LOGIN2 ปีผ่านไป
ตั้งแต่มีลูกความสัมพันธ์ของทั้งคู่ก็ดีขึ้นแบบก้าวกระโดด ต่างคนต่างมีเหตุผลและใจเย็นมากขึ้น ทำให้ทั้งคู่รักกันเป็นอย่างดี ตอนนี้น้องภาวินทร์ก็อายุได้ 2 ขวบแล้ว ทั้งคู่จึงอยากพาลูกไปฉลองงานวันเกิดที่ทะเล ถือโอกาสไปเที่ยวกับครอบครัวด้วย
ทริปนี้ทุกคนเดินทางไปเที่ยวทะเลที่ภูเก็ต โดยมีทั้งครอบครัวนลินและครอบครัวของเธียร์ เป็นทริปใหญ่ก็จะวุ่นวายอยู่หน่อย ๆ
“ปะป๊า ปะป๊า”
เด็กตัวเล็กวิ่งดุ๊กดิ๊กมาทางผู้เป็นพ่อ แก้มย้วย ๆ เด้งไปมาอย่างน่าเอ็นดู
“ว่าไงครับลูก”
เธียร์อุ้มลูกขึ้นมานั่งบนตักขณะที่ทานอาหารกันอยู่
“ภาวินทร์อย่าไปกวนคุณพ่อลูก ให้พ่อกินข้าว”
นลินหันไปเอ่ยกับลูก
“ไม่เป็นไร ๆ”
กลับกันเธียร์กลับรู้สึกชอบที่ลูกติดเขาเสียอีก
“พี่ธามจะมาตอนเย็นใช่ไหมครับแม่”
เธียร์หันไปถามคุณนภา
“เห็นพี่บอกว่าอย่างงั้นนะ”
เนตรนภาตอบกลับลูกชาย
เมื่อถึงตอนเย็นเธียร์ก็จองร้านอาหารติดชายทะเลพร้อมตกแต่งไฟอย่างสวยงาม เขาเหมาทั้งร้านวันนี้แขกภายในร้านจึงมีแค่ครอบครัวของเขา
“ปกติร้านนี้เขาตกแต่งจนถึงชายหาดขนาดนี้เลยเหรอคะ”
นลินอุ้มลูกเดินดูไฟที่ประดับจนทั่วชายหาด
“ภาวินทร์ดูนั่นสิลูก เห็นไฟไหม ?”
ลินลดาชี้ให้ลูกชายดูแสงสีที่ประดับระยิบระยับตามซุ้มดอกไม้ เสียงคลื่นทะเลซัดเข้าหาฝั่งอีกทั้งลมเย็น ๆ มีเสียงเพลงคลอเบา ๆ บรรยากาศมันช่างเหมาะแก่การขอแต่งงานจริง ๆ นลินแอบคิดในใจแต่ก็ไม่ได้สนใจอะไรเธอยังคงเล่นกับลูกต่อ
“ธาม ๆ อุ้ม ๆ”
เด็กน้อยหันไปเห็นคุณลุงของเขาก็ดีใจอยากให้อุ้มทันที
“เรียกเหมือนเพื่อนเลย ลุงธามสิครับ”
ชายหนุ่มเดินเข้ามาหาหลาน
“หนูเรียกใหม่สิ ไม่งั้นลุงธามไม่พาไปซื้อของเล่นอีกนะ”
นลินเอ่ยกับลูกชาย
“ลุงธ๊ามมม !”
