Masukนลินถูกชายฉกรรจ์หลายคนลากออกไปจากห้องประชุม หญิงสาวพยายามที่จะขัดขืนแต่เธอก็ไม่สามารถสู้แรงคนพวกนั้นได้เลย
“ปล่อยเธอเดี๋ยวนี้ !”
เสียงแข็งกร้าวตะโกนมาจากทางด้านหลังเป็นเหตุให้ทุกคนหันกลับไปมอง รวมถึงนลินด้วย
“คุณธาม”
ชายฉกรรจ์ทำสีหน้าลำบากใจเพราะพวกเขาไม่อยากขัดคำสั่งคุณธนาผู้เป็นเจ้านาย แต่ธามก็เป็นเจ้านายพวกเขาเช่นกัน
“กูบอกให้ปล่อย”
ชายหนุ่มพูดด้วยน้ำเสียงโทนต่ำเย็นเยือก สีหน้าของเขาดูจะเอาจริง นลินแอบตกใจที่เห็นมุมนี้ของเขา เพราะก่อนหน้านี้เธอมองว่าธามเป็นคนที่ค่อนข้างสุขุม ดูนิ่ง ๆ แต่มุมนี้ก็ดูกร้าวใจดีเหมือนกัน
...ยัยนลินแกจะมาหวั่นไหวกับพี่ชายผัวไม่ได้นะ...
ชายหนุ่มเหล่านั้นรีบปล่อยตัวนลิน ธามจึงเดินเข้าไปดึงแขนหญิงสาวออกมาพร้อมทั้งถอดเสื้อสูทสีดำคลุมไหล่ให้นลิน เพราะเขาสังเกตเห็นว่าชุดของเธอด้านบนค่อนข้างที่จะโป๊ ชายหนุ่มมักจะคอยเอาใจใส่คนรอบข้างอยู่เสมอ เขาเดินโอบไหล่เธอเดินออกไปจากโรงแรม
นลินแอบหันกลับไปมองไปที่ประตู เธอคาดหวังว่าจะเป็นเธียร์ที่วิ่งตามเธอออกมาแต่แล้วมันก็ไม่ใช่ ใบหน้าเรียวเล็กก้มลงต่ำด้วยความรู้สึกน้อยใจที่ไม่เห็นเธียร์ตามออกมาหาเธอ ทั้ง ๆ ที่เธอถูกคนของพ่อเขาลากออกมาเหมือนหมูเหมือนหมา เขาควรจะเป็นคนแรกที่วิ่งมาช่วยเหลือเธอด้วยซ้ำ
“เจ็บตรงไหนไหม ?”
ชายหนุ่มเอ่ยถามเมื่อเห็นว่าเธอทำสีหน้าไม่ค่อยดี
“เจ็บตรงข้อเท้านิดหน่อยค่ะ อาจเป็นเพราะโดนลากเมื่อกี้ ลินเลยไม่ทันระวัง”
น้ำเสียงอ่อนตอบกลับเขาออกไป นลินแอบรู้สึกดีที่ยังมีคนเป็นห่วงเธออยู่ หญิงสาวหันไปมองหน้าเขาและส่งยิ้มให้เบา ๆ
“ไหน...พี่ขอดูหน่อยสิ”
ชายหนุ่มหยุดเดินแล้วนั่งยอง ๆ ก้มลงไปดูข้อเท้าให้เธอ มือหนาจับดูว่าเธอเจ็บตรงไหนแต่โชคดีที่นลินไม่ได้เป็นไรมากแค่ข้อเท้าเคล็ดนิดหน่อยเท่านั้นเอง
“เดี๋ยวกลับไปทายาน่าจะดีขึ้น”
ชายหนุ่มเอ่ยกับหญิงสาวด้วยน้ำเสียงนุ่มละมุน ต่างจากก่อนหน้าที่คุยกับชายพวกนั้น
“อย่าทำแบบนี้อีกนะ ลินเป็นผู้หญิงตัวคนเดียวจะสู้กับผู้ชายพวกนั้นไหวได้ไง มาวัดกับพ่อพี่แบบนี้ใจกล้าจริง ๆ เลยเรา”
