Share

รักษาหัวใจนายมาเฟีย
รักษาหัวใจนายมาเฟีย
Author: เลคเชอร์

1 มีสิทธิ์อะไร

last update publish date: 2026-09-09 21:46:37

ปัง!! ปัง!!

​เสียงกระสุนปืนฉีกอากาศก้องสนั่นบนท้องถนนกลางกรุง เสียงกรีดร้องผสานความวุ่นวายของผู้คนที่ล้มลุกคลุกคลานหนีตาย ร่างสูงใหญ่ในชุดสีดำชุ่มเลือดพุ่งทะยานฝ่าความมืดอย่างไม่คิดชีวิต

​อันดากัดฟันกรอดจนสันกลามปูดเกร็ง มือขวากดแน่นเข้าที่บาดแผลบริเวณหน้าท้อง เลือดข้นสีแดงสดทะลักซึมผ่านซอกนิ้วไม่หยุด ทุกย่างก้าวบีบหัวใจเหมือนเหยียบลงบนเศษกระจก แต่หยุดขยับคือจบชีวิต

​"มันอยู่นั่น! ล่าหัวมันให้ได้!"

"อย่าให้มันรอดไปได้ สาดกระสุนใส่แม่งเลย!"

​เสียงเท้าหนักๆ นับสิบคู่กระทึบลงบนพื้นคอนกรีตไล่หลังมาติดๆ อันดาหันกลับไปสบตาแวบเดียว แววตาคมกริบฉายรังสีเหี้ยมเกรียม ก่อนที่เขาจะเปลี่ยนทิศทาง พุ่งตัวดิ่งไปยังรถยนต์ที่กำลังสตาร์ตหน้าร้านสะดวกซื้อ

พรึบ!!

​ปัง!!

​ประตูฝั่งผู้โดยสารโดนกระชากออกอย่างแรง ก่อนที่ร่างสูงใหญ่จะแทรกตัวพุ่งเข้ามาในรถ กลิ่นคาวเลือดผสมกลิ่นควันปืนทะลักเข้าชนจมูกมินตราจนเธอผงะ

​"เห้ยนี่คุณ! ขึ้นมาได้ยังไ..."

​แกร๊ก!

​ลำกล้องปืนสั้นเหล็กกล้าเย็นเฉียบกระแทกพรวดเข้าที่ขมับซ้ายของมินตราจนศีรษะเธอเอียงตามแรงกด สายตาคมกริบของอันดาที่เต็มไปด้วยความเหี้ยมและดุดัน เขาจ้องมองเธอเหมือนสัตว์ป่าที่กำลังจนแต้ม

​"ออกรถ"

น้ำเสียงคำรามต่ำลึกและทรงอำนาจ

​มินตราตกใจจนหัวใจร่วงไปอยู่ที่ตาตุ่ม แต่พอเห็นปืนและคราบเลือดแดงฉานบนเสื้อเขา เธอก็สูดลมหายใจเข้าออกแผ่วเบา พยายามตั้งสติแล้วจ้องหน้าเขากลับอย่างไม่ยอมง่าย ๆ

​"คุณเป็นใคร! มีสิทธิ์อะไรมาเอาปืนจ่อหัวฉันแล้วสั่ง ออกไปจากรถฉันเดี๋ยวนี้นะ!"

มินตราเค้นเสียงตอบกลับด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าว เพื่อให้คนตรงหน้าคิดว่าเธอไม่ได้ยอมง่ายขนาดนั้น

​"กูบอกให้เหยียบคันเร่ง!"

อันดาตวาดลั่นรถพร้อมง้างนกปืนกดเน้นลงไปที่ขมับเธอ

"นายนั่นแหละลงไป"

"อยากให้สมองกระจายคารถนักหรือไง เหยียบคันเร่งเดี๋ยวนี้!"

​ชายฉกรรจ์ชุดดำสี่ห้าคนพร้อมอาวุธปืนพุ่งออกจากมุมมืดหน้าสะดวกซื้อ แล้วก้าวขาตรงมาทางรถของเธออย่างรวดเร็ว

​"เหยียบ!!"

อันดาคำรามเสียงโหดอีกรอบ

​"อ่ะ... ทะ... ถอยปืนออกไปห่าง ๆ หัวฉันสักทีสิ!"