เด็กน้อยออกเสียงเพี้ยนจนทำให้ผู้ใหญ่หลุดหัวเราะกันหมด
“ทะเล้นเหมือนพ่อมันจริง ๆ”
ธนาที่นั่งกินข้าวอยู่ก็หัวเราะให้กับหลาน
เมื่อส่งลูกให้ไปเล่นกับลุงของเขานลินก็มองหาเธียร์เพราะเขาหายไปไหนก็ไม่รู้ จนเขาเดินกลับมาพร้อมกับเค้กวันเกิด
ใช่แล้ว ! วันนี้เป็นวันเกิดลูกชายของเขา อายุครบ 2 ขวบ
ทุกคนต่างยืนล้อมวงเพื่อร้องเพลงวันเกิดให้กับหลานชาย นลินถือเค้กให้ลูกชาย ส่วนเธียร์อุ้มน้องภาวินทร์
“แฮปปี้เบิร์ดเดย์ทูภาวินทร์... แม่ขอให้หนูน่ารักสดใสแบบนี้ตลอดไปนะครับคนเก่ง”
นลินอวยพรวันเกิดให้กับลูกชาย พร้อมเข้าไปหอมแก้มน้องภาวินทร์
“ปะป๊าขอให้หนูเติบโตเป็นเด็กดี ช่วยปะป๊าเลี้ยงน้องอีกสามคนนะลูก”
คำอวยพรของเธียร์ทำเอาทุกคนต่างหัวเราะชอบใจกันใหญ่ นลินได้แต่ยืนยิ้มเพราะรู้สึกเขิน
“และที่สำคัญขอให้คุณแม่อยู่เคียงข้างปะป๊าและภาวินทร์ตลอดไปนะ ภาวินทร์บอกว่าของขวัญวันเกิดปีนี้ภาวินทร์อยากให้คุณแม่ตอบตกลงแต่งงานกับปะป๊า ใช่ไหมลูก”
เธียร์เริ่มพูดเข้าประเด็นและเอ่ยถามลูกชายออกไป นลินเริ่มได้กลิ่นแปลก ๆ แล้ว จู่ ๆ ดวงตาเธอก็รื้นขึ้นมา
“ใช่ !”
เด็กเล็กตอบชัดเสียงดังจนผู้เป็นแม่และคนอื่น ๆ หลุดขำ
“ได้ยินที่ลูกขอแล้วใช่ไหม งั้นผมขอบ้าง แต่งงานกับผมนะลิน”
สายตาที่เต็มไปด้วยความรักมองไปที่ผู้หญิงที่เขารัก เธอทำหน้าที่แม่และหน้าที่คนรักได้ดีที่สุด ถึงเวลาที่เธอจะต้องได้ทำหน้าที่ภรรยาที่ถูกต้องจริง ๆ เสียที ชายหนุ่มคุกเข่าและวางลูกลง พร้อมกับล้วงเอากล่องแหวนเพชรในกระเป๋ากางเกงของเขาออกมา
“ต่อไปนี้ช่วยอยู่เคียงข้างผมในฐานะภรรยาด้วยนะลิน”
ธีรติดึงมือเธอมาจับไว้ นลินร้องไห้อย่างตื้นตันใจจนใบหน้าเปื้อนไปด้วยหยาดน้ำตา หญิงสาวพยักหน้าเบา ๆ แทนคำตอบ เธียร์จึงสวมแหวนให้กับเธอพร้อมจูบไปที่หลังมือเบา ๆ ชายหนุ่มลุกขึ้นแล้วดึงเธอเข้ามากอด นลินจึงปล่อยโฮออกมา
“เย้ !!! กรี๊ดดดด”
เสียงหวีดเชียร์ดังขึ้นโหวกเหวกและที่สำคัญกว่านั้น เพื่อนสาวของเธอโผล่มาตั้งแต่ตอนไหนไม่รู้
“คอนเกรทค่ะเพื่อนสาววว กรี๊ดด ๆ ๆ ๆ เพื่อนกูจะแต่งงานแล้วโว้ยย”
มิ้งเพื่อนสนิทของนลินตะโกนเสียงดังด้วยความดีใจ นลินหันมาเห็นเพื่อนก็รู้สึกตกใจ แต่ก็ดีใจที่มีพวกมันมาอยู่ตรงนี้
“ว่าที่เจ้าสาวมาแล้ววว”
เสียงน้องตะโกนดังมาจากทางด้านหลังทุกคนทุกคนจึงแหวกทางหันไปดู เป็นกีกี้เพื่อนสาวของเธออีกคนเดินมาด้วยชุดที่จัดเต็มทั้งช่อดอกไม้ เรียกได้ว่ากันซีนนลินสุด ๆ
