เข้าสู่ระบบ[ปัจจุบัน]
ตั้งแต่มีลูกทั้งคู่ก็มีนาฬิกาปลุกส่วนตัวทันที ทุก ๆ เช้าเด็กน้อยจะปีนขึ้นบนตัวพ่อและแม่สลับกันอย่างเช่นในเช้านี้
“ปะป๊า ปะป๊า”
เสียงยานคางของเจ้าตัวเล็กเอ่ยเรียกผู้เป็นพ่อให้ตื่นขึ้นมาเล่นกับเขา ภาวินทร์ปีนขึ้นไปนอนทับบนอกของเธียร์พร้อมใช้สองมือเล็กจับหน้าเขาโยกไปมา
“หืมมม ครับลูก”
ชายหนุ่มงัวเงียตื่นขึ้นมาพร้อมเอ่ยออกไปด้วยน้ำเสียงแหบพร่า
“ดูตูน ๆ”
เด็กเล็กงอแงขอดูการ์ตูนแต่เช้า ผู้เป็นพ่อถึงกับต้องกุมขมับ เมื่อโดนลูกชายตัวแสบก่อกวนเขาตั้งแต่ตี 5
“น้องวินทร์ครับ ตอนนี้ยังเช้าอยู่เลยลูก ปะป๊าง่วงมากเลย ปะป๊าขอนอนแป๊บหนึ่งได้ไหมครับ”
ชายหนุ่มกอดลูกแล้วพลิกนอนตะแคงพร้อมเอ่ยกับลูกชายด้วยเสียงอ่อน
“ได้ครับ ปะป๊านอน น้องวินทร์จะไปหามะมี้”
เด็กเล็กตอบผู้เป็นพ่อด้วยน้ำเสียงเจื้อยแจ้ว พูดจบคนตัวเล็กก็รีบมุดไปนอนกอดนลิน หญิงสาวรู้สึกตัวก็ดึงลูกเข้ามากอด เจ้าตัวเล็กจึงหลับไปอีกรอบจนถึงตอนสาย
ลินลดารู้สึกตัวตื่นขึ้นมาเพราะรู้สึกเหมือนลูกกำลังกินนมเธออยู่ แต่พอลืมตาเท่านั้นแหละ นี่ไม่ใช่ลูก นี่มันพ่อมันชัด ชัด !
เพียะ !
เธอใช้ฝ่ามือเล็กฟาดไปที่กลางหลังของเขาจนเกิดเสียงดัง และมีรอยแดงเป็นรูปฝ่ามือ
“ทำไรคะ คุณเธียร์”
น้ำเสียงงัวเงียเอ่ยถามเขา
“มาเร็ว เดี๋ยวลูกมา”
คนร่างสูงรีบนัวเนียภรรยาของเขาก่อนที่ลูกชายจะมาขัดจังหวะรักของทั้งคู่
“ลูกไปไหนแล้วคะ”
นลินเอ่ยถามคนที่กำลังมุดอยู่ที่หน้าอกเขา
“ผมเอาไปส่งพี่เลี้ยงแล้ว”
ชายหนุ่มพูดพร้อมถกกระโปรงภรรยาขึ้น มือหนาก็เข้าขยี้เม็ดละมุด
เมื่อได้ยินเช่นนี้นลินก็ไม่รอช้าที่จะรีบทำภารกิจให้มันเสร็จก่อนที่ลูกชายจะกลับมา
วันนี้เป็นวันเกิดของคุณปู่ต้องไปทำบุญกัน เมื่อพี่เลี้ยงอาบน้ำแต่งตัวให้ภาวินทร์เสร็จ เจ้าตัวเล็กก็รีบวิ่งมาเคาะประตูเรียกผู้เป็นพ่อและแม่
ก๊อก ๆ
“ปะป๊าา... มะมี้ค้าบบ”
มือเล็กทุบประตูเรียกทั้งสองคน
“ครับลูก”
เธียร์จึงเดินไปเปิดประตูให้ลูกชาย
“ดูตูน ๆ”
ภาวินทร์รีบวิ่งเข้าไปนั่งรอที่หน้าทีวีเพื่อรอให้พ่อเปิดการ์ตูนให้ดู
“ตัวแค่เนี่ยแต่รู้เยอะจริง ๆ”
ธีรติเดินเข้าไปลูบหัวลูกชายอย่างเอ็นดูก่อนจะเปิดการ์ตูนให้ลูกดูระหว่างรอพวกเขาแต่งตัว
“น้องวินทร์ครับ หมดเวลาดูแล้วลูก เราจะไปหาคุณปู่กันแล้วนะ”
นลินเดินมาเรียกลูกชายหลังจากอาบน้ำเตรียมของเสร็จเรียบร้อย
“...”
