LOGINบนคอนโดหรูชายหนุ่มและหญิงสาวอยู่ด้วยกันเพียงลำพัง ทั้งสองคนพูดคุยหัวเราะเหมือนคู่รักทั่วไป ดูเหมือนว่าพวกเขาจะเข้าใจกันดีแล้ว
“ห้ามยุ่งเกี่ยวกับพี่ธาม เข้าใจไหม” ร่างสูงเอ่ยเสียงแข็งกับเธอ ในขณะที่ทั้งคู่นอนเล่นหยอกล้อกันอยู่บนเตียง
“ลินรู้ค่ะ เราแค่สนิทกันเหมือนพี่น้องก็เท่านั้น”
หญิงสาวตอบกลับเขาไปพร้อมกระชับกอดชายหนุ่มแน่น
“พี่น้องก็ไม่ได้ !”
เธียร์สั่งห้ามเธออย่างเสียงดัง
“คุณเองก็เหมือนกัน พรุ่งนี้งานเสร็จต้องรีบกลับมาหาลิน ห้ามอยู่กับอีนั่นสองต่อสอง ห้ามนอนร่วมเตียงกับมัน ห้ามจูบ ห้ามหอม ห้ามแตะเนื้อต้องตัวมัน เข้าใจไหมคะ !”
หญิงสาวจ้องตาเขาเขม็งพร้อมกับเอ่ยออกไปด้วยน้ำเสียงดุ
ร่างสูงเห็นท่าทีของนลินก็ทำให้เขาอดยิ้มไม่ได้ ในขณะที่พวกเขาทั้งคู่กำลังมีความสุขในการได้ใช้เวลาอยู่ด้วยกัน แต่หารู้ไม่หายนะกำลังจะมาเยือนพวกเขา
ก๊อก ! ก๊อก ! ก๊อก !
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสองสามที
“เดี๋ยวลินไปเปิดเองค่ะ”
หญิงสาวนึกว่าเป็นสิงหาลูกน้องของเธียร์ ที่เขาสั่งให้นำอาหารขึ้นมาส่ง
แกร็ก !
“มาแล้วว...”
ทันทีที่หญิงสาวเปิดประตูเธอออกไป เธอเองก็ต้องตกใจเมื่อคนตรงหน้าไม่ใช่สิงหา แต่เป็นชายวัยกลางคนที่ดูท่าทางดีแต่งตัวภูมิฐานมาพร้อมกับชายฉกรรจ์อีกสี่คน
“ลูกชายฉันอยู่ไหน !”
น้ำเสียงดุเอ่ยกับนลิน ทันทีที่เธียร์ได้ยินเสียงของชายคนดังกล่าวดังมาจากหน้าประตู เขาก็รีบดีดตัวลุกขึ้นเดินออกไปดูทันที
“ป๊า !”
เธียร์หน้าถอดสีในทันทีเมื่อเห็นผู้เป็นพ่อ
นลินที่ยืนอยู่ตรงกลางระหว่างชายหนุ่มและพ่อของเขาทั้งตกใจและทำตัวไม่ถูก
“เอาตัวมันไป”
เสียงแข็งเอ่ยคำสั่งแก่ชายฉกรรจ์ ทั้งที่ใบหน้าของเขาจ้องมองไปที่นลิน นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้พบกับเธอ เรียกได้ว่าไม่แปลกใจเลยที่ลูกชายของเขาจะติดผู้หญิงคนนี้
ชายทั้งสี่คนเดินเข้ามาในห้องมาล็อกตัวชายหนุ่ม เธียร์พยายามขัดขืน เขาจ้องมองไปที่นลินอย่างไม่ละสายตา เมื่อคนพวกนั้นลากตัวเธียร์ออกไป ก็เหลือเพียงแค่ธนากับนลินที่ยืนประจันหน้ากันอยู่ตอนนี้
“เธอสินะที่ชื่อนลิน...เลิกยุ่งกับลูกชายฉันซะ ฉันคิดว่าเธอน่าจะกอบโกยไปมากพอแล้ว อย่าโลภมากนักเลย เดี๋ยวจะไม่เหลือแม้แต่ที่ให้ซุกหัวนอน ฉันว่าผู้หญิงอย่างเธอหาใหม่ได้สบาย ปล่อยให้ลูกชายฉันมีอนาคตที่ดีเถอะ !”