ทุกคนต่างหัวเราะและปรบมือแสดงความยินดีให้กับทั้งคู่ รวมถึงพนักงานที่คอยเปิดเพลงปลุกบรรยากาศ และก็มีพลุจุดขึ้นที่เกาะแห่งหนึ่งบริเวณใกล้ ๆ สวยงามอลังการเป็นอย่างมาก สร้างความทรงจำให้เธออย่างไม่มีวันลืม
วันนี้เป็นวันที่ลินลดามีความสุขที่สุด จากแค่คนที่นอนด้วยกันแบบไม่มีสถานะ แต่ทั้งคู่ก็อยู่เคียงข้างกันมา จนวันนี้ทั้งคู่ได้แต่งงานเป็นสามีภรรยากัน แต่ละอุปสรรคที่เจอทำให้ทั้งสองรักกันมากขึ้นไปอีก และตอนนี้ยังมีพยานรักเป็นเจ้าตัวน้อยที่คอยเป็นรอยยิ้มและเสียงหัวเราะให้กับทุกคน และเติมเต็มให้กับนลินและเธียร์
-------------------------- THE END --------------------------
เมื่อเดินทางไปถึงที่วัดในระหว่างที่นลินกำลังหยิบของอยู่ในรถ พี่เลี้ยงก็อุ้มน้องลงจากเบาะ ภาวินทร์จึงเดินเข้ามาหาผู้เป็นแม่พร้อมเอ่ยถามด้วยสีหน้าเศร้า “มะมี้หายโกรธยางง”น้ำเสียงละมุนของลูกชาย ทำให้ลินดลารู้สึกเอ็นดูเป็นอย่างมาก เด็กน้อยคงจะกังวลเรื่องเมื่อเช้าที่แม่ดุเขาและไม่ได้คุยเล่นกับเขามาตลอดทาง “แล้วน้องวินทร์เป็นเด็กดีหรือยัง ?”นลินจ้องมองหน้าลูกนิ่ง ๆ “เป็นเด็กดีแย้ว”ใบหน้าจิ้มลิ้มที่น่ารักน่าเอ็นดูส่งยิ้มให้ผู้เป็นแม่พร้อมเดินเข้าไปกอดคอ“ถ้าเป็นเด็กดี มะมี้ก็หายโกรธน้องวินทร์แล้วครับ”ลินลดาอุ้มลูกชายลงจากรถพร้อมหอมลูกชายไปฟอดใหญ่ เธียร์ที่ยืนมองสองแม่ลูกเคลียร์ความในใจกัน เขาก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มตาม “น้องวินทร์ดูสิใครมา”เธียร์เอ่ยเรียกลูกชายให้หันไปดูผู้ที่พึ่งลงจากรถ“ธามมม !”เด็กน้อยเอ่ยเรียกอย่างดีใจเมื่อเห็นเขา ทำให้ผู้ใหญ่ทั้งสามหลุดขำออกมาเมื่อเห็นท่าทีของเขา “ลุงธามสิลูก”นลินพูดปนหัวเราะเมื่อเห็นลูกชายเรียกพี่ธามอย่างกับเพื่อนสนิท “ว่าไงวินทร์ เรียกอย่างกับเพื่อนเลยนะเรา”คุณลุงก็รู้สึกตลกหลานชายที่ไม่ค่อยจะเรียกเขาว่าลุง แต่ก็ไม่ได้ซีเรียสอะไรเพราะเด็กก็เ
[ปัจจุบัน] ตั้งแต่มีลูกทั้งคู่ก็มีนาฬิกาปลุกส่วนตัวทันที ทุก ๆ เช้าเด็กน้อยจะปีนขึ้นบนตัวพ่อและแม่สลับกันอย่างเช่นในเช้านี้ “ปะป๊า ปะป๊า”เสียงยานคางของเจ้าตัวเล็กเอ่ยเรียกผู้เป็นพ่อให้ตื่นขึ้นมาเล่นกับเขา ภาวินทร์ปีนขึ้นไปนอนทับบนอกของเธียร์พร้อมใช้สองมือเล็กจับหน้าเขาโยกไปมา “หืมมม