​มินตราตวาดสวนเสียงาั่นด้วยความเคืองผสมหวาดกลัวก่อนจะเหยียบคันเร่งจมมิดพื้น จนเสียงยางรถยนต์กรีดร้องบาดแก้วหู

เอี๊ยดดดด!

รถเก๋งคันสีขาวพุ่งทะยานออกไปอย่างรวดเร็ว เฉียดร่างของชายชุดดำไปแค่ไม่กี่เซนติเมตร กระสุนปืนจะสาดไล่หลังมาปะทะท้ายรถเสียงดัง ก่อนที่ความเร็วของรถจะทิ้งพวกมันไว้เบื้องหลัง

​ความเงียบอันอึดอัดระเบิดขึ้นในรถ มีเพียงเสียงหอบหายใจหนักหน่วงและทุรนทุรายของอันดา ลมหายใจเขาเริ่มกระตุกติดขัด เลือดสีแดงสดทะลักออกจากบาดแผลหยดลงเบาะหนังอย่างไม่ขาดสาย

​มินตราเหลือบมองข้างตัว เห็นคราบเลือดแดงฉานเต็มตักเขา เธอขมวดคิ้วแน่น แววตาเริ่มมีความตระหนกตกใจผสมอยู่

​"เลือดคุณไหลไม่หยุดเลย... ฉันจะเลี้ยวเข้าโรงพยาบาลข้างหน้านี้ ถ้าขืนไปต่อเลือดหมดตัวช็อคตายแน่ ๆ"

​"ไม่... อย่าพาไปโรงพยาบาล"

อันดากระชากเสียงเหี้ยม มือที่ถือปืนสั่นระริกแต่ยังคงปักเล็งมาที่เธอ "แถวนี้มันถิ่นพวกมัน พาไปก็เท่ากับส่งไปให้พวกมันยิงหัวทิ้ง"

​"แล้วจะให้ฉันทำยังไง! เลือดเต็มเบาะรถฉันไปหมดแล้ว ถ้าคุณเป็นอะไรขึ้นมาฉันไม่ซวยไปด้วยหรือไง!"

มินตราโต้กลับ เสียงสั่นด้วยความอึดอัดและตกใจ

"หึ..."

​อันดาเค่นหัวเราะในคออย่างเย็นชา แววตาเหี้ยมเกรียมฉายความเจ็บปวดเจียนตาย เขาใช้กำปั้นชกเข้าที่แผลตัวเองแรง ๆ หนึ่งที เพื่อบดขยี้ความเจ็บปวดเรียกสติ

"อะไร... ทำอะไรของคุณ"

มินตรามองภาพตรงหน้าด้วยความตกตะลึง

​"หุบปากแล้วฟังคำสั่งกู..."

อันดาเอ่ยเสียงต่ำลอดไรฟัน ก่อนจะเลื่อนลำกล้องปืนลงมากดกระแทกแน่นกับตักของเธอแรงๆ "ตรงไปอีกสองกิโล เลี้ยวขวาเข้าโกดังร้าง... ขับไปตามที่กูบอก ถ้ากูหมดสติเมื่อไหร่ นิ้วกูจะเหนี่ยวไกปืนเป่าตักมึงทันที... อยากลองดีก็เชิญ"

"คุณมันบ้าไปแล้ว!"

มินตรากัดฟันกรอดด้วยความโกรธ แต่เธอจำใจต้องเหยียบคันเร่งมุ่งหน้าไปตามทาง "ฉันไม่เคยรู้จักคุณด้วยซ้ำ ทำไมต้องทำแบบนี้ด้วย ฉันต้องไปขึ้นเวรแล้วฉันก็ต้องไปทำงานด้วย เพราะงั้นกรุณาลงไปด้วยค่ะ"

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • รักษาหัวใจนายมาเฟีย   13 เบามือหน่อย