คุณธนาเอ่ยพร้อมมองไปรอบ ๆ ห้องหรูหราราคาแพง ก่อนจะหันกลับมาจ้องหน้านลินด้วยสายตาดูถูกเหยียดหยาม หลังพูดจบเขาก็หันหลังเดินออกไป
ทิ้งให้ลินลดาจมอยู่กับความคิดของตัวเอง หญิงสาวไม่เคยถูกใครต่อว่า ดูถูกเหยียดหยามซึ่ง ๆ หน้าขนาดนี้มาก่อน ทำให้นลินโกรธจนใบหน้าเล็กแดงเถือกไปด้วยเลือดที่สูบฉีด
ชายหนุ่มถูกจับตัวกลับไปที่บ้านของเขาเพื่อเตรียมตัวสำหรับงานแต่งงานในวันพรุ่งนี้ ทุกอย่างถูกจัดเตรียมไว้หมดแล้ว เขามีหน้าที่แค่เป็นเจ้าบ่าวเข้าร่วมพิธี
งานแต่งงานในครั้งนี้จัดขึ้นที่โรงแรมธาราแกรนด์ โดยแขกในงานส่วนใหญ่ก็จะเป็นคนรู้จักในแวดวงนักธุรกิจ ทุกคนในงานต่างก็จับตามองเมื่อจู่ ๆ ทั้งสองตระกูลประกาศจัดงานแต่งงานแบบสายฟ้าแลบ โดยธนาตั้งใจจะใช้โอกาสนี้ในการเปิดตัวธุรกิจใหม่ของเขา
เมื่อพิธีเริ่มขึ้นเจ้าบ่าวก็ขึ้นมารอรับเจ้าสาวอยู่บนเวที ส่วนน้ำฟ้าที่เดินควงแขนผู้เป็นพ่ออยู่นั้น มีสีหน้าที่มีความสุขเป็นอย่างมาก ในที่สุดวันที่เธอชนะนลินก็มาถึง เธอรอคอยวันนี้มานานหลายปี หญิงสาวแอบชอบเธียร์มาตั้งแต่พวกเขายังเป็นเด็ก ชายหนุ่มเป็นรักแรกของน้ำฟ้า ถึงแม้ว่าจะเป็นเพียงแค่รักข้างเดียว แต่การที่ได้แต่งงานกับคนที่เธอรักนั้นนับว่าเป็นสิ่งที่ดีที่สุด
ใบหน้าเล็กเผยรอยยิ้มอ่อนหวานพร้อมสายตาที่จับจ้องไปที่เจ้าบ่าวของตน
“พ่อฝากลูกสาวของพ่อด้วย นี่คือแก้วตาดวงใจที่พ่อหวงแหนที่สุด อย่าทำให้เธอเสียใจแม้แต่นิด”
มานพเอ่ยกับเธียร์ด้วยน้ำเสียงจริงจัง แต่ทว่าชายหนุ่มกลับมีสีหน้าที่ดูนิ่งเรียบ เขาไม่ได้แสดงความรู้สึกใด ๆ ออกไป
“ครับ” ร่างสูงตอบออกไปเพียงประโยคสั้น ๆ สีหน้านิ่งเรียบจ้องมองไปที่หญิงสาวตรงหน้าเขา เธียร์อดนึกไม่ได้ว่าถ้าเกิดเจ้าสาวที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขาในวันนี้และตอนนี้เป็นนลิน มันคงจะดีมากแน่ ๆ