ครับลูก”ชายหนุ่มงัวเงียตื่นขึ้นมาพร้อมเอ่ยออกไปด้วยน้ำเสียงแหบพร่า “ดูตูน ๆ”เด็กเล็กงอแงขอดูการ์ตูนแต่เช้า ผู้เป็นพ่อถึงกับต้องกุมขมับ เมื่อโดนลูกชายตัวแสบก่อกวนเขาตั้งแต่ตี 5 “น้องวินทร์ครับ ตอนนี้ยังเช้าอยู่เลยลูก ปะป๊าง่วงมากเลย ปะป๊าขอนอนแป๊บหนึ่งได้ไหมครับ”ชายหนุ่มกอดลูกแล้วพลิกนอนตะแคงพร้อมเอ่ยกับลูกชายด้วยเสียงอ่อน “ได้ครับ ปะป๊านอน น้องวินทร์จะไปหามะมี้”เด็กเล็กตอบผู้เป็นพ่อด้วยน้ำเสียงเจื้อยแจ้ว พูดจบคนตัวเล็กก็รีบมุดไปนอนกอดนลิน หญิงสาวรู้สึกตัวก็ดึงลูกเข้ามากอด เจ้าตัวเล็กจึงหลับไปอีกรอบจนถึงตอนสาย ลินลดารู้สึกตัวตื่นขึ้นมาเพราะรู้สึกเหมือนลูกกำลังกินนมเธออยู่ แต่พอลืมตาเท่านั้นแหละ นี่ไม่ใช่ลูก นี่มันพ่อมันชัด ชัด ! เพียะ !เธอใช้ฝ่ามือเล็กฟาดไปที่กลางหลังของเขาจนเกิดเสียงดัง และมี
นับวันเธียร์ยิ่งหลงลูกชายตัวเองเข้าไปใหญ่ เพราะนิสัยที่ขี้อ้อน อีกทั้งยังทะเล้นเหมือนเขา ทำให้คนที่อยู่ใกล้ต่างหลงรักน้องภาวินทร์ “ดูปากป๊านะ...ปะป๊า”ชายหนุ่มนั่งเล่นกับลูกชายในวัยที่ใกล้จะครบ 1 ขวบ “แหะ แหะ !”เด็กเล็กไม่พูดตามเขาแต่ดันหัวเราะอย่างอารมณ์ดี “ไม่เอาสิลูก...พูดตามป๊า...ปะป๊า !” เธียร์ลุ้นให้ลูกเรียกชื่อเขา นลินที่ยืนอยู่ใกล้ ๆ ก็แอบยิ้มให้กับสองพ่อลูกที่หยอกล้อเล่นกัน “ป๊ะ !”ภาวินทร์นิ่งไปชั่วขณะ ก่อนจะเปล่งเสียงหนักแน่นเอ่ยเรียกผู้เป็นพ่อ“ลิน ๆ ๆ ได้ยินมั้ย ๆ ลูกเรียกชื่อผม”ชายหนุ่มทำสีหน้าตกใจหันไปมองนลินพร้อมเอ่ยกับเธอด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น คนร่างสูงรีบเข้าไปอุ้มลูกมาสวมกอดอย่างดีอกดีใจที่ลูกพูดชื่อเขาเป็นคำแรก นลินยอมไม่ได้จึงเดินเข้าไปหาทั้งคู่ “ภาวินทร์ครับ ไหนเรียกแม่ซิ...แม่ !” ลินลดาจ้องหน้าผู้เป็นลูกพร้อมลุ้นว่าเขาจะพูดหรือไม่ น้องภาวินทร์จ้องหน้านลินด้วยสีหน้าที่ใสซื่อก่อนจะหันไปหาพ่อของเขาแล้วเอ่ยเรียกออกมา“ป๊ะ !” “ฮ่า ๆ ๆ เก่งมากลูกพ่อ”ชายหนุ่มยิ้มจนหน้าบานเป็นกระด้งเมื่อลูกชายเอ่ยเรียกชื่อเขาถึงสองครั้ง นลินทำหน้าผิดหวังและมองสองพ่อลูกด้วยสายตา