สีหน้าของเขาดูเอ็นดูหญิงสาวเป็นอย่างมาก
“แหะ ! ลินไม่คิดว่ามันจะเป็นแบบนี้”
หญิงสาวยิ้มแห้งตอบกลับเขาไป โชคดีที่พี่ธามออกมาช่วยเธอ ถ้าไม่อย่างงั้นเธอก็ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับเธอเหมือนกัน
“เดินไหวใช่ไหว ให้พี่อุ้มไหมคะ”
ชายหนุ่มเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง
“เอ่อ..ไม่เป็นไรดีกว่าค่ะ ลินเดินไหว”
เธอฉีกยิ้มให้เขาอีกครั้ง
ทางด้านเธียร์ที่ถูกคนของผู้เป็นพ่อลากเข้าไปที่ห้องแต่งตัว และธนาก็เดินตามลูกชายเข้าไปในห้อง
“ฉันบอกแกแล้วใช่ไหม ว่าให้จัดการผู้หญิงคนนั้นซะ อย่าให้เธอมาก่อเรื่องแต่แกก็ไม่เคยสนใจหลงมันหัวปักหัวปำจนโงหัวไม่ขึ้น แกรู้ไหมว่าผู้หญิงของแกทำฉันเสียหายไปกี่ร้อยล้าน !”
เสียงแข็งกร้าวตะโกนด่าเสียงดัง ผู้เป็นพ่อเดินเข้ามาถึงก็มาชี้หน้าด่าชายหนุ่มทันที ธนารู้สึกโมโหที่ทุกอย่างไม่เป็นอย่างที่หวังจนทำให้เขานึกโกรธลูกชายตัวดีของเขา
“ป๊าห้ามทำอะไรนลินเด็ดขาดนะ”
สายตาแข็งจ้องมองไปที่ผู้เป็นพ่อ ในใจของเขาเป็นห่วงนลินมาก เพราะเธียร์คิดว่าตอนนี้นลินถูกคนของพ่อเขาจับตัวไป ทำให้ชายหนุ่มวิตกกังวล
“เหอะ ฉันไม่ปล่อยแม่นั่นไว้แน่”
ผู้เป็นพ่อจ้องหน้าลูกชายพร้อมเอ่ยด้วยน้ำเสียงข่มขู่
“ป๊า !”
เธียร์เอ่ยออกไปด้วยน้ำเสียงเกรี้ยวกราด
“จัดการตัวเองแล้วกลับออกไปร่วมพิธีให้มันเสร็จซะ ถ้าแกยังดื้อดึงกับฉัน ฉันไม่รับประกันความปลอดภัยของผู้หญิงของแกแน่” ธนาพูดจบก็เดินหันหลังกลับออกไป
ดวงตาคมมองตามหลังของผู้เป็นพ่อและได้แต่เกิดคำถามมากมายในใจ ทำไมพ่อต้องทำถึงขนาดนี้ การที่เห็นลูกตัวเองจมอยู่กับความทุกข์นั่นน่ะเหรอคือสิ่งที่พ่อต้องการ การแต่งงานของลูกกลายเป็นเครื่องมือในการทำธุรกิจของผู้เป็นพ่อไปตั้งแต่เมื่อไหร่
ตอนนี้ธามพานลินขึ้นรถแล้วขับออกไปจากโรงแรม เขาสังเกตเห็นว่ามีรถขับตามหลังเขามาตั้งแต่ที่โรงแรมคงจะเป็นคนของพ่อเขาแน่ ๆ
“มีรถขับตามเรามาตั้งแต่ที่โรงแรม ป๊าคงจะส่งคนตามลินมาสินะ”
