รู้สึกได้ว่าสองแก้มร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะแสงแดดที่ร้อนอบอ้าวหรือกำลังเขินไปกับคำพูดของเขากันแน่
ตกลงแล้วใครกันที่ควรจะทำให้หวั่นไหวเพื่อให้ได้ใบหย่ากันล่ะเนี่ย!
น่ารักสดใสและใจดีแบบนี้สิน่า คนอย่างเตโซถึงตัดใจไม่ได้แบบนี้ มิหนำซ้ำยังอ่อนน้อมถ่อมตนต่อผู้ใหญ่โดยไม่ถือตัวที่ตัวเองมีฐานะที่สูงกว่า แค่เธอสัมผัสในระยะสั้นๆ ยังรู้สึกเอ็นดูดาริกาเสียไม่ได้เลย“โธ่ น้องดาคะ ทำไมถ่อมตนอีกแล้ว คุณเตคุณโซได้กินหัวพี่กันพอดีสิคะ” สาลียิ้มพลางห่อไหล่ลงอย่างอ่อนใจใส่เจ้านายสาวผู้แสนดี“ไม่หรอกค่ะ มีดาอยู่” ดาริกาพูดพลางหัวเราะออกมาตามปกติที่แอบแซวเจ้านายหนุ่มกับพนักงานก่อนจะเดินตามสาลีออกไปเมื่ออีกฝ่ายยอมที่จะเดินออกก่อนปิ่นอนงค์เผยอยิ้มเอ็ดูต่อดาริกาออกมาก่อนจะก้าวเดินออกจากลิฟต์ตามคนทั้งสองที่ยังมีบทสนทนาหยอกเย้าราวกับไม่ใช่ลูกน้องเจ้านายแต่เป็นเหมือนพี่น้องกันมากกว่า ก่อนจะหยุดเดินตามเมื่อทั้งสองหยุดเดินทั้งที่ยังสนทนากันอยู่“แน่ใจนะคะว่าจะไม่เจอคุณเตคุณโซ” สาลีถามอีกครั้งพลางสอดสายตามองไปรอบๆ บริเวณอย่างระแวดระวัง“ค่ะ พี่เตเดินไปหาพี่โซที่ด้านหลัง รายนั้นชอบเข้าทางด้านหลังบริษัทตรงเข้าห้องประชุมสะดวก รับรองว่าไม่เจอแน่นอนค่ะ” ดาริกายังยืนยันคำเดิม“โอเคค่ะ ฝากด้วยนะคะน้องดา” สาบียิ้มกว้างอย่างโล่งใจ“ยินดีค่ะ เดี๋ยวรออยู่ที่โต๊ะพี่สาลีก่อนนะคะ ดาคิดว
เมื่อเดินออกมาจากโรงแรมปิ่นอนงค์และเตโซก็ขึ้นรถขับออกตรงไปยังวราไดมอนด์ทันทีโดยเป็นรถของชายหนุ่มและสารถีก็คือเจ้าของรถ หญิงสาวเพิ่งสัมผัสได้ว่าเขามีฐานะชื่อเสียงแต่ใช้ชีวิตธรรมดาพึ่งตัวเอง แตกต่างจากคนวรรณวิภากิจที่น้อยนักจะได้ทำอะไรด้วยตัวเอง เธอจึงฉุกคิดได้ว่าการที่ย้ายไปอยู่บ้านของเขาคงจะทำให้เธอโตขึ้นมากกว่านี้ คงได้เรียนรู้สิ่งที่แตกต่างจากเดิมไม่น้อยจากเขาก็เป็นได้ใช้เวลาไม่นานทั้งสองก็มาถึงวราไดมอนด์ เตโซเลือกที่จะเข้าเข้ามาจอดรถที่ลานจอดใต้ตึกตามคำขอของปิ่นอนงค์ที่นึกสนุกอยากแอบเข้าไปโดยไม่ให้ใครรู้ว่าหญิงสาวเป็นใครก็เพื่อประเมินดาริกาตามความตั้งใจ แต่ทว่าไม่คิดเลยว่าทันทีที่ก้าวเท้าเข้ามาทางด้านหน้าบริษัทแทนการเข้าที่ลิฟต์ส่วนตัวผู้บริหารกับเตโซ“น้อง! น้องใช่ไหมที่เป็นพนักงานใหม่ ทำไมมาสายขนาดนี้ ทุกคนกำลังยุ่งๆ กันเลย วันนี้คุณเตโซจะเข้าบริษัท เดี๋ยว ทำไมแต่งตัวแบบนี้ ตายๆ เอชอาร์รับมาได้ยังไง ทำยังไงดีๆ คุณเตโซเป็นคนเนี้ยบซะด้วยสิ”ปิ่นอนงค์มองพนักงานหญิงที่สวมแว่นตาหนาอยู่ในชุดสูทเนี้ยบที่บ่นไปดึงแขนพาหญิงสาวเดินไปก่อนจะชะงักมองเธออีกครั้งอย่างพิจารณา และยิ่งพบความไม่เรี
