LOGINBrew up 4
ผมร้องเพลงเสร็จทุกคนปรบมือกันดังมากจนผมลืมความตื่นเต้นก่อนหน้านี้ไปซะสนิทเลย พี่เกรย์ก็ชูนิ้วโป้งทั้งสองนิ้วพร้อมยิ้มหวานให้ผม
"สวัสดีทุกคนนะครับ ขอต้อนรับสู่ห้องนั่งเล่นสำหรับคนที่ต้องการพักผ่อนหย่อนใจในคืนวันเสาร์แบบนี้ สามารถแนะนำเพลงกันขึ้นมาได้นะครับแต่ถ้าใครแนบทิปมาเราจัดให้พิเศษแน่นอนฮะ" พอผมพูดติดตลกใส่ไมค์เสร็จมือกลองห็ให้สัญญาณเริ่มเพลงที่สองต่อเลย นอกจากกระดาษขอเพลงแล้วผมยังได้รับทั้งเหล้าทั้งเบียร์และทิปพิเศษจากลูกค้า ที่ชื่นชอบเสียงผมเป็นพิเศษอีกด้วยวันนี้วันสินะเพราะผมได้ทิปไม่หยุดเลย
Laiknam's said
หลังจากขึ้นร้องเพลงในฐานะนักร้องจำเป็น ดูเหมือนเจ้าเด็กหัวส้มนั่นจะได้ความสนใจจากลูกค้ามากเป็นพิเศษ นอกจากหน้าตาน่ารักน่าเอ็นดูแล้วเด็กนั่นยังอัธยาศัยดี ยิ้มเก่ง นี่ผมเพิ่งบอกว่าเด็กหัวส้มนั่นน่ารักใช่หรือเปล่า หลังจากที่คุยกับพี่ชินเสร็จผมก็คิดทบทวนมาตลอดทั้งวัน วันนี้ถึงได้รีบเข้าร้านเพราะผมไม่มั่นใจว่าตัวเองรู้สึกอะไรกับเด็กนั่นหรือเปล่า
"เหลือเวลาอีกสองเพลงสุดท้ายแล้ว ใครมีเพลงอะไรแนะนำกันเข้ามาได้เลยนะฮะ" ยินพูดใส่ไมค์ช่วงก่อนขึ้นเพลงใหม่ ผมนั่งจ้องเด็กนั่นมาสักพักแล้วเพราะเห็นมันรับแก้วจากลูกค้าคนแล้วคนเล่า ไอ้เด็กนี่มันปฏิเสธคนไม่เป็นหรือไงนะพอรับมาก็กระดกหมดแก้ว ๆ สงสัยจะเป็นโรคจิบไม่เป็นอีกโรค
"เดรค"
"ครับพี่คราม" เดรคหันมามองผมตามเสียงเรียก ผมยื่นซองยาบางอย่างให้ไอ้เดรค มันยื่นมือมารับไปอย่างงง ๆ
"อะไรพี่"
"เอาไว้ให้เพื่อนมึงกินกระดกซะขนาดนั้น เดี๋ยวก็อยู่ไม่ถึงร้านปิดหรอก"
"ครับ" ผมนั่งคุยกับเดรคอยู่พักหนึ่ง มันก็เดินวนไปรินเบียร์ชงเหล้าให้ลูกค้าก่อนจะเดินกลับมายืนตรงหน้าผมเหมือนเดิม จนกระทั่งยินลงมาจากเวทีและเดินตรงมาหาเดรคที่ยืนกวักมือเรียกอยู่
"กินซะ เดี๋ยวภาพตัดก่อนร้านปิด" พูดจบเดรคก็ยื่นยาซองสีเหลืองให้เด็กผมส้ม ยินรับไปกินอย่างว่าง่ายไอ้นี่ก็กินง่ายเกินจริง ๆ ถ้ายื่นยาให้มันก็จะหยิบไปกินแบบไม่คิดเลยเหรอ ผมยื่นแก้วน้ำให้ยินทำหน้างง ๆ แต่ก็รับไปก่อนจะกระดกจนหมดแก้ว
"มึงก็ยืนอยู่ตรงนี้ก่อนล่ะกันกูดูลูกค้าให้" เดรคพูดจบก็เดินไปช่วยกัปตันชงเหล้าโต๊ะที่ยินเป็นคนรับ