ชายหนุ่มเอ่ยเสียงนิ่งเรียบกับนลินพร้อมมองไปที่กระจกหลัง หญิงสาวจึงหันกลับไปมองตามเขา
“จริงด้วยค่ะ เราจะทำยังไงกันดีคะ”
ใบหน้าเล็กมีสีหน้าที่เป็นกังวล เธอเริ่มรู้สึกกลัวที่ถูกตามมาเช่นนี้
“ไม่ต้องกลัวนะ พี่ไม่ปล่อยให้ใครมาทำอะไรลินแน่”
คำพูดของเขาทำให้หญิงสาวรู้สึกอบอุ่นและปลอดภัยเวลาที่เธออยู่กับเขา เหมือนมีพี่ชายคอยดูแล
ชายหนุ่มพาเธอขับรถไปเรื่อย ๆ โดยที่ไม่มีจุดหมาย เขาเพียงต้องการหลบหนีให้รถคนนั้นตามพวกเขาไม่ทัน แต่รู้ตัวอีกทีตอนนี้ก็ออกมานอกเมืองแล้ว
“เราจะไปไหนกันคะ ?” นลินเอ่ยถามด้วยสีหน้าที่ดูสงสัย เมื่อเห็นว่าชายหนุ่มขับรถออกมาไกลและไม่ใช่ทางที่เขาจะกลับ
“เดี๋ยวพี่จะพาลินไปที่ที่หนึ่ง ลินน่าจะชอบ” ชายหนุ่มหันมาตอบกลับหญิงสาว
“คงไม่พาลินไปฆ่าใช่ไหมคะ ?”
นลินเอ่ยถามเขาพร้อมกับหันไปฉีกยิ้มให้ชายหนุ่ม
“ไม่แน่นะ เผื่อพี่จับตัวลินเรียกค่าไถ่จากเจ้าเธียร์ ฮ่า ๆ”
ชายหนุ่มพูดหยอกล้อให้เธออารมณ์ดีแต่หญิงสาวกับทำหน้าหงอยซะงั้น
“ลินคงจะตายฟรีแน่ ๆ ค่ะ ขนาดเมื่อกี้ยังไม่เห็นว่าเขาจะตามออกมาปกป้องลินเลยสักนิด”
ลินลดาก้มมองลงต่ำด้วยสีหน้าที่ดูน้อยใจ ตอนนี้เธอโกรธชายหนุ่มเป็นอย่างมาก เธออุตส่าห์ทิ้งชื่อเสียงของตัวเองเพื่อทำลายงานแต่งในครั้งนี้ แต่ชายหนุ่มกลับทิ้งให้เธอต้องเผชิญหน้ากับมันเพียงลำพัง
ชายหนุ่มไม่พูดอะไรเพียงแต่เอื้อมมือไปลูบหัวเธอเบา ๆ หญิงสาวแอบตกใจในการกระทำของเขาแต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธอะไรออกไป
เมื่อเดินทางไปถึงที่วัดในระหว่างที่นลินกำลังหยิบของอยู่ในรถ พี่เลี้ยงก็อุ้มน้องลงจากเบาะ ภาวินทร์จึงเดินเข้ามาหาผู้เป็นแม่พร้อมเอ่ยถามด้วยสีหน้าเศร้า “มะมี้หายโกรธยางง”น้ำเสียงละมุนของลูกชาย ทำให้ลินดลารู้สึกเอ็นดูเป็นอย่างมาก เด็กน้อยคงจะกังวลเรื่องเมื่อเช้าที่แม่ดุเขาและไม่ได้คุยเล่นกับเขามาตลอดทาง “แล้วน้องวินทร์เป็นเด็กดีหรือยัง ?”