    หลายวันต่อมา ภายในห้องนั่งเล่นของบ้านอันดา บรรยากาศในช่วงสายค่อนข้างเงียบสงบ มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานอยู่เบา ๆ และเสียงของอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ถูกวางเรียงเอาไว้บนโต๊ะเล็กด้านหน้าโซฟา มินตรานั่งอยู่ข้างชายหนุ่มด้วยสีหน้าจริงจังขณะที่มือเล็กสวมถุงมือแพทย์อย่างเรียบร้อย หลายวันที่ผ่านมาอาการของอันดาดีขึ้นมาก แผลบริเวณหน้าท้องเริ่มสมานตัว และวันนี้ถึงกำหนดที่เธอต้องมาตัดไหมให้เขา หลังจากคอยทำแผลและตรวจอาการให้เขาทุกวัน อันดานั่งพิงโซฟา เสื้อเชิ้ตถูกเปิดออกบริเวณหน้าท้องเพื่อให้เธอทำงานได้สะดวก เขามองอุปกรณ์ในมือของหญิงสาวด้วยสายตาระแวงเล็กน้อย ทั้งที่ก่อนหน้านี้เขาเคยผ่านสถานการณ์ที่อันตรายกว่านี้มานับครั้งไม่ถ้วน แต่พอเป็นเข็มกับกรรไกรผ่าตัดที่กำลังจะถูกใช้กับตัวเองขึ้นมา เขากลับรู้สึกไม่ค่อยไว้ใจเท่าไหร่เลย มินตราขยับเข้าไปใกล้ ก่อนจะค่อย ๆ ใช้อุปกรณ์ตัดไหมอย่างระมัดระวัง พรึบ... "โอ๊ย...!! คุณ!!" เสียงร้องของอันดาดังขึ้นจนมินตราถึงกับชะงักมือ เธอเงยหน้าขึ้นมองคนไข้ตรงหน้าอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง ก่อนจะถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยหน่าย "นี่คุณจะร้องอะไรขนา

  • รักษาหัวใจนายมาเฟีย   12 ตกลง

    "คนอย่างผมไม่ตายง่าย ๆ หรอก" อันดาพูดออกมาด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง ใบหน้าของเขายังคงสงบนิ่งเหมือนเดิมราวกับคำถามเมื่อครู่ไม่ได้มีอะไรน่ากังวลเลยสักนิด เขาไม่ได้พูดเพื่อปลอบใจเธอด้วยซ้ำ แต่พูดออกมาเหมือนเป็นเรื่องที่เขามั่นใจอยู่แล้วว่าตัวเองจะไม่มีวันปล่อยให้เกิดขึ้นง่าย ๆ มินตรามองเขาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้าเบา ๆ เหมือนกำลังใช้คำตอบของเขาเป็นข้อมูลสุดท้ายในการตัดสินใจ ส่วนอันดากลับมองใบหน้าคนตัวเล็กตรงหน้าอย่างพิจารณา ก่อนจะอดคิดไม่ได้ว่าผู้หญิงคนนี้ช่างมีคำถามเยอะกว่าที่เขาคาดเอาไว้มาก ตั้งแต่เรื่องเงิน เรื่องงาน เรื่องรถ เรื่องความปลอดภัย ไปจนถึงเรื่องถ้าเขาตายก่อนเธอเกษียณแล้วใครจะเป็นคนจ่ายเงินเดือนให้ เขาไม่เคยเจอผู้หญิงคนไหนที่สามารถคิดเรื่องพวกนี้ได้เป็นขั้นเป็นตอนขนาดนี้มาก่อน คนทั่วไปถ้าได้ยินว่าเขาจะจ่ายเงินเดือนให้สามเท่า แถมยังจ่ายต่อไปจนเกษียณก็คงดีใจจนแทบไม่ถามอะไรแล้ว แต่มินตรากลับนั่งถามเขาจนแทบจะครบทุกข้อเหมือนกำลังอ่านสัญญาจ้างงานทีละบรรทัด ยิ่งคิดก็ยิ่งน่าขำ สงสัยเขาน่าจะเจอตัวซีเคร็ตเข้าให้แล้วจริง ๆ อันดายกมุมปากขึ้นเล็กน้อยอย่างห้ามไม่อยู่ ก่อนจะเห็นว