เจ้าตัวน้อยยังคงสนใจการ์ตูนมากกว่าผู้เป็นแม่
ลินลดาจึงเดินเข้าไปกดปิดทีวีในทันที
“ได้ยินที่แม่พูดไหมครับ !”
หญิงสาวทำหน้าดุใส่ลูกชาย เมื่อเจ้าตัวน้องไม่พอใจก็เกิดอาการงอแงออกมาทันที
“ฮือออ ไม่เอา ! จะดูตูน ๆ”
เด็กชายร้องไห้กลิ้งไปมาอย่างเอาแต่ใจ เมื่อโดนผู้เป็นแม่ขัดใจเขา
“น้องวินทร์พูดไม่รู้เรื่องใช่ไหม งั้นต่อไปแม่จะไม่ให้ดูการ์ตูนอีกเลย แม่บอกว่ายังไง อยากดูต้องรู้เวลาและเป็นเด็กดี ตอนนี้น้องวินทร์เป็นเด็กดื้อเพราะฉะนั้นแม่จะไม่ให้น้องวินทร์ดูอีกเลย”
หญิงสาวยืนดุลูกชายที่กำลังร้องไห้งอแง
“ฮือออ ปะป๊าาา”
ภาวินทร์ร้องไห้แล้วรีบมองหาผู้เป็นพ่อเพื่อขอความช่วยเหลือ เธียร์ก็ได้แต่ยืนมองลูกอยู่ไกล ๆ เพราะเดี๋ยวจะโดนลูกหลงไปด้วยอีกคน
“ไม่ต้องเลย ! ปะป๊านั่นแหละตัวดี ตามใจจนลูกเริ่มจะเสียคน ลินบอกแล้วใช่ไหมอย่าให้ลูกอยู่กับสื่อแบบนี้นาน ๆ”
...นั่นไง กูว่าละ เปลี่ยนจากลูกมาลงพ่อ เฮ้อออ ! ...
“น้องวินทร์มาหาป๊ามา”
ธีรติเอ่ยเสียงอ่อนเรียกลูกชาย พร้อมกางแขนรอโอบกอดลูก
เด็กเล็กจึงรีบวิ่งไปกอดพ่อและร้องไห้อ้อนเขา นลินมองสองพ่อลูกที่เข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ย เห็นแล้วหมั่นไส้จริง ๆ
“โอ๋กันเข้าไป ตามใจกันเข้าไป ทั้งพ่อทั้งลูก”
สายตาดุมองไปทางพวกเขาสองกอดที่ยืนกอดกันกลม
“ไม่ใช่ไง ผมไม่อยากให้ลูกร้องเดี๋ยวกระทบกับสุขภาพจิตลูก โอ๋ ๆ เราลงไปข้างล่างกันดีกว่าเดี๋ยววันนี้ป๊าจะพาไปหาคุณปู่คุณย่า ไปหาลุงธาม ดีไหมครับ ?”
เธียร์หันไปพูดกับลูกชายเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจให้เด็กหยุดร้องไห้
เจ้าตัวเล็กใช้มือเล็กปาดน้ำตาพร้อมพยักหน้าหงึก ๆ จากนั้นทั้งครอบครัวก็เตรียมตัวเดินทางไปวัดเพื่อทำบุญ
“สวัสดีอาสิงหรือยังครับ”
นลินเอ่ยกับลูกชายที่ขึ้นไปบนรถแล้ว สิงหาที่คอยขับรถให้เธียร์ก็หันมาหาเด็กน้อย
“อาสิง...”