นลินจ้องมองหน้าลูกนิ่ง ๆ “เป็นเด็กดีแย้ว”ใบหน้าจิ้มลิ้มที่น่ารักน่าเอ็นดูส่งยิ้มให้ผู้เป็นแม่พร้อมเดินเข้าไปกอดคอ“ถ้าเป็นเด็กดี มะมี้ก็หายโกรธน้องวินทร์แล้วครับ”ลินลดาอุ้มลูกชายลงจากรถพร้อมหอมลูกชายไปฟอดใหญ่ เธียร์ที่ยืนมองสองแม่ลูกเคลียร์ความในใจกัน เขาก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มตาม “น้องวินทร์ดูสิใครมา”เธียร์เอ่ยเรียกลูกชายให้หันไปดูผู้ที่พึ่งลงจากรถ“ธามมม !”เด็กน้อยเอ่ยเรียกอย่างดีใจเมื่อเห็นเขา ทำให้ผู้ใหญ่ทั้งสามหลุดขำออกมาเมื่อเห็นท่าทีของเขา “ลุงธามสิลูก”นลินพูดปนหัวเราะเมื่อเห็นลูกชายเรียกพี่ธามอย่างกับเพื่อนสนิท “ว่าไงวินทร์ เรียกอย่างกับเพื่อนเลยนะเรา”คุณลุงก็รู้สึกตลกหลานชายที่ไม่ค่อยจะเรียกเขาว่าลุง แต่ก็ไม่ได้ซีเรียสอะไรเพราะเด็กก็เ
[ปัจจุบัน] ตั้งแต่มีลูกทั้งคู่ก็มีนาฬิกาปลุกส่วนตัวทันที ทุก ๆ เช้าเด็กน้อยจะปีนขึ้นบนตัวพ่อและแม่สลับกันอย่างเช่นในเช้านี้ “ปะป๊า ปะป๊า”เสียงยานคางของเจ้าตัวเล็กเอ่ยเรียกผู้เป็นพ่อให้ตื่นขึ้นมาเล่นกับเขา ภาวินทร์ปีนขึ้นไปนอนทับบนอกของเธียร์พร้อมใช้สองมือเล็กจับหน้าเขาโยกไปมา “หืมมม ครับลูก”ชายหนุ่มงัวเงียตื่นขึ้นมาพร้อมเอ่ยออกไปด้วยน้ำเสียงแหบพร่า “ดูตูน ๆ”เด็กเล็กงอแงขอดูการ์ตูนแต่เช้า ผู้เป็นพ่อถึงกับต้องกุมขมับ เมื่อโดนลูกชายตัวแสบก่อกวนเขาตั้งแต่ตี 5 “น้องวินทร์ครับ ตอนนี้ยังเช้าอยู่เลยลูก ปะป๊าง่วงมากเลย ปะป๊าขอนอนแป๊บหนึ่งได้ไหมครับ”ชายหนุ่มกอดลูกแล้วพลิกนอนตะแคงพร้อมเอ่ยกับลูกชายด้วยเสียงอ่อน “ได้ครับ ปะป๊านอน น้องวินทร์จะไปหามะมี้”เด็กเล็กตอบผู้เป็นพ่อด้วยน้ำเสียงเจื้อยแจ้ว พูดจบคนตัวเล็กก็รีบมุดไปนอนกอดนลิน หญิงสาวรู้สึกตัวก็ดึงลูกเข้ามากอด เจ้าตัวเล็กจึงหลับไปอีกรอบจนถึงตอนสาย ลินลดารู้สึกตัวตื่นขึ้นมาเพราะรู้สึกเหมือนลูกกำลังกินนมเธออยู่ แต่พอลืมตาเท่านั้นแหละ นี่ไม่ใช่ลูก นี่มันพ่อมันชัด ชัด ! เพียะ !เธอใช้ฝ่ามือเล็กฟาดไปที่กลางหลังของเขาจนเกิดเสียงดัง และมี