"เมาหรือยัง"
"พอกรึ่ม ๆ ฮะ"
"มึงนี่มัน"
"พี่ไม่มีงานทำหรือไง ผมเห็นนั่งอย่างเดียวเลย" ยินพูดพร้อมใช้แขนเท้าบาร์ค็อกเทลมองผมที่นั่งอยู่ในบาร์ มันเริ่มเมาแล้วแน่ ๆ เลย
"มึงคิดยัง"
"คิดไรอะ" ยินพูดพร้อมทำตาปริบ ๆ บวกกับแก้มที่เริ่มมีสีแดงระเรื่อจากฤทธิ์แอลกอฮอล์ ทำให้ไอ้เด็กนั่นยิ่งน่าเอ็นดูไปใหญ่เลย
"ผมถามอะไรหน่อยได้มั้ย"
"ไม่ได้"
"ทำไมพี่ถึงเปิดร้านเหล้าอะ" พอผมตอบไปปุ๊บมันก็ถามสวนมาปั๊บ แบบนี้มันจะขออนุญาตผมทำไมวะ
"บอกว่าถามไม่ได้ไง" ผมบอกยินด้วยท่าทีเหนื่อยให้กับความทะเล้นของไอ้เด็กนี่ ที่ไม่ยอมรับฟังคำพูดของผม
"ตอบ ๆ มาเถอะน่า ไม่ตายหรอกฮะ" ไอ้เด็กหัวส้มมันลืมไปแล้วหรือเปล่าว่าผมเป็นเจ้าของร้าน แล้วผมก็ดันขัดใจมันไม่ได้เพราะร่างกายมันไม่ยอมฟังคำสั่งของผมอีกต่างหาก
"กูชอบกินเหล้า แต่ไม่ชอบกินคนเดียวเลยเปิดร้าน" ผมตอบยินก่อนจะยกแก้วไวน์ขึ้นมาจิบ ผมคิดแบบนั้นจริง ๆ นะ แค่อยากกินเหล้าแต่ไม่ชอบกินคนเดียวเลยเปิดร้านให้คนมากินด้วยกัน
"แต่พี่ไม่คุยกับใครเนี่ยนะ"
"แต่กูชอบฟังไง กูติสท์"
"โอเค แล้วแต่พี่เลยฮะ ผมไปทำงานล่ะ" พอยินพูดจบก็หมุนตัวเดินไปที่โต๊ะยาวในโซนตัวเอง ผมเลยหันไปหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาไถฟีดข่าวเฟซบุ๊ก โดยที่สายตามักจะเบี่ยงไปมองไอ้เด็กหัวส้มคนเดียวในร้านอยู่บ่อยครั้งจนผมรู้สึกหงุดหงิดกับตัวเอง เลยทักไปหาพี่เกรย์ว่าจะออกไปข้างนอกสักชั่วโมงพอพี่เกรย์รับรู้ผมก็ทักไลน์ไปหาเพื่อนที่อยู่ร้านใกล้ ๆ ให้มารับ
ผมเดินออกจากร้านตรงไปยังลานจอดรถที่เพื่อนจอดสูบบุหรี่รออยู่ ขณะที่ผมกำลังเดินไปขึ้นรถไอ้เพื่อนเวรก็ดันวิ่งมากระโดดขี่หลังผมซะเฉย ๆ กว่าจะขึ้นรถได้ก็ทุบกันไปหลายยกเลย
End: Laiknam
ยืนชงเหล้ากินเหล้า รินเบียร์กินเบียร์อยู่กับลูกค้าที่โซนอยู่ตั้งนานผมเลยขอตัวออกมาเข้าห้องน้ำ แล้วให้เดรคกะกัปตันคอยดูแลลูกค้าให้ ตั้งแต่ขึ้นไปร้องเพลงจนลงมาผมยังไม่ได้พาตัวเองไปเข้าห้องน้ำเลยสักรอบ ขณะที่กำลังจะเลี้ยวเข้าห้องน้ำสายตาก็หันไปเห็นพี่ครามกำลังแบกผู้ชายอีกคนไว้บนหลัง ก่อนที่ทั้งคู่จะขึ้นรถแล้วขับออกไป