หลังจากนลินคลอดลูกได้ 5 เดือน บ้านของพวกเขาก็เสร็จเรียบร้อยพอดี ในวันขึ้นบ้านใหม่ญาติ ๆ ต่างมาร่วมแสดงความยินดีและร่วมทำบุญด้วยกัน ที่สำคัญทุกคนต่างก็อยากมาเล่นกับหลานชายตัวน้อย ๆ ที่กำลังน่ารักอย่างน้องภาวินทร์“เผลอแป๊บเดียวโตแล้วนะหลานตา”คุณตาชัยยศอุ้มหลานเดินไปมา สีหน้าเขาเอ็นดูเด็กตัวเล็กเป็นอย่างมาก“ภาวินทร์ปู่มาแล้วลูก !”เสียงคุณปู่ตะโกนมาแต่ไกล เขาเดินลงจากรถแล้วตรงดิ่งเข้ามาหาหลานก่อน“ไม่ตะโกนมาตั้งแต่บ้านเลยล่ะ”ชัยยศหันไปเอ่ยกับเขา “ใครบอกกูไม่ตะโกน”ธนาสวนกลับพ่อของนลินพร้อมเข้าไปแย่งหลานมาอุ้ม ทุกคนต่างเห่อหลานเป็นอย่างมาก เพราะเด็กน้อยกำลังน่ารักน่าชัง “เถียงกันตลอดเลยสองคนนี้”อรยาเอ่ยแซวทั้งคู่ เมื่อผู้ใหญ่มากันครบก็นิมนต์พระมาทำบุญตักบาตรที่บ้านเพื่อเสริมสิริมงคลก่อนเข้าอยู่ “ยินดีด้วยนะครับน้องลิน”ธามแสดงความยินด้วยน้ำเสียงละมุนและสีหน้าที่ยินดี ชายหนุ่มเห็นนลินยืนอยู่จึงเดินเข้าไปทักทาย“ขอบคุณนะคะพี่ธามที่ช่วยแนะนำอะไรหลาย ๆ อย่าง”นลินกล่าวกับเขา “มีอะไรก็ถามพี่ได้ตลอด พี่อยู่ตรงนี้แหละ ลินหันกลับมาเมื่อไหร่ก็เจอ”ใบหน้าชายหนุ่มมองเธออย่างไม่ละสายตา “ค่
2 ปีผ่านไปตั้งแต่มีลูกความสัมพันธ์ของทั้งคู่ก็ดีขึ้นแบบก้าวกระโดด ต่างคนต่างมีเหตุผลและใจเย็นมากขึ้น ทำให้ทั้งคู่รักกันเป็นอย่างดี ตอนนี้น้องภาวินทร์ก็อายุได้ 2 ขวบแล้ว ทั้งคู่จึงอยากพาลูกไปฉลองงานวันเกิดที่ทะเล ถือโอกาสไปเที่ยวกับครอบครัวด้วยทริปนี้ทุกคนเดินทางไปเที่ยวทะเลที่ภูเก็ต โดยมีทั้งครอบครัวนลินและครอบครัวของเธียร์ เป็นทริปใหญ่ก็จะวุ่นวายอยู่หน่อย ๆ“ปะป๊า ปะป๊า”เด็กตัวเล็กวิ่งดุ๊กดิ๊กมาทางผู้เป็นพ่อ แก้มย้วย ๆ เด้งไปมาอย่างน่าเอ็นดู“ว่าไงครับลูก”เธียร์อุ้มลูกขึ้นมานั่งบนตักขณะที่ทานอาหารกันอยู่“ภาวินทร์อย่าไปกวนคุณพ่อลูก ให้พ่อกินข้าว”นลินหันไปเอ่ยกับลูก“ไม่เป็นไร ๆ”กลับกันเธียร์กลับรู้สึกชอบที่ลูกติดเขาเสียอีก“พี่ธามจะมาตอนเย็นใช่ไหมครับแม่”เธียร์หันไปถามคุณนภา“เห็นพี่บอกว่าอย่างงั้นนะ”เนตรนภาตอบกลับลูกชายเมื่อถึงตอนเย็นเธียร์ก็จองร้านอาหารติดชายทะเลพร้อมตกแต่งไฟอย่างสวยงาม เขาเหมาทั้งร้านวันนี้แขกภายในร้านจึงมีแค่ครอบครัวของเขา“ปกติร้านนี้เขาตกแต่งจนถึงชายหาดขนาดนี้เลยเหรอคะ”นลินอุ้มลูกเดินดูไฟที่ประดับจนทั่วชายหาด“ภาวินทร์ดูนั่นสิลูก เห็นไฟไหม ?”ลินลดาชี