นับวันเธียร์ยิ่งหลงลูกชายตัวเองเข้าไปใหญ่ เพราะนิสัยที่ขี้อ้อน อีกทั้งยังทะเล้นเหมือนเขา ทำให้คนที่อยู่ใกล้ต่างหลงรักน้องภาวินทร์ “ดูปากป๊านะ...ปะป๊า”ชายหนุ่มนั่งเล่นกับลูกชายในวัยที่ใกล้จะครบ 1 ขวบ “แหะ แหะ !”เด็กเล็กไม่พูดตามเขาแต่ดันหัวเราะอย่างอารมณ์ดี “ไม่เอาสิลูก...พูดตามป๊า...ปะป๊า !” เธียร์ลุ้นให้ลูกเรียกชื่อเขา นลินที่ยืนอยู่ใกล้ ๆ ก็แอบยิ้มให้กับสองพ่อลูกที่หยอกล้อเล่นกัน “ป๊ะ !”ภาวินทร์นิ่งไปชั่วขณะ ก่อนจะเปล่งเสียงหนักแน่นเอ่ยเรียกผู้เป็นพ่อ“ลิน ๆ ๆ ได้ยินมั้ย ๆ ลูกเรียกชื่อผม”ชายหนุ่มทำสีหน้าตกใจหันไปมองนลินพร้อมเอ่ยกับเธอด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น คนร่างสูงรีบเข้าไปอุ้มลูกมาสวมกอดอย่างดีอกดีใจที่ลูกพูดชื่อเขาเป็นคำแรก นลินยอมไม่ได้จึงเดินเข้าไปหาทั้งคู่ “ภาวินทร์ครับ ไหนเรียกแม่ซิ...แม่ !” ลินลดาจ้องหน้าผู้เป็นลูกพร้อมลุ้นว่าเขาจะพูดหรือไม่ น้องภาวินทร์จ้องหน้านลินด้วยสีหน้าที่ใสซื่อก่อนจะหันไปหาพ่อของเขาแล้วเอ่ยเรียกออกมา“ป๊ะ !” “ฮ่า ๆ ๆ เก่งมากลูกพ่อ”ชายหนุ่มยิ้มจนหน้าบานเป็นกระด้งเมื่อลูกชายเอ่ยเรียกชื่อเขาถึงสองครั้ง นลินทำหน้าผิดหวังและมองสองพ่อลูกด้วยสายตา
หลังจากนลินคลอดลูกได้ 5 เดือน บ้านของพวกเขาก็เสร็จเรียบร้อยพอดี ในวันขึ้นบ้านใหม่ญาติ ๆ ต่างมาร่วมแสดงความยินดีและร่วมทำบุญด้วยกัน ที่สำคัญทุกคนต่างก็อยากมาเล่นกับหลานชายตัวน้อย ๆ ที่กำลังน่ารักอย่างน้องภาวินทร์“เผลอแป๊บเดียวโตแล้วนะหลานตา”คุณตาชัยยศอุ้มหลานเดินไปมา สีหน้าเขาเอ็นดูเด็กตัวเล็กเป็นอย่างมาก“ภาวินทร์ปู่มาแล้วลูก !”เสียงคุณปู่ตะโกนมาแต่ไกล เขาเดินลงจากรถแล้วตรงดิ่งเข้ามาหาหลานก่อน“ไม่ตะโกนมาตั้งแต่บ้านเลยล่ะ”ชัยยศหันไปเอ่ยกับเขา “ใครบอกกูไม่ตะโกน”ธนาสวนกลับพ่อของนลินพร้อมเข้าไปแย่งหลานมาอุ้ม ทุกคนต่างเห่อหลานเป็นอย่างมาก เพราะเด็กน้อยกำลังน่ารักน่าชัง “เถียงกันตลอดเลยสองคนนี้”อรยาเอ่ยแซวทั้งคู่ เมื่อผู้ใหญ่มากันครบก็นิมนต์พระมาทำบุญตักบาตรที่บ้านเพื่อเสริมสิริมงคลก่อนเข้าอยู่ “ยินดีด้วยนะครับน้องลิน”ธามแสดงความยินด้วยน้ำเสียงละมุนและสีหน้าที่ยินดี ชายหนุ่มเห็นนลินยืนอยู่จึงเดินเข้าไปทักทาย“ขอบคุณนะคะพี่ธามที่ช่วยแนะนำอะไรหลาย ๆ อย่าง”นลินกล่าวกับเขา “มีอะไรก็ถามพี่ได้ตลอด พี่อยู่ตรงนี้แหละ ลินหันกลับมาเมื่อไหร่ก็เจอ”ใบหน้าชายหนุ่มมองเธออย่างไม่ละสายตา “ค่