สงสัยจะเป็นกิ๊กพี่ครามแน่ ๆ เมื่อวานตอนที่เข้าร้านก็มีผู้ชายอีกคนมาส่ง เห็นนิ่งแบบนี้ไม่คิดเลยว่าพี่ครามจะมีโหมดเจ้าชู้ประตูดินกับเขาด้วย พอเห็นแบบนั้นก็ไม่แปลกใจที่ถ้าเมื่อคืนเราจะมีอะไรกันจริง ๆ และถ้าจะมีคนผิดก็คงเป็นผมแหละที่เมาไม่รู้เรื่อง คิดได้ก็เดินเข้าห้องน้ำไปทำธุระก่อนจะกลับไปทำงานในร้านต่อ วันนี้ผมคิดว่าจะไม่เมาเพราะพรุ่งนี้สายมีนัดทำแล็ปวิชาเคมีอาหาร
"เป็นไงเรา โอเคหรือเปล่า" กัปตันถามผมขณะที่ช่วยกันจุดเทียนบนเค้กของลูกค้า ก่อนจะเอาออกไปให้เจ้าของวันเกิดเป่าเทียนต่อ
"โอเคขึ้นเยอะเลยฮะ เดรคเอายาแก้เมาให้กินดีขึ้นมากเลยครับ พี่อะยังไม่เมาเลยเหรอผมเห็นกระดกเพียว ๆ ไปเยอะเลย" ผมหันไปพูดกะกัปตันขณะที่มือกำลังปักเทียนเล่มสุดท้ายลงบนเค้ก
"พี่ชินแล้วกินได้ยันเช้า ฮ่า ๆ " ผมกำลังจุดเทียนบนเค้กพี่เกรย์ก็ตอบติดตลก แล้วหันไปส่งสัญญาณให้พนักงานคนอื่นและนักดนตรี จนกระทั่งไฟดับลงและนักดนตรีเล่นเพลงแฮปปี้เบิร์ดเดย์ให้กับเพื่อนรุ่นพี่ของผม ผมเดินถือเค้กเข้าไปใกล้พอเพลงจบพี่ผู้ชายที่ออกสาวหน่อยก็อธิษฐานนิดหน่อยก่อนจะเป่าเทียนให้ดับ
"ขอบคุณค่ะ"
"ยินดีครับ ไม่ทราบว่าพี่ต้องการทานเลยหรือให้ผมเก็บใส่กล่องกลับบ้านดีฮะ" ผมถามเจ้าของวันเกิดที่กำลังหันไปคุยกับเพื่อนคนอื่นอยู่
"งั้นรบกวนเก็บให้พี่หน่อยค่ะ" เจ้าของวันเกิดพูดกับยัดธนบัตรใส่มือผม ผมพยักหน้าให้แล้วขอตัวออกไปจัดการเก็บเค้กใส่กล่องให้ลูกค้า เพราะลูกค้ากำลังจะไปต่อกันที่คลับใกล้ ๆ ซึ่งอยู่ห่างจากร้านเราไปไม่ไกล
ขณะที่ผมกำลังจะเอาเค้กใส่กล่องคืนให้ลูกค้าสายตาดี ๆ ของผมก็หันไปเห็นพี่ครามกำลังเดินเข้ามาจากทางห้องพักพนักงาน พร้อมผู้ชายอีกคนที่ไม่ใช่คนที่ออกไปด้วย พี่ครามนี่ดูแล้วน่าจะเจ้าชู้เอาเรื่องเหมือนกันออกไปกับอีกคนกลับมากะอีกคน สุดยอดจริง ๆ
"ทำอะไร"
"เก็บเค้กให้ลูกค้าฮะ ลูกค้าจะไปผับต่อ"
"ลูกค้าจะเอาทิชชูด้วย" พี่ครามถามแปลก ๆ ผมเลยทำหน้าไม่เข้าใจใส่ เจ้าของร้านยกยิ้มที่มุมปากเล็กน้อยก่อนจะชี้ไปที่กล่องเค้กที่ผมจับทิชชูแบบป๊อบอัพนัดไปด้วย
"อ้าว ผมยัดไปทำไมวะ"