“จริงสิคะ ที่คุณบอกว่าจะเรียกคนที่ดูกระเป๋าเป็นมา คุณมีคนรู้จักแบบนั้นด้วยเหรอคะ” ปิ่นอนงค์ได้ยินเสียงหัวเราะในลำคอของเตโซก็ยิ่งดขินอายมากกว่าเดิมจึงตัดสินใจหันกลับไปเปลี่ยนเรื่องทันที“รู้จักน่ะมี แต่เขาอยู่กรุงเทพฯ ผมก็แค่พูดแก้ไขสถานการณ์ไปน่ะ” เตโซตอบตามตรง“คุณเองก็ร้ายค่ะ” เธอขำออกมากับคำตอบของเขาก่อนจะแกล้งว่ากลับไป“ทำไงได้ เจอคนกำลังเอาเปรียบก็ต้องเปิดโปง แล้วคุณดูไม่ออกจริงๆ เหรอเรื่องกระเป๋า” เตโซยักหัวไหล่อย่างไม่ยี่หระก่อนจะถามกลับ“ดูไม่ออกค่ะ ฉันไม่ค่อยใช้ของแบรนด์เนม มีไม่กี่อย่างเองและที่มีก็ได้มาจากของขวัญที่คนอื่นให้มา” ปิ่นอนงค์ส่ายหัวพรืดตอบกลับไป“ไม่เอามาใช้แล้วคุณเก็บไว้ไหน” ถามกลับด้วยความสงสัย“ห้องเก็บของที่บ้านเล็กที่กรุงเทพฯ ค่ะ” ตอบด้วยท่าทางสบายๆ“ไม่แปลกใจแล้ว อีกเรื่อง ทำไมคนที่นี่ถึงไม่เรียกคุณว่าคุณหนึ่งเหมือนคนที่กรุงเทพฯ แต่เรียกคุณว่าคุณปิ่น” เตโซเอ่ยถามในสิ่งที่สงสัยมานานเมื่ออยู่ที่นี่นานจนจับสังเกตได้ว่าคนทั้งโรงแรมและรีสอร์ตต่างเรียกปิ่นอนงค์ด้วยชื่อมากกว่า ‘คุณหนึ่ง’ ซึ่งบ่งบอกตำแหน่งหลานสาวคนโตของวรรณวิภากิจ“ฉันสั่งเองค่ะ สำหรับ ‘คุณหนึ่ง’
“โชคดีนะคะที่ไม่แตกจนต้องเย็บ คุณนะคุณ ทำไมทำตัวเหมือนตัวเองเป็นเหล็กทั้งตัวด้วยคะ”ปิ่นอนงค์บ่นพลางช่วยปิดพลาสเตอร์ที่แผลหลังล้างแผลพและใส่ยาเป็นที่เรียบร้อย หญิงสาวเปลี่ยนใจให้สายพิณออกไปจัดการกับลูกค้ารายนั้นแทนด้วยคำสั่งใหม่เมื่อคำสั่งแรกทุกคนไม่ยอมทำตามและเป็นเธอเองที่พาเตโซมาห้องพยาบาลของรีสอร์ตโดยมีรุจีรากับภานพตามมาด้วย“เท้ามันไปเอง” เตโซตามเสียงปกติด้วยสีหน้านิ่งเฉยราวกับว่าเป็นเรื่องปกติธรรมดา“เท้าไปเอง!? นี่คุณกวนประสาทฉันอยู่ใช่ไหมคะคุณโซ” ปิ่นอนงค์เอ็ดเล็กน้อยพลางถลึงตาใส่ด้วยความโมโหเตโซเพราะคำตอบ“ขอโทษครับ” เตโซตอบกลับด้วยคำขอโทษเสียงนุ่ม ทว่าทำคนฟังอย่าปิ่นอนงค์ไปต่อไม่ถูกเมื่อจริงๆ แล้วเขาไม่ได้เป็นคนผิด“คุณ…” หญิงสาวได้แต่มองชายหนุ่มอย่างอ่อนใจ“…ทำไมถึงยอมง่ายๆ แบบนี้ ผมพูดไปขนาดนั้นแล้ว” เขาเลือกที่จะส่งยิ้มไปให้เธอเพื่อให้สบายใจก่อนจะเอ่ยถามออกไปอย่างไม่เข้าใจว่าเพราะเหตุผลอะไรสาวเจ้าถึงยอมง่ายๆ เช่นนั้น“ใครว่าฉันยอมล่ะคะ” ปิ่นอนงค์ตอบกลับพลางนั่งลงบนเตียงคนไข้เตียงข้างๆ หลังจากยืนทำแผลให้กับเขา“ไม่ยอมยังไงถึงปล่อยไป” เตโซถามกลับทันที เพราะสำหรับเขาไม่ควรปล่