เมื่อภาวินทร์หันไปเห็นสิงหาเขาก็ยกมือไหว้และยิ้มแย้มอย่างดีใจ ด้วยความผูกพันที่ชายหนุ่มคอยเล่นกับเขาตั้งแต่เป็นเบบี๋ ทำให้ทั้งคู่สนิทกันเป็นอย่างมาก วันไหนที่สิงหาไม่ได้มาที่บ้านเด็กน้อยก็จะถามหาอยู่ตลอด
“หวัดดีครับ ไหนมาชนพลังกัน”
ชายหนุ่มกำหมัดแล้วยื่นไปหาเด็กเล็ก ภาวินทร์ก็เอามือมาชนกับเขาอย่างรู้งาน ชนเสร็จเด็กชายก็ปีนขึ้นไปนั่งบนที่ของเขา
เมื่อเดินทางไปถึงที่วัดในระหว่างที่นลินกำลังหยิบของอยู่ในรถ พี่เลี้ยงก็อุ้มน้องลงจากเบาะ ภาวินทร์จึงเดินเข้ามาหาผู้เป็นแม่พร้อมเอ่ยถามด้วยสีหน้าเศร้า “มะมี้หายโกรธยางง”น้ำเสียงละมุนของลูกชาย ทำให้ลินดลารู้สึกเอ็นดูเป็นอย่างมาก เด็กน้อยคงจะกังวลเรื่องเมื่อเช้าที่แม่ดุเขาและไม่ได้คุยเล่นกับเขามาตลอดทาง “แล้วน้องวินทร์เป็นเด็กดีหรือยัง ?”นลินจ้องมองหน้าลูกนิ่ง ๆ “เป็นเด็กดีแย้ว”ใบหน้าจิ้มลิ้มที่น่ารักน่าเอ็นดูส่งยิ้มให้ผู้เป็นแม่พร้อมเดินเข้าไปกอดคอ“ถ้าเป็นเด็กดี มะมี้ก็หายโกรธน้องวินทร์แล้วครับ”ลินลดาอุ้มลูกชายลงจากรถพร้อมหอมลูกชายไปฟอดใหญ่ เธียร์ที่ยืนมองสองแม่ลูกเคลียร์ความในใจกัน เขาก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มตาม “น้องวินทร์ดูสิใครมา”เธียร์เอ่ยเรียกลูกชายให้หันไปดูผู้ที่พึ่งลงจากรถ“ธามมม !”เด็กน้อยเอ่ยเรียกอย่างดีใจเมื่อเห็นเขา ทำให้ผู้ใหญ่ทั้งสามหลุดขำออกมาเมื่อเห็นท่าทีของเขา “ลุงธามสิลูก”นลินพูดปนหัวเราะเมื่อเห็นลูกชายเรียกพี่ธามอย่างกับเพื่อนสนิท “ว่าไงวินทร์ เรียกอย่างกับเพื่อนเลยนะเรา”คุณลุงก็รู้สึกตลกหลานชายที่ไม่ค่อยจะเรียกเขาว่าลุง แต่ก็ไม่ได้ซีเรียสอะไรเพราะเด็กก็เ
[ปัจจุบัน] ตั้งแต่มีลูกทั้งคู่ก็มีนาฬิกาปลุกส่วนตัวทันที ทุก ๆ เช้าเด็กน้อยจะปีนขึ้นบนตัวพ่อและแม่สลับกันอย่างเช่นในเช้านี้ “ปะป๊า ปะป๊า”เสียงยานคางของเจ้าตัวเล็กเอ่ยเรียกผู้เป็นพ่อให้ตื่นขึ้นมาเล่นกับเขา ภาวินทร์ปีนขึ้นไปนอนทับบนอกของเธียร์พร้อมใช้สองมือเล็กจับหน้าเขาโยกไปมา “หืมมม ครับลูก”ชายหนุ่มงัวเงียตื่นขึ้นมาพร้อมเอ่ยออกไปด้วยน้ำเสียงแหบพร่า “ดูตูน ๆ”เด็กเล็กงอแงขอดูการ์ตูนแต่เช้า ผู้เป็นพ่อถึงกับต้องกุมขมับ เมื่อโดนลูกชายตัวแสบก่อกวนเขาตั้งแต่ตี 5 “น้องวินทร์ครับ ตอนนี้ยังเช้าอยู่เลยลูก ปะป๊าง่วงมากเลย