"จะรู้ด้วยหรอ" พอพี่ครามพูดจบก็เดินนำเพื่อนไปพร้อมรอยยิ้ม ผมว่าผมเห็นรอยยิ้มขบขันจากผู้ชายอารมณ์เดียวคนนั้นจริง ๆ หรือว่าผมจะเมากันแน่นะ พอผมยัดกล่องเค้กลงในถุงพลาสติกเสร็จผมก็ถือถุงเค้กออกมาให้ลูกค้าที่กำลังยืนแจกทิปให้พนักงานทุกคนในโซน
"ยินพี่ให้เรา"
"ขอบคุณครับ แต่พี่ให้ผมหลายรอบแล้วนะตอนร้องเพลงก็ให้" ผมพูดพร้อมยืนยิ้มตาหยีให้แต่ไม่ยอมหยิบเงินมา ผมใช้มือตัวเองดันมือของพี่เคียวที่มีธนบัตรสีม่วงอยู่ให้เก็บไว้เหมือนเดิม แต่พี่เคียวก็ยังยืนยันที่จะยื่นให้ผม
"เอาไปเถอะ เราชงเหล้าอร่อย" พี่เคียวยัดธนบัตรใส่มือผมพร้อมวิงค์ตาให้อีกที ผมเลยยกมือไหว้ก่อนพี่เคียวและเพื่อน ๆ จะลุกจากโต๊ะเพื่อไปต่อร้านอื่นอีก
"ไม่ไปต่อกับพวกพี่หรอ"
"พรุ่งนี้ยินมีแล็ปครับพี่ ถ้าไปด้วยคงจะตื่นไปแลคเชอร์ไม่ทัน กลัวได้กินเอฟ ฮ่า ๆ"
"โอเคพี่เข้าใจ ๆ ยังไงถ้าอยากไปก็ทักมาได้นะ ว่าแต่พี่ขอไลน์เราหรือยังนะ"
"เปล่าครับ"
"งั้นพี่ขอไลน์หน่อย เผื่อมาวันอื่นพี่จะไลน์มาจองโต๊ะก่อน" โทรศัพท์มือถือเครื่องหรูถูกยื่นมาตรงหน้าของผม ผมเลยหยิบมาแล้วพิมพ์ไอดีของตัวเองลงไป พี่เคียวยิ้มกว้างก่อนจะโบกมือลาผมที่ยืนรอเก็บโต๊ะอยู่ พอลูกค้าลุกจากโต๊ะพวกเราก็พุ่งเข้าโจมตีทันที อีกพวกเก็บขวดเหล้ามิกเซอร์ถังน้ำแข็ง อีกพวกเก็บแก้วเก็บจาน อีกพวกเช็ดโต๊ะถูโต๊ะ แค่ 5 นาทีผ่านไปโต๊ะที่เคยเต็มไปด้วยแก้วและจานอาหารก็สะอาดเอี่ยมอ่องรอเวลาเก็บเข้าที่หลังลูกค้ากลับหมด เพราะถ้าแยกโต๊ะตอนนี้อาจจะพลาดไปโดนลูกค้าคนอื่นบาดเจ็บได้
"เป็นไง มาทำงานสองวันลูกค้าจีบซะแล้ว" พี่เกรย์เดินเข้ามาทักขณะที่ผมกำลังนั่ง รอช่วยโซนอื่นเก็บโต๊ะเพราะโซนตัวเองลูกค้ากลับหมดแล้ว
"ไม่ใช่หรอกฮะ รุ่นพี่ในสาขาเฉย ๆ พี่แกบอกเอาไว้จองโต๊ะเผื่อมาคราวหน้า"
"เชื่อพี่สิ พี่ดูออกนะ"
"แต่ผมคงคุยกับใครไม่ได้" ผมพูดพร้อมยื่นโทรศัพท์ไอโฟน 7 หน้าจอแตกให้พี่เกรย์ดู กัปตันร้องอ๋อก่อนจะหัวเราะน้อย ๆ จนกระทั่งเจ้าของร้านเดินเข้ามาเหมือนจะสั่งงานอะไรสักอย่าง เราทั้งสองจึงหยุดคุยกัน
"ครามมีอะไรหรือเปล่า"
"พี่บอกเด็ก ๆ ด้วยนะโซนใครเสร็จกลับได้เลย ส่วนโซนไหนที่ลูกค้ายังไม่กลับแล้วต้องเฝ้าลูกค้าผมให้เป็นโอที อย่าลืมสแกนออกกัน" พี่ครามเดินออกไปหลังจากพูดจบจนผมงง ว่าพี่แกจำเป็นต้องเดินมาบอกเรื่องที่ทุกคนรู้อยู่แล้วด้วยเหรอไง
