LOGIN“ก็จริง ถ้าพี่รักใครสักคนพี่ก็คงไม่อยากเห็นคนที่พี่รักไปรักคนอื่นเหมือนกัน”
สายตาคมจ้องมองไปที่นัยน์ตาของหญิงสาวเหมือนกับว่าเขาพยายามจะสื่ออะไรบางอย่างให้เธอได้รับรู้ ทั้งคู่นั่งพูดคุยเรื่องสัพเพเหระจนพระอาทิตย์เริ่มที่จะตกดินแล้ว แต่แล้วจู่ๆ รถยนต์คันหรูก็ขับมาจอดต่อท้ายรถของธามทำให้ทั้งคู่หันไปมอง และคนที่เปิดประตูลงมาก็คือเธียร์นั่นเอง
ชายหนุ่มร่างสูงไม่พูดไม่จาใดๆ เปิดประตูลงจากรถแล้วเดินตรงเข้ามากระชากคอเสื้อพี่ชายของเขาทันที
“พี่คิดจะทำอะไรกันแน่วะ นี่ผู้หญิงของผมนะ”
ร่างสูงขบกรามแน่นพร้อมเอ่ยด้วยน้ำเสียงเกรี้ยวกราด สีหน้าของเขาแสดงออกชัดเจนว่าโมโหขั้นสุด
”คุณเธียร์หยุดเดี๋ยวนี้นะ !”
นลินตะโกนเสียงดังพร้อมเข้าไปพยายามแยกเขาสองคนออกจากกัน
“หลีกไป !”
ชายหนุ่มหันมาตวาดเสียงดังใส่นลินเมื่อเห็นว่าเธอพยายามปกป้องพี่ชายของเขา จนหญิงสาวตกใจเมื่อโดนเขาตะคอกใส่
“คิดจะเอามาเป็นของกูไง”
ธามก้มไปกระซิบที่ข้างหูของเธียร์เบาๆ เพื่อที่จะยั่วโมโหน้องชาย เมื่อธีรติได้ยินเช่นนั้นเขาก็ไม่รอช้าที่จะปล่อยหมัดใส่หน้าพี่ชายของตัวเอง
พลั่ก !
ธามเซไปตามแรงของหมัด ส่วนเธียร์ก็ตามเข้าไปชกเขาต่อ นลินจึงรีบวิ่งเข้าไปกอดเธียร์เอาไว้เพื่อห้ามเขาพร้อมทั้งร้องไห้ด้วยความตกใจ
“เอาตัวนลินไป !”
ชายหนุ่มอย่างเธียร์ตะโกนสั่งสิงหาให้มาพาเธอออกไป ชายหนุ่มก็รีบมาดึงหญิงสาวไปทันที
“ปล่อยฉัน ! ไปห้ามพวกเขาสิ ! ปล่อยฉัน !”
หญิงสาวพยายามที่จะวิ่งกลับเข้าไปแยกสองคนนั้นที่สลับกันปล่อยหมัดจนล้มคลุกฝุ่นไปหมด
“คุณอยู่เฉย ๆ ดีกว่าครับ เป็นปกติของคุณผู้ชายทั้งสองเวลาทะเลาะกัน” สิงหาผู้เจอเหตุการณ์นี้มาบ่อยเขาก็รู้กับวิธีรับมือ ส่วนนลินได้แต่ทำหน้างงงวยอยู่เช่นนั้น
ปัง !
เสียงปืนดังขึ้นจนทำให้ทุกคนที่อยู่ตรงนั้นหันกลับไปมองต้นเสียง
“ป๊า !”
สองหนุ่มที่กำลังกำคอเสื้อกันอยู่อุทานขึ้นมาพร้อมกันพร้อมกับทำสีหน้าตกใจ นลินเองเมื่อหันไปเห็นพ่อของพวกเขาก็รู้สึกตกใจไม่ต่างกัน
“จะหยุดได้หรือยัง พวกแกกำลังทำบ้าอะไรอยู่ ฮะ !”