  • รักษาหัวใจนายมาเฟีย   11 ถ้าคุณตายล่ะ

    "แต่สีหน้าคุณมันฟ้องค่ะ" อันดาเลิกคิ้วเล็กน้อย ก่อนจะยิ้มบาง ๆ แล้วไม่พูดอะไรต่อ ทำให้มินตราต้องถอนหายใจออกมาอีกครั้ง เธอรู้สึกว่าการคุยกับผู้ชายคนนี้บางครั้งเหมือนกำลังเดินอยู่ในสนามที่อีกฝ่ายรู้กติกาทุกอย่างอยู่คนเดียว และเธอก็ไม่รู้เลยว่าเมื่อไหร่จะถูกเขาหลอกให้พูดอะไรออกมาอีก เธอกำลังจะเปลี่ยนเรื่อง แต่จู่ ๆ ก็มีบางอย่างที่ค้างคาอยู่ในใจมาตั้งแต่แรกผุดขึ้นมา มินตราจึงมองเขาอีกครั้งก่อนจะเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงจริงจังกว่าเดิม "อ้อ... มีเรื่องหนึ่งที่ฉันยังสงสัย" "ว่ามาสิ" "ถ้านายจัดการกับพวกศัตรูของนายได้ แล้วเรื่องทั้งหมดจบลง ฉันก็หยุดหน้าที่ของฉันทันทีใช่ไหม" อันดานิ่งไปเล็กน้อย ก่อนจะพยักหน้า "ใช่ ชีวิตของคุณจะเป็นอิสระเหมือนเดิมทันทีหลังจากที่ผมจัดการกับไอ้พวกนั้นได้" คำตอบนั้นน่าจะทำให้เธอดีใจ แต่กลับทำให้มินตรานิ่งคิด เพราะจู่ ๆ เธอก็เห็นปัญหาอีกอย่างที่สำคัญไม่แพ้กัน "แล้วถ้าคุณจัดการได้ภายในเดือนหนึ่งหรือสองเดือน ฉันก็ตกงานน่ะสิ" คราวนี้อันดาหัวเราะออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ เขาไม่คิดเลยว่าหลังจากพูดเรื่องความปลอดภัย ความเป็นความตายและศัตรูที่กำลังตามล่าตัวเองมาท

  • รักษาหัวใจนายมาเฟีย   10 ส่งแค่โลเคชั่นมา

    มินตรามองใบหน้าของชายหนุ่มตรงหน้าอย่างไม่อยากจะเชื่อว่าตัวเองกำลังนั่งคุยเรื่องบ้า ๆ อยู่กับคนไข้ที่เพิ่งช่วยชีวิตเอาไว้ไม่กี่วันก่อน จากเดิมที่เธอคิดเพียงว่าเขาเป็นผู้ชายคนหนึ่งที่บังเอิญได้รับบาดเจ็บ และเธอก็ทำหน้าที่ของหมอด้วยการช่วยเขาเอาไว้ แต่ตอนนี้ชีวิตของเธอกลับถูกลากเข้ามาเกี่ยวข้องกับเรื่องอันตรายโดยไม่ทันตั้งตัว แถมคนที่เป็นต้นเหตุกลับนั่งอยู่ตรงหน้าอย่างสบายใจ ราวกับเรื่องทั้งหมดไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับเขาเลย เธอถอนหายใจออกมาแรง ๆ ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงประชดประชัน เพราะยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกว่าตัวเองกำลังซวยแบบที่ไม่ควรจะซวยขนาดนี้ "ถ้าฉันรู้ว่าการเป็นหมอ แล้วเข้าไปช่วยคนแล้วฉันเองจะต้องซวยไปด้วย ฉันคงปล่อยให้คุณตายไปตั้งแต่ตรงนั้นแล้วค่ะ จะได้ไม่ต้องมานั่งปวดหัวอยู่แบบนี้" อันดาที่นั่งพิงพนักเก้าอี้อยู่เงียบ ๆ มองเธอด้วยสายตานิ่ง ๆ ก่อนมุมปากจะยกขึ้นเล็กน้อย คล้ายกับไม่ได้รู้สึกโกรธกับคำพูดของเธอเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้ามเขากลับดูเหมือนกำลังพอใจกับความตรงไปตรงมาของผู้หญิงตรงหน้าด้วยซ้ำ "หึ... มันก็คงจะเป็นไปได้ยากหน่อยครับ เพราะจรรยาบรรณของหมอเขาไม่ได้สอนมาแบบนั้น ต่อให้