ปะป๊าขอนอนแป๊บหนึ่งได้ไหมครับ”ชายหนุ่มกอดลูกแล้วพลิกนอนตะแคงพร้อมเอ่ยกับลูกชายด้วยเสียงอ่อน “ได้ครับ ปะป๊านอน น้องวินทร์จะไปหามะมี้”เด็กเล็กตอบผู้เป็นพ่อด้วยน้ำเสียงเจื้อยแจ้ว พูดจบคนตัวเล็กก็รีบมุดไปนอนกอดนลิน หญิงสาวรู้สึกตัวก็ดึงลูกเข้ามากอด เจ้าตัวเล็กจึงหลับไปอีกรอบจนถึงตอนสาย ลินลดารู้สึกตัวตื่นขึ้นมาเพราะรู้สึกเหมือนลูกกำลังกินนมเธออยู่ แต่พอลืมตาเท่านั้นแหละ นี่ไม่ใช่ลูก นี่มันพ่อมันชัด ชัด ! เพียะ !เธอใช้ฝ่ามือเล็กฟาดไปที่กลางหลังของเขาจนเกิดเสียงดัง และมี
นับวันเธียร์ยิ่งหลงลูกชายตัวเองเข้าไปใหญ่ เพราะนิสัยที่ขี้อ้อน อีกทั้งยังทะเล้นเหมือนเขา ทำให้คนที่อยู่ใกล้ต่างหลงรักน้องภาวินทร์ “ดูปากป๊านะ...ปะป๊า”ชายหนุ่มนั่งเล่นกับลูกชายในวัยที่ใกล้จะครบ 1 ขวบ “แหะ แหะ !”เด็กเล็กไม่พูดตามเขาแต่ดันหัวเราะอย่างอารมณ์ดี “ไม่เอาสิลูก...พูดตามป๊า...ปะป๊า !” เธียร์ลุ้นให้ลูกเรียกชื่อเขา นลินที่ยืนอยู่ใกล้ ๆ ก็แอบยิ้มให้กับสองพ่อลูกที่หยอกล้อเล่นกัน “ป๊ะ !”ภาวินทร์นิ่งไปชั่วขณะ ก่อนจะเปล่งเสียงหนักแน่นเอ่ยเรียกผู้เป็นพ่อ“ลิน ๆ ๆ ได้ยินมั้ย ๆ ลูกเรียกชื่อผม”ชายหนุ่มทำสีหน้าตกใจหันไปมองนลินพร้อมเอ่ยกับเธอด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น คนร่างสูงรีบเข้าไปอุ้มลูกมาสวมกอดอย่างดีอกดีใจที่ลูกพูดชื่อเขาเป็นคำแรก นลินยอมไม่ได้จึงเดินเข้าไปหาทั้งคู่ “ภาวินทร์ครับ ไหนเรียกแม่ซิ...แม่ !” ลินลดาจ้องหน้าผู้เป็นลูกพร้อมลุ้นว่าเขาจะพูดหรือไม่ น้องภาวินทร์จ้องหน้านลินด้วยสีหน้าที่ใสซื่อก่อนจะหันไปหาพ่อของเขาแล้วเอ่ยเรียกออกมา“ป๊ะ !” “ฮ่า ๆ ๆ เก่งมากลูกพ่อ”ชายหนุ่มยิ้มจนหน้าบานเป็นกระด้งเมื่อลูกชายเอ่ยเรียกชื่อเขาถึงสองครั้ง นลินทำหน้าผิดหวังและมองสองพ่อลูกด้วยสายตา
หลังจากนลินคลอดลูกได้ 5 เดือน บ้านของพวกเขาก็เสร็จเรียบร้อยพอดี ในวันขึ้นบ้านใหม่ญาติ ๆ ต่างมาร่วมแสดงความยินดีและร่วมทำบุญด้วยกัน ที่สำคัญทุกคนต่างก็อยากมาเล่นกับหลานชายตัวน้อย ๆ ที่กำลังน่ารักอย่างน้องภาวินทร์“เผลอแป๊บเดียวโตแล้วนะหลานตา”คุณตาชัยยศอุ้มหลานเดินไปมา สีหน้าเขาเอ็นดูเด็กตัวเล็กเป็นอย่างมาก“ภาวินทร์ปู่มาแล้วลูก !”