หยาดพิรุณส่งยิ้มให้เธียร์เล็กน้อย เธอกำลังจะเดินเข้าไปควงแขนชายหนุ่มก็ได้ยินเสียงฮือฮาของแขกที่มาร่วมงานดังขึ้น ทำให้คนที่ยืนอยู่บนเวทีทั้งสามคนหันไปมองยังด้านล่าง
หญิงสาวร่างบางเดินเข้ามาภายในงานด้วยชุดราตรีสีดำรัดรูป พร้อมกับถือพวงหรีดช่อใหญ่ที่มีป้ายชื่อของหยาดพิรุณ รองเท้าส้นเข็มสีดำกระทบพื้นส่งเสียงดังเป็นจังหวะ ลินลดาเดินเข้ามาอย่างมั่นใจแม้ว่าเธอจะไม่ได้รับการ์ดเชิญให้มาร่วมงานก็ตาม
นลินถอดแว่นกันแดดสีดำออกเผยให้เห็นโฉมหน้าที่สวยเด่นสง่าของเธอ เรียกได้ว่าวันนี้เธอดูเด่นกว่าเจ้าสาวที่ยืนอยู่บนเวทีนั่นเสียอีก
“ขอแสดงความยินดีที่วันนี้แย่งผัวชาวบ้านไปเป็นผัวของตัวเองได้นะจ๊ะ ฮ่า ๆ ๆ ๆ”
ลินลดาโยนช่อพวงหรีดขึ้นไปบนเวที พร้อมกับเปล่งเสียงหัวเราะที่ดูมีความสุขออกไป สร้างความแตกตื่นให้แก่ผู้ที่มาร่วมงานเป็นอย่างมาก
“นลิน”
เสียงเธียร์อุทานเบา ๆ เมื่อเห็นเธอ เขาเองก็ตกใจไม่คิดว่านลินจะใจกล้าบ้าบิ่นมากถึงขนาดนี้
หยาดพิรุณจ้องเขม็งไปที่นลินด้วยสายตาโกรธแค้น หญิงสาวยืนตัวสั่นกำหมัดแน่น ทั้งรู้สึกอับอายที่ผู้คนในงานต่างจ้องมองมาที่เธอด้วยสายตาแปลกประหลาด
“ไม่มีปัญญาหาผัวเองถึงขั้นอ้อนวอนให้พ่อมาบังคับผู้ชายไปเป็นผัวให้สินะ เหอะ ! ตลกมาก”
ก่อนหน้านี้นลินกับเธียร์ก็ได้พูดคุยกันถึงเรื่องที่มาของงานแต่งงานในครั้งนี้ ทำให้นลินพอจะมองออกว่านี่มันไม่ใช่แค่ความต้องการของพ่อเธียร์
“หุบปากของเธอซะ”
ธนาลุกขึ้นเดินมาทางหญิงสาวในทันที “ใครก็ได้มาเอาเธอออกไป” ชายวัยกลางคนตะโกนสั่งลูกน้องอย่างเสียงดัง
“คงจะภูมิใจมากสินะที่แย่งของคนอื่น ฉันจะบอกอะไรให้นะ คุณเธียร์เขาไม่ชอบกินแกงจืดหรอกนะ”
ลินลดาฉีกยิ้มหัวเราะอย่างพอใจ พร้อมจ้องมองไปที่น้ำฟ้าที่กำลังหน้าซีดเป็นไก่ต้ม
“เอาตัวผู้หญิงคนนี้ออกไป !”
มานพตะโกนออกคำสั่งแก่ลูกน้องของเขา
“ห้ามทำอะไรเธอนะ !”