และในคืนนี้เธียร์ก็แอบเข้าห้องนลินมาอีกครั้ง ชายหนุ่มกอดเธอและลูบไปที่ท้องของหญิงสาว“คุณแม่ไม่ยอมหายโกรธพ่อสักที พรุ่งนี้คุณปู่คุณย่าจะมาง้อช่วยพ่อแล้วนะ”เธียร์เอ่ยเบา ๆ กับนลิน“ฮะ !”นลินตกใจจนเผลออุทานเสียงดัง“คุณว่าไงนะ”หญิงสาวหน้าตาตื่นเอ่ยถามเขา เธียร์สะดุ้งและมองนลินด้วยสีหน้างง ๆ“ผมให้ป๊ากับแม่มาสู่ขอคุณยังไงล่ะ คุณจะได้กลับไปกับผมสักที”ชายหนุ่มพูดออกไปอย่างหน้าตาเฉย“คุณทำอะไรคุณไม่เคยถามฉันสักคำ คิดเองเออเองไปหมด นี่ก็ลูกฉันเหมือนกัน ฉันไม่มีสิทธิ์ทำอะไรเลยใช่ไหม ฮือออ”นลินร้องไห้ออกมาด้วยความรู้สึกที่ปะปนกันไปหมด ชายหนุ่มมีสีหน้าตกใจและรีบเข้าไปปลอบเธอทันที“ผมขอโทษ ๆ ถ้าคุณไม่โอเคผมไม่ให้ท่านมาก็ได้ ไม่ร้อง ๆ”ร่างสูงรีบดึงเธอเข้ามากอดแต่ก็คงจะไม่ทันเมื่อเช้าวันรุ่งขึ้นพ่อและแม่ของเธียร์ก็มาถึงบ้านของนลินแล้วชัยยศเดินออกไปดูแขกที่มาวันนี้ เขาก็มีสีหน้าตกใจทันทีที่เห็นคนที่เดินลงมาจากรถ ธนาเองก็ไม่ต่างกัน เมื่อเห็นหน้าคนที่ยืนอยู่หน้าประตู เขาก็รู้สึกคุ้นหน้าแปลก ๆ“ไอ้...ไอ้...”ชัยยศชี้หน้าธนาและพยายามนึกชื่อของเขา“ไอ้...”ธนาเองก็เช่นกัน และในที่สุดเขาก็จำได้ “
ตุ้บ ! “โอ๊ยย !”ร่างสูงสะดุ้งตื่นแล้วมองคนตรงหน้า “ตีผมทำไมเนี่ย ?” เสียงแหบพร่าเอ่ยถามออกไปด้วยสีหน้าที่งัวเงียกำลังเมาขี้ตาในยามเช้าตรู่“คุณมาทำอะไรอยู่ตรงนี้ ออกไปเลยนะ !”เจ้าของใบหน้าเล็กเหวี่ยงเขาออกไป “ถามได้ ก็มานอนกอดเมียสิ”พูดจบเขาก็ดึงเธอเข้ามากอดอย่างหน้ามึนพร้อมขโมยหอมแก้มหญิงสาว
บรรยากาศบนโต๊ะอาหารค่อนข้างที่จะตึงเครียด คนร่างสูงค่อย ๆ หย่อนกายนั่งลงข้างผู้เป็นแม่ของหญิงสาว สายตาของเขาชำเลืองไปมองพ่อของนลิน แล้วก็ต้องรีบก้มหน้าหลบสายตาเมื่อถูกผู้เป็นพ่อจ้องมองอย่างกับจะกินหัว “ใครบอกให้นั่ง !”พ่อของนลินดุออกมาด้วยเสียงดัง พร้อมมองตาขวางใส่คนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม เธียร์
ถึงแม้ว่าเธียร์จะโกรธพี่ชายสักแค่ไหน แต่ตรีธาราก็เป็นคนที่เขาเชื่อใจและเคารพมาตลอด ดังนั้นคำพูดของธามมีผลกับเขาเป็นอย่างมาก ชายหนุ่มจึงรีบบึ่งรถกลับคอนโดเพื่อไปขอโทษนลินระหว่างทางก็แอบแวะซื้อของโปรดไปให้เธอด้วย แต่เมื่อกลับมาถึงภายในห้องดันว่างเปล่าไร้เงาของนลิน มีเพียงเศษแก้วของแจกันที่แตกกระจัดก
ขากลับตรีธาราต้องขับรถมาเพียงลำพัง ในระหว่างนั้นเขาได้ใช้เวลาอยู่กับตัวเอง ก็ทำให้เขาตกตะกอนความคิดของตัวเองได้ในเวลานั้น ดวงตาคมเริ่มมีน้ำสีใสไหลออกมาจนดวงตาของเขาพร่ามัวนลินและเธียร์เดินทางกลับมาถึงคอนโด หญิงสาวก็เอาแต่นิ่งเงียบไม่พูดไม่จากับเขา เธอหงุดหงิดและโกรธเธียร์เป็นอย่างมาก แค่เห็นหน้าเข