"ยินกลับบ้านได้เลยนะ ได้ข่าวพรุ่งนี้มีเรียน"
"แต่ว่า…"
"แต่อะไร เจ้าของร้านเค้าก็ย้ำอยู่เมื่อกี้ไง"
"ครับ"
Brew up 16"มีอะไรเหรอครับ" พี่ครามเงยหน้าจากซอกคอก่อนจะมองหน้าผม แล้วถามด้วยน้ำเสียงใสซื่อไร้เดียงสาที่ดูยังไง ๆ ก็แสดงแน่นอน"ผมต้องกลับไปทำงานนะฮะ ตอนนี้ผมยังเป็นพนักงานอยู่นะหายออกมาแบบนี้เดี๋ยวก็มีคนว่าผมมาจับเจ้าของร้านเหมือนพี่อิ๊งค์หรอก""นั่นสินะ แต่เสียดายจัง" พี่ครามพูดก่อนผละออกจากตัวผมแล้วลุกไปนั่งข้าง ๆ แทนแล้วจึงเอื้อมมือมาช่วยดึงผมลุกจากที่นอน"เสียดายอะไรคนลามก""ก็นาน ๆ เราจะเคลิ้มแบบนี้นี่นา""โอ้ย ไม่คุยด้วยแล้วไปทำงานดีกว่า" ผมแกล้งโวยวายกลบเกลื่อนความตื่นเต้นและขัดเขินพร้อมกับพาตัวเองรีบออกมาจากห้อง เพื่อไปทำงานของตัวเองต่อแค่หนีออกมานานแบบนี้ก็กลัวคนอื่นว่าจะแย่แล้ว ถ้าถูกคิดว่าออกมาเพื่อทำเรื่องอย่างว่าผมคงไม่รู้จะเอาหน้าตัวเองไปไว้ที่ไหนLaiknam's saidวันนี้ผมเลิกงานจากบริษัทช้าเพราะถูกแม่สั่งงานโหดเหมือนโกรธที่ผมเลิกงานเร็ว จึงทำให้เข้าร้านช้ากว่าปกติเวลาเกือบสามทุ่มยินกำลังเริ่มเมา
Brew up 15"รออยู่พอดี" พี่ครามตอบพี่อิ๊งค์แล้วเดินไปรับกุญแจรถมินิคูเปอร์สีครีมมาถือเอาไว้เอง ก่อนจะหันไปมองรถที่จอดอยู่ด้านหลัง"นึกไงจะเปลี่ยนรถ แล้วดันเป็นรถที่ไม่ชอบขับอีก" พี่อิ๊งค์ถามขณะที่ผมและคนอื่น ๆ พากันเดินไปนั่งรอที่ทางเท้า แต่ไม่ไกลมากจึงยังคงได้ยินบทสนทนาของชาวบ้าน และดูเหมือนว่าพวกเราจะสอดรู้สอดเห็นกันเพราะดูตั้งใจฟังกันสุด ๆ เวลาเดียวพวกพี่คนอื่นในร้านก็เริ่มเข้ามา กัปตันที่ดูไม่ใช่คนสอดรู้สอดเห็นเลยสะกิดพี่อาร์มที่สอดรู้สอดเห็นมาก เพื่อช่วยยกอ่างหมักหมูและเตาย่างขนาดใหญ่ออกมาที่ลานจอดรถ"ไม่ได้เปลี่ยนยังไม่ชอบเหมือนเดิม แต่คนอื่นน่าจะชอบ" พี่อิ๊งค์ทำหน้าสงสัยหลังพี่ครามพูดจบ คนผมสีดำเหลือบน้ำเงินหันกลับมาแล้วตรงมาที่ผมที่กำลังกระดกน้ำแอบฟังอยู่"ให้ผมทำไมอะ" ผมถามคนตรงหน้าด้วยน้ำเสียงตรงใจเพราะจู่ ๆ ก็จับกุญแจรถยัดใส่มืออีกข้างซึ่งมีฝาขวดอยู่วางเสร็จก็ยิ้มให้"ของขวัญวันเกิดครับ" พอคนสายเปย์เปิดปากพูดผมตกใจจนเกือบสำลักน้ำ เพราะไม่คิดว่าเขาจะกล้าซื้อรถราคาเป็นล้