ธนาตะโกนด่าลูกชายออกไปสีหน้าของเขาโกรธลูกทั้งสองคนเป็นอย่างมาก
ประตูรถอีกฝั่งของรถยนต์คันหรูถูกเปิดออกเผยให้เห็นคุณหญิงเนตรนภาที่ก้าวขาลงมาจากรถ แววตาของคุณหญิงเต็มไปด้วยคราบน้ำตาที่ไหลออกมาจากความเจ็บปวดของผู้เป็นแม่ เมื่อเห็นลูกชายทั้งสองคนทะเลาะกันรุนแรงแบบนี้
“คุณแม่ !”
ชายหนุ่มอ่อนไหวกับผู้เป็นแม่มาก เขารู้สึกเสียใจที่ทำให้คนที่เขารักต้องร้องไห้ เธียร์จึงผลักอกพี่ชายตนเองออก
“ทำไมต้องทะเลาะกันด้วยล่ะลูก หืม”
น้ำเสียงสั่นเอ่ยถามลูกชายพร้อมยื่นมือลูบไปที่แก้มของเธียร์ ธามที่ยืนอยู่ตรงนั้นก็รู้สึกเศร้าในใจขึ้นมาทันที มันเป็นเรื่องเล็ก ๆ น้อยที่มีผลกระทบต่อจิตใจของเขาเป็นอย่างมาก เพราะว่าเขานั้นเก็บเรื่องพวกนี้สะสมมานานหลายปี และพอคุณหญิงจะเอื้อมมือไปจับธาม เขาดันถอยหลังหลบ เนตรนภาทำหน้าตกใจจนหน้าเสีย รวมถึงผู้เป็นพ่อและพี่ชาย
“ผมไม่ใช่ลูกของพวกคุณหรอกครับ”
น้ำเสียงนิ่งเรียบกล่าวออกไปอย่างเย็นชาทำเอาทุกคนต่างตกใจที่ได้ยินธามพูดคำนี้ออกมา
“พูดอะไรออกมา ! ไม่คิดว่าคุณแม่จะเสียใจหรือไงที่ได้ยิน”
เธียร์เข้าไปกระชากคอเสื้อพี่ชายอีกรอบพร้อมกัดฟันเอ่ยถามเขา ชายหนุ่มรู้มาตลอดว่าธามไม่ใช่พี่ชายแท้ ๆ ของเขาแต่ชายหนุ่มก็เคารพเขาเป็นพี่ชายแท้ ๆ มาโดยตลอด
“ทำไมพูดแบบนั้นล่ะลูก” น้ำเสียงสั่นเครือเอ่ยถามออกไป พร้อมกับหยาดน้ำตาที่หลั่งไหลออกมาอาบสองแก้ม ธามเองก็เจ็บปวดไม่ต่างกันที่เห็นน้ำตาของผู้ที่เขาเรียกว่าแม่
“เคยมองผมเป็นลูกด้วยเหรอครับ จำได้ด้วยเหรอครับว่ามีลูกชายคนนี้อีกคน ทุกสิ่งทุกอย่างผมต้องยอมน้องมาตลอด แพ้ให้น้องมาตลอด ป๊ากับแม่เคยเห็นผมเป็นลูกจริง ๆ ใช่ไหมครับ ไม่ใช่แค่คนที่สร้างผลประโยชน์ให้พวกคุณ ผมรู้นะครับทำไมป๊าต้องบังคับให้น้องแต่งงาน เพราะในอนาคตทุกสิ่งทุกอย่างจะตกไปเป็นของน้องแค่เพียงคนเดียวสินะถึงได้ปูทางให้ขนาดนี้ เหอะ ! ผมไม่อยากได้อะไรหรอกครับ แต่บางทีทุกคนก็มองข้ามความรู้สึกของผมเกินไป ทำเหมือนผมไม่มีตัวตน”