  • รักษาหัวใจนายมาเฟีย   9 แค่ชั่วคราว

    “ไม่มารบกวนเพื่อนร่วมงานฉัน” “ไม่มี” “แล้วถ้าเลิกงาน” “ผมจะให้คนไปรับ” “จำเป็นต้องมีคนไปรับด้วยเหรอคะ” “จำเป็น” “ทำไม” “เพราะคุณไม่รู้ว่าพวกมันกำลังจับตาดูคุณอยู่หรือเปล่า” คำตอบนั้นทำให้มินตราเงียบลง เธอเริ่มเข้าใจแล้วว่าสิ่งที่อันดาต้องการไม่ได้หมายความว่าเขาจะขังเธอเอาไว้ แต่เขาต้องการควบคุมความปลอดภัยของเธอในช่วงเวลาที่อยู่นอกโรงพยาบาลมากกว่า “แล้วที่บอกว่าดูแลคุณ ฉันต้องดูแลอะไรบ้าง” “ก็แค่ทำแผล” “แค่นั้น” “แค่นั้น” “ต้องอยู่ดูอาการตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงไหม” คำถามนั้นทำให้อันดาถึงกับขำในลำคอ ไม่รู้ว่าเธอจะขี้สงสัยอะไรขนาดนั้น “หึ... ไม่ถึงขนาดนั้น” “ต้องตรวจร่างกายทุกวันไหม” “ถ้าคุณเห็นว่าจำเป็น” “ต้องจัดยา” “ครับ” “ต้องอยู่ดูว่าคุณกินยาหรือเปล่า” “ถ้าคุณอยากดู” “แล้วต้องทำอาหารให้ไหม” อันดานิ่งไป มินตราหรี่ตามองเขา “อะไรคะ” “คุณถามเหมือนจะไปเป็นแม่บ้านมากกว่าเป็นหมอ” “ก็ฉันต้องรู้ขอบเขตงานของตัวเองสิคะ” “เรื่องนั้นไม่เกี่ยวกับหน้าที่คุณ” “ก็ดีค่ะ” มินตราพยักหน้าอย่างพอใจ “เพราะฉันไม่ทำอะไรพวกนั้นอยู่แล้ว” อันดาหลุดหัวเร

  • รักษาหัวใจนายมาเฟีย   8 ข้อตกลง

    “ตะ...แต่ฉันต้องทำงานที่นี่นะคะ” มินตราพยายามรวบรวมสติหลังจากได้ฟังคำพูดของอันดามาตลอดหลายนาที เธอเหลือบมองไปรอบห้องตรวจของตัวเองราวกับกำลังหาทางออกให้กับสถานการณ์ตรงหน้า ก่อนจะหันกลับมามองชายหนุ่มที่ยังคงนั่งนิ่งอยู่ตรงหน้า “ฉันเป็นหมอผ่าตัดนะคะ ถ้าจะให้ฉันเป็นหมอประจำคนไข้แค่คุณคนเดียว มันไม่ชิน” “คุณอยากจะส่งเวรที่นี่ก็ได้นี่ครับ” อันดาตอบกลับอย่างง่ายดายราวกับเรื่องที่กำลังพูดกันอยู่นั้นไม่ได้เป็นเรื่องใหญ่สำหรับเขาเลยแม้แต่น้อย “ผมไม่ได้ห้าม แต่แค่ต้องอยู่ในความดูแลของผม” มินตราขมวดคิ้วทันที ได้ไงละ ในหัวของเธอเต็มไปด้วยคำถาม ถ้าเธอยังมาทำงานที่นี่แล้วจะมีคนคอยตามประกบหรือคอยคุ้มกันเธอตลอดเวลา มันจะสะดวกได้ยังไงกัน เธอเป็นหมอผ่าตัด ต้องเข้าห้องผ่าตัด ต้องทำงานกับทีมแพทย์และพยาบาล ต้องมีสมาธิกับคนไข้ จะให้มีผู้ชายชุดดำยืนเฝ้าอยู่หน้าห้องผ่าตัดตลอดเวลาไม่ได้ แค่คิดก็รู้สึกปวดหัวขึ้นมาแล้ว “แต่งานของฉันมันต้องอยู่ในห้องผ่าตัดนะคะ” มินตรารีบอธิบาย “คุณจะมาคอยคุ้มกันฉันตลอดมันก็ไม่ได้หรอกนะ” อันดาเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย “ผมบอกเหรอว่าจะคุ้มกันคุณแม้กระทั่งในห้องผ่าตัด”

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status