เสียงคุณปู่ตะโกนมาแต่ไกล เขาเดินลงจากรถแล้วตรงดิ่งเข้ามาหาหลานก่อน“ไม่ตะโกนมาตั้งแต่บ้านเลยล่ะ”ชัยยศหันไปเอ่ยกับเขา “ใครบอกกูไม่ตะโกน”ธนาสวนกลับพ่อของนลินพร้อมเข้าไปแย่งหลานมาอุ้ม ทุกคนต่างเห่อหลานเป็นอย่างมาก เพราะเด็กน้อยกำลังน่ารักน่าชัง “เถียงกันตลอดเลยสองคนนี้”อรยาเอ่ยแซวทั้งคู่ เมื่อผู้ใหญ่มากันครบก็นิมนต์พระมาทำบุญตักบาตรที่บ้านเพื่อเสริมสิริมงคลก่อนเข้าอยู่ “ยินดีด้วยนะครับน้องลิน”ธามแสดงความยินด้วยน้ำเสียงละมุนและสีหน้าที่ยินดี ชายหนุ่มเห็นนลินยืนอยู่จึงเดินเข้าไปทักทาย“ขอบคุณนะคะพี่ธามที่ช่วยแนะนำอะไรหลาย ๆ อย่าง”นลินกล่าวกับเขา “มีอะไรก็ถามพี่ได้ตลอด พี่อยู่ตรงนี้แหละ ลินหันกลับมาเมื่อไหร่ก็เจอ”ใบหน้าชายหนุ่มมองเธออย่างไม่ละสายตา “ค่
2 ปีผ่านไปตั้งแต่มีลูกความสัมพันธ์ของทั้งคู่ก็ดีขึ้นแบบก้าวกระโดด ต่างคนต่างมีเหตุผลและใจเย็นมากขึ้น ทำให้ทั้งคู่รักกันเป็นอย่างดี ตอนนี้น้องภาวินทร์ก็อายุได้ 2 ขวบแล้ว ทั้งคู่จึงอยากพาลูกไปฉลองงานวันเกิดที่ทะเล ถือโอกาสไปเที่ยวกับครอบครัวด้วยทริปนี้ทุกคนเดินทางไปเที่ยวทะเลที่ภูเก็ต โดยมีทั้งครอบครัวนลินและครอบครัวของเธียร์ เป็นทริปใหญ่ก็จะวุ่นวายอยู่หน่อย ๆ“ปะป๊า ปะป๊า”เด็กตัวเล็กวิ่งดุ๊กดิ๊กมาทางผู้เป็นพ่อ แก้มย้วย ๆ เด้งไปมาอย่างน่าเอ็นดู“ว่าไงครับลูก”เธียร์อุ้มลูกขึ้นมานั่งบนตักขณะที่ทานอาหารกันอยู่“ภาวินทร์อย่าไปกวนคุณพ่อลูก ให้พ่อกินข้าว”นลินหันไปเอ่ยกับลูก“ไม่เป็นไร ๆ”กลับกันเธียร์กลับรู้สึกชอบที่ลูกติดเขาเสียอีก“พี่ธามจะมาตอนเย็นใช่ไหมครับแม่”เธียร์หันไปถามคุณนภา“เห็นพี่บอกว่าอย่างงั้นนะ”เนตรนภาตอบกลับลูกชายเมื่อถึงตอนเย็นเธียร์ก็จองร้านอาหารติดชายทะเลพร้อมตกแต่งไฟอย่างสวยงาม เขาเหมาทั้งร้านวันนี้แขกภายในร้านจึงมีแค่ครอบครัวของเขา“ปกติร้านนี้เขาตกแต่งจนถึงชายหาดขนาดนี้เลยเหรอคะ”นลินอุ้มลูกเดินดูไฟที่ประดับจนทั่วชายหาด“ภาวินทร์ดูนั่นสิลูก เห็นไฟไหม ?”ลินลดาชี
และในคืนนี้เธียร์ก็แอบเข้าห้องนลินมาอีกครั้ง ชายหนุ่มกอดเธอและลูบไปที่ท้องของหญิงสาว“คุณแม่ไม่ยอมหายโกรธพ่อสักที พรุ่งนี้คุณปู่คุณย่าจะมาง้อช่วยพ่อแล้วนะ”เธียร์เอ่ยเบา ๆ กับนลิน“ฮะ !”