เธียร์เอ่ยเสียงแข็ง ทำให้มานพและน้ำฟ้าหันไปมองหน้าชายหนุ่ม
ชายฉกรรจ์หลายคนเดินเข้ามาลากตัวนลินออกไปจากงาน หญิงสาวส่งเสียงกรี๊ดดังลั่น ธามรีบวิ่งตามเธอออกไปด้วยความเป็นห่วง เธียร์เองเมื่อเห็นว่านลินถูกลากออกไปเช่นนั้นเขาก็กำลังจะวิ่งตามไป แต่โดนหยาดพิรุณกอดแขนเอาไว้เสียก่อน
“พี่เธียร์จะไปไหนคะ”
หญิงสาวเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นพร้อมแววตาที่เคล้าคลอไปด้วยหยาดน้ำสีใส
“ปล่อย !”
น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยกับเธอด้วยสีหน้าที่เอาเรื่อง
“ฟ้าไม่ปล่อยค่ะ นี่งานแต่งของเรานะคะ พี่ต้องอยู่ตรงนี้ข้าง ๆ ฟ้าสิคะ”
หญิงสาวร้องไห้พร้อมห้ามไม่ให้เธียร์ไป
“ถ้าเกิดว่านายออกไปเราได้เห็นดีกันแน่”
คุณมานพมองหน้าชายหนุ่มด้วยสีหน้าที่โกรธเคือง แต่เธียร์หาได้สนใจไม่เพราะตอนนี้คนที่เขาเป็นห่วงมากที่สุดมีแค่เพียงผู้หญิงของเขา
“ฉันบอกให้ปล่อยไงวะ !”
ชายหนุ่มตวาดคนตรงหน้าออกไปเสียงดังพร้อมสะบัดแขนน้ำฟ้าออกจนเธอเซแล้วล้มลง ผู้เป็นพ่อก็รีบเข้าไปพยุงลูกทันที
“ฮืออออ พี่เธียร์อย่าทิ้งฟ้าไปแบบนี้สิ”
หยาดพิรุณร้องไห้โฮออกมาด้วยความเจ็บปวด พร้อมมองตามหลังชายหนุ่มที่วิ่งลงจากเวทีไป
“จับตัวไว้ !”
ธนาเอ่ยกับลูกน้องให้รีบไปสกัดเธียร์ไว้ไม่ให้เขาหนีไป ชายฉกรรจ์สามคนรีบวิ่งเข้าไปจับตัวชายหนุ่ม และสู้กับการขัดขืนของเขา
“ปล่อยกู กูบอกให้ปล่อยไงวะ ปล่อยยย !”
ร่างสูงของชายหนุ่มอาละวาดเสียงดังเมื่อถูกคนของพ่อจับตัวไว้
เมื่อเดินทางไปถึงที่วัดในระหว่างที่นลินกำลังหยิบของอยู่ในรถ พี่เลี้ยงก็อุ้มน้องลงจากเบาะ ภาวินทร์จึงเดินเข้ามาหาผู้เป็นแม่พร้อมเอ่ยถามด้วยสีหน้าเศร้า “มะมี้หายโกรธยางง”น้ำเสียงละมุนของลูกชาย ทำให้ลินดลารู้สึกเอ็นดูเป็นอย่างมาก เด็กน้อยคงจะกังวลเรื่องเมื่อเช้าที่แม่ดุเขาและไม่ได้คุยเล่นกับเขามาตลอดทาง “แล้วน้องวินทร์เป็นเด็กดีหรือยัง ?”