Brew up 14Laiknam's saidช่วงนี้ผมเข้าร้านเร็วเป็นพิเศษเพราะรีบมากินข้าวเย็นที่ร้านกับใครบางคนที่ผมสีชาไทย เดากันถูกใช่ไหมล่ะผมเข้าร้านเร็วจนพนักงานคนอื่นสงสัย แต่ผมไม่ได้ปิดบังอยู่แล้วใจจริงอยากจะประกาศให้คนรู้แต่ถูกเจ้าเด็กหัวส้มห้ามไว้ เพราะไม่อยากให้มาว่าเกาะผมกิน ถึงผมจะไม่ชอบใจเท่าไรแต่ถ้ายินพอใจแบบนั้นผมก็ไม่อยากจะขัดคิดมากหลังกินข้าวกับหัวสีชาไทยเสร็จผมก็พาตัวเองไปนั่งเกะกะในบาร์ค็อกเทล เพื่อจะได้จับตาดูคนพูดมากที่มักจะทำให้ลูกค้าถูกใจโดยที่ตัวเองไม่ค่อยรู้ตัว อาจจะเพราะด้อยประสบการณ์ด้านนี้ทำให้เจ้าตัวไม่ถูกว่าหน้าตาท่าทาง คำพูดคำจำ และนิสัยช่างพูดเข้าถึงง่ายแบบนั้นจะถูกใจบรรดาลูกค้าที่ชอบผู้ชาย ส่วนใหญ่ผู้ชายและผู้หญิงที่มาเที่ยวที่นี่ก็เพราะเด็กเสิร์ฟหน้าตาดีทุกคน จนทุกวันนี้ผมนึกว่าร้านตัวเองเป็นบาร์โฮสเพราะไม่มีพนักงานเสิร์ฟหญิงเลยสักตำแหน่ง"พี่คราม ทำไมต้องมานั่งในบาร์ทุกวันด้วยอะพี่" อาร์ต บาร์เทนเดอร์ของร้านถามผมที่นั่งอยู่ริมสุดของบาร์ค็อกเทลถามขึ้น ขณะที
Brew up 13"ผมมีคนที่ผมชอบอยู่แล้ว ผมไม่แต่งกับใครทั้งนั้นแหละ""งั้นพาสิพามาให้แม่ดูเลย""แต่เขายังไม่รับรักผม""งั้นแกก็หมด สิทธิ์แต่งกับคนที่แม่หาให้ซะ" แม่พี่ครามพูดเสียงเข้มก่อนจะหันไปยกเบียร์ขึ้นมาดื่มจนหมดแก้ว ผมได้แต่ยืนเรียงอาหารเงียบ ๆ โดยไม่ปริปากใด ๆ ออกมาแม้แต่ครึ่งคำ"ผมจะแต่งกับคนที่ผมรักเท่านั้นแหละ แม่ไม่ต้องมาขู่ผมให้ยากเลย" พี่ครามพูดแล้วยกเบียร์ดื่มตามแม่ตัวเองจนหมดแก้ว เหมือนกันจริง ๆ สองคนนี้โมโหแล้วยกหมดแก้ว ทำเอาผมไม่รู้ว่าควรรู้สึกยังไงต่อเลยเพราะคนที่พี่ครามเดาไม่ยากก็คือผม ถ้าแม่พี่ครามรู้เธอจะทำหน้ายังไง จะรู้สึกยังไงที่รู้ว่าลูกตัวเองมาชอบผมที่เป็นผู้ชาย ถึงผมจะมองว่ามันปกติแต่แม่พี่ครามอาจจะไม่คิดแบบนั้นยิ่งเธอมีหน้ามีตาทางสังคม ผมคิดว่าเธอคงรับเรื่องนี้ได้ยากมากแน่ ๆ"ถ้าไม่แต่งแกไม่ต้องมาเรียกฉันว่าแม่ ลายคราม" ผู้หญิงตรงหน้าพี่ครามยื่นคำขาดแล้วหันมากวักมือเรียกผม พร้อมยื่นแก้วเบียร์แก้วใหญ่มาให้แล้วชูนิ้วขึ้นหนึ่งนิ้วราวกับต้องการบอกว่