ชายหนุ่มเอ่ยทั้งน้ำตาออกไป เป็นความรู้สึกที่เขาเก็บไว้คนเดียวมาโดยตลอด
“อย่าพูดอย่างงั้นสิลูก แม่บกพร่องละเลยลูกตรงไหนแม่ขอโทษนะลูกนะ”
คุณหญิงโผลเข้าไปกอดลูกชายพร้อมกับร้องห่มร้องไห้
“ไม่หรอกครับ คุณทำหน้าที่แม่อย่างดีที่สุด เพียงแต่ผมไม่ใช่ลูกแท้ ๆ ของพวกคุณเท่านั้นเอง”
ผู้เป็นพ่อได้ยินประโยคนี้ก็น้ำตาซึมไปตาม ๆ กัน
“กลับไปคุยกันที่บ้าน”
ธนาเอ่ยเสียงแข็งออกคำสั่งแก่ลูกชาย
เธียร์จึงเดินเข้าไปหานลินที่ยืนอยู่กับสิงหา
“กลับไปกับฉัน”
น้ำเสียงเรียบเอ่ยออกไป พร้อมดึงแขนหญิงสาวไปขึ้นรถ
ผู้เป็นพ่อเห็นการกระทำของลูกชายก็ได้แต่ทำสีหน้าเอือม ๆ เมื่อเห็นเช่นนี้ก็นึกยอมแพ้จากตอนแรกตั้งใจจะแยกสองคนนี้จากกันแต่พอเห็นลูกตัวเองรักเธอขนาดนี้ก็หมดหนทางที่จะห้ามไม่ให้พวกเขารักกัน ไหน ๆ เรื่องงานแต่งมันก็พังไม่เป็นท่า ก็คงต้องปล่อยให้เป็นไปในสิ่งที่ควรจะเป็น
“ป๊ากับแม่จะรอที่บ้านเรานะ รีบตามมา”
ผู้เป็นพ่อหันไปหาธามแล้วพูดกับเขาด้วยน้ำเสียงอ่อนลงพร้อมตบไปที่ไหล่เบา ๆ ทำให้ชายหนุ่มอ่อนไหวกับท่านเป็นอย่างมาก เพราะท่านไม่ค่อยแสดงความรักสักเท่าไหร่
“แม่จะรอลูกนะ” คุณหญิงเอ่ยกับเขาอีกคน
ระหว่างทางกลับคอนโดของนลินและเธียร์ บรรยากาศในรถน่าอึดอัดจนคนขับรถอย่างสิงหาต้องลดกระจกลงเพื่อสูดอากาศหายใจ
“ลดกระจกทำไม” ร่างสูงเอ่ยถามเขา
“ผมหายใจไม่ออกครับ ถ้าเจ้านายจะตึงใส่กันขนาดนี้ผมขอลงรถแล้วกลับเองดีกว่าครับ”
สิงหาพูดพร้อมมองไปที่กระจกหลังเพื่อมองดูทั้งสองที่นั่งกอดอกไม่มองหน้ากัน
“ถ้างั้นก็จอดรถสิ”
ชายหนุ่มจ้องหน้าเขาผ่านกระจกอย่างเอาเรื่อง
“ผมประชดครับ !”