นลินจ้องมองหน้าลูกนิ่ง ๆ “เป็นเด็กดีแย้ว”ใบหน้าจิ้มลิ้มที่น่ารักน่าเอ็นดูส่งยิ้มให้ผู้เป็นแม่พร้อมเดินเข้าไปกอดคอ“ถ้าเป็นเด็กดี มะมี้ก็หายโกรธน้องวินทร์แล้วครับ”ลินลดาอุ้มลูกชายลงจากรถพร้อมหอมลูกชายไปฟอดใหญ่ เธียร์ที่ยืนมองสองแม่ลูกเคลียร์ความในใจกัน เขาก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มตาม “น้องวินทร์ดูสิใครมา”เธียร์เอ่ยเรียกลูกชายให้หันไปดูผู้ที่พึ่งลงจากรถ“ธามมม !”เด็กน้อยเอ่ยเรียกอย่างดีใจเมื่อเห็นเขา ทำให้ผู้ใหญ่ทั้งสามหลุดขำออกมาเมื่อเห็นท่าทีของเขา “ลุงธามสิลูก”นลินพูดปนหัวเราะเมื่อเห็นลูกชายเรียกพี่ธามอย่างกับเพื่อนสนิท “ว่าไงวินทร์ เรียกอย่างกับเพื่อนเลยนะเรา”คุณลุงก็รู้สึกตลกหลานชายที่ไม่ค่อยจะเรียกเขาว่าลุง แต่ก็ไม่ได้ซีเรียสอะไรเพราะเด็กก็เ
[ปัจจุบัน] ตั้งแต่มีลูกทั้งคู่ก็มีนาฬิกาปลุกส่วนตัวทันที ทุก ๆ เช้าเด็กน้อยจะปีนขึ้นบนตัวพ่อและแม่สลับกันอย่างเช่นในเช้านี้ “ปะป๊า ปะป๊า”เสียงยานคางของเจ้าตัวเล็กเอ่ยเรียกผู้เป็นพ่อให้ตื่นขึ้นมาเล่นกับเขา ภาวินทร์ปีนขึ้นไปนอนทับบนอกของเธียร์พร้อมใช้สองมือเล็กจับหน้าเขาโยกไปมา “หืมมม ครับลูก”ชายหนุ่มงัวเงียตื่นขึ้นมาพร้อมเอ่ยออกไปด้วยน้ำเสียงแหบพร่า “ดูตูน ๆ”เด็กเล็กงอแงขอดูการ์ตูนแต่เช้า ผู้เป็นพ่อถึงกับต้องกุมขมับ เมื่อโดนลูกชายตัวแสบก่อกวนเขาตั้งแต่ตี 5 “น้องวินทร์ครับ ตอนนี้ยังเช้าอยู่เลยลูก ปะป๊าง่วงมากเลย ปะป๊าขอนอนแป๊บหนึ่งได้ไหมครับ”ชายหนุ่มกอดลูกแล้วพลิกนอนตะแคงพร้อมเอ่ยกับลูกชายด้วยเสียงอ่อน “ได้ครับ ปะป๊านอน น้องวินทร์จะไปหามะมี้”เด็กเล็กตอบผู้เป็นพ่อด้วยน้ำเสียงเจื้อยแจ้ว พูดจบคนตัวเล็กก็รีบมุดไปนอนกอดนลิน หญิงสาวรู้สึกตัวก็ดึงลูกเข้ามากอด เจ้าตัวเล็กจึงหลับไปอีกรอบจนถึงตอนสาย ลินลดารู้สึกตัวตื่นขึ้นมาเพราะรู้สึกเหมือนลูกกำลังกินนมเธออยู่ แต่พอลืมตาเท่านั้นแหละ นี่ไม่ใช่ลูก นี่มันพ่อมันชัด ชัด ! เพียะ !เธอใช้ฝ่ามือเล็กฟาดไปที่กลางหลังของเขาจนเกิดเสียงดัง และมี