Brew up 12"จะกลับละหรอ ไม่อยู่กินเหล้ากับพวกพี่ต่อไง" พี่อาร์มถามผมที่สแกนนิ้วพร้อมเดินออกจากร้านแล้ว ผมหยิบกระเป๋าขึ้นมาสะพายแล้วพยักหน้าให้พี่ในร้านก่อนจะหาวโชว์ไปรอบหนึ่ง"พรุ่งนี้ผมมีเรียนเช้าอะดิพี่""เออ งั้นกลับดี ๆ พรุ่งนี้เจอกัน" พี่อาร์มพยักหน้าแล้วตบไหล่ซ้ายผมเบา ๆ ขณะที่กำลังหมุนตัวด้วยความสโลโมชั่นอยู่นั้น"ยิน ยิน ไอ้เด็กหัวส้มโว้ย" เสียงเรียกดังมาจากในร้าน กระทั่งมีเสียงฝีเท้าตึ้ง ๆ วิ่งมาทางผม"ผมได้ยินตั้งแต่ยินแรกแล้วพี่ มีอะไรเหรอฮะเรียกซะดังเลย" ผมหันกลับไปตอบพี่อีกคนที่วิ่งมาด้วยความหอบ เขาใช้มือค้ำไว้ที่เข่าทั้งสองข้างเพื่อพักเหนื่อย แต่ดูเหมือนทุกคนจะเรียกผมว่าไอ้เด็กหัวส้มกันทั้งนั้นเลยแฮะไม่เว้นแม้แต่พี่คราม"พี่ครามเรียก รออยู่หน้าห้องล็อกเกอร์" พี่ต้องพูดขณะที่กำลังหอบหายใจเพราะเหนื่อยจากการวิ่ง ทุกคนดูไม่สู้กับอะไรเลยนอกจากเหล้าเบียร์ บางทีกินกันยันเช้าของอีกวันเพราะพวกพี่ไม่มีเรียนแบบผมเลยยันเช้ากันเยอะ แต่ผมมีเรียนเลยโต้รุ่งด้วยไม่ได้ พว
Brew up 11Laiknam' s Saidผมนั่งทำงานอยู่ที่บริษัทจนกระทั่ง 4 โมงเย็นในไลน์กลุ่มร้านมีข้อความของเจ้าเด็กผมส้มเด้งขึ้นมาว่าวันนี้ ผมเลยรีบเลิกงานก่อนเวลาทันที หนึ่งอย่างที่ผมไม่เคยคิดจะทำมาก่อนคือการไลน์หาพนักงานในร้าน ซึ่งตอนนี้ผมกำลังทำอยู่เพียงเพราะผมโทรหาเจ้าเด็กผมส้มนั่นแต่ไม่มีคนรับ ผมทักไลน์หาไอ้เดรคเพื่อนที่ยินไปอยู่ด้วยแต่ไอ้เดรคบอกว่ามันกลับบ้านตอนนี้ยินอยู่คนเดียว และดูเหมือนเจ้าเด็กหัวส้มจอมพูดมากของผมจะป่วยจนมาทำงานไม่ได้เลยแจ้งในไลน์กลุ่ม"เฮ้อ แล้วจะเข้าไปยังไงเนี่ย" แล้วผมก็ทำสิ่งที่ไม่เคยคิดจะทำอีกอย่างคือการโทรหาไอ้เดรค วันนี้ผมทำเรื่องที่ไม่ใช่ตัวเองมาสามเรื่องแล้วนะ ตั้งแต่เลิกงานก่อนเวลา แอดเพื่อนเด็กในร้าน ตอนนี้ผมยังโทรหาเด็กในร้านอีกด้วย เพราะห่วงเจ้าหัวส้มที่ติดต่อไม่ได้แท้ ๆ"เดรค กูขอรหัสเข้าบ้านหน่อย"(เอาไปทำไมพี่)"กูว่าจะไปดูยินหน่อย โทรไปไม่รับเลยไม่รู้เป็นอะไรหรือเปล่า"(พี่เนี่ยนะ)"เออ ก็กูนี่