เมื่อเดินทางไปถึงที่วัดในระหว่างที่นลินกำลังหยิบของอยู่ในรถ พี่เลี้ยงก็อุ้มน้องลงจากเบาะ ภาวินทร์จึงเดินเข้ามาหาผู้เป็นแม่พร้อมเอ่ยถามด้วยสีหน้าเศร้า “มะมี้หายโกรธยางง”น้ำเสียงละมุนของลูกชาย ทำให้ลินดลารู้สึกเอ็นดูเป็นอย่างมาก เด็กน้อยคงจะกังวลเรื่องเมื่อเช้าที่แม่ดุเขาและไม่ได้คุยเล่นกับเขามาตลอดทาง “แล้วน้องวินทร์เป็นเด็กดีหรือยัง ?”นลินจ้องมองหน้าลูกนิ่ง ๆ “เป็นเด็กดีแย้ว”ใบหน้าจิ้มลิ้มที่น่ารักน่าเอ็นดูส่งยิ้มให้ผู้เป็นแม่พร้อมเดินเข้าไปกอดคอ“ถ้าเป็นเด็กดี มะมี้ก็หายโกรธน้องวินทร์แล้วครับ”ลินลดาอุ้มลูกชายลงจากรถพร้อมหอมลูกชายไปฟอดใหญ่ เธียร์ที่ยืนมองสองแม่ลูกเคลียร์ความในใจกัน เขาก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มตาม “น้องวินทร์ดูสิใครมา”เธียร์เอ่ยเรียกลูกชายให้หันไปดูผู้ที่พึ่งลงจากรถ“ธามมม !”เด็กน้อยเอ่ยเรียกอย่างดีใจเมื่อเห็นเขา ทำให้ผู้ใหญ่ทั้งสามหลุดขำออกมาเมื่อเห็นท่าทีของเขา “ลุงธามสิลูก”นลินพูดปนหัวเราะเมื่อเห็นลูกชายเรียกพี่ธามอย่างกับเพื่อนสนิท “ว่าไงวินทร์ เรียกอย่างกับเพื่อนเลยนะเรา”คุณลุงก็รู้สึกตลกหลานชายที่ไม่ค่อยจะเรียกเขาว่าลุง แต่ก็ไม่ได้ซีเรียสอะไรเพราะเด็กก็เ
[ปัจจุบัน] ตั้งแต่มีลูกทั้งคู่ก็มีนาฬิกาปลุกส่วนตัวทันที ทุก ๆ เช้าเด็กน้อยจะปีนขึ้นบนตัวพ่อและแม่สลับกันอย่างเช่นในเช้านี้ “ปะป๊า ปะป๊า”เสียงยานคางของเจ้าตัวเล็กเอ่ยเรียกผู้เป็นพ่อให้ตื่นขึ้นมาเล่นกับเขา ภาวินทร์ปีนขึ้นไปนอนทับบนอกของเธียร์พร้อมใช้สองมือเล็กจับหน้าเขาโยกไปมา “หืมมม ครับลูก”ชายหนุ่มงัวเงียตื่นขึ้นมาพร้อมเอ่ยออกไปด้วยน้ำเสียงแหบพร่า “ดูตูน ๆ”เด็กเล็กงอแงขอดูการ์ตูนแต่เช้า ผู้เป็นพ่อถึงกับต้องกุมขมับ เมื่อโดนลูกชายตัวแสบก่อกวนเขาตั้งแต่ตี 5 “น้องวินทร์ครับ ตอนนี้ยังเช้าอยู่เลยลูก ปะป๊าง่วงมากเลย ปะป๊าขอนอนแป๊บหนึ่งได้ไหมครับ”ชายหนุ่มกอดลูกแล้วพลิกนอนตะแคงพร้อมเอ่ยกับลูกชายด้วยเสียงอ่อน “ได้ครับ ปะป๊านอน น้องวินทร์จะไปหามะมี้”เด็กเล็กตอบผู้เป็นพ่อด้วยน้ำเสียงเจื้อยแจ้ว พูดจบคนตัวเล็กก็รีบมุดไปนอนกอดนลิน หญิงสาวรู้สึกตัวก็ดึงลูกเข้ามากอด เจ้าตัวเล็กจึงหลับไปอีกรอบจนถึงตอนสาย ลินลดารู้สึกตัวตื่นขึ้นมาเพราะรู้สึกเหมือนลูกกำลังกินนมเธออยู่ แต่พอลืมตาเท่านั้นแหละ นี่ไม่ใช่ลูก นี่มันพ่อมันชัด ชัด ! เพียะ !เธอใช้ฝ่ามือเล็กฟาดไปที่กลางหลังของเขาจนเกิดเสียงดัง และมี