นับวันเธียร์ยิ่งหลงลูกชายตัวเองเข้าไปใหญ่ เพราะนิสัยที่ขี้อ้อน อีกทั้งยังทะเล้นเหมือนเขา ทำให้คนที่อยู่ใกล้ต่างหลงรักน้องภาวินทร์ “ดูปากป๊านะ...ปะป๊า”ชายหนุ่มนั่งเล่นกับลูกชายในวัยที่ใกล้จะครบ 1 ขวบ “แหะ แหะ !”เด็กเล็กไม่พูดตามเขาแต่ดันหัวเราะอย่างอารมณ์ดี “ไม่เอาสิลูก...พูดตามป๊า...ปะป๊า !” เธียร์ลุ้นให้ลูกเรียกชื่อเขา นลินที่ยืนอยู่ใกล้ ๆ ก็แอบยิ้มให้กับสองพ่อลูกที่หยอกล้อเล่นกัน “ป๊ะ !”ภาวินทร์นิ่งไปชั่วขณะ ก่อนจะเปล่งเสียงหนักแน่นเอ่ยเรียกผู้เป็นพ่อ“ลิน ๆ ๆ ได้ยินมั้ย ๆ ลูกเรียกชื่อผม”ชายหนุ่มทำสีหน้าตกใจหันไปมองนลินพร้อมเอ่ยกับเธอด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น คนร่างสูงรีบเข้าไปอุ้มลูกมาสวมกอดอย่างดีอกดีใจที่ลูกพูดชื่อเขาเป็นคำแรก นลินยอมไม่ได้จึงเดินเข้าไปหาทั้งคู่ “ภาวินทร์ครับ ไหนเรียกแม่ซิ...แม่ !” ลินลดาจ้องหน้าผู้เป็นลูกพร้อมลุ้นว่าเขาจะพูดหรือไม่ น้องภาวินทร์จ้องหน้านลินด้วยสีหน้าที่ใสซื่อก่อนจะหันไปหาพ่อของเขาแล้วเอ่ยเรียกออกมา“ป๊ะ !” “ฮ่า ๆ ๆ เก่งมากลูกพ่อ”ชายหนุ่มยิ้มจนหน้าบานเป็นกระด้งเมื่อลูกชายเอ่ยเรียกชื่อเขาถึงสองครั้ง นลินทำหน้าผิดหวังและมองสองพ่อลูกด้วยสายตา
หลังจากนลินคลอดลูกได้ 5 เดือน บ้านของพวกเขาก็เสร็จเรียบร้อยพอดี ในวันขึ้นบ้านใหม่ญาติ ๆ ต่างมาร่วมแสดงความยินดีและร่วมทำบุญด้วยกัน ที่สำคัญทุกคนต่างก็อยากมาเล่นกับหลานชายตัวน้อย ๆ ที่กำลังน่ารักอย่างน้องภาวินทร์“เผลอแป๊บเดียวโตแล้วนะหลานตา”คุณตาชัยยศอุ้มหลานเดินไปมา สีหน้าเขาเอ็นดูเด็กตัวเล็กเป็นอย่างมาก“ภาวินทร์ปู่มาแล้วลูก !”เสียงคุณปู่ตะโกนมาแต่ไกล เขาเดินลงจากรถแล้วตรงดิ่งเข้ามาหาหลานก่อน“ไม่ตะโกนมาตั้งแต่บ้านเลยล่ะ”ชัยยศหันไปเอ่ยกับเขา “ใครบอกกูไม่ตะโกน”ธนาสวนกลับพ่อของนลินพร้อมเข้าไปแย่งหลานมาอุ้ม ทุกคนต่างเห่อหลานเป็นอย่างมาก เพราะเด็กน้อยกำลังน่ารักน่าชัง “เถียงกันตลอดเลยสองคนนี้”อรยาเอ่ยแซวทั้งคู่ เมื่อผู้ใหญ่มากันครบก็นิมนต์พระมาทำบุญตักบาตรที่บ้านเพื่อเสริมสิริมงคลก่อนเข้าอยู่ “ยินดีด้วยนะครับน้องลิน”ธามแสดงความยินด้วยน้ำเสียงละมุนและสีหน้าที่ยินดี ชายหนุ่มเห็นนลินยืนอยู่จึงเดินเข้าไปทักทาย“ขอบคุณนะคะพี่ธามที่ช่วยแนะนำอะไรหลาย ๆ อย่าง”นลินกล่าวกับเขา “มีอะไรก็ถามพี่ได้ตลอด พี่อยู่ตรงนี้แหละ ลินหันกลับมาเมื่อไหร่ก็เจอ”ใบหน้าชายหนุ่มมองเธออย่างไม่ละสายตา “ค่