2 ปีผ่านไปตั้งแต่มีลูกความสัมพันธ์ของทั้งคู่ก็ดีขึ้นแบบก้าวกระโดด ต่างคนต่างมีเหตุผลและใจเย็นมากขึ้น ทำให้ทั้งคู่รักกันเป็นอย่างดี ตอนนี้น้องภาวินทร์ก็อายุได้ 2 ขวบแล้ว ทั้งคู่จึงอยากพาลูกไปฉลองงานวันเกิดที่ทะเล ถือโอกาสไปเที่ยวกับครอบครัวด้วยทริปนี้ทุกคนเดินทางไปเที่ยวทะเลที่ภูเก็ต โดยมีทั้งครอบครัวนลินและครอบครัวของเธียร์ เป็นทริปใหญ่ก็จะวุ่นวายอยู่หน่อย ๆ“ปะป๊า ปะป๊า”เด็กตัวเล็กวิ่งดุ๊กดิ๊กมาทางผู้เป็นพ่อ แก้มย้วย ๆ เด้งไปมาอย่างน่าเอ็นดู“ว่าไงครับลูก”เธียร์อุ้มลูกขึ้นมานั่งบนตักขณะที่ทานอาหารกันอยู่“ภาวินทร์อย่าไปกวนคุณพ่อลูก ให้พ่อกินข้าว”นลินหันไปเอ่ยกับลูก“ไม่เป็นไร ๆ”กลับกันเธียร์กลับรู้สึกชอบที่ลูกติดเขาเสียอีก“พี่ธามจะมาตอนเย็นใช่ไหมครับแม่”เธียร์หันไปถามคุณนภา“เห็นพี่บอกว่าอย่างงั้นนะ”เนตรนภาตอบกลับลูกชายเมื่อถึงตอนเย็นเธียร์ก็จองร้านอาหารติดชายทะเลพร้อมตกแต่งไฟอย่างสวยงาม เขาเหมาทั้งร้านวันนี้แขกภายในร้านจึงมีแค่ครอบครัวของเขา“ปกติร้านนี้เขาตกแต่งจนถึงชายหาดขนาดนี้เลยเหรอคะ”นลินอุ้มลูกเดินดูไฟที่ประดับจนทั่วชายหาด“ภาวินทร์ดูนั่นสิลูก เห็นไฟไหม ?”ลินลดาชี
และในคืนนี้เธียร์ก็แอบเข้าห้องนลินมาอีกครั้ง ชายหนุ่มกอดเธอและลูบไปที่ท้องของหญิงสาว“คุณแม่ไม่ยอมหายโกรธพ่อสักที พรุ่งนี้คุณปู่คุณย่าจะมาง้อช่วยพ่อแล้วนะ”เธียร์เอ่ยเบา ๆ กับนลิน“ฮะ !”นลินตกใจจนเผลออุทานเสียงดัง“คุณว่าไงนะ”หญิงสาวหน้าตาตื่นเอ่ยถามเขา เธียร์สะดุ้งและมองนลินด้วยสีหน้างง ๆ“ผมให้ป๊ากับแม่มาสู่ขอคุณยังไงล่ะ คุณจะได้กลับไปกับผมสักที”ชายหนุ่มพูดออกไปอย่างหน้าตาเฉย“คุณทำอะไรคุณไม่เคยถามฉันสักคำ คิดเองเออเองไปหมด นี่ก็ลูกฉันเหมือนกัน ฉันไม่มีสิทธิ์ทำอะไรเลยใช่ไหม ฮือออ”นลินร้องไห้ออกมาด้วยความรู้สึกที่ปะปนกันไปหมด