นับวันเธียร์ยิ่งหลงลูกชายตัวเองเข้าไปใหญ่ เพราะนิสัยที่ขี้อ้อน อีกทั้งยังทะเล้นเหมือนเขา ทำให้คนที่อยู่ใกล้ต่างหลงรักน้องภาวินทร์ “ดูปากป๊านะ...ปะป๊า”ชายหนุ่มนั่งเล่นกับลูกชายในวัยที่ใกล้จะครบ 1 ขวบ “แหะ แหะ !”เด็กเล็กไม่พูดตามเขาแต่ดันหัวเราะอย่างอารมณ์ดี “ไม่เอาสิลูก...พูดตามป๊า...ปะป๊า !” เธียร์ลุ้นให้ลูกเรียกชื่อเขา นลินที่ยืนอยู่ใกล้ ๆ ก็แอบยิ้มให้กับสองพ่อลูกที่หยอกล้อเล่นกัน “ป๊ะ !”ภาวินทร์นิ่งไปชั่วขณะ ก่อนจะเปล่งเสียงหนักแน่นเอ่ยเรียกผู้เป็นพ่อ“ลิน ๆ ๆ ได้ยินมั้ย ๆ ลูกเรียกชื่อผม”ชายหนุ่มทำสีหน้าตกใจหันไปมองนลินพร้อมเอ่ยกับเธอด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น คนร่างสูงรีบเข้าไปอุ้มลูกมาสวมกอดอย่างดีอกดีใจที่ลูกพูดชื่อเขาเป็นคำแรก นลินยอมไม่ได้จึงเดินเข้าไปหาทั้งคู่ “ภาวินทร์ครับ ไหนเรียกแม่ซิ...แม่ !” ลินลดาจ้องหน้าผู้เป็นลูกพร้อมลุ้นว่าเขาจะพูดหรือไม่ น้องภาวินทร์จ้องหน้านลินด้วยสีหน้าที่ใสซื่อก่อนจะหันไปหาพ่อของเขาแล้วเอ่ยเรียกออกมา“ป๊ะ !” “ฮ่า ๆ ๆ เก่งมากลูกพ่อ”ชายหนุ่มยิ้มจนหน้าบานเป็นกระด้งเมื่อลูกชายเอ่ยเรียกชื่อเขาถึงสองครั้ง นลินทำหน้าผิดหวังและมองสองพ่อลูกด้วยสายตา
หลังจากนลินคลอดลูกได้ 5 เดือน บ้านของพวกเขาก็เสร็จเรียบร้อยพอดี ในวันขึ้นบ้านใหม่ญาติ ๆ ต่างมาร่วมแสดงความยินดีและร่วมทำบุญด้วยกัน ที่สำคัญทุกคนต่างก็อยากมาเล่นกับหลานชายตัวน้อย ๆ ที่กำลังน่ารักอย่างน้องภาวินทร์“เผลอแป๊บเดียวโตแล้วนะหลานตา”คุณตาชัยยศอุ้มหลานเดินไปมา สีหน้าเขาเอ็นดูเด็กตัวเล็กเป็นอย่างมาก“ภาวินทร์ปู่มาแล้วลูก !”