2 ปีผ่านไปตั้งแต่มีลูกความสัมพันธ์ของทั้งคู่ก็ดีขึ้นแบบก้าวกระโดด ต่างคนต่างมีเหตุผลและใจเย็นมากขึ้น ทำให้ทั้งคู่รักกันเป็นอย่างดี ตอนนี้น้องภาวินทร์ก็อายุได้ 2 ขวบแล้ว ทั้งคู่จึงอยากพาลูกไปฉลองงานวันเกิดที่ทะเล ถือโอกาสไปเที่ยวกับครอบครัวด้วยทริปนี้ทุกคนเดินทางไปเที่ยวทะเลที่ภูเก็ต โดยมีทั้งครอบครัวนลินและครอบครัวของเธียร์ เป็นทริปใหญ่ก็จะวุ่นวายอยู่หน่อย ๆ“ปะป๊า ปะป๊า”เด็กตัวเล็กวิ่งดุ๊กดิ๊กมาทางผู้เป็นพ่อ แก้มย้วย ๆ เด้งไปมาอย่างน่าเอ็นดู“ว่าไงครับลูก”เธียร์อุ้มลูกขึ้นมานั่งบนตักขณะที่ทานอาหารกันอยู่“ภาวินทร์อย่าไปกวนคุณพ่อลูก ให้พ่อกินข้าว”นลินหันไปเอ่ยกับลูก“ไม่เป็นไร ๆ”กลับกันเธียร์กลับรู้สึกชอบที่ลูกติดเขาเสียอีก“พี่ธามจะมาตอนเย็นใช่ไหมครับแม่”เธียร์หันไปถามคุณนภา“เห็นพี่บอกว่าอย่างงั้นนะ”เนตรนภาตอบกลับลูกชายเมื่อถึงตอนเย็นเธียร์ก็จองร้านอาหารติดชายทะเลพร้อมตกแต่งไฟอย่างสวยงาม เขาเหมาทั้งร้านวันนี้แขกภายในร้านจึงมีแค่ครอบครัวของเขา“ปกติร้านนี้เขาตกแต่งจนถึงชายหาดขนาดนี้เลยเหรอคะ”นลินอุ้มลูกเดินดูไฟที่ประดับจนทั่วชายหาด“ภาวินทร์ดูนั่นสิลูก เห็นไฟไหม ?”ลินลดาชี
และในคืนนี้เธียร์ก็แอบเข้าห้องนลินมาอีกครั้ง ชายหนุ่มกอดเธอและลูบไปที่ท้องของหญิงสาว“คุณแม่ไม่ยอมหายโกรธพ่อสักที พรุ่งนี้คุณปู่คุณย่าจะมาง้อช่วยพ่อแล้วนะ”เธียร์เอ่ยเบา ๆ กับนลิน“ฮะ !”นลินตกใจจนเผลออุทานเสียงดัง“คุณว่าไงนะ”หญิงสาวหน้าตาตื่นเอ่ยถามเขา เธียร์สะดุ้งและมองนลินด้วยสีหน้างง ๆ“ผมให้ป๊ากับแม่มาสู่ขอคุณยังไงล่ะ คุณจะได้กลับไปกับผมสักที”ชายหนุ่มพูดออกไปอย่างหน้าตาเฉย“คุณทำอะไรคุณไม่เคยถามฉันสักคำ คิดเองเออเองไปหมด นี่ก็ลูกฉันเหมือนกัน ฉันไม่มีสิทธิ์ทำอะไรเลยใช่ไหม ฮือออ”นลินร้องไห้ออกมาด้วยความรู้สึกที่ปะปนกันไปหมด