ชายหนุ่มมีสีหน้าตกใจและรีบเข้าไปปลอบเธอทันที“ผมขอโทษ ๆ ถ้าคุณไม่โอเคผมไม่ให้ท่านมาก็ได้ ไม่ร้อง ๆ”ร่างสูงรีบดึงเธอเข้ามากอดแต่ก็คงจะไม่ทันเมื่อเช้าวันรุ่งขึ้นพ่อและแม่ของเธียร์ก็มาถึงบ้านของนลินแล้วชัยยศเดินออกไปดูแขกที่มาวันนี้ เขาก็มีสีหน้าตกใจทันทีที่เห็นคนที่เดินลงมาจากรถ ธนาเองก็ไม่ต่างกัน เมื่อเห็นหน้าคนที่ยืนอยู่หน้าประตู เขาก็รู้สึกคุ้นหน้าแปลก ๆ“ไอ้...ไอ้...”ชัยยศชี้หน้าธนาและพยายามนึกชื่อของเขา“ไอ้...”ธนาเองก็เช่นกัน และในที่สุดเขาก็จำได้ “
ตุ้บ ! “โอ๊ยย !”ร่างสูงสะดุ้งตื่นแล้วมองคนตรงหน้า “ตีผมทำไมเนี่ย ?” เสียงแหบพร่าเอ่ยถามออกไปด้วยสีหน้าที่งัวเงียกำลังเมาขี้ตาในยามเช้าตรู่“คุณมาทำอะไรอยู่ตรงนี้ ออกไปเลยนะ !”เจ้าของใบหน้าเล็กเหวี่ยงเขาออกไป “ถามได้ ก็มานอนกอดเมียสิ”พูดจบเขาก็ดึงเธอเข้ามากอดอย่างหน้ามึนพร้อมขโมยหอมแก้มหญิงสาว
บรรยากาศบนโต๊ะอาหารค่อนข้างที่จะตึงเครียด คนร่างสูงค่อย ๆ หย่อนกายนั่งลงข้างผู้เป็นแม่ของหญิงสาว สายตาของเขาชำเลืองไปมองพ่อของนลิน แล้วก็ต้องรีบก้มหน้าหลบสายตาเมื่อถูกผู้เป็นพ่อจ้องมองอย่างกับจะกินหัว “ใครบอกให้นั่ง !”พ่อของนลินดุออกมาด้วยเสียงดัง พร้อมมองตาขวางใส่คนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม เธียร์
ถึงแม้ว่าเธียร์จะโกรธพี่ชายสักแค่ไหน แต่ตรีธาราก็เป็นคนที่เขาเชื่อใจและเคารพมาตลอด ดังนั้นคำพูดของธามมีผลกับเขาเป็นอย่างมาก ชายหนุ่มจึงรีบบึ่งรถกลับคอนโดเพื่อไปขอโทษนลินระหว่างทางก็แอบแวะซื้อของโปรดไปให้เธอด้วย แต่เมื่อกลับมาถึงภายในห้องดันว่างเปล่าไร้เงาของนลิน มีเพียงเศษแก้วของแจกันที่แตกกระจัดก
ขากลับตรีธาราต้องขับรถมาเพียงลำพัง ในระหว่างนั้นเขาได้ใช้เวลาอยู่กับตัวเอง ก็ทำให้เขาตกตะกอนความคิดของตัวเองได้ในเวลานั้น ดวงตาคมเริ่มมีน้ำสีใสไหลออกมาจนดวงตาของเขาพร่ามัวนลินและเธียร์เดินทางกลับมาถึงคอนโด หญิงสาวก็เอาแต่นิ่งเงียบไม่พูดไม่จากับเขา เธอหงุดหงิดและโกรธเธียร์เป็นอย่างมาก แค่เห็นหน้าเข