เสียงคุณปู่ตะโกนมาแต่ไกล เขาเดินลงจากรถแล้วตรงดิ่งเข้ามาหาหลานก่อน“ไม่ตะโกนมาตั้งแต่บ้านเลยล่ะ”ชัยยศหันไปเอ่ยกับเขา “ใครบอกกูไม่ตะโกน”ธนาสวนกลับพ่อของนลินพร้อมเข้าไปแย่งหลานมาอุ้ม ทุกคนต่างเห่อหลานเป็นอย่างมาก เพราะเด็กน้อยกำลังน่ารักน่าชัง “เถียงกันตลอดเลยสองคนนี้”อรยาเอ่ยแซวทั้งคู่ เมื่อผู้ใหญ่มากันครบก็นิมนต์พระมาทำบุญตักบาตรที่บ้านเพื่อเสริมสิริมงคลก่อนเข้าอยู่ “ยินดีด้วยนะครับน้องลิน”ธามแสดงความยินด้วยน้ำเสียงละมุนและสีหน้าที่ยินดี ชายหนุ่มเห็นนลินยืนอยู่จึงเดินเข้าไปทักทาย“ขอบคุณนะคะพี่ธามที่ช่วยแนะนำอะไรหลาย ๆ อย่าง”นลินกล่าวกับเขา “มีอะไรก็ถามพี่ได้ตลอด พี่อยู่ตรงนี้แหละ ลินหันกลับมาเมื่อไหร่ก็เจอ”ใบหน้าชายหนุ่มมองเธออย่างไม่ละสายตา “ค่
2 ปีผ่านไปตั้งแต่มีลูกความสัมพันธ์ของทั้งคู่ก็ดีขึ้นแบบก้าวกระโดด ต่างคนต่างมีเหตุผลและใจเย็นมากขึ้น ทำให้ทั้งคู่รักกันเป็นอย่างดี ตอนนี้น้องภาวินทร์ก็อายุได้ 2 ขวบแล้ว ทั้งคู่จึงอยากพาลูกไปฉลองงานวันเกิดที่ทะเล ถือโอกาสไปเที่ยวกับครอบครัวด้วยทริปนี้ทุกคนเดินทางไปเที่ยวทะเลที่ภูเก็ต โดยมีทั้งครอบครัวนลินและครอบครัวของเธียร์ เป็นทริปใหญ่ก็จะวุ่นวายอยู่หน่อย ๆ“ปะป๊า ปะป๊า”เด็กตัวเล็กวิ่งดุ๊กดิ๊กมาทางผู้เป็นพ่อ แก้มย้วย ๆ เด้งไปมาอย่างน่าเอ็นดู“ว่าไงครับลูก”เธียร์อุ้มลูกขึ้นมานั่งบนตักขณะที่ทานอาหารกันอยู่“ภาวินทร์อย่าไปกวนคุณพ่อลูก ให้พ่อกินข้าว”นลินหันไปเอ่ยกับลูก“ไม่เป็นไร ๆ”กลับกันเธียร์กลับรู้สึกชอบที่ลูกติดเขาเสียอีก“พี่ธามจะมาตอนเย็นใช่ไหมครับแม่”เธียร์หันไปถามคุณนภา“เห็นพี่บอกว่าอย่างงั้นนะ”เนตรนภาตอบกลับลูกชายเมื่อถึงตอนเย็นเธียร์ก็จองร้านอาหารติดชายทะเลพร้อมตกแต่งไฟอย่างสวยงาม เขาเหมาทั้งร้านวันนี้แขกภายในร้านจึงมีแค่ครอบครัวของเขา“ปกติร้านนี้เขาตกแต่งจนถึงชายหาดขนาดนี้เลยเหรอคะ”นลินอุ้มลูกเดินดูไฟที่ประดับจนทั่วชายหาด“ภาวินทร์ดูนั่นสิลูก เห็นไฟไหม ?”ลินลดาชี
และในคืนนี้เธียร์ก็แอบเข้าห้องนลินมาอีกครั้ง ชายหนุ่มกอดเธอและลูบไปที่ท้องของหญิงสาว“คุณแม่ไม่ยอมหายโกรธพ่อสักที พรุ่งนี้คุณปู่คุณย่าจะมาง้อช่วยพ่อแล้วนะ”เธียร์เอ่ยเบา ๆ กับนลิน“ฮะ !”