นลินตกใจจนเผลออุทานเสียงดัง“คุณว่าไงนะ”หญิงสาวหน้าตาตื่นเอ่ยถามเขา เธียร์สะดุ้งและมองนลินด้วยสีหน้างง ๆ“ผมให้ป๊ากับแม่มาสู่ขอคุณยังไงล่ะ คุณจะได้กลับไปกับผมสักที”ชายหนุ่มพูดออกไปอย่างหน้าตาเฉย“คุณทำอะไรคุณไม่เคยถามฉันสักคำ คิดเองเออเองไปหมด นี่ก็ลูกฉันเหมือนกัน ฉันไม่มีสิทธิ์ทำอะไรเลยใช่ไหม ฮือออ”นลินร้องไห้ออกมาด้วยความรู้สึกที่ปะปนกันไปหมด ชายหนุ่มมีสีหน้าตกใจและรีบเข้าไปปลอบเธอทันที“ผมขอโทษ ๆ ถ้าคุณไม่โอเคผมไม่ให้ท่านมาก็ได้ ไม่ร้อง ๆ”ร่างสูงรีบดึงเธอเข้ามากอดแต่ก็คงจะไม่ทันเมื่อเช้าวันรุ่งขึ้นพ่อและแม่ของเธียร์ก็มาถึงบ้านของนลินแล้วชัยยศเดินออกไปดูแขกที่มาวันนี้ เขาก็มีสีหน้าตกใจทันทีที่เห็นคนที่เดินลงมาจากรถ ธนาเองก็ไม่ต่างกัน เมื่อเห็นหน้าคนที่ยืนอยู่หน้าประตู เขาก็รู้สึกคุ้นหน้าแปลก ๆ“ไอ้...ไอ้...”ชัยยศชี้หน้าธนาและพยายามนึกชื่อของเขา“ไอ้...”ธนาเองก็เช่นกัน และในที่สุดเขาก็จำได้ “
ตุ้บ ! “โอ๊ยย !”ร่างสูงสะดุ้งตื่นแล้วมองคนตรงหน้า “ตีผมทำไมเนี่ย ?” เสียงแหบพร่าเอ่ยถามออกไปด้วยสีหน้าที่งัวเงียกำลังเมาขี้ตาในยามเช้าตรู่“คุณมาทำอะไรอยู่ตรงนี้ ออกไปเลยนะ !”เจ้าของใบหน้าเล็กเหวี่ยงเขาออกไป “ถามได้ ก็มานอนกอดเมียสิ”พูดจบเขาก็ดึงเธอเข้ามากอดอย่างหน้ามึนพร้อมขโมยหอมแก้มหญิงสาว
บรรยากาศบนโต๊ะอาหารค่อนข้างที่จะตึงเครียด คนร่างสูงค่อย ๆ หย่อนกายนั่งลงข้างผู้เป็นแม่ของหญิงสาว สายตาของเขาชำเลืองไปมองพ่อของนลิน แล้วก็ต้องรีบก้มหน้าหลบสายตาเมื่อถูกผู้เป็นพ่อจ้องมองอย่างกับจะกินหัว “ใครบอกให้นั่ง !”พ่อของนลินดุออกมาด้วยเสียงดัง พร้อมมองตาขวางใส่คนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม เธียร์
ถึงแม้ว่าเธียร์จะโกรธพี่ชายสักแค่ไหน แต่ตรีธาราก็เป็นคนที่เขาเชื่อใจและเคารพมาตลอด ดังนั้นคำพูดของธามมีผลกับเขาเป็นอย่างมาก ชายหนุ่มจึงรีบบึ่งรถกลับคอนโดเพื่อไปขอโทษนลินระหว่างทางก็แอบแวะซื้อของโปรดไปให้เธอด้วย แต่เมื่อกลับมาถึงภายในห้องดันว่างเปล่าไร้เงาของนลิน มีเพียงเศษแก้วของแจกันที่แตกกระจัดก
ขากลับตรีธาราต้องขับรถมาเพียงลำพัง ในระหว่างนั้นเขาได้ใช้เวลาอยู่กับตัวเอง ก็ทำให้เขาตกตะกอนความคิดของตัวเองได้ในเวลานั้น ดวงตาคมเริ่มมีน้ำสีใสไหลออกมาจนดวงตาของเขาพร่ามัวนลินและเธียร์เดินทางกลับมาถึงคอนโด หญิงสาวก็เอาแต่นิ่งเงียบไม่พูดไม่จากับเขา เธอหงุดหงิดและโกรธเธียร์เป็นอย่างมาก แค่เห็นหน้าเข