ชายหนุ่มมีสีหน้าตกใจและรีบเข้าไปปลอบเธอทันที“ผมขอโทษ ๆ ถ้าคุณไม่โอเคผมไม่ให้ท่านมาก็ได้ ไม่ร้อง ๆ”ร่างสูงรีบดึงเธอเข้ามากอดแต่ก็คงจะไม่ทันเมื่อเช้าวันรุ่งขึ้นพ่อและแม่ของเธียร์ก็มาถึงบ้านของนลินแล้วชัยยศเดินออกไปดูแขกที่มาวันนี้ เขาก็มีสีหน้าตกใจทันทีที่เห็นคนที่เดินลงมาจากรถ ธนาเองก็ไม่ต่างกัน เมื่อเห็นหน้าคนที่ยืนอยู่หน้าประตู เขาก็รู้สึกคุ้นหน้าแปลก ๆ“ไอ้...ไอ้...”ชัยยศชี้หน้าธนาและพยายามนึกชื่อของเขา“ไอ้...”ธนาเองก็เช่นกัน และในที่สุดเขาก็จำได้ “
“ก็จริง ถ้าพี่รักใครสักคนพี่ก็คงไม่อยากเห็นคนที่พี่รักไปรักคนอื่นเหมือนกัน”สายตาคมจ้องมองไปที่นัยน์ตาของหญิงสาวเหมือนกับว่าเขาพยายามจะสื่ออะไรบางอย่างให้เธอได้รับรู้ ทั้งคู่นั่งพูดคุยเรื่องสัพเพเหระจนพระอาทิตย์เริ่มที่จะตกดินแล้ว แต่แล้วจู่ๆ รถยนต์คันหรูก็ขับมาจอดต่อท้ายรถของธามทำให้ทั้งคู่หันไปมอ
นั่งรถไปได้สักพักลินลดาก็รู้สึกเหมือนจะเมารถ เธอรู้สึกเวียนหัวจึงจะนอนพักสักหน่อย หญิงสาวเอนหลังพิงไปที่เบาะรถของธาม แปลกมากเลยร้อยวันพันปีเธอไม่เคยจะเมารถ พี่ธามก็ไม่ได้ขับรถแย่ขนาดนั้นออกจะขับรถดีเลยก็ว่าได้ “เป็นไรหรือเปล่า สีหน้าลินดูไม่ค่อยดีนะ”ธามหันไปมองใบหน้าหญิงสาวที่ตอนนี้เริ่มซีดเหลือง
ทางด้านของเธียร์ เขากำลังคิดหนักว่าจะทำอย่างไรต่อดี และเขาก็คิดได้ว่าไม่ควรปล่อยให้เรื่องมันวุ่นวายไปมากกว่านี้ ประจวบกับสิงหาวิ่งเข้ามาหาเขาภายในห้องพอดี “นายครับ ปลอดภัยใช่ไหมครับ”เขาวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาหาเธียร์ด้วยความเป็นห่วง ชายหนุ่มไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ เมื่อมาถึงโรงแรมก็เห็นคนของคุณธนาเต็ม
นลินถูกชายฉกรรจ์หลายคนลากออกไปจากห้องประชุม หญิงสาวพยายามที่จะขัดขืนแต่เธอก็ไม่สามารถสู้แรงคนพวกนั้นได้เลย “ปล่อยเธอเดี๋ยวนี้ !”เสียงแข็งกร้าวตะโกนมาจากทางด้านหลังเป็นเหตุให้ทุกคนหันกลับไปมอง รวมถึงนลินด้วย “คุณธาม”ชายฉกรรจ์ทำสีหน้าลำบากใจเพราะพวกเขาไม่อยากขัดคำสั่งคุณธนาผู้เป็นเจ้านาย แต่ธามก็