นลินตกใจจนเผลออุทานเสียงดัง“คุณว่าไงนะ”หญิงสาวหน้าตาตื่นเอ่ยถามเขา เธียร์สะดุ้งและมองนลินด้วยสีหน้างง ๆ“ผมให้ป๊ากับแม่มาสู่ขอคุณยังไงล่ะ คุณจะได้กลับไปกับผมสักที”ชายหนุ่มพูดออกไปอย่างหน้าตาเฉย“คุณทำอะไรคุณไม่เคยถามฉันสักคำ คิดเองเออเองไปหมด นี่ก็ลูกฉันเหมือนกัน ฉันไม่มีสิทธิ์ทำอะไรเลยใช่ไหม ฮือออ”นลินร้องไห้ออกมาด้วยความรู้สึกที่ปะปนกันไปหมด ชายหนุ่มมีสีหน้าตกใจและรีบเข้าไปปลอบเธอทันที“ผมขอโทษ ๆ ถ้าคุณไม่โอเคผมไม่ให้ท่านมาก็ได้ ไม่ร้อง ๆ”ร่างสูงรีบดึงเธอเข้ามากอดแต่ก็คงจะไม่ทันเมื่อเช้าวันรุ่งขึ้นพ่อและแม่ของเธียร์ก็มาถึงบ้านของนลินแล้วชัยยศเดินออกไปดูแขกที่มาวันนี้ เขาก็มีสีหน้าตกใจทันทีที่เห็นคนที่เดินลงมาจากรถ ธนาเองก็ไม่ต่างกัน เมื่อเห็นหน้าคนที่ยืนอยู่หน้าประตู เขาก็รู้สึกคุ้นหน้าแปลก ๆ“ไอ้...ไอ้...”ชัยยศชี้หน้าธนาและพยายามนึกชื่อของเขา“ไอ้...”ธนาเองก็เช่นกัน และในที่สุดเขาก็จำได้ “
“หนูไม่ยอมนะคะคุณพ่อ หนูไม่ยอมเด็ดขาด กรี๊ดดด” หญิงสาวอาละวาดเสียงดังอยู่ในรถตู้ส่วนตัว “โอเค ๆ ลูก พ่อเข้าใจหนูน้า ใจเย็น ๆ ก่อนนะลูกนะ”ผู้เป็นพ่อพูดปลอบลูกสาวให้สงบสติอารมณ์ลง “หนูไม่ยอมเสียพี่เธียร์ให้นังนั่นแน่ ๆ”หญิงสาวพูดอย่างเอาแต่ใจ ริมฝีบางเล็กคว่ำลงอย่างไม่พอใจ “ลูกไม่ต้องห่วงนะ เรื่
เมื่ออีกครอบครัวมาถึงก็ได้เริ่มพูดคุยและอาหารก็เริ่มทยอยมาเสิร์ฟ“ไปดูงานกับพี่เขาเป็นไงบ้างล่ะลูก”ธนาเอ่ยถามหยาดพิรุณออกไป ใบหน้าเล็กยิ้มแย้มสดใสก่อนจะตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงที่อ่อนหวาน“สนุกมากเลยค่ะคุณลุง เหมือนไปเที่ยวมากกว่าไปดูงานนะคะ ฮ่า ๆ โรงแรมของคุณลุงสวยมากเลยค่ะ”ใบหน้าเล็กฉีกยิ้มปนหัวเ
“หวังว่าเราจะได้เกี่ยวดองกันนะ ธุรกิจนายก็น่าจะราบรื่นยิ่งขึ้นอีกแน่ ๆ”ชายมีอายุเอ่ยกับเพื่อนของเขา“ฮ่า ๆ เรื่องนั้นมันก็แน่นอนอยู่แล้ว เหลือแค่ให้เด็ก ๆ ได้เรียนรู้กันก่อนสักพัก ไม่นานก็น่าจะได้ยินข่าวดี”ธนาพ่อของเธียร์หัวเราะกับคำพูดของมานพ บิดาของน้ำฟ้านั่นเอง พวกเขาทั้งสองคนเป็นเพื่อนรักกัน
“คุณเลือกสถานที่ในการทำงานได้แย่มากเลยนะครับ ไม่มีความเป็นส่วนตัวให้นางแบบเลยสักนิด”เธียร์ถือเป็นผู้ชายที่ปากแซ่บคนหนึ่งโดยเฉพาะเวลาที่เขาไม่พอใจอะไร เขาไม่สนด้วยซ้ำว่าคนคนนั้นจะเป็นใคร และไม่ได้แคร์ว่าคนอื่นจะมองเขายังไงยิ่งเขาเห็นนลินต้องมาถ่ายรูปตากแดดกลางแจ้งแบบนี้ เจ้าตัวยิ่งหงุดหงิดใจที่การ







